The Cloud x Museum Siam

ของจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ทุกชิ้นล้วนมีคุณค่าและเรื่องราวซ่อนอยู่มากมาย ภายใต้รูปลักษณ์ที่สร้างสรรค์ด้วยความประณีต ผ่านการใช้งานจนสึกกร่อน บางชิ้นเก็บรักษาด้วยความเคารพ และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคสมัย คุณอาจเคยมองข้ามของจัดแสดงบางชิ้นเพราะคิดว่าไม่น่าสนใจ แต่ความเป็นจริงอาจซ่อนไปด้วยเรื่องราวที่ชวนให้ติดตาม 

Take Me Out นี้ เราขออาสาพาไปชม 10 สมบัติล้ำค่าจากพิพิธภัณฑ์ทั้ง 10 แห่งย่านพระนคร พื้นที่ที่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสต์ที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงมามากมาย แต่ยังมีกลิ่นอายที่หลงเหลือจากอดีตซุกซ่อนตัวอยู่ 

สี่ตำหรับยาหอม ณ บำรุงชาติสาสนายาไทย (บ้านหมอหวาน) 

ภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยโบราณที่เพิ่มพลังให้ร่างกาย

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ในอาคารเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลย่านบำรุงเมือง ‘บ้านหมอหวาน’ หรือ ‘บำรุงชาติสาสนายาไทย’ ของหมอหวาน รอดม่วง แพทย์แผนโบราณในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายในมียาหอมล้ำค่าอยู่ 4 ตำรับ ได้แก่ ยาหอมสว่างภพ ยาหอมประจักร ยาหอมอินทรโอสถ และยาหอมสุรามฤทธิ์ ซึ่งใช้ทองคำเปลวเป็นส่วนผสม ยกเว้นยาหอมสุรามฤทธิ์ที่หุ้มยาทั้งเม็ดด้วยทองคำเปลว ทั้งหมดประกอบด้วยสมุนไพรหลากชนิด นับเป็นสมบัติแห่งชาติที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง

นอกจากเม็ดยาโบราณ สมบัติที่น่าชื่นชมของบ้านหมอหวานคือเจตนารมณ์มุ่งมั่น ที่ต้องการถ่ายทอดมรดกทางภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนให้อยู่คู่กับสังคมไทย

ที่อยู่ : 9 ซอยเทศา ถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร

เวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม : mowaan.com

ภาพสีน้ำมันประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

ของขวัญชิ้นสำคัญที่แสดงสัมพันธไมตรีไทย-สหรัฐอเมริกา ในสมัยรัชกาลที่ 4 

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

อดีตที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ซ่อนสมบัติสำคัญสิ่งหนึ่งที่คนทั่วไปอาจไม่รู้ คือภาพวาดสีน้ำมัน นายพลยอร์ช วอชิงตัน (George Washington) ประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องราชบรรณาการที่ เทาเซนต์ แฮรีส (Townsend Harris) ทูตชาวสหรัฐฯ ทูลเกล้าฯ ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ พ.ศ. 2399 ภาพนี้วาดโดยเรมบรันต์ พีล (Rembrandt Peale) ศิลปินชาวอเมริกัน ซึ่งวาดไว้ทั้งหมด 76 ภาพ แต่ความพิเศษของภาพวาดนี้ คือเป็นภาพเดียวที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา 

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนนี้มาก จนพระราชทานพระนามพระโอรสองค์หนึ่งว่า ‘ยอร์ชวอชิงตัน’ ตามชื่อของยอร์ช วอชิงตัน และต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระนามให้ใหม่ว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ บวรราโชรสรัตนราชกุมาร ซึ่งทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้าพระองค์สุดท้าย

ที่อยู่ : ชั้น 2 พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร

เวลาทำการ : วันพุธ-อาทิตย์ เวลา 09.00 – 16.00 น. (ปิดวันจันทร์และอังคาร)

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.finearts.go.th/museumbangkok/

โฉนดที่ดินฉบับแรกของไทย ณ พิพิธภัณฑ์กรมที่ดิน

เอกสารสำคัญที่พลิกรูปแบบการจัดสรรที่ดินของไทย

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ในอดีตเกิดการถกเถียงกันหลายครั้งเรื่องกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของผู้ถือครองที่ดิน จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระบรมราชโองการให้สำรวจวัดปักเขตที่ดิน เกิดเป็นโฉนดที่ดินฉบับแรก เพื่อจัดระเบียบในการถือครองกรรมสิทธิ์ ซึ่งหาดูต้นฉบับของจริงได้ที่พิพิธภัณฑ์กรมที่ดินแห่งนี้ที่เดียว บนโฉนดเลขที่ 1 มีพระนามพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ทรงถือกรรมสิทธิ์ ปัจจุบันโอนให้แก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ให้ประชาชนเช่าทำกินได้เท่านั้น ซื้อขายไม่ได้ 

ที่อยู่ : สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ถนนพระพิพิธ แขวงพระราชวัง 

เวลาทำการ : เวลา 09.00 -16.00 น. 

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.dol.go.th/museum

ตำราที่เขียนด้วยลายมือสุนทรภู่ ณ พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดารามวรวิหาร

ลายมือมหากวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

หากพูดถึงวรรณคดีไทยก็คงจะต้องนึกถึง สุนทรภู่ กวีเอกของไทยผู้ประพันธ์กลอน นิราศ นิทาน บทเสภา วรรณกรรม และตำราต่างๆ ที่พัฒนามาเป็นแบบเรียนภาษาไทยที่มีคุณค่าในด้านของมรดกทางภูมิปัญญา 

หลายคนอาจสงสัยว่าครูกวีที่มีบทประพันธ์มากมาย จะมีลายมืออย่างไรเมื่อเขียนบทประพันธ์ แนะนำให้ตามรอยไปดูที่พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดารามวรวิหาร ภายในห้องแรงบันดาลใจไม่รู้จบ จะพบตำราที่เขียนด้วยลายมือสุนทรภู่ที่เก็บไว้เป็นอย่างดี

ที่อยู่ : ห้องแรงบันดาลใจไม่รู้จบ พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดารามวรวิหาร

เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. 

