Music Group คือห้องซ้อมดนตรีในแฟลตดินแดง ที่อยู่คู่วงการดนตรีมา 34 ปี มีศิลปินไทยมากมายแวะเวียนเข้ามาเสมอ ไม่ว่าจะเป็น เบิร์ด ธงไชย, สุรชัย สมบัติเจริญ, อำพล ลำพูน, ต้อม เรนโบว์, อิทธิ พลางกูร หรือแม้แต่ดาราฮ่องกงที่ดังมากๆ ในยุคหนึ่งอย่าง หลิว เต๋อหัว ห้องซ้อมแห่งนี้ผ่านการเปลี่ยนผ่านของแนวเพลงตั้งแต่ป๊อปแดนซ์ ร็อก K-Pop สติง หมอลำ จนปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นบ้านหลังที่สองของวงแนวอินดี้ อาทิ Safe Planet, Zweed ‘n Roll และ Three Man Down

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

ไม่มีศิลปินอินดี้ไทยยุคนี้คนไหนไม่รู้จัก ห้องซ้อมดนตรี Music Group

แต่ขณะที่ห้องซ้อมดนตรีอื่นๆ ทยอยปิดตัวลงในเวลาอันสั้น อะไรทำให้ที่นี่ดำเนินธุรกิจห้องซ้อมมาได้นานถึงวันนี้ 

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล มันอยู่ในทัศนคติเจ้าของทั้งสองที่รักดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ อยู่ในการให้บริการและความเอาใจใส่ อยู่ในการหยิบยื่นน้ำใจเล็กอย่างขนมหรือผลไม้ อยู่ในบรรยากาศของห้องโถงที่มีโซฟาสีแดงกับเก้าอี้ไม่กี่ตัว อยู่บนเพจเฟสบุ๊กที่มีรูปทุกวงที่มาซ้อมพร้อมแคปชันที่คิดขึ้นมาให้โดยเฉพาะ อยู่ในบทสนทนาคนดนตรีที่เกิดขึ้นในห้องแถวขนาดสองคูหาตลอด 30 กว่าปี

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

Music Group เป็นมากกว่าห้องซ้อม ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นมากกว่าธุรกิจ แต่ผันตัวเป็นคอมมูนิตี้ที่เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวงการต่อไปได้

“ธุรกิจอยู่รอดเพราะน้องๆ ถ้าน้องๆ เขามีงาน เราก็มีงาน” 

มันคือการทำธุรกิจแบบเอาใจเขาใส่ใจเรา อาจไม่ได้มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ แต่สามารถเกื้อกูลคนในวงการดนตรีเพื่อเติบโตไปพร้อมๆ กัน

รักครั้งแรก

สันติ ปัญจขันธ์ หรือที่ใครๆ ในวงการดนตรีเรียกว่า พี่ติ เริ่มทำห้องซ้อมแห่งนี้ตอนอายุ 21 ปี ติในตอนนั้นคือนักศึกษาปีสองที่ชอบเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ เขาเล่นกีตาร์ ฝีมือดีจนได้รับโอกาสไปเป็นนักดนตรีแบ็กอัปให้ค่ายใหญ่ๆ อย่างแกรมมี่ คีตา และอาร์เอส 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

ชีวิตนักดนตรีครึ่งหนึ่งอยู่ที่ห้องซ้อม และห้องซ้อมดนตรี Music Group ก็เป็นเหมือนบ้านอีกหลังของเขาในเวลานั้น

“สมัยก่อนไม่ค่อยมีห้องซ้อมหรอก มีน้อย ไม่น่าจะถึงสิบที่ด้วยซ้ำ ส่วนมากเป็นแบบนี้ พอเปิดมาสักแป๊บจะไปซ้อมอีกทีห้องปิดไปแล้ว จนมาเจอที่นี่ซึ่งตอนนั้นเป็นของพี่ นราธิป กาญจนวัฒน์ วงชาตรี เราก็เลยมาซ้อมประจำ เพราะชอบบรรยากาศ ยุคนั้นดารา นักดนตรี อยู่แฟลตข้างบนเยอะมาก ทั้งแมว จิระศักดิ์, เคน วง Zeal หรือศิลปินแกรมมี่ก็มีมาก อาหารก็เยอะ”

พี่ตินึกย้อนไปถึงเมื่อ 30 กว่าปีก่อน

“วันหนึ่งมีข่าวว่าพี่นราธิปจะไปบวช เขาจะขายกิจการห้องซ้อมต่อหลังจากทำมาสี่ปีในราคาล้านห้าหรือล้านหกนี่แหละ เราเลยไปคุยกับพ่อว่าอยากรับช่วงต่อ ตอนแรกพ่อจะเอาเงินก้อนนี้ไปซื้อตึกสี่ชั้นแถววังหินให้ เราไม่เอา อยากได้ที่นี่ พอซื้อกิจการมา เราก็จ้างคนมาดูเลย ส่วนตัวเองไปเล่นดนตรี ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก เรื่องทำเงินนี่ไม่ได้คิดเลย คิดแค่ว่าจะได้มีที่ซ้อมกับเพื่อน แบบกูอยู่ห้องซ้อม น่าจะมันกว่าอยู่บ้าน กะมานอนนี่เลย”

