11 พฤศจิกายน 2563
2 K

เมื่อการสวมเสื้อเป็นมากกว่าการปกปิดร่างกาย ทว่าเป็นการแสดงตัวตนของคนที่หยิบมันมาไว้บนเรือนกาย มากกว่านั้นยังคลับคล้ายการสวมร่องรอยประวัติศาสตร์ที่หลงเหลืออยู่ อย่างเสื้อวงดนตรีถูกผลิตเป็นครั้งแรกช่วง ค.ศ. 1960 ขนาด The Beatles วงดนตรีระดับตำนาน ยังเคยขายเสื้อวงจนยอดจำหน่ายพุ่งสูงเกือบแซงยอดอัลบั้ม

ยิ่งทศวรรษ 70 – 90 นับเป็นยุคทองของศิลปินที่หันมาทำเสื้อยืดวงดนตรีของตนเอง ซึ่งการครอบครองเสื้อวงดนตรีถือเป็นการอุดหนุนวงนั้น ไม่ก็ถูกมองว่าเป็นสาวกของวงโดยปริยาย เมื่อกาลเวลาผ่านหลายสิบปี เสื้อวงมีจำนวนน้อยลง กลายเป็นของหายาก แถมมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ณ วันนี้ การพบเจอเสื้อยืดวงดนตรีของแท้ฉบับดั้งเดิมไม่ใช่เรื่องง่าย จนกระทั่งผมพบกับ Museum of TEEs Thailand คลังขุมทรัพย์เสื้อยืดหายากแห่งแรกของยุคนี้ 

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

Museum of TEEs Thailand เป็นพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดของ เบียร์-พันธวิศ ลวเรืองโชค หัวเรือของกิจการรับออกแบบนาม Apostrophys Group ซึ่งเสื้อยืดทั้งหมดมาจากการสะสมตั้งแต่เขาเป็นเด็ก ทั้งจากการคุ้ยกองเสื้อตามตลาด (ที่มักเจอของดีเสมอ) การซื้อขายระหว่างมิตรสหาย จนถึงการประมูลจากในประเทศไทยและต่างประเทศ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เมื่อผมเดินเข้ามาด้านในก็พบเสื้อยืดนับร้อยตัวแขวนเรียงรายบนเพดาน และเสื้อยืดอีกจำนวนมากก็แขวนอยู่บนราวตั้งพื้น โดยมี ช้อปปิ้ง-รุจาภา สัมมาวรรณ ผู้ดูแล Museum of TEEs Thailand เป็นไกด์นำเยือนและชวนผมทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดหายากแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ถ้าพร้อมแล้ว เลือกเสื้อยืดตัวเก่งไปลุยกัน!

พื้นที่ (เสื้อยืด) ส่วนกลาง

วินาทีแรกที่ผมเห็น Museum of TEEs Thailand ดูไม่เหมือนพิพิธภัณฑ์อย่างที่คิดเอาไว้ ด้วยอาคารที่มีกระจกสะท้อนแสง พ่วงอาคารสองชั้นด้านข้าง สถานที่ตรงหน้าดูเป็นบริษัทแห่งหนึ่งเสียมากกว่า สิ่งที่คิดนั้นไม่ผิดเสียทีเดียว เมื่อมารู้ทีหลังว่า ก่อนจะกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ เบียร์ทำงานเป็นผู้ดูแลบริษัทออกแบบภายในและมีบริษัทในเครือที่ต้องดูแลอีก 3 แห่ง ซึ่งพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดเพิ่งเปิดได้เพียง 2 ปี หลังจากเขาย้ายศูนย์กลางการทำงานมาย่านลาดพร้าว 

แรกเริ่มเดิมทีเบียร์เป็นคน ‘เล่น’ เสื้อยืดมานานแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเสื้อวงดนตรีหายาก โดยเฉพาะวงดนตรีช่วงยุค 90 อย่างวง Guns N’ Roses, Metallica, Björk, Butthole Surfers, Run-DMC, KISS จนถึงวงชื่อดังตลอดกาลอย่าง Nirvana เมื่อจำนวนเสื้อยืดเพิ่มตามระยะเวลาการสะสม เขามองว่าถ้าเก็บไว้คงเสื่อมสภาพ เลยเกิดความคิดที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดเป็นของตัวเอง ซึ่ง Museum of TEEs Thailand เป็นพิพิธภัณฑ์เสื้อยืดแห่งแรกในประเทศไทย

มิวเซียมแห่งนี้จัดแสดงเสื้อยืดอันทรงคุณค่าจากคลังแสงของเบียร์สู่สายตาของนักสะสมและคนที่สนใจ 

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

บางเดือนหรือบางเทศกาลจะมีธีมการจัดแสดง อย่างช่วงนี้ (ตุลาคม 2563) เป็นธีมเสื้อยืดสยองขวัญ มีเสื้อยืดสกรีนลายจากภาพยนตร์กระตุกขวัญอย่าง Chucky, Scream, Friday the 13th, Freddy Krueger  มีเสื้อยืดวง Queen ที่ทำออกมาตอนวงยังไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งคอลเลกชันจัดแสดงมีทั้งเสื้อยืดสะสมของเบียร์และคนที่ ‘เล่น’ เสื้อเหมือนกับเขา 

