ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

หมิง ล่ามพระยา หรือ เจตวีย์ ล่ามพระยา – บุคคลที่แนะนำตัวต่อสาธารณชนบนโลกออนไลน์ว่าเขาคือเด็กหนุ่มวัย 19 ปีที่ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อ Gap Year ด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ทั่วประเทศไทยเป็นเวลา 1 ปี โดยมีเงินเก็บติดตัวจำนวน 5,500 บาท (ระหว่างเดินทางเขามีวิธีต่อยอดรายได้จากเงินก้อนแรกด้วยตัวเอง)

หมิงเกิดและเติบโตในจังหวัดนนทบุรี เขามีความสนใจด้านกีตาร์จึงเลือกเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยสาขาวิชาดนตรีสากล ซึ่งการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เขาและเพื่อนจำเป็นต้องเรียนผ่านจอ แม้นเป็นโชคร้ายของเด็กยุคโรคระบาด แต่นั่นทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งรู้ตัวว่า การศึกษาในระบบไม่ตอบโจทย์ความต้องการ

เพียงปีเศษ เขาแน่วแน่กับความคิด และตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยทันที

แน่นอนว่าการออกเดินทางไม่ใช่สิ่งแรกที่หมิงจะทำ แต่เขาดันเจอกับ บอล พาเที่ยว ชายผู้มีผลกับการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต เพียง 2 สัปดาห์หลังเจอบอล หมิงกำเงินเก็บ จับมอเตอร์ไซค์คู่ชีพ ออกเดินทางทั่วประเทศไทย โดยเขาตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนรู้ 155 ประสบการณ์ใหม่ระหว่างเดินทาง

ขณะบทสนทนาระหว่างเรากับหมิงกำลังเข้มข้น เขาเดินทางมาแล้ว 276 วัน 68 จังหวัด เหลือเพียงแค่ 9 จังหวัดที่เขาต้องพิชิตให้ได้ภายใน 90 วัน และสารพัดประสบการณ์ใหม่ที่น่าลงมือทำ

ทุกหน้าของการเดินทาง หมิงจะบันทึกลงกระดาษและตีพิมพ์ลงหนังสือเล่มแรกของเขา

สิ่งที่เราอยากให้คุณเก็บเกี่ยวระหว่างบทสนทนาขนาดยาวนี้ นอกจากความกล้าและการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวของเด็กหนุ่ม นั่นคือประสบการณ์ชีวิตและสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการเดินทาง

สิ่งนั้นช่างล้ำค่า

ล้ำค่าเกินกว่าระบบการศึกษาจะมอบให้เขาได้

ทำไมอยู่ ๆ หมิงก็ตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ปีแรก

ในช่วงโควิด-19 ไม่ได้ไปมอ ผมอยู่กับตัวเองเยอะ คุยกับตัวเองเยอะ แล้วผมเป็นคนที่ถ้าสนใจทักษะใดทักษะหนึ่ง ก็จะหมกหมุ่นกับมันมาก ทั้งซื้อหนังสือมาอ่าน ซื้อคอร์สมาเรียน ฟังพอดแคสต์ ดูยูทูบ จนเห็นว่าตัวเองเป็นคนชอบเรียนมากเลย แต่ว่าผมเรียนหรือโฟกัสสิ่งที่ผมชอบจริง ๆ ได้ทีละอย่างเท่านั้น

ซึ่งระบบการศึกษาเริ่มไม่ตอบโจทย์การเรียนของผม ทั้งเวลา สังคม เพื่อนมหาลัย ผมรู้สึกว่าตรงนั้นไม่ใช่ที่ของเรา เลยเลือกลาออกจากมหาวิทยาลัย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนด้วยตัวเอง

มีสัญญาณบอกไหมว่า ‘ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของเรา’

หนึ่ง ผมเริ่มรู้ตัวเองเป็นคนโฟกัสได้ทีละอย่าง สอง ผมอยากเลือกครูเอง ครูบางคนในมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกว่าเขาเอาเปรียบผู้เรียน เช่น ให้เด็กสอนงานกันเอง ให้รุ่นพี่มาตรวจงาน และอีกหลาย ๆ อย่าง จนคิดว่าทำไมผมต้องเอาเงินให้คนที่เขาไม่มีความตั้งใจอยากจะสอนด้วย สาม ผมเข้าใจว่าผมเป็นอินโทรเวิร์ต ในเรียนห้องมีคนเยอะ ทำให้ผมไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อ แต่พออยู่คนเดียว ผมมีสมาธิกับตัวเองมากกว่า 

