The Cloud x Museum Siam

ของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ทุกชิ้นล้วนมีคุณค่าและเรื่องราวซ่อนอยู่มากมาย ภายใต้รูปลักษณ์ที่สร้างสรรค์ด้วยความประณีต ผ่านการใช้งานจนสึกกร่อน บางชิ้นเก็บรักษาด้วยความเคารพ และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย คุณอาจเคยมองข้ามของจัดแสดงบางชิ้นเพราะคิดว่าไม่น่าสนใจ แต่ความเป็นจริงอาจซ่อนไปด้วยเรื่องราวที่ชวนให้ติดตาม 

Take Me Out นี้ เราขออาสาพาไปชม 10 สมบัติล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์ทั้ง 10 แห่งย่านพระนคร พื้นที่ที่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสต์ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมาย แต่ยังมีกลิ่นอายที่หลงเหลือจากอดีตซุกซ่อนตัวอยู่ 

สี่ตำหรับยาหอม ณ บำรุงชาติสาสนายาไทย (บ้านหมอหวาน) 

ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยโบราณที่เพิ่มพลังให้ร่างกาย

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ในอาคารเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลย่านบำรุงเมือง ‘บ้านหมอหวาน’ หรือ ‘บำรุงชาติสาสนายาไทย’ ของหมอหวาน รอดม่วง แพทย์แผนโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในมียาหอมล้ำค่าอยู่ 4 ตำรับ ได้แก่ ยาหอมสว่างภพ ยาหอมประจักร ยาหอมอินทรโอสถ และยาหอมสุรามฤทธิ์ ซึ่งใช้ทองคำเปลวเป็นส่วนผสม ยกเว้นยาหอมสุรามฤทธิ์ที่หุ้มยาทั้งเม็ดด้วยทองคำเปลว ทั้งหมดประกอบด้วยสมุนไพรหลากชนิด นับเป็นสมบัติแห่งชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง

นอกจากเม็ดยาโบราณ สมบัติที่น่าชื่นชมของบ้านหมอหวานคือเจตนารมณ์มุ่งมั่น ที่ต้องการถ่ายทอดมรดกทางภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนให้อยู่คู่กับสังคมไทย

ที่อยู่ : 9 ซอยเทศา ถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : mowaan.com

ภาพสีน้ำมันประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ของขวัญชิ้นสำคัญที่แสดงสัมพันธไมตรีไทย-สหรัฐอเมริกา ในสมัยรัชกาลที่ 4 

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

อดีตที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซ่อนสมบัติสำคัญสิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ คือภาพวาดสีน้ำมัน นายพลยอร์ช วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องราชบรรณาการที่ เทาเซนต์ แฮรีส (Townsend Harris) ทูตชาวสหรัฐฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ พ.ศ. 2399 ภาพนี้วาดโดยเรมบรันต์ พีล (Rembrandt Peale) ศิลปินชาวอเมริกัน ซึ่งวาดไว้ทั้งหมด 76 ภาพ แต่ความพิเศษของภาพวาดนี้ คือเป็นภาพเดียวที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา 

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนนี้มาก จนพระราชทานพระนามพระโอรสองค์หนึ่งว่า ‘ยอร์ชวอชิงตัน’ ตามชื่อของยอร์ช วอชิงตัน และต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระนามให้ใหม่ว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ บวรราโชรสรัตนราชกุมาร ซึ่งทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้าพระองค์สุดท้าย

ที่อยู่ : ชั้น 2 พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

เวลาทำการ : วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์และอังคาร)

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.finearts.go.th/museumbangkok/

โฉนดที่ดินฉบับแรกของไทย ณ พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน

เอกสารสำคัญที่พลิกรูปแบบการจัดสรรที่ดินของไทย

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ในอดีตเกิดการถกเถียงกันหลายครั้งเรื่องกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของผู้ถือครองที่ดิน จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระบรมราชโองการให้สำรวจวัดปักเขตที่ดิน เกิดเป็นโฉนดที่ดินฉบับแรก เพื่อจัดระเบียบในการถือครองกรรมสิทธิ์ ซึ่งหาดูต้นฉบับของจริงได้ที่พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินแห่งนี้ที่เดียว บนโฉนดเลขที่ 1 มีพระนามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ทรงถือกรรมสิทธิ์ ปัจจุบันโอนให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ประชาชนเช่าทำกินได้เท่านั้น ซื้อขายไม่ได้ 

ที่อยู่ : สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ถนนพระพิพิธ แขวงพระราชวัง 

เวลาทำการ : เวลา 09.00 -16.00 น. 