Facebook : Sunthon Phu Museum Wat Thepthidaram พิพิธภัณฑ์สุนทรภู่ วัดเทพธิดาราม

ห้องทำงานอาจารย์ฝรั่ง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี 

ผลงานและร่องรอยการทำงานของบิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี หรือ คอร์ราโด เฟโรชี (Corrado Feroci) ศิลปินชาวอิตาลีสัญชาติไทย ผู้ก่อตั้งและอาจารย์สอนวิชาศิลปะที่โรงเรียนประณีตศิลปกรรม ซึ่งภายหลังได้รับการยกฐานะให้เป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ‘อาจารย์ฝรั่ง’ เป็นผู้บุกเบิกและวางรากฐานให้กับเหล่าศิลปินระดับแนวหน้าของไทย และเป็นบุคคลที่นักเรียนศิลปะเคารพรักตลอดมา 

พิพิธภัณฑ์ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้จัดตั้งขึ้นด้วยความร่วมมือของลูกศิษย์รุ่นเก่าเพื่อรำลึกถึงคุณความดีของอาจารย์ เดิมเป็นห้องทำงานและสอนหนังสือของอาจารย์ฝรั่ง ภายในมีข้าวของเครื่องใช้ที่เก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ทั้งสมุด ตำราต่าง กระดานดำ รูปปั้น เครื่องพิมพ์ดีด เครื่องเล่นแผ่นเสียง เสื้อคลุมของอาจารย์ที่ยังคงเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น ชวนให้คิดถึงเมื่อวันที่ยังเป็นห้องเรียน นอกจากนี้ลูกศิษย์ระดับศิลปินแห่งชาติยังนำของใช้ที่อาจารย์เคยได้รับจากอาจารย์ฝรั่ง เช่น แว่นตา กล่องสีน้ำ ไปจนถึงข้าวของสารพัดมาจัดแสดง ทั้งยังมอบผลงานชิ้นเอกให้พิพิธภัณฑ์เล็กๆ แห่งนี้เก็บประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัย 

ที่อยู่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี กรมศิลปากร 

เวลาทำการ : 08.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2223 6162

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.finearts.go.th/museumsilpabhirasri

เศียรพระพุทธรูปองค์ยักษ์ ณ หอประติมากรรมต้นแบบ 

ต้นแบบประติมากรรมสำคัญแห่งนครปฐม

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

หอประติมากรรมต้นแบบในรั้วที่ทำการกรมศิลปากรและมหาวิทยาลัยศิลปากรวังท่าพระ เป็นอดีตโรงปั้นหล่อรูปประติกรรมสำคัญของชาติ ปัจจุบันเป็นหอเก็บงานศิลปะชั้นครู โดยเฉพาะผลงานของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี จัดแสดงต้นแบบประติมากรรมที่นำไปใช้ทั่วประเทศ 

ชิ้นงานที่โดดเด่นในพิพิธภัณฑ์นี้ คือเศียรพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่จำลองจากพระศรีศากยะทศพลญาณ พระพุทธรูปปางลีลาในจังหวัดนครปฐม ซึ่งศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบ และลูกศิษย์ขยายขนาดไว้ให้เป็นตัวอย่างพุทธลักษณะที่งดงามน่าศึกษา

ที่อยู่ : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ศิลป์ พีระศรี กรมศิลปากร 

เวลาทำการ : 08.30 – 16.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)

ติดต่อ : 0 2222 5820

พระนิรันตราย ณ พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร

พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พ้นภัยจากขโมยอย่างน่าอัศจรรย์

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

พระนิรันตราย พระพุทธรูปทองคำ ขุดพบที่ชายดงศรีมหาโพธิ์ จังหวัดปราจีนบุรี แทนที่จะนำไปหลอมขาย แต่ผู้พบนำทูลเกล้าฯ ถวายแด่รัชกาลที่ 4 จึงนับว่าเป็นเหตุการณ์พ้นภัยครั้งที่ 1 ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานคู่กับพระกริ่งทองคำองค์น้อย ณ หอเสถียรธรรมปริตร ต่อมามีโจรลักลอบเข้าไปโจรกรรมพระกริ่งองค์น้อย แต่ไม่เอาพระนิรันตรายออกมาด้วยทั้งที่วางอยู่คู่กัน เหตุอัศจรรย์ที่พระพุทธรูปโบราณที่พ้นภัยถึง 2 ครั้ง รัชกาลที่ 4 จึงถวายพระนามว่า ‘พระนิรันตราย’

ต่อมาทรงมีพระราชดำริให้หล่อพระพุทธรูปตามแบบพระนิรันตรายที่ทรงสร้างขึ้นใหม่อีก 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่ทรงครองราชย์เพื่อพระราชทานแก่วัดธรรมยุต นับเป็นพระพุทธรูปสำคัญในประวัติศาสตร์ประติมากรรมสงฆ์

ที่อยู่ : พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดเจ้าอาวาส วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร 248 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ 

เวลาทำการ : เปิดวันเสาร์และอาทิตย์ 09.00 – 15.00 น.

