11 พฤศจิกายน 2563
2 K

เมื่อการสวมเสื้อเป็นมากกว่าการปกปิดร่างกาย ทว่าเป็นการแสดงตัวตนของคนที่หยิบมันมาไว้บนเรือนกาย มากกว่านั้นยังคลับคล้ายการสวมร่องรอยประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ อย่างเสื้อวงดนตรีถูกผลิตเป็นครั้งแรกช่วง ค.ศ. 1960 ขนาด The Beatles วงดนตรีระดับตำนาน ยังเคยขายเสื้อวงจนยอดจำหน่ายพุ่งสูงเกือบแซงยอดอัลบั้ม

ยิ่งทศวรรษ 70 – 90 นับเป็นยุคทองของศิลปินที่หันมาทำเสื้อยืดวงดนตรีของตนเอง ซึ่งการครอบครองเสื้อวงดนตรีถือเป็นการอุดหนุนวงนั้น ไม่ก็ถูกมองว่าเป็นสาวกของวงโดยปริยาย เมื่อกาลเวลาผ่านหลายสิบปี เสื้อวงมีจำนวนน้อยลง กลายเป็นของหายาก แถมมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ณ วันนี้ การพบเจอเสื้อยืดวงดนตรีของแท้ฉบับดั้งเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่งผมพบกับ Museum of TEEs Thailand คลังขุมทรัพย์เสื้อยืดหายากแห่งแรกของยุคนี้ 

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

Museum of TEEs Thailand เป็นพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดของ เบียร์-พันธวิศ ลวเรืองโชค หัวเรือของกิจการรับออกแบบนาม Apostrophys Group ซึ่งเสื้อยืดทั้งหมดมาจากการสะสมตั้งแต่เขาเป็นเด็ก ทั้งจากการคุ้ยกองเสื้อตามตลาด (ที่มักเจอของดีเสมอ) การซื้อขายระหว่างมิตรสหาย จนถึงการประมูลจากในประเทศไทยและต่างประเทศ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เมื่อผมเดินเข้ามาด้านในก็พบเสื้อยืดนับร้อยตัวแขวนเรียงรายบนเพดาน และเสื้อยืดอีกจำนวนมากก็แขวนอยู่บนราวตั้งพื้น โดยมี ช้อปปิ้ง-รุจาภา สัมมาวรรณ ผู้ดูแล Museum of TEEs Thailand เป็นไกด์นำเยือนและชวนผมทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดหายากแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ถ้าพร้อมแล้ว เลือกเสื้อยืดตัวเก่งไปลุยกัน!

พื้นที่ (เสื้อยืด) ส่วนกลาง

วินาทีแรกที่ผมเห็น Museum of TEEs Thailand ดูไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์อย่างที่คิดเอาไว้ ด้วยอาคารที่มีกระจกสะท้อนแสง พ่วงอาคารสองชั้นด้านข้าง สถานที่ตรงหน้าดูเป็นบริษัทแห่งหนึ่งเสียมากกว่า สิ่งที่คิดนั้นไม่ผิดเสียทีเดียว เมื่อมารู้ทีหลังว่า ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ เบียร์ทำงานเป็นผู้ดูแลบริษัทออกแบบภายในและมีบริษัทในเครือที่ต้องดูแลอีก 3 แห่ง ซึ่งพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดเพิ่งเปิดได้เพียง 2 ปี หลังจากเขาย้ายศูนย์กลางการทำงานมาย่านลาดพร้าว 

แรกเริ่มเดิมทีเบียร์เป็นคน ‘เล่น’ เสื้อยืดมานานแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเสื้อวงดนตรีหายาก โดยเฉพาะวงดนตรีช่วงยุค 90 อย่างวง Guns N’ Roses, Metallica, Björk, Butthole Surfers, Run-DMC, KISS จนถึงวงชื่อดังตลอดกาลอย่าง Nirvana เมื่อจำนวนเสื้อยืดเพิ่มตามระยะเวลาการสะสม เขามองว่าถ้าเก็บไว้คงเสื่อมสภาพ เลยเกิดความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดเป็นของตัวเอง ซึ่ง Museum of TEEs Thailand เป็นพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดแห่งแรกในประเทศไทย

มิวเซียมแห่งนี้จัดแสดงเสื้อยืดอันทรงคุณค่าจากคลังแสงของเบียร์สู่สายตาของนักสะสมและคนที่สนใจ 

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

บางเดือนหรือบางเทศกาลจะมีธีมการจัดแสดง อย่างช่วงนี้ (ตุลาคม 2563) เป็นธีมเสื้อยืดสยองขวัญ มีเสื้อยืดสกรีนลายจากภาพยนตร์กระตุกขวัญอย่าง Chucky, Scream, Friday the 13th, Freddy Krueger  มีเสื้อยืดวง Queen ที่ทำออกมาตอนวงยังไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งคอลเลกชันจัดแสดงมีทั้งเสื้อยืดสะสมของเบียร์และคนที่ ‘เล่น’ เสื้อเหมือนกับเขา 

