ใครจะไปคิดว่าเจ้าวัตถุโลหะเล็กๆ ทรงกลมในกระเป๋าของเราจะสามารถเล่าเรื่องประวัติศาสตร์มนุษยชาติได้อย่างสนุกสนาน รวมถึงเป็นสื่อในการสร้างความเท่าเทียมกันในสังคมได้ด้วย ว่าแล้วจะช้าอยู่ไย ขอเชิญทุกๆ คน ขอเน้นคำนี้อีกครั้งว่า ‘ทุกๆ คน’ ไม่ว่าจะลูกเล็กเด็กแดง ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ เพราะ ‘พิพิธภัณฑ์เหรียญ’ เขามีบริการให้คุณได้เรียนรู้อย่างเท่าเทียมด้วยนะเออ

พิพิธภัณฑ์นี้อยู่ในสังกัดกรมธนารักษ์ ตั้งอยู่บนถนนจักรพงษ์ ใกล้ๆ สนามหลวง หรือวัดพระแก้วนี่เอง

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

เดิมทีเคยเป็นสำนักงานของสำนักบริหารเงินตรา มีหน้าที่ในการจ่ายแลกเหรียญให้กับประชาชน จนมาถึงปี 2555 ทางกรมธนารักษ์มีแนวคิดต้องการเปลี่ยนอาคารนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงเกี่ยวกับภารกิจหน้าที่ของกรมธนารักษ์ เลยเป็นที่มาของพิพิธภัณฑ์เหรียญ ส่วนสำนักบริหารเงินตราถูกย้ายไปอยู่บริเวณเดียวกับโรงกษาปณ์รังสิต ซึ่งทำให้กระบวนงานการผลิตและการจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์สอดคล้องกันมากขึ้นด้วย เนื้อหาจัดแสดงหลักๆ ก็ตามชื่อเลย คือว่าด้วย ‘เหรียญ’ รวมทั้งก่อนที่มันจะเป็นเหรียญเนี่ย แต่เดิมมีการใช้อะไรเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนกัน แล้ววิวัฒนาการใดของมนุษย์ที่เปลี่ยนสื่อกลางนั้นให้กลายมาเป็นเหรียญ

มีการจัดแสดงว่าเหรียญมีรูปแบบอย่างไรบ้าง (ไม่ใช่เฉพาะของประเทศไทย แต่เป็นทั่วโลก) ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งตอนนี้เพิ่งเปิดแสดงระยะแรก มีจุดเด่นคือ ‘ห้องปฐมบทแห่งเงินตรา’ ซึ่งเล่าเรื่องยุคเริ่มต้นว่าการแลกเปลี่ยนกันในอดีตมีความเป็นมาอย่างไร มีการนำเทคโนโลยีแอนิเมชัน 4D ที่ตื่นตาตื่นใจมาฉายบนผนังถ้ำแบบ 360 องศา ผู้ชมจะได้รับอรรถรสของหนังไปพร้อมประสาทสัมผัสทั้งตาดู หูฟัง พื้นสั่นสะเทือน และร่วมถึงได้กลิ่นด้วย

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

ส่วนระยะที่สองนั้นคาดว่าจะเปิดให้ชมได้ภายในปีนี้ แต่จะเล่าให้ฟังก่อนว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวเหรียญ ตั้งแต่เหรียญรุ่นแรกที่ปรากฏอยู่ในเขตดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน คือเหรียญสมัยฟูนัน มีอายุเกือบ 2,000 ปี ต่อมาเป็นสมัยทวารวดี ศรีวิชัย แล้วก็มาเป็นเงินพดด้วงในสมัยสุโขทัย ซึ่งเป็นเงินตราที่ใช้แลกเปลี่ยนยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย โดยใช้ต่อเนื่องมาถึงสมัยอยุธยา ธนบุรี จวบจนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น กระทั่งสมัยรัชกาลที่ 4 จึงเปลี่ยนมาเป็นเหรียญกลมแบนที่เราใช้กันในปัจจุบัน

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

ย้อนให้ดูการเปลี่ยนนิยามจากเงิน (Silver) หรือการกำหนดมูลค่าเงินตามระบบน้ำหนัก โดยมีหน่วยเป็น ‘บาท’ หรือ ‘สลึง’ ซึ่งเป็นมาตราชั่งตามระบบน้ำหนักสมัยก่อน (เทียบกับปัจจุบันที่  1 บาทหนักประมาณ 15.2 กรัม) เปลี่ยนแปลงมาเป็น ‘เงินตรา’ (Money) ได้อย่างไร เป็นต้น