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.dol.go.th/museum

ตำราที่เขียนด้วยลายมือสุนทรภู่ ณ พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดารามวรวิหาร

ลายมือมหากวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

หากพูดถึงวรรณคดีไทยก็คงจะต้องนึกถึง สุนทรภู่ กวีเอกของไทยผู้ประพันธ์กลอน นิราศ นิทาน บทเสภา วรรณกรรม และตำราต่างๆ ที่พัฒนามาเป็นแบบเรียนภาษาไทยที่มีคุณค่าในด้านของมรดกทางภูมิปัญญา 

หลายคนอาจสงสัยว่าครูกวีที่มีบทประพันธ์มากมาย จะมีลายมืออย่างไรเมื่อเขียนบทประพันธ์ แนะนำให้ตามรอยไปดูที่พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดารามวรวิหาร ภายในห้องแรงบันดาลใจไม่รู้จบ จะพบตำราที่เขียนด้วยลายมือสุนทรภู่ที่เก็บไว้เป็นอย่างดี

ที่อยู่ : ห้องแรงบันดาลใจไม่รู้จบ พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดารามวรวิหาร

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. 

Facebook : Sunthon Phu Museum Wat Thepthidaram พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดาราม

ห้องทำงานอาจารย์ฝรั่ง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี 

ผลงานและร่องรอยการทำงานของบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือ คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) ศิลปินชาวอิตาลีสัญชาติไทย ผู้ก่อตั้งและอาจารย์สอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งภายหลังได้รับการยกฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ‘อาจารย์ฝรั่ง’ เป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานให้กับเหล่าศิลปินระดับแนวหน้าของไทย และเป็นบุคคลที่นักเรียนศิลปะเคารพรักตลอดมา 

พิพิธภัณฑ์ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของลูกศิษย์รุ่นเก่าเพื่อรำลึกถึงคุณความดีของอาจารย์ เดิมเป็นห้องทำงานและสอนหนังสือของอาจารย์ฝรั่ง ภายในมีข้าวของเครื่องใช้ที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ทั้งสมุด ตำราต่าง กระดานดำ รูปปั้น เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เสื้อคลุมของอาจารย์ที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น ชวนให้คิดถึงเมื่อวันที่ยังเป็นห้องเรียน นอกจากนี้ลูกศิษย์ระดับศิลปินแห่งชาติยังนำของใช้ที่อาจารย์เคยได้รับจากอาจารย์ฝรั่ง เช่น แว่นตา กล่องสีน้ำ ไปจนถึงข้าวของสารพัดมาจัดแสดง ทั้งยังมอบผลงานชิ้นเอกให้พิพิธภัณฑ์เล็กๆ แห่งนี้เก็บประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัย 

ที่อยู่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี กรมศิลปากร 

เวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2223 6162

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.finearts.go.th/museumsilpabhirasri

เศียรพระพุทธรูปองค์ยักษ์ ณ หอประติมากรรมต้นแบบ 

ต้นแบบประติมากรรมสำคัญแห่งนครปฐม

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

หอประติมากรรมต้นแบบในรั้วที่ทำการกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากรวังท่าพระ เป็นอดีตโรงปั้นหล่อรูปประติกรรมสำคัญของชาติ ปัจจุบันเป็นหอเก็บงานศิลปะชั้นครู โดยเฉพาะผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี จัดแสดงต้นแบบประติมากรรมที่นำไปใช้ทั่วประเทศ 

ชิ้นงานที่โดดเด่นในพิพิธภัณฑ์นี้ คือเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่จำลองจากพระศรีศากยะทศพลญาณ พระพุทธรูปปางลีลาในจังหวัดนครปฐม ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ และลูกศิษย์ขยายขนาดไว้ให้เป็นตัวอย่างพุทธลักษณะที่งดงามน่าศึกษา

