24 กรกฎาคม 2562
28 K

ลำปางเคยเป็นทำเลทองของกิจการป่าไม้ เมืองที่ครั้งหนึ่งมีนายห้างค้าไม้ชาวยุโรป คหบดีชาวพม่า และพ่อค้าชาวจีน เดินขวักไขว่ราวกับคนท้องถิ่นอยู่ริมแม่น้ำวัง เส้นทางคมนาคมสายหลักที่เรือกลไฟจะพากันผลัดเทียบท่าเพื่อขนส่งไม้สัก พร้อมถ่ายเทสินค้าพ่วงวัฒนธรรมศิวิไลซ์จากดินแดนตะวันตก แล้วไม่นานนักเมืองแห่งนี้ก็เจริญขึ้น ทั้งยังมีอาคารขนมปังขิงหลังโตโอ่อ่าตั้งอยู่ท่ามกลางย่านการค้าอันรุ่งเรือง ‘ตลาดจีน’ ซึ่งเจ้าบุญวาทย์วงษ์มานิต เหล่ากงสุล รวมถึงนายทหารชั้นผู้ใหญ่จากอังกฤษ เคยมาร่วมเจรจาหารือการค้ากันที่นี่ 

ต่อมาเมื่อยุคสัมปทานป่าผ่านพ้น ลำปางก็กลายเป็นเมืองเงียบสงบอย่างที่เห็น เว้นแต่ย่านเศรษฐกิจในอดีตที่ราวปี 2548 ได้รับการฟื้นฟูให้เป็นถนนคนเดินกาดกองต้า ชุมชนแถบนี้จึงถูกปลุกขึ้นมามีชีวิตชีวาอีกหน เช่นเดียวกับอาคารขนมปังขิงเก่าแก่ที่เปิดประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามานั่งจิบชาหย่อนอารมณ์ แกล้มบรรยากาศวันวานผ่านสถาปัตยกรรมโบราณเปี่ยมมนตร์เสน่ห์

เป็นช่วงเดือนที่ผมมีงานให้ต้องเดินทางเชียงใหม่-ลำปางเป็นว่าเล่น แต่ก็โชคดีเพราะงานนี้ทำให้มีโอกาสได้พบปะแลกเปลี่ยนกับบุคคลสำคัญในแวดวงการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปางอยู่หลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์ ทายาทรุ่นที่ 4 ของอาคารหม่องโง่ยซิ่น หรือเจ้าของร้าน ‘หม่องโง่ยซิ่น’ คาเฟ่เรือนแถว 5 คูหาในย่านกาดกองต้า ซึ่งได้สละเวลาต้อนรับผมในวันหยุดร้านเพื่อแบ่งปันเรื่องราวเบื้องลึก ความหลัง พาสำรวจมุมพิเศษที่ซุกซ่อนเกร็ดประวัติศาสตร์น่าสนใจของเมืองลำปาง พร้อมแนวคิดในการต่อลมหายใจให้กับอาคารที่ได้รับยกย่องว่าเป็นอาคารขนมปังขิงริมถนนที่งดงามที่สุดในประเทศ แถมยังคว้ารางวัลสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารอนุรักษ์สถาปัตยกรรมล้านนา จากกรรมาธิการสถาปนิกล้านนา สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2550

คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์

“เดิมทีอาคารหลังนี้เป็นบ้านและสำนักงานบริษัทของ ‘หม่องโง่ยซิ่น’ คุณทวดของผม ยุคนั้นพวกบริษัทสัมปทานป่าไม้ต่างๆ มักแวะเวียนเข้ามาใช้ห้องโถงใหญ่บนชั้น 3 พูดคุยเรื่องงาน รวมทั้งรับรองเจ้าผู้ครองนครลำปาง บรรดาแขกชั้นผู้ใหญ่และกงสุล โดยคุณทวดได้สืบทอดกิจการป่าไม้ต่อจาก ‘หม่องส่วยอัตถ์’ พ่อของเขา แต่ท่านก็ไม่ได้ทำแค่ป่าไม้อย่างเดียวนะ คนส่วนมากชอบเข้าใจผิดคิดว่าคนพม่าในลำปางร่ำรวยจากการค้าไม้ ความจริงคือไม่ใช่ เกินครึ่งที่เข้ามาทำธุรกิจนี้เป็นชาวมะละแหม่งที่ค่อนข้างมีฐานะดี และบ้างก็มีเชื้อสายเจ้าอยู่ก่อนแล้วทั้งนั้น”

