เทศกาลแห่งปีที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! ในรูปแบบใหม่ที่เจ๋งแจ๋วไม่แพ้ Wonderfruit

หมู่บ้านวันเดอร์ – MooBaan Wonder เป็นเหมือนการเกิดใหม่ของ Wonderfruit เป็นพื้นที่ที่เชื่อมคนด้วยศิลปะและวัฒนธรรม เปิดโอกาสให้ Thai Talents มาฉายแวว สิ่งที่น่าสนใจคือดนตรีและความบันเทิงที่มาจากศิลปินท้องถิ่น อย่าง Tiffany’s Show ตัวแทนแดนพัทยาที่มาโชว์ความสามารถกันสุดเหวี่ยง ไหนจะศิลปินหมอลำถิ่นอีสาน ฯลฯ 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

สิ่งที่ Moobaan Wonder และ Wonderfruit พูดถึงเสมอคือความยั่งยืน เราเห็นสิ่งนั้นผ่านอาหาร เวิร์กช็อป ดนตรี ศิลปะ และร้านรวงจากพ่อค้าแม่ขายที่มีความคิดรักษ์สิ่งเดียวกัน แม้กระทั่งดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

การเชิญชวนให้พกภาชนะใช้ซ้ำเข้างานและจุดแยกขยะรอบงานเป็นหนึ่งความน่ารักดีที่เรายกนิ้วโป้งชื่นชม จุดเริ่มต้นง่ายมากแล้วก็สนุกด้วย แถมแยกละเอียดถึง 7 ประเภท เพื่อเป้าหมาย Zero Landfill ไร้ขยะที่หลุมฝังกลบ

ร่อนการ์ดชวนครอบครัว ชวนเพื่อน ชวนคนรัก หรือจะฉายเดี่ยวไปฉลองให้กับตัวเอง แล้วกดจองตั๋วเข้างานตามชอบ จะวันเดียว 3 วัน หรือเหมาทั้งเทศกาล ถ้าพร้อมก็สตาร์ทรถพุ่งตัวไป Moobaan Wonder ณ บัดนาว

1

Mae Oui Ama by Samrub for Thai

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

เปิดประตูหมู่บ้านด้วยสถาปัตยกรรมไม้ไผ่สานขนาดยักษ์ที่โครงสร้างอ่อนช้อยพริ้วไหวรับกับสายน้ำ

บริเวณด้านหน้าต้อนรับเราด้วยบาร์ตรงกลางที่มีทั้งคาเฟ่และอาหาร แต่ทีเด็ดอยู่ตรง สำรับสำหรับไทย ที่เกิดการโคจรมาเจอกันระหว่าง สูตรอาหารแม่อุ๊ย ของ เชฟปริญญ์ ผลสุข และ สูตรอาหารอาม่า ของ มิ้น-ธัญญพร จารุกิตติคุณ ที่ผสานรวมวัฒนธรรมอาหารจากภาคเหนือและจีนแต้จิ๋วเข้าด้วยกัน มีไอศกรีมเย็นชื่นใจด้วยนะ 

คืนนั้นเราลองข้าวซอยเนื้อวากิวออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเมนูมรดกที่เชฟปริญญ์ได้รับจากคุณยาย ส่วนข้าวแกงกะหรี่เนื้อที่เครื่องแกงมาจากสูตรลับของครอบครัวมิ้น รสชาติความเข้มข้นของน้ำแกงกะหรี่ที่ตุ๋นอยู่ในหม้อตรงหน้ายังละมุนในปาก แถมเนื้อก็นุ้มนุ่มเกือบจะละลาย สองเมนูเด็ดเปิดลิ้นและเติมพลังให้เราสนุกกับ Moobaan Wonder ได้อย่างดี

ใครอยากลองลิ้มชิมความอร่อยของอาหารสูตรคุณยาย เชิญฝากท้องได้ตลอดทั้งคืน

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

2

Ceremony Chocolate

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

Ceremony Chocolate คาเฟ่ใน Studio Lam ของ เบน-สรวรรธน์ สุวิพร ยกขบวนเฉพาะกิจขนเครื่องดื่ม ช็อกโกแลตและไอศกรีมมาเติมความหอมหวลให้กับ Moobaan Wonder แถมยังได้ฝึกสมาธิกับถาดสวนเซนจำลอง