ที่อยู่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี กรมศิลปากร 

เวลาทำการ : 08.30 – 16.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2222 5820

พระนิรันตราย ณ พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พ้นภัยจากขโมยอย่างน่าอัศจรรย์

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

พระนิรันตราย พระพุทธรูปทองคำ ขุดพบที่ชายดงศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี แทนที่จะนำไปหลอมขาย แต่ผู้พบนำทูลเกล้าฯ ถวายแด่รัชกาลที่ 4 จึงนับว่าเป็นเหตุการณ์พ้นภัยครั้งที่ 1 ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานคู่กับพระกริ่งทองคำองค์น้อย ณ หอเสถียรธรรมปริตร ต่อมามีโจรลักลอบเข้าไปโจรกรรมพระกริ่งองค์น้อย แต่ไม่เอาพระนิรันตรายออกมาด้วยทั้งที่วางอยู่คู่กัน เหตุอัศจรรย์ที่พระพุทธรูปโบราณที่พ้นภัยถึง 2 ครั้ง รัชกาลที่ 4 จึงถวายพระนามว่า ‘พระนิรันตราย’

ต่อมาทรงมีพระราชดำริให้หล่อพระพุทธรูปตามแบบพระนิรันตรายที่ทรงสร้างขึ้นใหม่อีก 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่ทรงครองราชย์เพื่อพระราชทานแก่วัดธรรมยุต นับเป็นพระพุทธรูปสำคัญในประวัติศาสตร์ประติมากรรมสงฆ์

ที่อยู่ : พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ 

เวลาทำการ : เปิดวันเสาร์และอาทิตย์ 09.00 – 15.00 น.

ติดต่อ : 08 9441 0488

ชิ้นส่วนต้นลำพูต้นสุดท้าย ณ พิพิธบางลำพู

ความทรงจำสำคัญของชุมชนบางลำพู 

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

สมัยก่อนบริเวณบางลำพูมีต้นลำพูมากมายจนกลายเป็นที่มาของชื่อย่าน ต่อมาเมื่อต้นไม้ค่อยๆ หายไป เหลือต้นสุดท้ายที่ยืนต้นตายเมื่อครั้งเกิดอุทกภัย พ.ศ. 2554 ชาวบางลำพูที่รักและผูกพันกับต้นไม้เก่าแก่จึงนำกิ่งต้นลำพูมาทำเป็นต้นไม้จำลองขนาดใหญ่ จัดแสดงอยู่ในพิพิธบางลำพู พิพิธภัณฑ์สำคัญที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าเก่าแก่ของกรุงเทพฯ เก็บเรื่องราวของชุมชนบางลำพูในอดีตตั้งแต่ต้นยุครัตนโกสินทร์ นิทรรศการที่แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบางลำพู บรรดาช่างทำเครื่องเงินและเครื่องถมที่หาได้ยากในปัจจุบัน 

ที่อยู่ : พิพิธบางลำพู ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม 

เวลาทำการ : 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2281 9828

ข้อมูลเพิ่มเติม : banglamphumuseum.treasury.go.th/

เหรียญกลมแบนรุ่นแรกของไทย ณ พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ 

วิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงเหรียญของไทย

สมัยโบราณชาวสยามใช้เบี้ยหอย เงินพดด้วง และในที่สุดก็ผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นใช้ โดยเหรียญกษาปณ์กลมแบนรุ่นแรกจัดทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ยุคนั้นประเทศไทยเริ่มติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้น จึงต้องปรับรูปแบบเงินตราให้ใช้งานได้ง่าย ทันสมัยและเป็นสากล นับเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของการชาติสยามในการปรับตัวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน

ใครอยากเห็นเงินเหรียญกลมแบนรุ่นแรก ไปชมได้ที่ ‘ห้องกษาปณ์รัตนโกสินทร์’ ชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ ห้องนี้ยังจัดแสดงเงินตราที่ผลิตขึ้นทั้งหมดในยุครัตนโกสินทร์ ตั้งแต่สมัยแรกจนถึงเหรียญที่ใช้ในรัชกาลปัจจุบัน เหมาะกับคนสนใจประวัติศาสตร์เงินตรามากๆ 