“บางทีเราก็ลืมไปว่าเหรียญนั้นผูกพันกับชีวิตคนเราทุกขั้นตอนตั้งแต่เกิด เรามีพิธีทำขวัญเดือน พิธีบวชนาค พิธีทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับเหรียญทั้งนั้น เวลาเราไปไหนเราโยนเหรียญลงไปในบ่อน้ำพุบ้าง หรือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ บ้าง อันนี้เป็นความเชื่อไม่ใช่เฉพาะของไทยอย่างเดียว แต่เป็นนานาชาติ อย่างตอนแต่งงานเราก็ต้องใช้เหรียญในสินสอด ลองคิดดูนะครับ เวลาเขาลงท้ายด้วยเลขมงคล ลงท้ายด้วยเลข 9 จะ 999,999 เก้าบาทสุดท้ายยังไงก็ต้องใช้เหรียญ”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

ผู้อำนวยการส่วนจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน คุณชลทิตย์ ไชยจันทร์ เล่าให้เราฟังถึงเนื้อหาที่เราคิดไม่ถึงเกี่ยวกับเหรียญที่ถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไล่ยาวตั้งแต่ประวัติจนถึงคอลเลกชันที่กำลังจะเปิดให้เข้าชมในอนาคตอันใกล้นี้ โดยท่านบอกว่าคนที่เข้ามาส่วนใหญ่มักจะนึกไม่ถึงว่าจริงๆ แล้วเหรียญนั้นผนวกเข้ากับวิถีชีวิตของเราเสมอมา

“ถ้าเราสังเกตดู หยิบเหรียญขึ้นมาเหรียญหนึ่ง มันมีครบนะครับ ทั้งสัญลักษณ์ความเป็น ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชาติคือตัวอักษรไทย มีตัวเลขไทย ด้านหลังก็จะเป็นวัดหรือสถานที่สำคัญทางศาสนา  เช่น วัดพระแก้ว วัดอรุณฯ และด้านหน้าก็เป็นพระบรมรูปของพระมหากษัตริย์ด้วย”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

แต่นอกจากเนื้อหาที่น่าสนใจแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่เราอยากชวนทุกคนมาดูที่พิพิธภัณฑ์เหรียญแห่งนี้ก็คือการให้ความสำคัญด้าน ‘การเข้าถึง’ หรือ ‘Accessibility’ ถือเป็นหนึ่งในคำสำคัญของการปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ทั่วโลก เนื่องด้วยข้อบังคับทางกฎหมายของหลายๆ ประเทศ กำหนดให้พื้นที่สาธารณะจะต้องเข้าถึงได้โดยคนทุกคนที่เสียภาษี ไม่ว่าจะอายุเท่าไร เพศอะไร มีความบกพร่องทางกายภาพแบบไหนก็ตาม บวกกับวิสัยทัศน์ใหม่ในวงการพิพิธภัณฑ์ที่ต้องการให้ทุกคนเข้ามาเรียนรู้ได้อย่างเท่าเทียม

แนวคิดการออกแบบสภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย หรือ ‘อารยสถาปัตย์’ (Universal Design) จึงเอามาประยุกต์ใช้ในพิพิธภัณฑ์กันมากขึ้น สำหรับใครที่อยากจะรู้ว่าหน้าตาของ ‘อารยสถาปัตย์’ ที่ว่านี้เป็นอย่างไร? ก็ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอก เพราะพิพิธภัณฑ์เหรียญ ในสังกัดของกรมธนารักษ์ นำแนวคิดนี้มาใช้ให้เราดูเป็นตัวอย่างกันแล้ว!

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

“กรมธนารักษ์ต้องการจะสร้างพิพิธภัณฑ์ให้เป็นพื้นที่ของคนทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกภาษา ให้สามารถเข้ามาดูที่นี่ได้ เริ่มตั้งแต่เมื่อเข้ามาก็จะมีทางลาด มีที่จอดรถสำหรับผู้พิการ เดินเข้ามาก็มีเบรลล์บล็อก คนพิการสามารถเดินได้ คนปกติก็สามารถเดินได้ มีรถเข็นไว้บริการ มีเครื่องตรวจอาวุธ ซึ่งผมก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของอารยสถาปัตย์นะ เพราะเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย” ท่านผู้อำนวยการอธิบาย “แม้กระทั่งห้องพยาบาลเราก็มีไว้บริการ มีลิฟต์สำหรับขึ้นชั้นสอง มีอักษรเบรลล์ประกอบการจัดแสดง มีโมเดลที่สามารถสัมผัสได้ทั้งคนตาดีและคนที่บกพร่องทางการมองเห็น อาจจะไม่ได้มีอยู่ทุกช่วง แต่เราจัดวางตำแหน่งไว้อย่างดี เพราะคนที่บกพร่องทางการมองเห็น อาจจะต้องใช้เวลาในการสัมผัสมากกว่าการชมของคนปกติ”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