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

หม่องส่วยอัตถ์ก็เช่นกัน เขาเกิดในครอบครัวชนชั้นสูงและเคยเป็นถึงผู้ว่าการรัฐมะละแหม่ง ทว่ายุคที่พม่าตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของอังกฤษและความต้องการไม้สักชั้นดีอันลือเลื่องจากเมืองไทยมีเพิ่มมากขึ้นในตลาดยุโรป จึงถูกส่งให้เข้ามาควบคุมกิจการป่าไม้ในตำแหน่งเฮดแมนคนแรกของบอมเบย์เบอร์ม่า (Bombay Burma Trading Corporation, Ltd.) บริษัทสัมปทานป่าไม้รายใหญ่ของอังกฤษ

หม่องส่วยอัตถ์ข้ามพรมแดนมาโดยได้รับพระบรมราชานุญาตจากรัชกาลที่ 5 ก่อนลงหลักปักฐานบริเวณชุมชนท่ามะโอ ศูนย์กลางการค้าไม้สักริมแม่น้ำวังที่มีชาวปะโอเป็นเรี่ยวแรงสำคัญ และหลังจากทุ่มเททำงานอย่างหนักกว่า 22 ปี หน้าที่นี้ก็ถูกส่งต่อให้กับหม่องโง่ยซิ่น บุตรชายคนโตของครอบครัว 

นอกจากกิจการป่าไม้ หม่องโง่ยซิ่นยังขยับขยายลู่ทางสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ร่วมหุ้นกับชาวเชียงใหม่เปิดโรงงานไฟฟ้าพลังดีเซล ซึ่งอดีตตั้งอยู่ใกล้กับสะพานแขวนท่าน้ำสิงห์ชัย (สะพานออเรนจ์) ลำปาง สัมปทานทำรางรถไฟสถานีหัวลำโพง ตลอดจนบริจาคสร้างอาคารเรียนหลังแรกให้กับโรงเรียนลำปางกัลยาณี โรงเรียนรัฐบาลหญิงแห่งแรกประจำจังหวัดลำปาง

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

สำหรับอาคารหม่องโง่ยซิ่นนั้นสร้างขึ้นประมาณปี 2451 เป็นเรือนขนมปังขิงหลังคาทรงมะนิลา ลักษณะครึ่งปูนครึ่งไม้ ที่มีลวดลายฉลุไม้พลิ้วไหว สวยงาม ทั้งลายพันธุ์พฤกษา ลายก้านขด ลายประดิษฐ์ ลายสัตว์ รวมถึงลวดลายสัญลักษณ์สะดุดตา ‘MNZ’ อักษรย่อ ‘Moung Ngwe Zin’ และน่าสนใจยิ่งกว่าคือภายในตัวอาคารยังมีการออกแบบตกแต่งที่หาชมยาก สะท้อนทักษะฝีมือเชิงช่างและความคิดสร้างสรรค์ของสถาปนิกในศตวรรษก่อนที่ไม่ธรรมดา

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

“รูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารหลังนี้ได้รับออกแบบและควบคุมการสร้างโดยช่างหลวงจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เพราะคุณทวดต้องการทำให้ที่นี่ดูยิ่งใหญ่โอ่อ่าสมฐานะ ด้วยเหตุนี้ฝ้าเพดานของอาคารจึงใช้ฝ้าดีบุกอัดลายที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งในสมัยนั้นถือเป็นรสนิยมหรูหรา บ่งบอกถึงความมีระดับ และปัจจุบันก็มีเพียงแห่งเดียวประเทศไทย ส่วนบริเวณชั้น 2 เป็นห้องโถงกว้างใช้สำหรับรับแขกบ้านแขกเมืองหรือจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ และไม่ไกลกันก็จะมีตู้ไม้ที่ซ่อนบันไดลับขึ้นสู่ห้องพระชั้น 3 เรียก ‘ตู้ประจันฝา’ อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ บอกผมว่า เป็นตู้ที่สูงใหญ่ที่สุดเท่าที่ท่านเคยเห็นมา ซึ่งคนสมัยก่อนใช้เป็นเครื่องวัดระดับฐานะความร่ำรวย นอกจากนี้ยังมีหลุมหลบภัยลึก 3 เมตร ที่วิศวกรอังกฤษมาก่อสร้างไว้ให้เพื่อรักษาความปลอดภัยช่วงระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

