ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

The Cloud X PONY

แม้ ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์ บรรณาธิการนิตยสาร The Jam Factory ผู้จัดการแกลเลอรี่ ช่างภาพ และอดีตพิธีกรรายการ Strawberry Cheesecake จะยืนกรานว่าเรื่องราวนิวยอร์กของเธอนั้นสั้นเกินกว่าจะพูดคุย เราก็ยังยืนยันว่าสนใจช่วงเวลาแห่งการปฏิวัติตัวเองจากคนเบื้องหน้าสู่การทำงานเบื้องหลังของเธออยู่ดี

นิวยอร์กของผ้าป่านเริ่มต้นขึ้นด้วยคำถามง่ายๆ โจทย์ใหญ่แห่งยุคสมัยอย่างการค้นหาตัวเองจุดประกายให้ใครต่อใครยอมแลกบางสิ่งเพื่อบางอย่าง

นอกจากเรื่องที่เรารู้อย่างการออกเดินทางเพื่อถ่ายรูปบ้านเมืองและผู้คนในอีกฟากฝั่งมหาสมุทร วิธีการคิดและการตกตะกอนในตัวเองของผ้าป่าน เปลี่ยนภาพจำอันฉูดฉาดของนิวยอร์กที่เคยมีอย่างสิ้นเชิง

จริงอยู่ เรื่องราว 30 วันนิวยอร์กอาจจะสั้นเกินกว่าที่ชีวิตใครจะตกผลึก

แล้วคนเราต้องการเวลาเท่าไหร่สำหรับการทำความเข้าใจตัวเอง

CHAPTER 01

“เราทำงานเบื้องหน้ามาตั้งแต่อายุ 15 และทำมาโดยตลอด มีช่วงหนึ่งที่เราถ่ายงานทั้งเดือน มาถึงจุดที่ถามตัวเองว่า นี่คือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ เหรอ”

เมื่องานเบื้องหน้าที่ใครๆ ก็ฝันไม่ใช่คำตอบของผ้าป่าน แล้วอะไรล่ะที่ใช่ เราถามผ้าป่านพร้อมกับที่เธอถามตัวเอง

ผ้าป่านก็เหมือนกับเราทุกคน ในวันที่เรียนจบ ยังไม่ทันที่จะได้รับใบประกาศจากทางการที่ยืนยันทั้งศักดิ์และสิทธิ์ถึงองค์ความรู้ของแหล่งเรียนมา พวกเราก็ออกข้อสอบคำถามอัตนัยให้ชีวิต ว่าด้วยเรื่อง ‘กระบวนการค้นหาตัวตนภาคปฏิบัติ’ พร้อมด้วยกระดาษคำตอบที่มากพอให้คุณยกมือขอได้ตลอดเวลา

นิวยอร์ก เข้ามาเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆ จากคำเชิญชวนของเพื่อนสาว (แพร-รัมภาพร วรสีหะ) ช่างภาพที่มาเรียนต่อที่ International Center of Photography (ICP) ในแมนฮัตตัน

“ช่วงก่อนไปนิวยอร์ก เราดูข่าวเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในข่าวเป็นเรื่องของทหารที่ถูกรถกระบะขับเทียบแล้วประกบยิงขณะที่ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ จากนั้นข่าวก็ตัดเข้าสู่ข่าวต่อไป เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย ทำไมทุกคนเคยชินได้ขนาดนั้น เหตุการณ์นั้นกระทบจิตใจเรามาก หลังจากวันนั้นเราก็ตั้งใจว่าเราคงต้องทำอะไรสักอย่าง จริงๆ เราแอบคิดจะนำภาพในอินสตาแกรมที่เป็นชุดต้นไม้แห้งตายมาทำโปสการ์ดระดมเงินทุนช่วยองค์กรที่ทำงานเรื่องนี้อย่างจริงจัง และตอนที่จะไปนิวยอร์กเราก็คิดว่า เราน่าจะได้ชุดภาพต้นไม้กลับมาอีก” นี่จึงเป็นที่มาของทริปเดินนิวยอร์กตลอด 30 วัน

