ใครจะไปคิดว่าเจ้าวัตถุโลหะเล็กๆ ทรงกลมในกระเป๋าของเราจะสามารถเล่าเรื่องประวัติศาสตร์มนุษยชาติได้อย่างสนุกสนาน รวมถึงเป็นสื่อในการสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมได้ด้วย ว่าแล้วจะช้าอยู่ไย ขอเชิญทุกๆ คน ขอเน้นคำนี้อีกครั้งว่า ‘ทุกๆ คน’ ไม่ว่าจะลูกเล็กเด็กแดง ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ เพราะ ‘พิพิธภัณฑ์เหรียญ’ เขามีบริการให้คุณได้เรียนรู้อย่างเท่าเทียมด้วยนะเออ

พิพิธภัณฑ์นี้อยู่ในสังกัดกรมธนารักษ์ ตั้งอยู่บนถนนจักรพงษ์ ใกล้ๆ สนามหลวง หรือวัดพระแก้วนี่เอง

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

เดิมทีเคยเป็นสำนักงานของสำนักบริหารเงินตรา มีหน้าที่ในการจ่ายแลกเหรียญให้กับประชาชน จนมาถึงปี 2555 ทางกรมธนารักษ์มีแนวคิดต้องการเปลี่ยนอาคารนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงเกี่ยวกับภารกิจหน้าที่ของกรมธนารักษ์ เลยเป็นที่มาของพิพิธภัณฑ์เหรียญ ส่วนสำนักบริหารเงินตราถูกย้ายไปอยู่บริเวณเดียวกับโรงกษาปณ์รังสิต ซึ่งทำให้กระบวนงานการผลิตและการจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์สอดคล้องกันมากขึ้นด้วย เนื้อหาจัดแสดงหลักๆ ก็ตามชื่อเลย คือว่าด้วย ‘เหรียญ’ รวมทั้งก่อนที่มันจะเป็นเหรียญเนี่ย แต่เดิมมีการใช้อะไรเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนกัน แล้ววิวัฒนาการใดของมนุษย์ที่เปลี่ยนสื่อกลางนั้นให้กลายมาเป็นเหรียญ

มีการจัดแสดงว่าเหรียญมีรูปแบบอย่างไรบ้าง (ไม่ใช่เฉพาะของประเทศไทย แต่เป็นทั่วโลก) ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งตอนนี้เพิ่งเปิดแสดงระยะแรก มีจุดเด่นคือ ‘ห้องปฐมบทแห่งเงินตรา’ ซึ่งเล่าเรื่องยุคเริ่มต้นว่าการแลกเปลี่ยนกันในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร มีการนำเทคโนโลยีแอนิเมชัน 4D ที่ตื่นตาตื่นใจมาฉายบนผนังถ้ำแบบ 360 องศา ผู้ชมจะได้รับอรรถรสของหนังไปพร้อมประสาทสัมผัสทั้งตาดู หูฟัง พื้นสั่นสะเทือน และร่วมถึงได้กลิ่นด้วย

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

ส่วนระยะที่สองนั้นคาดว่าจะเปิดให้ชมได้ภายในปีนี้ แต่จะเล่าให้ฟังก่อนว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวเหรียญ ตั้งแต่เหรียญรุ่นแรกที่ปรากฏอยู่ในเขตดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน คือเหรียญสมัยฟูนัน มีอายุเกือบ 2,000 ปี ต่อมาเป็นสมัยทวารวดี ศรีวิชัย แล้วก็มาเป็นเงินพดด้วงในสมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นเงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยนยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย โดยใช้ต่อเนื่องมาถึงสมัยอยุธยา ธนบุรี จวบจนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 4 จึงเปลี่ยนมาเป็นเหรียญกลมแบนที่เราใช้กันในปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

ย้อนให้ดูการเปลี่ยนนิยามจากเงิน (Silver) หรือการกำหนดมูลค่าเงินตามระบบน้ำหนัก โดยมีหน่วยเป็น ‘บาท’ หรือ ‘สลึง’ ซึ่งเป็นมาตราชั่งตามระบบน้ำหนักสมัยก่อน (เทียบกับปัจจุบันที่  1 บาทหนักประมาณ 15.2 กรัม) เปลี่ยนแปลงมาเป็น ‘เงินตรา’ (Money) ได้อย่างไร เป็นต้น

“บางทีเราก็ลืมไปว่าเหรียญนั้นผูกพันกับชีวิตคนเราทุกขั้นตอนตั้งแต่เกิด เรามีพิธีทำขวัญเดือน พิธีบวชนาค พิธีทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับเหรียญทั้งนั้น เวลาเราไปไหนเราโยนเหรียญลงไปในบ่อน้ำพุบ้าง หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ บ้าง อันนี้เป็นความเชื่อไม่ใช่เฉพาะของไทยอย่างเดียว แต่เป็นนานาชาติ อย่างตอนแต่งงานเราก็ต้องใช้เหรียญในสินสอด ลองคิดดูนะครับ เวลาเขาลงท้ายด้วยเลขมงคล ลงท้ายด้วยเลข 9 จะ 999,999 เก้าบาทสุดท้ายยังไงก็ต้องใช้เหรียญ”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

