30 Jun 2018
4 PAGES
1 K

ไม่ได้เดินทางบ่อยจนเห็นมามากพอจะจัดอันดับพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกด้วยตนเอง หากแต่มีโอกาสได้ไปเยือนพิพิธภัณฑ์ที่เขาว่าเจ๋งที่สุดในโลกมาพอสมควร

ครับ ตอนแรกก็ไม่ถึงกับเชื่อคำโฆษณาของเจ้าของอพาร์ตเมนต์ที่ผมเช่าอยู่ที่เม็กซิโกซิตี้ ที่ยืนยันต่างกรรมต่างวาระแต่ตรงกันถึง 3 คน แต่นั่นล่ะ พอได้มาเยือนแล้ว ก็เห็นคล้อยว่า ‘Museo Nacional de Antropologia’ หรือพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาแห่งชาติเม็กซิโก เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกเท่าที่ผมมีโอกาสไปเยือนมาจริงๆ

โอเค ถ้าวัดกันเฉพาะเนื้อหากับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในประเทศอื่นๆ การมีวัตถุจัดแสดงที่เป็นผลิตผลจากอารยธรรมขลังๆ อย่างโอลเมก (Olmec) มายา (Maya) แอซเท็ก (Aztec) และอื่นๆ ก่อนการเข้ามาของจักรวรรดิสเปน ก็ถือว่าได้เปรียบพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาหรือพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องที่มาของผู้คนในชนชาตินั้นๆ แห่งอื่นพอสมควร แต่นั่นก็ไม่ใช่แค่ปัจจัยเดียวที่ทำให้พิพิธภัณฑ์นี้ขึ้นหิ้ง

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

พิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาเม็กซิโกตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะชาปูลเตเปก (Bosque de Chapultepec) อีกหนึ่งสถานที่ที่โคตรน่าอิจฉาของคนเม็กซิโก เพราะนอกจากจะเป็นปอดใจกลางเมืองอันร่มรื่น (วันเสาร์-อาทิตย์เขาปิดถนนรอบๆ สวน ให้คนได้วิ่งออกกำลังกายบนถนนเลย) ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เด็ดๆ อย่าง Museo Rufino Tamayo พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ได้ชื่อว่าเป็น MOMA ของเม็กซิโก หรือปราสาทชาปูลเตเปก ปราสาทแห่งเดียวในทวีปอเมริกา ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ Museo De Arte Moderno พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่จัดแสดงผลงานของฟรีด้า คาห์โล (Frida Kahlo) และศิลปินชั้นนำของประเทศท่านอื่น และถ้าเดินออกจากสวนไปไม่ไกลก็จะเจอบ้านของลุยส์ บาร์รากัน (Luis Barragán) สถาปนิกระดับโลกที่ทำให้สีเหลืองและชมพูแป๊ดๆ ในงานสถาปัตยกรรมกลายเป็นเรื่องของความชิค

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico CityMuseo Rufino Tamayo

กระนั้นท่ามกลางเหล่าอเวนเจอร์ทางศิลปวัฒนธรรมของเม็กซิโก หากคุณมีเวลาเยี่ยมเยียนพิพิธภัณฑ์ใดพิพิธภัณฑ์เดียว อย่าได้เลือกที่ไหนนอกจากพิพิธภัณฑ์นี้เลย เพราะถึงคุณจะเป็นคนไม่ชอบเดินมิวเซียม หรือขี้เกียจอ่านป้ายอธิบายเนื้อหาแม้เพียงครึ่งบรรทัด แต่เชื่อเถอะ ลำพังสถาปัตยกรรมและข้าวของจัดแสดงอยู่ที่นี่ อาจทำให้คุณจดจ้องพวกมันจนลืมเวลา

หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ แลนด์สเคปรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวดิ่ง และสถาปัตยกรรมที่ห่อหุ้มมันไว้ ตัวอาคารออกแบบในปี 1964 โดยเปโดร รามิเรซ วาซเกซ (Pedro Ramírez Vázquez) สถาปนิกคนสำคัญในยุคโมเดิร์นของเม็กซิโก เมื่อเดินพ้นโถงทางเข้าจะพบเสาที่แกะสลักลวดลายโบราณ ทำหน้าที่เป็นทั้งน้ำตกจำลองและเสาที่รองรับโครงสร้างหลังคามหึมาไว้เพียงลำพัง พ้นไปจากนั้นคือ Courtyard และบ่อน้ำที่ถูกล้อมรอบด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ นิทรรศการถูกลำดับไว้จากห้องทางขวามือ เดินตรงไปตามแนวอาคารที่มีอยู่ด้วยกันสองชั้นจนสุดและเลี้ยวซ้าย เดินเป็นรูปตัว U ก่อนจะเจอทางออกทางอาคารฝั่งซ้ายตรงข้ามกับทางเข้า

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

พิพิธภัณฑ์นี้มีห้องจัดแสดงทั้งหมด 23 ห้อง เริ่มเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของอารยธรรมมนุษย์ ก่อนจะสโคปเข้ามาที่ภูมิภาคอเมริกา และอารยธรรมต่างๆ ในยุคเมโสอเมริกัน ขณะที่ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุที่ค้นพบ (อาทิเช่น กะโหลกมนุษย์โบราณที่ประดับด้วยโมเสก หน้ากากเผ่ามายันที่ดูคล้ายหน้ากากของดีโอในภาคแรกของโจโจ้ ล่าข้ามศตวรรษ และปูนปั้นต่างๆ) พร้อมทั้งการใช้มัลติมีเดียมาดึงดูดความสนใจ ขนานไปกับโถงอาคารนิทรรศการ

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

สวนด้านนอกที่ล้อมรอบอาคารอีกทีหนึ่ง ก็จำลองโบราณสถานทั่วเม็กซิโกไว้ได้อย่างน่าสนใจ ให้อารมณ์แบบมิวเซียมเท่ๆ อย่าง National Museum of Singapore รวมร่างกับพิพิธภัณฑ์กึ่ง Theme Park อย่างเมืองโบราณสมุทรปราการ อย่างไรอย่างนั้น เช่น ห้อง Oaxaca ที่จำลองพีรามิดเตโอติฮัวคัน รวมทั้งศาสนสถานที่จำลองทั้งประติมากรรมและจิตรกรรมฝาผนังในเวอร์ชันสมบูรณ์มากกว่าที่เห็นจากพื้นที่จริง สวนด้านนอกห้อง Maya ก็จำลองวิหารมายันที่เก็บลวดลายแกะสลักได้แสนเนี้ยบ ซึ่งภายในห้องส่วนนี้ยังมีทางเดินลงไปดูหลุมศพที่เต็มไปด้วยงานจิตรกรรมอลังการ และกระบวนการที่ชนเผ่ามายันใช้ฝังศพ หรือห้อง Aztec ที่จัดแสดงแบบจำลองย่อส่วนสภาพสมบูรณ์ของเมือง Tenochtitlan อดีตเมืองหลวงของชาวแอซเท็ก ซึ่งปัจจุบันมีให้เห็นเพียงซากปรักหักพังซ้อนทับอยู่ในย่านใจกลางเม็กซิโก ซิตี้ แบบเดียวกับ Roman Forum ของกรุงโรมในอิตาลี

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

Aztec Calendar Stone ที่ตั้งอยู่ตรงกลางของส่วนจัดแสดงในสุด คือหนึ่งในไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ ก้อนหินทรงกลมความสูงเกือบ 4 เมตร ผิวหน้าสลักลวดลายที่มีแพตเทิร์นคล้ายหน้าปัดนาฬิกา แต่แทนที่จะเป็นตัวเลขกลับเป็นรูปสรรพสัตว์ที่เส้นรอบวงล้อมรอบไปด้วยงู โดยมีสุริยเทพแยกเขี้ยวอยู่แกนกลาง สิ่งนี้คือ ปฏิทินโบราณของชาวแอซเท็ก ที่นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า สร้างขึ้นช่วง ค.ศ. 1502 ไม่กี่ปีก่อนที่กองทัพสเปนจะเข้ามากวาดล้าง ซึ่งหลังจากนั้น ปฏิทินหินยักษ์ก้อนนี้ก็ถูกฝังไปพร้อมกับซากปรักหักพังใจกลางเมืองเม็กซิโกซิตี้ ก่อนจะถูกค้นพบในอีกเกือบ 400 ปีให้หลัง และอีก 100 กว่าปีต่อมาจึงถูกนำมาจัดแสดงให้ได้ยลโฉมที่นี่ ลวดลายของหินก้อนนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปินและนักออกแบบหลายคน กลับไปต่อยอดเป็นลายเส้นเฉพาะตัวอีกหลากหลายไม่รู้จบ