“เคยมีค่ายเพลงเข้ามาคุยกับเราเกี่ยวกับโปรเจกต์เสื้อ และมีคนทักมาหาเราว่าเขาไม่ได้มีเสื้อวงครบทุกตัวนะ แต่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการจัดแสดงเสื้อวงดนตรีไทย เขาถ่ายภาพมาให้เราดู เป็นของ Bodyslam หมดเลย หมวก เสื้อ ของที่ระลึก เราเลยคิดว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนกลางที่ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้พื้นที่สำหรับจัดแสดงงาน” ไกด์สาวอธิบาย

พื้นที่มิวเซียมแห่งนี้จึงเป็นเสมือนพื้นที่ส่วนกลางสำหรับคนรักเสื้อยืดที่มีความพิเศษต่างกัน บางคนสะสมเสื้อวินเทจมากกว่าพันตัว บางคนสะสมเฉพาะวงดนตรีวงเดียว อย่างเบียร์นอกจากสะสมเสื้อวงที่ตัวเองชอบในยุค 90 ยังมีเสื้อแจ็กเก็ต ของที่ระลึก เช่น เสื้อกีฬาโอลิมปิก เสื้อบอล ถ้าใครมีของดีที่อยากสำแดงก็เอามาจัดแสดงที่มิวเซียมได้นะ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เสื้อยืดที่เป็นมากกว่าเสื้อยืด

“ตัวนี้ราคาประมาณห้าแสนบาท” เรามองตามนิ้วชี้ของช้อปปิ้งที่หันไปทางเสื้อยืดลายกล่องหัวใจ ถ้าใครเป็นบิ๊กแฟนของ Nirvana จะรู้ว่าลายบนเสื้อมาจากเพลง Heart-Shaped Box (อะไรกันนะที่ทำให้เสื้อตัวนี้ราคาครึ่งล้าน)

“มีปัจจัยอะไรบ้างครับที่ทำให้เสื้อยืดราคาสูงขนาดนี้” ผมสงสัย

“เป็นเพราะความพอใจและคนมีชื่อเสียงใส่ลายเดียวกัน” เธอหยิบเสื้อตัวนั้นลงมาให้ผมชมตรงหน้า

“อย่าง Heart-Shaped Box จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) เคยใส่มาแล้ว หลังจากนั้นราคาเสื้อก็ขึ้นทันที ยิ่งเป็นตัวดั้งเดิมที่ผลิตตั้งแต่ยุคนั้นจะยิ่งแพง เหมือนตัวนี้ที่กลายเป็นหนึ่งในบรรดาเสื้อ OVP (All-Over-Print T-Shirt) ที่อยู่ในเบญจภาคี

“เสื้อเบญจภาคีเป็นเสื้อยอดฮิตที่มีราคาสูง อย่าง Metalica แมงมุม จริงๆ ไม่ได้ชื่อ Metalica แมงมุม พอเสื้อฮิตมากๆ เลยมีชื่อเล่นไว้เรียกกัน ซึ่งเบญจภาคีที่เป็น OVP มีวง KISS, Nirvana, AC/DC และ Ozzy Osbourne”

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

วิธีการดูเสื้อว่าแท้หรือไม่แท้มีอยู่หลายวิธี ตั้งแต่ป้ายคอเสื้อจนถึงตะเข็บเสื้อ ป้ายที่อยู่บนคอเสื้อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการแยกว่าเสื้อตัวไหนผลิตในช่วงปีไหน เสื้อยุค 80 -90 มักมีป้ายคอเสื้อ แต่ละปีทำรูปแบบป้ายแตกต่างกันจนแยกได้ ปัจจุบันเสื้อบางตัวไม่ได้ทำป้ายหลังคอเสื้อกันแล้ว แต่เป็นการปั๊มลายตรงคอเสื้อแทนเพื่อลดต้นทุน 

ส่วนตะเข็บเสื้อยุค 90 จะเย็บตะเข็บเดี่ยวตรงชายเสื้อและแขนเสื้อ เสื้อบางตัวถึงเป็นของแท้เหมือนกัน แต่เป็นการผลิตซ้ำอีกครั้ง ทำให้ราคาไม่ได้สูงเท่ากับปีแรกที่ผลิต ดังนั้น การซื้อเสื้อที่มีความพิเศษแบบนี้ต้องตรวจเช็กอย่างดี อาศัยความมุ่งมั่นอดทนในการตามหา ซึ่งความยากลำบากในการซื้อกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาเสื้อเพิ่มขึ้น

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เพราะมันกลายเป็นเสน่ห์และความพึงพอใจนั่นเอง

“นักสะสมบางคนไม่เหมือนกัน เขาไม่ได้สนเลยว่าคนอื่นซื้อเสื้อตัวนี้มาเท่าไหร่ เขาอาจซื้อมาหลักร้อย แล้วมาขายเราหลักหมื่นก็ได้ ถ้ามันมีคุณค่าทางจิตใจกับเขา วงการมันเป็นแบบนี้” ช้อปปิ้งขยายใจความสำคัญ

MOTT x เชอรี่ สามโคก

Museum of TEEs Thailand ไม่ได้ตั้งใจเป็นร้านขายเสื้อยืดแต่แรก จุดประสงค์หลักมีเพียงแค่จัดแสดงเสื้อยืดหายาก แต่มีบ้างบางตัวที่ปล่อยขาย (จำนวนไม่มากนัก) ตั้งแต่เสื้อราคาหลักร้อยถึงระดับราคาสูง 3 ตัวล้าน!

