11 พฤศจิกายน 2563
3 K

เมื่อการสวมเสื้อเป็นมากกว่าการปกปิดร่างกาย ทว่าเป็นการแสดงตัวตนของคนที่หยิบมันมาไว้บนเรือนกาย มากกว่านั้นยังคลับคล้ายการสวมร่องรอยประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ อย่างเสื้อวงดนตรีถูกผลิตเป็นครั้งแรกช่วง ค.ศ. 1960 ขนาด The Beatles วงดนตรีระดับตำนาน ยังเคยขายเสื้อวงจนยอดจำหน่ายพุ่งสูงเกือบแซงยอดอัลบั้ม

ยิ่งทศวรรษ 70 – 90 นับเป็นยุคทองของศิลปินที่หันมาทำเสื้อยืดวงดนตรีของตนเอง ซึ่งการครอบครองเสื้อวงดนตรีถือเป็นการอุดหนุนวงนั้น ไม่ก็ถูกมองว่าเป็นสาวกของวงโดยปริยาย เมื่อกาลเวลาผ่านหลายสิบปี เสื้อวงมีจำนวนน้อยลง กลายเป็นของหายาก แถมมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ณ วันนี้ การพบเจอเสื้อยืดวงดนตรีของแท้ฉบับดั้งเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่งผมพบกับ Museum of TEEs Thailand คลังขุมทรัพย์เสื้อยืดหายากแห่งแรกของยุคนี้ 

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

Museum of TEEs Thailand เป็นพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดของ เบียร์-พันธวิศ ลวเรืองโชค หัวเรือของกิจการรับออกแบบนาม Apostrophys Group ซึ่งเสื้อยืดทั้งหมดมาจากการสะสมตั้งแต่เขาเป็นเด็ก ทั้งจากการคุ้ยกองเสื้อตามตลาด (ที่มักเจอของดีเสมอ) การซื้อขายระหว่างมิตรสหาย จนถึงการประมูลจากในประเทศไทยและต่างประเทศ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เมื่อผมเดินเข้ามาด้านในก็พบเสื้อยืดนับร้อยตัวแขวนเรียงรายบนเพดาน และเสื้อยืดอีกจำนวนมากก็แขวนอยู่บนราวตั้งพื้น โดยมี ช้อปปิ้ง-รุจาภา สัมมาวรรณ ผู้ดูแล Museum of TEEs Thailand เป็นไกด์นำเยือนและชวนผมทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดหายากแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ถ้าพร้อมแล้ว เลือกเสื้อยืดตัวเก่งไปลุยกัน!

พื้นที่ (เสื้อยืด) ส่วนกลาง

วินาทีแรกที่ผมเห็น Museum of TEEs Thailand ดูไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์อย่างที่คิดเอาไว้ ด้วยอาคารที่มีกระจกสะท้อนแสง พ่วงอาคารสองชั้นด้านข้าง สถานที่ตรงหน้าดูเป็นบริษัทแห่งหนึ่งเสียมากกว่า สิ่งที่คิดนั้นไม่ผิดเสียทีเดียว เมื่อมารู้ทีหลังว่า ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ เบียร์ทำงานเป็นผู้ดูแลบริษัทออกแบบภายในและมีบริษัทในเครือที่ต้องดูแลอีก 3 แห่ง ซึ่งพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดเพิ่งเปิดได้เพียง 2 ปี หลังจากเขาย้ายศูนย์กลางการทำงานมาย่านลาดพร้าว 

แรกเริ่มเดิมทีเบียร์เป็นคน ‘เล่น’ เสื้อยืดมานานแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเสื้อวงดนตรีหายาก โดยเฉพาะวงดนตรีช่วงยุค 90 อย่างวง Guns N’ Roses, Metallica, Björk, Butthole Surfers, Run-DMC, KISS จนถึงวงชื่อดังตลอดกาลอย่าง Nirvana เมื่อจำนวนเสื้อยืดเพิ่มตามระยะเวลาการสะสม เขามองว่าถ้าเก็บไว้คงเสื่อมสภาพ เลยเกิดความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดเป็นของตัวเอง ซึ่ง Museum of TEEs Thailand เป็นพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดแห่งแรกในประเทศไทย

