14 กุมภาพันธ์ 2565

ฉันเกิดและเติบโตในจังหวัดมุกดาหาร ประเทศไทย ฉันเกิดมาเป็นลูกคนคนเดียวไม่มีพี่น้อง ครอบครัวที่ฉันมีอยู่เพียงคนเดียวตั้งแต่เกิดมาคือแม่ของฉันเอง พ่อกับแม่ฉันหย่าร้างตั้งแต่ฉันยังอายุไม่ถึงขวบดีนัก ตลอดเวลาที่แม่เลี้ยงดูฉันมา ฉันไม่เคยรู้สึกขาดอะไร แม่เติมเต็มทุกอย่างมาด้วยดีเสมอ

ขณะที่ฉันอายุได้ 18 ปี ฉันมีโอกาสได้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่ ฉันใช้เวลาที่นั่นอยู่ 5 ปีเห็นจะได้ เป็น 5 ปีที่ฉันห่างจากอกแม่ และมาใช้ชีวิตเพียงลำพัง พอจบจากมหาวิทยาลัย ฉันกลับบ้านมาเริ่มต้นธุรกิจเล็ก ๆ กับแม่ที่เพิ่งลาออกจากงานประจำเพราะเหนื่อยหน่าย อายุมากขึ้น และอีกเหตุผลคือฉันเรียนจบแล้ว 

ในวัย 53 ปี ถึงจะยังไม่ใช่วัยเกษียณ แต่แม่ก็แก่ตัวลงไปมาก จากที่เราไม่ได้อยู่กันมานาน สิ่งที่ฉันสังเกตได้คือมือที่เหี่ยวลง เส้นผมสีดำตอนนี้ก็หงอกขาวไปทั้งหมดแล้ว รูปร่างน้ำหนักสัดส่วนเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย ปัญหาสุขภาพก็ค่อย ๆ ตามมา แต่สิ่งที่แม่ยังมีอยู่คือเรี่ยวแรงในการทำงาน ความแกร่ง ความขยัน สติ และความจำ ยังเป็นสิ่งที่แม่ทำได้ดีเสมอมา 

   ด้วยความห่างไกลในช่วงที่ที่ฉันไปเรียนต่อ ทำให้ความใกล้ชิดของเราเปลี่ยนไปด้วย ฉันและแม่เราต่างเติบโตขึ้นในทุกวัน การกลับมาของฉันจึงต้องเรียนรู้และเริ่มต้นใหม่กันอีกครั้ง ฉันคอยบันทึกภาพ สำรวจกิจวัตรประจำวันของแม่เรื่อย ๆ คอยสังเกตสิ่งรอบตัวและความเปลี่ยงแปลง เพราะอยากทำความเข้าใจและให้ความใส่ใจกันมากขึ้น ในวันที่แม่แก่ตัวลง ฉันอดคิดไม่ได้ว่าวันใดวันหนึ่งเรื่องที่ไม่คาดฝันคงเกิดขึ้น ฉันอยากทำเต็มที่เพื่อเก็บเกี่ยวช่วงเวลาและความทรงจำกับแม่ให้ได้มากที่สุด ในวันที่เรายังมีเวลาได้ใช้ร่วมกัน

Writer & Photographer

ปรียา เลิศสงคราม

มนุษย์ไบโพลาร์ รักการชงกาแฟ เล่นกับแมว แล้วนอนก่อนเที่ยงคืน

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ผมเฝ้ามองและหลงรักการถ่ายภาพหน้าต่าง

นอกจากหน้าต่างอาคารจะทำหน้าที่สำคัญ เปิดรับแสง สร้างความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมแล้ว สำหรับผม หน้าต่างคือดวงตาที่สวยงาม

ถ้าอาคารมีชีวิต มันก็คงใช้หน้าต่างนี่แหละมั้งในการเฝ้ามองสิ่งต่าง ๆ รายรอบ ผมผู้พกกล้องถ่ายรูปเก่าเก็บอายุสิบกว่าปีติดตัวตลอดเวลา ราวกับมันเป็นสมาร์ทโฟน ไม่เคยอดใจขับรถผ่านไปเฉย ๆ ได้เลย หากผมเจอดวงตาคู่ หรือเดี่ยว หรือหมู่ ของอาคารต่าง ๆ 

หน้าต่างที่สะกดผมไม่จำเป็นต้องสวยงามหยดหยาด รุ่มรวยประดับทองหรือเกล็ดกระจก ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าต่างบานดังที่ใคร ๆ ต่างก็ไปเช็กอิน ผมชอบหน้าต่างบ้าน ๆ ของบ้านจริง ๆ ที่มีคนอาศัยอยู่ หน้าต่างเรียบ ๆ ที่เจ้าของบ้านเปิดรับอากาศอุ่นตอนตรู่ หน้าต่างบ้านที่ตากผ้าเช็ดครัว หน้าต่างเรียบ ๆ ที่แฝงเส้นสายและทรงกราฟิก หน้าต่างที่พอดูก็จะสัมผัสได้เลยว่าไม่เคยถูกเปิดมาเนิ่นนาน เจ้าของบ้านคงกลัวฝุ่น 

แล้วถ้าหน้าต่างเปรียบเสมือนดวงตาอย่างผมว่า มันจะหลับตาปุ๋ยแบบนี้อยู่ตลอดเลยหรือ จะว่าไป หลับแบบนี้ก็น่ารักดีของมัน ผมไม่ขอให้เปลี่ยนแปลงอะไรหรอก อ้อ หน้าต่างห้องครัวหรือร้านอาหาร ผมก็ชอบนะ 

น่าแปลกที่หลายอาคารที่มีคนพลุกพล่านและวุ่นวายอยู่ภายใน พอถ่ายภาพหน้าต่างออกมาแล้ว กลับพบว่ามันสงบและเหงาอย่างประหลาด ราวกับเป็นดวงตาที่เรียบนิ่ง เฝ้ามองพวกเราเดินไปมา ใช้ชีวิตตามหาสิ่งหลงใหลอย่างคุ้นชินไม่ยินดียินร้าย มันเข้าใจความเป็นไปของโลก

แต่บางครั้งผมก็รู้สึกว่าหน้าต่างพวกนั้นขยิบตาและมองผมที่กำลังถือกล้องตัวโต พยายามโฟกัสพวกมันอยู่อย่างคนคุ้นเคย แม้ว่าเราจะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก พิลึกจริง

Writer & Photographer

ก้องเกียรติ สำอางศรี

เภสัชกร ถ่ายภาพทุกวัน ชาร์จแบตกล้องถ่ายรูปทุกคืน พกกล้องไปด้วยทุกที่ ชอบกาแฟและการทำอาหารเช้าทานเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load