ผ้าป่านบอกเราตลอดบทสนทนาว่า ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องราวสวยหรูชวนฝัน ก่อนออกเดินทางเธอต้องนำแผนการชีวิตล่วงหน้าทั้งหมดเสนอขอใบอนุญาตจากครอบครัว ประกอบด้วย เงินเก็บจากการทำงานตั้งแต่อายุ 15 แผนการใช้จ่ายสำหรับการเดินทาง และการใช้ชีวิตในแต่ละเดือนช่วงที่กลับมากรุงเทพฯ เมื่อครบเวลากำหนด พร้อมแจ้งช่วงเวลาสิ้นสุดการพักร้อนยาวๆ นี้เพื่อมองหางานใหม่หลังลาออกจากเส้นทางเบื้องหน้าแสนสบาย

นอกจากภาพจำในหนังแล้ว ผ้าป่านมีข้อมูลเกี่ยวกับนิวยอร์กไม่มากมาย ไม่มีที่ไหนอยากไป ห้ามพลาด หรือเป็นพิเศษกว่าที่ไหน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการออกเดินทางในยุคนั้นไม่ได้เป็นกิจกรรมที่นิยมแบบทุกวันนี้ ไม่ได้มีรีวิวเกี่ยวกับนิวยอร์กมากมายนัก อีกส่วนเป็นเพราะ แม้กระทั่งเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่กำลังตามหาจากนิวยอร์กนั้นคืออะไร

“เราไปด้วยความว่างเปล่ามากๆ โอเค หยุดงาน แล้วไปเลย ไปถึงเพื่อนก็จะอธิบายให้ฟัง ถนนเป็นแบบนี้นะ โหลดแอพพลิเคชันนี้นะ เพื่อดูว่าจะนั่งรถไฟฟ้าไปลงตรงไหนและเดินอย่างไร แค่นั้นเลย”

CHAPTER 02

สำหรับใครหลายคน นิวยอร์กเป็นเมืองแห่งความฝัน เมืองที่มีผู้คนหลากหลาย เมืองแห่งโอกาส เมืองแห่งเสรีภาพ แต่สำหรับผ้าป่าน คำนิยามเหล่านี้ใช้ไม่ได้ผลกับเธอ

ผ้าป่านเล่าว่า เธอชอบฟังเรื่องราวของที่คนออกเดินทางแล้วได้พบสถานที่ใหม่ๆ เจอผู้คนใหม่ๆ แต่สำหรับตัวเธอเมื่อกลับมาจากนิวยอร์กนั้น เธอรู้จักเพื่อนใหม่เพียงนิ้วมือนับ

หากสังเกตจากบุคลิกและไลฟสไตล์ของเธอ คุณคงจะสงสัยเหมือนกันกับเราว่า เมืองที่มีพลังงานใหม่ๆ ใหลเวียนอยู่ตลอดเวลาอย่างนิวยอร์ก มีอิทธิพลต่อสาวพลังเหลือล้นคนนี้อย่างไร

“แต่ละวัน เราจะนั่งรถไฟขึ้นไปตามถนนเส้นบน แล้วเดินไล่ลงมาจนกลับที่พักของเพื่อนในย่าน Time Square เป็นการเดินสำรวจและถ่ายภาพอย่างเดียว เราจำไม่ได้ว่าเราเจออะไรบ้าง ไม่รู้ว่าสถานที่นั้นๆ คือที่ไหน สำคัญอย่างไร จำได้เพียงว่า ขณะที่เดินๆ อยู่ ถ้าเงยหน้ามาเราจะเจอตึก Empire State เราก็ขึ้นไปดูวิว แค่นี้เลย มีบางช่วงที่เราดูพระอาทิตย์ตกติดๆ กัน 3 วันใน 3 สถานที่ เป็นช่วงเวลาที่ชอบมาก วันแรกไปตึก Empire State วันต่อมาไปดูที่สะพาน Brooklyn อีกวันไป Williamsburg จริงๆ มันคงไม่ได้อยู่ที่สถานที่หรอก มันอยู่ที่เวลา

