ชา คือเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองของโลก (ส่วนอันดับหนึ่ง แน่นอน น้ำเปล่า)

ในหลายประเทศ ชาคือเครื่องดื่มหลักที่สะท้อนประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และวิถีชีวิต อันชัดเจนในแต่ละพื้นที่ อีกทั้งไม่ว่ากระแสอาหารและเครื่องดื่มจะเปลี่ยนแปลงมากมายเพียงใด ชายังเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเสมอมา

น่าเสียดายที่ประเทศไทยไม่นิยมดื่มชากันเป็นวงกว้าง (ซึ่งในกรณีนี้เราไม่นับชานมไข่มุกนะ) ทั้งๆ ที่ประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกชาที่มีการซื้อขายกันอย่างมาก ซึ่งสังเกตได้จากกิจการร้านชาจำนวนมากที่เปิดอยู่ใกล้ๆ ตัว และยังได้รับความนิยมมากเสียด้วย

Monsoon Tea แบรนด์ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย
Monsoon Tea แบรนด์ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

Monsoon Tea เข้าข่ายร้านที่ว่า ที่นี่คือ ร้านค้าที่ผลิตและขายผลิตภัณฑ์ชาในจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี 2555 ปัจจุบันมี 2 สาขาในจังหวัดเชียงใหม่ คือสาขาหลักบนถนนรัตนโกสินทร์ และโครงการ One Nimman รวมถึงสาขาในกรุงเทพมหานครที่ฟังดูอาจเหมือนร้านชาทั่วๆ ไป แต่ความพิเศษจนกลายเป็นเอกลักษณ์เด่นของ Monsoon Tea คือชาที่ผลิตจากใบเมี่ยงเป็นหลัก ทำให้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างโดดเด่นกว่าชาประเภทอื่นๆ

Monsoon Tea แบรนด์ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย
Monsoon Tea แบรนด์ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

The Cloud มีนัดพิเศษกับ Mr.Kenneth Rimdahl ชายหนุ่มชาวสวีเดนผู้ดำรงตำแหน่ง Founder และ CEO ของ Monsoon Tea ที่สาขาหลักของร้าน ฉันพบเขาในบรรยากาศสบายๆ ของร้านโทนสีเขียว ชั้นวางด้านในเรียงรายไปด้วยผลิตภัณฑ์ชาหลากหลายรูปแบบที่ทางร้านคิดค้นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลิตภัณฑ์แต่ละตัวนั้นยากที่จะเลียนแบบ และน่าสนใจอย่าบอกใคร

เรื่องราวต่อไปนี้คือความพยายามในหลายแง่ของแบรนด์ชาเล็กๆ แบรนด์หนึ่ง ทั้งการผลิตชาที่เพื่อให้คนไทยทานแล้วจะหลงรัก การสร้างอาชีพให้กับผู้คนในพื้นที่ห่างไกล การช่วยเหลือธรรมชาติจากมือเล็กๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะใบชาเล็กๆ ใบเดียว

ร้านชาของชายผู้มีประสบการณ์เรื่องชามากว่า 30 ปี 

Monsoon Tea แบรนด์ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

ย้อนกลับไปในอดีต ความฝันของคุณเคนเนธคือการใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศสเปน และเขาทำเสร็จด้วยการเป็นคนทำงานในวงการนิตยสารในเมืองบาร์เซโลน่า ก่อนหันเหไปฝึกงานในร้านชาของเพื่อนในปี 2539 และตัดสินใจเปิดร้านชาของตัวเองในเวลาต่อมา

“ในยุคนั้นชาวสเปนดื่มชากันน้อยมาก เพราะค่านิยมเกี่ยวกับชาในสมัยนั้น ผู้คนคิดว่าใบชาคือยาขม ที่คนเฒ่าคนแก่จะให้เรากินเพื่อรักษาโรคต่างๆ ชาเลยกลายสิ่งที่ล้าสมัยในตอนนั้น” คุณเคนเนธเริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำร้านชา

หนึ่งปีให้หลัง คุณเคนเนธตัดสินใจเปิดร้านชาของตัวเอง และควบรวมกิจการกับร้านชาเดิมของเพื่อนในภายหลัง เพราะเห็นความเป็นไปได้ในการทำให้ธุรกิจชาในประเทศสเปนขายตัวขึ้น จนกระทั่งร้านชาที่เกิดขึ้นใหม่นี้ มีสาขากว่า 82 สาขาทั้งในสเปน บราซิล อาร์เจนตินา และอิตาลี

