ขบฟันกั้นกอดวันทองไว้ ขุนช้างร้องไปชิงไว้หวา

เพชฌฆาตดาบยาวก้าวย่างมา ขุนแผนโถมถาคร่อมเมียไว้

ฉุดคร่าคว้ากันอยู่ดันดึง ฟันผึงถูกขุนแผนหาเข้าไม่

ดาบยู่บู้พับยับเยินไป เข้ากลุ้มรุมฉุดได้ขุนแผนมา

ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟันเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา

เพชฌฆาตแกว่งดาบวาบวาบมา ย่างเท้าก้าวง่าแล้วฟันลง

ต้องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง

พอพระไวยถึงโผนโจนม้าลง ตรงเข้ากอดตีนแม่แน่นิ่งไป

หลังจากพระพันวษาทรงสั่งประหารนางวันทองด้วยข้อหาเป็นหญิงหลายใจ เลือกไม่ได้ว่าจะอยู่กับขุนแผนหรือขุนช้าง พระไวย บุตรของขุนแผนกับนางวันทองจึงไปทูลขอชีวิต จนในที่สุดก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่เมื่อเจ้ากรมยมราชเห็นคนควบม้ามาพร้อมธงขาวส่งสัญญาณยกเลิก เจ้ากรมกลับคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินกริ้วที่ตนสั่งประหารช้า จึงรีบให้เพชฌฆาตตัดคอนางวันทองไปเสียก่อน!?

“อ้าว!!!”

รู้ตอนจบกี่ครั้งก็อดอุทานไม่ได้กับความตายอันน่าสลดของ นางวันทอง โฉมงามผู้เกิดในยุคสมัยที่ไม่อาจเลือกอะไรเพื่อชีวิตตัวเอง

ใครหลายคนคงจดจำตัวละครจากวรรณคดีรักสามเส้าเรื่อง ขุนช้างขุนแผน กันได้เป็นอย่างดี เพราะมีบรรจุอยู่ในวิชาภาษาไทยหลายระดับ แต่น่าเสียดายว่าเป็นการหยิบยกมาเพียงบางช่วงบางตอน นักเรียนจึงไปไม่ถึงจุดจบของเรื่องโดยสมบูรณ์เสียที 

แต่การไปไม่ถึงหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย กลับทำให้เกิดสำนวนที่พูดกันอย่างติดปากมาจนถึงปัจจุบันอย่าง ‘วันทองสองใจ’ ซึ่งมักมีความหมายสื่อถึงพฤติกรรมของผู้หญิงมากรัก เลือกไม่ได้ จิตใจโลเล

ในจุดนี้ ไม่ใช่เราเพียงคนเดียวที่อัดอั้นตันใจจนอยากหยิบปากกามาเปลี่ยนชีวิตของวันทองเสียใหม่ เพราะ มุ เจ้าของผลงานอันโด่งดังเรื่อง วันทองไร้ใจ ที่ขึ้นแท่นเป็นการ์ตูนยอดนิยมอันดับ 1 บนแพลตฟอร์มการ์ตูนดิจิทัล WEBTOON ขณะนี้ ได้ลงมือเปลี่ยนพล็อตชีวิตของวันทองด้วยตัวเองจนมีผู้ติดตามกว่า 4 แสนคน มีคนอ่านไปมากกว่า 18.5 ล้านครั้ง! แถมยังมีแฟนคลับนำไปคอสเพลย์กันอย่างจริงจังตั้งแต่ตัวเอกยันตัวประกอบ! ความปังครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในเครื่องการันตีว่า ชีวิตวันทองจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป!

โดยวันทองในเวอร์ชันใหม่ แท้จริงแล้วเป็นสาวยุคปัจจุบันอีกคนที่ตื่นขึ้นมาในร่างของตัวละครในวรรณคดี เธอต้องเผชิญหน้ากับตัวละครอีกมากมายที่เคยได้ยินชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สายทอง หรือนางศรีประจัน รวมถึงโจทก์หัวใจอย่าง ขุนช้าง และ ขุนแผน

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

นอกจากนี้ ความน่าสนใจของเรื่องยังไม่ได้หยุดเพียงว่า สาวหลงยุคคนนี้จะทำอย่างไรกับชีวิตที่ถูกบังคับให้อยู่กับขนบธรรมเนียมและแนวคิดแบบเดิม ๆ แต่เธอจะทำอย่างไรไม่ให้จบชีวิตลงที่ลานประหารต่างหาก!

เราชวนคุณมุพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองด้านวรรณคดีจากคนที่เรียนเอกภาษาไทย รวมถึงเจาะลึกเบื้องหลังการทำงาน และความอัดอั้นตันใจที่นำมาสู่การสร้างเนื้อเรื่องและตอนจบรูปแบบใหม่ของตัวเอง

ต่อจากนี้ วันทองไม่ต้องโดนหาว่าสองใจอีกต่อไป เพราะเธอจะไร้ใจไปเลย!

ว่าแต่ทำไมวันทองต้องไร้ใจด้วย

เป็นการตั้งล้อสำนวนวันทองสองใจค่ะ ในเรื่องคือเลือกไม่ได้ระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง เราเลยไม่เอาทั้งสองคน ก็ไร้ใจไป แต่ถ้าไม่เอาเลยสักคนจริง ๆ เรื่องนี้คงอยู่ WEBTOON หมวดโรแมนซ์ไม่ได้ (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

คุณไม่ชอบเนื้อเรื่อง ขุนช้างขุนแผน แบบเดิม เลยเขียนเวอร์ชันใหม่

ต้องเล่าก่อนว่า ตอนนั้นติดอ่านนิยายจีน ชอบอ่านแนวทะลุมิติเข้าไปในนิยาย หรือแนวทะลุมิติเข้าไปแก้ไขชีวิตตัวเอง ก็เลยคิดว่าของไทยน่าจะมีบ้าง เลยนึกถึงวันทองขึ้นมา เรื่องแรกเป็นแนวทะลุมิติเหมือนกันค่ะ แต่เป็นเรื่องจีน ก่อนหน้านี้เขียนให้ Comico Thailand ตอนนั้นอยากล้อว่ามีแนวทะลุมิติเยอะ ก็เลยเอาทุกคนมาทะลุมิติหมดเลย แนวเบาสมอง ชื่อ เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

ส่วนเรื่อง วันทองไร้ใจ คือเราคิดว่าพวกตัวเอกของเรื่องแนวนี้มักจะชีวิตรันทด ไม่ได้รับความยุติธรรม วันทองก็เข้าแก๊ปอยู่นะ จริง ๆ เคยมีคนเขียนนิยายเกี่ยวกับวันทอง หรือคนอื่นทะลุมิติที่เป็นตัวละครใน ขุนช้างขุนแผน อยู่แล้ว เราไม่ใช่คนแรกที่เขียน แต่ตอนที่เราอ่าน ขุนช้างขุนแผน เหมือนเราดูละครแล้วขัดใจ ทำไมนางเอกต้องตายด้วยล่ะ! ไม่ได้ผิดสักหน่อย! เราเลยอยากให้วันทองได้มีสิทธิ์มีเสียง ได้แก้ไขชีวิตตัวเอง เพราะเธอคือนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกคนหนึ่ง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
การ์ตูนเรื่อง เอ้า! ทะลุมิติกันเข้าไป๊

แสดงว่าจริง ๆ แล้วมีนางในวรรณคดีที่น่าสงสารอีกหลายคน

ใช่ค่ะ

หลายคนมองว่า โมรา กากี ก็กลายเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายใจไปเหมือนกัน

ไม่คิดว่าทั้งสองเป็นตัวแทนผู้หญิงหลายใจ แต่เป็นตัวแทนของผู้หญิงที่เลือกอะไรไม่ได้เลยมากกว่า อย่างโมรา สะท้อนชีวิตสมัยก่อนที่ผู้หญิงต้องขึ้นอยู่กับผู้ชาย ผู้ชายเก่ง ฉันก็รอด ถ้าผู้ชายไม่เก่ง ฉันก็ตายตาม โมราเลยดิ้นรนให้อยู่ในความครอบครองของผู้ชายที่เก่งกว่า แต่มันขัดกับศีลธรรมของสิ่งที่สมัยนั้นคิดว่าดีงาม เธอเลยกลายเป็นตัวร้าย เธอเจอผู้ชายคนนี้ก่อนก็ต้องอยู่กับเขาเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่เธอเพิ่งเกิดจากผอบ ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ส่วนกากี อันนี้เป็นพล็อตนิยายอีโรติก (หัวเราะ) ถูกครุฑพาไปอยู่บนวิมานชั้นฟ้า ให้ทำยังไงล่ะ ไม่ยอมแล้วให้กระโดดเมฆตายหรอ แล้วมีคนธรรพ์ไปซ้ำอีก จะให้ทำยังไง เลือกอะไรไม่ได้เลย แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันทองสองใจถึงติดหูคนมากกว่า