ค่ำนั้นเราได้ลิ้ม BONBON รสวิสกี้ กล้วยและดาร์ก ช็อกโกแลต ทรัฟเฟิล พร้อมกับไอศกรีมช็อกโกแลต ซอเบรย์ เนื้อแน่น ปิดท้ายด้วยช็อกโกแลตเย็นละมุนลิ้นจากแหล่งปลูกจันทบุรีและนมวัวออร์แกนิกจากฟาร์มลพบุรี

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

โกโก้ของที่นี่มาจากแหล่งปลูกในประเทศไทย จันทบุรี ชัยภูมิ และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทำงานกับชาวสวนทุกกระบวนการ ความน่าทึ่งอยู่ตรงที่โกโก้จาก 3 แหล่งปลูกเป็นพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติที่ได้กลับต่างกันโดยสิ้นเชิง Ceremony Chocolate เลยเป็นพื้นที่โชว์เคสความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยาการในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย 

3

VOLKS

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

กลิ่นห้อมหอมของเบเกิ้ลในเตาอบช่างเย้ายวนให้เราอยากทำความรู้จัก VOLKS กิจการรุ่นจิ๋วของสองพี่น้องที่จบหมาดจากต่างประเทศ แล้วดันเจอพิษโรคระบาดเลยชวนกันเปิดร้านเบเกิ้ลสไตล์นิวยอร์กที่ย่านอารีย์และสุขุมวิท

ความดีงามของ VOLKS คือคุณเลือกหน้าเบเกิ้ลที่ชอบคู่กับรสชาติที่อยากชิมได้ ซึ่งเบเกิ้ลโฮมเมดเป็นฝีมือของสองศรีพี่น้อง มีให้เลือก 12 แบบ รวมคาวและหวาน เราลังเลอยู่นานจนตัดใจจับคู่เบเกิ้ลหน้าทุกอย่างกับ Smoked Salmon and Capers ไม่นานเกินรอเสียงเตาอบก็ร้องเตือนให้เราใจจดใจจ่อรอเมนูเสิร์ฟร้อนด้านหน้า 

เรากัดหมับเข้าคำแรก ตัวเบเกิ้ลกรอบนอกนุ่มในเข้ากันกับแซลมอนรมควันชิ้นพอดีคำ ความอร่อยพาลให้เรานึกดีใจที่ Moobaan Wonder เปิดพื้นที่และสนับสนุนกิจการรุ่นใหม่ เอาล่ะ ต่อให้กินอีกสองสามชิ้นก็ยังไหว! 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

4

Thinniyom

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ชวนคนต่างถิ่นแวะ ถิ่นนิยม ตลาดอาหารท้องถิ่นที่มายึดครอง Theatre of Feast โดยมี มน-จิราวรรณ คำซาว นักวิจัยสาวจากเชียงดาวที่ผันตัวมาเป็น Smart Famer คอยเป็นเจ้าบ้านที่หยิบวัตถุดิบจากเกษตรกรมาตีความใหม่ ผ่านร้านรวงจากชุมชนและเมนูอาหารพื้นบ้านจาก 4 ภาคของประเทศไทย งานนี้บอกเลยว่า ลำ แซ่บ และหรอยแน่นอน

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่
8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

อย่าง 2 สัปดาห์แรกของเทศกาลเป็นตัวแทนอาหารจากภาคกลาง ขอแนะนำให้รู้จัก ไก่กะลา เมนูท้องถิ่นของคนชุมชนตะเคียนเตี้ย ตำบลห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี ที่มีพระเอกเป็นเนื้อมะพร้าวอ่อนบริเวณก้นกะลา จับมาผัดกับเครื่องแกงรสจัดจ้านที่ตำเอง ใส่เนื้อไก่ชิ้นพอดีคำ ผัดจนหอมใส่ใบกะเพราเพิ่มความเผ็ดร้อน คุณป้าแม่ครัวกระซิบว่าต้องผัดให้มีน้ำหน่อย เอาไปคลุกกินข้าวสวยร้อนๆ อร่อยเกินบรรยาย ส่วนเนื้อมะพร้าวก็กรอบกรึบมีรสเผ็ดให้สะดุ้งลิ้น