อีกเรื่องหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบคือ ด้านหน้าของอาคารอยู่ทางฝั่งที่หันสู่แม่น้ำวัง เพราะเราอาศัยทำมาค้าขายผ่านเส้นทางคมนาคมทางน้ำเป็นหลัก ท่าเรือของบริษัทบอมเบย์เบอร์ม่าก็ตั้งอยู่ถัดกัน ดังนั้น ส่วนที่ทุกคนเข้าใจว่าเป็นด้านหน้าในปัจจุบันจริงๆ แล้วคือหลังอาคารที่หันประจันย่านการค้าชุมชนตลาดจีน”

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

หลังแล้วเสร็จจากการสร้างอาคาร หม่องโง่ยซิ่นได้ขอช่างหลวงสร้างวัดไชยมงคล (จองคา) วัดประจำตระกูลแห่งที่ 2 ตามธรรมเนียมความเชื่อและความศรัทธาในพุทธศาสนาของชาวพม่า

โดยอดีตพระอารามแห่งนี้เคยเปิดสอนภาษาบาลีและภาษามคธแก่ภิกษุสามเณร อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำคัญที่ได้รับการพระราชทาน ‘ตราพระครุฑพ่าห์’ ตราแผ่นดินไทยที่เริ่มใช้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งในจังหวัดลำปางปรากฏเพียง 3 แห่งเท่านั้น ได้แก่ สะพานรัษฎาภิเศก อุโมงค์ขุนตาน และวัดไชยมงคล

กระทั่งในปี 2559 ด้วยคุณค่าทางสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นและน่าชื่นชมก็ทำให้วัดไชยมงคลได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทอาคารศาสนาสถาน

ส่วนวัดประจำตระกูลสุวรรณอัตถ์แห่งแรกนั้นคือวัดศาสนโชติการาม (ป่าฝาง) ที่สร้างโดยหม่องส่วยอัตถ์ ภายในบริเวณมีจุดน่าสนใจอย่างพระอุโบสถเครื่องไม้แบบพม่าประดับลวดลายเครือเถาปูนปั้นวิจิตรบรรจง รวมถึงอนุสรณ์สถานที่ทางรัฐบาลอังกฤษให้เกียรติจัดสร้างขึ้นเพื่อแสดงความระลึกถึงเฮดแมนคนสำคัญที่รับราชการด้วยความจงรักภักดี 

กิจการป่าไม้ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อยานพาหนะ เครื่องจักร และสัตว์ลากจูง ถูกนำไปใช้ในสงครามจนหมดสิ้น เศรษฐกิจตกต่ำ และการสัมปทานป่าไม้ของบริษัทต่างชาติไม่ได้รับการต่อสัญญา ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่อาคารหม่องโง่ยซิ่นลดบทบาทจากสำนักงาน บ้านพัก บาร์ฝรั่ง สู่โกดังเก็บวัสดุก่อสร้างภายใต้การดูแลรักษาของทายาทรุ่นที่ 4 

“จริงๆ แล้วจุดเปลี่ยนของอาคารมันค่อยๆ มีมาตั้งแต่อุโมงค์ขุนตานสร้างเสร็จ ทำให้ย่านเศรษฐกิจการค้าในลำปางย้ายจากชุมชนริมน้ำไปรวมอยู่ที่ชุมชนริมทางรถไฟ คุณพ่อของผมท่านเล่าให้ฟังว่าปลายยุคนั้นตระกูลเราหันมาหยิบจับทำธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเกือบเต็มตัวและให้ฝรั่งเช่าอาคารชั้นล่างเปิดเป็นบาร์ที่โด่งดังมากในภาคเหนือ เพราะสมัยก่อนลำปางถือว่าเป็นเมืองที่เจริญมาก มีแบงก์สยามกัมมาจล กองบัญชาการตำรวจภูธร 3 และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 จนถึงขึ้นมีคำเปรียบเปรย ‘คนงามต้องลำพูน แม่บุญต้องเชียงใหม่ ทันสมัยต้องลำปาง’ 

“ผมเดินตามรอยคุณพ่อที่ขยับมาเล่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และรับช่วงดูแลอาคารต่อ ซึ่งตอนแรกก็ใช้จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง จนมาเกิดความคิดอยากฟื้นฟูอาคารเมื่อเห็นบรรดาบ้านเก่าในชุมชนกาดกองต้าทยอยรื้อและแปรสภาพเป็นร้านรวงและพื้นที่อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวแล้วรู้สึกเสียดาย และส่วนตัวเชื่อว่าคุณค่าของบ้านโบราณก็สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้ เลยเริ่มหาเวลาว่างเข้ามาปรับปรุงซ่อมแซม