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

ชั้นสองของพิพิธภัณฑ์จะเล่าเรื่องราวของชาวเม็กซิกันในตอนที่กองทัพสเปนเข้ามากวาดล้างอารยธรรมแอซเท็กจนแล้วสิ้น และเริ่มต้นสถาปนาดินแดนอาณานิคม ไล่เรียงมาจนถึงยุคที่ชาวเม็กซิกันปลดแอกตัวเอง และกลายมาเป็นประเทศปัจจุบัน โดยจะเล่าผ่านแง่มุมต่างๆ เช่น พิธีกรรมที่ยังมีรากของอารยธรรมเก่าแก่อยู่ ศิลปะ เครื่องแต่งกาย ที่อยู่อาศัย ข้าวของเครื่องใช้ อาหารการกิน ฯลฯ

แม้ชั้นนี้จะเล่าเรื่องแบบเรียบๆ และเน้นการจัดแสดงผ่านหุ่นขี้ผึ้งซึ่งดูไม่ต่างอะไรกับพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาทั่วๆ ไป แต่ด้วยรายละเอียดทางวัตถุจัดแสดงร่วมสมัย อีกทั้งลวดลายประดับประดาที่แฝงทั้งความดุดัน และกลิ่นอายเหนือจริงแบบเมจิคัลเซอร์เรียลลิสม์ไว้ จึงทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้พิเศษกว่าที่อื่นๆ  ขณะที่หลายชิ้นเพียงรูปทรงก็มีสมมาตรและความงามในแบบของมันเอง และสามารถดึงดูดให้เราเพ่งจ้องอย่างตื่นตาไม่น้อย

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

ย้อนเวลาจนลืมเวลาไปในพิพิธภัณฑ์มานุษยวิทยาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ Mexico City

เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เดินสนุก ยิ่งถ้าคุณสนใจอารยธรรมแบบนี้ด้วยแล้ว คุณจะตกหลุมรักพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ส่วนจะมองว่า นี่คือหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในโลกอย่างผมไหม อันนี้ไม่รู้ แต่ควรมาดูด้วยดวงตาของคุณเอง

Museo Nacional de Antropologia

เปิดอังคาร-อาทิตย์ 09.00 – 17.00 น.

ค่าเข้าชม 70 เปโซ (ราว 120 บาท) วันอาทิตย์เข้าฟรี

https://www.mna.inah.gob.mx

ถ้าคุณมีประสบการณ์เดินทางแปลกใหม่จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญส่งเรื่องราวของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Travelogue’

ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เราจะมีสมุดบันทึกปกหนังเทียมเล่มสวยส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

CONTRIBUTORS

จิรัฏฐ์​ ประเสริฐทรัพย์

ประกอบอาชีพรับจ้างทำหนังสือ แปลหนังสือ และผลิตสื่อ ใช้ชีวิตอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ มีงานอดิเรกคือเขียนเรื่องสั้นและนวนิยาย ผลงานล่าสุดคือรวมเรื่องสั้น ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า

ไข่มุก แสงมีอานุภาพ

เลี้ยงแมวเป็นอาชีพ โดยมีงานอดิเรกคือรับออกแบบกราฟิก วาดภาพประกอบ และทำ Food Styling อ่อ… แล้วก็เขียนหนังสือด้วย ล่าสุดยังมีเวลาไปทำแบรนด์เสื้อผ้า ชื่อ www.instagram.com/wearfingerscrossed