“เราเป็นคนพลังเยอะ ทำนู่นทำนี่แบบนี้ตลอดเวลา เราไม่เคยหยุดคุยกับตัวเองเลย พอได้ไปอยู่ในพื้นที่ที่ติดต่อใครไม่ได้มาก เราก็ได้อยู่กับตัวเอง ปล่อยเวลาผ่านไปโดยไม่ต้องรู้สึกแบกรับอะไรอย่างที่เคย เพราะตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เราติดต่อสื่อสารกับคนอยู่ตลอด” ผ้าป่านบอกว่า นี่เป็นช่วงแรกในชีวิตที่เธอได้ใช้เวลากับตัวเองจริงๆ

เมื่อได้อยู่กับตัวเอง เราจึงได้สังเกตหัวใจตัวเอง

“ปกติเราไม่ใช้คนเขียนไดอารี่ จะมีบ้างที่เขียนสรุปความรู้สึก แต่ตอนไปนิวยอร์กเราเขียนไดอารี่ทุกวัน เราไปที่ไหนมาบ้าง แต่ละวันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เชื่อไหมว่าในนั้นเต็มไปด้วยความกดดันมากด้วยคำถามจากตัวเรา เรามาทำอะไรที่นี่ เราจะทำยังไงกับเงินที่ใช้จ่ายไปมากมายขนาดนี้ หลังลาออกจากงานแล้วชีวิตจะเป็นยังไงต่อ” ผ้าป่านเล่าให้เราฟังถึงชุดความคิดที่วนเวียนอยู่รอบตัวเธอตลอด 15 วันแรกที่นิวยอร์ก

บทสนทนาระหว่างผ้าป่านและผ้าป่านตัดสลับกันไปมาผ่านหน้ากระดาษและระหว่างนั่งเฉย มีทั้งการตั้งคำถาม ให้คำตอบ ปลอบและอภัยแก่ตัวเอง ด้วยสาระสำคัญเดิมๆ ที่บอกไม่ให้กังวลกับสิ่งที่ยังไม่เกิด แต่ดึงสติให้เตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่อาจจะรออยู่

หลังจากที่เวลาล่วงเลยผ่านไป 15 วัน ช่วงเวลาที่ผ้าป่านรอคอยก็มาถึง

“วันนั้นเราไปที่เซ็นทรัลพาร์ก เราจดจำรายละเอียดทั้งหมดได้ไม่แน่ชัด แต่ยังจะความรู้สึกของวันนั้นได้อยู่ ระหว่างที่เรานั่งอยู่ในสวนที่เซ็นทรัลพาร์ก กำลังมองดูเด็กเล็กๆ วิ่งเล่นอยู่กับคุณตา จะว่าไปภาพตรงหน้านั้นไม่ต่างจากฉากในหนังรักที่คุ้นเคยกันสักเรื่อง ภาพทุกอย่างค่อยๆ เกิดขึ้นช้าๆ ทุกอย่างสงบมาก และมีความสุขมาก

“ขณะที่เรานั่งอยู่คนเดียว ในหัวก็คิดว่า ถ้าเราหายไปตอนนั้นไม่มีใครรู้เลยนะ จริงๆ ตัวเราเองเป็นศูนย์ เราไม่ได้สำคัญไปกว่าใครเลย เราวิ่งวุ่นกับบางสิ่งนั้นๆ เพราะอะไร ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองสำคัญมากนะ แต่หมายความถึงการไม่ยึดติดกับกระบวนการข้างใน เหมือนเรายอมให้อภัยตัวเองจริงๆ อยู่ดีๆ เราก็ร้องไห้ออกมา” ผ้าป่านเล่าความรู้สึกที่เข้าใจแล้วอิสระที่เกิดจากการปล่อยวางนั้นคืออะไร

นอกจากสลายความคิดวนเวียนที่มีในช่วง 15 วันแรกได้อย่างปลิดทิ้ง ยังทำให้การเดินเที่ยวนิวยอร์กครึ่งเดือนหลังสนุกขึ้นทันตา