เขาหัวเราะพร้อมเล่าต่อว่า ทีแรกคิดว่าจะทำแค่ 3 – 4 ปีแล้วก็เลิก จนได้เจอกับ กันตา แซ่ตั้ง หรือ พี่นา ของน้องๆ ศิลปิน

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

มาลองดูสักที

ลองนึกภาพห้องซ้อมขนาด 2 คูหาที่มักจะมีศิลปินมากหน้าหลายตาอยู่ทั้งด้านในและด้านนอก บนโต๊ะมีขนมปังและผลไม้ที่พี่นาเตรียมไว้ให้ในบางวัน ส่วนพี่ติเดินเข้าเดินออกคอยอำนวยความสะดวกเรื่องเทคนิคและอุปกรณ์ หรือบางคืนก็กลายเป็นผู้ให้คำปรึกษาเรื่องหัวใจของศิลปินที่มาซ้อม

ย้อนไปเมื่อ 34 ปีก่อน ห้องซ้อมดนตรี Music Group ไม่ได้มีบรรยากาศเป็นกันเองแบบนี้ คนที่จ้างมาดูแลกิจการของพวกเขาได้ไม่ทั่วถึง และพวกเขาเองก็ยังไม่ได้ทุ่มเทกับมันมากพอ 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

พี่นาเข้ามาช่วยหลังจากเริ่มกิจการไปได้ 10 ปี แม้ไม่ได้ปรับปรุงอุปกรณ์ใดๆ แต่ก็ทำให้ห้องซ้อมแห่งนี้อบอุ่นยิ่งขึ้น

“ซื้อมายังไงก็อยู่อย่างนั้น แต่พอมาดูเอง เราเข้าถึงน้องๆ ศิลปินที่มาซ้อมได้มากกว่า บรรยากาศมันเลยสบายๆ กว่า เวลามีอะไร เขาจะมาบอก”

พี่นาบริหารห้องซ้อมเป็นหลักต่อมาอีก 10 ปี จนเมื่อ 14 ปีก่อน พี่ติตัดสินใจเลิกเล่นดนตรี และหันกลับมามองกิจการที่พ่อซื้อไว้ให้ตั้งแต่สมัยวัยรุ่น พร้อมบอกกับตัวเองว่าขอตั้งใจดูแลห้องซ้อมเองสักตั้ง

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

“เราค่อยๆ ไล่เปลี่ยนเครื่องดนตรีและอุปกรณ์ที่ใช้การไม่ดีหรือล้าสมัยก่อน ของบางอย่างก็ได้น้องๆ ที่มาซ้อมแนะนำ เหมือนเราไปกินข้าว ลูกค้ามาบอกว่าร้านนี้มันจังค่ะ เค็มจังค่ะ เราก็ค่อยๆ ลด แต่ถ้าอันไหนเรารู้ เราก็เปลี่ยนเลย เพราะเราเล่นดนตรีมา แม้จะเข้ากรุไปเยอะแล้ว”

ใจเขาใจเรา

เบิร์ด ธงไชย, บิลลี่ โอแกน, อำพล ลำพูน, เท่ห์ อุเทน, สุรชัย สมบัติเจริญ, อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง, คริสติน่า อากีลาร์, Smile Buffalo, เป้ ไฮร็อก, อิทธิ พลางกูร, แหวน ฐิติมา, นันทิดา แก้วบัวสาย, ต้อม เรนโบว์, เจ เจตริน รวมถึงวงอินดี้ยุคใหม่ที่กำลังมีชื่อเสียงมากในตอนนี้อย่าง Safe Planet, Zweed ‘n Roll และ Three Man Down คือส่วนหนึ่งของลิสต์รายชื่อศิลปินที่เคยมาใช้บริการที่นี่

“เวลาเบิร์ดมานี่ออกไปไม่ได้เลยนะ คนมามุงรอเต็มเลย ตอนนั้นกำลังดังที่เล่นละคร คู่กรรม สุดท้ายต้องออกข้างหลัง หลิว เต๋อหัว ก็เคยมาที่นี่นะ เขามาหาคริสติน่า ตัวจริงโคตรหล่อเลย เท่มาก ในหนังว่าหล่อแล้ว ตัวจริงหล่อกว่า เขาเคยมานั่งคุยกับคริสติน่าตรงที่เรานั่งกันอยู่เนี่ย คนนี้ก็ออกไม่ได้เหมือนกัน ต้องให้รถไปรับข้างหลัง”

พี่ติหัวเราะ

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

ราคาห้องซ้อมต่อชั่วโมงเมื่อ 30 ปีก่อนคือ 100 บาท ส่วนตอนนี้มี 3 ราคาตามขนาดห้อง เริ่มจาก 250, 280 และ 300 ถือว่าเพิ่มขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพอื่นๆ

“มีน้องๆ เล่าว่าไปซ้อมที่อื่นมา เครื่องไม่ดีคิดชั่วโมงละสี่ร้อย บางทีเราก็อยากขึ้นบ้างเหมือนกันนะ”

“แต่ไม่ขึ้นเพราะเกรงใจน้องๆ” พี่นาเสริม “เรามักได้อยู่ในเหตุการณ์ที่เขารวมเงินกันจ่ายค่าห้อง เหตุการณ์เหมือนจะทะเลาะกันอยู่แล้ว ‘กูไม่มีค่ารถกลับบ้านแล้วนะ’ บางทีตอนจ่ายตังค์ หารกันเรียบร้อย มักมีคนไม่เหลือเงิน ต้องยอมเดินกลับบ้าน บางครั้งเราต้องให้ค่ารถคืนไปด้วย คือเก็บค่าห้องมาก่อน แล้วค่อยให้ค่ารถกลับไป