“เคยมีค่ายเพลงเข้ามาคุยกับเราเกี่ยวกับโปรเจกต์เสื้อ และมีคนทักมาหาเราว่าเขาไม่ได้มีเสื้อวงครบทุกตัวนะ แต่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการจัดแสดงเสื้อวงดนตรีไทย เขาถ่ายภาพมาให้เราดู เป็นของ Bodyslam หมดเลย หมวก เสื้อ ของที่ระลึก เราเลยคิดว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนกลางที่ให้ใครก็ได้เข้ามาใช้พื้นที่สำหรับจัดแสดงงาน” ไกด์สาวอธิบาย

พื้นที่มิวเซียมแห่งนี้จึงเป็นเสมือนพื้นที่ส่วนกลางสำหรับคนรักเสื้อยืดที่มีความพิเศษต่างกัน บางคนสะสมเสื้อวินเทจมากกว่าพันตัว บางคนสะสมเฉพาะวงดนตรีวงเดียว อย่างเบียร์นอกจากสะสมเสื้อวงที่ตัวเองชอบในยุค 90 ยังมีเสื้อแจ็กเก็ต ของที่ระลึก เช่น เสื้อกีฬาโอลิมปิก เสื้อบอล ถ้าใครมีของดีที่อยากสำแดงก็เอามาจัดแสดงที่มิวเซียมได้นะ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เสื้อยืดที่เป็นมากกว่าเสื้อยืด

“ตัวนี้ราคาประมาณห้าแสนบาท” เรามองตามนิ้วชี้ของช้อปปิ้งที่หันไปทางเสื้อยืดลายกล่องหัวใจ ถ้าใครเป็นบิ๊กแฟนของ Nirvana จะรู้ว่าลายบนเสื้อมาจากเพลง Heart-Shaped Box (อะไรกันนะที่ทำให้เสื้อตัวนี้ราคาครึ่งล้าน)

“มีปัจจัยอะไรบ้างครับที่ทำให้เสื้อยืดราคาสูงขนาดนี้” ผมสงสัย

“เป็นเพราะความพอใจและคนมีชื่อเสียงใส่ลายเดียวกัน” เธอหยิบเสื้อตัวนั้นลงมาให้ผมชมตรงหน้า

“อย่าง Heart-Shaped Box จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) เคยใส่มาแล้ว หลังจากนั้นราคาเสื้อก็ขึ้นทันที ยิ่งเป็นตัวดั้งเดิมที่ผลิตตั้งแต่ยุคนั้นจะยิ่งแพง เหมือนตัวนี้ที่กลายเป็นหนึ่งในบรรดาเสื้อ OVP (All-Over-Print T-Shirt) ที่อยู่ในเบญจภาคี

“เสื้อเบญจภาคีเป็นเสื้อยอดฮิตที่มีราคาสูง อย่าง Metalica แมงมุม จริงๆ ไม่ได้ชื่อ Metalica แมงมุม พอเสื้อฮิตมากๆ เลยมีชื่อเล่นไว้เรียกกัน ซึ่งเบญจภาคีที่เป็น OVP มีวง KISS, Nirvana, AC/DC และ Ozzy Osbourne”

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

วิธีการดูเสื้อว่าแท้หรือไม่แท้มีอยู่หลายวิธี ตั้งแต่ป้ายคอเสื้อจนถึงตะเข็บเสื้อ ป้ายที่อยู่บนคอเสื้อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญในการแยกว่าเสื้อตัวไหนผลิตในช่วงปีไหน เสื้อยุค 80 -90 มักมีป้ายคอเสื้อ แต่ละปีทำรูปแบบป้ายแตกต่างกันจนแยกได้ ปัจจุบันเสื้อบางตัวไม่ได้ทำป้ายหลังคอเสื้อกันแล้ว แต่เป็นการปั๊มลายตรงคอเสื้อแทนเพื่อลดต้นทุน 

ส่วนตะเข็บเสื้อยุค 90 จะเย็บตะเข็บเดี่ยวตรงชายเสื้อและแขนเสื้อ เสื้อบางตัวถึงเป็นของแท้เหมือนกัน แต่เป็นการผลิตซ้ำอีกครั้ง ทำให้ราคาไม่ได้สูงเท่ากับปีแรกที่ผลิต ดังนั้น การซื้อเสื้อที่มีความพิเศษแบบนี้ต้องตรวจเช็กอย่างดี อาศัยความมุ่งมั่นอดทนในการตามหา ซึ่งความยากลำบากในการซื้อกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาเสื้อเพิ่มขึ้น

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

เพราะมันกลายเป็นเสน่ห์และความพึงพอใจนั่นเอง

“นักสะสมบางคนไม่เหมือนกัน เขาไม่ได้สนเลยว่าคนอื่นซื้อเสื้อตัวนี้มาเท่าไหร่ เขาอาจซื้อมาหลักร้อย แล้วมาขายเราหลักหมื่นก็ได้ ถ้ามันมีคุณค่าทางจิตใจกับเขา วงการมันเป็นแบบนี้” ช้อปปิ้งขยายใจความสำคัญ

MOTT x เชอรี่ สามโคก

Museum of TEEs Thailand ไม่ได้ตั้งใจเป็นร้านขายเสื้อยืดแต่แรก จุดประสงค์หลักมีเพียงแค่จัดแสดงเสื้อยืดหายาก แต่มีบ้างบางตัวที่ปล่อยขาย (จำนวนไม่มากนัก) ตั้งแต่เสื้อราคาหลักร้อยถึงระดับราคาสูง 3 ตัวล้าน!