ติดต่อ : 08 9441 0488

ชิ้นส่วนต้นลำพูต้นสุดท้าย ณ พิพิธบางลำพู

ความทรงจำสำคัญของชุมชนบางลำพู 

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

สมัยก่อนบริเวณบางลำพูมีต้นลำพูมากมายจนกลายเป็นที่มาของชื่อย่าน ต่อมาเมื่อต้นไม้ค่อยๆ หายไป เหลือต้นสุดท้ายที่ยืนต้นตายเมื่อครั้งเกิดอุทกภัย พ.ศ. 2554 ชาวบางลำพูที่รักและผูกพันกับต้นไม้เก่าแก่จึงนำกิ่งต้นลำพูมาทำเป็นต้นไม้จำลองขนาดใหญ่ จัดแสดงอยู่ในพิพิธบางลำพู พิพิธภัณฑ์สำคัญที่ตั้งอยู่ในย่านการค้าเก่าแก่ของกรุงเทพฯ เก็บเรื่องราวของชุมชนบางลำพูในอดีตตั้งแต่ต้นยุครัตนโกสินทร์ นิทรรศการที่แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบางลำพู บรรดาช่างทำเครื่องเงินและเครื่องถมที่หาได้ยากในปัจจุบัน 

ที่อยู่ : พิพิธบางลำพู ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม 

เวลาทำการ : 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2281 9828

ข้อมูลเพิ่มเติม : banglamphumuseum.treasury.go.th/

เหรียญกลมแบนรุ่นแรกของไทย ณ พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ 

วิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงเหรียญของไทย

สมัยโบราณชาวสยามใช้เบี้ยหอย เงินพดด้วง และในที่สุดก็ผลิตเหรียญกษาปณ์ขึ้นใช้ โดยเหรียญกษาปณ์กลมแบนรุ่นแรกจัดทำขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 ยุคนั้นประเทศไทยเริ่มติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้น จึงต้องปรับรูปแบบเงินตราให้ใช้งานได้ง่าย ทันสมัยและเป็นสากล นับเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญของการชาติสยามในการปรับตัวเข้าสู่ยุคปัจจุบัน

ใครอยากเห็นเงินเหรียญกลมแบนรุ่นแรก ไปชมได้ที่ ‘ห้องกษาปณ์รัตนโกสินทร์’ ชั้น 2 ของพิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ ห้องนี้ยังจัดแสดงเงินตราที่ผลิตขึ้นทั้งหมดในยุครัตนโกสินทร์ ตั้งแต่สมัยแรกจนถึงเหรียญที่ใช้ในรัชกาลปัจจุบัน เหมาะกับคนสนใจประวัติศาสตร์เงินตรามากๆ 

ที่อยู่ : ถนนจักรพงษ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 

เวลาทำการ : วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น.วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 18.00น. 

ข้อมูลเพิ่มเติม : http://coinmuseum.treasury.go.th

บันไดไร้คาน ณ มิวเซียมสยาม

สถาปัตยกรรมล้ำยุผคเมื่อร้อยปีก่อน

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

สมบัติชิ้นสุดท้ายไม่ได้มีป้ายคำอธิบายบอกเหมือนกับชิ้นอื่นๆ ที่ผ่านมา ไม่ได้ซ่อนอยู่ในห้องปิดลับของพิพิธภัณฑ์ แต่กลับอยู่ในจุดที่ทุกคนอาจมองข้ามไป เพราะสมบัติชิ้นนี้อยู่เหนือหัวของเราหากยืนอยู่ที่โถงกลางมิวเซียมสยาม

สมบัติแห่งชาติที่น่ารู้จักใน พิพิธภัณฑ์ 9 แห่งรอบเกาะรัตนโกสินทร์

บันไดไม้สองชั้นมีความพิเศษตรงที่เป็นบันไดไม่มีคาน อาศัยลูกนอนบันไดยึดกับกำแพงเท่านั้น ถึงแม้ไม่มีคานช่วยรับน้ำหนัก แต่บันไดก็ยังแข็งแรงและเป็นตัวอย่างสถาปัตยกรรมโบราณที่สง่างามผ่านกาลเวลาของอดีตตึกที่ทำการกระทรวงพาณิชย์ แสดงถึงการก่อสร้างที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ 

ที่อยู่ : 4 ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง

เวลาทำการ : 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

ติดต่อ : 0 2225 2777

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.museumsiam.org


อ่านเรื่องราวของ 200 ที่เที่ยวรอบเกาะรัตนโกสินทร์เพิ่มเติมได้ที่นี่

Writer & Photographer

The Cloud

นิตยสารออนไลน์ที่เล่า 3 เรื่องหลักอย่าง Local, Creative Culture และ Better Living ส่งเนื้อหารายวัน แต่เสิร์ฟความประณีตแบบนิตยสารรายเดือน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

19 มิถุนายน 2564
3 K

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

เท่าที่คุยกับคนอ่างทอง เขาว่าอ่างทองเป็นเมืองเล็ก มีเมืองหน้าด่านคือจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซ้ายมือติดจังหวัดลพบุรี-สิงห์บุรี ขวามือติดสุพรรณบุรี และมีชื่อเดิมว่า ‘วิเศษไชยชาญ’ ตั้งอยู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจังหวัดที่มีเพียง 7 อำเภอแห่งนี้ กลับรุ่มรวยด้วยพืชพันธุ์ธัญญาอาหาร ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ดังตราประจำจังหวัดอ่างทอง

บ้านเรือนไทย ทุ่งนา คนตกปลา หัตถกรรมพื้นถิ่น ซึ่งเป็นวิถีชาวบ้านดั้งเดิมของที่นี่ยังอยู่ครบ เป็นเมืองสงบ ผู้คนอยู่กันอย่างเรียบง่าย และใบหน้าของคนที่นี่มักแต้มด้วยรอยยิ้มเมื่อคนต่างถิ่นเข้ามาเยือน แถมมีช่างฝีมืออยู่เพียบ ช่างไม้ ช่างปั้น ช่างกลึง ช่างกลอง ฯลฯ และช่างเป็นการดีถ้าจะชวนคนบ้านนู้น บ้านนี้ แวะมาเที่ยวบ้านเพื่อนนามว่า ‘อ่างทอง’ มาทำความรู้จักเมืองนี้ผ่านช่างฝีมือรุ่นเก๋า ภูมิปัญญาที่สืบทอดส่งต่อกันมา จนถึงคนรุ่นใหม่ในท้องถิ่นที่ช่างใช้ความสามารถอย่างถูกที่ถูกทาง เพื่อมาช่วยในการพัฒนาอ่างทองให้น่ารักแช่มชื่น จนอยากใคร ๆ ก็อยากแวะ

ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อ่างทองก็มี ! ใครใคร่ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อ่างทองก็มี !