แน่นอนว่าการออกแบบสภาพแวดล้อมแบบนี้ต้องได้รับการปรึกษาจากทุกๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น (อาทิ สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย) ทางทีมวิศวกรรม สถาปัตยกรรม และทีมตกแต่งภายใน จะต้องมีที่ปรึกษา บริษัทที่ประมูลงานไปก็ต้องสร้างออกมาให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และที่สำคัญคือ ต้องใช้การได้จริงด้วย

นอกจากตัวอาคารแล้ว ทีมพนักงานก็เป็นอีกส่วนที่ทางพิพิธภัณฑ์ให้ความสำคัญ โดยที่นี่จะมีการนำชมเป็นรอบ ถ้าเป็นการนำชมปกติก็จะเป็นภาษาไทยและอังกฤษ หากต้องการภาษาอื่นๆที่นี่ก็มี Audio Guide ให้เลือกถึง 7 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี ภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศส ส่วนกรุ๊ปพิเศษอื่นๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นพิเศษ เช่น กลุ่มผู้บกพร่องทางการมองเห็นจะมีเจ้าหน้าที่ตามประกบเป็นกลุ่มเล็ก คือ 2 ท่านต่อเจ้าหน้าที่ 1 คน ซึ่งในส่วนนี้มีการฝึกเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม อาทิ ไม่ใช้คำว่า ‘ทางนี้’ หรือ ‘ทางนั้น’ ฝึกการพาเดิน การพาให้สัมผัส หรือแม้กระทั่งฝึกภาษามือเบื้องต้น

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

นอกจากนี้ การทำแบบสำรวจสอบถามก็ถือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการ ที่ทำให้ได้รับความคิดเห็นจากผู้ใช้ที่หลากหลาย และสามารถนำมาต่อยอดพัฒนาการบริการและการจัดแสดงได้อย่างตรงความต้องการเฉพาะทางต่อไป

“ถามว่ามันยุ่งยากไหม มันก็ยุ่งยากกว่าปกติ แต่สิ่งที่กรมธนารักษ์ต้องการคือ เมื่อเราทำไปแล้วคุณสามารถเข้ามาใช้ได้หมด สังเกตไหมว่าขนาดเหรียญสิบก็มีอักษรเบรลล์ด้านหลัง ทีนี้ในพิพิธภัณฑ์เราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องพวกนี้เหมือนกัน เรายุ่งยากในครั้งแรกครั้งเดียว แต่ต่อๆ ไปมันก็จะง่ายขึ้น รองรับคนได้หลากหลายขึ้น” ท่านผู้อำนวยการกล่าว

แล้วทำไมที่อื่นถึงไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่า มันเป็นปัญหาไข่กับไก่ ที่คนในวงการพิพิธภัณฑ์มองว่าคนไม่มาใช้ก็เลยไม่ทำ หรือเพราะไม่ทำคนก็เลยไม่มาใช้ หรือเป็นเพราะพิพิธภัณฑ์ส่วนมากมองแค่ตัวเลข จึงออกแบบงานบริการของตนตามผู้ที่เข้าใช้ส่วนใหญ่เป็นหลัก ดังนั้น ความต้องการของกลุ่มเฉพาะทาง (ซึ่งอาจไม่ได้มาเข้าพิพิธภัณฑ์จำนวนมากเหมือนกลุ่มอื่นๆ) จึงถูกมองว่าไม่ใช่ความสำคัญ-เราถาม

พิพิธภัณฑ์เหรียญ พิพิธภัณฑ์เหรียญ

“ผมคิดอีกแบบหนึ่ง ผมคิดถึงความเท่าเทียม บางทีเราเลือกเกิดไม่ได้ ดังนั้น ที่ไหนๆ ก็ควรมีอะไรที่มันเท่าเทียมกันสำหรับพวกเขา ไม่ใช่สร้างรองรับแค่คนทั่วไป สังเกตดูอย่างต่างประเทศเวลาทำรถเมล์เขาก็ทำชานเตี้ยๆ ให้รถเข็นขึ้นได้ ผมไม่สามารถไปบังคับให้หน่วยงานอื่นทำตามกรมธนารักษ์ได้ แต่กรมธนารักษ์มีแนวคิดว่าคนทุกคนเท่าเทียมกัน ดังนั้น คุณควรได้รับการบริการที่เท่าเทียมด้วยเช่นกัน ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในสังคม”
ได้ยินคำตอบแบบนี้ เราถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมือให้ท่านรัวๆ!

“ผมอยากเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไป นักเรียนนักศึกษา หรือแม้แต่นักพิพิธภัณฑ์เอง มาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นี้ อยากให้มาลองดูว่าพิพิธภัณฑ์เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แค่ห้องเก็บของ พิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้จริงๆ มันเป็นยังไง พิพิธภัณฑ์ที่นอกจากดูแล้วได้ความรู้แล้วเราไม่เบื่อ มีความสนุกสนาน มันเป็นยังไง”

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

บอกเลยว่าใครที่อยากศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เงินตรา รวมทั้งวิธีการใช้ ‘อารยสถาปัตย์’ ในงานพิพิธภัณฑ์ ต้องไม่พลาดพิพิธภัณฑ์เหรียญแห่งนี้ และถ้าใครอยากจะรอไปชมตอนพิพิธภัณฑ์เปิดอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้ก็ไม่ว่ากัน แต่ถ้าไปช่วงนี้ เขาเปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียเงินค่าเข้านะจ๊ะ ได้ทั้งดูเหรียญ แถมเหรียญในกระเป๋าก็เก็บไปหยอดตู้กด กินน้ำอัดลมได้อีกคนละกระป๋องด้วย!

พิพิธภัณฑ์เหรียญ

เปิดทำการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00- 18.00 น. (ปิดให้บริการทุกวันจันทร์)

เข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 20 นาที รอบแรกเวลา 10.00 น. และรอบสุดท้ายเวลา 17.00 น.

(นอกเหนือจากส่วนนิทรรศการถาวร สามารถเดินดูห้องจัดแสดงอื่นๆ ได้ตามอัธยาศัย โดยไม่จำกัดเวลา)

ไม่เสียค่าเข้าชม

โทร 022820818

www.coinmuseum.treasury.go.th

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Museum Minds

ความคิดใหม่ๆ ของคนใหม่ๆ ที่กำลังขับเคลื...

แจ้งเกิดในโลกใบใหม่ ใหญ่กว่าเดิม 

“นี่ครับ ห้องเก็บงานของผม” โน้ต-วัจนสินธุ์ จารุวัฒนกิตติ ไม่ได้เปิดประตูให้เราเดินเข้าไปในห้องเก็บสะสมงานศิลปะตามปกติ แต่ระรัวนิ้วเคาะแป้นพิมพ์ป้อนรหัสผ่านอย่างรวดเร็ว และกดปุ่ม Enter หันหน้าจอมาทางเราเพื่อแสดงภาพแกลเลอรี่ขนาดใหญ่ ผนังสีขาว แขวนผลงานศิลปะหลายชิ้น โดยมีชื่อ Mr.Palette เป็นเจ้าของสถานที่ ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์ Oncyber 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังนั่งอยู่ (ในเชิงกายภาพ) กับคุณโน้ตที่แกลเลอรี่ Palette Artspace ในอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น แม้เป็นแกลเลอรี่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดมาไม่นาน แต่ Palette Artspace ก็ดึงดูดสายตาของผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยที่ตั้งทำเลทอง และการตกแต่งเรียบง่ายดูเป็นมิตร อีกทั้งโซนคาเฟ่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มน่านั่ง 

การทำงานซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่และในโลกเสมือนควบคู่กันไปเช่นนี้ ถือเป็นเทรนด์การทำงานของแกลเลอรี่หลายแห่งในปัจจุบัน ว่าแล้วเราเลยถือโอกาสชวนคุณโน้ตพูดคุยถึงกระบวนการและประสบกาณ์ของเขา ให้เราได้รู้จักกับทิศทางของการซื้อขายศิลปะในโลกดิจิทัลมากขึ้น การขยับขยายจากภาพแขวนบนผนัง ไปสู่การเปิดประมูล NFT บนอินเทอร์เน็ตนั้น จะเป็นโอกาสทองอย่างที่หลายๆ คนฝันหรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการฆ่าเวลาในช่วงโควิด-19 กันแน่  