ที่อยู่ : ถนนจักรพงษ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 

เวลาทำการ : วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 18.00น. 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://coinmuseum.treasury.go.th

บันไดไร้คาน ณ มิวเซียมสยาม

สถาปัตยกรรมล้ำยุผคเมื่อร้อยปีก่อน

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

สมบัติชิ้นสุดท้ายไม่ได้มีป้ายคำอธิบายบอกเหมือนกับชิ้นอื่นๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้ซ่อนอยู่ในห้องปิดลับของพิพิธภัณฑ์ แต่กลับอยู่ในจุดที่ทุกคนอาจมองข้ามไป เพราะสมบัติชิ้นนี้อยู่เหนือหัวของเราหากยืนอยู่ที่โถงกลางมิวเซียมสยาม

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

บันไดไม้สองชั้นมีความพิเศษตรงที่เป็นบันไดไม่มีคาน อาศัยลูกนอนบันไดยึดกับกำแพงเท่านั้น ถึงแม้ไม่มีคานช่วยรับน้ำหนัก แต่บันไดก็ยังแข็งแรงและเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมโบราณที่สง่างามผ่านกาลเวลาของอดีตตึกที่ทำการกระทรวงพาณิชย์ แสดงถึงการก่อสร้างที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ 

ที่อยู่ : 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2225 2777

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.museumsiam.org


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

18 มิถุนายน 2565
13.13 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

“ศูนย์กลางไชนาทาวน์กรุงเทพฯ อยู่ที่ไหน”

คนยุคนี้คงตอบว่า ‘เยาวราช’ ด้วยความชินชาต่อภาพความพลุกพล่านของท้องถนนอันลานตาไปด้วยรถรา การค้าขาย ผู้คนสัญจรขวักไขว่ใต้ป้ายไฟภาษาจีน

แต่ถ้าเป็นคนยุคเก่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นอาเตี่ย อาม้า คำตอบของเขาอาจเป็น ‘สำเพ็ง’ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ‘ซอยวานิช 1’ ถนนสายแคบที่ทอดขนานแนวลำน้ำเจ้าพระยา เป็นที่ตั้งของธุรกิจการค้าและบ้านช่องของชาวจีน มาพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีใหม่ ซึ่งหมายความว่ามีมาก่อนถนนเยาวราชที่เริ่มตัดใน พ.ศ. 2435 นานถึง 110 ปี

ในช่วงอายุ 130 ปีของเยาวราช กับ 240 ปี ของสำเพ็ง ร้านรวงมากมายเริ่มเปิดกิจการขึ้นในย่านนี้ บางกิจการล้มหายตายจากไปพร้อมกับชีวิตเจ้าของ บางแห่งโยกย้ายไปยังทำเลที่ตั้งใหม่ บ้างปรับเปลี่ยนสินค้าหรือวิธีดำเนินธุรกิจตามความนิยมของสังคมซึ่งแปรผันไป ขณะที่อีกหลายร้านยังตั้งมั่นอยู่ที่เก่า ค้าขายสินค้าดั้งเดิมเพื่อสานต่อตำนานชื่อร้านของปู่ย่าตายายจวบจนวันนี้

คอลัมน์ Take Me Out พาผู้อ่านทุกเพศทุกวัยเจาะเวลาหาอดีตอันเรืองรองของไชนาทาวน์กรุงเทพฯ จากร้านค้าเก่าแก่ทั้ง 7 แห่ง ตามลายแทงของพ่อค้าเชือกผู้เรียกสำเพ็ง-เยาวราชว่า ‘บ้าน’ มาตั้งแต่ลืมตาดูโลก

01
ใจ่หลี

ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

‘แคบ’ คือคำคุณศัพท์คำแรกที่ทุกคนน่าจะนึกเหมือนกันยามเห็นร้านนี้เป็นครั้งแรก

ด้านกว้างซึ่งมีเนื้อที่เพียงให้ผู้ใหญ่เดินผ่านได้ทีละคน หากเดินสวนกันต้องมีฝ่ายหนึ่งเอี้ยวตัวหลบ ทำให้ห้องแถวคูหานี้ครองรางวัลห้องแถวที่แคบที่สุดในย่านสำเพ็งได้อย่างปราศจากคู่ท้าชิง

