เพื่อทุกชีวิตแวดล้อม 

มีคนบอกว่า ทุกการก่อเกิดของบางสิ่ง ต้องมีการสิ้นสุดหรือมีการทำลายบางสิ่งไปเสมอ ซึ่งหลายต่อหลายครั้ง การทำลายที่ว่านั้น ก็อาจสร้างความเสียหายจนยากจะฟื้นฟู

แต่เป็นไปได้ไหมว่า เราอาจสร้างได้โดยไม่ต้องทำลาย เราอาจอยู่ได้ โดยลดการสูญเสียสรรพสิ่งรอบตัวให้น้อยที่สุด

ด้วยความเชื่อของคนกลุ่มหนึ่ง เขายืนยันว่ามันเป็นไปได้

‘For All Well-Being’ คือหลักความเชื่อซึ่งเหมือนรากของต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งลึกและยึดโยงลำต้นเอาไว้ ไม่ให้สั่นคลอนหรือหักโค่นไปกับสายลมเกรี้ยวกราดของการแข่งขันในโลกธุรกิจ

MQDC หรือ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด คือกลุ่มธุรกิจที่เชื่อในเรื่องนั้น… การทำเพื่อทุกชีวิตที่แวดล้อมให้เป็นชีวิตที่ดี 

“เราไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะโครงการหรือผู้อยู่อาศัยในโครงการของเราเท่านั้น แต่ทุกโครงการที่เราพัฒนาจะต้องสร้างคุณค่าและประโยชน์ พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคน สัตว์ สภาพแวดล้อม และทุกสิ่งบนโลกของเรา”

ข้อความข้างต้นคือประเด็นที่ได้รับการตอกย้ำมาตลอดการทำงานกว่า 27 ปีของ MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) ปัจจุบันนี้มีโครงการมิกซ์ยูสและธีมโปรเจกต์มากมายภายใต้แบรนด์แมกโนเลียส์ (Magnolias) วิสซ์ดอม (Whizdom) ดิ แอสเพน ทรี (The Aspen Tree) มัลเบอร์รี่ โกรฟ (Mulberry Grove) และเดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) นั่นเอง

แม้ปัจจุบันชื่อบริษัทจะเปลี่ยนเป็น MQDC แต่รากของชื่อเดิม ก็ยังสะท้อนให้เห็นคุณค่าสำคัญที่ปรากฏอยู่ในผลงานของบริษัท นั่นก็คือ ตามประวัติเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ ในโลก ว่ากันว่าแมกโนเลีย คือหนึ่งในต้นไม้ที่เก่าแก่และหยัดยืนอยู่บนโลกนี้มาอย่างยาวนาน มีข้อมูลบอกว่าต้นไม้ในเผ่าพันธุ์นี้ถือกำเนิดมานานกว่า 95 ล้านปี และเป็นต้นไม้ที่มีมาก่อนผึ้งจะวิวัฒนาการขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่แพร่กระจายพืชพันธุ์มากมายบนโลกใบนี้เสียอีก

ด้วยเหตุนี้ ความสวยสง่าและแข็งแกร่ง จึงเป็นทั้งสัญลักษณ์และความหมายของต้นและดอกแมกโนเลียที่ในหลายประเทศให้คุณค่า

ในความยืนหยัด ทนทานต่อกาลเวลานั้น ยังมีแง่มุมของสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ซึ่งเราน่าจะได้เรียนรู้และทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กัน เพราะไม่ใช่เรื่องบังเอิญของการตั้งชื่อแบรนด์ในเครือข้างต้นให้เป็นชื่อของต้นไม้ หรือชื่อที่มีความหมายเกี่ยวกับป่า เพราะนี่คือรูปธรรมของการสร้างความยั่งยืน ไม่มีป่า ไม่มีต้นไม้ ไม่มีพื้นที่สีเขียว คงจะเรียกว่าความยั่งยืนที่เป็นสุขได้ยาก 

ตัดภาพกลับมาตอนนี้ จะด้วยความแออัดในเมือง หรือความเคร่งเครียดจากการใช้ชีวิตวุ่นวายในแต่ละวันก็แล้วแต่ การเข้าป่าเพื่อเติมพลังชีวิต การอาบป่า หรือแม้แต่การไปโอบกอดต้นไม้ ดูจะเป็นแนวคิดที่เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความสดชื่นที่ได้จากต้นไม้ใบหญ้าและอากาศบริสุทธิ์จากป่า คือพลังเยียวยาที่ยั่งยืน และหาได้ยากจากสถานที่อื่น