ช้อปปิ้งพาผมเดินไปที่บริเวณนั่งเล่นสำหรับฟังแผ่นเสียงของมิวเซียมซึ่งรอบล้อมด้วยราวเสื้อยืด ไกด์สาวหยิบเสื้อยืดสีดำสกรีนด้วยลายที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หลายคนคงไม่คุ้นตาว่าเป็นเสื้อยืดของวงดนตรีวงไหน เพราะนั่นเป็น H.O.C (The Haus of Custom) by MOTT เสื้อแบรนด์ของ Museum of TEEs Thailand 

เสื้อออกแบบด้วยลายสกรีนที่มีความสร้างสรรค์ ดีไซเนอร์ได้แรงบันดาลใจจากวงดนตรีและภาพยนตร์ เช่น ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Evangelion ผสมกับวง KISS ด้วยการ Mix and Match อย่างลงตัว ทำให้ผมเกิดความรู้สึกว่า การทำเสื้อยืดไม่ได้ทำเพื่อสวมใส่เพียงอย่างเดียว แต่นั่นเป็นการถ่ายทอดงานศิลปะให้เป็นที่ประจักษ์ต่อทุกสายตา

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

ความน่าสนใจของเสื้อยืดที่ทำขึ้นมา คือการทำงานร่วมกับ เชอรี่ สามโคก เธอลงทุนถ่ายภาพนู้ดเพื่อสกรีนบนเสื้อ อาจฟังดูเหมือนเสื้อลายนู้ดทั่วไป แต่ความพิเศษอยู่ตรงที่เสื้อยืดได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเสื้อยืดของวงดนตรีต่างประเทศ มาผสมผสานจนกลายเป็นเสื้อคอลเลกชัน เชอรี่ สามโคก ที่มีความสวยงามจนน่าประหลาดใจ 

“เราทำเสื้อขายเองเพื่อสำรวจตลาดว่าเขาชอบแบบไหน เราตั้งกลุ่มทาร์เก็ตถูกมั้ย ผลออกมามีคนซื้อเสื้อแบรนด์เราเยอะมาก ส่วนการสั่งซื้อทางเพจเรียกว่าเพจแตกเลย” แอดมินเพจประจำมิวเซียมพูดด้วยรอยยิ้ม

ส่วนเสื้อแบรนด์ H.O.C ออกมาเพียง 5 เวอร์ชันเท่านั้น ก่อนจะมีเสื้อแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘UR. YOUR BRAND’ ติดตามรอลุ้นเสื้อลายสวยเท่ได้ที่เพจ Museum of TEEs Thailand นะ

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

แลนด์มาร์กสำหรับแฟนวงดนตรี

พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดตั้งปักหลักอยู่ในสถานที่ที่สัญจรได้ยาก เพราะไม่อยู่ในแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ถึงกระนั้นก็ไม่อาจหยุดคนที่สนใจได้ ช้อปปิ้งเล่าให้ผมฟังว่า ผู้มาเยือนมาจากต่างจังหวัดก็มี แถมมีตั้งแต่วัยนักเรียนที่มาถามหาเฉพาะวงดนตรีที่ชอบ ไปจนถึงวัยกลางคนที่เป็นแฟนเพลงจริงๆ แม้แต่ขบวนรถมอเตอร์ไซค์ Harley Davidson ก็เคยแห่กันมาดูถึงที่ 

“กลายเป็นว่าหลายอย่างมันถูก Shaped ไปเอง บางครั้งเราเจอผู้ชายกับผู้หญิงใส่เสื้อยืดวง Metallica คู่กันแล้วเขาเดินเข้ามาถ่ายรูป เหมือนว่าเสื้อยืดวงดนตรีเป็นยูนิฟอร์มที่เขาใส่มามิวเซียม ซึ่งเขาเลือกเอง ไม่เกี่ยวกับเรา

“คุณเบียร์เคยพูดว่าจะทำมิวเซียมแค่สองปี แต่ถ้าไม่ได้เสียหายอะไร เขาก็อยากให้มันอยู่ต่อ” เธอยิ้ม

Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน
Museum of TEEs Thailand พิพิธภัณฑ์เสื้อยืดที่มีตั้งแต่ Street Brand จนถึงเสื้อวงราคาหลักล้าน

หลังจากจบบทสนทนา ผมเดินไปดูเสื้อตัวหนึ่งของวงดนตรี Pink Floyd ซึ่งเป็นหนึ่งในวงผมชื่นชอบมาก และเป็นตัวที่ช้อปปิ้งบอกว่าเป็น ‘ผ้าตาย’ เสื้อที่ผ่านกาลเวลามานานมากจนเนื้อผ้าบางแทบจะขาดตลอดเวลา 

การทำให้เสื้อยืดเหล่านี้เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้ต้องอาศัยการดูแลอย่างดีมาก แม้ลวดลายจะเลือนลาง แต่ก็ทำเอาผมนึกถึงบรรยากาศที่เสื้อตัวนี้ถูกสวมใส่โดยแฟนเพลงคนใดคนหนึ่ง ที่กำลังตะโกนโหวกเหวกอย่างดีอกดีใจเมื่อเห็น โรเจอร์ วอเทอร์ส (Roger Waters) และ เดวิด กิลมอร์ (David Gilmour) สองสมาชิกจากวง Pink Floyd ขึ้นเวทีและสร้างเสียงดนตรีดังสั่นสะท้านไปทั้งเวที 