ใจ่หลี ห้องแถวแคบสุดในสำเพ็งที่ไม่น่าเชื่อว่าขายอุปกรณ์การเกษตรเพียบ

หากมองผ่าน ๆ ตา ห้องแถวชั้นเดียวตรงนี้ดูเหมือนทางเดินระหว่างซอกตึก ซึ่งพบได้ตามย่านตึกแถวทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหลังประตูไม้บานเล็กคู่นี้ถูกใช้เป็นร้านขายด้ามจอบ พลั่ว เสียม อุปกรณ์การเกษตรและก่อสร้างอีกสารพัดชนิด ภายใต้ป้าย ‘ใจ่หลี 再利’ ที่ อากงเซียะโพ่ว แซ่บุ๊ง และ อาม่าฉุ่งฮ้อ แซ่ตั๊ง พากันมาเปิดตั้งแต่ 50 – 60 ปีก่อน

ใครกำลังมองหาจอบ เสียม หรืออุปกรณ์การเกษตรอื่นใด อย่าเพิ่งสบประมาทว่าร้านแคบแค่นี้จะมีของที่คุณต้องการขายหรือ เพราะแม้ด้านหน้าจะดูแคบ แต่ด้านในกลับลึกจนมีพื้นที่จุสินค้าได้เหลือเฟือ 

ดูจากปริมาณสินค้าที่รถส่งของนำมาลงแต่ละเที่ยว ก็การันตีความจิ๋วแต่แจ๋วของร้านนี้ได้ดียิ่งกว่าคำโฆษณาใด ๆ แล้ว

ใจ่หลี

ที่ตั้ง : 625/1 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2222 2438, 08 7806 6732

02
บ้วนฮวด

กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ไม่กี่ช่วงก้าวจากร้านแคบเป็นอันดับหนึ่ง ก็มาถึงร้านแคบเป็นอันดับสอง

‘บ้วนฮวด 萬發’ คือชื่อที่ปรากฏตามป้ายหน้าร้านนี้ อีกหนึ่งร้านห้องแถวที่สร้างขึ้นจากที่ว่างซอกตึก เช่นเดียวกับห้องแถวอีกหลายแห่งในสำเพ็ง-เยาวราช ซึ่งพื้นที่ทุกตารางเมตรมีใช้สอยอย่างจำกัด

บ้วนฮวด กว้างกว่าใจ่หลีนิดหน่อย ขายตะกาวที่ใช้แบกกระสอบ

ข้าวของที่ร้านนี้จำหน่าย ประกอบด้วยอุปกรณ์จำพวกตะกาวหรือตะขอที่มีด้ามจับ มีไว้ใช้เกี่ยวและแบกกระสอบ เป็นเครื่องใช้ที่จำเป็นในย่านนี้ ด้วยเหตุที่ในอดีตริมถนนทรงวาดซึ่งอยู่ถัดไปจากสำเพ็ง มีท่าน้ำที่ใช้ลำเลียงกระสอบข้าว ร้านค้าบนถนนแถวนี้จึงขายพืชผลทางการเกษตรมากมาย 

ตะกาวที่ร้านบ้วนฮวดขายมีหลายขนาด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งาน หากใช้เกี่ยวกระสอบข้าวสารที่มีขนาดใหญ่และหนัก ก็ต้องใช้ตะกาวไซส์ใหญ่แต่สั้น หรือหากจะใช้เกี่ยวกระสอบที่เบาลงมา ก็ต้องใช้ตะกาวยาวที่เหมาะสมกับของที่ใช้ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ เป็นต้น

บ้วนฮวด

ที่ตั้ง : 641 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ไม่แน่นอนเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

โทรศัพท์ : 0 2225 1526

03
ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ร้านคนจีนขายยาไทย

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

ประมาณ 50 ปีก่อน สำเพ็งในสมัยนั้นเป็นย่านที่ใครพูดภาษาไทยจะกลายเป็นต่างด้าวในความรู้สึกของคนในพื้นที่ไปทันตา ถึงอย่างนั้นซอยวานิช 1 ก็ยังมีร้านขายยาไทย (แต่ชื่อจีน) อยู่ 1 แห่ง คือร้าน ‘ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่’ ที่ขายทั้งสมุนไพรไทยและจีนในร้านเดียว