ชวนเพื่อนเก็บกระเป๋า สตาร์ทรถ แล้วมาตะลุยอ่างทองฉบับสารพัดช่างกัน

01

อุตสาหกรรมดินเผา บปก

โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

อุตสาหกรรมดินเผา บปก, โรงอิฐเก่าแก่อายุ 77 ปี คู่บ้านคู่เมืองอ่างทอง

ถ้าเคยผ่านตาอาคารทรงสวยของบ้านป้อมเพชร อุทยานการเรียนรู้ป๋วย 100 ปี ที่มีก้อนอิฐสีแดงส้มเป็นส่วนหนี่งของโครงสร้าง นั่นคือก้อนอิฐที่มาจาก ‘อุตสาหกรรมดินเผา บปก’ แห่งเมืองอ่างทอง นับเป็นโรงอิฐเก่าแก่ของไทย

บปก ที่ประทับอยู่บนอิฐย่อมาจากตำบลที่ตั้ง คือ บางปลากด ย้อนกลับไปพ.ศ. 2487 อากงผู้ก่อตั้งนำทักษะที่หอบจากเมืองจีนมาตั้งโรงงานเฮ้งมุ่ยหลี ผลิตอิฐโชว์แกร่งและกระเบื้องรายแรกของประเทศ ส่วนวัตถุดิบหลักในการทำอิฐก็มาจากผิวหน้าดิน ซึ่งอ่างทองเป็นแหล่งดินดี เนื้อดินละเอียดเนียนสวย มีสีแดงส้มตามแร่ธาตุที่ซ่อนอยู่ด้านใน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของที่นี่มีทั้งอิฐและกระเบื้อง โดยเน้นอิฐตกแต่ง โชว์พื้นผิวเรียบสุดคลาสสิก ขณะเดียวกันอิฐช่องลมก็ถูกเลือกใช้โดยสถาปนิกมากฝีมือ เพื่อลดอุณหภูมิภายในบ้าน พลางแสง และสร้างมิติให้งานสถาปัตยกรรม

ปัจจุบันโรงอิฐแห่งนี้อยู่ในมือทายาทรุ่นสองและรุ่นสามที่คอยพัฒนาคุณภาพและสร้างมาตรฐานที่ดีอยู่เสมอ จนเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าและคนวงการสถาปัตย์ โดยมีความแกร่งและทนทานของผลิตภัณฑ์เป็นท่าไม้ตาย 

อ้อ โรงงานอิฐคู่เมืองอ่างทองแห่งนี้เปิดให้เข้าชมเพื่อการเรียนรู้สำหรับนิสิต นักศึกษา และหน่วยงานที่สนใจด้วย แต่ต้องติดต่อสอบถามข้อมูลและนัดหมายวัน-เวลาล่วงหน้าก่อนนะ รับรองว่าจะร้องว้าว! ทุกไลน์การผลิต

ที่ตั้ง : 80/ก หมู่ 1 ตำบลบางปลากด อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1852 4209

Website : www.bpkbrick.co.th

Facebook : อิฐบปก อิฐโชว์ กระเบื้องดินเผา

02

Photograph Slow Bar

บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

Photograph Slow Bar, บ้านช่างภาพฉบับคาเฟ่น้ำผลไม้สกัดเย็นของคนรักสุขภาพ

จุดพลุต้อนรับ Photograph Slow Bar คาเฟ่น้องใหม่เมืองอ่างทองของ โปเต้-มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง ช่างภาพแอคชันมือรางวัลของไทยที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดอุบัติใหม่ จนกลับบ้านมาแปลงโฉมโรงจอดรถเก่าเป็นคาเฟ่เพื่อสุขภาพขนาดกะทัดรัด แค่มองจากด้านนอกก็รู้ว่าบรรยากาศต้องอบอุ่นเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนแน่นอน

แม้จะเห็นเครื่องชงเอสเพรสโซ่วางเด่นบนบาร์ไม้ แต่เจ้าบ้านกระซิบว่าตัวชูโรงคือผลไม้สกัดเย็นต่างหาก เพราะเขาเห็นอนาคตว่าเทรนด์สุขภาพจะมาแรง คนจะหันมารักตัวเองและรักสุขภาพมากขึ้น แถมน้ำผลไม้สกัดเย็นก็มีสารอาหารครบถ้วน นอกจากจิบให้ชื่นใจแล้วยังรับวิตามินเข้าร่างกาย เติมผิวให้สวย ท้องไส้แข็งแรงไม่ปั่นป่วน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

คาเฟ่ในบ้านหลังนี้มีเมนูน้ำผลไม้สกัดเย็นให้เลือกดื่ม 3 สูตร สูตรบิวตี้ (แครอท ส้ม แอปเปิ้ล) สูตรดีท็อกซ์ (แตงกวา แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง เซเลอร์รี่) และสูตรสู้โควิด ผสานพลังกระชายกับสับปะรด อยากลิ้มสูตรไหนบอกเจ้าบ้านได้เลย พร้อมจัดให้! 