อาหารท้องถิ่นจะหมุนเวียนมาให้ชิมทุกสัปดาห์ อย่างสัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลเป็นอาหารอีสาน สัปดาห์ถัดไปเป็นอาหารเหนือ และสัปดาห์สุดท้ายเป็นอาหารใต้ นี่แหละคือความยั่งยืนจากท้องถิ่นที่กินได้และอร่อยมากด้วย

5

Sonic Elements by MSCTY Studio and Wonderfruit

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

จุดเด่นของ Wonderfruit และ Moobaan Wonder ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ ศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ถูกซ่อนอยู่ในทุกพื้นที่ ความเจ๋งที่กำลังจะเล่าสู่กันฟังคือศิลปะติดตั้ง 4 ชิ้นที่ถูกวางกระจายรอบหมู่บ้าน ว่าด้วยเสียงกับงานศิลปะ และการทำงานร่วมกันระหว่างศิลปินไทยกับศิลปินระดับโลก ซึ่งทำงานข้ามทวีปกันผ่านช่องทางออนไลน์ แค่นี้ก็มันแล้ว

เปิดม่านให้กับ Sonic Elements by MSCTY Studio and Wonderfruit ที่เล่าเรื่องผ่าน 4 ธาตุ โลก โลหะ น้ำ และอากาศ ด้วยเหตุผลว่า สถานการณ์โลกที่ไม่สู้ดีทำให้คนขาดการเชื่อมต่อกัน แต่ Moobaan Wonder เชื่อว่าสิ่งที่จะเชื่อมคนเข้าหากันคือธาตุธรรมชาติ ซึ่งการทำงานของโปรเจกต์เป็นการจับคู่กันระหว่างศิลปินที่ทำโครงสร้างและบันทึกเสียง

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

อย่างงาน Embrace ธาตุโลก เป็นการทำชิ้นงานไม้ระหว่าง ภาคภูมิ ยุทธนานุกร และการบันทึกเสียงของ ศิรษา บุญมา ผู้ก่อตั้ง Hear & Found, งาน Aeropendulum ธาตุอากาศ ที่อัดเสียงรอบตัวจากทั่วโลก, งาน Sonic Path ธาตุโลหะ ที่ ปิ่น-ศรุตา เกียรติภาคภูมิ ทำงานกับ Kate Carr และงาน Rueng Loy (เรืองลอย) ธาตุน้ำ ที่มีเสียงกระแสน้ำรอบเกาะการาปากอสของ Sonic Elements participants เชื่อมกันกับแสงสีจาก Eyedropper Fill 

ไม่ว่าจะใกล้จะไกลเราล้วนเป็นคนของโลกทั้งนั้น ท้ายที่สุดธรรมชาติก็เชื่อมเราเข้าด้วยกัน

6

Benja Natural 

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

เดินมากลางหมู่บ้านเราเจอ TASTE OF WONDER ตลาดชุมชนขนาดจิ๋วที่รวมพ่อค้าแม่ขายท้องถิ่นไทย เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่และเจ้าของกิจการแสดงแนวคิด Sustainable ผ่านไลฟ์สไตล์และแฟชั่น

เราภูมิใจเสนอ Benja Natural แบรนด์ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากอุทัยธานี ของ พนม เชิดโฉม หนุ่มอำเภอลานสักที่ปลูกต้นไม้เพื่อใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ พนมคือคนเจ๋งคนหนึ่งแห่งวงการคราฟต์ สีย้อมของเขาไม่ธรรมดา โดยเฉพาะสีแดงจากแก่นแฝงที่เป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากป่า ภูเขา และดวงอาทิตย์

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

พนมบอกว่าเขาทดลองสร้างสีกว่า 26 สี จากใบ ดอก ผล ต้น และราก สิ่งที่เขากำลังทำให้คนอุทัยฯ และคนต่างถิ่นเห็น มันมากกว่าความสวยงามที่แสดงออกผ่านสีและลาย แต่คือการกลับมาเห็นคุณค่าของธรรมชาติต่างหาก

ความแสบซ่าของเพื่อนพ้องในชุมชน TASTE OF WONDER ยังแวะเวียนมาให้ทำความรู้จักถึงเดือนมกราคม มี WISHULADA ดีไซเนอร์ที่หยิบของเก่ามาเปลี่ยนเป็นของใหม่ และการ Collaboration กัน ระหว่าง Heartist x Saran Yen Panya กระซิบว่าเราแอบเห็นงานแล้ว เดาไม่ออกว่าจะเป็นอะไร แต่เรารับรองว่าสนุกแน่ ไม่ควรพลาด!