มิวเซียมแห่งนี้จัดแสดงเสื้อยืดอันทรงคุณค่าจากคลังแสงของเบียร์สู่สายตาของนักสะสมและคนที่สนใจ 

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

บางเดือนหรือบางเทศกาลจะมีธีมการจัดแสดง อย่างช่วงนี้ (ตุลาคม 2563) เป็นธีมเสื้อยืดสยองขวัญ มีเสื้อยืดสกรีนลายจากภาพยนตร์กระตุกขวัญอย่าง Chucky, Scream, Friday the 13th, Freddy Krueger  มีเสื้อยืดวง Queen ที่ทำออกมาตอนวงยังไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งคอลเลกชันจัดแสดงมีทั้งเสื้อยืดสะสมของเบียร์และคนที่ ‘เล่น’ เสื้อเหมือนกับเขา 

“เคยมีค่ายเพลงเข้ามาคุยกับเราเกี่ยวกับโปรเจกต์เสื้อ และมีคนทักมาหาเราว่าเขาไม่ได้มีเสื้อวงครบทุกตัวนะ แต่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการจัดแสดงเสื้อวงดนตรีไทย เขาถ่ายภาพมาให้เราดู เป็นของ Bodyslam หมดเลย หมวก เสื้อ ของที่ระลึก เราเลยคิดว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนกลางที่ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้พื้นที่สำหรับจัดแสดงงาน” ไกด์สาวอธิบาย

พื้นที่มิวเซียมแห่งนี้จึงเป็นเสมือนพื้นที่ส่วนกลางสำหรับคนรักเสื้อยืดที่มีความพิเศษต่างกัน บางคนสะสมเสื้อวินเทจมากกว่าพันตัว บางคนสะสมเฉพาะวงดนตรีวงเดียว อย่างเบียร์นอกจากสะสมเสื้อวงที่ตัวเองชอบในยุค 90 ยังมีเสื้อแจ็กเก็ต ของที่ระลึก เช่น เสื้อกีฬาโอลิมปิก เสื้อบอล ถ้าใครมีของดีที่อยากสำแดงก็เอามาจัดแสดงที่มิวเซียมได้นะ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เสื้อยืดที่เป็นมากกว่าเสื้อยืด

“ตัวนี้ราคาประมาณห้าแสนบาท” เรามองตามนิ้วชี้ของช้อปปิ้งที่หันไปทางเสื้อยืดลายกล่องหัวใจ ถ้าใครเป็นบิ๊กแฟนของ Nirvana จะรู้ว่าลายบนเสื้อมาจากเพลง Heart-Shaped Box (อะไรกันนะที่ทำให้เสื้อตัวนี้ราคาครึ่งล้าน)

“มีปัจจัยอะไรบ้างครับที่ทำให้เสื้อยืดราคาสูงขนาดนี้” ผมสงสัย

“เป็นเพราะความพอใจและคนมีชื่อเสียงใส่ลายเดียวกัน” เธอหยิบเสื้อตัวนั้นลงมาให้ผมชมตรงหน้า

“อย่าง Heart-Shaped Box จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) เคยใส่มาแล้ว หลังจากนั้นราคาเสื้อก็ขึ้นทันที ยิ่งเป็นตัวดั้งเดิมที่ผลิตตั้งแต่ยุคนั้นจะยิ่งแพง เหมือนตัวนี้ที่กลายเป็นหนึ่งในบรรดาเสื้อ OVP (All-Over-Print T-Shirt) ที่อยู่ในเบญจภาคี

“เสื้อเบญจภาคีเป็นเสื้อยอดฮิตที่มีราคาสูง อย่าง Metalica แมงมุม จริงๆ ไม่ได้ชื่อ Metalica แมงมุม พอเสื้อฮิตมากๆ เลยมีชื่อเล่นไว้เรียกกัน ซึ่งเบญจภาคีที่เป็น OVP มีวง KISS, Nirvana, AC/DC และ Ozzy Osbourne”