“บางทีเขาไม่เหลือตังค์กินข้าว เราเลยมีขนมปังปอนด์ซื้อติดไว้ ใครหิวก็รองท้องไปก่อน อย่างวง Three Man Down ชอบกล้วยน้ำว้าของเรามาก”

พี่น้อง

เพราะดูแลกันอย่างครอบครัว เราเลยไม่ได้ยินพี่ติและพี่นาเรียกศิลปินที่มาซ้อมว่าลูกค้า แต่จะเรียกว่า ‘น้องๆ’

“ยิ่งเขาเรียกเราพี่ด้วย ยิ่งดีใจ” พี่นายิ้ม

“เราต้อนรับกันแบบสบายๆ ดูแลเหมือนครอบครัว ถ้าหิวมาบอก ถ้าไม่สบายก็บอก ถ้านอนได้นี่ให้นอนแล้ว แต่มันไม่มีที่ มันเป็นนิสัยของเราอยู่แล้ว ตั้งแต่มีลูกของตัวเอง จากที่ชอบดูแคนอื่นอยู่แล้วก็คูณเข้าไปอีก ส่วนพี่ติ เด็กๆ จะชอบคุยกับเขา ปรึกษาเขา” 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

“อกหักมาก็มีนะ โอ้โห บางทีเห็นแล้วสงสาร เมื่อก่อนมีแต่วงอาชีพมาซ้อม เราเคยขายเบียร์ น้องมันอกหักก็มานั่งดื่ม แล้วก็กลับไป ลืมจ่ายค่าเบียร์ เราก็ไม่กล้าทวง โทรไปหาพี่นา ‘พี่นา น้องมันดื่มเบียร์เราไปตั้งหลายขวด แต่ไม่กล้าทวงตังค์มันว่ะ’ งั้นไม่เป็นไรละกัน”

แม้จะทำกันสองคน แต่พี่ติและพี่นาเป็นเจ้าของกิจการที่ยินดีขับรถน้องๆ ที่มาซ้อมไปหาที่จอดให้ หรือนั่งไปเป็นด้วยถ้าที่จอดอยู่ไกล ซักฟองน้ำหุ้มไมโครโฟนที่ใช้แล้วทุกครั้ง นั่งคุยเป็นเพื่อนคนที่มารอแฟน รอเพื่อนซ้อมดนตรี พร้อมแบ่งขนมผลไม้ให้ทาน เวลาอุปกรณ์ชำรุด พี่ติจะออกไปซื้อมาเปลี่ยนทันที และถ้าน้องๆ คนไหนบ่นว่าอยากกินอะไร พี่นาจะจำได้แล้วซื้อมาฝากเมื่อมีโอกาส 

ความเอาใจใส่คือจุดเด่นข้อแรกของที่นี่

ส่วนจุดเด่นข้อที่สอง คือไม่เคยปิด เว้นแต่ไม่มีคนจองมาซ้อม ประตูของ Music Group พร้อมเปิดอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นช่วงปีใหม่ สงกรานต์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ เพราะเข้าใจหัวอกศิลปินที่ต้องซ้อมดนตรีเพื่อไปเล่นงานเทศกาล

และจุดเด่นข้อที่ 3 อยู่บนเพจเฟซบุ๊ก ห้องซ้อมดนตรี Music Group พื้นที่ที่เต็มไปด้วยรูปถ่ายวงดนตรีเฉียดหลักหมื่น มีทั้งวงดนตรีนักเรียน วงดนตรีนอกกระแส ถึงวงดนตรียอดเกือบร้อยล้านวิว พี่ติถ่ายรูปและโพสต์รูปทุกวงที่มาซ้อม เขาจะเข้าไปถ่ายรูปช่วง 5 นาทีก่อนเวลาหมด พร้อมคิดแคปชันที่บางทีก็เท่ บางทีก็เปรี้ยว บางทีอ่านแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า ‘คิดได้ไง’

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“รักจริงจากใจไม่ให้ใครทุกคน เราไร้กังวล บนถนนสายโลกันย์ FOLK9”
MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“ใจพี่เหมือนดวงดาว บางครั้งแวววาว บางคราวก็วาววับ Zweed n’ Roll”

จากที่เคยทำเพื่อบันทึกเก็บไว้และโปรโมตกิจการไปในตัว กลายเป็นประเพณีประจำห้องซ้อมที่เลื่องลือในวงการดนตรียุคใหม่ และเป็นสิ่งที่คนมาซ้อมตั้งตารอไปโดยอัตโนมัติ

“ถ้าเราเป็นคนเขียนแคปชันก็จะเสร่อๆ หน่อย แบบ ‘ยินดีต้อนรับ’ ถ้าเป็นพี่ติลง เวลาคิดไม่ออกเขาจะหันมาหาพี่ แต่พอพี่พูดไปเขามักจะส่ายหน้าบอกไม่เอา อย่างหนูนั่งกันตรงนี้ ถ้าถ่ายรูป เขาจะดูรูปก่อน แล้วถึงคิดแคปชันออกมาได้ 