อีกอย่างคือเรามีการเอาขนบของทางอินเดียมาด้วยว่า ผู้หญิงต้องผุดผ่อง รักเดียวใจเดียว ถ้าหากสามีตายต้องเผาตัวเองตายตาม เป็นการรับอิทธิพลมา และเมื่อก่อนมีความเชื่อว่าผู้หญิงคือสมบัติของพ่อแม่ แต่งงานไปก็เป็นสมบัติของสามี ผู้หญิงจึงไม่มีแนวคิดว่า เราเป็นคน เป็นตัวเอง ไม่ใช่ของใคร มันก็เลยไปในแนวนั้น

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราไม่ได้เห็นในเรื่อง วันทองไร้ใจ

(หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องนี้นางเอกไม่ได้เป็นคนในยุคนั้น เธอเป็นคนยุคปัจจุบันทะลุมิติไป เธอเลยออกมือออกไม้ได้มากกว่า แต่เธอจะไปฉอดทุกคนที่ขวางหน้าก็ไม่ได้ ตรงนี้คือข้อจำกัด เธอต้องอยู่ให้ได้ ถึงไม่อยากประนีประนอมก็ต้องทำหน่อย ไม่งั้นจะถูกหาว่าบ้า

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ฟังแล้วรู้เลยว่าผู้หญิงถูกกดทับในวรรณคดีอยู่บ่อย ๆ

เพราะว่าวรรณคดีเป็นภาพสะท้อนสังคมในอดีต สมัยก่อนสถานะผู้หญิงเป็นอย่างไร ในวรรณคดีก็สะท้อนออกมาเป็นแบบนั้นเลย อย่างตอนนี้ถ้าเทียบกับวรรณคดี สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือผู้หญิงเป็นคนเขียนเองมากขึ้น จากแต่ก่อนที่ผู้ชายจะเป็นคนเขียนวรรณคดี มันก็ช่วยไม่ได้ที่เนื้อเรื่องจะเป็นไปในมุมมองของผู้ชาย แต่ก่อนมีหน้าที่แบ่งแยกชัดเจนระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย ผู้หญิงต้องอยู่ในบ้าน ผู้ชายอยู่นอกบ้าน ปัจจุบันยังมีบ้าง แต่ก็เปลี่ยนไป ซึ่งสะท้อนผ่านสื่อ ผ่านเรื่องราวของยุคสมัยอย่างที่เราเห็นกัน

ในวรรณคดี สิ่งที่คนเขียนยุคนั้นเขียนออกมาก็สะท้อนเรื่องของคนยุคนั้น พอเราเขียนก็เลยสะท้อนเรื่องของยุคนี้แบบไม่รู้ตัวเช่นเดียวกัน ต่อ ๆ ไปก็จะมีเรื่องอื่น ๆ เพิ่มมา เช่น พ่อค้า ชนชั้น เรื่องทาส แต่อันนี้เป็นทาสในสมัยก่อน หรือความคิดที่ว่าเวลาทำงานจะต้องทำถวายหัว มีบางกลุ่มที่คิดแบบนี้อยู่ในปัจจุบัน แต่อันนี้ต้องรอซีซั่นหน้า

แล้วพอจะมีวรรณคดีหรือนิทานเรื่องไหนบ้างไหมที่ผู้หญิงไม่ถูกกดทับ หรือค่อนข้างมีอิสระมากกว่าที่เรานึกออก

มีเรื่องเดียวเท่าที่คิดออกตอนนี้คือ แก้วหน้าม้า มีสิทธิ์มีเสียงหน่อย มีอำนาจ มีอิทธิฤทธิ์ กำหนดชีวิตตัวเองได้มากกว่า อย่างน้อยก็มากกว่าตัวละครหญิงคนอื่น ๆ 

ตอนที่เขียนเรื่อง วันทองไร้ใจ ขึ้นมา คุณมีเป้าหมายไหมว่าอยากให้ใครมาอ่าน

ตอนแรกคือแค่คนที่อัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ) เธอคิดเหมือนฉันใช่ไหม (หัวเราะ) แต่ตอนที่มีการประกวดวาดการ์ตูนของ WEBTOON ในปี 2020 เขาให้วาดเรื่องแนวไหนก็ได้ เราเลยลองส่งเรื่องนี้ไป แต่ไม่ผ่าน ตอนหลังเขาถึงค่อยมาติดต่อว่าสนใจจะวาดไหม เพราะเนื้อเรื่องน่าสนใจ ก็เลยได้วาด เรื่องนี้น่าจะได้รับการติดต่อประมาณปี 2021

หลังจากนั้นคุณก็ได้เขียนต่อยาว ๆ เลย แถมลายเส้นยังสวยมากด้วย เริ่มวาดภาพจริงจังตั้งแต่เมื่อไหร่

มาเริ่มฝึกตอนที่มีเว็บบอร์ด สมัยมหาวิทยาลัย และมีเพื่อนที่ชอบวาดด้วยกันก็ได้แลกเปลี่ยนผลงานกัน เหมือนเป็นการช่วยกระตุ้นเรา เราก็ได้เรียนรู้กับคนที่เรียนมาโดยตรงหรือกับคนที่วาดมาเยอะกว่า

แต่ตอนอนุบาลก็วาดเป็นงานอดิเรกค่ะ วาดเด็กผู้หญิง ดอกไม้ วาดแล้วมีเพื่อนชมก็ยิ่งวาด พอโตขึ้นมาหน่อยสักประถมก็เริ่มวาดเป็นเรื่อง เขียนเองอ่านเอง เป็นลายเส้นญี่ปุ่นหน่อย เพราะชอบการ์ตูนตาหวาน แรงบันดาลใจตอนวาดก็มาจากคุณพ่อด้วย คุณพ่อวาดให้ดู เราก็วาดตาม

แต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย คณะที่เรียนไม่ได้เกี่ยวกับวาดรูปนะคะ เรามาฝึกเอง เปลี่ยนลายเส้นด้วย เพราะตอนแรกก็ไม่ใช่คนวาดสวย ส่วนการเรียนเอกภาษาไทยอาจจะช่วยบ้าง เพราะเราเรียนวิเคราะห์วรรณกรรมมาเยอะ ก็พอมีพื้นฐานการลำดับเรื่อง

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

การที่เรียนเอกภาษาไทยคงทำให้คุณต้องคลุกคลีอยุ่กับวรรณคดีเยอะเลย

เยอะค่ะ เพราะต้องเรียนวรรณคดีซ้ำไปซ้ำมาหลายตัวเหมือนกัน คนอื่นเรียน ขุนช้างขุนแผน ช่วงมัธยมครั้งหรือสองครั้ง แต่พอเราเรียนเอกวรรณคดีจึงเอ็กซ์ตร้าเข้าไปอีก ไม่ถึงกับเรียนจนจบหลายรอบ แต่ได้เรียนจนจบและได้เห็นเวอร์ชันที่หลากหลาย

เท่าที่ตกตะกอนมา คุณคิดว่าอะไรคือคุณค่าของวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

ถ้าตามที่เรียนมา มันเป็นความจริงที่วรรณคดีเรื่องนี้บันทึกประวัติศาสตร์ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้นได้ค่อนข้างจะครบถ้วน ถือว่าแตกต่างจากเรื่องอื่นที่เป็นจักร ๆ วงศ์ ๆ ในรั้วในวัง เรื่องนี้เป็นชีวิตชาวบ้านจริง ๆ 

โดยส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องสนุก ตื่นเต้น มีความลุ้น บางฉากมีความเป็นละคร ดราม่าเหมือนซีรีส์เกาหลีอยู่บ้างเหมือนกัน เช่น ฉากที่วันทองจะถูกลากไปแต่งงานกับขุนช้าง แล้วขุนแผนจะมาช่วยไหม ฉากนั้นคือลุ้นมาก แต่พออ่าน ๆ ไปปรากฏว่า ขุนแผนมา ไม่สนใจ นางเอกโดนลากเข้าห้องหอ ม่ายยยย!!! มีความเมโลดราม่าหน่อย หรือจังหวะถูกประหาร พระพันวษาให้อภัยแล้ว คนอ่านก็เสียดายเล่น หรืออีกฉากคือ ขุนแผนผ่าท้องนางบัวคลี่เพื่อทำกุมารทอง อันนี้จะมีความสยอง เป็นตัวเอกสายดาร์ก