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

สรรพสีสันบน Palette  

คุณโน้ตบอกเราว่า เขาใกล้ชิดศิลปะมาตั้งแต่เด็ก เนื่องจากคุณพ่อ (อุทัยพันธุ์ จารุวัฒนกิตติ) เป็นนักสะสม Erotic Art หลังจากรับช่วงดูแลธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของทางบ้าน คุณโน้ตคิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นศิลปิน ภายหลังเขาได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านทฤษฎีศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้เขาได้พบเจอหลากหลายศิลปินที่รุ่นใหม่และรุ่นเก่าในวงการ จนได้ต่อยอดมาเปิดแกลเลอรี่ Palette Artspace เมื่อ ค.ศ. 2019 ในที่สุด 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT
เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

“ผมอยากให้พื้นที่ของ Palette Artspace ต่อยอดและสนับสนุนศิลปินคนไทยรุ่นใหม่ที่ตั้งใจสร้างงาน ได้มีโปรไฟล์ ทำพอร์ตไปสมัครงาน ไปเรียนต่อต่างประเทศ พอได้เห็นความสำเร็จของน้องๆ ผมก็มีความสุขไปด้วย” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตมักสนใจคัดสรรและติดต่อศิลปินรุ่นใหม่ๆ มาแสดงงาน จากนิทรรศการจบการศึกษา รวมไปถึงช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง Instagram สลับไปกับหยิบยืมผลงานของศิลปินระดับใหญ่ๆ มาจัดแสดงเพื่อให้คนทั่วไปได้เข้าถึงผลงานระดับมาสเตอร์พีซของไทยด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อเปิดพื้นที่ได้ไม่นานนัก วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ทำให้คุณโน้ตต้องขบคิดวิธีการไปต่อในฐานะแกลเลอริสต์อย่างเลี่ยงไม่ได้ และในขณะที่มาตรการของรัฐทำให้ไม่สามารถเดินดูงานในพื้นที่กายภาพได้ คุณโน้ตก็ได้แรงบันดาลใจจากโลกออนไลน์อย่างน่าอัศจรรย์

การสร้างแกลเลอรี่ในโลกเสมือนจริง

“ครั้งแรกที่ผมเข้าไปเห็นคลิปใน YouTube ผมมั่นใจมากว่าผมต้องมี ผมเชื่อว่ามาถูกทาง” 

คุณโน้ตเล่าถึงวิดีโอคลิปหนึ่งที่อธิบายถึงการสร้างแกลเลอรี่ที่สามารถเอา ‘ตัวเรา’ เข้าไปอยู่ในโลกเสมือนจริง และในอนาคต ผู้ใช้จะสื่อสาร คุยกันได้เหมือนที่เราแชตกันในเกม อาจมีการเลือกใส่เสื้อผ้า การซื้อไอเท็ม หรือมีบัตรผ่านเข้าสถานที่แต่ละแห่งในรูปแบบต่างๆ ลองจินตนาการว่า ถึงจะมีโควิด แต่เราก็มางานเปิดนิทรรศการศิลปะแบบสบายๆ ในมือถือกระป๋องเบียร์ เดินดูงานศิลปะอยู่ที่บ้าน กดลิงก์เพื่อเข้าไปสู่เว็บไซต์ของศิลปิน อ่าน Wall-Text แม้แต่จะซื้อหรือประมูลงานศิลปะก็ยังทำได้ และสำหรับเขา นั่นคือการทำลายกำแพงของโลกศิลปะในรูปแบบดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง 

“เราอาจยังไม่รู้เส้นทางของมันมากนัก แต่นับว่าเราเป็นคนแรกๆ ในไทยที่กล้าเดินเข้าไปในโลกใบนั้น” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตเล่าต่อว่าต้องขอบคุณแอปพลิเคชันชื่อดังอย่าง Clubhouse ที่กลายเป็นแหล่งความรู้นอกกระแสจากทั่วทุกมุมโลกสำหรับเขา โดยวันหนึ่งตัวเขาเองได้มีโอกาสอยู่ร่วมในห้องแชตที่กำลังพูดถึงข่าวดังในสหรัฐอเมริกา นับเป็นการกระชากหน้าประวัติศาสตร์ศิลปะให้เปลี่ยนบทใหม่ อย่างการเผางานที่จับต้องได้และเปลี่ยนให้อยู่ในรูปแบบของ NFT (Non-fungible Token) โดยผู้ครอบครองผลงาน Morons (2006) ของ Banksy ได้จุดไฟเผาผลงาน และอัดคลิปวิดีโอเผยแพร่ลงใน YouTube จุดประสงค์เพื่อให้งานออริจินัลที่จับต้องได้หายไป และนำผลงานชิ้นนี้ไปแขวนไว้ในเว็บไซต์ Opensea ในรูปแบบ NFT อีกด้วย

