ทำแล้วไม่มีวันเกษียณ 

ไม่มีเงินเดือน ไม่มีความก้าวหน้า ไม่มีอนาคต

นี่อาจเป็นสวัสดิการการทำงานที่พิลึกพิลั่นที่สุดในโลก 

ทว่าองค์กรนี้กลับมีแต่คนเต็มใจสมัครทำงาน

องค์กรนี้คือ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ สื่อชุมชนที่มุ่งสื่อสารระหว่างคนในท้องถิ่น ตลอดจนนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อสร้างสำนึก ความรัก ความเข้าใจ และความเข้มแข็งให้ชุมชน โดยมีพนักงานผู้มีใจ ดังนี้ หนู-ภัทรพร อภิชิต, โจ-วีรวุฒิ กังวานนวกุล, จิ๊บ-สรรวรส ชัยชวลิต, นก-นิสา คงศรี และ ก๊อก-กึกก้อง เสือดี

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม, ของดี แม่กลอง, ของฝาก สมุทรสงคราม
กึกก้อง เสือดี, วีรวุฒิ กังวานนวกุล, ภัทรพร อภิชิต, นิสา คงศรี และ สรรวรส ชัยชวลิต

หลังวางปากกาพักน้ำหมึกบนหน้านิตยสาร มนต์รักแม่กลอง บอกลามิตรรักแฟนหนังสือ ไปทำหน้าที่สื่อในรูปแบบอื่นหลายปี พ.ศ. 2563 นี้พวกเขากลับมาพร้อมสมาชิกหน้าใหม่ ผู้เป็นคนเก่าซึ่งผูกพันเติบโตมากับเมืองสามน้ำแห่งนี้ ในชื่อใหม่ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’

แทนที่จะเล่าเรื่องท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงครามบนกระดาษอย่างแต่ก่อน ก็เปลี่ยนมาเล่าด้วยวิธีการใหม่ ที่มีทั้งรูป รส กลิ่น สัมผัส คัดสรรของกินของดีชนิด Rare Item ประจำถิ่น ที่ต้องการเวลาขวบปีขนาดหมดหนาวนี้ต้องรอจับปลาอีกทีหนาวหน้า หมดตุ่มนี้แล้วต้องรอหมักไปอีกปีเต็ม และคุณภาพคับระดับคนทำวางใจกินเอง มาให้ผู้คนจับจ่ายบนเพจ เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม

กะปิ น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว ทุกกระปุกในร้านนี้นำเสนอเรื่องราวแสนอร่อยของตัวเองให้คนอ่านชิม เพื่อได้เรียนรู้ทางปากกระทั่งรสชาติซึมซาบเข้าอก จนเข้าใจความสำคัญของวิถี ภูมิปัญญา และระบบนิเวศ ของทั้งจังหวัดสมุทรสงครามในคำเดียว

การค้าของเดอะมนต์รักแม่กลองจึงไม่ได้สิ้นสุดเมื่อส่งพัสดุยังที่ทำการไปรษณีย์ การกินของคุณจึงไม่ใช่แค่การนำอาหารเข้าปากแล้วอิ่ม แต่จะสร้างผลเป็นลูกโซ่ไม่ต่างจากนิทานเรื่อง ยายกะตา เมื่อคนกินเห็นคุณค่าอาหาร ก็จะกำเนิดคนทำ ชาวสวน ชาวประมงพื้นบ้าน จะเข้าใจว่าของดียังมีคนบริโภค เมื่อคนทำหันมาผลิตอาหารด้วยวิถีดั้งเดิมอย่างเคารพทรัพยากร ธรรมชาติก็จะถูกทะนุถนอมดูแล แล้วระบบนิเวศของสมุทรสงครามจะกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง

บอกไว้ก่อน สื่อท้องถิ่นที่สวมบทโชห่วยนี้ไม่ได้มุ่งทำการค้าเพื่อเงินทอง ทว่าต้องการเล่าเรื่องให้เกิดสำนึกรักและหวงแหนสิ่งที่ยังมีเหลืออยู่ ซึ่งเหลือน้อยเต็มที แต่ไม่ค่อยถูกเห็นคุณค่า 