ผมเชื่อว่ายังมีเสื้อยืดอีกหลายตัวใน Museum of TEEs Thailand ที่ผ่านเรื่องราวและเต็มไปด้วยความทรงจำ

Museum of TEEs Thailand

ที่ตั้ง : 1/14 ซอยลาดปลาเค้า 50 ถนนลาดพร้าว แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230 (แผนที่)

เบอร์โทรติดต่อ : 0 2194 1554

Facebook : Museum of TEEs Thailand

Writer

ภูมิ เพชรโสภณสกุล

อดีตนักศึกษาเอกปรัชญา นักหัดถ่าย นักหัดเขียน เป็นทาสแมว ที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักดนตรี

Photographer

ณัฐนิช ชนะฤทธิชัย

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

2 – 3 ปีที่ผ่านมา การถ่ายภาพแบบแอนะล็อกกลับมาฮิตอีกครั้งหลังจากหายไปนานเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ ด้วยความสนุกของการกรอฟิล์มและการจดจ่อรอภาพ ขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทำให้การถ่ายภาพกลายเป็นงานอดิเรกของใครหลายคนทันที รวมถึงกลายเป็นกระแสที่มีคนให้ความสนใจอย่างล้นหลามมาถึงตอนนี้

แล้วการถ่ายภาพไปต่ออย่างไรได้บ้าง หลายคนอาจจะเคยเดินชมนิทรรศการตามหอศิลป์ พบการจัดแสดงภาพถ่ายที่น่าสนใจทั้งจากช่างภาพคนไทยและต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่มีพื้นที่สำหรับศิลปะภาพถ่ายครบวงจรจริงๆ

เมื่อไม่นานมานี้ มีการรวมตัวช่างภาพจากต่างสาขามาร่วมสร้างความหวังและความฝันของช่างภาพไทยหลายๆ คนให้เกิดขึ้นจริง เราชวน ทอม-ธีระฉัตร โพธิสิทธิ์ ช่างภาพเจ้าของผลงาน ‘The Last Farewhale’ เซ็ตภาพถ่ายแฟชั่นกับซากวาฬบรูด้า ที่เรียกให้ผู้คนหันมาสนใจชีวิตของสัตว์ทะเลในไทยใกล้สูญพันธ์ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ ช่างภาพผู้หลงใหลภาพถ่ายขาว-ดำ ผู้ร่วมก่อตั้ง GroundControl และ อีฟ-มาริษา รุ่งโรจน์ ช่างภาพท่องเที่ยวจากเพจ ABOVE THE MARS ผู้ผ่านการเดินทางมานับครั้งไม่ถ้วน พวกเขาทั้งสามคนเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Hub of Photography’ หรือเรียกสั้นๆ ว่า HOP ที่จะมาร่วมสนทนาถึงสถานที่แห่งความฝัน ซึ่งซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในใจของพวกเขา

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ชื่นชอบภาพถ่าย หรือชื่นชอบการถ่ายภาพ HOP อยากชวนคุณเดินเข้ามาเติมเต็มพื้นที่ของชุมชนคนรัก ‘ภาพถ่าย’ และมากไปกว่านั้น ที่นี่ยังอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนช่างภาพไทยให้พัฒนาศักยภาพ เพื่อไปสู่เวทีระดับโลกผ่านการใช้พื้นที่ ทั้งแลกเปลี่ยนความคิดและเติมเต็มความรู้จากช่างภาพด้วยกันเอง ช่างภาพผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน รวมถึงสมุดภาพราคาแพงที่เราอาจจะไม่กล้าเปิดอ่านในร้านขายหนังสือทั่วไป แต่ที่นี่ยินดีให้คุณเปิดอ่านมันอย่างเต็มที่ ใช้พื้นที่อย่างเต็มที่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พื้นที่นี้จะกลายเป็นแหล่งแฮงก์เอาต์แสนสบายใจสำหรับเหล่าช่างภาพ และเป็นมิตรสำหรับคนใหม่ๆ ที่กำลังจะก้าวเข้าไปทำความรู้จักกับศิลปะภาพถ่าย

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

กำเนิดชุมชนคนรักภาพถ่าย

จุดเริ่มต้นของพื้นที่แห่งนี้มาจากความตั้งใจของผู้บริหาร Seacon Development เจ้าของพื้นที่บริเวณชั้น 3 ของ MUNx2 ซีคอนแสควร์ ศรีนครินทร์ ซึ่งกำลังจะมีการพัฒนาพื้นที่ใหม่ เพื่อตอบโจทย์กระแสที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภาพถ่าย ซึ่งผู้บริหารชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และอยากสนับสนุนศิลปะแขนงนี้ให้ทุกคนสัมผัสความงามได้มากยิ่งขึ้น

“ความน่าสนใจคือ การทำพื้นที่ของ HOP ไม่ได้เกิดจากแพสชันของเรากับผู้บริหารเท่านั้น แต่มาจากความต้องการของผู้บริโภคในยุคนี้ด้วยที่ชอบงานภาพถ่าย แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ายุคนี้ทุกคนถ่ายภาพด้วยตัวเองได้ มันก็กลายมาเป็นหมุดหมายของการพัฒนาที่อยากให้เกิดพื้นที่สำหรับช่างภาพขึ้นมาให้ได้” ทอมเกริ่นเข้าประเด็น