“นิวยอร์กของเราจบลงแบบนั้น จบลงด้วย… จำชื่อสถานที่อะไรก็ไม่ได้” ผ้าป่านเล่าด้วยเสียหัวเราะ

แต่ถึงอย่างนั้น วิธีปลดล็อกตัวเองที่ผ้าป่านค้นพบในเซ็นทรัลพาร์กก็เป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกการเดินทางของเธอหลังจากกลับจากนิวยอร์ก เช่น เนปาลและเบอร์ลินในปีถัดมามีความหมาย เพราะเธอพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่การรับพลังจากข้างนอก หากแต่เป็นพลังที่เราได้จากการตกผลึกสิ่งที่อยู่ข้างในตัวเองเมื่ออยู่กับตัวเอง

CHAPTER 03

หลังกลับจากนิวยอร์ก ผ้าป่านสารภาพว่าเธอใช้เวลาทั้งปีนั้นเข้าถ้ำฝึกฝนวิทยายุทธ์ทำภาพในแบบที่เธอชอบ อาศัยการดูให้เยอะและลงมือทำให้มากๆ แล้วถามตัวเองว่าเห็นต่างกับสิ่งนี้อย่างไรเพื่อที่จะได้รู้สไตล์ของตัวเอง

“เราชอบภาพขาวดำยุคเก่า ดูงานยุค 60 และ 70 มากๆ จะเห็นว่างานยุคนี้จะเล่นกับแสง รูปทรง ทิศทาง เรื่องมุมและเหลี่ยม เรื่องจังหวะเป็นหลัก ซึ่งเราชอบงานของ Henri Cartier-Bresson (อ็องรี การ์ติเยร์-เบรสซง) มาก งานเราก็เลยเป็นสไตล์นั้น จะแก่ๆ หน่อย ไม่ค่อยเชื่อมต่อกับคนยุคนี้เท่าไหร่” ผ้าป่านอธิบายลักษณ์งานสไตล์โปรดของเธอให้ฟัง

ก่อนจะถามถึงช่วงเวลาและจังหวะของนิวยอร์กที่สะกดให้เธอยกกล้องขึ้นมาเก็บภาพ

“ช่างภาพสายสตรีทมักจะถูกดึงดูดด้วยจังหวะและบุคลิกน่าสนใจของคน แต่สำหรับเรา แสงและผิวสัมผัสจะทำงานกับเราเป็นพิเศษ สมมติถ้าเจอแสงสวย เราจะตัดสินใจยืนรอตรงนี้แหละ อีก 20 นาทีเดี๋ยวต้องมีอะไรเกิดขึ้น วิธีการของเราคือแบบนั้น เมื่อเจอมุมที่สวย แสงที่ใช่ ผิวสัมผัสให้ความรู้สึกที่ดี มีเงาพาดลงมา มีเส้นนำสายตา เราก็จะวางกรอบนั้น ยืนรอไปเรื่อยๆ ภาวนาในใจขอให้มีคนที่แต่งตัวคล้ายภาพในหัวของเราปรากฏตัวขึ้นในกรอบที่คิดไว้” ผ้าป่านเล่าความเป็นมาของชุดภาพขาวดำจากนิวยอร์กที่เป็นเสมือนประตูโอกาสเปลี่ยนชีวิตของเธออย่างสิ้นเชิง

หลังจากที่ผ้าป่านนำชุดภาพถ่ายจากนิวยอร์กนี้ไปปรึกษาเรื่องผลิตโปสการ์ดพี่ติ้ว (วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์) ตามความตั้งใจเดิม นอกจากจะเข้าตาพี่ติ้วอย่างจังแล้ว เขาตัดสินใจชวนเธอจัดนิทรรศการ โดยสร้างความมั่นใจให้เธอผ่านคำแนะนำและชื่นชมจากอาจารย์และช่างภาพอาวุโสของสมาคมช่างภาพขาวดำแห่งประเทศไทย จนเกิดเป็นนิทรรศการ No[w]here Man จัดแสดงที่ Maya’s Secret Gallery ถนนสีลม แล้วนำรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิเพื่อนหญิง ที่ทำงานช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่สูญเสียหัวหน้าครอบครัวจากเหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผ้าป่านบอกว่าทั้งหมดเกิดขึ้นเป็นเพราะความโชคดี แต่ใครก็รู้ว่า การรักษาโอกาสนั้นไว้ให้ได้และให้ดี ไม่ใช่เรื่องของโชคเลยสักนิด