และนั่นคือครั้งแรกที่คุณโน้ตได้ยินคำว่า NFT

ศิลปะในฐานะทรัพย์สินดิจิทัล

เราขอให้คุณโน้ตอธิบายตลาดการวางขายงาน NFT ด้วยการเปรียบเทียบเพื่อให้เข้าใจง่าย ซึ่งคุณโน้ตอธิบายอย่างกว้างๆ ให้เห็นภาพว่า “เว็บไซต์ตลาดขายงานศิลปะ NFT ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ปูเสื่อขายได้คือ Opensea ต่อมาตลาดที่เรียกว่าเป็นห้างประจำจังหวัด คือต้องได้รับเชิญ (Invite) ศิลปินคือ Foundation และตลาดขายงานไฮเอนด์ที่ต้องได้รับเลือกจากภัณฑารักษ์ คือ SuperRare” 

เส้นทางของ Palette Artspace จากแกลเลอรี่ย่านทองหล่อ สู่ดินแดนซื้อขายศิลปะ NFT

คุณโน้ตอธิบายว่าจุดเปลี่ยนของวงการนั้นมาจาก Blockchain ที่ทำให้งานดิจิทัลอาร์ตมีมูลค่า เพราะการซื้อขายต้นฉบับนั้นจะถูกส่งต่อโดยตรวจสอบที่มาที่ไป และยืนยันกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของได้ เรียกว่ามีความโปร่งใสและไม่สามาถทำสำเนาได้ ประกอบกับ Tokenization คือกระบวนการสร้างตัวแทนของทรัพย์สินต่างๆ ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดยสร้าง Token เป็นตัวแทนของสิทธิหรือทรัพย์สิน อย่างงานศิลปะ Digital Artwork ก็แปลงเป็นโทเคนได้ 

NFT แปลตรงตัวว่าเป็นโทเคนในรูปแบบที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนแทนด้วยสิ่งอื่นได้ (Non-fungible Token) เหล่าแพลตฟอร์มตลาดการขายงานศิลปะอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็น Opensea, Foundation และ SuperRare จะทำการ Tokenize งานศิลปะดิจิทัลบนระบบ Ethereum Blockchain โดยผู้ครอบครองโทเคน จะได้รับใบรับรองความเป็นเจ้าของในชิ้นงานนั้นๆ 

ส่วนสกุลเงินดิจิทัลที่นำมาซื้อผลงาน NFT นั้น จะถูกกำหนดโดยตลาดแต่ละแห่งด้วย (ส่วนใหญ่ที่ใช้คือ Ethereum)    

“ในเชิง Business เอาจริงๆ ผมตอบไม่ได้ แต่ถ้าเรื่องการเก็บสะสม ผมว่าใช่สำหรับยุคนี้” เขาเล่าถึงเส้นทางการขยับขยายสู่วงการศิลปะออนไลน์ด้วยความตื่นเต้น เริ่มจากทดลองเปิดงานนิทรรศการ 8 Bits จัดแสดงผลงานของนักศึกษาคณะดิจิทัลมีเดีย สาขาดิจิทัลอาร์ตส์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตบางเขน โดยใช้แพลตฟอร์ม Cryptovoxels และอีกทั้งนิทรรศการ Love Distancing จัดแสดงผลงานของศิลปินนักเคลื่อนไหว วสันต์ สิทธิเขตต์ โดยการติดตั้งจอ LED ฉายภาพงานศิลปะจากในแกลเลอรี่ หันออกด้านนอกตัวอาคาร หวังให้ผู้ที่เดินขึ้นลงบันได BTS สถานีทองหล่อ มองเห็น แม้ว่าในช่วงเวลานั้น แกลเลอรี่จะเปิดให้เข้าชมตามปกติไม่ได้ แต่เมื่อเดินลงมาด้านล่าง ข้างหน้า Palette Artspace ก็จะพบกับ QR Code ที่ยกสมาร์ทโฟนกดเข้าไปชมนิทรรศการเต็มรูปแบบได้ทางออนไลน์ 