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

วิธีการดูเสื้อว่าแท้หรือไม่แท้มีอยู่หลายวิธี ตั้งแต่ป้ายคอเสื้อจนถึงตะเข็บเสื้อ ป้ายที่อยู่บนคอเสื้อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการแยกว่าเสื้อตัวไหนผลิตในช่วงปีไหน เสื้อยุค 80 -90 มักมีป้ายคอเสื้อ แต่ละปีทำรูปแบบป้ายแตกต่างกันจนแยกได้ ปัจจุบันเสื้อบางตัวไม่ได้ทำป้ายหลังคอเสื้อกันแล้ว แต่เป็นการปั๊มลายตรงคอเสื้อแทนเพื่อลดต้นทุน 

ส่วนตะเข็บเสื้อยุค 90 จะเย็บตะเข็บเดี่ยวตรงชายเสื้อและแขนเสื้อ เสื้อบางตัวถึงเป็นของแท้เหมือนกัน แต่เป็นการผลิตซ้ำอีกครั้ง ทำให้ราคาไม่ได้สูงเท่ากับปีแรกที่ผลิต ดังนั้น การซื้อเสื้อที่มีความพิเศษแบบนี้ต้องตรวจเช็กอย่างดี อาศัยความมุ่งมั่นอดทนในการตามหา ซึ่งความยากลำบากในการซื้อกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาเสื้อเพิ่มขึ้น

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เพราะมันกลายเป็นเสน่ห์และความพึงพอใจนั่นเอง

“นักสะสมบางคนไม่เหมือนกัน เขาไม่ได้สนเลยว่าคนอื่นซื้อเสื้อตัวนี้มาเท่าไหร่ เขาอาจซื้อมาหลักร้อย แล้วมาขายเราหลักหมื่นก็ได้ ถ้ามันมีคุณค่าทางจิตใจกับเขา วงการมันเป็นแบบนี้” ช้อปปิ้งขยายใจความสำคัญ

MOTT x เชอรี่ สามโคก

Museum of TEEs Thailand ไม่ได้ตั้งใจเป็นร้านขายเสื้อยืดแต่แรก จุดประสงค์หลักมีเพียงแค่จัดแสดงเสื้อยืดหายาก แต่มีบ้างบางตัวที่ปล่อยขาย (จำนวนไม่มากนัก) ตั้งแต่เสื้อราคาหลักร้อยถึงระดับราคาสูง 3 ตัวล้าน!

ช้อปปิ้งพาผมเดินไปที่บริเวณนั่งเล่นสำหรับฟังแผ่นเสียงของมิวเซียมซึ่งรอบล้อมด้วยราวเสื้อยืด ไกด์สาวหยิบเสื้อยืดสีดำสกรีนด้วยลายที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หลายคนคงไม่คุ้นตาว่าเป็นเสื้อยืดของวงดนตรีวงไหน เพราะนั่นเป็น H.O.C (The Haus of Custom) by MOTT เสื้อแบรนด์ของ Museum of TEEs Thailand 

เสื้อออกแบบด้วยลายสกรีนที่มีความสร้างสรรค์ ดีไซเนอร์ได้แรงบันดาลใจจากวงดนตรีและภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Evangelion ผสมกับวง KISS ด้วยการ Mix and Match อย่างลงตัว ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่า การทำเสื้อยืดไม่ได้ทำเพื่อสวมใส่เพียงอย่างเดียว แต่นั่นเป็นการถ่ายทอดงานศิลปะให้เป็นที่ประจักษ์ต่อทุกสายตา

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

ความน่าสนใจของเสื้อยืดที่ทำขึ้นมา คือการทำงานร่วมกับ เชอรี่ สามโคก เธอลงทุนถ่ายภาพนู้ดเพื่อสกรีนบนเสื้อ อาจฟังดูเหมือนเสื้อลายนู้ดทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่เสื้อยืดได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเสื้อยืดของวงดนตรีต่างประเทศ มาผสมผสานจนกลายเป็นเสื้อคอลเลกชัน เชอรี่ สามโคก ที่มีความสวยงามจนน่าประหลาดใจ 