และพนักงานโชห่วยร้านนี้ต่างมีจุดหมายเฉกเช่นเดียวกัน คือทำหน้าที่โดยไม่แสวงหาผลกำไร

หากคุณคาดหวังแววตาทดท้อหรือผิดหวังจากพวกเขาหลังสิ้นสุด Job Description เราอยากให้คุณได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดียวกับเรา เพื่อประจักษ์กับตาว่า มีเพียงรอยยิ้มกว้างที่ตามด้วยเสียงหัวเราะก้องโรงนาหลังคาสีแดงหลังนี้ต่างหาก

ไม่แน่ นี่อาจเป็นการทำงานที่มีความสุขอย่างน่าประหลาดที่สุดในโลก

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

แม่กลองเปลี่ยนไป

ในฐานะเด็กแม่กลองรุ่นหลังที่ห่างบ้านมาเข้าปีที่ 10 สายตาของเราอาจยังเห็นว่าน้ำท่ายังบริบูรณ์ สวนมะพร้าวยังเขียวร่มรื่น อาหารทะเลยังมีขายเต็มตลาด เมื่อได้มานั่งคุยกับคนแม่กลองและไม่แม่กลองแต่รักแม่กลองรุ่นเดอะ (มนต์รักแม่กลอง) แล้วได้สวมแว่นตาอันเดียวกันกับพวกเขา …สายตาก็พลันสว่างขึ้นมา

“คนคิดว่าเราลืมวัตถุ เราลืมน้ำตาล เราลืมน้ำปลา เราลืมประมงพื้นบ้าน แต่เรากำลังลืมสิ่งที่มีคุณค่ามากกว่านั้น คือหลักคิด ภูมิปัญญา ที่แฝงอยู่ ซึ่งมันคืออนาคตของเมือง ถ้าดึงกลับมาได้จะทำให้เมืองนี้ไปรอด ฐานคิดมันคิดบนระบบนิเวศ คิดบนกายภาพอย่างที่เมืองเป็น ระบบน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นรากฐานทุกอาชีพของเมืองนี้ ดินตะกอนเป็นปุ๋ยของทุกๆ พืชพันธุ์ในเมืองนี้ ลมมีอิทธิพลกับนาเกลือ มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของชาวประมง” ก๊อกเล่า

ระบบนิเวศและภูมิปัญญาคือรากฐาน หากถูกรักษา ถูกเล่าต่อ ด้วยวิธีง่ายๆ เข้าหูง่าย เข้าปากง่าย จนถูกจดจำ มันจะเป็นภูมิปัญญาให้คนรุ่นใหม่ เป็นภูมิปัญญาในระดับที่จะทำให้เมืองรอดจากภัยพิบัติในอนาคต อีกทั้งการปรับตัวเข้ากับเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ 

“น้ำตาลมะพร้าวมันจะไม่อยู่แบบเดิม แต่ภูมิปัญญามันจะอยู่ดังเดิม เราจึงควรรักษาสิ่งที่ลึกไปกว่าวัตถุ” ฝ่ายศิลปกรรมคนเดิมย้ำ

นกยกมือขอเสริมเป็นตัวแทนเด็กบ้านสวน

“ในฐานะที่เราจากบ้านไปสามสิบปี เรากลับมา บ้านเมืองมันเปลี่ยน อย่างบ้านเราทำสวน ทำน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลมะพร้าวเนื้อแท้แทบไม่มีเลย มันกลายเป็นน้ำตาลผสม (น้ำตาลทราย) นั่นแหละคือสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ถามว่าแล้วเดอะมนต์รักแม่กลองเห็นอะไร อย่างเราเห็นว่าน้ำตาลมะพร้าวเนื้อแท้กำลังจะสูญหาย ภูมิปัญญาเดิมๆ ที่เราเคยเห็นตอนเด็กๆ มันกำลังจะหายไปจริงๆ อยากให้มันอยู่มั้ย อยากให้มันอยู่ เราก็ต้องเล่าเรื่องนี้ให้คนรู้ว่าน้ำตาลมะพร้าวเนื้อแท้มันดียังไง กระบวนการทำเป็นยังไง ถ้าคนข้างนอกรับรู้ หวังว่าเมื่อมีผู้บริโภค ผู้ผลิตจะกลับมา เมื่อผู้ผลิตกลับมา สวนจะได้รับการดูแล” 