ผู้อำนวยการส่วนจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน คุณชลทิตย์ ไชยจันทร์ เล่าให้เราฟังถึงเนื้อหาที่เราคิดไม่ถึงเกี่ยวกับเหรียญที่ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไล่ยาวตั้งแต่ประวัติจนถึงคอลเลกชันที่กำลังจะเปิดให้เข้าชมในอนาคตอันใกล้นี้ โดยท่านบอกว่าคนที่เข้ามาส่วนใหญ่มักจะนึกไม่ถึงว่าจริงๆ แล้วเหรียญนั้นผนวกเข้ากับวิถีชีวิตของเราเสมอมา

“ถ้าเราสังเกตดู หยิบเหรียญขึ้นมาเหรียญหนึ่ง มันมีครบนะครับ ทั้งสัญลักษณ์ความเป็น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชาติคือตัวอักษรไทย มีตัวเลขไทย ด้านหลังก็จะเป็นวัดหรือสถานที่สำคัญทางศาสนา  เช่น วัดพระแก้ว วัดอรุณฯ และด้านหน้าก็เป็นพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ด้วย”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

แต่นอกจากเนื้อหาที่น่าสนใจแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่เราอยากชวนทุกคนมาดูที่พิพิธภัณฑ์เหรียญแห่งนี้ก็คือการให้ความสำคัญด้าน ‘การเข้าถึง’ หรือ ‘Accessibility’ ถือเป็นหนึ่งในคำสำคัญของการปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ทั่วโลก เนื่องด้วยข้อบังคับทางกฎหมายของหลายๆ ประเทศ กำหนดให้พื้นที่สาธารณะจะต้องเข้าถึงได้โดยคนทุกคนที่เสียภาษี ไม่ว่าจะอายุเท่าไร เพศอะไร มีความบกพร่องทางกายภาพแบบไหนก็ตาม บวกกับวิสัยทัศน์ใหม่ในวงการพิพิธภัณฑ์ที่ต้องการให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม

แนวคิดการออกแบบสภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย หรือ ‘อารยสถาปัตย์’ (Universal Design) จึงเอามาประยุกต์ใช้ในพิพิธภัณฑ์กันมากขึ้น สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่าหน้าตาของ ‘อารยสถาปัตย์’ ที่ว่านี้เป็นอย่างไร? ก็ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอก เพราะพิพิธภัณฑ์เหรียญ ในสังกัดของกรมธนารักษ์ นำแนวคิดนี้มาใช้ให้เราดูเป็นตัวอย่างกันแล้ว!

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

“กรมธนารักษ์ต้องการจะสร้างพิพิธภัณฑ์ให้เป็นพื้นที่ของคนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกภาษา ให้สามารถเข้ามาดูที่นี่ได้ เริ่มตั้งแต่เมื่อเข้ามาก็จะมีทางลาด มีที่จอดรถสำหรับผู้พิการ เดินเข้ามาก็มีเบรลล์บล็อก คนพิการสามารถเดินได้ คนปกติก็สามารถเดินได้ มีรถเข็นไว้บริการ มีเครื่องตรวจอาวุธ ซึ่งผมก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอารยสถาปัตย์นะ เพราะเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย” ท่านผู้อำนวยการอธิบาย “แม้กระทั่งห้องพยาบาลเราก็มีไว้บริการ มีลิฟต์สำหรับขึ้นชั้นสอง มีอักษรเบรลล์ประกอบการจัดแสดง มีโมเดลที่สามารถสัมผัสได้ทั้งคนตาดีและคนที่บกพร่องทางการมองเห็น อาจจะไม่ได้มีอยู่ทุกช่วง แต่เราจัดวางตำแหน่งไว้อย่างดี เพราะคนที่บกพร่องทางการมองเห็น อาจจะต้องใช้เวลาในการสัมผัสมากกว่าการชมของคนปกติ”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

แน่นอนว่าการออกแบบสภาพแวดล้อมแบบนี้ต้องได้รับการปรึกษาจากทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น (อาทิ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย) ทางทีมวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และทีมตกแต่งภายใน จะต้องมีที่ปรึกษา บริษัทที่ประมูลงานไปก็ต้องสร้างออกมาให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และที่สำคัญคือ ต้องใช้การได้จริงด้วย

นอกจากตัวอาคารแล้ว ทีมพนักงานก็เป็นอีกส่วนที่ทางพิพิธภัณฑ์ให้ความสำคัญ โดยที่นี่จะมีการนำชมเป็นรอบ ถ้าเป็นการนำชมปกติก็จะเป็นภาษาไทยและอังกฤษ หากต้องการภาษาอื่นๆที่นี่ก็มี Audio Guide ให้เลือกถึง 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศส ส่วนกรุ๊ปพิเศษอื่นๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มผู้บกพร่องทางการมองเห็นจะมีเจ้าหน้าที่ตามประกบเป็นกลุ่มเล็ก คือ 2 ท่านต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน ซึ่งในส่วนนี้มีการฝึกเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม อาทิ ไม่ใช้คำว่า ‘ทางนี้’ หรือ ‘ทางนั้น’ ฝึกการพาเดิน การพาให้สัมผัส หรือแม้กระทั่งฝึกภาษามือเบื้องต้น