“มีรูปของ ว่าน วง Mattnimare ตอนเขามาซื้อสายกีตาร์ พี่ติอยู่เชียงราย พี่ก็ถ่ายรูปเขาแล้วส่งให้พี่ติ เขาก็คิดนาน ไม่รู้จะตั้งแคปชันว่าอะไร เอาไว้ก่อนแล้วกัน ผ่านไปเกือบปีเป็นช่วง COVID-19 พอดี เปิดรูปเก่าๆ ของน้องๆ ที่มาก็เจอรูปนี้ แล้วคิดแคปชันได้ ก็เลยลง”

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“สามร้อยหกสิบห้าวันเท่ากับหนึ่งปี แฟนคลับเขารู้ดี นักดนตรีหล่อใจดีมีคุณธรรม THREE MAN DOWN”
MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
“เล่นดนตรีสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้นักดนตรีโคตรเท่ (ภาค8) KUNST”

พึ่งพาอาศัย

เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ ที่ดำเนินการมานานหลักสิบปี ห้องซ้อมแห่งนี้ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจมาหลายครั้ง ทั้งน้ำท่วม พ.ศ. 2554 ม็อบเสื้อเหลืองเสื้อแดง และล่าสุดคือการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ด้วยความเป็นแค่ธุรกิจเล็กๆ ที่บริหารกันเอง สิ่งที่พวกเขาทำได้ในช่วงวิกฤตคือการคืนเงินมัดจำค่าห้องให้ศิลปินที่จองมาทั้งหมด มันอาจจะไม่ใช่เรื่องยิ่งใหญ่ แต่แสดงถึงน้ำใจและความรักที่มีต่อคนในวงการดนตรี

“ถ้าน้องมีงานเล่น ห้องซ้อมก็คนเยอะไปด้วย บางคนไม่ยอมรับเงินมัดจำคืน ก็จะบอกให้ทวงตอนมาซ้อมคราวหน้า 

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down
MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

“ส่วนหนึ่งที่ธุรกิจมันอยู่รอดเพราะน้องๆ ที่มาซ้อมเขาบอกต่อๆ พาเพื่อนมาเรื่อยๆ อย่างยุคอินดี้หลังๆ เริ่มจาก แอ๊ป Matimare พาซุงมาซ้อม ซุงก็พาพัค Jelly Rocket มา พัคพายี่กับดอยมาเป็น Back Up ยี่กับดอยเขาก็พาวง Safe Planet ของตัวเองมาซ้อม พอปูนที่เล่นกีตาร์ให้ Safe Planet มาซ้อมก็ไปพา Zweed ‘n Roll มาอีก มันเป็นทอดๆ กัน แต่มีหลายสาย

“พอมีวิกฤต ธุรกิจเราซบเซาเพราะงานของน้องๆ โดนยกเลิก ทุกคนเจอเหมือนกันหมด เราอยู่ได้เพราะเขา พอเขามีงานอะไร เราก็อยากอุดหนุนกลับไป อย่างเวลาเขาทำเสื้อวงกัน เราจะซื้อเก็บไว้สองสามตัว ลูกสาวก็ซื้อเยอะ เขาไม่รู้หรอกว่ามีวงอะไรมาซ้อมบ้าง พอเราบอกเขา เขาก็จะซื้อเสื้อมา หลายครั้งได้เสื้อมาก่อนแล้วค่อยไปลองฟังเพลงทีหลัง”

นั่นคือเหตุผลที่พี่นาไปดูคอนเสิร์ตกับลูกทุกครั้งที่มีโอกาส และพี่ติใส่เสื้อของวงดนตรีอยู่เสมอ (วันนี้ใส่ของ Fluffypak) พวกเขาไม่ได้มองว่า ห้องซ้อมดนตรี Music Group เป็นธุรกิจที่ต้องได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ แต่เป็นฟันเฟืองหนึ่งของวงการดนตรีที่พวกเขารักและอยากจะขับเคลื่อนมันต่อไป

คนดนตรี

ห้องซ้อมวันนี้ใกล้เคียงกับคำว่า อุดมคติ เป็นห้องซ้อมแบบที่พี่ติและพี่นาในวัยเลขสองที่ใช้ชีวิตอยู่ในวงดนตรีตามหา มันเติบโตไปเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักดนตรีที่ทำให้คนจากหลายๆ ที่มาเจอกัน แลกเปลี่ยนความคิด และหลายครั้งก็จุดประกายให้เกิดโปรเจกต์ใหม่ๆ โดยมีพี่ติกับพี่นาคอยอำนวยความสะดวกอยู่ข้างหลัง

ความสุขของทั้งคู่คือการได้เห็นภาพเหล่านั้น

“บางทีน้องก็คุยกัน บางทีก็ด่ากัน เรามีความสุขที่ได้เห็นบรรยากาศแบบนั้น แต่จะบอกน้องๆ ตลอดว่าให้เลือกห้องซ้อมจากความสะดวกก่อน เดี๋ยวนี้มันมีหลายที่ ใครสะดวกแถวไหนก็ไปแถวนั้น มีน้องหลายคนมาขอโทษ บอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้มานะพี่ ผมซ้อมแถวบ้าน ก็ไม่เป็นไร ไม่ต้องดั้นด้นมาถึงนี่หรอก เพราะสุดท้ายห้องซ้อมก็ต้องช่วยๆ กัน เชื่อเปล่าว่าช่วงเทศกาล ห้องซ้อมดนตรีมีไม่พอกับวงนะ ยิ่งสมัยนี้วงเยอะมาก ก็ถ้าห้องซ้อมนั้นเต็ม ค่อยมาที่นี่”