การตัดสินใจครั้งใหญ่ของหมิง คนเป็นแม่เขาว่ายังไงบ้าง

ผมมองตัวเองเป็นหลักครับ ผมเรียนเพื่อตัวเอง แต่แม่อยากให้เรียนให้จบไป ผมมองว่าการเรียนให้จบไป ในมุมหนึ่งมันเสียเวลานะ ซึ่งผมพยายามตะล่อมบอกแม่ตลอดว่า ผมลาออกมาเพื่ออะไร ผมมีเหตุผลสนับสนุนทุกอย่าง ผมมีแผนขั้นต่อไปว่าจะทำอะไรต่อ ผมเพียงแค่ต้องแสดงความตั้งใจนั้นให้แม่เห็น

ซึ่งจริง ๆ ผมไม่ได้จะเลิกเรียนนะ แต่แค่รู้แล้วว่าการเรียนแบบไหนเหมาะกับผมที่สุด

แสดงว่าแม่เห็นด้วย เข้าใจ และซัพพอร์ตสิ่งที่หมิงจะทำ

ใช่ครับ แต่จริง ๆ ตอนจะออกจากมหาลัยเขาไม่สนับสนุนนะ หลังเรียนครบ 1 ปี ก็บอกแม่ว่า มันไม่ใช่แล้วนะ พอขึ้นปี 2 ผมออกเดินทางด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์จากนนทบุรีขึ้นมาเชียงราย พอผ่านการเดินทางครั้งนั้น ทำให้ผมมีความมั่นใจมากขึ้น ผมหนักแน่นแล้วว่าจะลาออกจริง ๆ บอกแม่แล้วลาก็ออกเลย 

แต่ก็โชคดีด้วย มีพี่บอลมาช่วยพอดี

หมิง ล่ามพระยา เด็ก 19 ลาออกจากมหาลัยขี่มอไซค์ทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือเล่มแรกของชีวิต

‘พี่บอล’ ที่หมิงว่า คือ บอล พาเที่ยว หรือเปล่า

ผมสั่งหนังสือของพี่บอล ตอนนั้นแกมีโปรโมชันว่า ถ้าอยู่กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล แกจะขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งเองถึงมือ แกก็มาส่งหนังสือถึงหน้าบ้าน ผมเล่าให้แกฟังว่า ลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แกก็แนะนำว่าให้ลองออกเดินทางหาประสบการณ์ชีวิตเหมือนกับที่แกทำ แกบอกว่าถ้าผมทำก็พร้อมจะสนับสนุน

ช่วงนั้นผมอ่านหนังสือเยอะมาก ปีนั้นอ่านไป 30 เล่ม ผมเลยอยากมีหนังสือเป็นของตัวเอง พอจังหวะมันได้ มีคนสนับสนุน ผมมองว่าเป็นโอกาสที่ดี ก็ตัดสินใจออกเดินทาง นั่นคือจุดเริ่มต้น

ในบรรดาหนังสือ 30 เล่ม มีเล่มไหนชอบเป็นพิเศษไหม

ปีนั้นผมอ่านหลากหลายประเภทเลย ประวัติศาสตร์ การทำงาน จิตวิทยา นวนิยาย แต่เล่มที่มันคุยกับผมที่สุด คือเล่มของ พี่เบียร์สด ชื่อ โคตรปั่น เขาปั่นจักรยานจากเบตงไปแม่สาย ภาษาเขาเขียนแบบง่าย ๆ และ จริงใจดี

เล่าแผนการเดินทางของหมิงให้ฟังหน่อย

ผมตั้งเป้าว่าจะออกเดินทางทั่วประเทศไทย แวะ 155 อุทยานแห่งชาติด้วยเงินเก็บ 5,500 บาท กับมอเตอร์ไซค์ 1 คัน ผมคิดแล้วว่าเงิน 5,500 บาท มันจะพาผมไปถึงตรงไหน ถ้าเริ่มต้นจากนนทบุรี มันน่าจะไปถึง 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้นะ เผลอ ๆ อาจขึ้นไปแถวภูเก็ตได้ด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมคาดการณ์

ในความเป็นจริง มันไปได้ถึงไหน

เรื่องกลับกลายเป็นว่าต้องอยู่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 3 เดือนเลยครับ