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

นอกจากนี้ การทำแบบสำรวจสอบถามก็ถือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการ ที่ทำให้ได้รับความคิดเห็นจากผู้ใช้ที่หลากหลาย และสามารถนำมาต่อยอดพัฒนาการบริการและการจัดแสดงได้อย่างตรงความต้องการเฉพาะทางต่อไป

“ถามว่ามันยุ่งยากไหม มันก็ยุ่งยากกว่าปกติ แต่สิ่งที่กรมธนารักษ์ต้องการคือ เมื่อเราทำไปแล้วคุณสามารถเข้ามาใช้ได้หมด สังเกตไหมว่าขนาดเหรียญสิบก็มีอักษรเบรลล์ด้านหลัง ทีนี้ในพิพิธภัณฑ์เราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้เหมือนกัน เรายุ่งยากในครั้งแรกครั้งเดียว แต่ต่อๆ ไปมันก็จะง่ายขึ้น รองรับคนได้หลากหลายขึ้น” ท่านผู้อำนวยการกล่าว

แล้วทำไมที่อื่นถึงไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่า มันเป็นปัญหาไข่กับไก่ ที่คนในวงการพิพิธภัณฑ์มองว่าคนไม่มาใช้ก็เลยไม่ทำ หรือเพราะไม่ทำคนก็เลยไม่มาใช้ หรือเป็นเพราะพิพิธภัณฑ์ส่วนมากมองแค่ตัวเลข จึงออกแบบงานบริการของตนตามผู้ที่เข้าใช้ส่วนใหญ่เป็นหลัก ดังนั้น ความต้องการของกลุ่มเฉพาะทาง (ซึ่งอาจไม่ได้มาเข้าพิพิธภัณฑ์จำนวนมากเหมือนกลุ่มอื่นๆ) จึงถูกมองว่าไม่ใช่ความสำคัญ-เราถาม

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

“ผมคิดอีกแบบหนึ่ง ผมคิดถึงความเท่าเทียม บางทีเราเลือกเกิดไม่ได้ ดังนั้น ที่ไหนๆ ก็ควรมีอะไรที่มันเท่าเทียมกันสำหรับพวกเขา ไม่ใช่สร้างรองรับแค่คนทั่วไป สังเกตดูอย่างต่างประเทศเวลาทำรถเมล์เขาก็ทำชานเตี้ยๆ ให้รถเข็นขึ้นได้ ผมไม่สามารถไปบังคับให้หน่วยงานอื่นทำตามกรมธนารักษ์ได้ แต่กรมธนารักษ์มีแนวคิดว่าคนทุกคนเท่าเทียมกัน ดังนั้น คุณควรได้รับการบริการที่เท่าเทียมด้วยเช่นกัน ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในสังคม”
ได้ยินคำตอบแบบนี้ เราถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมือให้ท่านรัวๆ!

“ผมอยากเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป นักเรียนนักศึกษา หรือแม้แต่นักพิพิธภัณฑ์เอง มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นี้ อยากให้มาลองดูว่าพิพิธภัณฑ์เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แค่ห้องเก็บของ พิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้จริงๆ มันเป็นยังไง พิพิธภัณฑ์ที่นอกจากดูแล้วได้ความรู้แล้วเราไม่เบื่อ มีความสนุกสนาน มันเป็นยังไง”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

บอกเลยว่าใครที่อยากศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เงินตรา รวมทั้งวิธีการใช้ ‘อารยสถาปัตย์’ ในงานพิพิธภัณฑ์ ต้องไม่พลาดพิพิธภัณฑ์เหรียญแห่งนี้ และถ้าใครอยากจะรอไปชมตอนพิพิธภัณฑ์เปิดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าไปช่วงนี้ เขาเปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียเงินค่าเข้านะจ๊ะ ได้ทั้งดูเหรียญ แถมเหรียญในกระเป๋าก็เก็บไปหยอดตู้กด กินน้ำอัดลมได้อีกคนละกระป๋องด้วย!

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

เปิดทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00- 18.00 น. (ปิดให้บริการทุกวันจันทร์)

เข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 20 นาที รอบแรกเวลา 10.00 น. และรอบสุดท้ายเวลา 17.00 น.