7

Natural Watercolor Making by Untitled

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ถัดจากหมู่บ้าน TASTE OF WONDER มานิด แวะเยือน Camp Edible ทำเวิร์กช็อปจากธรรมชาติรอบตัวกับ Untitled เราเลือกทำสีน้ำจากกลีบกุหลาบ ซึ่งวัสดุให้สีล้วนมาจากหิน ดิน ดอกไม้ที่อยู่ในพื้นที่ Moobaan Wonderใเพียงแค่เอามาตำ บดซ้ำไปซ้ำมา เติมตัวเพิ่มความหนึบหนับของสี บดให้เป็นเนื้อเนียนเข้ากันแล้วใช้เกรียงปาดสีใส่กระปุก พร้อมใช้งาน!

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

สีน้ำจากธรรมชาตินอกจากจะเพนต์ลงกระดาษได้แล้ว ยังแต้มสีเติมความสดใสให้สองแก้มได้ด้วยนะ ส่วนสัปดาห์ที่ 3 ของเทศกาลมีเวิร์กช็อปทำกระดาษจาก Poo Poo! ช้าง และออกแบบโปสการ์ดใบพิเศษกับเขตรักษาพันธุ์ช้าง (พัทยา) ความสนุกของ Camp Edible คือกิจกรรมสร้างสรรค์ที่สอดแทรกวัฒนธรรมท้องถิ่นไว้อย่างน่ารัก

บ้านไหนพาเด็กๆ มาด้วย เตรียมจดสารพัดเวิร์กช็อปลงลิสต์กิจกรรมครอบครัวโดยด่วน 🙂

8

Tiffany’s Show Pattaya

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

ปังปุริเย่! จะมีโอกาสไหนที่เราจะได้ดู Tiffany’s Show ชิดติดขอบเวทีได้เท่า Moobaan Wonder เรามั่นใจว่าเพื่อนบ้านที่เดินเล่นในงานเมื่อได้ยินเสียงดนตรีดังกระหึ่มต้องมายืนรวมพลรอดูโชว์สุดตระการตาที่จะทำให้ตาลุกวาว

ไม่นานหลังจากไฟดับลง แสง สี เสียงก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเหล่าทิฟฟานี่ พวกเธอสวมเดรสสั้นปักเลื่อมที่ล้อกับดวงไฟส่องแสงวิบวับและริมฝีปากที่ขยับตามจังหวะเพลงอย่างแม่นยำ สะกดเราเหมือนต้องมนตร์

8 จุดต้องแวะในหมู่บ้านวันเดอร์ เทศกาลแสบซ่าท้ายปีบนพื้นที่สีเขียว 100 ไร่

การเกิดขึ้นของ Tiffany’s Show เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่บอกตัวตนของเมืองพัทยา และเป็นการดึงความสามารถของคนท้องถิ่นออกมาอย่างเฉิดฉาย สำหรับเรา พื้นที่เวทีด้านหน้าและคนดูหลักร้อยกำลังทำหน้าที่เติมฟืนไฟและความชุ่มฉ่ำหัวใจให้กับบรรดาทิฟฟานี่หลายสิบชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดพันธุ์ใหม่

เราเชื่อว่าคุณสนุกจะจนลุกขึ้นแดนซ์และการแสดงที่เปี่ยมพลังของพวกเธอจะทำให้ค่ำคืนนั้น Perfect