“การซ่อมแซมอาคารหลังนี้ผมให้ความสำคัญกับการเก็บรายละเอียดมากกว่าต่อเติม เพื่อรักษากลิ่นอายความทรงจำในอดีตและความงามของสถาปัตยกรรมอายุร้อยกว่าปีไว้ให้มากที่สุด จนราวปี 2553 ก็ตัดสินใจเปิดเป็นคาเฟ่ บริการอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงจัดสรรมุมนิทรรศการเล็กๆ ที่บอกเล่าความเป็นมาของตัวอาคาร เรื่องราวเกี่ยวกับบ้านโบราณและประวัติศาสตร์เมืองลำปางในยุครุ่งเรืองจากการค้าไม้” 

หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง
หม่องโง่ยซิ่น อาคารขนมปังขิงริมถนนสวยที่สุดในไทยที่มีฉากหลังเป็นประวัติศาสตร์เมืองลำปาง

คุณนพรัตน์ยิ้มภาคภูมิใจก่อนส่งท้ายว่า วันนี้เขามีความสุขมากที่สามารถทำให้อาคารหม่องโง่ยซิ่นกลับมามีชีวิตชีวาอีกหน ทั้งในฐานะคาเฟ่ของนักท่องเที่ยว แหล่งทัศนศึกษาของเยาวชน สถานที่ศึกษาดูงานด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนต้อนรับแขกผู้ใหญ่ เหนืออื่นใดคือการได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยจุดประกายให้ชาวชุมชนตระหนักถึงคุณค่า ลุกขึ้นมาอนุรักษ์อาคารบ้านเรือนอันเป็นมรดกตกทอดของบรรพบุรุษและมนตร์เสน่ห์ของย่านการค้าริมน้ำ ที่กำลังกลับมาเบ่งบานพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองลำปางในยุคใหม่อีกครั้ง

คุณนพรัตน์ สุวรรณอัตถ์

หม่องโง่ยซิ่น 

คาเฟ่ในอาคารขนมปังขิงอายุ 111 ปี ตั้งอยู่บนถนนตลาดเก่า ตำบลสวนดอก อำเภอเมืองฯ จังหวัดลำปาง เปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. กรณีอยากเข้ามาเยี่ยมชมหรือศึกษาดูงาน สามารถติดต่อล่วงหน้าได้ทาง โทร 086 728 6362

Writer

Avatar

คุณากร

เป็นคนอ่านช้าที่อาศัยครูพักลักจำ จับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นคนเขียนช้า ที่อยากแบ่งปันเรื่องราวบันดาลใจให้อ่านกันช้าๆ เวลาว่างชอบวิ่งแต่ไม่ชอบแข่งขัน มีเจ้านายเป็นแมวโกญจาที่ชอบคลุกทราย นอนหงาย และกินได้ทั้งวัน

Photographer

Avatar

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

3 กุมภาพันธ์ 2566
581

ที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามผลักดัน Soft Power ที่เป็นเรื่องศิลปะ วัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว วัดวาอาราม อาหาร ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง เมืองไทยเรายังมี Soft Power ที่ดีและหลากหลาย ซึ่งน่าหยิบยกมาผลักดันและส่งเสริมกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นคือ ‘การท่องเที่ยวดูนก’

นกไม่เพียงทำหน้าที่สำคัญในห่วงโซ่อาหาร แต่พวกมันยังเป็นนักปลูกป่า นักกระจายพันธุ์พืช นักปราบแมลง ทำหน้าที่สำคัญให้กับระบบนิเวศ และพวกมันคือเพื่อนของมนุษย์ที่มีสีสันสวยงาม มีเสน่ห์ มีพฤติกรรมชวนให้เกิดความเพลิดเพลิน เป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ 

หลายประเทศรู้จักนำการดูนกมาเป็น Soft Power บริหารจัดการจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ Scoop รอบนี้จึงขอยกตัวอย่างประเทศต่าง ๆ ที่หยิบยกกิจกรรมดูนกมาเป็นวาระสำคัญ เพื่อผลักดันให้สิ่งนี้ขับเคลื่อนผู้คน สังคม และเศรษฐกิจของประเทศได้ในทางใดทางหนึ่ง 

จีน

วิธีทำให้การดูนกสร้างรายได้กว่า 120 ล้านหยวน

สาธารณรัฐประชาชนจีน บริเวณทะเลสาบโผหยาง ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ของจีนในมณฑลเจียงซี เทียบเท่ากับจังหวัดระยองของไทย เป็นที่อยู่อาศัยของนกอพยพ 500,000 – 1,000,000 ตัว รวมทั้งนกที่อาศัยอยู่กว่า 500 สายพันธุ์ ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแหล่งดูนก ซึ่งทางการจีนมองว่ากิจกรรมนี้ไม่เพียงสร้างความเพลิดเพลิน แต่เป็นการปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนกับระบบนิเวศ เกิดการจัดตั้งสมาคมอนุรักษ์ เกิดนวัตกรรมการดูนก อีกทั้งช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdingbeijing.com/education