(นอกเหนือจากส่วนนิทรรศการถาวร สามารถเดินดูห้องจัดแสดงอื่นๆ ได้ตามอัธยาศัย โดยไม่จำกัดเวลา)

ไม่เสียค่าเข้าชม

โทร 022820818

www.coinmuseum.treasury.go.th

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

ช่วงนี้เทรนด์ของการกลับมาใช้ผ้าไทยยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง มีนักออกแบบและศิลปินหลายคนหันมาสนใจพัฒนาศักยภาพของผ้าพื้นถิ่นให้เราได้ตื่นเต้นกับลุคใหม่ ๆ ที่ใส่ง่ายและร่วมสมัย หนึ่งในนั้นที่น่าจับตามองคือ คุณฐากร ถาวรโชติวงศ์ หรือ อาจารย์กร จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้กำลังมีนิทรรศการ Spiritual Eternity จัดแสดงผลงานกว่า 40 ชิ้นอย่างอลังการ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ในอาคารไปรษณีย์กลาง งานนี้นอกจากนำเสนอผลงานแปลกตาจากไอเดียล้ำ ๆ ของคุณฐากรที่ได้คิดค้นร่วมกับผู้ประกอบการทั่วประเทศไทยแล้ว หากมองลึกลงไปในระหว่างวัสดุเส้นด้าย เรายังได้เรียนรู้เรื่องจิตวิญญาณและความรักในเส้นทางสิ่งทอของนักออกแบบรุ่นใหม่คนนี้อีกด้วย 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

จุดเริ่มการเดินตามฝัน

หลังจากเปิดนิทรรการไปได้ไม่กี่วัน คุณฐากรสละเวลามาแนะนำงานและกระบวนการเบื้องหลังให้เราฟังอย่างเป็นกันเอง บทสนทนาของเราเริ่มขึ้นในห้วงเพลง Claire de Lune ที่เปิดซ้ำ ๆ ไปมาในแกลเลอรี่ โดยเขาบอกว่ามันเป็นเพลงที่เขาชอบฟังมากที่สุดขณะถักทอผ้าของตน

“ไม่รู้ว่าตอนนั้นเรามองมุมมองของศิลปินกับนักออกแบบผิดไปรึเปล่า แต่มันทำให้รู้สึกว่า เราอยากค้นหา มากกว่าอยากนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ” คุณฐากรเล่าย้อนไปถึงช่วงที่เรียนจบปริญญาตรีใหม่ ๆ และเริ่มมีแรงขับที่จะสร้างผลงานของตัวเอง

“เราเลยเริ่มเดินสายประกวด TIFA (Thai Innovative Fashion Award) ปี 2016 ปรากฏว่าชนะ แล้วเป็นปีแรกที่ประกวดด้วยนะ ทำให้เรามั่นใจมาก ตัดสินใจออกจากงานเลย”

อย่างไรก็ดี เส้นทางในฝันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด “ตอนนั้นเราเอาผ้าที่ออกแบบไปทำกระเป๋า เลยคิดว่าจะทำแบรนด์กระเป๋าดีกว่า แต่ทำไปแล้วรู้สึกว่ามันทำอย่างยั่งยืนไม่ได้ หนึ่งคือเราไม่มีเงินที่หมุนพอจะสต็อก สองคือเราไม่ได้เป็นที่รู้จักขนาดนั้น ถึงแม้จะผ่านการประกวดมาแล้วก็ตาม ตอนนั้นคิดแค่ว่าทำยังไงก็ได้ให้คนรู้จักเราเยอะกว่านี้ เลยเริ่มเดินหน้าเข้าวงการแสดงงาน ก็เริ่มที่ TCDC นี่แหละกับงาน Bangkok Design Week” 

คุณฐากรบอกว่า ต้องขอบคุณ TCDC ที่ให้โอกาส ทั้ง ๆ ที่เป็นการแสดงงานครั้งแรกของเขา เขาตัดสินใจจัดแสดงผ้าผืนเดียวที่ตนเองทอด้วยโครงสร้าง Interknit ที่คิดขึ้นมาเอง โดยผ้าผืนนั้นก็นำกลับมาจัดแสดงในโชว์นี้ด้วย 

“บอกเลยว่าเป็นผ้าที่ทำยากมาก แต่มันมาแค่ผืนเดียวไง ซึ่งคนดูก็คงชื่นชม แต่ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมอะไรมากมาย จากนั้นแรงขับเริ่มมาแล้ว เรากลับมาคิดว่า ทำไมเราทำขนาดนี้ คนยังไม่ตอบรับเท่าที่ควรนะ รู้สึกอยากเอาชนะ ปีต่อมาก็เลยทำอีก เป็นชิ้นใหญ่ 15 เมตร ทำไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดคนเริ่มให้ความสนใจ มีมหาวิทยาลัยชวนไปสอน เป็นอาจารย์พิเศษ สุดท้ายเป็นอาจารย์ประจำจวบจนทุกวันนี้” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

สไตล์ที่นิยามด้วยการทดลองไปเรื่อย ๆ

“กรว่างานกรประหลาด (หัวเราะ) ไม่ได้รู้สึกว่าความงามของเรางามแบบจับต้องได้เสียทีเดียวนะ คนต้องทำความรู้จักกับมันนิดห่นึง อาจจะเด่นที่วัสดุแปลก ๆ คนอาจจะนึกไม่ถึง (Exotic Materials) การจับนั่นผสมนี่… มันมาจากการชอบทดลอง” คุณฐากรเล่า เมื่อเราถามถึงการนิยามไสตล์หรือลักษณะจำเพาะของเขา