Moobaan Wonder by Wonderfruit

สัปดาห์ที่ 3 จัดขึ้นวันที่ 25 – 27 ธันวาคม 2563

สัปดาห์ที่ 4 จัดขึ้นวันที่ 8 – 10 มกราคม 2564

สัปดาห์ที่ 5 จัดขึ้นวันที่ 15 – 17 มกราคม 2564

บัตรรายวันราคา 690 บาท และ บัตรสุดสัปดาห์ราคา 2,190 บาท

สำรองบัตรได้ที่ wonderfru.it/moobaanticket

รายละเอียดเพิ่มเติม https://wonderfruit.co

สถานที่ Siam Country Club Pattaya ตำบลโป่ง อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี 20150

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

วนมาถึงอีกปีกับงานเทศกาลที่คนกาแฟรอคอยอย่าง Thailand Coffee Fest 2022 มหกรรมประจำปีที่จะชวนคุณมาเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับกาแฟไทย

Thailand Coffee Fest อีเวนต์ใหญ่ที่ The Cloud จับมือกับสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘The Future : ออกแบบอนาคตกาแฟไทย’ กับแนวคิดที่จะชวนคนกาแฟทั้งไทยและเทศ มาร่วมออกแบบทิศทางเพื่อก้าวสู่อนาคตหลังโรคระบาดไปด้วยกัน ในปีนี้ขอชวนคุณมาเดินชม ชิม ช้อป ในโซนต่าง ๆ ให้จุใจ เพราะภายในงานไม่ได้มีเพียงกาแฟให้ดื่ม แต่ยังเต็มไปด้วยเวิร์กชอปน่าสนใจ และสินค้าหลากหลายที่เป็นผลผลิตจากกาแฟ

01
Coffee People by SCATH

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

โซนกิจกรรมของคนรักกาแฟ ชวนคุณมาลิ้มลองรสชาติของ 30 สุดยอดเมล็ดกาแฟไทยที่ชนะการประกวดในปีนี้ ซึ่งเป็นผลผลิตโดยเกษตรกรไทยที่มุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาคุณภาพกาแฟไทยออกสู่สายตาคนทั่วโลก งานนี้คัดเลือกสุดยอดเมล็ดกาแฟไทยที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการยกระดับมาตรฐานกาแฟในอนาคตให้ทุกคนได้มาลิ้มลองกัน

ภายในโซนยังมีบูทของเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมาร่วมนำเสนอผลผลิตของตนเอง ตลอดจนเมล็ดฝีมือการปลูกและการพัฒนาของเกษตรกรไทยทั่วประเทศที่นำมาให้ได้ชมและชิม รวมไปถึงการประกวด ‘World Es Yenn Championship’ ที่จะพาไปพบกับเทคนิคการชงเอสเย็น และส่วนผสมพิเศษที่ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนพกมาประชันกันในงาน เชิญทุกคนมาลิ้มลองรสชาติกาแฟเอสเปรสโซใส่น้ำแข็ง เมนูเอกลักษณ์สไตล์ไทย

02
SC Coffee House by SC Asset

หนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมา กลับมาพร้อมกิจกรรมสุดพิเศษอย่าง Design Your Own Coffee ให้คุณค้นหากาแฟที่ชอบและออกแบบกาแฟที่เหมาะกับตัวเองได้ผ่านเสียง สี และกลิ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ที่สอดคล้องกับชื่อโซน Coffee House อย่าง ‘House of You บ้านเพื่อวันพรุ่งนี้’ เพราะกาแฟที่ดีที่สุด คือกาแฟได้ดื่มในที่ที่สบายใจและเป็นตัวคุณเอง

ภายในโซนนี้หากใครเข้าไปลองเล่นกันแล้ว อย่าลืมมาแลกรับซองกาแฟที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 8 ชนิด และเพิ่มความพิเศษได้ด้วยการเขียนชื่อตัวเองลงบนซองกาแฟ

03
Your Cup of Future by TrueCoffee

มาลองชิมกาแฟดริปฝีมือ ‘น้องปุยฝ้าย’ Robot Barista จาก TrueCoffee นำเมล็ดกาแฟที่ผ่านการปลูกภายใต้ผืนป่าจากการฟื้นฟูเขาหัวโล้น มาดริปเสิร์ฟให้ได้ชิมกันสด ๆ พร้อมทำความเข้าใจแนวคิดการนำกาแฟมาเป็นตัวกลางฟื้นฟูพื้นที่ป่า ผ่านนิทรรศการ Reforested Coffee