และอีกหนึ่งกิมมิกของ Photograph Slow Bar คือ ถ้าคุณมาเยือนที่นี่จะได้รับภาพสวย ๆ ฝีมือช่างภาพแอคชันกลับบ้านไปด้วย น่ายกนิ้วให้โปเต้ที่ใช้ความถนัดของ ‘ช่างภาพ’ มาสร้างจุดเด่นให้โฮมคาเฟ่น้องใหม่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

เสริมอีกนิด โปเต้ยังเป็นเจ้าของเพจอ่างทอง เพจรีวิวอ่างทอง ฯลฯ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ข่าวสารและแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้คนต่างถิ่นมาเยือนบ้านเกิดของพี่น้องชาวอ่างทองด้วย นั่นเป็นเพราะเขาหยิบความรู้จากการเรียนด้านวิศวกรมัลติมีเดียและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมาต่อยอดและสร้างประโยชน์ คนอ่างทองยกป้ายให้ 10 คะแนนเต็ม

ที่ตั้ง : 11/2 ถนนบ้านรอ ซอย 3 ตำบลบางแก้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

ทางร้านรับลูกค้าเพียง 4 รอบต่อวัน (รอบละ 6 คน) สอบถามและจองคิวได้ที่

โทรศัพท์ : 08 8884 7107

Facebook : Photograph Slow Bar

03

โรงมีดตามใจฝัน

บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

โรงมีดตามใจฝัน, บ้านช่างมีดรุ่นใหม่รายแรก ๆ ของอ่างทอง

ถ้าคุณหลงใหลเสน่ห์ของวัตถุมีคม ขอชวนทำความรู้จัก ช่างโจ-บรรจง เหมทอง หนุ่มอ่างทางที่เป็นนักสะสมมีดจนผันตัวมาเป็นช่างมีดสมัยใหม่ เหตุต้องต่อท้ายด้วย ‘สมัยใหม่’ ช่างโจบอกว่าช่างมีดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท หนึ่ง ช่างมีดที่สืบทอดภูมิปัญญามาแต่โบราณ สอง ช่างมีดสมัยใหม่ที่ใช้วิทยาการเข้ามาช่วย อย่างวิชาโลหะวิทยา

นายช่างคนนี้ศึกษาเรียนรู้วิชามีดกับครูมีดและช่างโบราณถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ด้วย บวกกับหาความรู้เรื่องวิทยากรและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการทำมีด จนกลายมาเป็นอาชีพเข้าสู่ปีที่ 7 แล้ว 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มีดของช่างโจมีทั้งมีดพื้นบ้าน เช่น มีดเหน็บ มีดเชี่ยนหมาก (คนนิยมซื้อฝาก) และมีดคัสตอม เรื่องคุณภาพไม่ต้องพูดถึง เพราะช่างมีดเน้นเรื่องนี้เป็นสำคัญ ซึ่งมีดที่ดีของ ‘โรงมีดตามใจฝัน’ คือมีดที่ใช้งานได้จริง ต้องเป็นเครื่องทุ่นแรง ไม่ใช่ภาระ ช่างโจแถมคุณสมบัติของช่างมีดให้อีกข้อ ‘ต้องซื่อสัตย์’ ต่ออาชีพด้วย โดยชายคนนี้มีเป้าหมายว่า อยากทำให้คนรู้จักและเข้าใจกระบวนการทำมีด เพื่ออย่างน้อยจะได้เลือกมีดเป็น และฝันอยากเห็นวงการมีดไทยพัฒนา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หากอ่านแล้วชักอยากจะมีมีดสักเล่มเป็นของตัวเอง ช่างโจก็เปิดคอร์สระยะสั้น 3 วัน สอนวิชาทำมีดตั้งแต่ขั้นตอนแรกยันขั้นตอนสุดท้าย คุณจะได้มีดกลับไป 2 เล่ม มีดที่คุณทำเองด้วยความภูมิใจและมีดฝีมือดีจากช่างโจ ซึ่งคอร์สนี้รวมที่พักและอาหาร 3 มื้อด้วยนะ น่าสนใจมาก นอกจากจะได้วิชา ยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนอ่างทองด้วย

เกร็ด : บ้านช่างโจอยู่แถวตำบลบางเสด็จ เป็นแหล่งหัตถกรรมพื้นบ้าน ปั้นตุ๊กตาชาววัง ช่างโจเลยหยิบสัญลักษณ์เด็กหัวจุกพร้อมแจงที่มา ‘บางเสด็จ’ มาประทับไว้บนมีด เพื่อบอกเล่าของดีประจำตำบล

ที่ตั้ง : 55 หมู่ 1 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 09 8265 5721

Facebook : โรงมีดตามใจฝัน-Jo knifemaker และ Thai Local Custom Knife มีดไทย มีดพื้นบ้าน มีดคัสตอม

04

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก

บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

บ้านตุ๊กตามวยคาดเชือก, บ้านช่างปั้นที่ต่อยอดภูมิปัญญาปั้นตุ๊กตาชาววังของแม่

ถ้าคุณมาถึงบ้านเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเห็นหุ่นมวยร่างกำยำกำลังตั้งการ์ดอยู่ แสดงว่าคุณมาถึงบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกแล้ว เพียงส่งเสียงสวัสดี อาจารย์บัณฑิต โกศลสิทธิ์ ก็ออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

สมัยหนุ่ม อาจารย์บัณฑิตเรียนจบจากเพาะช่าง สาขาศิลปะประจำชาติ แผนกหัตถศิลป์ คุณแม่เขาสั่งสมภูมิปัญญาการปั้นตุ๊กตาชาววังมาเนิ่นนาน เด็กหนุ่มเห็นและทดเอาไว้ในใจ จนถึงเวลาเหมาะสม คนหนุ่มจบหมาดกลายมาเป็นช่างปั้นตามรอยคุณแม่ ยุคก่อนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตาจิ๋ววิถีไทย อย่างคนตกปลา ตานวดยาย ฯลฯ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ปั้นเดิม ๆ เข้าก็เกิดความเบื่อ จนนึกถึงวิถีเด็กวัดของตน ที่เคยถูกรุ่นพี่จับคู่ให้ต่อยกันในวัด หัวคิด สองมือปั้น ออกมาเป็นตุ๊กตามวยไทยขนาดเล็ก ปั้นไปปั้นมาดันถูกทาง บวกกับกระแสหนัง องค์บาก อาจารย์บัณฑิตเลยปั้นไม่ยั้ง มีแรงเท่าไหร่ทุ่มเทให้กับตุ๊กตามวยคาดเชือกทั้งหมด จนพัฒนารูปแบบให้กำยำสมชายชาตรี และปรับจากดินเป็นเรซิ่นเพื่อความแข็งแรงทนทาน ซึ่งช่างปั้นหลงเสน่ห์แม่ไม้มวยไทยเพราะความงดงามของลีลาท่าทาง แถมชื่อท้วงท่าก็ไพเราะเสนาะหู