หรืออย่างในนครเฉิงตู ตัวอย่างสำคัญที่แสดงถึงวิธีทำให้การชมนกได้รับความนิยมมากขึ้นในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นครเฉิงตูได้รับเลือกให้เป็นเมืองสาธิตด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการบริโภคเป็นกลุ่มแรกในประเทศจีน เน้นดึงดูดผู้คนด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาอย่างต่อเนื่อง จึงอุดมไปด้วยนกสวยงามนานาชนิด โดยสมาคมชมนกนครเฉิงตูเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีนกอาศัยอยู่มากถึง 511 สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศจึงเดินทางไปเยือนเพื่อชมนก ชมไม้ ชมหิ่งห้อย นอกจากนี้ ภายในสวนสาธารณะชิงหลงหู ยังมีเกาะนกที่เลี้ยงนกแบบอยู่ร่วมกับธรรมชาติ โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ในระยะไกล เพื่อไม่ให้มนุษย์เข้าไปรบกวนชีวิตของนกมากเกินไป

เมื่อการชมนกได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากจะสร้างรายได้ให้ประเทศถึง 120 ล้านหยวน การปรับปรุงระบบนิเวศวิทยายังช่วยส่งเสริมการพัฒนาเมือง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้นด้วย 

ภาพ : thaibizchina.com

สหรัฐอเมริกา

อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากกิจกรรมของคนรักนก

เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกา มีการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ส่งเสริมการดูนกจนเกิดเป็นอุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องตามมา ทั้งหนังสารคดี อุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องดูนก การบันทึกภาพนก อาชีพผู้นำดูนก ซึ่งสร้างรายได้หลายล้านบาทต่อปี

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : birdwatchingdaily.com

ญี่ปุ่น 

หมุดหมายที่คนรักนกจำนวนมากอยากไปเยือน

ญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศอันดับต้น ๆ ที่ผู้ชื่นชอบนกจำนวนมากอยากไปเยือน เพราะมีสภาพภูมิอากาศตั้งแต่แบบกึ่งเขตหนาวไปจนถึงกึ่งเขตร้อน เมื่อรวมความหลากหลายนี้เข้ากับลักษณะภูมิประเทศและฤดูกาลทั้ง 4 จึงกลายเป็นประเทศที่มีสภาพแวดล้อมที่ต้อนรับสัตว์ป่าหลากประเภทให้มาเยือนได้เป็นอย่างดี 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : Japan.travel

การดูนกที่ญี่ปุ่นที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดอาจเป็นการดูนกกระเรียนมงกุฎแดง นกที่ใคร ๆ ก็ยกให้โดดเด่นเรื่องความสง่างาม เป็นสัญลักษณ์ของความสุขและอายุยืนยาว นกชนิดนี้มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในศิลปะของญี่ปุ่นมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ดังที่พบได้บนกิโมโนของเจ้าสาว ขวดสาเก และฉากกั้นกระดาษ 

นกกระเรียนมงกุฎแดงเป็นที่รู้จักมากที่สุดจากการเต้นหาคู่ ซึ่งมีท่าทางงดงามราวกับได้รับการออกแบบท่าเต้นมา โดยพวกมันจะเต้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 

ฮอกไกโด ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดของโลกในการดูนก เนื่องจากมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรนกกระเรียนมงกุฎแดงในโลกอาศัยอยู่ที่นี่ จากความพยายามอนุรักษ์และฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกลับมาหลังจากถูกล่าจนเกือบสูญพันธุ์ จนสุดท้ายจำนวนนกในพื้นที่ชุ่มน้ำคุชิโระของฮอกไกโดเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20 ตัว เป็นกว่า 1,300 ตัว และเกิดพฤติกรรมที่เหล่านักดูนกให้ความสนใจ นั่นคือพวกมันไม่ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายห่างออกไปเพียง 150 กิโลเมตรเท่านั้นในฤดูหนาว ซึ่งเป็นปรากฏการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในนกกระเรียนมงกุฎแดง

ด้วยเหตุนี้ ฮอกไกโดจึงกลายเป็นแหล่งรวมสายพันธุ์นกครึ่งหนึ่งของประเทศ รวมถึงกลายเป็นภูมิภาคยอดนิยมสำหรับนักดูนกและนักท่องเที่ยว 