ช้อปปิ้งพาผมเดินไปที่บริเวณนั่งเล่นสำหรับฟังแผ่นเสียงของมิวเซียมซึ่งรอบล้อมด้วยราวเสื้อยืด ไกด์สาวหยิบเสื้อยืดสีดำสกรีนด้วยลายที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หลายคนคงไม่คุ้นตาว่าเป็นเสื้อยืดของวงดนตรีวงไหน เพราะนั่นเป็น H.O.C (The Haus of Custom) by MOTT เสื้อแบรนด์ของ Museum of TEEs Thailand 

เสื้อออกแบบด้วยลายสกรีนที่มีความสร้างสรรค์ ดีไซเนอร์ได้แรงบันดาลใจจากวงดนตรีและภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Evangelion ผสมกับวง KISS ด้วยการ Mix and Match อย่างลงตัว ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่า การทำเสื้อยืดไม่ได้ทำเพื่อสวมใส่เพียงอย่างเดียว แต่นั่นเป็นการถ่ายทอดงานศิลปะให้เป็นที่ประจักษ์ต่อทุกสายตา

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

ความน่าสนใจของเสื้อยืดที่ทำขึ้นมา คือการทำงานร่วมกับ เชอรี่ สามโคก เธอลงทุนถ่ายภาพนู้ดเพื่อสกรีนบนเสื้อ อาจฟังดูเหมือนเสื้อลายนู้ดทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่เสื้อยืดได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเสื้อยืดของวงดนตรีต่างประเทศ มาผสมผสานจนกลายเป็นเสื้อคอลเลกชัน เชอรี่ สามโคก ที่มีความสวยงามจนน่าประหลาดใจ 

“เราทำเสื้อขายเองเพื่อสำรวจตลาดว่าเขาชอบแบบไหน เราตั้งกลุ่มทาร์เก็ตถูกมั้ย ผลออกมามีคนซื้อเสื้อแบรนด์เราเยอะมาก ส่วนการสั่งซื้อทางเพจเรียกว่าเพจแตกเลย” แอดมินเพจประจำมิวเซียมพูดด้วยรอยยิ้ม

ส่วนเสื้อแบรนด์ H.O.C ออกมาเพียง 5 เวอร์ชันเท่านั้น ก่อนจะมีเสื้อแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘UR. YOUR BRAND’ ติดตามรอลุ้นเสื้อลายสวยเท่ได้ที่เพจ Museum of TEEs Thailand นะ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

แลนด์มาร์กสำหรับแฟนวงดนตรี

พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดตั้งปักหลักอยู่ในสถานที่ที่สัญจรได้ยาก เพราะไม่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหยุดคนที่สนใจได้ ช้อปปิ้งเล่าให้ผมฟังว่า ผู้มาเยือนมาจากต่างจังหวัดก็มี แถมมีตั้งแต่วัยนักเรียนที่มาถามหาเฉพาะวงดนตรีที่ชอบ ไปจนถึงวัยกลางคนที่เป็นแฟนเพลงจริงๆ แม้แต่ขบวนรถมอเตอร์ไซค์ Harley Davidson ก็เคยแห่กันมาดูถึงที่ 

“กลายเป็นว่าหลายอย่างมันถูก Shaped ไปเอง บางครั้งเราเจอผู้ชายกับผู้หญิงใส่เสื้อยืดวง Metallica คู่กันแล้วเขาเดินเข้ามาถ่ายรูป เหมือนว่าเสื้อยืดวงดนตรีเป็นยูนิฟอร์มที่เขาใส่มามิวเซียม ซึ่งเขาเลือกเอง ไม่เกี่ยวกับเรา

“คุณเบียร์เคยพูดว่าจะทำมิวเซียมแค่สองปี แต่ถ้าไม่ได้เสียหายอะไร เขาก็อยากให้มันอยู่ต่อ” เธอยิ้ม

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

หลังจากจบบทสนทนา ผมเดินไปดูเสื้อตัวหนึ่งของวงดนตรี Pink Floyd ซึ่งเป็นหนึ่งในวงผมชื่นชอบมาก และเป็นตัวที่ช้อปปิ้งบอกว่าเป็น ‘ผ้าตาย’ เสื้อที่ผ่านกาลเวลามานานมากจนเนื้อผ้าบางแทบจะขาดตลอดเวลา 