“ดีใจที่เต็มแล้วมามากกว่า” พี่นายิ้มให้พี่ติแล้วบทสนทนาก็จบลงตรงนั้น

MusicGroup ห้องซ้อมดนตรีในตำนานที่เป็นที่รักมา 34 ปี ตั้งแต่เบิร์ด ธงไชย ถึง Three Man Down

Lesson Learned 

“ทำอะไรต้องใจเย็นๆ ใจเย็นๆ กับทุกอย่าง ทั้งการพูด การกระทำ การคิด หรือการทำธุรกิจ จะตัดสินใจลงทุนอะไรต้องใช้เวลา อย่างวิกฤต COVID-19 ก็ต้องอาศัยความใจเย็นเยอะ คนไม่มาซ้อมไม่เป็นไร เขาก็ลำบากเหมือนกัน กลับมาแก้ปัญหา ทำในสิ่งที่ทำได้”

Writer

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

ความงามที่ซ่อนอยู่ภายในจะสำคัญอะไรถ้ามันสวยแต่ไม่สบาย

ผู้เขียนพยายามแล้วที่จะหาคำขึ้นต้นเท่ๆ แต่ใจร้อนค่ะ เรื่องราวด้านล่างสนุกเกินกว่าจะเกริ่นเล่า ชุดชั้นในที่มีจุดเริ่มต้นจากช่างตัดเสื้อที่แพ้ผ้าเส้นใยสังเคราะห์ บวกกับการตัดเย็บแบบโบราณ ทั้งแบบทรงน่ารักจนอยากจะใส่เป็นเสื้อด้านนอก

ออกจะเขินๆ ที่ The Entrepreneur จะพาคุณมารู้จักแบรนด์ชุดชั้นในแบรนด์ไทยน่ารักแบรนด์หนึ่ง ซึ่งต่อให้คุณเป็นผู้ชายที่แอบหลงหรือตั้งใจเข้ามาอ่าน เราก็ ‘ยังอยาก’ แนะนำให้คุณรู้จัก Younglek Under (ยังเล็ก) แบรนด์ชุดชั้นในสุดคราฟต์ของ เล็ก-ภัทรสิริ อภิชิต และคุณแม่ อยู่ดี ทั้งเรื่องราวแนวคิดการทำงานที่รักและความมุ่งมั่นสร้างสิ่งใหม่ๆ แบบที่ Younglek ตั้งใจ

และจะน่ารักมากหากคุณผู้ชายที่อ่านอยู่ ใช่ค่ะ คุณนั่นแหละจะหันไปทางไหน อ่านแล้วกดส่งลิงก์บทความนี้ให้แม่ น้องสาว หรือแฟนสาว ของคุณด้วย ซื้อไปเซอร์ไพรส์ก็ได้นะคะ เราไม่บอกใครหรอก

ยังเล็ก

ยังเล็ก

เริ่ม-ยังเล็ก

ด้วยพื้นฐานที่เป็นนักเรียนออกแบบและทำงานกองบรรณาธิการนิตยสารมากว่า 10 ปี ทำให้เล็กมีนิสัยชอบทำอะไรแปลกใหม่ไม่ซ้ำกับที่เคยมีในตลาด

จึงมาลงเอยที่ชุดชั้นใน เพราะเสื้อผ้าเป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่เธอสนใจตั้งแต่เด็กเพราะคุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าทั่วไปแล้วท่านยังเคยรับตัดเย็บชุดชั้นใน เนื่องจากสมัยก่อนไม่มีชุดชั้นในสำเร็จรูปขายแบบในปัจจุบัน ประกอบกับเมื่ออายุมากขึ้นแม่พบว่ามีอาการแพ้ผ้าเส้นใยอีลาสติก (Elastic Fiber) เส้นใยไนลอน (Nylon) จึงเป็นที่มาของการตัดชุดชั้นในใส่เอง

“เริ่มจากเรารู้สึกว่าชุดชั้นในผ้าสังเคราะห์ที่ใช้อยู่ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ยิ่งเราต้องทำงานอยู่บ้านเป็นหลัก ไม่ได้อยู่ในห้องแอร์เย็นสบาย จึงปรึกษาแม่และให้ท่านทำขึ้นมาให้เราลองใส่ก่อน

“แต่ไหนแต่ไรมาเราพบว่าเราไม่ค่อยเจอเสื้อชั้นในแบบที่ถูกใจในท้องตลาด เพราะมักจะมุ่งเน้นสัดส่วนหรือความสวยงามคนละแบบกับที่มองหา ส่วนตัวเราชอบสไตล์โบราณและเก็บสะสมภาพชุดชั้นในโบราณอยู่แล้ว พอมีโอกาสเราก็รู้สึกอยากทำสิ่งนี้ อาจจะมีคนที่ชอบสไตล์วินเทจโบราณ มีคนที่แพ้ผ้าเส้นใยพลาสติกเหมือนกัน หรือมองหาความสบายแบบที่เรามองหา”