รู้สึกยังไงตอนที่ขุนแผนใช้ความรุนแรง

จริง ๆ แอบตั้งคำถามว่า ทำไมคนแบบนี้ถึงมาเป็นพระเอกได้เนี่ย (หัวเราะ)

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ก็เลยเป็นที่มาของการอยากเปลี่ยนพระเอกของเรื่องหรือเปล่า

ส่วนหนึ่งค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะต้องมีพระเอกคนใหม่เลย ตอนแรกจะเอนไปทางให้ขุนช้างเป็นพระเอกด้วยซ้ำ แต่พอเขียน ๆ ไปแล้วรู้สึกว่า ให้มีคนใหม่ไปเลยน่าจะสนุกกว่าในเมื่อเราดัดแปลงใหม่

หรือจริง ๆ แล้ว ขุนแผนไม่มีคุณสมบัติจะเป็นพระเอกแล้ว

(หัวเราะ) ถ้าในความคิดของเราจะให้เขาเป็นพระเอกก็ได้ แต่เนื้อเรื่องจะเป็นอีกแบบไปเลย วันทองจะต้องเหนื่อยหนักมากในการจะเปลี่ยนผู้ชายสักคนหนึ่ง ก็เลยคิดว่าถ้าเป็นคนใหม่มาเลยจะได้อีกรสชาติหนึ่ง เราอยากให้เรื่องนี้เป็นผลงานออริจินัลของเรา ไม่ใช่เอาขุนช้างขุนแผนมารีเมก

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

ตอนที่คิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา คิดว่าจะมีคนสนใจไหม

ก็แอบคิดว่าน่าจะมีคนสนใจ น่าจะมีคนคิดเหมือนกับเราเยอะนะ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนเขียนนิยายมาก่อน ผลตอบรับตอนประกวดถือว่าดีค่ะ มีคนอ่านเยอะกว่าที่คิด มีคนอัดอั้นตันใจเหมือนเรา (หัวเราะ)

จากวันแรกจนถึงตอนนี้ คุณเดินไปไกลกว่าจุดประสงค์เดิมตอนที่เริ่มเขียนบ้างไหม

ตอนแรกเราคิดแค่เอานางเอกไปฟาดกับผู้ชายสองคนนี้ แต่พอเขียนไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มใส่รายละเอียดเพิ่ม นางเอกไม่ได้จะไปต่อกรกับขุนแผนเหมือนตอนแรก ๆ เพราะคนที่เธอต้องต่อกรมากที่สุดคือ แม่ศรีประจัน เพราะสุดท้ายคนที่เป็นเจ้าของชีวิตวันทองในตอนนี้คือแม่ ไม่ใช่ขุนแผน เป็น Last Boss ของซีซั่นแรก ด้วยความเป็นแม่ เรายังทำอะไรมากไม่ได้ ต้องหาวิธีอื่นที่จะทำให้เรามีชีวิตอิสระจากเขาได้ โดยไม่ทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินไป 

ตอนที่วาดนางวันทอง มีการใส่ตัวตนของคนวาดลงไปในตัวละครบ้างไหม

นิสัยเราสองคนไม่เหมือนกันเท่าไหร่ (หัวเราะ) เราไม่ค่อยจะไปฉอดใคร แต่อะไรที่เราอยากทำ เราจะให้ตัวละครทำแทน ถ้าให้เหมือนกัน คือเรื่องทัศนคติว่าเราคิดอย่างไร ซึ่งจะคล้ายกัน มีความเหมือนแค่บางส่วน

ถ้าอย่างนั้นวันทองเวอร์ชันนี้มีต้นแบบมาจากไหน

เหล่าทวิตเตี้ยนทั้งหลายค่ะ ชาวทวิตเตอร์ เราคิดว่าถ้าเป็นคนในทวิตเตอร์จะคิดอย่างไร (หัวเราะ) เป็นเหมือนเฟมินิสต์ แค่บังเอิญเล่นทวิตเตอร์

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พูดถึงการทำงาน ได้ข่าวว่าตอนแรกคุณทำงานแบบโซโลคนเดียว

ตอนแรกทำคนเดียว แต่ไป ๆ มา ๆ ไม่ไหว ตอนนี้เลยมี 3 คน เพิ่มมาทีละคน ๆ ให้เพื่อนมาช่วย ทำทุกอย่างเลยประมาณ 10 ตอนแรก มีแค่เรากับโปรแกรมช่วยบ้าง ใช้ 3D ช่วยทำฉาก หรือใช้หุ่นโมเดลสามมิติก็ร่างได้ไวขึ้น แต่สุดท้ายก็ไม่ไหว ต้องให้คนช่วยจริง ๆ 

‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง
‘มุ’ นักวาด ‘วันทองไร้ใจ’ Webtoon ดัดแปลงจากขุนช้างขุนแผน ที่คนอ่านไปแล้ว 18 ล้านครั้ง

พวกโปรแกรมก็เรียนรู้การใช้งานเองทั้งหมดเลยไหม

ใช่ค่ะ ยากเอาเรื่อง เรื่อง วันทองไร้ใจ เป็นเรื่องแรกที่ใช้ 3D ประกอบ เพราะเรือนไทยหาโหลดฉากไม่ได้ แล้วเราต้องใช้หลายมุม ถ้าปั้นเป็น 3D จะคุ้มกว่า เพราะเราปรับได้หลายมุม ก็เลยลองปั้นเอง ตอนแรกใช้ SketchUp แต่เพราะเราไม่มีพื้นฐานเลยเริ่มต้นลำบาก บังเอิญมาเจอโปรแกรมที่มันง่ายขึ้นก็เลยใช้

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ตอนทำงานคนเดียว อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุด

ลงสี 50 กว่าช่องค่ะ มันเยอะ อดนอนอยู่พักหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะต้องส่งงานวันศุกร์ เนื่องจากมีกำหนดออนแอร์ ตอนนี้ยังทำทัน เพราะเราทำตอนตุนไว้ก่อน เรารู้ตัวว่าต้องมีเลทแน่นอน เลยมีทำตุนเอาไว้ 1 ตอนใช้เวลา 6 – 7 วัน บางตอนที่รายละเอียดไม่เยอะ 5 วันครึ่งหรือ 6 วันก็เสร็จ

ต้องมีการทำการบ้านระหว่างตอนเยอะไหม

มีบ้าง อย่างการเปิดเสภา หรือเปิดพจนานุกรมเทียบ แต่หลัก ๆ คือเสภา ขุนช้างขุนแผน เรายึดของห้องสมุดวชิรญาณเป็นหลัก ถ้าหากมีฉากไหนที่เราสงสัยลำดับเนื้อเรื่อง ตลอดจนสีผ้าก็ไปเปิดดูได้ โชคดีที่มีออนไลน์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของรายละเอียด

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ดูละเอียดจนถึงลายผ้าเลยทีเดียว

ใช่ค่ะ อย่างน้อยก็ตอนต้น ๆ แต่พอดำเนินเรื่องไป เราจะเริ่มปรับไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อิงตามเดิมเป๊ะแล้ว แต่บางตัวละครออกมาครั้งแรกเป็นฉากที่มีในเรื่อง เราก็อยากให้สีตรงกัน อย่างตอนแรกที่วันทองออกมาก็จะใส่สีแดง วาดไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นสีชมพูแทน ตรงนี้เราไม่ได้ใส่คำอธิบายอะไร เพราะเป็นความฟินส่วนตัวที่ได้ใส่ลงไป แต่ก็มีคนรู้นะคะ คนที่เรียนมา เราประมาทคนอ่านไม่ได้เลยค่ะ มีคนที่รู้มากกว่าเราอยู่เสมอ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