การทำให้เสื้อยืดเหล่านี้เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้ต้องอาศัยการดูแลอย่างดีมาก แม้ลวดลายจะเลือนลาง แต่ก็ทำเอาผมนึกถึงบรรยากาศที่เสื้อตัวนี้ถูกสวมใส่โดยแฟนเพลงคนใดคนหนึ่ง ที่กำลังตะโกนโหวกเหวกอย่างดีอกดีใจเมื่อเห็น โรเจอร์ วอเทอร์ส (Roger Waters) และ เดวิด กิลมอร์ (David Gilmour) สองสมาชิกจากวง Pink Floyd ขึ้นเวทีและสร้างเสียงดนตรีดังสั่นสะท้านไปทั้งเวที 

ผมเชื่อว่ายังมีเสื้อยืดอีกหลายตัวใน Museum of TEEs Thailand ที่ผ่านเรื่องราวและเต็มไปด้วยความทรงจำ

Museum of TEEs Thailand

ที่ตั้ง : 1/14 ซอยลาดปลาเค้า 50 ถนนลาดพร้าว แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230 (แผนที่)

เบอร์โทรติดต่อ : 0 2194 1554

Facebook : Museum of TEEs Thailand

Writer

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

อยู่เมืองไทย ใครเลยจะไม่เคยเห็นครุฑ

สัตว์ใหญ่ในตำนาน อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งนก พาหนะของพระนารายณ์ผู้ทรงเป็นหนึ่งในสามมหาเทพในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สัญลักษณ์แทนองค์พระมหากษัตริย์

คติความเชื่อที่ไล่เรียงมาข้างต้น ล้วนเป็นคำตอบว่าทำไมครุฑจึงมีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญยิ่งในสังคมไทย แม้ว่าเราทุกคนจะไม่เคยเห็นครุฑองค์เป็น ๆ แต่ศิลปะรูปครุฑกลับปรากฏอยู่ทั่วทุกแห่งหน ทั้งในจิตรกรรมฝาผนัง วัตถุมงคล ผืนธง ตราแผ่นดิน ไปจนกระทั่งประติมากรรมหน้าห้างร้านหรือธนาคารต่าง ๆ ที่เด็กทุกคนน่าจะเคยถูกผู้ใหญ่ชี้ชวนให้ดูกันทั้งนั้น

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

แต่จะมีสถานที่ใดในไทย (และในโลก) ที่มีครุฑให้เห็นมากเท่าที่นี่ไหม

ทดคำถามนี้ไว้ในใจ แล้วให้ตัวอักษรพาทุกท่านเยี่ยมยลพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

ครุฑหน้าธนาคาร

หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่า ตราครุฑที่ติดอยู่หน้าธนาคารเรียกว่า ‘ตราตั้งห้าง’ หรือ ‘ตราตั้ง’ เป็นรูปครุฑพ่าห์หรือครุฑซึ่งเป็นพาหนะ ตราครุฑพ่าห์ (พระครุฑพ่าห์) ถูกใช้ในส่วนราชการมาช้านาน ก่อนจะมีการออกแบบตราครุฑพ่าห์สำหรับใช้เป็นตราตั้งห้างของภาคเอกชนให้มีลักษณะต่างกันเล็กน้อย ธุรกิจเอกชนสามารถขอตราตั้งห้างประดับอาคารที่ทำการได้ ด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากสำนักพระราชวัง ซึ่งมีเงื่อนไขว่ากิจการนั้นจะต้องปลอดหนี้สิน ทำธุรกิจด้วยความสุจริต และทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง เป็นต้น

ธนาคารเอกชนมากมายได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้ติดตั้งตราครุฑ หลายแห่งยังดำเนินกิจการอยู่ ขณะที่บางแห่งก็สิ้นชื่อไปจากสารบบนานแล้ว ตัวอย่างเช่น ‘ธนาคารนครหลวงไทย’ ซึ่งควบรวมกิจการกับธนาคารธนชาตไปเมื่อ พ.ศ. 2554

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เนื่องจากนครหลวงไทยเป็นธนาคารเก่าแก่ ก่อตั้งในสมัยรัชกาลที่ 8 ประกอบธุรกิจการเงินนานกว่า 70 ปี ในวันที่ยุบรวมกับธนชาต ย่อมเป็นธรรมดาที่ธนาคารนี้จะได้รับพระราชทานครุฑ แต่เมื่อกิจการถูกโอนสู่มือเจ้าของใหม่อย่างธนาคารธนชาต องค์ครุฑที่เคยกางปีกเป็นสง่าอยู่หน้าสาขาธนาคารนครหลวงไทยทั่วประเทศจำต้องถอดลงตามกฎหมาย แต่แทนที่จะเก็บครุฑทั้งหมดไว้ให้เปล่าดาย ผู้บริหารธนาคารกลับเล็งเห็นคุณค่าของตราครุฑพระราชทานเหล่านี้

จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑ’ ที่รวบรวมองค์ครุฑจากธนาคารนครหลวงไทยสาขาต่าง ๆ มาจัดแสดงไว้ที่บางปู

ในระยะแรก พิพิธภัณฑ์ครุฑสงวนไว้ให้เข้าชมได้เฉพาะผู้ติดต่อเข้ามาเป็นกรณีพิเศษ เช่น คณะนักเรียนที่เข้ามาทัศนศึกษา กระทั่งธนาคารธนชาตได้ควบรวมกิจการกับธนาคารทหารไทยใน พ.ศ. 2564 และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) ที่นี่จึงเปิดสู่สาธารณชนเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนของทีทีบี ที่เราได้วางแนวทางการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเยาวชน ชุมชน และการจุดประกายความเป็นไทย ซึ่งองค์ครุฑอยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความกตัญญู ความซื่อสัตย์ และความดีงาม ซึ่งไม่ว่าโลกจะทันสมัยไปอีกสักแค่ไหน แต่ 3 สิ่งนี้ยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่เราควรรักษา”

คุณกาญจนา โรจวทัญญู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการตลาดและประสบการณ์ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวกับพวกเราชาว The Cloud ไว้

“พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความเฉพาะตัว ด้วยเรื่องราวของพญาครุฑ การอนุรักษ์และจัดแสดงครุฑพระราชทานกว่า 150 องค์ รวมถึงการถ่ายทอดเรื่องราวที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่จะส่งผ่านถึงคนรุ่นหลังให้ตระหนักถึงคุณค่าขององค์ครุฑ ในรูปแบบการจัดแสดงที่ทันสมัยทั้งแอนิเมชันและมัลติมีเดียที่เหมาะกับผู้ชมทุกวัย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับทุกคนในครอบครัว ซึ่งการเปิดให้ชมสำหรับบุคคลทั่วไปครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี จึงนับเป็นโอกาสดีที่พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางศิลปวัฒนธรรมที่คนไทยทุกคนจะได้ร่วมภาคภูมิใจ”

ครุฑองค์ใหญ่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

สิ่งแรกที่ทุกคนจะได้เห็นเมื่อมุ่งหน้ามาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ก็คือประติมากรรมรูปครุฑองค์ใหญ่สูงกว่า 4 เมตร สยายปีกต้อนรับผู้มาเยือนอยู่เหนือป้ายชื่อพิพิธภัณฑ์ สีสันที่ลอกเลือนตามกาลเวลาบอกให้รู้ว่าครุฑองค์ใหญ่นี้มีอายุไม่ต่ำกว่าครึ่งศตวรรษ

ครุฑองค์นี้ได้รับการอัญเชิญมาจากหน้าสำนักงานใหญ่ของอดีตธนาคารนครหลวงไทยบนถนนเพชรบุรี ไม่นานหลังเกิดการรวมกิจการเมื่อ พ.ศ. 2554 พร้อมกับเสียงร่ำลือมากมายเกี่ยวกับความศักดิ์สิทธิ์ของพญาครุฑองค์นี้ จึงเกิดเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เจ้าหน้าที่จะเชื้อเชิญให้ทุกคนที่มาเยี่ยมเยือนได้จุดธูปสักการะครุฑองค์ใหญ่ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์ 

ตึกทรงครุฑ

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งนี้อยู่ในอาคารหลังเดียวกับศูนย์ฝึกอบรมธนาคารธนชาต บางปู

ตอนที่ถอดครุฑลงจากธนาคารนครหลวงไทยแต่ละสาขา องค์ครุฑพระราชทานเหล่านั้นก็ได้รับการอัญเชิญมาไว้ศูนย์ฝึกอบรม ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมากที่อาคารนี้มีปีกยื่นออกไปสองข้าง แผนผังคล้ายกับพญาครุฑในอิริยาบถกางปีกอันคุ้นตา หากมองมาจากมุมสูง

สถานที่นี้จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ประดิษฐานองค์ครุฑซึ่งอัญเชิญมาจากทั่วสารทิศ โดยพื้นที่ที่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์คืออาคารกลางและปีกขวาบางส่วน

ภายในพิพิธภัณฑ์มี 2 ชั้น แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 6 ส่วน มีเจ้าหน้าที่พาชมและคอยให้ความรู้เป็นรอบ ๆ เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกชีวิตก้าวสู่โลกของพญาครุฑไปพร้อม ๆ กัน

โถงต้อนรับ

ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติสองบานตั้งขนาบกลางป้ายประกาศสรรพคุณของที่นี่ว่า ‘พิพิธภัณฑ์ครุฑแห่งแรกและแห่งเดียวในอาเซียน’ เพราะแม้ว่าเรื่องเล่าความเชื่อเกี่ยวกับพญาปักษีจะมีอยู่ทั่วอุษาคเนย์ แต่ก็ไม่มีพิพิธภัณฑ์ใดในภูมิภาคนี้ที่มีครุฑเป็นธีมหลัก นอกจากที่นี่