“เราทำเสื้อขายเองเพื่อสำรวจตลาดว่าเขาชอบแบบไหน เราตั้งกลุ่มทาร์เก็ตถูกมั้ย ผลออกมามีคนซื้อเสื้อแบรนด์เราเยอะมาก ส่วนการสั่งซื้อทางเพจเรียกว่าเพจแตกเลย” แอดมินเพจประจำมิวเซียมพูดด้วยรอยยิ้ม

ส่วนเสื้อแบรนด์ H.O.C ออกมาเพียง 5 เวอร์ชันเท่านั้น ก่อนจะมีเสื้อแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘UR. YOUR BRAND’ ติดตามรอลุ้นเสื้อลายสวยเท่ได้ที่เพจ Museum of TEEs Thailand นะ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

แลนด์มาร์กสำหรับแฟนวงดนตรี

พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดตั้งปักหลักอยู่ในสถานที่ที่สัญจรได้ยาก เพราะไม่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหยุดคนที่สนใจได้ ช้อปปิ้งเล่าให้ผมฟังว่า ผู้มาเยือนมาจากต่างจังหวัดก็มี แถมมีตั้งแต่วัยนักเรียนที่มาถามหาเฉพาะวงดนตรีที่ชอบ ไปจนถึงวัยกลางคนที่เป็นแฟนเพลงจริงๆ แม้แต่ขบวนรถมอเตอร์ไซค์ Harley Davidson ก็เคยแห่กันมาดูถึงที่ 

“กลายเป็นว่าหลายอย่างมันถูก Shaped ไปเอง บางครั้งเราเจอผู้ชายกับผู้หญิงใส่เสื้อยืดวง Metallica คู่กันแล้วเขาเดินเข้ามาถ่ายรูป เหมือนว่าเสื้อยืดวงดนตรีเป็นยูนิฟอร์มที่เขาใส่มามิวเซียม ซึ่งเขาเลือกเอง ไม่เกี่ยวกับเรา

“คุณเบียร์เคยพูดว่าจะทำมิวเซียมแค่สองปี แต่ถ้าไม่ได้เสียหายอะไร เขาก็อยากให้มันอยู่ต่อ” เธอยิ้ม

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

หลังจากจบบทสนทนา ผมเดินไปดูเสื้อตัวหนึ่งของวงดนตรี Pink Floyd ซึ่งเป็นหนึ่งในวงผมชื่นชอบมาก และเป็นตัวที่ช้อปปิ้งบอกว่าเป็น ‘ผ้าตาย’ เสื้อที่ผ่านกาลเวลามานานมากจนเนื้อผ้าบางแทบจะขาดตลอดเวลา 

การทำให้เสื้อยืดเหล่านี้เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้ต้องอาศัยการดูแลอย่างดีมาก แม้ลวดลายจะเลือนลาง แต่ก็ทำเอาผมนึกถึงบรรยากาศที่เสื้อตัวนี้ถูกสวมใส่โดยแฟนเพลงคนใดคนหนึ่ง ที่กำลังตะโกนโหวกเหวกอย่างดีอกดีใจเมื่อเห็น โรเจอร์ วอเทอร์ส (Roger Waters) และ เดวิด กิลมอร์ (David Gilmour) สองสมาชิกจากวง Pink Floyd ขึ้นเวทีและสร้างเสียงดนตรีดังสั่นสะท้านไปทั้งเวที 

ผมเชื่อว่ายังมีเสื้อยืดอีกหลายตัวใน Museum of TEEs Thailand ที่ผ่านเรื่องราวและเต็มไปด้วยความทรงจำ

Museum of TEEs Thailand

ที่ตั้ง : 1/14 ซอยลาดปลาเค้า 50 ถนนลาดพร้าว แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230 (แผนที่)