และที่พลาดไม่ได้ในโซนนี้ คือกิจกรรมชิมกาแฟ ที่เราเชิญแชมป์คั่วกาแฟคนล่าสุดอย่าง ประยุทธ์ ธนสิทธิพันธ์ มาสกัดเมล็ดกาแฟบ้านสบขุ่น จ.น่าน ให้ได้ชิมรสชาติหลากหลายของกาแฟ เพื่อให้คุณรู้จักรสชาติของกาแฟลึกซึ้งกว่าเดิม

04
Proud of Thai Coffee by นมข้นหวานตรามะลิ

ในปีนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนคุ้นเคยอย่างนมข้นหวานตรามะลิ มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ ‘Proud of Thai Coffee’ เสิร์ฟเมนูสัญชาติไทยในรูปแบบหลากหลายให้ทุกคนได้ชิม

โซนนี้เป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ให้ทุกคนมานั่งพัก นอกจากกาแฟสัญชาติไทยอย่างเอสเย็น ยังมีเมนูสไตล์ไทยอื่น ๆ ที่น่าสนใจให้ลิ้มลอง รวมไปถึงขนมจากร้าน Blanc Patisserie ไว้กินคู่กับเครื่องดื่มอีกด้วย 

05
Coffee Zero Waste

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

พามาเดินกันต่อที่โซนรักษ์โลก Coffee Zero Waste พาทุกคนไปรู้จักนวัตกรรมการกำจัดขยะที่เกิดจากกิจการกาแฟ ผู้จัดอย่าง Less Plastic Thailand, Earthology Studio, plaplus, CHULA Zero Waste, the geen, Greenery, Gracz, CirPlas, V Kan Green, ECOLIFE, TrueCoffee, SAME THANG และ LAMUNLAMAI มาร่วมกันแชร์ไอเดียกำจัดขยะผ่านนิทรรศการและกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ

ตรงกลางโซน Coffee Zero Waste มี ‘กระบะกากกาแฟ’ เชิญชวนทุกคนที่มางานนำกากกาแฟกลับไปใช้ประโยชน์ หากใครยังไม่รู้ว่าจะนำกลับไปทำอะไรดี โซนนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับการกำจัดกากกาแฟรูปแบบใหม่ ๆ สร้างสรรค์ด้วย

ภายในโซนนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องการกำจัดขยะเพียงอย่างเดียว หากใครสนใจงานคราฟต์ก็เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปอื่น ๆ ได้เช่นกัน ซึ่งมีทั้งกิจกรรมปั้นแก้วเซรามิกจากกากกาแฟ และกิจกรรมนำซองกาแฟเปล่ามาแลกเป็นกระเป๋า Upcycling ด้วย

06
Coffee or Tree by Little Tree

หากใครเดินเที่ยวเหนื่อย ๆ ภายในงาน Thailand Coffee Fest ปีนี้มีมุมให้คุณพักผ่อนหย่อนใจไปกับโซนสีเขียวอย่างโซน Coffee or Tree ของคุณวิทย์ ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง นักจัดสวนและจากจังหวัดนครปฐมที่ยกเอาคาเฟ่ต้นไม้มาไว้ในงาน

นอกจากกาแฟและขนม ร้าน Little Tree Garden ยังพกพาต้นไม้ที่เหมาะสำหรับร้านกาแฟมาไว้ให้เลือกซื้อกลับไปด้วย งานนี้เจ้าของธุรกิจหรือคนรักต้นไม้ที่สนใจอยากให้พื้นที่ของตัวเองเต็มไปด้วยสีเขียว ก็มาเลือกดูหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดสวนอย่างพี่วิทย์กันได้

หากทานขนมช้อปต้นไม้ยังไม่จุใจ ภายในโซนนี้ยังมีของที่ระลึกให้เลือกช้อปกันจาก The Cloud มีทั้งแก้วกาแฟ สติกเกอร์ และเสื้อยืด นอกจากนี้ยังมีตู้ Vending Machine ตั้งไว้อำนวยความสะดวกสบายอยู่ภายในโซนและบริเวณรอบ ๆ งานอีกด้วย