ตอนนั้นเป็นจังหวะที่พี่บอลเขานัดกับเพื่อนพอดี ผมเลยนัดกับเขาที่หาดใหญ่ เขาพาไปสามจังหวัดชายแดนใต้ แล้วพาผมไปเจอกับ บังบิบ เขาปั่นจักรยานทั่วอาเซียนด้วยเงินเริ่มต้น 300 บาท

ช่วงออกเดินทาง ผมเกิดความสับสน เพราะว่าเป้าหมายเดินทางทั่วประเทศไทย ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับมันเท่าไหร่ ผมรู้ว่าผมทำได้ เลยมองว่าเป็นโอกาสดีที่ได้หาประสบการณ์ชีวิตและเขียนหนังสือ

หลังจากเดินทางได้ 1 เดือน ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ผมชอบอยู่บ้าน ผมไม่ใช่คนชอบเที่ยว

เอ้า แล้วหมิงทำยังไงต่อ เพราะออกเดินทางมาแล้ว

ระหว่างพี่บอลพาผมท่องเที่ยว3 จังหวัด ผมชัดเจนสุด ๆ ว่ามันไม่ใช่ ผมเครียดมากเลย ทำอะไรก็ไม่มีความสุข เลยขอให้พี่บอลพาผมกลับบ้านไปเจอบังบิบที่จังหวัดยะลา ผมนับถือเขาเป็นอาจารย์ ผมเล่าทุกอย่างให้ฟังว่าผมกำลังทุกข์ บังบิบแนะนำว่าให้หยุดเดินทางเพื่อทบทวนตัวเองก่อน

หลังทบทวนตัวเองตามคำแนะนำของบังบิบ เกิดอะไรขึ้นกับหมิงบ้าง

ผมเปลี่ยนโฟกัส ตอนแรกคิดว่าจะไปคุยกับคน 155 อาชีพ ให้เขาส่งต่อคอนเนกชันไปเรื่อย ๆ แต่รู้สึกว่ายังไม่ใช่อีก ก็กลับมาทบทวนว่าผมจะไม่โฟกัสเรื่องการท่องเที่ยวแล้ว แต่หันมาโฟกัสประสบการณ์ระหว่างการเดินทางแทน เป้าหมายเลยกลายเป็นทดลองเรียนรู้ 155 ประสบการณ์ใหม่จากการเดินทางทั่วประเทศ

ทำไมต้องเป็น 155 ประสบการณ์ใหม่

ล้อมาจากเป้าหมายแรกครับ คือ 155 อุทยานแห่งชาติ

หมิง ล่ามพระยา เด็ก 19 ลาออกจากมหาลัยขี่มอไซค์ทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือเล่มแรกของชีวิต
หมิง ล่ามพระยา เด็ก 19 ลาออกจากมหาลัยขี่มอไซค์ทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือเล่มแรกของชีวิต

จากการเดินทาง หมิงเปิดประสบการณ์ใหม่ไปเท่าไหร่แล้ว

60 แล้ว (ณ เดือนพฤศจิกายน 2565)

ใน 60 ประสบการณ์ใหม่ มีประสบการณ์ไหนที่ประทับใจมาก ๆ ไหม

ถือศีลอดครับ การถือศีลอดของชาวมุสลิมเขาเริ่มทำกันตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เพื่อฝึกร่างกาย ห้ามกินข้าว ห้ามกินน้ำ ตั้งแต่ตี 5 ถึง 6 โมงเย็น ซึ่งเราไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต

หมิงเรียนรู้อะไรบ้างจากการถือศีลอดครั้งแรกในชีวิต

ผมเรียนรู้ว่าการจะทำอะไรสักอย่างที่ต้องใช้ความพยายามมากขนาดนั้น ควรตั้งผลลัพธ์ไว้สักหน่อยว่าทำไปเพื่ออะไร เพราะผมเคยอยากทำสิ่งนี้มาก ๆ เพราะมันยาก เห็นคนอื่นทำได้ เลยอยากพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นว่าผมก็ทำได้เหมือนกัน แต่ตลอด 1 เดือนของการถือศีลอด ทำให้ผมเข้าใจว่า ‘การทำเพื่อพิสูจน์คนอื่น แม่งโคตรตื้นเลย’ ผมไม่รู้ว่าจะพยายามทำไปเพื่ออะไรด้วยซ้ำ 