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

สาวสวนมะพร้าวอย่างนกเล่าว่า สมุทรสงครามปัจจุบัน สวนถูกทิ้งให้รกร้าง การที่สวนถูกทิ้งรกร้างหมายความลำประโดงเอย ท้องร่องเอย จะตื้นเขิน เมื่อก่อนคนสมุทรสงครามใช้เรือในการสัญจร แต่ปัจจุบันลำประโดงตื้นเขิน ท้องร่องสวนก็ตื้นตาม ทำให้มีที่รองรับน้ำน้อยลง ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อระบบนิเวศ น้ำขึ้น-น้ำลงเหมือนเดิม แต่เมื่อที่รับน้ำน้อยลง ตัวเมืองแม่กลองจึงน้ำท่วมมากขึ้น ถ้าลองมองลึกๆ ปัญหาล้วนเกี่ยวพันกันไปหมด เป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องของเมือง เป็นเรื่องใหญ่ 

ดังนั้น ถ้าคนกลับมาทำน้ำตาลมะพร้าวอย่างเดิม หนึ่ง น้ำตาลจะยังคงอยู่ สอง สวนและท้องร่องจะถูกดูแล ลำประโดงถูกใช้สอย แน่นอนว่าทางน้ำก็กลับคืนมา หากไปถึงวันนั้นได้ ระบบนิเวศของสมุทรสงครามก็จะกลับมา 

ข้างต้นนี้เป็นเพียงตัวอย่างระบบสวน ไม่รวมถึงเรื่องประมงและอื่นๆ อีกมากมาย เพราะฉะนั้น คนในพื้นที่จึงควรต้องมองเห็น แล้วหยิบขึ้นมาพูด 

“วันหนึ่งน้องก็จะเห็นว่าวันที่น้องเป็นเด็กอยู่ที่นี่ ก่อนจากบ้านไปท่องโลกมาจนทั่ว เมื่อกลับมาอะไรบางอย่างมันหายไป เมื่อรู้เสียแล้วเราจะทำยังไง นิ่งเฉยหรือค่อยๆ พูด ค่อยๆ บอก พวกเราคิดว่าจะทำอย่างหลัง ปลายทางมันไกลมาก แต่ไม่เป็นไร เราจะเดินไปทีละก้าว” เราสัมผัสถึงจิตวิญญาณในคำตอบของโปรดิวเซอร์สาว

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

สิ่งที่เดอะมนต์รักแม่กลองนำเสนอเป็นอย่างที่พวกเขาบอกไว้ “เราไม่ได้ทำค้าขาย เราต้องการเล่าเรื่อง” สินค้าเป็นเพียงปลายทาง ที่เมื่อคนรับได้กิน กินแล้วรับรู้ว่าดี ก็จะย้อนกลับมาสู่ความตั้งใจของคนรักแม่กลองรุ่นเดอะกลุ่มนี้ที่ต้องการจะบอกว่า สิ่งที่ดีได้นั้นเหตุเพราะมีต้นทางที่ดี คือเมืองที่เป็นแหล่งกำเนิดวัตถุดิบต้องมีระบบน้ำ ดิน ที่ดี