เบอร์โทรติดต่อ : 0 2194 1554

Facebook : Museum of TEEs Thailand

Writer

Avatar

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เมื่อพูดถึงเวิ้งในจังหวัดเชียงใหม่ หลายคนคงนึกออกไม่มากก็น้อยตามแต่ที่เคยไป หรือนักศึกษารั้วม่วงอย่างผมคงหนีไม่พ้นเวิ้งคุณนลี อย่างไรก็ตาม ในช่วง 2 เดือนมานี้มี Community Space แห่งใหม่สำหรับคนเชียงใหม่เกิดขึ้นในทำเลใกล้กับสถานีรถไฟ

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

สถานที่แห่งนี้มีชื่อว่าHeng Station (เฮงสเตชั่น)’ เวิ้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟชนิดที่ระหว่างกำลังดื่มกาแฟอาจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปรถไฟเป็นฉากหลังได้ หรือถ้ามาทานอาหารมื้อหนักก็มีร้านรองรับ พร้อมด้วยของหวานตบท้าย จบด้วยร้านเครื่องหอมไว้เป็นของติดไม้ติดมือกลับบ้าน

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

วันนี้ คิม-วโรดม สหชัยเสรี เขาคือชายหนุ่มผู้เกิด เติบโต และศึกษาเล่าเรียนที่เชียงใหม่ ก่อนต้องโยกย้ายตัวเองไปทำงานที่จังหวัดชลบุรี พร้อมกับเดินทางไปญี่ปุ่นทุกปี จนซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาสั่งสมเอาไว้ แล้วจึงนำกลับมาประยุกต์ใช้เพื่อสานต่อธุรกิจที่บ้าน พร้อมกับเล่าเรื่องราวการรื้อฟื้นสถานที่ซึ่งมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1960 ให้มีชีวิตอีกครั้งหนึ่งในปี 2023 

เปิดประตูเวิ้งใหม่เอี่ยมมาเยี่ยมเยียนสถานที่เก่าแก่ 62 ปีพร้อมกันเลย

เสี่ยมเฮงพืชผล

สถานที่นี้มีเรื่องราวเริ่มต้นน่าสนใจ และต้อนย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยรุ่นอากงของคิม เพราะแรกเริ่มเดิมทีตามคำบอกเล่าของเขา อากงข้ามน้ำข้ามทะเลหนีสงครามมาจากประเทศจีน ระหกระเหินมายังกรุงเทพฯ จากนั้นเดินเท้าตามรางรถไฟมาเรื่อย ๆ จนถึงจังหวัดเชียงใหม่ และลงหลักปักฐานด้วยการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทเชลแล็กสยามในช่วงปี 1960

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

แล้วเรื่องราวก็กระโดดข้ามมายังช่วงเวลาประมาณปี 1977 (พ.ศ. 2520) บริษัทเชลแล็กสยามปิดตัวลง โดยไม่แน่ใจว่าย้ายมายังสถานที่ ณ ปัจจุบันนี้อยู่ก่อนแล้วหรือเปล่า

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ถึงอย่างนั้นอากงของคิมก็ซื้อที่ดินแปลงนี้แล้วเปิดกิจการของตัวเองในชื่อ ‘เสี่ยมเฮงพืชผล’ นับตั้งแต่ปี 1971-1992 (เสี่ยม มีความหมายว่า สยาม และเป็นที่มาของชื่อ เฮง สเตชั่น ในปัจจุบัน) โดยเปลี่ยนมาค้ากระเทียมเป็นหลัก แต่ก็ยังมีเชลแล็กและพืชผลทางเกษตรกรรมอื่น ๆ ซึ่งรับมาจากชาวสวนในภาคเหนือ และส่งขึ้นรถไฟไปกรุงเทพฯ สถานที่ตรงนี้ที่ติดกับสถานีรถไฟ จึงเป็นทำเลอันเหมาะสมอย่างไร้ข้อโต้แย้ง

เฮงสเตชั่น (Heng Station) เชียงใหม่ เวิ้งพบปะที่ปลุกโกดังของอากงปี 1960 ให้มีชีวิต