กว่าจะเป็นหนึ่งตอนนี่ทำอะไรหลายอย่างเลย หลังเสร็จงานค้นคว้าแล้วคุณต้องทำอะไร

การบ้านอันนี้จะไปอยู่ตรงเขียนสตอรี่บอร์ด เขียนเสร็จแล้วก็เริ่มร่าง ตัดเส้น ส่งให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งเทสี แล้วส่งให้ผู้ช่วยคนที่สองลงเงา ใส่เครื่องประดับ จากนั้นก็ส่งกลับมาให้เราแต่งสี ใส่ฉากหลัง พิมพ์คำพูด แล้วส่งกลับไปให้ผู้ช่วยคนที่หนึ่งจัดฟอนต์ให้อีกที จากนั้นส่งกลับมาให้เรา มันจะส่งไปส่งมาหน่อยนะคะ ส่งมาให้เราดูความเรียบร้อย แล้วส่งให้ผู้ดูแล WEBTOON เขาจะเช็กคำผิด บางทีก็มีแก้บางช่อง เช่น ตอนจบขอค้างกว่านี้หน่อย เรื่องตรงนี้ละเอียดอ่อน ช่วยเพิ่มอะไรหน่อย

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

การบ้านที่ต้องทำหนักที่สุดของเรื่องนี้คืออะไร

ความเป็นอยู่ในยุคนั้น เพราะตอนแรกไม่มีในหัวเลยว่าคนยุคนั้นอยู่กันอย่างไร เราจะนึกเนื้อเรื่องไม่ออก ต้องไปศึกษาตรงนั้นก่อนค่ะ

สำหรับสถาปัตยกรรม บ้านเรือน มีหนังสือเล่มไหนที่คุณใช้อ้างอิงบ้างไหม

อาจจะไม่ถึงกับเป็นหนังสือ แต่อย่างบ้านของนางวันทอง เราใช้พระตำหนักทับขวัญที่จังหวัดนครปฐมเป็นต้นแบบ มีเมืองโบราณด้วย ช่วยได้เยอะ บางอย่างที่มันหาไม่ได้ เช่น สภาพความเป็นอยู่ โชคดีที่มีละครทำมาก่อน เขาค้นคว้ามาแล้ว เราก็ขอมาใช้บ้าง บุพเพสันนิวาส นี่ช่วยได้เยอะเลยค่ะ เพราะพอ บุพเพฯ ออกมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับอยุธยาตามมาเยอะมาก เราจึงได้เดินตามรอยเขา

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แบบนี้ถึงจะเป็นนักศึกษาเอกภาษาไทยที่ผันตัวมาเป็นนักวาดการ์ตูน แต่การอ่านหนังสือก็ขาดไม่ได้เลย

ใช่ค่ะ เป็นนิสัยส่วนตัวด้วยว่า เวลาเราคิดพล็อต จะชอบคิดจากข้อมูลมากกว่า

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

แต่จินตนาการเองก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บางตัวละครจึงไม่มีอยู่จริงในวรรณคดี

อย่างปรงทองกับเปลวคำก็ใส่เข้าไปเพื่อให้เรื่องมีความเป็นของเรามากขึ้น เป็นโอเอซิสของเรื่อง เป็นจุดดึงดูดความสนใจของคนอ่าน เพราะถ้ามีแค่ขุนช้างกับขุนแผน คนที่ไม่ชอบทั้งสองคนก็จะไม่มีเมน เราเลยใส่สองคนนี้เข้าไปให้ แล้วก็เหมือนชูใจคนวาดด้วย อย่างปรงนี่ คนวาดชอบ อยากวาดผู้หญิงน่ารักค่ะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

เท่าที่ฟังมาคุณทำงานกับประวัติศาสตร์และค่านิยมอยู่ตลอด มีเรื่องอะไรที่กังวลบ้างไหม

บางอย่างเป็นข้อมูลที่ไม่ใช่ปฐมภูมิ ไม่ได้เป็นข้อมูลแรกเริ่มดั้งเดิม ของบางคนอาจจะผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาแล้ว เราก็ไม่ทราบ ไม่แน่ใจว่าถูกไหม อย่างเรื่องช้างใช้เท้าหลังเดินก่อน เราก็ต้องไปเปิดคลิปช้างเดินดู แต่ข้อดีคือเราเซ็ตให้นางเอกทะลุเข้าไปในวรรณคดี ไม่ใช่ย้อนอดีต ในเสภาจะมีการปนกันของยุคสมัยอยู่ บางฉากก็เหมือนอยู่ในอยุธยา แต่บางเมนูอาหารหรือเสื้อผ้าบางอย่างกลับเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ มันจึงปนกันอยู่ในนั้น เราเลยไม่ได้ซีเรียสเรื่องยุคสมัยมาก เรายึดว่าเป็นเรื่องในวรรณคดี ถ้าแยกออกมาทีละยุคจะเป็นงานที่หนักไปหน่อย (หัวเราะ)

คุณมองเห็นความน่ากลัวของค่านิยมจากเรื่องนี้บ้างไหม

ส่วนมากพอเกิดเป็นค่านิยม เราก็ไหลไปตามนั้น ไม่ได้ตรวจสอบตัวเองจนไหลไปตามกระแส บางครั้งจึงเกิดการทำร้ายกันเองด้วยค่านิยม ความเชื่อ อย่างวันทองนี่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่าเธอคิดได้ เลือกได้ เขาไม่เอ๊ะเลย เราก็ไม่เอ๊ะ พอไปเรื่อย ๆ จึงเกิดเป็นค่านิยมมองผู้หญิงเป็นสิ่งของ วันทองเป็นคนยุคนั้น เขาก็อยู่อย่างนั้น แล้วคนที่กำหนดค่านิยมในยุคนั้นก็เป็นชนชั้นสูง ขุนนางด้วย

หลังเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานมาพอสมควร อะไรคือความท้าทายในการทำงานชิ้นนี้

เรื่องทำเป็นทีมนี่แหละค่ะ ก่อนหน้านี้ทำงานคนเดียวมาก่อน มันจึงเป็นเหมือนการเรียนรู้กันระหว่างผู้ช่วยและทีมงานว่า เราจะทำอย่างไรให้ตารางเวลาลงตัว เป็นครั้งแรกที่ได้จ้างคน เพราะเพิ่งมีเงินจ้างค่ะ (หัวเราะ) เป็นเรื่องแรกที่มีคนติดตามเยอะขนาดนี้ เลยมีความกดดันด้วย กลัวว่าเราจะมีอะไรบ้งโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วเผลอปล่อยออกไป แต่โชคดีที่ทำงานเป็นทีมก็เลยมีคนช่วยดู

ตอนนี้ก็ทำงานการ์ตูนเป็นอาชีพหลักเลย เพราะถ้าไม่หลักคงจะไม่มีเวลาวาดใช่ไหม

ไม่สามารถทำงานอื่นได้เลย จากที่เคยรับมาก็ต้องวางกองไว้ก่อน เพื่อเรื่อง วันทองไร้ใจ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon
สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ถามเรื่องความต่างระหว่างเรื่องของคุณกับวรรณคดีไปเยอะแล้ว มีอะไรที่ไม่แตกต่างกันบ้างไหม

อันที่จริงก็มีบางอย่างที่พยายามคงไว้ เช่น ประเพณี ข้าวปลาอาหาร อันนี้คือเอามาจากเสภา และความปากจัดของแม่ศรีประจันก็ด้วย นอกนั้นก็มีเปลี่ยนไปเยอะเลย

กระแสตอบรับตอนที่เรื่องนี้ออกไปแล้วทำให้ใจฟูบ้างไหม

ดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ รู้สึกดีใจที่มีคอมเมนต์ให้อ่านทุกสัปดาห์ ชอบมากที่ได้อ่านความเห็นของทุกคน มีคนที่สังเกตเยอะ ๆ ก็ทำให้เราดีใจ เช่น รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้บอก หรือแม้กระทั่งเกิดการถกเถียงกันว่า ขุนแผนก็ไม่ได้แย่นะ มันเป็นเพราะสภาพสังคมในสมัยนั้น เขาเลยเป็นแบบนี้

เหล่าผู้อ่านน่ารักมาก ต้องขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนมาก ๆ WEBTOON เราเขียนเป็นสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เราไม่รู้เลยว่าจะเขียนได้ยาวแค่ไหน จะถูกตัดจบไหม แต่เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกคนเลยได้เขียนต่อยาว ๆ ทุกคนช่วยเปย์อ่านล่วงหน้า ทำให้ได้เงินมาสนับสนุนผู้ช่วย อันนี้สำคัญมาก ช่วยได้เยอะจริง ๆ ค่ะ อ้อ! เห็นคอมเมนต์ของเพื่อนบ้านชาวลาวด้วย เขามาอ่านก็ดีใจจริง ๆ อนาคตอยากให้ไปต่างประเทศ มีการแปลด้วย อันนี้ก็ได้แต่ภาวนาค่ะ