เมื่อมีพื้นที่และคนที่สนใจ ขั้นต่อไปเป็นการตามหาคนที่มีความรู้มาเติมเต็มความสมบูรณ์ของพื้นที่

“พวกเราสามคนจับพลัดจับผลูฟอร์มทีมขึ้นมาจากการชักชวนของอีฟ เป็นการรวมตัวช่างภาพจากคนละแขนง คนละความเห็น และคนละแง่มุม แต่มีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือพวกเราเป็นช่างภาพ ฉะนั้นชุมชนนี้จึงเกิดขึ้นจากมุมมองของคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้จริงๆ” ผ้าป่านเล่าจุดเริ่มต้นของการโคจรมาเจอกัน

ผ้าป่านเองมาจากสายช่างภาพสตรีท อีฟมาจากสายช่างภาพออนไลน์ เน้นสื่อสารกับคนอย่างกว้างขวาง ส่วนทอมมาจากสายแฟชั่นและสารคดีที่สื่อสารประเด็นชัดเจนลงไปในงาน การมาจากสายที่ต่างกันนี้เอง ทำให้เพื่อนหรือชุมชนที่พวกเขาอยู่นั้นมีความหลากหลาย จึงสำรวจปัญหาและความต้องการของช่างภาพได้อย่างทั่วถึง

เมื่อองค์ประกอบพร้อมแล้ว ทั้งสามคนก็เริ่มแบ่งปันปัญหาและประสบการณ์ที่พบเจอจากการทำงานช่างภาพ รวมถึงสำรวจชุมชนภาพถ่ายจากต่างประเทศ นั่งทบทวนแล้วนำบทสรุปที่ได้ไปสร้างพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

ความเป็นไปของอุตสาหกรรม

ถึงแม้ว่าการเสาะหาความรู้บนโลกอินเทอร์เน็ต มีเนื้อหาจำนวนมากให้เหล่าช่างภาพเลือกศึกษาตามความสนใจ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ก็อาจทำให้พวกเขามีตัวเลือกในการสร้างสรรค์ผลงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ช่างภาพมือใหม่หลายคนก็ยังไม่แน่ใจในแนวทาง ประเภทของภาพถ่ายที่ตัวเองสนใจ และอยากเจาะจงทำงานต่อ เพราะประเทศไทยไม่มีพื้นที่หรือชุมชนเกี่ยวกับภาพถ่ายปรากฏตัวขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ช่างภาพหลายคนก็อาจจะต้องการวงสนทนา สำหรับแลกเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่มีต่อสิ่งต่างๆ สร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ผลงาน

“จุดนี้เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอย่างสร้างสรรค์ของ Hub of Photography เรื่องการพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านเวิร์กชอป เราพยายามดึงหลายคนจากหลายวงการมาเจอกัน ณ พื้นที่ที่เราพยายามทำให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย หวังว่าจะปลอดภัยกับทุกคน อยากให้คนมาเจอกัน แล้วแลกเปลี่ยนความคิด แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะว่าวงการภาพถ่ายไทย เรามีคอมมูนิตี้ที่มีช่างภาพเก่งๆ เยอะมาก” ทอมชูเป้าหมายหนึ่งของการสร้างพื้นที่ขึ้นมา

นอกจากปัญหาที่ช่างภาพต้องเผชิญ ภาครัฐไม่ได้เห็นความสำคัญและสนับสนุนงานศิลปะมากพอ ส่งผลให้ระบบอุตสาหกรรมภาพถ่ายในไทยไม่อาจสร้าง ‘ศิลปิน’ ให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง เนื่องจากระบบไม่เอื้อให้ผู้คนเห็นคุณค่าและความงามของงานศิลปะ ผลลัพธ์จึงกลายเป็นว่ามีผู้ผลิตอยู่มาก แต่ผู้ซื้อกลับมีจำนวนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด 

“จริงๆ มันต้องเป็นไปด้วยกันในองค์รวม มี HOP อย่างเดียวก็ไม่ได้ ควรจะมีหอศิลป์อื่นที่สนับสนุนวงการช่างภาพในแง่ของการนำเสนองาน จัดแสดงงาน แม้กระทั่งมีการให้ความรู้กับบุคคลทั่วไปในเรื่องการเริ่มสะสมงาน หรือเรื่องลิขสิทธิ์งานภาพถ่ายที่คนยังไม่ค่อยเข้าใจ” ผ้าป่านเล่าปัญหาทั้งภาพใหญ่และภาพเล็กของวงการนี้ให้ฟัง

กว่า 6 เดือนของการเริ่มต้น พร้อมให้ทุกคนทำความรู้จักศิลปะภาพถ่ายกันแล้ว

Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน
Hub of Photography ชุมชนที่ตั้งใจขับเคลื่อนวงการภาพถ่าย และเป็นพื้นที่ของคนรักกล้องทุกคน