ร้านขายยาไทย ฮกสูนติ้ง ตรากระต่ายคู่ ร้านคนจีนขายยาไทย

นอกจากยาไทยแล้ว ห้องแถว 2 ห้องนี้ยังขายเครื่องแกงและเครื่องเทศที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างผักชี ยี่หร่า และขมิ้นชัน เรียกว่าเป็นร้านค้าเก่าแก่เพียงไม่กี่ร้านที่ชาวสำเพ็งในอดีตจะซื้อหายารักษาโรค สมุนไพร และเครื่องเทศเครื่องแกงอย่างคนไทยได้ โดยไม่ต้องย่างกรายไปนอกละแวกบ้านของพวกตน

ร้านขายยาไทย ฮกสูนตึ๊ง ตรากระต่ายคู่

ที่ตั้ง : 531-533 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2221 2426

04
ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ห้างร้านที่พบได้มากที่สุดในสำเพ็งยุคเก่า ได้แก่ ร้านขายยาจีนและร้านโพยก๊วน กิจการทั้งสองอย่างนี้ สะท้อนสิ่งที่ชาวจีนโพ้นทะเลในไทยให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี กล่าวคือร้านยามีไว้รักษาทุกอาการเจ็บป่วย ขณะที่ร้านโพยก๊วนมีไว้ใช้บริการโอนเงินกลับบ้านเกิดที่เมืองจีน

ตัวอย่าง ‘ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)’ ร้านยาจีนที่จดทะเบียนนิติบุคคลมาตั้งแต่ พ.ศ. 2504 โดย อากงฮุยจั๊ว แซ่อั๊ง อดีตลูกจ้างร้านไต้อันตึ๊ง ร้านขายยารุ่นเก่าที่มีมาตั้งแต่สมัย ดร.ซุน ยัตเซ็น เดินทางเยือนสยามประเทศเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง) ร้านยาจีนที่คงสภาพเดิมไว้เหมือนตอนเปิดกิจการ

ปัจจุบันร้านศิริภัณฑ์โอสถได้รับการสานต่อโดย เภสัชกรหญิงมุกดา หงไพศาล หลานสาวผู้ก่อตั้ง วันเวลาที่ล่วงเลยมานานกว่า 60 ปี นับตั้งแต่วันเริ่มกิจการแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพร้านจากเดิมเลย เพราะที่นี่ยังมีตู้ยาจีนแบบดั้งเดิม ตาชั่งยา รวมถึงยาจีนนานาชนิด ทั้งยาบำรุงและยาต้ม แม้แต่ชื่อยานำเข้าที่ไม่คุ้นหูสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่าง ‘ชวนป๋วยปี่แป่กอ’ และ ‘ชวนป๋วยปี่แป่โหล่ว’ ก็ยังเป็นสินค้าสำคัญประจำร้านที่มีพร้อมให้ลูกค้าซื้อไปบรรเทาอาการเจ็บคอได้ทุกเมื่อ

ศิริภัณฑ์โอสถ (เชี่ยงอันตึ๊ง)

ที่ตั้ง : 466 ซอยวานิช 1 แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.00 – 16.30 น. ปิดทุกวันอาทิตย์

โทรศัพท์ : 0 2222 2502

05
เชี่ยงปู่

ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

เชี่ยงปู่ ร้านผลไม้ผู้บุกเบิกการนำเข้าเกาลัดสู่แผ่นดินไทย

ทะลุซอกซอยจากสำเพ็งมาถึงถนนเยาวราชที่ควันไฟคลุ้งโขมงตลอดสองฝั่งทาง คล้ายจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คืออาณาเขตของรถเข็นและแผงลอยขายเกาลัด

แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเกาลัดที่เดี๋ยวนี้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพากันคั่วขายเป็นล่ำเป็นสัน มีต้นตอมาจากร้าน ‘เชี่ยงปู่’ แผงขายผลไม้อันมีพืชผลนำเข้าอวดโฉมแน่นขนัดที่ปากทางเข้าตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ธนกฤติ อังสุปาลี เจ้าของร้านคนรุ่นใหม่เล่าด้วยความภาคภูมิใจว่า ร้านนี้เปิดมานานกว่า 80 ปีแล้ว โดยการร่วมทุนกันของ 2 หุ้นส่วน ชื่อ เชี่ยงจั๊ว และ หย่งปู่ จึงนำชื่อของทั้งคู่มาผสมคำกันเป็น ‘เชี่ยงปู่ (长富)’ มีความหมายว่า มั่งคั่งยืนยง