“สินค้านี้กำลังเป็นอนาคตของเรา อนาคตเราควรจะได้กินของดีๆ ใช่มั้ย ฉะนั้น เราก็ต้องกลับมารักษาสิ่งที่เรามีอยู่ ด้วยการบอกเล่าว่า ไอ้ที่คุณกินผลิตภัณฑ์ที่ผ่านโรงงานอุตสาหกรรม จริงๆ แล้วมันมีกระบวนการแปรรูป กระบวนการทำให้ไม่เน่าบูด แต่ถ้าเรากลับมาที่รากเหง้าของเรา ดิน น้ำ ลม ระบบนิเวศ ของเราดี เราจะได้กินของดีๆ นี้ต่อไปในอนาคต” หนูกล่าว 

คนรักแม่กลองจึงต้องกลับมา

มนต์รักแม่กลอง ไม่เพียงเป็นชื่อเพลงที่ขับร้องโดยนักร้องในตำนานวงการลูกทุ่งไทย ศรคีรี ศรีประจวบ คนสมุทรสงครามแต่กำเนิดที่มีนามสกุลในวงการอยู่อีกจังหวัด แต่ยังเป็นชื่อนิตยสารโดยกลุ่มคนเล็กๆ ที่เมื่อ 13 ปีก่อนลุกขึ้นมาจับปากกาเขียนหนังสือ พิมพ์นิตยสารราย 2 เดือนจำหน่าย และแจกให้ห้องสมุดโรงเรียนทั้งหมดในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม รวมถึงจัดกิจกรรมเชิงสังคม เพื่อพิสูจน์ให้เห็นความเข้มแข็งของสื่อท้องถิ่น ที่สะท้อนความเข้มแข็งของชุมชน ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับความเป็นชุมชนในแง่มุมต่างๆ ทั้งในจังหวัดสมุทรสงครามและท้องถิ่นอื่น

มนต์รักแม่กลอง เริ่มจากเรา พี่โจ และเพื่อนอีกคนหนึ่ง (สมิทธิ ธนานิธิโชติ) พวกเราที่เป็นคนตั้งต้น ถ้าไม่ได้รู้จักพี่เจี๊ยว (สุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกประชาคมคนรักแม่กลอง และเจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว) การเริ่มต้นอาจจะยากหรืออาจจะไม่ได้เป็นอย่างนี้ พี่เจี๊ยวเป็นคนช่วยพาเราเชื่อมโยงไปถึงใครๆ อีกมากมาย จนได้รู้จักพี่จิ๊บและได้ช่วยเหลือกัน เราไม่ได้มีกองบรรณาธิการชัดเจน เพราะไม่มีเงินเดือนจ้างใคร ทุกอย่างเป็นงานอาสาสมัคร พอต่อมา มนต์รักแม่กลอง เริ่มโตขึ้น เราอยากได้ทีมเพิ่ม ก๊อกก็สมัครมาช่วยทำงานเขียน” หนูผู้เป็นบรรณาธิการเล่า

แม้จิ๊บจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือ แต่เธอว่า “รู้จักกันไว้ก็อุ่นใจดี พี่หนูกับพี่โจจะได้รู้สึกว่ารู้จักคนแม่กลองเพิ่มขึ้นอีกคนหนึ่ง”

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

“พี่นกนี่มารู้จักกันตอนทำเล่มท้ายๆ เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ มนต์รักแม่กลอง เป็นน้องใหม่สุด” หนูเล่าต่อ

“น้องใหม่ที่อายุเยอะสุด” เจ้าตัวรีบต่อให้ 

การกลับมาครั้งนี้จึงมีนก หรือที่คนในวงการภาพยนตร์สารคดีรู้จักในฐานะผู้กำกับร่วมภาพยนตร์สารคดี เด็กโต๋ ที่ได้ไปฉายรอบปฐมทัศน์ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซานปี 2548 อยู่ในทีม และชื่อเดอะมนต์รักแม่กลองก็มาจากเธอ โดยเติมเดอะให้ดูใหม่ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาบอกว่า “เราคือเหล้าเก่าในขวดใหม่” ต่างหาก