ผมเอาเหตุการณ์ครั้งนั้นไปปรับใช้นะ ผมจะไม่ทำเพื่อพิสูจน์ใครอีกแล้ว แต่จะทำเพื่อผลลัพธ์ที่ผมต้องการ ผมว่าการจะทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มันต้องมีความตั้งใจและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

มีประสบการณ์ใหม่ที่ประทับใจจนอยากเล่าสู่กันฟังอีกไหม 

ตอนนั้นอยู่จังหวัดนราธิวาส ผมไม่มีที่นอน เลยไปนอนบริเวณลานจอดรถมัสยิด ประมาณเที่ยงคืน ผมกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่ข้างนอกเต็นท์ พี่อีก 2 คนหลับแล้ว สักพักได้ยินเสียงเด็กจากฝั่งตรงข้ามเรียกชื่อผม ก็เดินออกไปดู เห็นเด็ก 3-4 คน เขาซื้อน้ำชากับโรตีมาให้ เพราะเห็นผมเป็นนักเดินทาง เป็นประสบการณ์ที่ผมประทับใจมากเลย 

ผมได้เห็นน้ำใจของคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ที่คนมองว่าเป็นพื้นที่อันตราย จากวันนั้นทำให้ผมรู้ว่า ผมไม่สามารถตัดสินคนจากการฟังข่าวได้ ทั้ง ๆ ที่คนในพื้นที่เขาน่ารักมาก ๆ เลย

หมิง ล่ามพระยา เด็ก 19 ลาออกจากมหาลัยขี่มอไซค์ทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือเล่มแรกของชีวิต

เห็นว่าหมิงไปเรียนบาร์เทนเดอร์ด้วย 

ผมไปเจอคอร์สเรียนของสำนักงานแรงงานแห่งชาติ เขาเปิดสอนหลายอย่าง มีให้เลือกเลยเยอะแยะเลย ผมเลือกเรียนบาร์เทนเดอร์ พอเรียนวันแรกก็ลาออกวันนั้นเลย (หัวเราะ) 

ห๊า ทำไมอะ

เพราะไม่ชอบครับ การเป็นบาร์เทนเดอร์ต้องนั่งดื่มใช่ไหม เอาเหล้าเบียร์มาดื่มหลาย ๆ ประเภท ผมเป็นคนไม่ดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า เรียนไปก็ทรมาน มันขมจังเลย ไม่มีความสุขเลย แล้วปลายทางมันจะไปสุดตรงไหนวะ

ประสบการณ์นี้ทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องของสภาพร่างกายนะ เหมือนจะไม่เกี่ยวแต่ก็เกี่ยว ช่วงนั้นผมขี่มอเตอร์ไซค์ต่อเนื่องไม่ได้พัก ใช้ร่างกายหนักมาก พอไปเรียน เรียนไม่ไหว สภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะเรียนรู้ ผมเลยจับจุดนั้นมาประยุกต์ใช้ และมองเรื่องความสุขระหว่างทางของการเรียนกับปลายทางที่เป็นที่ผลลัพธ์ผมตั้งไว้

แล้วความรู้สึกตอนใช้ชีวิตบนมอเตอร์ไซค์ด้วยระยะทาง 100 กิโลเมตรต่อวันมันเป็นยังไง

เป็นช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับตัวเองมาก ๆ คุยกับตัวเองเป็นหลักว่า ตลอดการเดินทางที่ผ่านมาผมเรียนรู้อะไรบ้าง ได้ทบทวนความคิดตัวเอง และไอเดียหลาย ๆ ก็อย่างมาจากตอนขี่มอเตอร์ไซค์นะ

จำวันแรกของการเดินทางได้ไหม หมิงขนอะไรใส่มอเตอร์ไซค์คู่ใจคันนี้บ้าง

หนังสือ (พระไตรปิฎก, หมิงซื้อหนังสือ เซเปียนส์ ประวัติย่อมนุษยชาติ และ แด่คุณ…ที่อยากให้ทุกอย่างเพอร์เฟกต์ เพิ่มระหว่างเดินทาง) พาวเวอร์แบงค์ เต็นท์ เสื้อผ้า โน้ตบุ๊ก แล้วก็ของจิปาถะ แต่อุปกรณ์ที่ประทับใจที่สุด คือ พัดลม เพราะว่าผมอยู่แบบร้อน ๆ ในเต็นท์ พอพกพัดลมมาด้วย มันช่วยชีวิตได้เยอะมาก 