แรกเริ่มเดิมที ร้านเชี่ยงปู่เน้นขายแค่ผลไม้นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ลิ้นจี่และแอปเปิล ถือเป็นของขวัญราคาแพงสำหรับคนจีน กระทั่งอากงเชี่ยงจั๊วหัวใส ได้ความคิดว่าจะนำเกาลัดเข้ามาขาย เพื่อให้คนละทิ้งแผ่นดินใหญ่ได้คลายความคิดถึงบ้านเกิด ต่อแต่นั้นมาร้านนี้ก็ได้เป็นผู้นำเทรนด์นำเข้าทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเกาลัด ทั้งเมล็ดเกาลัด เครื่องคั่ว ที่แกะ และนวัตกรรมที่ช่วยถนอมอายุเกาลัดให้มีกินได้ตลอดทั้งปี แทนที่จะออกผลแค่เดือนตุลาคม และเก็บได้แค่ราว 4 เดือนตามธรรมชาติของเกาลัด

เชี่ยงปู่

ที่ตั้ง : 293/1 ถนนเยาวราช ปากซอยเยาวราช 6 (อิสรานุภาพ) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

โทรศัพท์ : 0 2222 2219, 08 9445 4544

06
ลิ่มงี่เฮียง

ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

ตึกแถว 3 ห้องริมถนนเยาวราช จุดที่คึกคักตลอดวัน เป็นที่ตั้งของร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อหมูแปรรูปที่มีอายุกว่า 100 ปี ‘ลิ่มงี่เฮียง 林宜香’ ซึ่งขนานนามตามชื่อของ อากงงี่เฮียง แซ่ลิ้ม ผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของ วาสนา ธนาสุนทรารัตน์ ทายาทรุ่นสามที่ยังเดินหน้าสืบสานตำนานร้านต่อไป

ถ้าหากคุณถวิลหารสชาติอันโอชะของหมูแผ่นบางกรอบ อย่าได้ลังเลที่จะมาเยี่ยมเยือนร้านนี้สักครั้ง เพราะนี่คือร้านแรกที่ริเริ่มทำหมูแผ่นทอดกรอบขายในเมืองไทย ยืนยันได้จากสโลแกนที่มักห้อยท้ายชื่อร้านว่า ‘ลิ่มงี่เฮียง หมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย’

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

บรรจุภัณฑ์ของร้านสวยงามมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะฝากล่องพิมพ์รูปวาด ‘สุพรรณหงส์หน้าพระปรางค์วัดอรุณฯ’ บอกถิ่นที่ตั้งร้าน ในอดีตเคยเป็นของฝากยอดฮิตที่ดังไกลถึงต่างแดน ชนิดที่ชาวต่างชาติ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จำเป็นต้องซื้อเพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาได้เหยียบย่างมาถึงไชนาทาวน์กรุงเทพฯ แล้ว

ในร้านที่หมูหย็อง หมูแผ่น กุนเชียง หมูเส้นกรอบ หมูพริกไทยดำ หมูหวาน หมูทุบ และอีกหลายหมูดูละลานตาจนยากจะไล่เรียงได้หมด สิ่งที่ดึงดูดสายตาลูกค้าผู้มาเยือนร้านลิ่มงี่เฮียงไม่แพ้สินค้าที่ขาย คือความโอ่อ่าของงานตกแต่งที่ฝังตัวอยู่ทั่วทุกมุมห้อง ตั้งแต่เคาน์เตอร์ ตู้โชว์เครื่องลายคราม จนถึงผนังแต่ละด้าน ให้ความรู้สึกราวกับอยู่ในจวนขุนนางจีนโบราณมากกว่าอยู่ในร้านขายของ