“การลองทำให้เราเริ่มรักงานตัวเองขึ้นเรื่อย ๆ คือพอได้ลองเราก็ได้ใช้เวลาทำงาน รู้ตัวอีกทีเวลาก็หมดไปเป็นวัน ๆ เออทำไมเราอยู่กับมันได้นานขนาดนั้นนะ แสดงว่าเราคงมีความสุขในกระบวนการนี้ มันคงเป็นมิติทางจิตวิญญาณ เป็น Spiritual ของเราจริงๆ แหละ ถ้านึกย้อนไปตอนแรก ๆ ที่เราอยากใช้ชีวิตเป็นดีไซเนอร์ เราเคยตั้งคำถามว่าเราจะไปอยู่ตรงไหน คำตอบของการใช้ชีวิตคืออะไร 

“มันคือการมีชื่อเสียงหรือมีเงิน แต่พอได้ทำ มาเจอสิ่งที่เราอยู่กับมันได้นาน ๆ ทั้งวันทั้งคืน เราเลยคิดว่าอันนี้ละมั้งคือคำตอบของชีวิต ถ้ามันหมายถึงการค้นพบสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุข เราคงได้ค้นพบสิ่งนั้นแล้วแหละในช่วงอายุนี้”

เขาบอกว่าแนวคิดนี้คือที่มาของชื่อนิทรรศการที่พูดถึงจิตวิญญาณและเวลาที่เป็นนิรันดร์ วางบริบทชวนให้ผู้เข้าชมได้ครุ่นคิดทบทวนการเดินทางและความหมายของชีวิต ผ่านแรงมือแรงใจในผ้าแต่ละผืนที่จัดแสดงในแกลเลอรี่

เมื่อเราถามว่าผ้าชุดไหนที่เขาใช้เวลาครุ่นคิดกับมันมากที่สุด คุณฐากรผายมือไปที่โซนด้านขวาของนิทรรศการ 

“โซนนี้คือทำเองหมดเลย” คุณฐากรยิ้มอย่างภูมิใจ เขาพาเราไปดูผ้า 2 ชิ้นที่ล้อกัน ชิ้นหนึ่งสร้างสรรค์จากเส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีดำ แทรกด้วยเส้น Reflective Rainbow เหลือบรุ้ง อีกชิ้นสร้างสรรค์จากเส้นเอ็นใสแทรกด้วยเส้นพลาสติด Vinyl Hologram 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่

“แรงบันดาลใจของเราเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ นะ อย่าง 2 ชิ้นนี้โจทย์คือ ต้องจัดแสดงในงาน อาจารย์ศิลป์ พีระศรี แล้วตอนนั้นกระแสการย้ายประเทศกำลังมา ตอนเราทำงานเลยตั้งคำถามว่า แล้วตรงไหนล่ะที่เราอยากจะไปอยู่ คิดไปคิดมาไปโผล่ Valhala หรือสุขาวดีในเทพปกรณัมนอร์ส เราเลยเอาไอเดียของคำว่าสุขาวดีหรือสวรรค์ในแต่ละศาสนามาทับซ้อนกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าส่วนที่คล้ายกันคือความเรืองรอง ความสุขแบบประเจิดประเจ้อ ก็เลยเอาตรงนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจเลือกวัสดุที่มีความเล่นกับแสงระยิบระยับ

 “เรารู้สึกว่าเราไม่อยากสร้างอะไรขึ้นมาคลุม แล้วทำทุกชิ้นให้มันเข้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่าง 3 ชิ้นนี้มีแรงบันดาลใจจากซูเปอร์ฮีโรของมาร์เวล คือไปดูหนังเรื่อง Eternals แล้วชอบมาก เราตีความภาพลักษณ์ของตัวละคร Thena ออกมาเป็นชิ้นนี้ ถักด้วยคอตตอนสีครีมแทรกเส้นหนังเดียว PU สีเงิน ส่วนอันนั้นเป็น Scarlet Witch ใช้เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์สีแดง แทรกด้วยเส้นหนัง PU เหมือนกัน แต่เป็นสีแดง Hologram และเทปเลื่อมสีแดง”

ขณะที่เราตื่นตากับผ้าแต่ละชิ้น อดถามไม่ได้ว่าเขาใช้เวลาการถักนานไหม

“แต่ละอันใช้เวลาไม่เท่ากันนะครับ ซึ่งถ้ามีเวลาทำทั้งวันมันก็คงไม่นานขนาดนี้ แต่พอดีว่าเราเองก็มีงานประจำะ อันนี้เราเลยต้องกลับมาจากสอนเสร็จ ไปอาบน้ำ แล้วค่อยลงมานั่งกับเครื่องทอ ได้สักวันละ 10 – 20 เซนติเมตรบ้าง สะสมไปเรื่อย ๆ”