จากนี้ เราจะพาคุณไปพบกับแนวคิดของโครงการ ซึ่งจะช่วยเติมความสดชื่นและพลังชีวิตให้คุณไปพร้อมๆ กัน เราจะพาคุณไปรู้จักกับบริษัทที่บอกเราว่า โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยหลายๆ แห่งของบริษัท เลือกเก็บไว้แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตอย่างกบตัวเล็กๆ เพื่อให้พวกเขาอยู่ต่อไปในที่เดิม

เพราะไม่ใช่แค่มนุษย์ที่ต้องการบ้าน

สิ่งมีชีวิตอีกมากมาย ก็เรียกสิ่งแวดล้อมเดียวกันนั้นว่า ‘บ้าน’ ไม่ต่างจากเรา 

สำรวจการสร้างที่อยู่อาศัยให้ยั่งยืนต่อทุกชีวิตที่แวดล้อมและคิดถึงอนาคตแบบฉบับ MQDC

ยั่งยืนเพื่อทุกคน 

เรื่องสำคัญที่เป็นแก่นแกนของโครงการภายใต้ MQDC ทุกโครงการ คือ ‘For All Well-Being’ เพราะถือว่าเป็นแนวทางการทำงานหลักของธุรกิจ

โครงการของ MQDC จะเติมเต็มช่องว่างให้สมบูรณ์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่นั้น และเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชนด้วย ถ้าพูดในมุมการทำงาน บริษัทถือว่าตนเองไม่มีคู่แข่ง มีแต่เพื่อน เพราะทุกสิ่งที่ทำคือการสร้างประโยชน์ให้กับทุกคน แนวทางการทำงานของธุรกิจ คือการทำงานแบบใส่ใจในองค์รวม ทุกโครงการจึงเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัญหาและความต้องการของคน ชุมชน และสังคม การพัฒนาแต่ละโครงการจึงมีจุดมุ่งหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะด้าน

สำหรับ MQDC ‘For All Well-Being’ จึงเป็นหัวใจหลักของการทำงาน มีการดำเนินธุรกิจด้วยความใส่ใจต่อสังคมและโลกใบนี้ โดย MQDC ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะโครงการหรือผู้อยู่อาศัยในโครงการเท่านั้น แต่ทุกโครงการที่เราพัฒนา จะต้องสร้างคุณค่าและประโยชน์ พร้อมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคน สัตว์ สถาพแวดล้อม และทุกสิ่งบนโลกของเรา ผ่านการคิดค้น ‘นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน’ หรือ ‘SUSTAINNOVATION’ คิดค้นโดย RISC by MQDC หน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษา วิจัย คิดค้นนวัตกรรม โดยอ้างอิงจากข้อมูลการคาดการณ์ในอนาคต ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ทำโดย FutureTales Lab by MQDC เพื่อจะได้ใช้เป็นแนวทางแก้ไขปัญหาและปรับใช้ในทุกโครงการของ MQDC

พูดง่ายๆ ว่า บริษัทจะทำโครงการที่ไม่เพียงสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับทุกสรรพสิ่ง แต่ยังต้องสร้างความสมดุลให้กับทุกชีวิตบนโลกอย่างยั่งยืนในทุกสถานการณ์ด้วย เพราะความยั่งยืนของทุกฝ่ายจะทำให้เกิดผลลัพธ์ทางสังคมในเชิงบวก ไม่ใช่มองแค่ประโยชน์ทางธุรกิจ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โครงการ The Forestias ที่ให้ความสำคัญกับการสร้าง ‘นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน’ ซึ่งเป็นมิตรกับธรรมชาติและโลกใบนี้ ที่สำคัญ ต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดี ทุกแง่มุมการออกแบบ และการก่อสร้างต้องลดการใช้พลังงานและทรัพยากรอื่นๆ เน้นสร้างคุณภาพชีวิตของคนในเมืองให้มีความสุขอย่างแท้จริง 