หรือนกกระสาในโทโยโอกะ เมืองชายฝั่งของญี่ปุ่น อยู่ห่างจากเกียวโตไปทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ภูมิภาคนี้ทุ่มเททรัพยากรจำนวนมากในการฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสาป่าซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้ว ตัวสุดท้ายเสียชีวิตที่นี่ในปี 1971 และในปี 1985 นกกระสาฝูงใหม่ได้ถูกนำเข้ามาจากรัสเซีย จากนั้นจำนวนประชากรนกจึงฟื้นตัวมาเป็นประมาณ 170 ตัว 

หนึ่งในวิธีที่ใช้ฟื้นฟูจำนวนประชากรนกกระสา คือการปลูกข้าวออร์แกนิกในทุ่งนา ให้ผืนดินเต็มไปด้วยสัตว์ที่เป็นอาหารของพวกมัน ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมา นอกจากจำนวนนกที่เพิ่มขึ้น ยังเกิดพืชผลที่กลายเป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม ชื่อว่า ‘โคะ โนะ โทะริ-ฮะกุคุมุ-โอะโคะเมะ’ (ข้าวนกกระสา)
ในประเทศญี่ปุ่น การดูนกถูกยกให้เป็น Soft Power และการปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของนกนั้นถือเป็นงานสำคัญ มีสถานที่ที่ได้รับการกำหนดว่าเป็นพื้นที่สำหรับนกและความหลากหลายทางชีวภาพถึง 160 แห่ง ซึ่งได้รับการระบุโดย BirdLife International ตามข้อมูลขององค์กรการกุศลนี้ ญี่ปุ่นมีนก 446 สายพันธุ์ ซึ่ง 49 สายพันธุ์ในนั้นอยู่ในสถานะถูกคุกคามทั่วโลก และ 21 สายพันธุ์เป็นนกเฉพาะถิ่น ซึ่งพื้นที่สำหรับนกเฉพาะถิ่น 3 แห่ง ได้แก่เกาะอิซุ เกาะโอกะซะวะระ และเกาะนันเซ

สิงคโปร์

การสร้าง Jurong Bird Park สวนนกที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย

แม้สิงคโปร์ที่ถึงจะมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มากนัก แต่กลับสร้างสวนนกชื่อดังอย่าง ‘Jurong Bird Park’ ด้วยความตั้งใจให้เป็นสวนนกใหญ่ที่สุดในเอเชีย มีนกกว่า 5,000 ตัว จาก 400 สายพันธุ์

บนพื้นที่ 20.2 เฮกตาร์ นับว่าเป็นสถานที่รวบรวมสัตว์ปีกแทบทุกสายพันธุ์ รวมถึงมีการแสดงที่สนุกสนาน โชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟ โดยทั้งหมดมีนกเป็นพระเอกในทุกกิจกรรม 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
ภาพ : visitsingapore.com

อาณาบริเวณกว้างขวางของ Jurong Bird Park มีส่วน Waterfall Aviary หนึ่งในกรงนกใหญ่ที่สุดในโลกที่เดินเข้าไปชมได้ ที่นี่คือบ้านของนกกว่า 600 ตัว มีน้ำตกสูง 30 เมตร และมีกรงนกโนรีแบบวอล์กอินที่ใหญ่ที่สุดในโลก สูงกว่าตึก 9 ชั้น นักท่องเที่ยวจะได้ใกล้ชิดกับนกโนรีสีสันสวยงาม 15 สายพันธุ์ และเพนกวินโคสต์อีกหลากหลายสายพันธุ์ Flamingo Lake ที่เต็มไปด้วยเจ้านกจอมวางมาดนับร้อยตัว และใกล้กันยังมี Pelican Cove รวบรวมนกกระทุงครบทุกสายพันธุ์ มีการบินโชว์ของนกอินทรี เหยี่ยวฟัลคอน เหยี่ยวฮอว์ก การแสดงใน High Flyers Show และยังมีบริการพักค้างคืนที่แคมป์ของสวนนก ซึ่งอยู่ใกล้กับที่อยู่ของนกเพนกวินและนกชนิดอื่น ๆ กิจกรรมค้างคืนนี้จัดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ หรือใครอยากแอบดูนกเกิดใหม่ก็ไปที่ Breeding & Research Centre ได้ ไฮไลต์อยู่ที่ห้องฟักไข่ ห้องอนุบาล และห้องหย่านม