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ไม่ว่าจะพระรามเดินดง ปักษาแหวกรัง จระเข้ฟาดหาง หักงวงไอยรา มณโฑนั่งแท่น หนุมานถวายแหวน และอีกหลายสิบท่า นับรวมทั้งสิ้น 82 ท่า โดยช่างปั้นต้องศึกษาและปรึกษาครูมวยเพื่อปั้นท่าทางออกมาให้แม่นยำที่สุด ซึ่งชิ้นงานของบ้านตุ๊กตามวยคาดเชือกโด่งดังถึงระดับประเทศ ในไทยเองก็ชวนอาจารย์บัณฑิตปั้นตุ๊กตามวยเป็นถ้วยรางวัลอยู่บ่อยครั้ง และอนาคตนายช่างจะปั้นท่ามวยไทยให้ครบ 82 ท่า เพื่อเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตในบ้านหลังนี้

เข้าชมชิ้นงานและเรียนรู้ขั้นตอนการปั้นตุ๊กตามวยไทยได้ที่บ้านของอาจารย์บัณฑิต

ที่ตั้ง : 7 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 7900 8081

05

Missyou Café

บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

Missyou Café, บ้านช่างดื่ม-ช่างชงชาและกาแฟ อันเป็นที่รักของคนอ่างทอง

แก้ม-พิชญนาถ ครองญาติ เจ้าของคาเฟ่ชื่อชวนคิดถึงบอกว่าที่นี่คือ ‘ร้านกาแฟตามสั่ง’

ก่อนจะเปิดร้านเครื่องดื่มจนเป็นที่รักของคนท้องถิ่น แก้มเคยคลุกคลีกับวงการสื่อสิ่งพิมพ์ไทยด้วยตำแหน่งนักพิสูจน์อักษร แต่แล้วต้องกลับบ้านมาดูแลคุณยาย ซึ่งเธอว่านิสัยส่วนตัวเป็นคนช่างดื่ม (ชาและกาแฟ) จนเกือบ 2 ปีที่แล้วเธอค่อยๆ ก่อร่างสร้าง Missyou Café ขึ้นมาในบ้านไม้หลังเล็ก ห้อมล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวแน่นขนัด เพราะเดิมเคยเป็นพื้นที่ขายต้นไม้ของคุณพ่อ ตอนนั้นร้านนี้นับว่าเป็นความแปลกใหม่ของอ่างทอง มีแต่เมนูน่าตื่นตาตื่นใจ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

อย่างชาผลไม้ท็อปปิ้งด้วยผลไม้สด (เมนูนี้แก้มชอบทำ เพราะเธอชอบประดับประดา) มัทฉะช่อน้ำดอกมะพร้าว แก้วนี้สดชื่นมาก กลมกล่อมเกินคาด ถ้าเป็นคอคาเฟอีน เจ้าบ้านแนะนำกาแฟผสมน้ำผลไม้ มีให้เลือกทั้งอเมริกาโน่ส้ม อเมริกาโน่พีช อเมริกาโน่เสาวรส และอเมริกาโน่น้ำช่อดอกมะพร้าว เทรนด์สุขภาพกำลังมา ผลไม้เลยมาแรง

นอกเหนือจากนี้ก็ทำให้ได้นะ โอเลี้ยง ชาดำเย็น อเมริกาโน่กระเจี๊ยบ เหล่านี้เป็นเมนูตามสั่งจากนักดื่ม และความพิเศษอีกอย่างของแก้มคือ เธอจำเมนูของลูกค้าได้ ชนิดที่ว่าเพื่อนมาสั่งแล้วเปิดหน้าเพื่อนอีกคนเพื่อจะกินเมนูเหมือนกัน เธอก็จำได้และทำให้ได้ แม้จะเปิดร้านมาเฉียด 2 ปี แต่เรื่องราวและความรู้สึกเกิดขึ้นมากมายที่นี่

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ตอนนี้ คิดถึงเสมอ คาเฟ่ กลายเป็นที่รักของคนในอ่างทอง มีตั้งแต่เด็กตัวเล็ก คุณลุง คุณป้า คู่รักที่ออกเดทกันที่นี่และมาถ่ายพรีเวดดิ้งกันที่นี่ จนถึงบรรดาคุณหมอฝึกงานที่จะแจกลายแทงร้านนี้ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่น, แก้มบอกว่าเธออยากให้ Missyou Café เป็นพื้นที่สบายใจของทุกคน ถ้ามาเยือนบ้านเพื่อนหลังนี้แล้ว อย่าลืมคิดถึงกันเสมอนะ

ที่ตั้ง : 11/1 หมู่ 6 ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 08.30 – 15.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 4775 9948

Facebook : Missyou Café คิดถึงเสมอ คาเฟ่

06

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง)

บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

กลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง), บ้านช่างไม้ที่อนุรักษ์บ้านทรงไทยดั้งเดิมของภาคกลาง

พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สุพรรณบุรี เป็นศูนย์รวมช่างฝีมือปรุงบ้านทรงไทย แถมเมืองอ่างทองก็มีโรงเลื่อยไม้กระจายอยู่เยอะมาก บ่งบอกว่าคนบ้านเมืองนี้ใช้ไม้กันเยอะ และไม้ก็เป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญในการปรุงบ้านทรงไทยจำลองของ ช่างตู่-สมปอง ตันพานิช ช่างไม้ผู้หลงรักเสน่ห์ของความเป็นไทย สั่งสมประสบการณ์ในอาชีพมาถึง 26 ปี