เดินทางมาแล้ว 276 วัน มีวันไหนไหมที่หมิงอยากกลับบ้าน

ไม่มีนะ มีท้อ มีเหนื่อย แต่ผมรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้มันให้อะไรกับผมบ้าง ผมเรียนรู้มันแบบเข้มข้น และยังคงไม่ถึงเวลากลับบ้าน เพราะยังมีสิ่งที่รอให้ผมเรียนรู้อีกเยอะมาก ถึงแม้ว่าผมจะไม่ใช่คนชอบเที่ยว แต่ว่าคุณค่าของการท่องเที่ยวมันคือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ระหว่างทาง ผมเจอผู้คน ผมเจอตัวเอง รวมถึงเจอการจัดการกับความรู้สึก

แต่มีช่วงเวลาเหนื่อยแบบไม่ไหวแล้ว จนร้องไห้ก็มี ไม่นานมานี้

ตอนนั้นหมิงข้ามผ่านความรู้สึกนั้นมาได้ยังไง

โทรหาแม่ครับ คุยกับแม่ตลอด แม่เป็นคนรับฟัง ผมรู้อยู่แล้วว่าควรจะทำอย่างไรต่อ ผมเข้าใจและแก้ปัญหาได้ เพียงแค่ตอนนั้นผมอยู่ในภาวะที่กำลังเหนื่อย ต้องการคุยกับใครสักคน ส่วนใหญ่ถ้ามีปัญหา จะโทรหาแม่เป็นหลัก 

สบายใจขึ้นมั้ย

ใช่ครับ ไม่ต้องเกรงใจเยอะเท่าไหร่ ผมแค่อยากระบายเฉย ๆ ไม่ต้องการคำแนะนำ ผมพูดตรง ๆ กับแม่ได้ คุยกับแม่เกือบทุกเรื่องครับ ถ้าเป็นเรื่องของชายแท้ก็ไม่ได้คุยกับแม่นะ (หัวเราะ)

หมิง ล่ามพระยา เด็ก 19 ลาออกจากมหาลัยขี่มอไซค์ทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือเล่มแรกของชีวิต
หมิง ล่ามพระยา เด็ก 19 ลาออกจากมหาลัยขี่มอไซค์ทั่วไทย เพื่อเขียนหนังสือเล่มแรกของชีวิต

มีบางคอมเมนต์ในเพจบอกว่าหมิงใช้ชีวิตคุ้มกว่าคนในวัยเดียวกันเสียอีก

ผมขอบคุณที่เขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ เพราะมีหลายคนที่ไม่เข้าใจแล้วดูถูก

ผมยังเชื่อว่าการเดินทางให้อะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิต มากกว่าคนทั่วไป มากกว่าสิ่งที่คนอื่นทั่วไปทำ แม้จะไม่ได้พิเศษที่สุด แต่มันเข้มข้นมาก ๆ มากกว่าวิธีค้นหาตัวเองในรูปแบบอื่น

อาจมีร้อยพันวิธีที่จะค้นหาตัวเอง แต่หมิงเลือกการเดินทาง

ตอนแรกผมไม่เข้าใจคำว่า ค้นหาตัวเอง ด้วยซ้ำ คล้าย ๆ ว่ามันคือการหาอาชีพที่ผมชอบหรอ ตายกับมันได้ใช่มั้ย แต่พอเดินทาง ผมได้อยู่กับตัวเอง ก็เข้าใจว่าชีวิตแม่งมีอะไรมากกว่านั้น 

ท้ายที่สุด การเดินทางให้อะไรกับชีวิตหมิงบ้าง 

มหาศาลครับ ผมเห็นตัวเองในทุกมิติ ได้เรียนรู้จิตใจตัวเอง มันเป็นการเรียนรู้ที่เข้มข้นมาก ๆ และการเดินทางพาผมไปเห็นโลกและเห็นตัวเอง ผมรู้สึกว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมเข้าใจโลก เมื่อนั้นผมก็จะเข้าใจตัวเอง

อีกเรื่อง คือ ผู้คน การที่ผมเดินทาง ขอเรียกว่า เร่ร่อน แล้วกัน ทำให้เห็นว่าคนปฏิบัติกับผมยังไง ในฐานะที่ผมไม่มีผลประโยชน์กับเขา มันเห็นเลยว่าคนไหนจริงใจกับเรา คนไหนน่ารักกับเรา ชัดเจนเลยนะ