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

เมื่อเราย่างเท้าผ่านประตูบานนี้ไป สายตาก็จะเผชิญกับผนังทรงโค้งวาดลวดลายธรรมชาติของป่าหิมพานต์ ความเจ๋งของฝาผนังนี้อยู่ที่ QR Code ซึ่งสแกนเพื่อใช้ฟิลเตอร์ใหม่ในอินสตาแกรมสตอรี่ได้ หากนำกล้องมือถือไปส่องกับผนัง ก็จะพบภาพกราฟิก AR (Augmented Reality) เล่าขานศึกสายเลือดระหว่างครุฑกับนาคโดยมีป่าหิมพานต์เป็นพื้นหลัง

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ
พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

ส่วนจัดแสดงนี้ยังมีห้องฉายภาพยนตร์สั้นที่จะพาผู้ชมไปรู้จักประวัติพิพิธภัณฑ์ และเรื่องราวเบื้องต้นของพญาครุฑ เริ่มตั้งแต่จุดกำเนิด ข้อแตกต่างระหว่างครุฑในศาสนาฮินดูกับพุทธ ธรรมชาติของครุฑ ฯลฯ เพื่อปูทางความรู้เรื่องครุฑก่อนไปชมส่วนจัดแสดงต่อไป

ครุฑพิมาน

เสร็จจากการเยี่ยมชมพื้นที่จัดแสดงชั้นล่าง เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราทุกคนขึ้นไปชั้นบนโดยผ่านบันไดที่ตกแต่งด้วยก้อนหินและสุมทุมพุุ่มไม้หนาทึบประหนึ่งผืนป่าใจกลางตึก

ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นภาพจำลองของป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อของชาวไทยในอดีต ซึ่งภาพจำลองนั้นยิ่งดูแจ่มชัดขึ้นเมื่อเราไปถึงส่วนจัดแสดงที่สองอันมีชื่อว่า ‘ครุฑพิมาน’

พิพิธภัณฑ์ครุฑ มิวเซียมเดียวในอาเซียนที่สร้างขึ้นเพื่อเล่าเรื่องครุฑโดยเฉพาะ

โถงใหญ่กลางชั้นสองคือห้องเรียนจักรวาลไตรภูมิ และดินแดนในเทพนิยายอย่างป่าหิมพานต์ ป่าเชิงเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่อยู่ของสิงสาราสัตว์นานาชนิด

ช่องว่างกลางโถงถูกดัดแปลงเป็นสระอโนดาต สระน้ำหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตที่ไม่มีวันแห้งเหือดตราบเท่าที่กลียุคยังไม่มา มุมสระทั้ง 4 ทิศมีทางน้ำไหลระบายออกจากปากสัตว์มงคล 4 ชนิด ประกอบด้วยราชสีห์ ช้าง ม้า และโค รอบพื้นที่จัดแสดงเดียรดาษไปด้วยต้นไม้ สัตว์หิมพานต์ ฤๅษี คนธรรพ์ วิทยาธร รวมถึงต้นไม้ประหลาดอย่าง ‘นารีผล’ หรือ ‘มักกะลีผล’ ที่ออกผลเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่น มีหน้าตาสะสวยราวนางอัปสร ดึงดูดให้เหล่าเทวดาเพศชายพากันหมายปองและแย่งชิงกันเด็ดไปเชยชม

นครนาคราช

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

เมื่อพูดถึง ‘ครุฑ’ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการพูดถึง ‘นาค’ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดาและศัตรูตัวฉกาจของเจ้าแห่งนก

ส่วนจัดแสดงที่ 3 มีชื่อว่า ‘นครนาคราช’ ซึ่งมาในธีมโลกบาดาล ฉากพรรณไม้ในป่าหิมพานต์เมื่อห้องที่แล้วถูกแทนที่ด้วยสีน้ำเงินของเกลียวคลื่นและผืนสมุทร เมื่อมาถึงห้องนี้ ผู้เข้าชมจะได้รู้จักความเชื่อเรื่องโลกบาดาลในพุทธศาสนา บทบาทของพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในฐานะสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ขณะบรรทมอยู่เหนือเกษียรสมุทร ปิดท้ายด้วยตำนานความบาดหมางระหว่างพญานาคกับพญาครุฑที่เป็นพี่น้องต่างมารดาของกัน แต่กลับต้องบาดหมางกันเพราะนางวินตา มารดาพญาครุฑตกเป็นทาสของนางกัทรุ มารดาแห่งนาค 1,000 ตน นานถึง 500 ปี พญาครุฑจึงใช้สติปัญญาของตนชิงเอาน้ำอมฤตไปไถ่ความเป็นทาสแก่ผู้ให้กำเนิดได้สำเร็จ เป็นเหตุให้นาคกับครุฑกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันสืบมา

อมตะเจ้าเวหา

ส่วนจัดแสดงที่ 4 มีลักษณะเป็นห้องทรงกลมโอบล้อมด้วยประติมากรรมครุฑพ่าห์ 

เมื่อสาวเท้าเข้าสู่ห้องนี้ รอบตัวเราจะมืดสนิท ก่อนที่แสงแรกจะฉายฉานขึ้นบนหน้าจอทรงโค้ง เพื่อสดุดีคุณธรรมอันสูงส่งขององค์ครุฑ อันได้แก่ความกล้าหาญ ความเสียสละ และความกตัญญูกตเวทิตา

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

แอนิเมชันลายเส้นสวยในห้องนี้บรรยายเหตุการณ์ตอนที่พญานาคตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับพญาครุฑให้ไปชิงน้ำอมฤตมาเพื่อปลดปล่อยนางวินตาสู่ความเป็นไทอีกครั้ง แม้ว่าพระนารายณ์จะเสด็จขึ้นมาจากการบรรทมหลับกลางทะเลน้ำนมเพื่อหยุดยั้งการชิงน้ำอมฤตของพญาครุฑ แต่พญาครุฑก็ยังดึงดันจะช่วยมารดาให้ได้ทั้งที่ต้องเสี่ยงถึงชีวิต ทั้งสองฝ่ายจึงประจัญบานกัน ผลลงเอยที่ไม่มีฝ่ายใดแพ้หรือชนะ พระนารายณ์จึงทรงแลกเปลี่ยนกับครุฑ ด้วยการขอใช้ครุฑเป็นพาหนะยามที่พระองค์เสด็จไปไหนต่อไหน และทรงยินยอมให้ครุฑอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพระองค์ พร้อมประทานความเป็นอมตะให้ เป็นที่มาของชื่อห้อง ‘อมตะเจ้าเวหา’

ล้นเกล้าจอมราชัน

แอนิเมชันอันน่าตื่นเต้นจบลงพร้อมกับความรู้ที่เพิ่มพูนขึ้น ผู้เข้าชมอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้เข้าใจกันแล้วว่าเหตุใดพญาครุฑถึงมีความผูกพันกับพระนารายณ์อย่างแนบแน่น แต่ขณะเดียวกัน หลายคนก็อาจเกิดความฉงนใจก้อนใหม่ขึ้นมาแทนว่า ครุฑเกี่ยวข้องอย่างไรกับชาติไทย สัญลักษณ์รูปครุฑจึงโผล่มาอยู่ในเอกสารราชการให้เราเห็นได้แทบทุกวัน

‘ล้นเกล้าจอมราชัน’ ส่วนจัดแสดงที่ 5 ให้คำตอบเรื่องนี้ได้ดีเยี่ยม ด้วยสื่อผสมผสานทั้งวิดีโอและป้ายให้ข้อมูล ทำให้ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ได้รู้ว่าศิลปกรรมรูปครุฑนั้นพบในดินแดนไทยมาตั้งแต่ยุคทวารวดีแล้ว ก่อนจะทวีความสำคัญขึ้นในสมัยอยุธยา เมื่อตรา ‘ครุฑพ่าห์’ เริ่มได้รับการใช้เป็นสัญลักษณ์เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ เหตุเพราะคติเทวราชที่ไทยรับมาจากเขมรมีความเชื่อว่า พระมหากษัตริย์เป็นอวตารของพระนารายณ์ ผู้ทรงครุฑเป็นพาหนะ

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

สื่อจัดแสดงในห้องนี้เล่าย้อนประวัติศาสตร์ตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงยุคปัจจุบัน อธิบายสาเหตุที่ธงตราครุฑบนพื้นเหลืองอันมีชื่อเรียกว่า ‘ธงมหาราช’ ต้องถูกเชิญขึ้นเหนือเสาพระราชวังเมื่อพระมหากษัตริย์ไทยประทับอยู่ การออกแบบตราครุฑพ่าห์โดยฝีพระหัตถ์เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ หรือมูลเหตุที่ตราครุฑพ่าห์กลายเป็นตราแผ่นดินไทยสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 

นอกจากนี้ ด้วยความที่พิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดทำการครั้งแรกใน พ.ศ. 2554 อันเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ พื้นที่หนึ่งในส่วนจัดแสดงนี้จึงถูกใช้บอกเล่าเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรัชสมัย เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดินที่ครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

ห้องจัดแสดงครุฑ

ห้องที่เป็นทั้งไฮไลต์และจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์ครุฑ ถือเป็นส่วนจัดแสดงสุดท้ายที่เราจะได้ชมกัน

ห้องโถงใหญ่ที่ผนังด้านหนึ่งเจาะหน้าต่างยาวตลอดแนว คือสถานที่ประดิษฐานครุฑตราตั้งห้างพระราชทานทั้ง 150 องค์ ซึ่งรับรองได้ว่าไม่มีที่ใดรวบรวมงานศิลปะเฉพาะตราครุฑไว้มากเท่าที่นี่มาก่อน