แฟนคลับคุณแน่นหนามาก ชุมชนวันทองไร้ใจแข็งแกร่งจนมีคนนำไปคอสเพลย์ด้วย

อันนี้ดีใจมาก เป็นความใฝ่ฝันของนักวาดหลายคน แต่งกันสวยเหมือนหลุดออกมาจากในเรื่องเลย ขนาดเป็นตัวละครที่ไม่ใช่ตัวหลักอย่างแม่ศรีประจันก็มี แปลกใจมาก ต้องขอบคุณอีกครั้งนะคะ

ก่อนจากกันขอถามย้ำอีกครั้งว่า จุดจบวันทองจะเหมือนเดิมไหม

(หัวเราะ) ต้องไม่เหมือนเดิมอยู่แล้ว เพราะไม่ใช่วันทองแล้ว แต่เป็นนางเอกคนใหม่ เนื้อเรื่องก็ต้องต่าง ติดตามกันต่อไปนะคะ

สนทนากับ ‘มุ’ นักวาดเจ้าของเรื่อง ‘วันทองไร้ใจ’ การ์ตูนไทยที่เปลี่ยนจุดจบของวันทอง จนขึ้นแท่นอันดับ 1 ของ Webtoon

ภาพ : มุ

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

คนคุย

บทสัมภาษณ์คนคุ้นหน้าในแง่มุมที่อาจไม่คุ้นนัก

ระยะหลังๆ มานี้-อย่างน้อยๆ ก็หกเจ็ดปี เราเห็นชื่อของ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ ในแวดวงธุรกิจการลงทุนมากขึ้นจนอาจจะทำให้ใครบางคนจดจำว่าเขาคือผู้บริหารแทนภาพเดิมอย่างศิลปินไปแล้ว

สำหรับแฟนเพลงที่ไม่ได้ติดตามข่าวอาจไม่รู้ว่า ช่วงที่อดีตนักร้องนำวง Groove Riders ผู้นี้ห่างหายไปจากวงการดนตรีกว่า 7 ปี หลังจากอัลบั้มเดี่ยวล่าสุดที่ชื่อ Gran Turismo เขาไปนั่งในตำแหน่งซีอีโอบริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ และเป็นผู้บริหารคอมมูนิตี้มอลล์ ที่ชื่อว่า The Grove

คล้ายชีวิตเปลี่ยนสนามจากห้องอัดและเวทีคอนเสิร์ตมาเป็นห้องทำงานและห้องประชุม

แฟนเพลงบางคนอาจแอบถอดใจว่าเขาคงวางไมค์ไปแล้ว

ล่าสุดเมื่อได้ยินว่าเขากลับมาซุ่มทำอัลบั้มใหม่กับค่าย Muzik Move Records โดยมีซิงเกิลแรกชื่อ Spotlight เราจึงนัดพบเพื่อพูดคุยกันในวันที่เขาถ่ายมิวสิกวิดีโอซิงเกิลแรกในอัลบั้ม

ความพิเศษของอัลบั้มนี้คือเขาได้ศิลปินระดับโลกมาช่วยทั้งในส่วนของดนตรีและอาร์ตไดเรกชัน ไม่ว่าจะเป็น Nathan East มือเบสที่เคยร่วมงานกับศิลปินชื่อดังมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Eric Clapton, Michael Jackson, George Harrison, Phil Collins, Stevie Wonder หรือ Daft Punk ในส่วนของอาร์ตไดเรกชัน อัลบั้มนี้ได้ Frank Nitty ที่เคยทำงานออกแบบให้แบรนด์ดังอย่าง Gucci มาช่วยออกแบบปกและกราฟิกที่จะปรากฏในมิวสิกวิดีโอ

เมื่อได้นั่งคุยกัน เขาบอกว่า ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้นทำให้มุมมองในการทำเพลงของตัวเองปลี่ยนไป ซึ่งที่ผ่านมาเวลาเราได้ยินศิลปินคนใดบอกว่า “อัลบั้มใหม่โตขึ้น” บางทีมันอาจไม่ใช่เพียงคำตอบสูตรๆ ที่ใช้ตอบนักข่าว หากแต่ความจริงมันเป็นเช่นนั้น

เมื่อวันเปลี่ยนวัยเปลี่ยน ความคิดและผลงานย่อมเปลี่ยน เป็นสัจธรรม

บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

คุณห่างหายจากการทำอัลบั้มไป 7 ปี การได้กลับมาทำเพลง Spotlight มีความหมายกับคุณยังไงบ้าง

เพลงนี้ถูกสร้างมาเพื่อจุดนี้เลย เพราะที่ผมหายไปผมคิดถึงมาก ผมอยากจะกลับมา ทำเพลงนี้ออกมาเพื่อให้เราจะได้มีความสุขร่วมกัน อยากจะสร้างเพลงบางเพลงที่ทำให้คนมาร้องด้วยกัน มันจะมีท่อนหนึ่ง ท่อนฮุกมันสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนร้องตามเลย มันร้องง่ายๆ ครับ ‘ฮะฮาฮะฮ่า ฮุฮูฮุฮู่’ คือคุณฟังทีเดียวคุณร้องได้เลย

ช่วงที่คุณหายจากเวทีคอนเสิร์ต จากห้องอัด ไปเป็นนักธุรกิจอยู่ในห้องประชุม คุณฝืนไหม

ไม่ฝืนเลยนะ เพราะว่าจริงๆ มันก็เป็นภาระหน้าที่ เป็นงาน ที่เราชอบเหมือนกัน   ผมเรียนธุรกิจมาตลอดชีวิต ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท เรื่องการตลาด การจัดการ นอกจากร้องเพลงผมก็ทำงานบริหารควบคู่มาตลอด ชีวิตก็จะเเบ่งเฟสว่าช่วงนี้ออกอัลบั้ม ก็จะไปโฟกัสที่อัลบั้มมากกว่า ส่วนช่วงไหนที่ไม่ได้โฟกัสเรื่องเพลงก็จะกลับมาโฟกัสเรื่องธุรกิจอย่างเต็มที่

ความสุข ความทุกข์ ของการเป็นศิลปินกับนักธุรกิจเเตกต่างกันไหม

ความสุขมาจากสิ่งที่เเตกต่างกัน แต่ความสุขนั้นมาจากความสำเร็จเหมือนกัน ผมคิดว่าความสุขจากคอนเสิร์ตอาจจะมาเร็ว คือสมมุติว่าเราทำคอนเสิร์ตสักครั้งหนึ่ง เสียงกรี๊ดมา เห็นคนมา ความสุขนั้นจะพุ่งกลับมาทันที เเต่ความสุขนั้นจะอยู่กับเราวันเดียว มันจะสั้น เพราะมันเป็นความสุขที่มาเเรง มาเร็ว เเต่ความสุขจากการทำธุรกิจ เราปั้นโปรเจกต์หนึ่งมา เราตามมันมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันสำเร็จ เราจะมีความสุขมาก เห็นงานมันเริ่มเดินหน้าไปได้ รายได้เริ่มเข้ามา มีกลุ่มลูกค้ามากขึ้น

เเล้วความทุกข์ล่ะ

ดนตรีไม่มีความทุกข์เลย หรือมีก็น้อยมาก เพราะอย่างเราทำอัลบั้มขึ้นมาอัลบั้มหนึ่ง มันเป็นศิลปะที่ออกมาจากตัวเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วอาจจะด้วยระยะเวลาที่เราทำมามันนาน อย่างอัลบั้มนี้ผมทำมา 5 ปีเต็มๆ พอทำเสร็จเราก็มีความสุขที่เราได้ฟังเพลงที่เราทำขึ้นมาด้วยความพิถีพิถัน

แล้วเวลาตั้งใจทำดนตรีแต่ซีดีขายได้น้อย ก็ไม่เป็นความทุกข์เหรอ

มันไม่เรียกว่าความทุกข์สำหรับผม  เพราะว่าผมผ่านจุดนั้นมานานแล้ว ผมเองออกเทปในยุคที่เทปกำลังจะตาย เทปกำลังจะไม่มีเเล้ว เป็นศิลปินที่มีเทปรุ่นท้ายๆ ตอนนั้นยอดขายเทปกับซีดีก็ไม่เหมือนยุคก่อนเเล้ว ไม่เหมือนยุค 80 และ 90 ที่ขายได้เป็นล้านตลับ มันไม่เป็นอย่างนั้นอีกเเล้ว จนมาถึงยุคเทปผีซีดีเถื่อน ยุคดิจิทัล