ช่วงปี 1991 อากงเสีย เหลือเพียงอาม่า ซึ่งแบกรับธุรกิจนี้ด้วยตัวคนเดียวไม่ไหว ส่วนคุณพ่อของคิมอยู่ในเส้นทางสายอาจารย์ และไม่มีความสนใจสานต่อสถานที่แห่งนี้ เสี่ยมเฮงจึงปิดตัวลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ซึ่งเป็นปีเกิดของคิมพอดี และถูกทิ้งเป็นโกดังร้างนับแต่นั้นมา

เฮงสเตชั่น

เวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งคิมเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีที่ 3 เขาค่อย ๆ รื้อฟื้นสถานที่แห่งนี้อีกครั้งด้วยการเปิดห้องแถวเชิงพาณิชย์เล็ก ๆ อยู่ด้านหน้าติดกับถนน อีกทั้งยังได้เรียนรู้และซึมซับการลงทุนจากคุณลุง และเมื่อถึงวัยทำงาน เขาจึงเริ่มฉุกคิดได้ว่า น่าจะเอาสถานที่ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แทนที่จะไม่ปล่อยให้ทิ้งร้าง

คิมคิดแล้วคิดอีกว่าจะใช้ที่ดินตรงนี้ทำอะไรดี แต่ทุกครั้งก็มีคำถามพ่วงท้ายเสมอว่า พื้นที่นี้เป็นทางลึก หน้าแคบ และคุณพ่อตั้งเงื่อนไขเอาไว้ 1 ข้อ คือ ทุกอย่างต้องคงรูปร่างเดิมให้มากที่สุด การทุบเพื่อประกอบร่างใหม่หลายครั้งอาจนำมาซึ่งปัญหากับคุณพ่อได้ จุดนี้เองที่คิมต้องนำความรู้ด้านวิศวกรรมที่เขาร่ำเรียนมาใช้อย่างเต็มที่ ในการรีโนเวตโกดังแห่งนี้ไม่ให้เป็นแค่ห้องแถวต่อ ๆ กัน

“ผมเริ่มก่อสร้างจริง ๆ คือมีนาคม ปี 2022 ใช้เวลารีเสิร์ชนานมาก ออกแบบ วางแปลน สลับแปลน จะมีสวนตรงไหนเพื่อให้ดูไม่อึดอัด พร้อมกับดูบริบทพื้นที่โดยรอบ”

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

คิมสร้างตึกหลังหนึ่งข้างในโกดังอีกที เทคานส่วนที่เป็นกำแพง วางตอม่อเสาใหม่ และก่อกำแพงขึ้นมาด้านใน แต่ด้านนอกยังคงทุกอย่างไว้เหมือนเดิม จากเดิมที่เป็นหลังคาเต็ม เขารื้อหลังคาออกครึ่งหนึ่ง และปรับพื้นที่ตรงนั้นออกเป็นสวน เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดให้คนเดินเข้าไปด้านใน

“ผมเพิ่มพื้นที่ด้วยการขยายเข้ามาในพื้นที่ของเราเอง สร้างคอมมูนิตี้ให้คนมาใช้เวลาวันหยุดกับเพื่อน” ประโยคนี้เห็นจะเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์

Community Space

“ผมว่าการใช้คำว่า คอมมูนิตี้ ดูเป็นสถานที่ที่ให้คนมาพบปะกันมากกว่าเป็นพื้นที่ขายของ ผมอยากให้คนมานั่งเล่น มาคุยกัน ใช้เวลานั่งเม้ากับเพื่อนในช่วงวันหยุด ก็เลยใช้คำนี้”

ในตอนนี้ เฮงสเตชั่น เปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

คิมไม่ได้ต้องการให้ที่นี่กลายเป็นผับหรือบาร์ สาเหตุมาจากส่วนหนึ่งของพื้นที่เป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว เขาขอแค่ให้คนที่มาได้นั่งเล่น พูดคุย พบปะ ไม่จำเป็นต้องรับประสบการณ์ คิดเสียว่าที่นี่คือ ‘สวนหลังบ้าน’ ซึ่งทุกคนเข้ามาเดินเล่นได้อย่างผ่อนคลาย อีกทั้งยังมี 1 ร้านข้าว 1 ร้านกาแฟ 1 ร้านเครื่องหอม และ 2 ร้านเบเกอรี่ คอยรองรับความต้องการของเหล่าผู้คนที่เข้ามาเยือน