โครงการนี้เต็มไปด้วยป่า แต่ไม่ได้มีแค่การปลูกป่า ปลูกต้นไม้ เพราะคำนึงถึงการใช้ชีวิตที่ได้สัมผัสธรรมชาติ ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดี มีคุณภาพอากาศที่ดี เย็นสบาย และช่วยลดการพึ่งพาการใช้เครื่องปรับอากาศในโครงการ

สำรวจการสร้างที่อยู่อาศัยให้ยั่งยืนต่อทุกชีวิตที่แวดล้อมและคิดถึงอนาคตแบบฉบับ MQDC
สำรวจการสร้างที่อยู่อาศัยให้ยั่งยืนต่อทุกชีวิตที่แวดล้อมและคิดถึงอนาคตแบบฉบับ MQDC

เทคโนโลยี อยาก อยู่ อย่าง เย็น

The Forestias เป็นโครงการที่ท้าทายการทำงานของ MQDC ในหลายๆ ด้าน แต่ก็สะท้อนหลักการความเชื่อด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น

‘Heat Reduction’ ทำให้ถนนในโครงการเย็นขึ้น ด้วยการดีไซน์ให้ต้นไม้มาปกคลุมถนน มีอุโมงค์ใต้ถนน ซึ่งนอกจากจะเป็นเขื่อนช่วยป้องกันการเกิดน้ำท่วม ยังเป็นฐานของถนนเพื่อไม่ให้ถนนทรุด เป็นกระดูกสันหลัง (Back Bones) ของโครงการ

นอกจากนั้น อุโมงค์ยังเป็นที่ติดตั้งท่อทำความเย็น ที่เดินท่อดับเพลิง Optic Fiber น้ำประปา ฯลฯ ภายในอุโมงค์มีระบบระบายอากาศให้ไม่ร้อน จึงช่วยทำให้ถนนไม่ร้อนด้วยเช่นกัน โดยเมื่อเทียบกับถนนปกติที่ร้อนมากถึง 55 – 60 องศาเซลเซียส แต่ถนนนี้ลดอุณภูมิลงได้ 20 องศาเซลเซียส

นอกจากนั้น ยังมีการปรับพื้นที่ถนนโดยรอบให้ตรงกลางเป็นแอ่งลงไปเรียกว่า Basin หรือ Valley ต่ำกว่าถนนประมาณ 2 เมตร เพื่อใช้เป็นพื้นที่กักเก็บความเย็น ลดอุณหภูมิ ตามเป้าหมายคือ เพื่อเห็นหมอกในตอนเช้าได้ในโครงการ แม้อาจไม่เห็นทุกวัน แต่จะเห็นหมอกมากกว่าปกติและมากกว่าพื้นที่อื่นๆ โดยรอบ 

‘CUP เป็นศูนย์รวม Utility ของโครงการ และมี District Cooling System’ เป็นระบบผลิตความเย็นและส่งความเย็นด้วยน้ำ ไปตามท่อภายในอุโมงค์จนถึงแอร์ของแต่ละห้อง เป็นระบบผลิตความเย็นที่มีประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงาน และลดการใช้สารทำความเย็นด้วย

เนื่องจากโครงการมีความต้องการการใช้พลังงานความเย็นคนละเวลากัน เช่น รีเทลหรือร้านค้าต่างๆ ใช้ตอนกลางวัน บ้านพักอาศัยใช้ตอนกลางคืน เป็นต้น การที่ระบบแชร์ภาระการทำความเย็นคนละช่วงเวลาได้ จึงลดปริมาณการติดตั้งเครื่องปรับอากาศโดยรวมของโครงการได้ด้วย

สำรวจการสร้างที่อยู่อาศัยให้ยั่งยืนต่อทุกชีวิตที่แวดล้อมและคิดถึงอนาคตแบบฉบับ MQDC
สำรวจการสร้างที่อยู่อาศัยให้ยั่งยืนต่อทุกชีวิตที่แวดล้อมและคิดถึงอนาคตแบบฉบับ MQDC


‘CO2 Reduction’ ความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ซึ่งรับรองว่าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริง เพราะเมื่อตึก CUP ลดการใช้สารทำความเย็น ก็จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปด้วย โดยปีแรกตั้งเป้าไว้ที่ 78,511ตัน / ปี และปีต่อไปนับที่ 47,686 ตัน / ปี 