รายได้จากการขายเพลงของผมไม่ได้เยอะตั้งแต่เเรกอยู่เเล้ว ฉะนั้น ผมไม่เคยคิดว่าผมต้องได้ตังค์จากการทำศิลปะ ไม่ได้คิดว่าทำมาเเล้วต้องขายได้เยอะๆ การทำเพลงของผมคือทำเพื่อในอีกสิบยี่สิบปีข้างหน้าผมกลับมามองมันเเล้วผมมีความสุข นั่นคือโกลของผม เพราะว่าผมทำศิลปะด้วยใจรักไม่ได้ทำเพื่อการค้า

การเป็นศิลปินมาก่อน พอมาทำธุรกิจมันช่วยให้เรามีเเต้มต่อไหม

มันก็มีข้อดี แต่ข้อเสียก็มีเยอะเหมือนกัน

บุรินทร์ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

มีข้อเสียด้วย

มีครับ ในเเง่การทำงานคนเขาจะมองว่าเป็นศิลปินทำธุรกิจเป็นหรือเปล่า เเต่ระยะเวลาประสบการณ์มันสั่งสม มันสร้างให้คนรู้เเล้วว่าผมมีแบ็กกราวนด์ด้านการธุรกิจมาตลอดชีวิต ครอบครัวผมทำธุรกิจมาตลอด ตัวผมเองก็ศึกษาธุรกิจมาตลอด สุดท้ายเวลาและประสบการณ์ทำให้คนรู้ว่า สิ่งที่เราทำมันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่สิ่งที่เราฝันเฉยๆ

ที่คุณห่างหายจากการทำอัลบั้มไปนานถึง 7 ปี มันเป็นเพราะคุณหมดไฟหรือเปล่า

ถ้าอย่างนั้นผมขอถามกลับไปครับว่าทำไมต้องออกทุกปี เพื่ออะไร ต้องการเงินหรือเปล่า อันนี้ผมไม่รู้ ผมแค่คิดว่าไม่ดีจะออกทำไม ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนจริงจะออกอัลบั้มใหม่ทำไม อันนี้เป็นความคิดของผมมากกว่าว่า เฮ้ย ทำไมต้องออกทุกปีหรือทุกสองปี เเต่จริงๆ เเล้วเหตุผลลึกๆ ผมอาจจะเป็นคนทำงานช้าก็ได้ (หัวเราะ) ผมคิดอย่างนั้นนะครับ ถ้าไม่ดีจริงก็ไม่อยากออก ผมอยากจะมีเเต่เพลงที่ดีไว้ฟัง ไม่ใช่มีเพลงดีอยู่ 3 เพลง อีก 7 เพลงใส่เข้าไปให้เต็มอัลบั้ม มันทำอย่างนั้นไม่ได้ ผมเลยต้องค่อยๆ ทำ อยากจะได้มือเบสคนนี้ มือกลองคนนี้ ต้องค่อยๆ หา ตามตัวเขาให้ได้ ไม่มีตังค์ก็เก็บตังค์ไปจ้างเขาให้ได้

ที่ว่าอยากทำเพลงที่ดี เพลงที่ดีในความหมายของคุณเป็นยังไง

มันมีหลายๆ อย่าง หลายๆ องค์ประกอบนะครับ เพลงที่ดีมันพูดยากนะ สำหรับผมมันต้องมีคุณภาพ คุณภาพหมายถึงอะไรบ้าง ต้องเล่นดนตรีออกมาได้ดี ได้กลมกล่อม เขียนเนื้อออกมาได้ดี เรียบเรียงออกมาได้ดี เเละเพลงที่ดีต้องฟังได้นาน เพลงที่เพราะอาจจะฟังได้เเค่ 1 – 2 เดือน ผ่านไป 5 เดือนกลับมาฟังก็เฉยๆ เเล้วว่ะ เเต่เพลงที่ดี 5 ปีกลับมาฟังก็ยังรู้สึกดีอยู่ว่ะ ผมคิดว่านั่นคือเพลงที่ดี

แต่มันก็มีอีกอย่างหนึ่งนะ เพลงที่ดีมันไม่ได้ดีสำหรับทุกคน มันอยู่ที่ความต้องการ อยู่ที่คุณภาพของคนฟังคนนั้นด้วย มันอยู่ที่คุณภาพในการฟังว่าคุณต้องการเเค่ไหน  บางคนบอกว่าเพลงเเจ๊สดีมาก อีกคนมาฟังเเล้วไม่เห็นชอบเลย ก็เเสดงว่าเพลงเเจ๊สอาจจะไม่ดีสำหรับเขา

แล้วถ้าคนฟังส่วนใหญ่ในบ้านเราไม่ได้เรียกร้องคุณภาพอะไรขนาดนั้น ทำไมคุณถึงยังเชื่อในการทำให้ดี

ถ้าทำไม่ดีทำออกมามันก็จะไม่ประสบความสำเร็จหรือเปล่าครับ แล้วพอไม่ประสบความสำเร็จทำออกมาก็เศร้าใจ ทำออกมาก็ไม่มีโชว์ ไม่มีคนฟัง ฟังได้แป๊บเดียว โห ไม่เจ๋งเลย แล้วจะทำออกมาให้เสียใจทำไม ทำทั้งทีทำให้ตัวเองมีความสุขน่าจะดีที่สุด

อย่างอัลบั้มนี้ผมได้นักดนตรีเป็นคนดำประมาณ 4 คนที่มาอัดให้ เเละเป็นอัลบั้มที่ไปอัดต่างประเทศในหลายๆ เมือง มิกซ์ที่ New Haven เครื่องดนตรีบางอย่างอัดที่ Los Angeles และ New York มีนักดนตรีระดับโลกหลายคนที่เคยเล่นให้นักดนตรีที่ดีๆ มาอัดให้ อย่างเช่น Nathan East ที่เป็นมือเบสที่เก่งมากๆ เคยเล่นให้ Michael Jackson และ Eric Clapton ส่วนมือกลองก็เป็นคนที่ตีดีมากๆ เราดีไซน์กลองด้วยกันในวันที่เราเข้าห้องอัด มีวิธีการทำงานเเปลกๆ อย่างเช่นเอาหมอนทั้งไซส์เล็กไซส์ใหญ่ ทั้งหมอนของคนหมอนของหมา มาใช้เพื่อให้ซาวนด์กลองมันเป็นอย่างที่เราต้องการ

ชุดนี้มันเป็นการดีไซน์อะไรแปลกๆ เยอะมากพอสมควร ผมอยากให้ซาวนด์กลับไปอิงในยุค 80 ซึ่งเป็นยุคที่ผมยังทำงานด้วยน้อยอยู่ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันเป็นยุคที่อยู่ในตัวผม เพียงเเต่ผมไม่รู้ตัว เราเป็นวัยรุ่นในยุค 90 มันใหม่สำหรับเราในยุคนั้น เราก็เลยมองข้ามยุค 80 ไป แต่จริงๆ เเล้ว 80 เป็นยุคที่มีของหนักมาก ของดีมาก เเล้วก็มินิมอลมากๆ ซึ่งพอโตขึ้นมาตอนนี้ปรัชญาการทำงานของผมคือ less is more บางทีสิ่งที่น้อยมันกลมกล่อมมากกว่า อยู่ได้นานมากกว่า

บุรินทร์

วัยที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวไหม ที่ทำให้ปรัชญาการทำงานกลายเป็น less is more

เกี่ยวเเน่นอนครับ ตอนเด็กๆ จะชอบอะไรเยอะๆ ยอมรับว่าตัวเองเคยเยอะ (หัวเราะ) เมื่อก่อนมองว่า more is more เเต่ชุดนี้ less is more เพราะว่าทำงานมา 17 ปี ถ้าเรายังทำอะไรเดิมๆ ชีวิตมันไม่มีคุณค่า ชีวิตมันไม่มีความสุข เพราะว่ามันซ้ำเเล้ว ทุกอย่างไปเรื่อยๆ กลายเป็นรูทีน ออกมาร้องเพลงรู้แล้วท่อนนี้คนนี้จะเป็นอย่างนี้ พอถึงท่อนนี้ทุกคนต้องยกมือขึ้น มันเห็นภาพทุกอย่างหมดแล้ว เราต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลง พัฒนาไปเรื่อยๆ ถ้าไม่เสี่ยงก็ไม่สนุก