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมาคุณเคนเนธได้รับประสบการณ์มากมายจาก Tea Mentor ที่อยู่รายล้อมรอบตัวเขา นั่นคือ เพื่อนๆ ที่ดำเนินกิจการชามาด้วยกันนับแต่วันแรก และนั่นถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามาก

แต่แล้วโลกแห่งชาใบใหม่ของเขาได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง เพียงเพราะเขาต้องการซื้อกาน้ำชาเพื่อชงชา

“ผมเดินทางมาที่เมืองไทยเพื่อต้องการหากาน้ำชาเซรามิกไว้ใช้ จนได้พบกับผู้ผลิตกาน้ำชาเซรามิกแบบเดียวกับที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งผลิตในจังหวัดลำปาง เพราะผมรู้ว่าที่จังหวัดลำปางเป็นแหล่งผลิตเซรามิกที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง เมื่อคุยกับชาวบ้านแถบนั้น ผมก็ได้พบกับคุณเอก (วรกานต์ วงศ์ฟู) เพื่อนที่กลายมาเป็นหุ้นส่วนสำคัญในเวลาต่อมา เขาแนะนำให้ผมรู้จักใบเมี่ยง ตอนนั้นผมคิดว่าผมรู้จักชาในหลายๆ แห่งของโลกนะ ทั้งรัสเซีย ญี่ปุ่น ตุรกี จีน แต่ผมกลับไม่รู้เลยว่าประเทศไทยก็มีแหล่งปลูกใบชาเหมือนกัน”

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย
ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

แบรนด์ชาที่ชวนจิบชาและรักษาโลกไปพร้อมๆ กัน

ฉันแปลกใจนิดหน่อยที่คุณเคนเนธหลงรักใบเมี่ยงทันที หลังจากเขาได้เคี้ยวมันสดๆ

ความรู้สึกนั้นเป็นยังไงกันนะ

“ผมหลงรักมันเลยครับ มันมีรสชาติต่างๆ ที่ผสมปนกันมากมายในคำเดียว ทั้งหวาน ขม อูมามิ เพียงแค่ผมสัมผัสรสชาติเหล่านั้นในคำเดียว ผมจึงตัดสินใจว่าจะนำใบเมี่ยงมาเป็นส่วนผสมหลักในชาของผม”

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

ไม่ใช่เพียงแต่รสชาติที่คุณเคนเนธเล็งเห็น แต่คุณประโยชน์ที่เมี่ยงมีต่อระบบนิเวศ คืออีกสิ่งที่สำคัญที่ทำให้เมี่ยงคือตัวเลือกหนึ่งเดียวในใจของเขา เพราะเมี่ยงคือพืชชนิดหนึ่งที่สามารถหาได้ง่ายในพื้นที่ป่า เมี่ยงขึ้นและเติบโตได้ง่ายในสภาพอากาศป่าของประเทศไทย อีกทั้งการเก็บเกี่ยวใบเมี่ยงเพื่อนำใบไปใช้ในกรณีใดๆ ไม่ก่อให้เกิดการทำลายหรือเป็นอันตรายใดๆ ต่อระบบนิเวศป่า

จึงเป็นการตัดสินใจของคุณเคนเนธที่รับซื้อใบเมี่ยงจากหลายพื้นที่ในแถบภาคเหนือตอนบนกว่า 60 แห่งในพื้นที่อำเภอแม่แตง อำเภอแม่อาย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดเชียงรายและแม่ฮ่องสอน

สิ่งที่คุณเคนเนธตั้งใจจากการรับซื้อใบเมี่ยงจากชาวบ้านมี 2 ประการคือ หนึ่ง ต้องการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับชาวบ้านในพื้นที่รับซื้อ และสอง การรักษาความสมดุลของธรรมชาติ เป็นสิ่งสำคัญในการประกอบธุรกิจของร้าน

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

“จริงๆ แล้วใบเมี่ยงก็คือใบชาครับ หากพืชชนิดนี้อยู่ในอาหาร เราจะเรียกว่าใบเมี่ยง แต่เมื่อย้อนกลับไปในสมัยโบราณ เมี่ยงถูกนำมาชงเป็นเครื่องดื่มนานแล้ว แต่คนจีนได้พบเจอพืชชนิดนี้ จนนำมาชงเป็นเครื่องดื่ม และเรียกว่าชาในเวลาต่อมา