การพัฒนาองค์ความรู้จากท้องถิ่น

แน่นอนว่าเมื่อจัดงานที่ TCDC สิ่งที่ถูกชูโรงด้วย คือหนึ่งในพันธกิจขององค์กรด้านการเสริมสร้างองค์ความรู้ และต่อยอดในธุรกิจอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ซึ่งโชว์นี้คุณฐากรบอกว่ามีผลงานจำนวนไม่น้อยที่เขาได้ร่วมพัฒนากับกลุ่มผู้ประกอบการจากเหนือจรดใต้ประเทศไทย

 “มันเกิดจากความสนใจของเราเองนี่แหละ เรารู้สึกว่าผ้าไหมไทย โดยรวมแล้วไม่มีความสดใหม่เท่าไร คือวิธีการเรายึดตั้งเดิมได้ แต่น่าจะมีภาพลักษณ์ (Visual) ใหม่ด้วย” 

คุณฐากรเล่าต่อไปว่า หนึ่งสิ่งสำคัญในการพัฒนางานกับทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว คือความกล้าที่จะแหวกแนวขนบและความเชื่อดั้งเดิม โปรเจกต์แรก ๆ ที่เขาเริ่มทำงานด้วย คือการพัฒนาผ้าไหมแต้มหมี่กับอำเภอชนบท บ้านหัวฝาย จังหวัดขอนแก่น 

“เราเริ่มคุยกับชุมชนนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ตอนเรียน ป.โท ตอนแรกคือติดต่อเขา ซื้อผ้ามาทำกระเป๋า ทำจ๊อบนั้นจ๊อบนี้ไปเรื่อย ๆ พอรู้จักกันนาน ๆ เข้า เริ่มมีการไว้เนื้อเชื่อใจ เรามาเป็นอาจารย์ด้วย เลยถามเขาไปว่า พี่ลองให้ผมออกแบบลายผ้าให้ดูไหม โดยลายแรก ๆ ที่ทำไปเป็นลายผีเสื้อ แรงบันดาลใจมาจากตอนที่เราไปลงพื้นที่ที่ขอนแก่น คุณแม่สุภาณี ภูแล่นกี่ เป็นปราชญ์ชาวบ้านและเป็นประธานกลุ่มทอผ้าไหมที่นั่น บอกเราว่าเขาซาบซึ้งในชีวิตของผีเสื้อนะ เพราะว่าหนอนไหมผีเสื้อเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชน ทำให้พวกเขามีงาน จากนั้นพวกมันก็ตายไป เลยเป็นเรื่องราวของความผูกพันระหว่าง 2 สปีชีส์ 

“เราเลยอยากทำคอลเลกชันผีเสื้อขึ้นมา อย่างไรก็ดี ตัวหนอนไหมไม่ได้มีลวดลายอะไร เราเลยตั้งคำถามว่ามีผีเสื้ออะไรอีกทีทำไหมได้และมีลวดลายสวยงาม เลยไปลงที่ผีเสื้อไหมอีรี่ ซึ่งเป็นผีเสื้อกลางคืน ปีกใหญ่หน่อย”

ตอนที่ทำออกมาแล้วเสร็จ คุณฐากรยอมรับว่าเป็นลายผ้าที่ประหลาดมาก แต่ปรากฏว่าขายดี มีผู้สนใจมากมาย รวมทั้ง คุณปันปัน นาคประเสริฐ ที่ซื้อเหมาไปเกือบหมด 

พอโปรเจกต์นั้นประสบความสำเร็จ หน่วยงานต่าง ๆ ก็เริ่มติดต่อมา โดยเฉพาะ CEA และ TCDC เชียงใหม่ ที่ช่วยประสานงานให้เจอกันในโครงการ Collaborative Project 2021 จนได้พัฒนาผ้าฝ้ายย้อมหินกับกลุ่มผ้าฝ้ายเชิงดอน อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่

“งานเซ็ตนี้สนุกมาก เพราะผู้ประกอบการเปิดรับไอเดียของเรา” คุณฐากรเล่าอย่างภูมิใจ “อย่างชุดนี้เป็นลายยางกล้วย ตั้งต้นคือชุมชนนี้ย้อมสีผ้าจากหินโมคคัลลาน เป็นหินชนิดที่พบในบริเวณท้องถิ่นนั้นแหละ พวกเขาเอาหินไปบดให้เป็นผงสี มันโยงไปได้ถึงต้นกำเนิดศิลปะโบราณ เขาก็คงเอาความรู้นั้นมาทำเป็นเทคนิคย้อมผ้าด้วย ปรากฏว่าการย้อมในช่วงแรก ๆ สีติดไม่ค่อยดีเท่าไร เราก็เลยถามเขาว่าทำยังไงสีถึงติดดีขึ้นมาล่ะ เขาบอกว่าเขาหยอดยางกล้วยลงไป มันเลยจุดประกายให้เราว่า ยางกล้วยต้องมีคุณค่ากว่าการเป็น Mordant (สารช่วยการติดทนของสีบนผ้า) แล้ว