พื้นที่ที่เป็นมากกว่าแกลเลอรี่

Hub of Photography ไม่ได้มีเพียงพื้นที่จัดนิทรรศการเท่านั้น แต่ยังรวบรวมความต้องการหลายๆ ด้านของช่างภาพและคนรักภาพถ่าย เพื่อสนับสนุนการทำงานและความคิดที่จะพัฒนาต่อยอดได้มากยิ่งขึ้น ทางทีมผู้ก่อตั้งปรึกษาหารือกันถึงภาพของแกลเลอรี่ที่อยากให้เกิดขึ้น จนกลายเป็น HOP ที่มีพื้นที่กิจกรรมทั้งหมด 5 โซนด้วยกัน

‘HOP PHOTO GAELLERY’ ห้องจัดแสดงนิทรรศการหลักที่จะหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ซึ่งทีมผู้ก่อตั้งอยากให้เป็นมาตรฐานของการจัดพื้นที่แสดงงานต่อๆ ไปด้วย ทั้งสามคนตั้งใจกับพื้นที่ตรงนี้มากๆ ช่วยกันออกแบบระบบไฟ เลือกกระเบื้อง คำนึงถึงความสว่างที่เหมาะสม และควบคุมอุณหภูมิสีของไฟที่จะส่งผลต่อภาพจัดแสดง เรียกได้ว่าพิถีพิถันทุกองศา สำหรับทุกอย่างในห้องจัดแสดงที่มาจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของทั้งสามคน 

ทอมถามเราถึงความรู้สึกเมื่อเข้าไปในพื้นที่ เราตอบไปว่า ในห้องจัดแสดงดูสบายตาและเป็นมิตรมาก ซึ่งปกติเวลาที่เราเดินชมงานนิทรรศการหลายแห่ง จะรู้สึกเดินแล้วตัวเกร็งๆ บางทีก็ไม่แน่ใจว่าต้องเอาตัวเองไปวางไว้ตรงไหนในพื้นที่นั้น แต่สำหรับ HOP เรารู้สึกต่างออกไป ทอมดูอิ่มอกอิ่มใจกับความเห็นของเราอยู่ครู่ใหญ่ เพราะเหมือนได้รับการยืนยันด้วยหูของตัวเองว่า รายละเอียดเล็กๆ ที่พวกเขาตั้งใจออกแบบ มีคนเห็นและสัมผัสมันได้จริงๆ

‘WHOOP!’ พื้นที่นี้อาจจะไม่ได้ใหญ่มากเท่าห้องจัดแสดงหลัก แต่เป็นแกลเลอรี่ที่ ‘ทุกคน’ สนุกกับมันได้ WHOOP! เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปเข้ามาแสดงนิทรรศการ เพราะทีมผู้ก่อตั้งอยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ของทุกๆ คน

‘FOTO INFO Learning Center’ สตูดิโอที่อยากเชิญชวนทุกคนมาทดลองถ่ายภาพ โดยมีทีม FOTOINFO เข้ามาช่วยดูแลอุปกรณ์และให้ความรู้ ตลอดจนเทคนิคการถ่ายภาพ ทั้งถ่ายภาพสินค้าและการจัดแสงในรูปแบบต่างๆ

‘HOP Club’ ผู้ก่อตั้งทั้งสามคนตื่นเต้นกับส่วนนี้มาก พวกเขาถือว่า พื้นที่นี้จะเป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งในการสนับสนุนให้ช่างภาพเติบโตต่อไป ในพื้นที่มีทั้ง Photobook Gallery ห้องสมุดภาพที่ทำงานร่วมกับคนมากประสบการณ์อย่าง ปิ่น-วิทิต จันทามฤต Vacilando และ เชน สุวิกะปกรณ์กุล Hardcover, Serindia Gallery คัดเลือกหนังสือมาเป็นจำนวนหลายร้อยเล่ม รวมถึงการจัดกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับร้านหนังสือต่างๆ และ Merchandise Gallery ร้านจัดจำหน่ายสมุดภาพของศิลปิน 

เราเข้าไปทดลองเปิดอ่านดูแล้ว ถ้าชอบ อยากอุดหนุน ก็สแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินให้กับศิลปินโดยตรง และหยิบสมุดภาพเล่มนั้นกลับบ้านได้เลย

‘Common Space’ เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลายลงแล้ว พื้นที่ตรงนี้จะมีเวิร์กชอปจาก Gift Lee ช่างภาพที่จะชวนพูดคุยถึงการทำให้ศิลปะและการถ่ายภาพเป็นเรื่องเข้าใจง่าย สำหรับคนที่เริ่มต้นถ่ายภาพโดยเฉพาะ นอกจากกิจกรรมให้ความรู้แล้ว ก็จะมีกิจกรรมเปิดตลาดกล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพ และร้านพิมพ์ภาพมาออกบูทด้วย

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล
ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

SELFPRESSION แนะนำตัวตนผ่านภาพถ่ายสู่คนใหม่ๆ

“เราอยากสื่อสารกับทุกๆ คนว่า พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง เพราะว่าเราสร้างสิ่งนี้เพื่อวงการช่างภาพ เพราะฉะนั้น เราจะทำยังไงให้คนรู้ว่าการรวบรวมช่างภาพในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการแสดงงานภาพถ่ายที่เฉพาะเจาะจงความชอบของพวกเราเท่านั้น ก็เลยรวบรวมช่างภาพหนึ่งร้อยคน จากหลากหลายสาขา หลากหลายอายุและเพศ มีต่างประเทศด้วย” ผ้าป่านอธิบายถึงช่างภาพที่ชักชวนมาจัดแสดงงาน ซึ่งทางทีมก็ขยายชุมชนออกไปมากขึ้นด้วย