ไทย

วามเป็นไปได้ที่การดูนกจะกลายเป็นอีกหนึ่ง Soft Power 

สำหรับประเทศไทย เราตั้งอยู่ในเขตตะวันออก มีลักษณะเด่นทางชีวภูมิศาสตร์หลายประการ และได้ชื่อว่าเป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งมีนกเป็นต้นทุนทางธรรมชาติที่มีคุณค่ามากมาย ประเทศไทยมีนกกว่า 986 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ รวมถึงนกจาก 2 คาบสมุทร คือคาบสมุทรอินโดจีนและคาบสมุทรมาลายู นกเหล่านี้ช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับเมืองไทยมานาน มีทั้งนกป่า นกน้ำ นกชายเลน นกทุ่ง แม้แต่นกเมือง

ทั่วทุกภูมิภาคของไทยมีแหล่งที่นักดูนกไปเยือนได้ หรือแม้แต่พื้นที่ชานเมืองกรุงเทพฯ อย่างสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ หรือ ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร ที่ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง ก็ยังพบกับนกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียว นกกระจ้อยป่าโกงกาง เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาล สถานที่ และปัจจัยอื่น ๆ 

การมาดูนกในเมืองไทยถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่นักดูนกจากทั่วโลกให้ความสนใจ เช่น การดูนกที่ดอยอินทนนท์ เทศกาลนับนกเหยี่ยวที่ชุมพร นกเงือกรวมฝูงที่เขาใหญ่ นกชายเลนปากช้อนซึ่งเหลือไม่ถึง 400 ตัวแถวนาเกลือ จ.สมุทรสาคร เป็นต้น 

ตัวอย่างสถานที่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ที่นักท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเดินทางไปดูนกได้ ได้แก่ 

การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power
การดูนก : ประสิทธิภาพ-ความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยมี จนน่าผลักดันสิ่งนี้เป็น Soft Power

ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง พื้นที่สูงที่สุด 2,565 เมตรอยู่ที่ดอยอินทนนท์ ประกอบด้วย ป่าเต็งรัง ป่าโปร่ง ป่าดิบชื้น ป่าสน ป่าดิบเขา มีแหล่งดูนก เช่น ดอยอินทนนท์ ดอยปุย-สุเทพ ดอยเชียงดาว ดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก แม่ฝาง ท่าตอน เชียงแสน ดอยม่อนจอง แม่ปิง ลุ่มน้ำปาย สาละวิน แม่เมย ดอยขุนตาล ดอยผาเมือง ดอยผาช้าง ดอยลังกา ดอยภูคา 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีที่ราบสูง พื้นที่สูงสุดที่บริเวณดงพญาเย็น สูงประมาณ 1,200 – 1,500 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบบางส่วน มีแหล่งดูนก เช่น เขาใหญ่ ปางสีดา ทับลาน ภูหลวง น้ำหนาว ภูหินร่องกล้า ภูเขียว 

ภาคตะวันออก เป็นที่ราบและภูเขาสูงอยู่ที่เขาสอยดาว สูงประมาณ 1,670 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบฝน ป่าดิบแล้งบางส่วน และป่าชายเลนริมชายฝั่งทะเล มีแหล่งดูนก เช่น เขาสอยดาว เขาอ่างฤาไน เขาเขียว บางพระ

ภาคตะวันตก มีผืนป่าที่สมบูรณ์และกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ มีเทือกเขาตะนาวศรีเป็นเส้นเขตแดนจนถึงภาคใต้ พื้นที่สูงน้อยกว่าภาคเหนือ ภูเขาสูง 1,811 เมตร ประกอบด้วย ป่าดิบแล้ง ป่าดิบ ป่าเต็งรัง ป่าไผ่ ป่าเบญจพรรณ มีแหล่งดูนก เช่น อุ้มผาง ทุ่งใหญ่นเรศวร ห้วยขาแข้ง เกริงกระเวีย ทองผาภูมิ แก่งกระจาน แม่น้ำภาชี เขาสามร้อยยอด 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้
ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ภาคใต้ ส่วนใหญ่เป็นที่ราบต่ำและภูเขา พื้นที่สูงสุด 1,835 เมตรอยู่ที่เขาหลวง ฝนตกชุกทำให้พื้นที่ประกอบไปด้วยป่าดิบฝนและป่าชายเลนริมฝั่งทะเล ปัจจุบันพื้นที่สมบูรณ์หลายแห่งถูกตัดถางเป็นสวนยางและปาล์ม มีแหล่งดูนก เช่น คลองนาคา คลองแสง-เขาสก เขาหลวง คลองพระยา เขาพนมเบญจา เขานอจู้จี้ บ้านในช่อง เขาปู่-เขาย่า เขาช่อง โตนงาช้าง ทะเลบัน บูโด-สุไหงปาดี ฮาลาบาลา เกาะลิบง ทะเลน้อย 
หรือหากไม่อยากเดินทางไกล พื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ซึ่งมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมกับกิจกรรมดูนกก็มีให้เลือกหลากหลาย 