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

องค์ครุฑที่เห็นอยู่นี้ส่วนใหญ่เป็นงานไม้ ย้ายมาจากธนาคารนครหลวงไทยกว่า 100 สาขา ต่างได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมวันที่อัญเชิญมาจากแหล่งเก่า โดยที่ไม่มีการซ่อมแซมแก้ไขเลยแม้แต่จุดเดียว เพื่อให้เห็นความเก่าแก่และสภาพจริงของครุฑองค์นั้นนั้น

การจะอัญเชิญองค์ครุฑมาจัดแสดงรวมกันที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายเอาเสียเลย เพราะว่าครุฑเป็นของสูง เจ้าหน้าที่ผู้รับบทวิทยากรนำชมได้เล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะเชิญแต่ละองค์ลงจากอาคารที่ติดตั้งไว้ ต้องมีการปิดตาครุฑเสียก่อน เพื่อไม่ให้สัตว์กึ่งเทพที่ปกติอยู่บนที่สูงเช่นครุฑมองในที่ต่ำ เมื่ออัญเชิญมาถึงพิพิธภัณฑ์ครุฑแล้วจึงต้องทำพิธีเบิกเนตรเพื่อความเป็นสิริมงคลอีกครั้งหนึ่ง

ทอดสายตาดูครุฑที่ประดับอยู่บนผนังและบนแท่นกลางห้อง แม้มองเพียงผ่าน ๆ ตาก็จะดูรู้ว่าครุฑแต่ละองค์มี ‘ครุฑลักษณะ’ แตกต่างกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะครุฑที่เห็นอยู่เป็นผลงานของนายช่างคนละคนกัน ต่างคนก็ต่างฝีมือ ต่างแนวคิด ต่างค่านิยมในการสร้าง ยังผลให้ครุฑเกือบทุกองค์ดูผิดแผกจากกันด้วยสรีระ ใบหน้า เครื่องทรง ไปจนถึงสีสันผ้านุ่งที่สวมใส่

อ้อ มาถึงห้องนี้แล้วอย่าลืมมองหาครุฑองค์แรกของธนาคารนครหลวงไทย กับครุฑจากสาขาเยาวราชด้วยนะ แล้วตอบตัวเองให้ได้ด้วยล่ะว่าครุฑสององค์นี้มีความพิเศษอย่างไรบ้าง

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต กำลังจะเปิดให้ชมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 3 มิถุนายน 2565 โดยจะเปิดให้ชมเฉพาะวันศุกร์และเสาร์วันละ 3 รอบ ได้แก่ เวลา 10.00 น., 13.00 น. และ 15.00 น. มีผู้นำชมทุกรอบ และไม่มีค่าใช้จ่าย

เรื่องการเดินทาง ถึงแม้พิพิธภัณฑ์จะอยู่ไกลจากถนนใหญ่สักหน่อย แต่อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะทางธนาคารได้จัดรถตู้คอยจอดรอรับ-ส่ง จากพิพิธภัณฑ์เคหะ วันละ 3 รอบ ตามเวลาเข้าชม

ส่วนใครที่อยากเข้าชม แต่ไปไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ก็ไม่ต้องเสียใจอีกเช่นกัน เพราะพิพิธภัณฑ์ครุฑเปิดให้ชมทางออนไลน์ที่ Garuda Virtual Tour 

นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่จะเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับพวกเราคนไทยว่า ครุฑนั้นมีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่าจะเป็นแค่ตราสัญลักษณ์ที่เห็นบ่อยจนชินชา

พิพิธภัณฑ์ครุฑ โดยธนาคารทหารไทยธนชาต

ที่ตั้ง : นิคมอุตสาหกรรมบางปู ซอย 9A ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันศุกร์-เสาร์ เวลา 10.00 น., 13.00 น., 15.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8882 3900

เว็บไซต์ : /www.ttbfoundation.org/th/garudamuseum/

หมายเหตุ

ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ครุฑจะได้รับของที่ระลึกเป็นแผ่นผ้าองค์ครุฑ พร้อมข้อความแสดงถึงคุณธรรมสำคัญที่องค์ครุฑทั้งสามข้อ เฉพาะผู้เข้าชม 500 ท่านแรกเท่านั้น

พิพิธภัณฑ์โดยธนาคารทหารไทยธนชาตที่ให้คุณได้สักการะองค์ครุฑ ฟังเทพปกรณัมหิมพานต์ เที่ยวชมครุฑที่มีมากถึง 150 องค์

Writer

พัทธดนย์ กิจชัยนุกูล

ชอบอ่านเขียนตั้งแต่จำความได้ สนใจวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่จบอนุบาล ใฝ่รู้ประวัติศาสตร์ตั้งแต่อยู่ประถม หัดแต่งนวนิยายตั้งแต่เรียนมัธยม เขียนงานสารพัดด้วยนามปากกา “แพทริก เหล่า” ตั้งแต่เข้ามหา’ลัย

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load