ช่างตู่เติบโตมากับวิถีชีวิตคนอ่างทอง แน่นอนว่าเห็นบ้านทรงไทยมาตั้งแต่เด็ก จนถึงวันที่ต้องมาปรุงบ้านย่อส่วนก็ศึกษาของจริง ลงมือเขียนแบบและลดทอนขนาดให้เหมาะเหม็ง สิ่งสำคัญเลยคือรายละเอียด ต้องถอดแบบให้เหมือนเป๊ะ! ซึ่งความเก่งกาจของช่างยุคเก่าก่อนคือการปรุงบ้านโดยไม่ใช่ตะปู อาศัยการเข้าเดือยและเข้าลิ่มแทน

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

บ้านเรือนไทยจำลองฝีมือช่างตู่ถูกส่งออกทั้งประเทศลาว สิงคโปร์ และอยู่ในหลายพิพิธภัณฑ์ของประเทศไทย อาทิ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ บางชิ้นงานก็สั่งทำขึ้นพิเศษเพื่อให้เด็ก ๆ สายสถาปัตย์ได้ศึกษาเรียนรู้ นอกจากบ้านทรงไทยดั้งเดิม ช่างตู่ยังทำบ้านโสนเรือนงาม เรือนปั้นหยา บ้านทรงโมเดิร์น ขอแค่บอกแบบในใจ ช่างมากฝีมือคนนี้จัดให้ได้ตามคำขอ เราขอแนะนำไฮไลต์ของที่นี่ ท้าดา! ศาลพระภูมิและศาลตายาย ได้รับความนิยมและยอดจองกระหน่ำ

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

หัวใจของการทำสิ่งนี้ของช่างตู่คือ การสืบสานและอนุรักษ์ภูมิปัญญา ชายคนนี้ทำงานไม่รู้มืด ไม่รู้สว่าง เพราะเขาหลงและเพลินกับสิ่งที่เขารัก นายช่างบอกเหตุผลของการมีอยู่ของกลุ่มบ้านทรงไทยจำลอง (ไม้สักทอง) ว่า

“จุดแข็งของบ้านทรงไทยคือ มันไม่มีวันตาย” 

ป.ล. ช่างตู่ยินดีหากสนใจเข้าไปดูงานและเรียนรู้วิชาปรุงบ้านทรงไทยจำลอง ขอเพียงติดต่อล่วงหน้า

ที่ตั้ง : 1/27 หมู่ที่ 6 บ้านสระแก้ว ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 9507 3639

07

วิเศษศิลป์

บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

วิเศษศิลป์, บ้านช่างทองเหลืองที่ตี-ตัด-ดัด-เคาะ จนได้บัววิเศษ

เยือนอำเภอที่เคยเป็นชื่อเมืองอย่าง ‘วิเศษชัยชาญ’ มาสนทนากับ ‘วิเศษศิลป์’ แบรนด์ของแต่งบ้านจากทองเหลืองของช่างฝีมือมากประสบการณ์ ลำพูน เต็มแป้น หนุ่มอ่างทองคนนี้เข้าวงการตี-ตัด-ดัด-เคาะ ตั้งแต่อายุ 14 จากคำชักชวนของคนรู้จักที่ตีทอง-ตีเงิน ฉบับภูมิปัญญาดั้งเดิมแถบภาคอีสาน นับนิ้วความเชี่ยวชาญก็ปาไป 35 ปี 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

จากทักษะการทำเครื่องประดับ ลำพูนต่อยอดมาทำของตกแต่งบ้านด้วยวัสดุทองเหลือง เน้นทำเป็นดอกบัว ซึ่งเป็นราชินีแห่งสายน้ำ ตอกย้ำความเป็นไทย และสืบสานหัตถกรรมพื้นถิ่น เอกลักษณ์ผลงานของลำพูนคือความอ่อนช้อยและพริ้วไหว เสมือนบัวเหล่านั้นกำลังขยับเรือนร่างตามสายน้ำ เหมาะแก่การแต่งแต้มให้มุมของบ้านมีชีวิตชีวา

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

ผลิตภัณฑ์ของวิเศษศิลป์มีทั้งขนาดเล็กมากจนถึงขนาดใหญ่มาก จะอุดหนุนไปบูชาองค์พระเล็กๆ วางพวงมาลัย วางกระถางต้นไม้ เก็บเครื่องประดับ ตกแต่งบ้านก็ได้ สารพัดประโยชน์ตามแต่ไอเดียผู้ใช้งาน ถ้าดีไซเนอร์รุ่นใหม่หรือผู้ประกอบการสนใจทำงานร่วมกันหรือสั่งทำชิ้นงานพิเศษ ลำพูนก็ยินดีสนุกด้วยกัน และวิเศษศิลป์ยังทำงานร่วมกับเพื่อนบ้านในชุมชน คอยสร้างงาน กระจายรายได้ จนถึงเปิดให้ผู้ที่สนใจเรียนรู้แวะเวียนมาเยี่ยมกันได้ถึงบ้าน

ที่ตั้ง : 22 หมู่ที่ 4 ตำบลไผ่ดำพัฒนา อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง 

โทรศัพท์ : 09 8225 6590

Facebook : วิเศษศิลป์

08

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข, บ้านช่างศิลป์และร้านโกโก้ที่อยากให้คนดื่มสุขภาพ (จิตใจ) ดี