ทั้งสถานที่ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ ส่วนใหญ่เป็นนกชายเลนและนกทะเล มีบ้างที่เป็นนกป่าโกงกาง นกที่น่าสนใจคือ นกนางนวล นกซ่อมทะเลอกแดง นกยางเขียวนกกระจ้อยป่าโกงกาง และนกนางนวลแกลบ 

ชายทะเลบ้านกาหลง จ.สมุทรสาคร กลางเดือนกันยายนจะเริ่มมีนกชายเลนทยอยย้ายถิ่นฐานมาที่นี่ นกที่พบได้แก่ นกตีนเทียน นกหัวโตทรายเล็ก นกอีก๋อยเล็ก นกทะเลขาแดงลายจุด นกชายเลนปากโค้ง นกพลิกหิน และฝูงนกนางนวลแกลบ นอกจากนี้ หาดโคลนที่นี่ยังเป็นทำเลที่พบนกหายากของโลก 3 ใน 51 ชนิดที่ขึ้นบัญชีไว้ใน Red Data Book คือ นกชายเลนปากช้อน นกทะเลเขาเขียวลายจุด และนกซ่อมทะเลอกแดง

หรือวัดไผ่ล้อม จ.ปทุมธานี เป็นแหล่งที่นกปากห่างทำรังและวางไข่ และยังพบนกกระเต็นหัวดำ นกเด้าลมดง นกเค้าจุด บางครั้งอาจพบนกกระทุงและนกกุลาได้ด้วย 

ตัวอย่างการสร้างรายได้จาก 'กิจกรรมดูนก' ของจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ อเมริกา เพื่อชี้ว่าไทยก็ชูสิ่งนี้เป็น Soft Power ได้

ในช่วง 20 – 30 ปีที่ผ่านมา คนไทยตื่นตัวและให้ความสำคัญกับเรื่องนกมากขึ้น มีการจัดกิจกรรมแข่งขันดูนกระดับโลก เพื่อชวนนักดูนกจากทั่วโลกมาเยือนเมืองไทย มีชมรมดูนกเกิดขึ้นมากมาย เกิดโครงการอนุรักษ์ ทั้งนกเงือก นกแต้วแร้วท้องดำ โครงการปล่อยนกกระเรียนคืนสู่ธรรมชาติ และยังมีข่าวการพบนกที่หาดูยาก ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณดีที่จะนำไปสู่การผลักดันให้สิ่งนี้กลายเป็น Soft Power ของประเทศ เป็นโอกาสสร้างเศรษฐกิจสีเขียว ต่อเนื่องไปถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงและกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สร้างอาชีพผู้นำดูนก มัคคุเทศก์ท้องถิ่น รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ก็อาจใช้โอกาสนี้ได้เช่นเดียวกับตัวอย่างในต่างประเทศที่กล่าวไปข้างต้น

ทั้งนี้ สิ่งที่อยากให้ตระหนักถึงกิจกรรมดูนกก็คือ นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรมที่ทำแล้วเพลิดเพลิน แต่การดูนกจะพาทุกคนออกไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม ช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสัมพันธ์และความสำคัญของสรรพชีวิต และจะเป็นการดีอย่างยิ่ง หากการดูนกในเมืองไทยซึ่งนับว่าเพียบพร้อมไม่แพ้แหล่งดูนกติดอันดับโลกอื่น ๆ ถูกหยิบยกมาเป็นยุทธศาสต์ชาติ หรือได้รับการผลักดันให้เป็น Soft Power ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างชาติได้เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอันดีงามอื่น ๆ 

ข้อมูลอ้างอิง
  • Thaibizchina.com
  • Japan.travel
  • visit Singapore.com
  • TNN News
  • จารุจินต์ นภีตะภัฏ, กานต์ เลขะกุล และวัชระ สงวนสมบัติ. คู่มือศึกษาธรรมชาติหมอบุญส่ง เลขะกุล นกเมืองไทย.

Writer

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

เกษม ตั้งทรงศักดิ์

นักกิจกรรมสังคม สิ่งแวดล้อม เขียนหนังสือเป็นงานหลังเกษียณ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load