“เราใช้กล้วยดิบซึ่งมียางเยอะที่สุด เอาสีมาทาบนต้นกล้วยที่ถูกตัด สีก็จะติดกับกล้วย แล้วก็เอาไปปั๊มประทับลงบนผ้า แสตมป์ไปเรื่อย ๆ จนยางกล้วยหมดและสีจาง ก็ฝานกล้วยและทาสีลงใหม่ ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ อันข้าง ๆ เป็นต้นอ่อนกล้วย ตอนนี้เป็นลายลิขสิทธ์ของเขาไปเลย” 

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าจากสารพัดแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วยยันซูเปอร์ฮีโร่
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

ไอเดียใหม่ ๆ ที่ต้องงดงามและยั่งยืน

อีกไฮไลต์หนึ่งของนิทรรศการคือโซนผ้าบาติก จำนวนไม่น้อยในนี้ได้ร่วมพัฒนากับผู้ประกอบการไทยบาติก จังหวัดกระบี่ จากเป็นทุนวิจัยสำหรับบุคลากรของคณะมัณฑนศิลป์ 

“สิ่งที่อยากอธิบายเกี่ยวกับงานนี้คือ มันไม่ใช่วิจัยเพื่อพัฒนาลวดลาย แต่เกิดจากการตั้งคำถามว่า สิ่งที่เรากำลังช่วยผู้ประกอบการบาติกคืออะไร โดยคอนเซปต์แล้วบาติกเป็นเทคนิคการสร้างลาย ไม่ใช่เทคนิคการทอผ้าแบบอื่น ๆ เราเลยมีคำถามว่า ถ้าวันหนึ่งทางรัฐไม่ได้ส่งดีไซเนอร์หรืออาจารย์ไปช่วยออกแบบลายกับคนในพื้นที่ แล้วพวกเขาจะเอาอะไรออกแบบลายใหม่ ๆ ได้ด้วยตัวเองล่ะ นอกจากนี้ เวลาออกแบบลายให้เขา เขาก็จะใช้ได้แค่เจ้าเดียว เป็นลิขสิทธิ์ของเขา ไม่มีการต่อยอด เราเลยตัดสินใจไปพัฒนาเทคนิค และกระบวนการผลิตแทน แถมเราใช้แนวคิดความยั่งยืนมาครอบด้วย”

คุณฐากรชี้ให้เราดูผ้าหลาย ๆ ชิ้นที่เขาภูมิใจ “ชิ้นชื่อ Melt Osmosis หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ผ้าน้ำแข็ง มีจุดเริ่มมาจากการลงพื้นที่กับผู้ประกอบการ เราเห็นเขาใช้เทคนิค Osmosis คือเขาลงสีผ้าให้เปียกชุ่ม จากนั้นค่อยเอาโอเอซิสที่เขาใช้ปักดอกไม้ไปวางบนผ้า ตัวโอเอซิสที่เป็นโฟมก็จะดูดน้ำขึ้นมา สร้างลักษณะสีซึม ๆ บนผ้า แต่เรารู้สึกว่าโอเอซิสไม่ยั่งยืน มันเป็นโฟมที่ใช้แล้วทิ้ง เราเลยลองเปลี่ยนเป็นน้ำแข็ง พอลงสีแล้ววางน้ำแข็งให้มันละลาย สร้างความเจือจางเฉพาะจุดบนผ้าได้แทน ต้นทุนถูกกว่า ไม่เป็นพิษ ใช้ได้เลย” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

 “อีกชิ้นเป็นผ้ายืดลายเส้นเหมือนเกลียวคลื่น อันนี้ปกติเราจะไม่เห็นบาติกบนผ้ายืด เพราะลงสียาก เราพยายามหาคุณสมบัติของผ้ายืด คือผ้าจะฝืดและหนืด สีไหลช้า เขียนเทียนก็ยาก จะลงสีก็ยาก เราเลยลองใช้ Brushwork วาดลงผ้าไปเลย ติดบ้างไม่ติดบ้างเป็นเสน่ห์ไป และลดการใช้เทียนด้วย เพราะการที่ผู้ประกอบการอยู่กับเทียนนาน ๆ ก็ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้ ส่วนผืนนี้ที่ใกล้ ๆ กัน ด้วยความผ้าที่มีความฝืด พอจับขยุมแล้วมันอยู่ตัว เราเลยเอาผงสีโรยแล้วเอาฟ็อกกี้ฉีด สีก็จะซึมเข้าหากัน กลายเป็นสีผสมแนวฟุ้ง ๆ ไม่เหมือนใคร”

ความท้าทายต่อไปคุณฐากรบอกว่า ผู้ประกอบการแม้ว่าจะเชื่อใจเราเต็มที่ ก็ต้องฝึกทดลองต่อด้วย ด้วยความที่แต่ละฝ่ายเรียนมาไม่เหมือนกัน ผู้ประกอบการแต่ละคนต้องฝึกหาองค์ประกอบที่ลงตัว หรือการเลือกสีที่ออกมาแล้วงดงามในมุมมองของผู้ซื้อด้วย เพราะไม่ใช่ทุกครั้งที่การทดลองจะออกมาสำเร็จลงตัวเสมอไป ชวนให้เราตั้งคำว่า คุณฐากรรับมืออย่างไรเมื่อไอเดียของเขาล้มเหลว