“แต่คนไทยไม่รู้เพราะไม่ได้นำเมี่ยงมาชงเป็นชาเหมือนอดีต จนเมี่ยงแทบไม่ได้รับความนิยม ทำให้การปลูกเมี่ยงของเกษตรกรได้ผลตอบแทนต่ำ สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านชอบทำกับเมี่ยงคือการฉีดยาฆ่าแมลง เราจึงต้องเลือกใบเมี่ยงที่ไม่มีการฉีดยาฆ่าแมลง เพราะแมลงที่กินใบเมี่ยงนั้นเป็นการการันตีถึงความสมบูรณ์ของใบเมี่ยงที่เลี้ยงไว้ และแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าครับ” คุณเคนเนธเล่า

“แล้วการรักษาพื้นที่ป่าโดยการรับซื้อผลผลิตจากชาวบ้าน มันสำคัญกับคุณยังไง” ฉันถาม

“คุณรู้มั้ยว่าถ้าไม่มีป่า เราจะมีชีวิตรอดอยู่ไม่ได้ หากป่าในพื้นที่ใดๆ ถูกทำลายไป มันจะส่งผลต่อทุกคนบนโลก ที่สำคัญคือ เราต้องให้ผืนป่าเติบโตไปกับชาของเรา เราจึงซื้อผลผลิตจากชาวบ้านให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มันช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ และเราสามารถรักษาพื้นที่ป่าให้อยู่ได้” คุณเคนเนธตอบคำถามของฉัน

คำตอบของเขา สมกับแนวคิด Friendly Forest ของ Monsoon Tea จริงๆ

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

ชาสูตร Ping River Blend, Doi Suthep Blend และ Tha Pae Gate Blend

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

ก่อนเราจะคุยกันต่อ คุณเคนเนธชวนฉันไปที่ห้องหลังร้านเพื่อเชิญฉันทำ Tea Tasting หรือการทดลองชิมชา เขาอธิบายระหว่างรินน้ำร้อนในอุณหภูมิที่พอเหมาะลงในถ้วยชาว่า เราต้องทดลองชิมชาก่อนวางขายทุกครั้ง เพื่อตรวจสอบรสชาติและคุณภาพของใบชาก่อนขาย หากไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เราจะได้รู้ทันทีและหาแนวทางปรับปรุงผลิตภัณฑ์ต่อไป

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย
ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

แหล่งวัตถุดิบมีแล้ว องค์ความรู้จำนวนมากก็มีแล้ว โจทย์สำคัญที่คุณเคนเนธต้องแก้ให้ได้เมื่อจะเริ่มกิจการชาในจังหวัดเชียงใหม่คือ จะทำยังไงให้คนไทยดื่มชา

“เป็นโจทย์ที่ท้าทายมากครับ เพราะคนไทยไม่มีวัฒนธรรมในการดื่มชาเป็นเครื่องดื่มหลักเหมือนหลายประเทศ เราจึงคิดว่า หากคนไทยจะดื่มชาจนกลายเป็นเครื่องดื่มหลัก เราต้องทำชาเย็น ถ้าคุณสังเกตดีๆ คนไทยจะดื่มเครื่องดื่มทุกชนิดโดยใส่น้ำแข็ง ทั้งเบียร์ ไวน์ กาแฟ ทุกอย่างต้องใส่น้ำแข็งหมด และการทำชาของเราต้องมีรสชาติ และเป็นรสชาติที่คนไทยชอบด้วย”

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

ชาที่มีรสชาติเหมือนไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ เพราะใครๆ ก็ทำกัน

แต่ที่ร้านมีชารสชาติที่เวรี่ไท้ย ไทย อย่างรสข้าวเหนียวมะม่วง และชารสพิเศษที่บ่มร่วมกับผลไม้หรือสมุนไพรไทยนานาชนิด เช่น สตรอว์เบอร์รี่ ลิ้นจี่ ลำไย ตะไคร้ จนกลายเป็น Signature Blend ของร้านที่นำเอาวัตถุดิบพิเศษในจังหวัดเชียงมาบ่มเป็นชาสูตรเฉพาะทั้งหมด 3 รสชาติในซีรีส์ Chiang Mai Blend ได้แก่ Ping River Blend, Doi Suthep Blend และ Tha Pae Gate Blend อีกทั้ง Bangkok Blend ที่จำหน่ายในหน้าร้านสาขากรุงเทพมหานคร ที่ [email protected] Digital Park ใกล้สถานีรถไฟฟ้า BTS ปุณณวิถี และศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ โดยมีชา 3 รสชาติที่หยิบวัตถุดิบจากกรุงเทพมหานครมาบ่มเป็นชาสูตรเฉพาะในชื่อ Chao Praya Blend, Sukhumvit Blend และ Lum Pini Blend