 “พอเราทำนิทรรศการออนไลน์ งานศิลปะถูกส่งตรงไปถึงสายตาคนทั่วโลก มีคนสนใจ มีสื่อต่างประเทศมาสัมภาษณ์ พอเป็นข่าว ก็ยิ่งได้รับยอดเข้าชมมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนไทย แต่เป็นคนทั้งโลกที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้” คุณโน้ตเล่าให้ฟังถึงผลตอบรับของนิทรรศการล่าสุด คือ 2D Afterlife โดย แพน-จินห์นิภา นิวาศะบุตร นำเสนอภาพสีน้ำมันของตัวละครสมมติที่เสียชีวิตไปแล้วจำนวน 50 ภาพ ผ่านแนวคิดปฏิสัมพันธ์กึ่งมีส่วนร่วม และวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของแฟนคลับ โดยผู้เข้าชมมีส่วนร่วมในการระลึกถึงความทรงจำที่มีต่อตัวละครสมมติเหล่านี้ได้ ด้วยการวางดอกไม้หรือสิ่งของต่างๆ บนหิ้งหน้ารูปเคารพ และไว้อาลัยแก่การจากไปของผู้วายชนม์ ที่แท้จริงแล้วไม่เคยมีชีวิตอยู่

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน
การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

 นิทรรศการนี้จัดขึ้นในพื้นที่ของแกลเลอรี่ขนานไปกับนิทรรศการออนไลน์ มียอดการเข้าชมทางออนไลน์มากกว่า 8,000 ครั้ง ไต่ระดับขึ้นมาเป็นนิทรรศการที่มีผู้เข้าชมสูงสุดในสัปดาห์แรกที่เปิดงาน ตัวเลขนี้ทำให้คุณโน้ตมองเห็นว่า Palette Artspace ยังคงเป็นเวทีสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในโลกออฟไลน์และในโลกออนไลน์

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดิจิทัล-The Sandbox 

งานเหล่านั้นคือจุดเริ่มของ Virtual Exhibition ที่คุณโน้ตสนใจ แต่ไม่นานนักเขาเรียนรู้ว่าแพลตฟอร์ม Artsteps.com มีข้อจำกัดเรื่องจำนวนห้องจัดแสดง ต้องรื้อลบผลงานเก่าออกหากต้องการจะจัดแสดงงานครั้งใหม่ ซึ่งไม่ตอบโจทย์การแสดงผลงานศิลปะของคุณโน้ต เขาไม่ต้องการจะลบนิทรรศการใดๆ ออกจากโลกเสมือนจริงแม้แต่งานเดียว 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“หลังจากที่เริ่มทำนิทรรศการออนไลน์บน Artsteps ผมเริ่มขยับไปซื้อที่ดินใน The Sandbox ผมอยากมีพื้นที่ของตัวเอง พอมาศึกษาดีๆ หลังจากที่ซื้อไปแล้วก็เพิ่งค้นเจอว่า กว่าเว็บไซต์จะเปิดใช้งานได้เต็มร้อยคือปีหน้า (ค.ศ. 2022) ผมเลยได้โอกาสซื้อที่ดินตอนราคายังไม่สูงมาก ล่าสุดได้ยินมาว่าราคาขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันเลยกลายเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไปในตัว ซึ่งพอถึงวันที่ใช้พื้นที่ได้จริงๆ ผมก็ยังไม่รู้ว่า จะได้ทำแบบที่ฝันไว้รึเปล่า” 

คุณโน้ตหัวเราะเบาๆ ใต้หน้ากากอย่างอารมณ์ดี แสดงถึงวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ไม่หวังผลกำไรปุบปับ เขาบอกเราว่าในโลกออนไลน์นี้ทุกคนล้วนเป็นมือใหม่ ความเป็นไปได้นั้นยังอีกมาก และเราทุกคนคงต้องศึกษาลองผิดลองถูกกันไปอีกสักพัก

เรื่องที่ต้องรู้และความโปร่งใสในตลาดค้างานศิลปะ

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิมของ Palette Artspace สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

เมื่อถามว่าเขามีอะไรจะบอกผู้สนใจเข้าวงการซื้อขายศิลปะออนไลน์บ้าง คุณโน้ตได้ให้คำแนะนำเรามากมาย อาทิ การซื้อขาย NFT นั้นมีทั้งการขายแบบเสนอราคาและการขายแบบประมูล ซึ่งการเสนอราคา ศิลปินสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ตามความพอใจ แถมการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะถูกบันทึกเอาไว้ ทำให้ผู้ที่สนใจงานศิลปะชิ้นนั้นและต้องการซื้อ มองเห็นความเปลี่ยนแปลงของราคางาน ซึ่งเกิดขึ้นไม่ได้เลยในโลกศิลปะแห่งความเป็นจริง ที่การตั้งราคาซื้อขายชิ้นงานนั้นเป็นเรื่องลึกลับ ซับซ้อนตามกลไกของวงการตลาดศิลปะ ดีลเลอร์และภัณฑารักษ์ ยากที่คนภายนอกจะรู้