สำหรับนิทรรศการการเปิดตัว ทางทีมผู้ก่อตั้งทั้งสามได้ลงมือคัดเลือกภาพถ่ายด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าเนื้อหาของงานเป็นภาพจำนวน 100 ภาพ แต่ความจริงแล้ว ภาพทั้งหมดนั้นมาจาก 99 ช่างภาพเท่านั้น ส่วนอีกภาพหนึ่งที่เหลือ ทาง HOP ตั้งใจให้เป็นกระจกที่สะท้อนตัวคนที่ถ่ายภาพใบนั้นเอาไว้ในห้อง WHOOP!

“ระหว่างทางของการจัดนิทรรศการ SELFPRESSION เป็นกระบวนการทำงานที่น่าสนใจมากๆ เพราะเราสามคนมาจากคอมมูนิตี้ของวงการช่างภาพที่ต่างกัน ส่วนตัวผมเอง ผมได้รู้จักช่างภาพจากคอมมูนิตี้ของอีฟ คอมมูนิตี้ของผ้าป่าน เราช่วยผลักดันพวกเขา ขณะเดียวกันก็ทำให้เราเรียนรู้กระบวนการทำงานและวิธีการเติบโตของแต่ละคน” 

และด้วยความที่เราก็มีความสนใจด้านภาพถ่ายเช่นกัน เราลองถามถึงเรื่องการเปิดรับภาพถ่ายจากคนที่ไม่ใช่ช่างภาพมือโปรหรือบุคคลทั่วไปดู เผื่อว่าวันหนึ่งเราหรือผู้อ่านสนใจ จะได้ติดตามและส่งภาพเข้าไปที่ HOP บ้าง

“หลังจากนี้เราจะมีการ Open Call สำหรับบุคคลทั่วไป เราอยากรู้จักทุกคนนะคะ อยากรู้จักช่างภาพทุกคน อยากรู้จักทั้งช่างภาพมืออาชีพ ช่างภาพมือสมัครเล่น และอยากรู้จักคนที่รักในงานภาพถ่าย เพราะฉะนั้น เราพยายามจะสร้างพื้นที่เพื่อให้เกิดเครือข่ายขึ้น ช่างภาพจะเดินมาหาเราอย่างเดียวไม่ได้ เราก็ต้องเดินไปหาพวกเขาเหมือนกัน” 

เราอยากหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพอีกครั้ง เผื่อจะร่วมแบ่งปันเรื่องราว ณ พื้นที่แห่งนี้กับเขาบ้าง

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

มาตรฐานที่อยากไปให้ถึง

นอกจากห้องผนังสีขาว กระเบื้องลายไม้ที่มีความอบอุ่นสบายตาแล้ว Hub of Photography ยังอยากเป็นแพลตฟอร์มที่สนับสนุนศิลปิน ทั้งงานจัดแสดง งานขาย งานแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองต่างๆ อีกด้วย

“ป่านว่าการที่มีพื้นที่ทางกายภาพแบบนี้ พอมันเกิดขึ้นมาแล้ว ก็เป็นเหมือนกับจุดที่ไปย้ำเตือนบรรดาช่างภาพที่เป็นเพื่อนๆ เราเนี่ยแหละว่า เฮ้ย คอมมูนิตี้ที่เราจะสร้าง มันเริ่มเห็นแล้วว่าเราจะไปทางไหน แล้วมันจะเติบโตไปแบบในลักษณะไหน พอพื้นที่มันเปิดแล้ว เลยเหมือนเป็นระลอกสองที่สร้างความตื่นเต้นให้คนอยากมาพื้นที่นี้

“ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ช่างภาพ เพราะว่ากลุ่มภัณฑารักษ์ที่เราเชิญมาดูพื้นที่ เราก็จะคุยในแง่ของลักษณะการทำงานจริงๆ ในแง่ของตัวแกลเลอรี่ เหมือนได้มาตรฐานเดียวกับของเมืองนอกว่า โอเค ศิลปินจะมาแสดงต้องมีการคัดเลือกภาพแบบไหน มีวิธีการติดตั้งยังไงให้ได้คุณภาพ หรือว่าระบบไฟอะไรที่จะนำเสนองานศิลปินได้ดีที่สุด หรือการจะมีเงินทุนสนับสนุนศิลปินในการผลิตงาน มีค่าจ้างผู้ดูแลหรือเหล่าภัณฑารักษ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นที่เมืองนอก แม้ว่าในเมืองไทย อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น แต่เราพยายามจะทำให้มาตรฐานตรงนี้ทัดเทียมกับของเมืองนอก” 

ผ้าป่านย้ำถึงการผลักดันช่างภาพหน้าใหม่ไปสู่เวทีโลกได้มากขึ้น ที่ผ่านมามีช่างภาพไทยจำนวนไม่น้อยได้รับโอกาสในการจัดแสดงงานระดับสากล ผู้ก่อตั้งทั้งสามมองเห็นศักยภาพคนไทยที่จะพัฒนา และต่อยอดผลงานเพื่อทะยานสู่ระดับโลก และมาตรฐานเหล่านี้ ทีมงานรีบออกตัวกับเราก่อนว่า HOP ไม่ใช่ที่แรกๆ ที่สร้าง โอ๋-ปิยะทัต เหมทัต และ มานิต ศรีวานิชภูมิ ผู้จัดงาน Photo Bangkok พยายามจะสร้างเทศกาลภาพถ่ายด้วยเช่นกัน 