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

“กลุ่มเป้าหมายของผมจริงๆ แล้วผมต้องการคนไทยนะ เพราะมันเป็นผลิตภัณฑ์ไทยที่ผมอยากขายให้กับคนไทย ซึ่งน่ายินดีที่มีชาวเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ให้ความสนใจในผลิตภัณฑ์ของเรา นอกจากคนไทยแล้วยังมีชาวต่างชาติที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของเราด้วย ทั้งญี่ปุ่น เกาหลี หรือชาวต่างชาติทั้งจากยุโรปและอเมริกา” คุณเคนเนธกล่าวถึงกลุ่มเป้าหมายของร้าน

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย
ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

้านยังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งใบเมี่ยงสดที่คุณสามารถนำไปชงดื่มเองได้ง่ายๆ หรือเครื่องดื่มชาแปรรูปอย่างคอมบูฉะ ที่นำใบชาไปหมักกับจุลินทรีย์โพรไบโอติกส์ จนได้เป็นเครื่องดื่มชาแบบพิเศษที่อร่อยและมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย หรือเมื่อคุณมาใช้บริการที่หน้าร้านสาขาวัดเกตุ ยังมีอาหารทั้งอาหารไทยและล้านนาดั้งเดิมที่ปรุงจากใบเมี่ยงและใบชาให้บริการ และเครื่องดื่มชาแบบม็อกเทลที่เสิร์ฟในสาขากรุงเทพฯ อีกด้วย เมนูเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่คุณเคนเนธอยากให้คนไทยได้ดื่มชาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปนอกจากเครื่องดื่มที่เราคุ้นชิน

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

ชาสัญชาติไทยที่อยู่ในร้านกาแฟของแบรนด์ Prada ถูกแนะนำใน Magazine B

และบนเวที World Sustainability Congress

จากความตั้งใจที่จะทำร้านชาเพื่อให้คนไทยได้ดื่ม ความตั้งใจนี้ไปไกลกว่าที่คุณเคนเนธคาดหวัง นอกจากร้านค้าในหัวเมืองใหญ่ของประเทศ ยังมีแผนที่จะเปิดร้านในจังหวัดภูเก็ตอีก ส่วนคุณภาพของผลิตภัณฑ์ยังได้รับการยอมรับจากโรงแรมหลายๆ แห่ง เช่น โรงแรมโฟร์ซีซันส์ โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ อนันตรา รีสอร์ท โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เป็นต้น

ที่สำคัญร้านยังได้ไปต่อไกลถึงต่างประเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งของเมนูในร้าน Woo Cafe’ ที่ไต้หวัน และร้านกาแฟในร้านของแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกอย่าง Prada ก็มีชาของ Monsoon Tea อยู่ในนั้นด้วย ยังไม่นับถึงการส่งออกใบชาไปยังต่างประเทศ ทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา

นั่นคือความสำเร็จในแง่ธุรกิจ ส่วนความสำเร็จในแง่ของการรักษาผืนป่าและแหล่งธรรมชาติ ถึงแม้จะไม่มีสถิติตายตัว แต่เรื่องราวของ Monsoon Tea ได้รับการชื่นชมพูดถึงในวงกว้าง ทั้งเป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของ Magazine B จากเกาหลีใต้ในฉบับกรุงเทพมหานคร งาน TEDxChiangmai  หรือเกียรติอันสูงสุดคือการได้เล่าเรื่องธุรกิจชาที่ช่วยรักษาธรรมชาติ ช่วยสร้างอาชีพในเวที World Sustainability Congress ของสหประชาติที่จัดในกรุงเทพมหานครเมื่อปีที่ผ่านมา

ชาสัญชาติไทยของอดีตคนทำหนังสือจากสเปน ที่ทำธุรกิจชาเพื่อรักษาป่าเมืองไทย

ความสำเร็จของธุรกิจหนึ่งๆ ในเวลาเพียง 5 ปีถือว่าเป็นความสำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว แต่คุณเคนเนธกลับบอกฉันว่า เขาเพียง ‘โชคดี’ เท่านั้นที่เรามาถึงจุดนี้ได้