แล้วคิมก็พาเราทัวร์ตามร้านต่าง ๆ อย่างเป็นมิตร และให้พวกเขาอธิบายถึงจุดเด่นที่อยากนำเสนอ เราเริ่มต้นกันที่…

School Coffee

ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่หน้าสุดของโครงการ เปรียบเสมือนพื้นที่รับแขกให้ผู้คนเข้ามาซื้อกาแฟหรือเครื่องดื่มก่อนเดินสำรวจ ร้านกาแฟแห่งนี้มีคอนเซปต์ว่า สร้างความสุขให้ทุกภาคส่วน เริ่มต้นจากธรรมชาติ แหล่งปลูกกาแฟ ต้นกาแฟสายพันธ์ุต่าง ๆ การแปรรูปกาแฟที่เป็นผลไม้ให้กลายเป็นสารกาแฟ ส่วนถัดมาเป็นบาริสต้า และจบลงที่ลูกค้าทุก ๆ ท่านได้รับผลิตภัณฑ์ดี ๆ จากทางร้าน

สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต
สเตชั่น Community Space ในสวนหลังบ้าน จ.เชียงใหม่ ที่ปลุกโกดังปี 1960 ของอากงให้มีชีวิต

เมื่อไหร่ก็ตามที่ทุกคนในทุกภาคส่วนมีความสุข วงล้อแห่งการพัฒนาก็จะเริ่มเป็นไปตามแนวทางที่ทางร้านตั้งใจ และขับเคลื่อนได้ด้วยตัวของมันเอง แต่ก็ใส่พลังเข้าไปได้ในบางจังหวะ (ตามที่ทางร้านได้บอกกับเรา) เมื่อมาถึงร้าน School Coffee ลูกค้าเลือกกาแฟที่อยากจิบได้ตามต้องการ ตั้งแต่เมล็ด ระดับการคั่ว และกระบวนการชงกาแฟ ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ที่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งและยังคงมีตลอดไป นั่นคือ ยาคูลท์ปีโป้ปั่นและโอริโอ้ปั่น เพื่อเป็นเกียรติให้แก่บาริสต้าคนแรกผู้คิดค้น 2 เมนูนี้ที่อยู่คู่กับร้านมาตั้งแต่ยังเปิดอยู่ที่กรุงเทพฯ อ้อ ขอกระซิบดัง ๆ ว่าร้านนี้เจ้าของเดียวกับ ร้านสุขพอดี นะ

KLĀY concept

ร้านเครื่องหอมที่เน้นเล่าเรื่องราวผ่านงานเซรามิก

เทียนหอมในถ้วยเทียนเซรามิกมาจากเทศบาลเมืองแม่โจ้ เนื่องจากทางร้านพยายามสนับสนุนผู้ประการรายย่อยให้ได้มากที่สุด สินค้านิยมคือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยม วิธีใช้ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน หยดน้ำมันหอมระเหยลงบนก้อนเซรามิก แล้วรอให้ดูดซึมน้ำหอม ซึ่งทางร้านดีไซน์ให้มีความกลมอยู่ภายใน จึงเกิดการถ่ายเทเข้า-ออกของอากาศผ่านเนื้อเซรามิก เป็นการกระจายกลิ่นหอมเบา ๆ

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ขณะเดียวกัน ทางร้านยังมีการจัดเวิร์กช็อปให้แก่ผู้ที่สนใจ เป็นการผสมกลิ่มน้ำหอม ทำเทียนหอม และทำเครื่องหอม เน้นเรื่องของการพยายามให้ผ่อนคลายทุกประสาทสัมผัสผ่าน Therapy