สำรวจการสร้างที่อยู่อาศัยให้ยั่งยืนต่อทุกชีวิตที่แวดล้อมและคิดถึงอนาคตแบบฉบับ MQDC

แนวทางปี 2021 

ถ้าใครเคยเห็นบิลบอร์ดขนาดใหญ่ของ MQDC แล้วนึกสงสัยว่า ภาพตัวอักษรแต่ละตัวมีความหมายอย่างไร เราจะมาเฉลยให้รู้กันตรงนี้

บิลบอร์ดของ MQDC ที่ออกมาใหม่จะว่าด้วยเรื่องของ “ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยน ความสุขที่นี่ยั่งยืนไม่เคยเปลี่ยน” จริงๆ แล้วมีนัยยะหรือความหมายแฝงอยู่ในทุกตัวอักษร นั่นก็คือ

ตัว ‘M’ สะท้อนให้เห็นถึง Environment / Biodiversity แปลว่าการอยู่ร่วมกัน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเป็นการอยู่ร่วมกันของมนุษย์อย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อมไปด้วยพร้อมๆ กัน

‘Q’ เป็นภาพของ Quality of Happiness หรือความสุขของทุกชีวิต ว่าด้วยเรื่องของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขอย่างยั่งยืน

‘D’ เป็นภาพของ Sustainnovation หรือนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน คิดค้นโดย RISC และ FutureTales Lab ซึ่งถือว่าเป็น Knowledge Sharing Hub ที่สำคัญต่อไป เพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ทำให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน

‘C’ คือภาพ Intergeneration หรือแนวคิดการทำที่อยู่อาศัยที่ดีและเหมาะสมสำหรับสมาชิกครอบครัวทุกวัย 

การปรับตัวเผชิญ COVID-19 และการรับมือความท้าทายในอนาคต 

1. ด้านสังคม มีการริเริ่มโครงการมากมาย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนในสังคม เช่น ‘โครงการปันความสุข’ ที่ได้ร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ นำอาหารและสิ่งของใช้ที่จำเป็นมามอบให้กับผู้ที่เดือดร้อน โรงพยาบาลสนาม ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ บุคลากรที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสังคมและจิตอาสา โดยมีกิจกรรมภายใต้โครงการมากมาย อาทิ คาราวานปันสุข ตู้ปันสุข ครัวปันสุข ถุงปันสุข เป็นต้น เพื่อตอกย้ำการให้ความสำคัญกับ For All Well-Being 

2. ด้านธุรกิจ มีการทำวิจัยเพื่อต่อยอดงานออกแบบโครงการ ให้มีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19 หรือที่เรียกว่า COVID-Free Design ซึ่งออกแบบสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยให้ตอบรับกับการระบาด แบ่งรากฐานออกเป็น 4 แนวทางหลัก ทั้งการออกแบบพื้นที่ลดการแพร่กระจายเชื้อ การออกแบบพื้นที่ลดการสัมผัส การออกแบบที่อยู่อาศัยรองรับการทำงาน และการกำหนดนโยบายจัดการป้องกันโรค COVID-19 หรือการต่อยอดการพัฒนาหอฟอกอากาศเมืองฟ้าใส 2 ในการฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น การต่อยอดงานวิจัยต่างๆ เหล่านี้ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเติบโตทางธุรกิจด้วยเช่นกัน 

3. ด้านการวางแผนกลยุทธ์ สถานการณ์ COVID-19 ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนงานทางธุรกิจ เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ที่ไม่คาดคิด และอาจเกิดขึ้นได้อีกหลายเหตุการณ์ในอนาคต

ความสำคัญของ 2 ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมแห่งอนาคต 

ศูนย์วิจัยทั้ง 2 แห่งที่ได้กล่าวไปแล้ว จะทำหน้าที่สร้างองค์ความรู้ที่สำคัญเพื่อเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายในสังคม เพื่อย้ำว่า MQDC ไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่ง แต่มองเป็นเพื่อนร่วมงานในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมไปตลอด ดังนั้น จึงเปิดกว้างการแชร์ความรู้และข้อมูลนี้ให้กับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อื่นๆ ด้วย

ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน (RISC) จะเป็นศูนย์กลางการวิจัยด้านความยั่งยืนของชีวิตแห่งแรกในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหรือองค์กรระดับโลก นอกจากนี้ RISC ยังถือเป็นศูนย์วิจัยที่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน WELL Building Standard ระดับ Gold แห่งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

แนวคิดธุรกิจอสังหาฯ ของ MQDC ที่เป็นมิตรต่อทั้งมนุษย์ สัตว์ ธรรมชาติ นวัตกรรมที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต พร้อมปรับตัวเพื่อความสุขและความยั่งยืน

ฟิวเจอร์เทลส์ แล็บ (FutureTales Lab) จะเป็นศูนย์วิจัยแห่งอนาคต ศึกษาคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้เราเตรียมพร้อมและได้พบกับอนาคตที่เราต้องการ โดยจะใช้เครื่องมือเพื่อค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกสำหรับสะท้อนภาพการอยู่อาศัย การทำงาน การเรียนรู้ การใช้เวลาว่าง คมนาคมขนส่ง และบริบทของความยั่งยืน

ทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าทั้งสองศูนย์วิจัยทำงานเชื่อมโยง ส่งเสริมกันและกัน และมีเป้าหมายเดียวกันคือ สร้างสังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราเรียกที่อยู่อาศัยนั้นว่าบ้าน บ้านที่ดีจึงควรเป็นบ้านที่เป็นความสุขให้กับทุกคน
เหมือนระบบนิเวศแห่งหนึ่งที่ไม่ควรมีใครถูกละทิ้ง เพราะทุกชีวิตใช้พื้นที่นั้นร่วมกัน เติบโตไปด้วยกัน และยั่งยืนไปด้วยกัน 

ภาพ : Magnolia Quality Development Corporation

Writer

วิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

อดีตบรรณาธิการบริหารนิตยสาร a day BULLETIN และ The Standard Magazine ที่ปัจจุบันเรียกตัวเองว่า ‘นักหาเรื่อง’ เพราะสนุกกับการหาแง่มุมที่ซุกซ่อนในเรื่องราวของผู้คนและสิ่งต่างๆรอบตัว ผ่านการพูดคุย อ่าน เขียน และการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

28 พฤษภาคม 2561
12 K

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

นี่คือลูกนอต ผลไม้ลูกสีแดงเนื้อคล้ายมะเดื่อ เป็นที่มาของชื่อป่านอต ตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ นี่ขนาดยังไม่ได้เริ่มเดินก็เริ่มมีพืชผักชื่อใหม่เข้ามาให้รู้จักแล้ว

การเข้าป่าที่แม่ทาครั้งนี้ เป้าหมายหลักๆ คือการตาม เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ และ เชฟแบล็ก-ภานุภน บุลสุวรรณ เข้าป่าไปดูว่า มีวัตถุดิบอะไรที่จะเอามาใช้ทำอาหารในดินเนอร์ ‘walk into the wild’ ที่ร้าน Blackitch ได้บ้าง

การพาเดินป่าคราวนี้มี พ่อพัฒน์ อภัยมูล ปราชญ์ชาวบ้านแม่ทาเป็นผู้เดินนำ พ่อพัฒน์เล่าว่า ป่าตรงนี้เป็นต้นน้ำ ชาวบ้านอยู่กับป่าผืนนี้มานาน เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองและใช้เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร มาโดยตลอด จนช่วงหนึ่งภูเขาแถวนี้กลายเป็นเขาหัวโล้น ไม้ถูกตัดไปทำฟืนรถไฟ และตอนหลังนายทุนมาตัดไม้ไปขาย ทำให้ป่าและน้ำหายไปหมด ชาวบ้านจึงร่วมกันคิดที่จะฟื้นป่าต้นน้ำให้กลับมา

ป่าบริเวณนี้มีทั้งป่าที่ชาวบ้านจะไม่เข้าไปบุกรุก หรือเข้าไปเพื่อหาผลประโยชน์ แต่ป่าส่วนหนึ่งเป็นป่าชุมชนที่ชาวบ้านเข้าไปหาพืชพรรณต่างๆ มากินได้ แต่ก็มีข้อตกลงกันว่าจะเก็บแบบพอดีๆ เพื่อไม่ให้ธรรมชาติเสียสมดุล ชาวบ้านแม่ทาอยู่กับธรรมชาติจนรู้จักวิธีการกินและเอาพืชพรรณต่างๆ มาใช้ประโยชน์ สั่งสมต่อๆ กันมาจนกลายเป็นภูมิปัญญา