“ผมคิดว่าผมถูกสปอยล์จากความสำเร็จของธุรกิจชาที่สเปนมาก่อน เพราะมันได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและลูกค้าอย่างมาก จนกระทั่งเริ่มเปิดหน้าร้านครั้งแรกที่โครงการจริงใจ มาร์เก็ต ในเชียงใหม่ ในปีแรกยังมีปัญหามากมายและไม่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ซึ่งเราหมดเงินลงทุนไปเยอะมาก มันยากลำบาก จนมาได้พื้นที่ปัจจุบันที่เป็นอย่างที่ผมฝัน ที่ผมวางแผนเอาไว้จริงๆ ว่าเราอยากทำอะไรกับมัน เรามีห้องหับต่างๆ ให้ใช้สอยมากมายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเรา ที่สำคัญ เราโชคดีที่มีเพื่อนร่วมงานในหลายส่วนมากขึ้น ทำให้เราเข้าในความต้องการของลูกค้าจริงๆ”

“แล้วคุณเรียนรู้อะไรจากลูกค้าบ้าง” ฉันถาม

“ทุกอย่างครับ (หัวเราะ) ทุกอย่างเลย ลูกค้ามีส่วนสำคัญมากเลยครับ แต่ผมไม่ได้ทำตามความต้องการของลูกค้าทั้งหมดนะครับ ผมยังทำตามแนวคิดแรกสุดเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะผมยังอยากสนุกกับการทำงานอยู่ที่จะทำให้ร้านไปตามวิสัยทัศน์ที่เราได้วางไว้ เพื่อสร้างวัฒนธรรมของเมี่ยงที่ยังรักษาป่า รักษาธรรมชาติ สร้างรายได้ให้เกษตรกร และทำให้คนไทยรักชามากขึ้น แต่ทั้งหมดนี้ต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าด้วย”

ชายเจ้าของ Monsoon Tea ร้านชาแห่งสเปน เจ้าของแบรนด์ชาสัญชาติไทยที่อยู่ในร้านกาแฟของแบรนด์ Prada ผู้อยากให้คนไทยดื่มชาและรักษาโลกไปพร้อมๆ กัน

ในอนาคต Monsoon Tea ยังมีแผนธุรกิจที่จะต่อยอดในการเปิดหน้าร้านเพิ่มขึ้นอีก 2 – 3 สาขาในจังหวัดเชียงใหม่ แต่จุดหมายที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาป่าให้ได้มากที่สุด ด้วยการซื้อผลผลิตจากเกษตรกรให้ได้มากที่สุด

เพราะสำหรับคุณเคนเนธแล้ว Monsoon Tea คือทุกอย่างในชีวิตของเขา

“ทุกอย่างที่ผมลงทุนไปมันคุ้มค่ามากๆ ครับ ผมได้บทเรียนมากมายจากการทำธุรกิจนี้ ไม่ใช่เพียงการผลิตชาเท่านั้น แต่ผมเรียนรู้ทั้งแนวคิดของคนไทย ความแตกต่างทางวัฒนธรรม การมองเห็นความเป็นไปได้ในการทำธุรกิจ และการรักษาธรรมชาติด้วยแนวทางการทำธุรกิจของเรา” คุณเคนเนธกล่าว

ภาพ : เดโช เกิดเดโช, Mr.William Persson

Lesson Learned

คุณเคนเนธฝากคำแนะนำแก่ผู้ที่อยากประกอบธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ว่า ขอให้คิดแผนการระยะยาวที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของธุรกิจ  เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และนำมาปรับใช้กับธุรกิจของคุณ อดทนรอผลลัพธ์ที่จะตามมา อย่ายอมแพ้ และเชื่อมั่นในเส้นทางและแนวคิดของตัวเอง

 

Monsoon Tea

328/3 ถนนเจริญราษฎร์ ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50000
โทร : 0979189892
www.monsoon-tea-company.com

Writer

Avatar

สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

เขียนหนังสือบนก้อนเมฆในวันหนึ่งตรงหางแถว และทำเว็บไซต์เล็กๆ ชื่อ ARTSvisual.co

Photographer

Avatar

สโรชา อินอิ่ม

Freelance photographer ชอบความอิสระ ชอบเดินทางท่องเที่ยว บันทึกความทรงจำผ่านภาพถ่าย

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
1 K

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

ภาพ : TADA Entertainment

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load