เราถามเล็กถึงภาพชุดชั้นในโบราณแบบที่เธอชอบว่าใช่แบบลูกไม้ระบายอย่างที่เรานึกภาพอยู่ตอนนี้หรือเปล่า โชคดีที่เธอบรรยายแบบทรงฝรั่งเศสให้เราฟัง ก่อนจะแอบคิดตามแล้วยืดหลังตรงไหล่ตั้ง

“จะเป็นทรงแบบฝรั่งเศส ผ้าลินินสีขาวมีลูกไม้ประดับริมบ้าง ใช้เชือกรัดแทนยางยืด เป็นยุคที่ผู้หญิงยังใส่กระโปรงสุ่มและกางเกงชั้นในยังเป็นแบบยาว แต่ก็คิดแล้วว่าทำจริงคงจะยาก ในช่วงเริ่มต้นจึงคิดแบบทรงที่คนจะเข้าถึงได้ง่ายกว่า เหมาะกับการใช้งานและรสนิยมที่พอจะเป็นปัจจุบัน”

Younglek เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเล็กกับแม่ โดยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่พบเห็นและสิ่งที่ชอบแล้วทดลองออกมาเป็นทรงแบบต่างๆ อย่างการใช้เทคนิคเย็บแบบสามมิติที่ใส่แล้วเข้ากับรูปร่างของคนมากกว่า

“ตอนแรกเราก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะลงมือเย็บเองเลย แต่ความจริงมันยากมาก มันมีส่วนที่ต้องการความละเอียดในการตัดเย็บชุดชั้นใน จึงให้ช่างที่ทำงานเย็บเสื้อกับแม่อย่างยาวนานช่วยเรื่องเย็บให้ โดยกระบวนการเริ่มจากแม่เป็นคนทำแพตเทิร์นและตัด ก่อนจะส่งต่อให้ช่างเย็บซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้จักรเย็บปกติ ไม่ได้โบราณถึงขนาดใช้มือ”

อย่างที่เราคิดไว้ การเย็บเสื้อชั้นในเป็นงานละเอียด ใช้เวลานานกว่าเย็บเสื้อธรรมดาอีก

ยังเล็ก มาหลงรัก Younglek Under ชุดชั้นในคราฟต์และการตัดเย็บแบบวินเทจ

เล็ก-พิเศษ-ไม่ยำ-ไม่งอก

ความแตกต่างระหว่าง Younglek กับชุดชั้นในสำเร็จรูป คือการใช้เทคโนโลยีในการผลิตผ้า ซึ่งทำให้ผ้ายืดหยุ่นไปกับรูปร่างที่แตกต่างกัน

เมื่อ Younglek ตั้งโจทย์ว่าจะใช้ผ้าเส้นใยธรรมชาติแทนผ้าเส้นใยสังเคราะห์ เล็กและแม่จึงต้องย้อนกลับมาดูแพตเทิร์นและกระบวนการตัดเย็บว่าทำอย่างไรให้ผ้าที่ไม่ยืดใส่แล้วสบาย ซึ่งไม่ง่ายอย่างที่คิด ทั้งยังมีเรื่องขนาดของชุดชั้นในที่มีทั้ง S M L ต่างจากแต่ก่อนที่จะวัดตัวตัดให้พอดีกับแต่ละคน

“เราฝันอยากทำชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคน เราเชื่อในการเคารพรูปร่างและส่วนโค้งเว้าของตัวเอง แต่พอมาทำจริงๆ แล้วถึงรู้ว่าชุดชั้นในมีรายละเอียดกว่าที่เราคิดเยอะมากๆ (เสียงไม้ยมกอีกประมาณ 6 ตัว) เพราะฉะนั้นเราคงต้องเริ่มไปทีละก้าวจริงๆ เราคงยังไม่สามารถไปถึงการเป็นชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงทุกคนได้ในเร็ววัน

“แบบแรกๆ ที่เราทำออกมาอาจจะยังไม่ตอบโจทย์คนทุกรูปร่าง บางครั้งไม่ใช่เรื่องของรูปร่างด้วย เป็นเรื่องของทัศนคติ พอได้ทำเอง ไปขายเอง ไปเจอลูกค้า ทำให้เราเจอคนที่อาจจะไม่เหมือนเราเลยแต่ก็ชอบสิ่งที่เราทำ บางคนก็เข้ามาถามว่านี่ชุดว่ายน้ำหรือเปล่า เพราะคนจะไม่ชินกับชุดชั้นในที่มีลวดลายหรือรูปทรงแบบนี้”

นอกจากความสบาย เราถามเล็กถึงความรู้สึกของการลองใส่ชุดชั้นใน Younglek ในวันที่เธอค้นพบแบบทรงที่ใช่

“พอเราชอบอะไรที่วินเทจ เราก็จะรู้สึกมีความสุขที่ได้เห็นตัวเองในกระจกด้วยชุดแบบที่เราอยากใส่และยิ่งใส่สบาย ปกติกางเกงชั้นในสำเร็จรูปผ้ายืดมันก็จะแนบพอดี แต่ทรงของเราไม่ใช่แบบนั้น มันจะมีความพองๆ ซึ่งเราใส่แล้วเราชอบตัวเองในกระจกมากๆ มันน่ารัก”