ทว่าในตลาดออนไลน์ เงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ของงานศิลปะแต่ละชิ้นจะถูกกำหนดโดยตัวศิลปินเอง ซึ่งเงื่อนไขที่ว่าอาจไม่เปิดเผย หากผู้ซื้อยังไม่กดชำระเงิน การซื้องานศิลปะ NFT จึงคล้ายกับการเสี่ยงดวง อาจมีเรื่องเซอร์ไพรส์ปรากฏให้เห็นภายหลังการซื้อ เช่น ผู้ซื้ออาจได้รับผลงานชิ้นจริงไปด้วยหลังจากซื้อชิ้นงาน NFT 

นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องที่ต้องทราบคือค่าแก๊ส (Gas Fee) ซึ่งจะถูกเรียกเก็บไปพร้อมๆ กับการซื้อขายผลงานศิลปะ คล้ายกับค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ คุณโน้ตยกตัวอย่างว่า “งานศิลปะในรูปแบบ NFT บางชิ้น มีค่า Gas Fee สูงกว่าสองเท่าของราคางาน” ดังนั้น นอกเหนือจากรสนิยมในการสะสมงานแล้ว การซื้องานศิลปะ NFT จึงเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ให้แน่ใจว่าคุณรู้ว่าใครคือศิลปิน และเขามีทิศทางในการสร้างงานอย่างไร งานของเขาลอกใครมาหรือไม่ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน

สิ่งที่ตามมาคือ ‘ห้องเก็บงาน’ พื้นที่ในโลกเสมือนจริงที่เปิดให้ใครก็ตามที่สนใจเข้ามาชมคอลเลกชันส่วนตัว หรือผลงานศิลปะ NFT ที่เราซื้อมาจากในตลาดดังกล่าว เราอาจสร้างเป็นช็อปเพื่อขายงานต่อ หรือจัดแสดงให้คนในโลกออนไลน์เข้ามาเที่ยวชม หรือสุดแล้วแต่ที่เราจะออกแบบ ภายใต้ข้อจำกัดของเทคโนโลยี ณ ขณะปัจจุบัน

The New Chapter of Digital Art 

ก่อนจากกัน เราถามคุณโน้ตถึงแนวคิดในอนาคตของวงการศิลปะ 

การแจ้งเกิดในโลกใบใหม่ใหญ่กว่าเดิม สู่ดินแดนที่ซื้อขายงานศิลปะทั้งในพื้นที่จริงและโลกเสมือน

“การกระจายอำนาจจากจุดศูนย์กลาง (Decentralize) กลายเป็นคีย์เวิร์ดสำคัญของยุคสมัย ทุกคนเป็นผู้ส่งสาร เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ เช่นเดียวกับที่ทุกคนเป็นศิลปินได้ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง”  คุณโน้ตตอบ “ในแง่หนึ่ง ข้อดีของ NFT คือการที่คนในโลกศิลปะได้ติดต่อสื่อสารกันมากขึ้น แลกเปลี่ยนความรู้มากขึ้น ได้เข้าใจมุมมองและจุดที่ต้องการการสนับสนุนและเชื่อมต่อสู่โลกภายนอก ที่สำคัญ งานศิลปะในรูปแบบ NFT เหมือนเป็นบัตรเชิญที่ชวนให้โลกทั้งใบหันมามองเห็นฝีมือของศิลปินไทยมากขึ้น และตามหารากของศิลปะไทยมากขึ้นกว่าเดิม” 

ใครสนใจชมนิทรรศการล่าสุดของ Palette Artspace แวะไปได้ที่พื้นที่ทางกายภาพ ติดทางออก 3 BTS ทองหล่อ เปิดตั้งแต่ 11.00 – 18.00 น. (นัดล่วงหน้าได้ที่ โทรศัพท์ : 06 1417 4000 ) หรือเข้าชมในโลกเสมือนที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม www.palettebkk.com

Writer

Museum Minds

ทีมที่ปรึกษาเฉพาะทางด้านปฏิบัติการพิพิธภัณฑ์แห่งแรกของประเทศไทย รับปรึกษาปัญหาหัวใจ (และคอลเล็กชัน และการสร้างสื่อศึกษา และวิเคราะห์ผู้เข้าชม และทำแบบประเมินนิทรรศการ) ให้มิวเซียมทั่วราชอาณาจักร

Photographer

รัชต์ภาคย์ แสงมีสินสกุล

ช่างภาพที่มีร้านล้างฟิล์มเป็นของตัวเอง แต่นานๆจะถ่ายฟิล์มที เพราะช่วงนี้ฟิล์มมันแพง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load