“เรารู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งกาจไปกว่าใคร แต่มันเป็นโอกาสที่เข้ามาหาเรา และเราก็พร้อมที่จะทำโอกาสนั้นให้ดีที่สุด ที่บ้านเราสอนเสมอว่า ให้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเพราะไม่มีใครรู้ว่าโอกาสจะมาเมื่อไหร่ ในวันที่โอกาสเข้ามาแล้วเราไม่พร้อม คงโทษใครไม่ได้นอกจากตัวของเรา

“เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้คาดคิด เราแค่ได้รับอิสรภาพ และยอมอนุญาตให้ตัวเองได้ลองทำสิ่งนั้น เรียนรู้และใช้เวลากับมันจริงๆ ซึ่งเราเชื่อว่าในที่สุดมันจะมีทางของมันที่เป็นคำตอบของเรื่อง เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งนั้นมีระยะเวลาช้าเร็วเท่าไหร่”

นิวยอร์กมีส่วนทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่า เราถาม

“จริงๆ เป็นเพราะในทุกกระบวนล้วนมีความไม่สวยงามอยู่ในนั้น เพราะว่ารู้สึกทุกข์ เราจึงหาคำตอบ และแก้ไขมัน ดังนั้นโปรดอดทนในกระบวนการสร้างความแข็งแกร่ง อย่าฉาบฉวย อย่าอยากได้แค่ผลลัพธ์ปลายทาง ทุกคนที่เราเห็นว่าเส้นทางปลายทางสวยงามของเขา ล้วนผ่านเรื่องเหล่านี้มาทั้งนั้น” คำตอบของผ้าป่านทำให้เราคิดถึงตัวละคร Andrea Sachs (แอนเดรีย แซคส์) ของ Anne Hathaway ใน The Devil Wears Prada อย่างไรอย่างนั้น

ช่วงเวลาสั้นๆ ในนิวยอร์กสอนบทเรียนสั้นๆ ให้ผ้าป่าน เรียนรู้ที่จะให้อิสระกับตัวเอง

การมองเห็นและยอมรับกับตัวเองว่า ใช่ เราจับมันแน่นไป และมันก็มีหนทางหรือวิธีอื่นๆ ที่จะไปถึงตรงนั้น แค่ยอมให้พื้นที่ว่างกับมัน

และหากคุณติดตามเธออยู่เหมือนกันกับเรา คุณก็จะพบว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้สาวน้อยคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงตัวเอง และชัดเจนกับสิ่งที่เธอเลือกแล้ว มีนิวยอร์กเป็นส่วนประกอบอยู่ไม่มากก็น้อย

ถ้าวันนั้นไม่ได้ตัดสินใจไปนิวยอร์กคิดว่าชีวิตตอนนี้จะเป็นอย่างไร เราถามทิ้งท้าย

“ถ้าวันนั้นไม่ได้ไปนิวยอร์ก เราอาจจะยังทำงานเบื้องหน้าอยู่และคงรู้สึกไม่ดีกับการที่ตัวเองไม่สวย ไม่รู้จักการให้คุณค่าแก่ตัวเองในแง่มุมอื่น ซึ่งเราอยากบอกกับทุกคนเสมอมาว่า โลกเรามันกว้างมาก ไม่ได้บอกว่าให้ไปเที่ยว แต่ความหลากหลายของคนในโลกทำให้รู้ว่าคุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ความสวย มันอยู่ที่อย่างอื่น และเราเจอมันหรือเปล่า”

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load