สารภาพว่า จังหวะที่ได้ยินเล็กพูดถึงภาพในหัวตอนนี้ ทำเอาเรากรี๊ดตามในใจ ยากเหลือเกินค่ะที่จะถ่ายทอดออกมาให้คุณผู้อ่านเข้าใจได้ เพราะสำหรับสาวหัวใจวินเทจแล้ว เวลาเราเจอความวินเทจที่ตามหามานาน คำว่าน่ารักของเราที่ออกจากปากมันอธิบายยากเหลือเกิน แต่แน่ล่ะ มันไม่ใช่ความน่ารักที่แค่น่ารัก แต่เป็นน่ารักที่มีไม้ยมกในท่อนสร้อย (น่ารักมากๆ ว่างั้น) ใช่แล้ว น่ารักมากๆ

ยังเล็ก ยังเล็ก

Under and Easy Wear

พักชมสิ่งที่น่าสนใจสักครู่ ถึงเวลาขายของแล้วคุณผู้ชม

โดยสรุปแล้วสินค้าของ Younglek มีอะไรบ้าง

“เราเริ่มจากเอาตัวเองเป็นหลัก อย่างเราอยู่บ้านมากกว่าออกไปข้างนอก เราก็อยากที่จะอยู่บ้านอย่างสบายที่สุด และในความสบายนั้นเราก็อยากสวยงามน่าใช้ด้วย เลยกำหนดไว้คร่าวๆ ว่าเป็น under and easy wear นั่นคือมีทั้ง underwear เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน และ easy wear ที่ทำเป็นกางเกงขาสั้นใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง”

สินค้าชุดแรกของ Younglek เป็นกางเกงชั้นในอย่างเดียว ซึ่งทำให้เล็กมีเวลาเตรียมตัวสต็อกสินค้าไว้ก่อนระยะหนึ่ง แต่พอเริ่มทำเสื้อชั้นในซึ่งเธอมีช่างเย็บคนเดียว เพราะฉะนั้นการทำสต็อกเป็นเรื่องไม่ง่าย จึงเป็นการสั่งล่วงหน้า แต่วิธีการนี้มีข้อดี คือลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าอยากได้ผ้าลายไหน แบบทรงไหน พร้อมขนาดของตัวเองซึ่ง Younglek เข้าใจดีถึงความหลากหลายระหว่างสัดส่วนของร่างกายด้านบนและล่าง คนที่ข้างบนไซส์ M ข้างล่างอาจจะเป็นไซส์ S ดังนั้นการผลิตตามลูกค้าสั่งจะช่วยจัดการเรื่องนี้เพียงแต่ต้องใช้เวลารอ

“เราไม่อยากสนับสนุนการผลิตเยอะๆ เพื่อเหลือออกมาเป็นเศษทิ้งขว้างไม่มีค่าและค่าแรงในโรงงานก็ถูกมาก แต่ของ Younglek นอกจากค่าแรงที่สมเหตุสมผลแล้ว เราเรียกช่างเย็บว่าพี่ทุกคน เพราะเห็นเขามาตั้งแต่เรายังเด็ก เราอยากให้ทุกคนรู้สึกดีกับการทำงานด้วยกัน พอเขารู้ว่าเราจะทำแบรนด์ชุดชั้นในเขาก็ตื่นเต้นไปด้วย สิ่งนี้เป็นเหมือนงานทดลองความฝันของการมีแบรนด์ของตัวเองแบบที่เราชอบ งานที่พัฒนาผลิตภัณฑ์เราจะทำได้หรือเปล่า ซึ่งเสียงตอบรับถือว่าโอเคทั้งๆ ที่มันอาจจะแปลกใหม่สำหรับคนทั่วไป”

ยังเล็ก ยังเล็ก

I’m Not A Girl, Not Yet A Women

เราถามเล็กว่า Younglek ของเธอจะเป็นอย่างไรเมื่อโตขึ้น

“เราทำแบรนด์นี้จากความสนใจส่วนตัว โดยที่ไม่ได้มองว่าแบรนด์ยังเล็กจะต้องความสำเร็จในเวลาอันสั้นนี้ เราทำเพราะเราอยู่กับมัน เราทำเพราะเราใช้เอง ไม่อยากจะเร่งว่าเราต้องเป็นที่รู้จักหรือคนต้องมาให้ความสนใจแบรนด์เรากันเยอะๆ เพราะเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ เรารู้อยู่แล้วว่าคนที่ชอบแบบเรามีอยู่ไม่เยอะ”

สิ่งหนึ่งที่เล็กคิดถึงและให้ความสำคัญอยู่เสมอคือ เธอไม่สนับสนุนการซื้อและการบริโภคเกินความจำเป็น

“เพราะฉะนั้นเราไม่อยากให้ของของเราเป็นของตามแฟชั่นที่เห็นสวยแล้วก็ซื้อ เราจึงไม่ได้มีแผนการตลาด ไม่กดดันตัวเองว่าต้องมีสินค้าออกมาเยอะๆ ให้คนเลือก เราแค่อยากจะทำ ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองไม่เบื่อสิ่งนี้และทำมันต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่เราจะยังอยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ที่หากเขาต้องการเขาจะมองเห็นเราเสมอ

“เราอยากจะค่อยๆ ทำ ค่อยๆ พัฒนา เพราะเป็นงานที่มีรายละเอียดเยอะมาก และถ้าหากเรากวาดไปกว้างๆ ก่อน เราก็อาจจะทำอะไรไม่ดีเลยสักอย่างเดียว”