เหมือนว่าก่อนหน้านี้ยังรู้จักตัวเองไม่มากพอหรอ

ผมคิดว่าผมรู้จักตัวเองพอสมควรนะ แต่พอออกเดินทาง มันทำให้รู้ว่า ผมแทบจะไม่รู้จักตัวเองเลย 

แสดงว่าการเดินทางทำให้หมิงเข้าใจตัวเองมากขึ้น

เข้าใจมาก ๆ เลยครับ เข้าใจร่างกายและจิตใจ รู้ตัวเองว่าชอบอะไร จะมีความสุขกับอะไร

ก่อนหน้านี้ผมชอบใช้ชีวิตกลางคืนมาก มันมีสมาธิแน่วแน่ แต่พอออกเดินทาง ผมต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ถ้าเผลอตื่นสาย ผมอาจพลาดอะไรหลาย ๆ อย่าง เลยเลือกเปลี่ยนเวลามาทำงานตอนเช้าแทน ผลลัพธ์ดีมากเลย ผมตื่นมาด้วยใจสะอาด มันมีผลต่องานเขียนทำให้เรามีสมาธิมากขึ้น งานเขียนเราก็จริงใจมากขึ้นด้วย

ผมว่าผมชอบอยู่กับตัวเองมากขึ้นนะ เพราะมีหลายคนไม่เข้าใจผม ผมก็ไม่อยากคุยกับเขา แต่มันทำให้ผมเห็นความเป็นไปของมนุษย์มากขึ้น บางครั้งผมก็เขินอายน้อยลง กล้าที่จะพูดคุย ผมมองมนุษย์เป็นมนุษย์มากขึ้น 

ช่วยขยายความคำว่า ‘ความเป็นไปของมนุษย์’ ได้ไหม 

แต่ละคนก็มีชีวิตเป็นของตัวเอง เดินไปในทิศทางของตัวเอง อีกนัยคือ มันทำให้ผมกลายเป็นคนรักสันโดษ ใส่ใจมนุษย์คนอื่นน้อยลง สนใจตัวเองมากขึ้น และได้ยินเสียงของตัวเองดังขึ้น

นอกจากเข้าใจตัวเอง หมิงเข้าใจโลกมากขึ้นไหมจากการเห็นสังคม-วัฒนธรรมที่แตกต่าง

ผมเห็นชัดเจนที่สามจังหวัดชายแดนใต้ มันแตกต่างจากทุกที่ในประเทศไทย ทั้งวัฒนธรรม ผู้คน ศาสนา เขามีความเชื่อ มีวิธีการสอน มีกฎหมายเป็นของตัวเอง

ผมได้รับความสวยงามจากตรงนั้นมาเยอะมาก พอออกจากภาคใต้ ขึ้นมาภาคอีสานก็เห็นสังคม-วัฒนธรรมอีกรูปแบบหนึ่ง อยู่ภาคกลางก็เป็นอีกแบบหนึ่ง และที่เขาพูดกันว่าคนภาคนี้เป็นแบบนี้ คนภาคนั้นเป็นแบบนั้น ก็ไม่เสมอไปนะ แต่บางอย่างก็จริงด้วย หนักกว่าที่คิด (หัวเราะ)

ผมว่าประเทศไทยเล็กไปสำหรับผม ผมอยากออกไปในโลกที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ อยากไปในพื้นที่ที่ตื่นเต้นกว่านี้

แต่การเดินทางในสามจังหวัดชายแดนใต้มันก็เปลี่ยนโฟกัสในชีวิตของผมมาก ๆ เหมือนกัน

แสดงว่าที่นั่นเป็นจุดเปลี่ยนของการเดินทางครั้งนี้

เปลี่ยนมากครับ เพราะผมไปอยู่กับชาวมุสลิม เขามีหลักคำสอนที่นำมาใช้ได้เยอะมาก อย่างเรื่องบททดสอบชีวิตรวย-จน สิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญก็แตกต่างกัน อย่างคนรวยเขามีเงิน เขาหลงใหลกับเงินตราจนลืมความเป็นมนุษย์ เผลอด้อยค่าความเป็นมนุษย์ของคนอื่น ส่วนคนจนมีเรื่องให้เรียนรู้เยอะมาก จากความพยายามในการเอาชีวิตรอด