ชุดที่เเล้วก็โคตรเสี่ยงเลย ผมเคยเสี่ยงมากๆ (หัวเราะ) ทำทุกอย่างที่ตัวเองชอบ ผมชอบฟังเพลงที่เป็นยุคที่คนดำปลดเเอกจากการกดขี่ของอเมริกาเเละทั่วโลก เป็นยุคก่อนเป็นฮิปฮอปอีกครับ ยุคที่คนดำใส่หมวกดำ เริ่มออกมาประท้วง Martin Luther King Jr. โดนยิง นักดนตรีเลยเริ่มระเบิดออกมา เริ่มรุนเเรง ซึ่งชุดที่เเล้ว Gran Turismo เราอยากทำอย่างนั้น แต่ไม่มีใครเข้าใจเลย (หัวเราะ) เพลงที่ไม่ชอบที่สุดในอัลบั้มคือเพลง เกือบ เเต่กลายเป็นเพลงที่ดังที่สุด ไปร้องที่ไหนคนร้องตามไม่เเพ้เพลง หยุด เลย พอถึงท่อนฮุก ‘เกือบลืมไปเเล้ว ว่าฉันเคยรักเธอมาก่อน’ ทุกคนต้องยกมือขวาขึ้นมา แต่ผมไม่อยากเป็นอย่างนั้น

จุดจุดนั้นผมว่าความดังมันไม่เกี่ยว ผมอยากฟังเพลงที่ได้มาตรฐานตัวเอง ตรงกับคุณภาพที่ตัวเองต้องการ แต่วันนี้ก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าถ้าอยากจะเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการทุกอย่างต้องเก็บไว้ฟังเอง หรือเก็บไว้ฟังกับคนกลุ่มเล็กๆ ที่ชอบเหมือนกัน เพราะว่าคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกันทุกคนเเน่นอน เเต่มันจะมีจุด comfort zone ตรงกลางที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้ มันก็เป็นที่มาของการทำอัลบั้มชุดนี้ ผมทำให้มันง่ายเเต่ตรงกับคุณภาพที่ผมต้องการให้ได้

พูดถึงคนดำ อัลบั้มนี้คุณก็มีนักดนตรีที่เป็นคนดำมาร่วมหลายคน คุณสนใจอะไรในคนดำ

คนที่เล่นดนตรีเก่งที่สุดในโลกเป็นคนดำ ดนตรีส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมาในโลกนี้ส่วนใหญ่คนดำเป็นคนคิด  ผมหมายถึงดนตรีปัจจุบันนะครับ ไม่นับดนตรีคลาสสิก ซึ่งดนตรีของคนขาวเป็นดนตรีที่ฟังเล้วไม่รู้สึกเท่าคนดำ มันไม่ให้ความรู้สึกกดดัน หรือฟังเเล้วบีบหัวใจเท่า อาจจะเป็นเพราะคนดำเขาโดนกดขี่ โดนพรากพ่อ พรากเเม่ พรากลูก ข้ามทะเลมาเป็นทาสในยุโรปใช่ไหม เพราะฉะนั้น ฟีลมันต่างกันเเน่นอน เขาโดนกดขี่ข่มเหงมามากกว่า วิธีการที่เขาผลิตดนตรีถึงแตกต่างออกไป เริ่มมาเป็นบลูส์มา เป็นเเจ๊ส เเล้วระเบิดออกเป็นแนวต่างๆ มากมาย เป็นโซลเป็นอะไรต่ออะไรเต็มไปหมด เป็นร็อก เป็นฮิปฮอป เเล้วคนขาวก็เริ่มพัฒนามาเรื่อยๆ คือดนตรีที่คนดำเป็นคนคิดผมว่าไม่มีใครเล่นเก่งไปกว่าเขาเเล้ว

อารมณ์เหมือนนักฟุตบอลต้องบราซิล

ใช่ เหมือนนักบาสก็ต้องคนดำ เขาถูกสร้างมาเพื่อสิ่งนี้ เพราะฉะนั้น ดนตรีโซลเป็นดนตรีของคนดำ ถ้าไม่ใช่คนดำเล่นคงไม่สุด ผมก็เลยคิดว่าต้องใช้คนดำในการบันทึกเสียง

แล้วคุณทำยังไงให้ศิลปินระดับโลกยอมมาร่วมงานด้วย

ผมให้เขาฟังเพลงผม ส่งโปร์ไฟล์ให้ดู ส่งเพลงให้ฟัง เเล้วผมคิดว่าดนตรีที่ผมทำตลอด 17 ปีที่ผ่านมาคุณภาพไม่เเพ้ประเทศใด เพราะว่าเเนวเพลงที่เราทำก็ไม่ใช่เเนวเพลงตามกระเเสที่เราต้องไปสู้กับใคร มันเป็นนอกกระเเสที่บ้านเขาเองก็มีกลุ่มเล็กๆ ของเขาอยู่ ความจริงผมเคยทำงานกับนักดนตรีระดับโลกมาหลายคนนะ ในทุกๆ ชุดเลย อย่างชุดที่เเล้วได้ทำงานกับ Benny Golson เป็นนักดนตรีเเจ๊สระดับโลกที่ยังไม่ตาย อายุเกือบจะ 90 แล้ว ได้เขามาอัดเครื่องเป่าให้

บางทีมันเป็นการบอกต่อของเพื่อนของเพื่อน บางทีเค้ารู้จักกับคนเล่นดนตรีเเจ๊สที่ไทย เขาก็แนะนำผมเข้าไปว่าคนนี้เคยทำอะไรยังไงบ้าง ปากต่อปาก เขาก็รู้สึกว่าเขาทำงานกับเราก็ไม่ได้รู้สึกจักจี้หรือรู้สึกเสียฟอร์มที่ต้องมาเล่นดนตรีให้ ซึ่งพอเขามาเขาก็บอกว่า เขาอยากเล่นด้วย

บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ บุรินทร์

คุณเรียนรู้อะไรจากการทำงานกับนักดนตรีระดับโลกบ้าง

ความเป็นมืออาชีพครับ หนึ่งคือ ตรงต่อเวลา ไม่ทำให้ทุกคนเสียเวลา ทำการบ้านมาดี มีพรสวรรค์ที่ดี มีไดรฟ์ในการทำงานที่ดี เป็นมืออาชีพ หมายถึงว่าไปทำงานที่ไหนคนก็ด่าเขาไม่ได้

สิ่งที่กดดันที่สุดในชีวิตผมคือผมเข้าไปอัดพร้อม Benny Golson เพราะเขาก็คือตำนานคนหนึ่ง หายใจไม่ต้องมีเครื่องเป่ายังเพราะเลย เเค่นี้ผมก็ประหม่ามากเเล้ว ตอนเข้าไปอัดกับเขาผมสั่นเลยนะ เพราะผมกลัวว่าถ้าทำไม่ได้เเล้วจะกลายเป็นเด็กไป เเต่ปรากฏเทกเดียวผ่านเลย จำได้ว่าเสียงสั่นเลย กลายเป็นมีลูกคอไปในตัว (หัวเราะ)

ตอนนี้คุณอายุ 41 แล้ว คุณพอจะเข้าใจประโยคที่ว่า “ชีวิตเริ่มต้นเมื่ออายุ 40” บ้างไหม

เข้าใจครับ แล้วมันจริง ผมคิดว่าประสบการณ์ตั้งเเต่เด็ก ฝีไม้ลายมือมันถูกกล่อมเกลา มันถูกขัดเกลามา คุณจะมีประสบการณ์มาก เพราะทำงานมาเกือบ 20 ปีใช่มั้ย ซึ่งผมคิดว่าวัย 40 เป็นวัยที่คุณจะเก่งคุณต้องเก่งเเล้ว ถ้าไม่เก่งคือไม่เก่งเเล้ว เป็นจุดวัดกันเลย มันถึงมีคำว่า Midlife crisis ขึ้นมา คือถ้าคุณมีความรับผิดชอบคุณต้องมีเต็มตัวเเล้ว ถ้าคุณไม่มีคุณก็จะดึงตัวเองกลับมายากแล้วผมว่า