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

พ่อพัฒน์พาเดินลงไปยังอ่างเก็บน้ำ มองไวๆ เห็นพืชสีเขียวปกคลุมดินเหมือนหญ้า แต่พ่อพัฒน์บอกว่านั่นคือผักขี้กบคลุมดินอยู่เต็มทุ่ง ใบอ่อนๆ ชาวบ้านเอาไปแกงกินกันได้

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ผักปลาบ

เดินไปไม่กี่ก้าว พ่อพัฒน์ก็เด็ดใบไม้ขึ้นมาแล้วบอกว่าเป็นต้นผักปลาบ เอาไปแกงแคได้ พ่อพัฒน์เอาใบผักปลาบมาขยี้ๆ บอกว่าถ้าขยี้แบบนี้มันจะเข้าพริกเข้าแกงได้ดี น่าเอาไปแกงส้มปลา หรืออย่างง่ายๆ ก็เอาไปนึ่ง จิ้มน้ำพริกกิน

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ผักกุ่ม

เมื่อถึงหน้าแล้ง ผักกุ่มจะออกก่อนเพื่อน ผักกุ่มเป็นพืชทนแล้ง พอยิ่งแล้งมันจะยิ่งขึ้นไว มีรสขมฝาดและมัน ชาวบ้านจะเอายอดไปตากแดดให้เหี่ยวแล้วดองด้วยน้ำ ดองสักสองสามวัน พอเริ่มเหลืองก็จะเอามายำกับข่า ใส่พริก ใส่หอม หรือถ้าดองต่อก็จะกลายเป็นผักดองเหมือนผักกาด เอาไปต้มแบบต้มผักกาดดองได้ พ่อพัฒน์แอบกระซิบว่าเดี๋ยวเข้าไปทำอาหารกันในป่า จะเอาไปลนไฟลดความขมของมัน เอาไว้จิ้มกับน้ำพริกกิน

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ผักกีมกุ้ง

ผักกีมกุ้งให้รสเปรี้ยว เวลาเข้าป่าก็จับกบ จับเขียดแกง เอาผักกีมกุ้งใส่เพื่อให้ได้รส แล้วใช้เป็นผักหลักในแกงไปด้วย

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

เชฟตามกับผักพ่อค้าตีเมีย

ผักที่เราตื่นเต้นที่เจอคือผักชื่อแปลกอย่าง พ่อค้าตีเมีย เป็นยอดอ่อนคล้ายผักกูด เรื่องเล่าสนุกๆ ที่เล่ากันว่าพ่อค้าไปขายของแล้วให้เมียอยู่บ้านทำแกงให้กิน พอกลับมากินแล้วผักเหมือนไม่สุก เลยโมโหไล่ตีเมีย เพราะเป็นผักแปลกที่ต้มนานแค่ไหนก็ยังกรอบเหมือนผักสด นิยมเอามาทำต้มหรือแกง

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ระหว่างทางยังมีผักอีกหลายอย่างที่ค่อยๆ เผยตัวเองออกมาจากใบไม้เขียวๆ ที่ละลานตาไปหมดในป่า ต้นกลอย ต้นบุก คูน ผักเยี่ยววัว ฯลฯ เรียกว่าจำทั้งสรรพคุณและวิธีกินกันแทบไม่ทัน

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

จุดหมายปลายทางของวันนี้คือ เราจะไปจับปลาเล็กปลาน้อยในลำธารไปทำหลามกับผักที่เก็บมากินกันกลางป่า กลุ่มหนึ่งเริ่มก่อไฟ ในขณะที่กลุ่มจับปลาก็กำลังกั้นกรวดเป็นเขื่อน แล้ววิดน้ำออกให้ตื้นจนเห็นปลา บางส่วนก็ช้อนเอาในแอ่ง ได้ปลาตัวเล็กมาบ้างจำนวนหนึ่ง เมื่อไฟติด ก็ตัดไผ่บ้องใหญ่มาทำเป็นกระบอกเพื่อเป็นภาชนะหลามบนกองไฟ