และในการเดินทางบางครั้งก็มีสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้น ผมก็คิดเสียว่ามันคือบททดสอบ ผมมองว่าเป็นสิ่งที่จะเรียนรู้ไปกับมันได้ เหมือนมีสัญญาณบอกให้เตรียมใจรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น 

ความสุขของการเดินทางสำหรับหมิงคืออะไร

ความสุขของผมเป็นเรื่องง่าย ๆ อย่างการได้กินของอร่อย ได้ตามใจปากบ้าง เพราะก่อนหน้านี้ผมอด ๆ อยาก ๆ ต้องกินปลากระป๋อง ขนมปังราดนมข้นหวาน เพราะผมอยากประหยัด ไม่อยากซื้อให้เปลืองตังค์ แต่พอได้ซื้อมาม่าแห้งราคา 15 บาท ใส่ไข่กับไส้กรอก – ทำไมมีความสุขจังวะ มันมีความสุขจริง ๆ นะครับ (ยิ้ม)

ถ้าภารกิจนี้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว หมิงจะเอายังไงต่อกับชีวิต 

สิ่งแรกที่ผมจะทำคือ ทำหนังสือ ผมอยากเขียนหนังสือเล่าเรื่องประสบการณ์ บทเรียน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเดินทาง ซึ่งระหว่างเดินทางผมก็บันทึกลงเพจล่ามพระยาอยู่แล้ว ผมตั้งใจทำเพจขึ้นมาเพื่อสร้างวินัยการเขียนให้กับตัวเอง ถ้าได้ทำหนังสือตามเป้าหมาย ก็จะกลับมาเล่นดนตรีกับเพื่อน 

มีความฝันด้วยนะ อยากเป็นตากล้องของ The Cloud (หัวเราะ)

บันทึกของ ล่ามพระยา เดินทางทั่วไทยด้วยมอเตอร์ไซค์ 1 คัน เงินเก็บ 5,500 บาท เพื่อค้นหาตัวเองและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่

จริง ๆ เป็นคนชอบเขียนไหม

คิดว่าไม่นะ (หัวเราะ) แต่พอเดินทางผ่านไป 200 วัน ก็เจอวิธีการเล่าเรื่องในแบบของตัวเอง ผมไม่เล่าทุกอย่างรวมกัน ไม่เล่าทุกอย่างในชีวิตที่เกิดขึ้น แต่จับประเด็นก่อนว่าอยากสื่อสารอะไร ผมเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นั้น ๆ บ้าง ที่สำคัญ คนอ่านเขาต้องได้อะไรกลับไปจากการอ่านบันทึกของผม

ถ้าหนังสือของหมิงตีพิมพ์ คาดหวังให้คนอ่านได้รับอะไรจากหนังสือเล่มนี้

ผมอยากให้เขาได้รับรู้ถึงคุณค่าของการเดินทาง

ซึ่งหนังสือเล่มนั้นมีชื่อแล้ว

ยังไม่ได้คิดเลยครับ (หัวเราะ)

แล้วจะไม่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้วใช่ไหม

ช่วงแรกผมคิดแบบนั้น แต่ผมดูช่องของ ฟาโรส เขาเล่าเรื่อง สตีฟ จอบส์ เขาเล่าว่าตอนเรียนมหาลัย สตีฟ จอบส์ ก็เลือกเรียนเฉพาะสิ่งที่สนใจเหมือนกัน ผมมองว่าจะเลือกเรียนแบบนั้น ยังคงเข้าเรียนในระบบการศึกษา แต่เลือกเรียนเฉพาะวิชาที่สนใจจริง ๆ ไม่ได้เรียนเพื่อหวังใบปริญญา 

สิ่งแรกที่หมิงจะทำหลังจากกลับถึงบ้านคืออะไร

ผมจะเล่นกับมูมู่ (แมว) 

บันทึกของ ล่ามพระยา เดินทางทั่วไทยด้วยมอเตอร์ไซค์ 1 คัน เงินเก็บ 5,500 บาท เพื่อค้นหาตัวเองและเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่

สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ปัจจุบันหมิงเหลือเวลาเดินทางอีก 54 วัน (ตามกำหนด)

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ธนพล บุญสุภา

เกิดและโตเชียงใหม่ ตอนนี้ (พยายาม) ถ่ายภาพเป็นอาชีพ ดื่มอเมริกาโน่ทุกเช้า ออกกำลังกายทุกเย็น มีรอยสักสองลาย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load