นี่จึงไม่ใช่การเดินทางในการเพิ่มมาตรฐานการจัดแสดงงานศิลปะอย่างโดดเดี่ยวแน่นอน

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

ผลลัพธ์ของการสร้างพื้นที่และรู้จักผู้คนที่หลากหลาย

แน่นอนว่าการสร้างอะไรบางอย่างมักมีผลลัพธ์ตามมาเสมอ ทั้งผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและผลลัพธ์ที่มาจากความรู้สึก โดยเฉพาะความรู้สึก ‘สนุก’ และ ‘มีความสุข’ ที่ได้ลงมือทำสิ่งที่พวกเขาเคยฝันเอาไว้

“ความสนุกของผมน่าจะเป็นการที่เราได้ออกจากคอมฟอร์ตโซนจริงๆ เพราะว่ามันเป็นโปรเจกต์ใหญ่มาก ระหว่างทางเราได้เรียนรู้ เราได้สะท้อนกลับมาดูตัวเองด้วยว่า เราทำอะไรเพื่อขับเคลื่อนวงการภาพถ่ายได้บ้าง ในขณะเดียวกัน เราได้ค้นพบศิลปิน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนในวงการอื่นที่ทำงานด้านนี้มาอย่างยาวนานหรือเพิ่งเริ่มต้น แล้วเราใช้ประสบการณ์และพื้นที่ตรงนี้เพื่อสนับสนุนเขาได้จริงๆ ผมถือว่าเป็นความสนุกอย่างหนึ่งของผม แต่ไม่แน่ใจว่าทั้งสองคนสนุกด้วยรึเปล่า” ทอมพูดทีเล่นทีจริงพร้อมเสียงหัวเราะ แต่ทำให้เราเห็นความตั้งใจของเขาอย่างชัดเจน

“อีฟสนุกตรงที่ไอเดียไม่ถูกจำกัด เวลาเราคิดจะทำอะไรแล้วสุดท้ายเราทำได้ มันท้าทายมากๆ เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากเลยนะ แต่เราก็ยังต้องทำมันต่อไปเรื่อยๆ” อีฟแบ่งปันความรู้สึกที่ท้าทายความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม

“คำถามทำให้ตาเป็นประกายมากค่ะ” ผ้าป่านตอบทันทีด้วยแววตาสุกสกาว 

“ระหว่างทำ เราคิดเรื่องนี้หลายรอบมาก มันเป็นความฟินที่ว่า ตอนฉันแสดงงานแล้วฉันอยากได้สิ่งนี้ มันต่อยอดจากความต้องการในฐานะศิลปิน พอโตขึ้น เรามีมุมมองที่เปลี่ยนไป เราไม่ได้มองในมุมที่เป็นศิลปินอย่างเดียว พอเราเดินทาง เราเติบโตเพราะได้เห็นสิ่งต่างๆ มาเยอะ ก็รู้สึกว่าอยากให้ประเทศไทยมีบ้าง พอมันมี แล้วเกิดขึ้นจากที่เรามีคนร่วมออกแบบด้วย เราไม่ได้ฟินคนเดียว มีพี่ทอมกับอีฟฟินด้วย ป่านว่านี่คือความสุขของคนทำงาน” 

นอกจากทุกคนจะได้รับประโยชน์อย่างล้นหลาม ทีมผู้ก่อตั้งก็ได้รับบทเรียนเช่นกัน ทั้งออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง ได้เจอความท้าทายที่เข้ามาพร้อมๆ กัน ได้คิดในมุมมองที่กว้างขวางขึ้นในฐานะผู้คัดเลือกผลงาน

ทอมย้ำกับเราอย่างจริงจังว่า เขาอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นปาร์ตี้ของชุมชนนี้ เพื่อนพี่น้องในวงการรวมถึงคนใหม่ๆ ที่สนใจในศิลปะภาพถ่ายมาพูดคุย พบปะ สังสรรค์กัน เมื่อวิกฤตการณ์คลี่คลายไปแล้ว

แม้ท้ายที่สุดแล้ว สถานที่นี้จะไม่อาจขับเคลื่อนวงการภาพถ่ายทั้งหมดได้ เพียงแต่พื้นที่แห่งนี้จะเป็นหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้คนเข้าใจ มองเห็น และหลงรักเสน่ห์ของภาพถ่ายมากขึ้น

ชุมชนภาพถ่ายครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทยบนห้างซีคอนสแควร์ ที่อยากขับเคลื่อนอุตสาหกรรมภาพถ่ายไทยทัดเทียมระดับสากล

HOP : Hub of Photography 

ที่ตั้ง : ชั้น 3, MUNx2 Seacon Square Srinakarin ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ (แผนที่)

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น.

Facebook : HOP Hub of Photography

Instagram : @hubogphotography

Writer

ชลณิชา ทะภูมินทร์

นักเล่าเรื่องฝึกหัดกำลังตามหาความฝันที่หล่นหาย คนน่าน-เชียงใหม่ที่รักบ้านเกิดแต่ก็หลงรักการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load