เเล้วคุณเองเจอ Midlife crisis หรือยัง

โชคดียังไม่เจอครับ ไม่อยากเจอด้วย ผมคิดว่าเราคงต้องทำอะไรที่เรารัก พอทำอะไรที่เรารักมันจะตั้งใจ มันจะพัฒนา มันจะไม่ปล่อยให้สิ่งๆ นั้นมันตายไปจากคุณ เเต่ต้องรักจริงๆ นะ ต้องรักมากด้วย ต้องคลั่งเลยล่ะ คือรักอะไรต้องรักให้จริง อย่าไปรักปลอมๆ คือถ้ารักปลอมเเล้วทำตัวเหมือนว่ารัก เสเเสร้ง นั่นไม่ใช่รักจริง

เราต้องรัก ต้องชอบ ขวนขวาย เรียนรู้ พัฒนาไปเรื่อยๆ เพราะถ้าชอบเเล้วมันจะไม่หยุด ทำไปเรื่อยๆ มันจะสู้ไปเรื่อยๆ ให้มันประสบความสำเร็จให้ได้ ถ้าเราไม่ชอบแล้วทำไปวันๆ ซังกะตายไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งถึงรู้ว่า เฮ้ย มันไม่ใช่ตัวเรา ถึงตอนนั้นมันก็สายไปเเล้วใช่มั้ย

มีอะไรที่คุณเพิ่งมาเรียนรู้ในวัยขึ้นต้นด้วยเลข 4 บ้างไหม

สิ่งที่เพิ่งเรียนรู้นี่ไม่รู้นะ ผมคิดว่ามันถูกสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ มากกว่า ความมุ่งมั่น ความมั่นใจ ประสบการณ์ คุณค่าของสิ่งต่างๆ

อายุมีผลต่ออาชีพศิลปินไหม

มีครับ ในเมืองไทยมีมากเลย ผมมองว่าศิลปินเเขนงต่างๆ เมืองนอกอายุ 70 ยังเป็นพระเอกได้อยู่เลย หรือ Stevie Wonder กับ Paul Mccartney ยังมีคนดู ยังเเสดงเวิลด์ทัวร์อยู่เลย แล้วทำไมสุเทพ วงศ์กำแหง เวิลด์ทัวร์ไม่ได้ ต้องได้สิ เจ๋งจะตาย เจ๋งไม่เเพ้กัน (หัวเราะ)

ผมว่าจริงๆ ยิ่งเเก่ต้องยิ่งเก๋าสิใช่มั้ยครับประสบการณ์ก็เยอะกว่า ถ้าเสียงยังไม่พังไปก่อนนะ ประสบการณ์เยอะกว่าเยอะ ต้องร้องได้เพราะกว่า เเต่ส่วนใหญ่เราก็มักไปชอบศิลปินในยุคที่เราเป็นวัยรุ่น เราโตมากับเขา เด็กรุ่นใหม่ก็จะไปชอบดนตรีตามกระเเสก่อน ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องผิด นั่นคือกฎของธรรมชาติ

บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ บุรินทร์

แล้วคุณเป็นศิลปินไทย คุณกลัวความแก่ไหม

มันเป็นเรื่องธรรมชาติไงครับ ใช่ไหม คนเราก็ต้องเกิด เเก่ เจ็บ ตาย ทุกคน

ความแก่ทำให้เรามองโลกเปลี่ยนไปไหม

สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราเคยมองว่าใหญ่ตอนนี้เราไม่มองว่าใหญ่เลย เรื่องใหญ่จริงๆ ตอนนี้มันมีเยอะมากๆ เลย ครอบครัว ความรัก จุดมุ่งหมายในชีวิต ธุรกิจที่เราดูเเล บางทีเวลาปัญหาต่างๆ ที่มันเข้ามาเราไม่จำเป็นต้องไปเครียดกับมัน มองมันดีๆ ว่ามันสำคัญกับชีวิตคุณหรือเปล่า เเล้วค่อยกับมาคิดว่าควรจะเครียดหรือเปล่า

ถ้าให้ย้อนมอง คุณคิดว่าที่จริงแล้วตัวเองเกิดมาเพื่อเป็นศิลปินหรือนักธุรกิจกันเเน่

เป็น 2 อย่างเลย (หัวเราะ) จริงๆ ผมยังกำหนดไม่ได้ด้วยว่าชีวิตผมเกิดมาเพื่อเป็นอะไร เพราะว่ายังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากทำเเล้วยังไม่ได้ทำ แต่ยังคิดไม่ออก แล้วก็มีอีกหลายอย่างที่ตอนเด็กเคยฝันเอาไว้แลัวยังไม่ได้ทำ ผมไม่เคยตีกรอบตัวเองทั้งชีวิตนะว่าโตขึ้นฉันจะต้องเป็นอย่างนี้เท่านั้น ห้ามเป็นอย่างอื่น เกิดมาในชีวิตผมไม่เคยคิดว่าผมจะเป็นศิลปินนะ ผมแค่ชอบฟังเพลงมาก ผมวิจัยการฟังเพลง พัฒนาการฟังเพลงของผม ผมหาความรู้ด้านการฟังเพลงมาตลอดชีวิต ค้นคว้าด้วยการซื้อซีดี รายได้ทั้งหมดตอนเด็กเก็บไว้ซื้อเทป จนมาเป็นซีดีตอนนั้น 450 บาท ผมก็เก็บเงินซื้อ ตอนผมเป็นนักร้องใหม่ๆ แม่ยังบอกว่า ดีเหมือนกันลูก จะได้หาเงินมาคืนค่าซื้อซีดีของลูก (หัวเราะ) เพราะว่าผมซื้อซีดีเยอะ ผมมีซีดีสี่ถึงห้าหมื่นแผ่น แล้วตอนนี้ผมฟังแผ่นเสียง ก็เริ่มมีเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผมบอกที่บ้านเลยว่าหยุดซื้อไม่ได้ ผมจะต้องซื้อไปเรื่อยๆ สำหรับผมมันไม่ใช่เเค่แพสชัน แต่มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องมี  ต้องฟัง

ใช้คำว่าขาดไม่ได้เลยเหรอ

ใช่ ไม่มีเพลงฟังชีวิตผมแย่เลย ต้องฟังตลอด

ไม่มีเพลงฟังชีวิตแย่ยังไง

เเย่ มันจะเครียด ไม่มีชีวิตชีวา ดนตรีมันช่วยส่งเสริมให้เรามีความสุขมากขึ้นและมีความทุกข์มากขึ้น

บางทีคนเราอาจจะไม่รู้ สมมติคุณไปเดินในห้างหรือไปนั่งในร้านอาหาร อยู่ๆ คุณรู้สึกมีความสุขจังเลย เปรียบเทียบกับช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมาก็ได้ มันเป็นช่วงที่คนมีความสุขมากที่สุดโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัว  มันเป็นเพราะหนึ่งคือ การประดับประดาสิ่งสวยงามต่างๆ อย่างเช่นพวกต้นคริสต์มาส และอีกอย่างคือ เพลงคริสต์มาส เราเดินไปไหนมีแต่เพลงฟัง ช่วงอื่นจะไม่มีเพลงเยอะเท่าคริสต์มาส เพลงมันสะกดจิตคุณอยู่ คุณไปเดินที่ไหนเเล้วมีเพลงฟังคุณจะมีความสุขมากขึ้น

ส่วนที่บอกว่าดนตรีทำให้เรามีความทุกข์มากขึ้น หมายความว่าเวลาเราเครียด บางเพลงพอฟังเข้าไปมันยิ่งเครียดเข้าไปอีก เหมือนเพลงบลูส์ เพลงบลูส์ฟังแล้วเศร้า ฟังเแล้วหม่น ฟังแล้วหมอง แต่ฟังไปเรื่อยๆ คุณจะมีความสุข เพราะความเศร้ามันจะถูกปลดปล่อยไปกับเพลง

บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์

Writer

Avatar

จิรเดช โอภาสพันธ์วงศ์

อดีตบรรณาธิการบทสัมภาษณ์ The Cloud และเจ้าของนามปากกา jirabell เขียนหนังสือมาแล้ว 5 เล่มชื่อ เราไม่ได้อยู่คนเดียวอยู่คนเดียว, ความทรงจำอยู่ที่ไหน ความคิดถึงอยู่ที่นั่น, Lonely Land ดินแดนเดียวดาย, The Fairy Tale of Underfox และ รักเขาเท่าทะเล

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load