เล็กบอกว่า ส่วนหนึ่งที่เธอเลือกจะทำ Younglek ด้วยแนวคิดแบบนี้ เป็นเพราะเธอมีพื้นฐานจากการเรียนออกแบบซึ่งสอนให้เธอตั้งโจทย์แล้วออกแบบสิ่งที่ไปตอบโจทย์นั้น สิ่งที่เล็กทำไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตามที่ผ่านมา ทำหนังสือหรือทำแบรนด์ Younglek ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจากการหาโจทย์ที่น่าสนใจจากช่องว่างที่พบ และมันไม่ได้แค่ที่การออกแบบเท่านั้น แต่ยังผสมผสานกับงาน craft หรืองานทำมือแบบที่เธอสนใจ

“เราเองสนใจงานทำมืออยู่แล้วและเราก็เป็นสื่อด้วย เมื่อมองภาพรวมของวงการในทุกวันนี้ เราพบว่าคนทำงาน craft เยอะขึ้น แต่ว่าทำไมสุดท้ายมันกลายเป็นงานคราฟต์ที่ออกมาเหมือนๆ กันไปหมด อาจเป็นเพราะไม่ได้มีโจทย์ที่แตกต่างแต่แรก พอไม่มีโจทย์ที่แตกต่างของมันก็ออกมาเหมือนกัน

“ในขณะที่เรามองว่าคำว่า craft จริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเรานึกถึงคุณลุงหลายๆ บ้านที่สานตระกร้าหรือเครื่องจักสานสักอย่าง นอกจากขนบวิธีและขั้นตอน เสน่ห์ของงานฝีมือคือคนทำที่ใส่จริตของตัวเองลงไป เช่น ลุงคนนี้ขี้เกียจหน่อย ตัวหวายหรือเส้นตอกก็อาจจะเป็นเส้นใหญ่ๆ ไม่เนี้ยบมาก ออกมาเป็นตระกร้าแบบหนึ่ง ขณะที่ลุงอีกคนเป็นคนละเอียดมาก งานก็จะออกมาอีกแบบหนึ่ง มันไม่มีถูกหรือผิด จะว่าไปอาจเป็นเพราะระบบการศึกษาที่สอนให้เราเคยชินกับการทำให้เหมือนๆ กัน มันก็เลยกลายเป็นว่า ทำงาน craft ก็จริง แต่ไม่ต่างจากงานอุตสาหกรรม เพราะทำออกมาก็เหมือนกันไปหมด ไม่ได้ใส่จริตตัวเองลงไป”

ได้ยินได้ฟังแบบนี้แล้วใครจะทนไหว อยากจะซื้อแล้วใส่เสียตรงนั้น พูดไปก็ขนลุกค่ะ หลังจากตัดสินใจเลือกแบบทรงและสีอยู่เป็นเวลานาน (นานกว่าการพูดคุยเรื่องราวด้านบน) เราก็รับเสื้อและกางเกงชั้นในมาอุปการะ ระหว่างรีบเขียนบทความนี้อยู่ก็ใจอยู่ไม่สุขเลย ลังเลว่าจะถอดเทปหรือถอดเสื้อไปลองชุดชั้นในก่อนดี

ถ้าบทความนี้เป็นภาพยนตร์ ย่อหน้าก่อนก่อนสุดท้ายนี้คงเป็นเหมือนฉากเบื้องหลังผ้าหลุด เอ้ย ภาพหลุด ที่ไม่มีสาระใดๆ เมื่อเทียบกับเนื้อหาบทความทั้งหมด แต่ผู้เขียนก็ยืนยันจะปิดท้ายบรรยากาศไว้อย่างนี้ เพราะมีให้เลือกระหว่าง 4 บรรทัด กับการรีวิวพร้อมภาพ แน่นอนคุณผู้อ่านไม่อยากเห็นตัวเลือกหลังแน่ สวัสดีค่ะ
(จบจริงๆ แล้ว)

ยังเล็ก

ภาพ: Younglek

Rule

  1. รักษาสมดุลชีวิต ด้วยการหากิจกรรมที่พาตัวเองออกมาจากคอมพิวเตอร์ เช่น อบขนมบ้าง เย็บเสื้อตัดเสื้อบ้าง บ่อยครั้งที่กิจกรรมเหล่านี้สร้างสมาธิช่วยให้เราคิดงานออก
  2. ออกกำลังกาย ก่อนหน้านี้เราไม่ชอบทำอะไรเป็นกิจวัตร แต่การเล่นโยคะนี้นอกจากช่วยให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังสอนเรื่องการลดอัตตา จากที่เคยชินกับการเป็นคนเก่งทำทุกอย่าง ในห้องเรียนโยคะเราเป็นนักเรียนที่เรียนอ่อนที่สุด
  3. เวลาจะทำงานอะไรสักอย่าง เราไม่ค่อยคิดว่าทำแล้วจะได้อะไร แต่มักคิดว่าเราจะได้ทำอะไรมากกว่า

    Facebook | younglekUNDER
    Instagram | @younglek.co

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มนูญ ทองนพรัตน์

ชอบไปบ้านคนอื่นแต่ชอบอยู่บ้านตัวเอง ตื่นเต้นกับความคิดของคนที่มีต่อที่อยู่อาศัย เพราะบ่อยครั้งที่เรื่องเล่าถึงเรื่องราวรอบๆ ตัวจะบอกถึงเรื่องจริงที่อยู่ข้างในตัวได้เสมอ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load