เวิร์กช็อปเป็นกลุ่มได้ไม่เกิน 6 คน หากใครสนใจสอบถามหน้าร้านได้เลย 

The Dorm Bakery

หนึ่งในร้านเบเกอรี่ประจำ เฮงสเตชั่น ที่เปิดหน้าร้านเป็นของตัวเองครั้งแรกพร้อมกับโครงการ โดยภายในร้านประกอบด้วยเมนูเบเกอรี่ปกติและเมนูวีแกน (ทางร้านเรียกว่า สูตรเจ) ในราคาไม่แพง 

ทุกเมนูต่างประกอบด้วยความโฮมและแฮนด์เมด เมนูที่ทางร้านแนะนำว่าต้องลองลิ้มให้ได้ ได้แก่ เค้กแคร์รอต พายแอปเปิล และกราโนล่าบาร์ (ปราศจากกลูเต็น อัดแน่นด้วยคุณประโยชน์)

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

Circle.Pound

ร้านเค้กวันเกิดที่ขายเค้กแบ่งชิ้นสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากทานเยอะมาก เมนูแนะนำ ได้แก่ โยเกิร์ตชีสเค้ก ซึ่งเป็นเมนูที่มีทุกวัน ส่วนเมนูพิเศษ ทางร้านขอแนะนำ เครมบรูเล่ ชีสเค้กท็อปด้วยน้ำตาลเผา เวลากินต้องใช้ช้อนเคาะด้านบน ลูกค้าสนุกด้วย อร่อยด้วย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

POHSOP local-rice eatery

ร้านอาหารจานข้าวที่ให้ความสำคัญกับการใช้ข้าวอย่างแท้จริง เพราะร้านโพสพเลือกคัดสรรข้าวแต่ละชนิดตามแต่ฤดูกาล เพื่อยกระดับและเชิดชูข้าวให้กลายเป็นพระเอกของร้าน โดยทางร้านบอกว่าทุกเมนูปลอดเนื้อสัตว์ เพราะอยากให้ลูกค้าได้พักท้องจากการย่อยอาหารมื้อหนัก ๆ ที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ และหวังว่าอาหารของทางร้านจะเป็น Comfort Food สำหรับใครหลายคน

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

นอกจากนี้ทางร้านยังไม่ได้เจาะจงสัญชาติหรือประเภทอาหารของตน เพราะด้วยความต้องการที่จะก้าวข้ามการถูกจำกัดความ อาหารของร้านโพสพจึงมีอาหารหลายสัญชาติ และผสมผสานจนเกิดเป็นอาหารหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว เช่น พิซซ่าดอย ใช้ผักดองเป็นหน้าพิซซ่า และแป้งทำจากข้าวปุกงา หรือ ข้าวแต๋นทาปาส เป็นการผสมผสานอาหารทานเล่นของสเปนกับไทย

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน

ตามที่บอกไว้ตอนต้น คิมซึมซับเอาวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาไม่มากก็น้อยจากการเดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยหลายต่อหลายครั้ง แนวคิดในการสร้างสถานที่แห่งนี้จึงพยายามให้กลายเป็นสวนญี่ปุ่นที่ผู้คนมาเดินเล่น นั่งคุย หย่อนใจ รวมไปถึงพักเหนื่อยจากการเดินห้างสรรพสินค้าหรือท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวหนาแน่นระดับไหล่นชนไหล่ ศอกชนศอก 

แม้เฮงสเตชั่น จะเปิดมาเพียง 2 เดือน แต่ก็มีคนแวะเวียนมาสร้างสีสันให้พื้นที่คึกคักไม่ขาดสาย และคิมเองก็อยากขยับขยายพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงวางแผนจะรีโนเวตโกดังอีกหลังที่อยู่ติดกัน เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้า ขยายพื้นที่สีเขียว ลดจำนวนพื้นปูน และใกล้ความเป็นสวนที่สุด 

เวิ้งเฮงสเตชั่น (Heng Station) จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนโกดังร้างรุ่นอากงเป็น Community Space สำหรับนั่งเล่น-พบปะในบรรยากาศสวนหลังบ้าน
Heng Station
  • 142 ซอยรถไฟ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
  • 08 3765 0940
  • Heng Station

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load