“ก็ทำใหม่” เขาหัวเราะ

“มันไม่สาแกใจก็ทำใหม่ ไปต่อ จนกว่าจะได้” 

นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล
นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

จิตวิญญาณที่อยากส่งต่อ

งานอีกส่วนในนิทรรศการนั้น คุณฐากรบอกว่าได้แรงขับจากการทำงานเป็นอาจารย์

 “เราอยากทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อทดสอบความสามารถของเรา และเป็นโอกาสเผยแพร่ความรู้ด้วย” คุณฐากรเล่า “ที่จริงสิ่งที่เราภูมิใจมากในฐานะอาจารย์ คือบางชิ้นในนี้ทอโดยลูกศิษย์ เราภูมิใจเพราะรู้สึกว่าเขาเอาจากเราไปได้หมด แล้วเขาเก่งกว่าเรา”

จากช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้การเรียนการสอนต้องจัดในรูปแบบออนไลน์ วิชาที่คุณฐากรสอนมักเน้นการปฏิบัติเพื่อเกิดทักษะ ทำให้นักเรียนจำเป็นต้องจะส่งพัสดุมาให้ตรวจที่บ้าน เกิดเป็นซองพัสดุที่เหลือทิ้งจำนวนมาก อาจารย์กรคนเก่งเลยคิดไอเดีย ออกโจทย์สร้างผลงานจากวัสดุเหลือใช้เหล่านี้ออกมางดงามอย่างไม่น่าเชื่อ งานส่วนนี้ถูกแสดงภายใต้ชื่อชุด From My Students

สุดท้ายก่อนจากกันเราถามคุณฐากรว่า เมื่อมองกลับไปในช่วงเวลานับสิบปีที่คลุกคลีอยู่กับสิ่งทอ เขาได้เรียนรู้อะไรจากเส้นทางของตัวเองมากที่สุด

“มาถึงจุดนี้ได้คือโคตรอดทน” คุณฐากรกล่าว

“เราไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่พร้อมมากขนาดนั้น แต่พ่อแม่รักเรา เขาให้เราทำในสิ่งที่เราอยากจะทำมาตลอด แม้บางครั้งจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็ดื้อฝืนด้วยความมุมานะของเรา สุดท้ายมาถึงตรงนี้ เราก็ต้องอดทนกับความคาดหวังของครอบครัว ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเรายืนหยัดกับสิ่งนี้ที่เราเลือกได้ เราต้องอดทนกับผู้ร่วมงานที่อาจจะไม่เข้าใจเรา อีกทั้งปัญหาอุปสรรค์ต่าง ๆ ร้อยแปดระหว่างทาง และที่สำคัญคืออดทนกับตัวเอง คือเราจะเอาแบบนี้ เราต้องเอาให้ได้” 

นอกจากความอดทนแล้ว เขายังอยากฝากข้อคิดเรื่องการพัฒนาต่อยอดโดยไม่ก็อปปี้ของเดิมด้วย 

“ไม่อยากฝากเรื่องฝีมือนะ เด็กสมัยนี้พัฒนาฝีมือได้รวดเร็วเพราะสื่อมันเยอะ กลายเป็นว่าอีกสิ่งที่อยากฝากคือ อย่าทำงานซ้ำ ถ้ามีคนทำแล้วอย่าไปทำซ้ำวนลูป ผู้ประกอบการทุกวันนี้เขาให้เราไปช่วยพัฒนา เราก็ไม่ควรไปทำสิ่งที่เขาทำได้อยู่แล้ว แค่ไปเปลี่ยนลายเปลี่ยนสี มันไม่ได้ยั่งยืน สำหรับกร เราควรให้ความรู้เขาด้วย ซึ่งเราก็ต้องกล้าทดลองก่อน และพอเราทดลองด้วยตัวเราเอง มันก็ไม่มีทางซ้ำใครอยู่แล้ว เวลาเอาไปถ่ายทอดต่อเขาก็ใช้ได้นาน ถ้ามันซ้ำ มันก็หากินได้ไม่นาน”

Spiritual Eternity นิทรรศการผ้าด้วยใจรักและจักรทอ โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ ชวนชมเหล่าผืนผ้าสุดอลังการที่มาจากสารพันแรงบันดาลใจ ตั้งแต่ยางกล้วย ขยะ ยันซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวล

นิทรรศการ Spiritual Enternity โดย ฐากร ถาวรโชติวงศ์ 

วันที่ 2 – 28 สิงหาคม 2565 เวลา 10.30 – 19.00 น. 

วันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) 

ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ TCDC กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 0 2105 7400 #213, 214 หรือเว็บไซต์ www.tcdc.or.th

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load