07
Coffee Around the World by TCEB

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

มาสัมผัสวัฒนธรรมกาแฟจากทั่วโลก ปีนี้ Thailand Coffee Fest เปิดบ้านต้อนรับคนกาแฟจาก 3 สัญชาติ ทั้งฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อิตาลี และเจ้าภาพอย่างสหายกาแฟ Friends trade มาล้อมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการปลูก การชง และการดื่มกาแฟในแบบฉบับของชาติตัวเอง

นอกจากนี้ สหายกาแฟยังชวนทุกคนมาร่วมรู้จักและสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มกาแฟสไตล์ไทยอย่าง ‘Es Yenn’ หากอยากทำความรู้จักกับกาแฟทั่วโลกมากกว่าเดิม ภายในโซนนี้มีการจัดสัมมนากาแฟทุกวัน

THU 14 JUL 22 (15.30 – 17.00 น.)

Sit Around 01 : Philippines Day

ร่วมลิ้มลองรสชาติกาแฟสัญชาติฟิลิปปินส์ ฟังวิธีการปลูกและข้อดีข้อเสียของการปลูกในสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของฟิลิปปินส์

FRI 15 JUL 22 (16.30 – 18.00 น.)

Sit Around 02 : Indonesia Day

วันกาแฟสัญชาติอินโดนีเซีย ชวนทุกคนมาร่วมชิมกาแฟสายพันธุ์อินโดที่นำเข้ามาปลูกในประเทศไทยอย่าง Java และ Sunda Geisha ตลอดจนร่วมพูดคุยเรื่องทิศทางกาแฟพิเศษในอินโดนีเซีย

SAT 16 JUL 22 (15.00 – 16.30 น.)

Sit Around 03 : Italy Day

กาแฟสัญชาติอิตาลี ต้นตำรับกาแฟเอสเปรสโซ วันนี้มีกิจกรรมดื่มเอสเย็น กาแฟสัญชาติไทย แต่ใช้เมล็ดจากอิตาลีที่ชงโดยเจ้าภาพอย่างสหายกาแฟ Friends trade

และวันสุดท้าย SUN 17 JUL 22 (14.30 – 13.00 น.)

Sit Around 04 : All-country Day

เชิญทุกชาติมาทำความรู้จักกับสุดยอดกาแฟไทย และพูดคุยถึงที่มาที่ไปของกาแฟแต่ละประเทศ

08
Coffee X NFT Arts

ลายแทง Thailand Coffee Fest 2022 สนุกกับการเดินดูอนาคตกาแฟไทย

โซนอาร์ตท่ามกลางงานกาแฟที่คนรักงานศิลปะห้ามพลาด เพราะในปีนี้ไม่ได้มีเพียงการดื่มด่ำรสชาติกาแฟ แต่ยังมีการดื่มด่ำกับสุนทรียภาพที่รอให้ทุกคนมาลอง และนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้สภาลมหายใจภาคเหนือ เพื่อแก้ไขปัญหา PM 2.5 ในภาคเหนือ และสมาคมกาแฟพิเศษไทย เพื่อพัฒนาวงการกาแฟไทยต่อไป

ในปีนี้ Thailand Coffee Fest ได้ส่งสุดยอดเมล็ดกาแฟไปให้ศิลปินได้รังสรรค์งานศิลปะจากกาแฟขึ้น และจัดทำเป็นภาพศิลปะแบบดิจิทัลหรือ NFT ซึ่งจะจัดจำหน่ายภายในงานตั้งแต่วันแรก โดยซื้อได้ทั้งในโซนหน้างานและทาง NFT

แอบกระซิบว่า การซื้องานศิลปะในงานนี้พิเศษตรงที่ นอกจากผู้ซื้อจะได้ผลงานในรูปแบบ NFT แล้ว ยังได้ภาพศิลปะบนผ้าใบและเสื้อรีไซเคิลจากเส้นใยกาแฟ รวมไปถึงได้เมล็ดกาแฟจากสุดยอดกาแฟไทย พร้อมผลงานบนหน้าซองกลับไปอีกด้วย

Writer

ชัชชญา แสงสาคร

นักเขียนที่ชอบเที่ยวเชียงใหม่และรักแมวส้มเป็นชีวิตจิตใจ

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load