ห้องเรียนศิลปะขนาดจิ๋วเกิดจากหัวใจรักศิลปะของสองพี่น้อง กรีซ-ณัฐฐาพิรุฬห์ และ กรีก-พิรุฬห์ลักษณ์ แจ่มอำพร ที่มีความฝันตั้งแต่เด็กว่า ‘อยากเปิดห้องเรียนเล็ก ๆ สอนศิลปะ’ เพราะย้อนอดีตราว 10 ปีก่อน จังหวัดอ่างทองไม่มีโรงเรียนสอนศิลปะ บ้านจึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เธอสองคนจะระบายสี สาดความคิด เล่นบทบาทสมมติได้

เป็นเวลา 5 ปีที่ Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข ถือกำเนิดขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็ก ๆ ได้มาระบายความรู้สึกผ่านงานศิลปะ สองศรีพี่น้องออกแบบกระบวนการสอนไว้ 7 วิชา และพวกเธอก็ออกแบบกิจกรรมสนุกมาก เช่น หุ่นกระดาษนิ้วมือ ทำเพลงพร้อมออกแบบปกอัลบั้ม โต้วาทีและการเมือง ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ 

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กรีกและกรีซเชื่อว่าศิลปะจะสอนให้เด็กรู้จักยอมรับตนเองและยอมรับผู้อื่น แม้กระทั่งการจัดการอารมณ์ การคิดวิเคราะห์ การอยู่ร่วมกันในสังคม ฯลฯ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและพิทักษ์ความสุขให้เด็ก ๆ

ยินดีและดีใจกับชาวอ่างทองที่มีพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออกและโชว์ศักยภาพของตัวเองด้วยความกล้าหาญ เราชอบอยู่อย่างที่ตราปั๊มของห้องเรียนศิลปะแห่งนี้ไม่มีจำนวนดาวเป็นตัววัดความสามารถ มีแต่คำว่า ‘จงภูมิใจในตัวเอง’ ที่ประทับลงบนกระดาษของเด็ก ๆ  

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

กระซิบว่าหลังจบคลาส ห้องเรียนจะกลายเปลี่ยนเป็นนิทรรศการศิลปะ จากคุณครูก็กลายเป็นนักชงโกโก้ประจำร้าน My Heart Will Cocoa ที่มีชื่อเมนูน่ารักมาก อาทิ พระอาทิตย์ขึ้นและตกเหมือนกันทุกวัน ถ้าเหนื่อยก็กลับบ้าน ดีใจที่ได้เจอ หรือถ้าอยากรู้ว่ารสชาติของ ‘ชีวิต’ จะหวานหรือขม แวะมาชิมโกโก้แก้วอร่อยที่บ้านเพื่อนหลังนี้ได้นะ

ที่ตั้ง : 368 ถนนเลี่ยงเมืองอ่างทอง ตำบลบ้านแห อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

วัน-เวลา : เปิดบริการทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. 

โทรศัพท์ : 08 9080 7401

Facebook : Homeroom อาณาจักรพิทักษ์ความสุข

09

บ้านกลองลุงเหลี่ยม

บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

บ้านกลองลุงเหลี่ยม, บ้านช่างกลองที่รักดนตรีไทยและทำกลองมากกว่าหมื่นใบ

ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น ป๊ะ โท่น โท่น

เสียงกลองจังหวะคุ้นหูดังมาจากบ้านกลองลุงเหลี่ยม ภายในมีกลองสารพัดแบบวางเรียงราย อีกด้านมีฐานผลิตขยาดย่อม พร้อมอุปกรณ์ที่ ลุงเหลี่ยม-สนั่น บัวคลี่ ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เราแอบเห็นสากกะเบือด้วย ลักษณะเหมือนไม้ตีข้าวสมัยก่อน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ทุ่นแรงในการนวดหนังวัว-หนังควายให้นุ่ม ก่อนนำมาประกอบเป็นชิ้นงาน

ประสบการณ์ 50 ปีของช่างทำกลองแห่งเมืองอ่างทองคนนี้ สร้างชื่อในวงปี่พาทย์มาแล้วทั่วไทย ใคร ๆ ก็อยากได้กลองฝีมือลุงเหลี่ยมมาครอบครอง ไม่เพียงเทคนิคพิเศษที่ทำให้กลองเสียงดี คุณภาพก็ชูเด่นเป็นจุดขาย ถ้าอยากได้กลองดี พร้อมใช้งาน ต้องมาที่นี่เท่านั้น! จนได้รับเลือกเป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม พ.ศ. 2558 ประเภทเครื่องหนัง (กลอง)

9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก
9 สถานที่ดีศรีอ่างทอง ตั้งแต่บ้านช่างกลองจนถึงคาเฟ่ผลไม้ ที่ย้ำว่าเมืองเล็กๆ นี้น่ารัก

มาบ้านกลองทั้งที ครูช่างสาธิตให้ดูตั้งแต่ต้นจนจบ ได้เห็นหนังวัวเท่าขนาดจริงก่อนถูกตัดเป็นวงกลม (ขนาดวงเวียนนายช่างยังประดิษฐ์เอง) ผ่านกระบวนการตามขั้นตอน ยันขึงหนังกลองให้เห็นเป็นประจักษ์ ซึ่งล้วนทำด้วยสองมือของช่างฝีมือวัยเก๋า เราว่าคุณค่าของงานอยู่ตรงนี้แหละ ไม่แปลกใจเลยทำไมชีวิตนี้ต้องมีกลองของลุงเหลี่ยมสักใบ

ว่าแล้วก็ให้ลุงเหลี่ยมตีกลองให้ฟังสักหนึ่งยก เพลิน, ลุงเหลี่ยมใจดีมาก หากผู้ที่สนใจอยากศึกษาวิชาทำกลอง ลองติดต่อแบ่งปันความรู้จากยอดฝีมือคนนี้ได้ ซึ่งนายช่างขอคุณสมบัติเพียงข้อเดียวเท่านั้น ‘ขอให้ใจรัก’

ที่ตั้ง : 25/1 หมู่ที่ 7 ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 1918 4787

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

มนัญชัย แสงโพธิ์ทอง

ช่างภาพแอคชั่น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load