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ก่อนหน้านี้ทีมพ่อพัฒน์จับปลาดุกมาได้ 2 ตัวเลยเอามาใส่รวมกับผักและปลาตัวอื่นๆ ที่จับมาได้ ด้านหนึ่งก็ปอกหอม กระเทียม พริกที่พกติดมาด้วย ก่อนจะนำทุกอย่างรวมถึงผักที่เก็บมาใส่ลงไปในกระบอกที่ต้มน้ำสะอาดจากลำธารจนเดือดเรียบร้อยแล้ว ใส่ปลาลงไปเป็นอย่างสุดท้าย ก่อนปรุงด้วยน้ำปลาร้าให้รสกลมกล่อมอีกนิด

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

อีกฝั่งหนึ่งก็กำลังตำพริกด้วยกระบอกไม้ไผ่ ก่อนจะเอาปลาเล็กที่จับได้ไปต้มให้สุกแล้วเอามาปรุงเป็นต้มยำรสนัวได้อีก 1 เมนู

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

พ่อพัฒน์ให้เตรียมเนื้อหมูขึ้นมาด้วย เผื่อว่าเราจะจับปลาอะไรไม่ได้เลยก็ยังมีหมูมาย่างกิน เหลาไม้ไผ่เสียบแล้วนั่งปิ้งกันในกองไฟ กลิ่นหมูย่างคละคลุ้งไปทั่ว

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

เมื่อได้เวลาจัดสำรับ เอาผักที่ได้ส่วนหนึ่งแยกไปลวกกินเป็นผักลวกไว้ด้วย อาหารมื้อนี้มีต้มปลาดุกกับผักพ่อค้าตีเมีย ผักปลาบ ต้มยำปลาเล็กจากลำธาร และหมูย่าง ก่อนแจกข้าวเหนียวคนละห่อ

พ่อพัฒน์จัดอาหารแต่ละอย่างเป็นชุดเล็กๆ แยกออกมาเพื่อให้เจ้าป่าเจ้าเขากินตามความเชื่อของชาวบ้านที่เคารพนับถือธรรมชาติ

ผักสดๆ จากธรรมชาติมันหวานดีจริง อาจเป็นเพราะถูกบรรยากาศการกินกลางป่า และความหิวหลังจากที่เดินเหนื่อยเข้ามา ทำให้อาหารง่ายๆ นั้นรสอร่อยขึ้น

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

พ่อพัฒน์บอกพวกเราก่อนกลับว่า ถ้าลูกหลานไม่รู้จักผักพวกนี้มันก็จะกลายเป็นวัชพืชหมด ใช้สารเคมีกำจัดทิ้ง แล้วในอนาคตอาหารก็จะลดเหลือน้อยลง

กิจกรรมที่เชฟตามและเชฟแบล็กมาเดินป่าก็เพื่อหาผักที่คนไม่รู้จักหรือมองข้ามไป เอากลับมาทำให้คนได้รู้จักและสนใจกว่าเดิม แม้ผักจะถูกเก็บมาในปริมาณที่ไม่มากมาย และเป็นส่วนประกอบเล็กๆ ในแต่ละจาน แต่การเล่าเรื่องให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพืช ป่า และความมั่นคงทางอาหารให้คนได้รู้ก็เป็นสิ่งที่ดี และหากเป็นไปได้ ในอนาคตก็อยากจะชวนไปเดินป่าให้เห็นของจริงด้วยกันไปเลย

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ภาพจาก @pawjaip

ทริปเดินป่าระยะสั้นเพื่อเรียนรู้ เก็บผัก จับปลาในลำธาร และทำอาหารกันในป่า

ภาพจาก @pawjaip

Writer & Photographer

จิรณรงค์ วงษ์สุนทร

Art Director และนักวาดภาพประกอบ สนใจเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหน้าเบื้องหลังของอาหารกับกาแฟ รวบรวมทั้งร้านที่คิดว่าอร่อย และความรู้เรื่องอาหารไว้ที่เพจถนัดหมี และรวมร้านกาแฟที่ชอบไปไว้ใน IG : jiranarong2

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load