ลิ่มงี่เฮียง ต้นตำรับหมูแผ่นสยามประเทศ

งานไม้แกะสลักที่ประดับไว้ในร้านไม่ใช่ของเพิ่งทำใหม่ แต่เป็นของเก่าแก่อายุราว 40 – 50 ปีโดยประมาณ ข้อความภาษาจีนทั้งหมดเขียนอย่างประณีตด้วยลายพู่กัน ไม่ใช่กลอนคู่อวยพรอย่างที่หาอ่านได้ในร้านค้าของคนจีนธรรมดา หากเป็นถ้อยคำโฆษณาสรรพคุณอันโดดเด่นของสินค้าที่ทางร้านจำหน่าย เป็นต้นว่า “ไม่มีเนื้อที่ไม่สดใหม่” หรือ “มอบให้เป็นที่ระลึกร้านขายหมูแผ่นแห่งแรกในประเทศไทย”

ลิ้มงี่เฮียง

ที่ตั้ง : 301 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2221 1389

07
ก๊ำหล่ง

ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

เคลื่อนขบวนจากริมถนนใหญ่มายังซอยอิสรานุภาพ (ตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย) อันเป็นที่ตั้งของตลาดเก่า ซึ่งยังคงวิถีชีวิตเก่า ๆ ของชาวไทยเชื้อสายจีนเมื่อหลายสิบปีก่อนไว้เป็นอย่างดี

กว่าครึ่งหนึ่งของตลาดนี้เคยถูกครอบครองโดยชาวจีนกวางตุ้งที่นิยมเลี้ยงชีพด้วยการขายอาหาร ก่อนที่ชาวกวางตุ้งจะทยอยย้ายร้านออกไป เปิดทางให้ชาวจีนแต้จิ๋วเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่เหลือร้านของชาวกวางตุ้ง แต่กระนั้นมรดกสำคัญซึ่งผู้ประกอบการชาวกวางตุ้งทิ้งไว้ให้ตลาดนี้ คือรสชาติอาหารที่ค่อนข้างหวาน กลมกล่อม ไม่สู้เค็มและจืดอย่างรสมือชาวแต้จิ๋ว

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

‘ก๊ำหล่ง 金隆’ คือประวัติศาสตร์มีชีวิตที่บอกให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ร้านอาหารกวางตุ้งในตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ยมีสภาพเป็นอย่างไร บรรพบุรุษรุ่นแรกเริ่มกิจการร้านนี้มาจากเขตซ้ามยับ (แถบเมืองกว่างโจว) ในมณฑลกวางตุ้งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ปัจจุบันร้านนี้ได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของมาจนถึงรุ่นที่ 4 แล้ว

นี่คือร้านที่ลูกจีนนักจับจ่ายหลายคนชอบนึกถึงในช่วงวันไหว้เจ้า เพราะของที่ร้านนี้จำหน่ายมีพร้อมสรรพทั้งวัตถุดิบและอาหารสำเร็จรูป อาทิ หมูย่าง หมูแดง เป็ดย่าง ไก่ย่าง กานาฉ่าย โปรตีนเกษตร อาหารเจ

เนื่องจากที่นี่เป็นร้านอาหารแห่งสุดท้ายในตลาดที่ยังต้านทานกระแสสังคม โดยการใช้เตาถ่าน ย่างฟืนแบบโบราณ ส่งผลให้กลิ่นเตาถ่านหอมตลบอบอวลอย่างไม่มีวันหาได้จากเตาไฟฟ้า

ก๊ำหล่ง ร้านอาหารกวางตุ้งอายุเกินร้อยปีแห่งตรอกเหล่งบ่วยเอี๊ย

ถ้ากระเพาะของคุณยังมีที่ว่างเพียงพอ ขอแนะนำให้ลองชิม ‘บ๊ะจ่างกวางตุ้ง’ อันมีรูปทรงผิดแผกจากบ๊ะจ่างแต้จิ๋วในภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อย่างเห็นได้ชัด เพราะนี่คือสินค้าเฉพาะตัวของร้านกวางตุ้งที่หาไม่ได้ง่าย ๆ แล้ว

ก๊ำหล่ง

ที่ตั้ง : 218 ตรอกอิสรานุภาพ ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ 10100 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.

โทรศัพท์ : 0 2224 4056, 09 2442 4662

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writers

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

สมชัย กวางทองพานิชย์

เป็นคนหลงใหลบ้านและชุมชนของตัวเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load