“เราก็เหมือนเดิม แต่ชื่อใหม่นี้มันจะร่วมสมัยต่อไปในวันข้างหน้า” โจเสริมจากอีกมุม

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

“ช่วงที่เราหายไป ผลิตนิตยสารไม่ได้ เราร่ำลาคนอ่านของเรากันเป็นกิจจะลักษณะ ว่าถ้ามีโอกาสเราจะกลับมา เพราะอะไรที่มันจะเกิดขึ้นสักอย่างเหตุปัจจัยมันต้องพร้อม ตอนนั้นมีหลายๆ อย่างที่ทำให้เราไม่พร้อม เรามีภารกิจอื่นต้องทำจึงต้องเบรกแป๊บหนึ่ง แต่สิ่งอื่นที่เราทำก็ไม่ได้หลุดจากความเป็นมนต์รักแม่กลองเลย 

“เรากลับมาเมื่อปีที่แล้วด้วยเหตุผลเดิม เหตุปัจจัยมันกลับมาพร้อมกัน เรารู้สึกว่ามันน่าจะถึงเวลาที่เราจะทำอะไรกับมันด้วยสิ่งที่เราทำอยู่แล้ว กลับมาทำหน้าที่เล่าผ่านเดอะมนต์รักแม่กลอง ตอนนั้นพี่เจี๊ยวยังอยู่ เราอยากให้เขาได้เห็นว่า มนต์รักแม่กลอง กลับมา ซึ่งเขาก็ทำงานกับเราจนช่วงสุดท้ายของชีวิต” บรรณาธิการนิตยสาร มนต์รักแม่กลอง และแอดมินร้านเดอะมนต์รักแม่กลอง กล่าวถึงการกลับมาครั้งนี้

ผู้ร่ายมนต์ชวนให้คนหลงรักแม่กลองประกอบด้วยสมาชิก 5 คนถ้วน ทุกคนมีตำแหน่งแห่งที่ชัดเจน โดย หนู เป็นครีเอทีฟ Copywriter และแอดมิน โจ ทำหน้าที่ช่างภาพ และนักวาดภาพประกอบ ส่วน จิ๊บ รับผิดชอบบัญชี การเงิน นก ถูกแต่งตั้งให้เป็นโปรดิวเซอร์พ่วงผู้ควบคุมการผลิต และ ก๊อก นั้นชีวิตจริงเป็นสถาปนิก ชีวิตที่เดอะมนต์รักแม่กลองเป็นฝ่ายศิลปกรรมและฝ่ายข้อมูล 

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

และทุกคนก็มีตำแหน่งคลาสสิกพ่วงท้ายคือ “เบ็ดเตล็ด” ที่พวกเขาตอบพร้อมเสียงหัวเราะ 

“ในแต่ละตำแหน่งจะมีตัวช่วย เช่นโจเป็นนักวาดภาพประกอบ ก๊อกก็จะเป็นเหมือนผู้ช่วย มันจะโยงกัน ก๊อกเป็นฝ่ายข้อมูล หนูก็จะช่วยฝ่ายข้อมูล หนูเป็นครีเอทีฟ พี่นกก็จะมาช่วย วนกันแบบนี้ และทุกคนคือเบ็ดเตล็ด นี่คือเดอะมนต์รักแม่กลอง 

“เรามีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ทีมนี้เราไว้เนื้อเชื่อใจกัน เราเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน เราละทิ้งไอ้เรื่องจะมีปัญหากัน เพราะกอดคอกันมานาน สิ่งที่เรารู้สึกเมื่อเดินเข้ามาในกลุ่มนี้คือ เรากลับมาอยู่บ้าน เราเป็นนกที่กลับรังของตัวเอง ทีมนี้ก็บอกว่าพี่นกมาเป็นเดอะมนต์รักแม่กลองเถอะ พี่ก็ถามหนูว่า เอาจริงเปล่า ถ้าเอาจริงก็ต้องเดินกันไปยาวๆ นั่นก็คือการตัดสินใจแกะเชือกเรือที่ผูกไว้แล้วลงเรือมาด้วยกันห้าคน และช่วยกันพายไป นั่นคือจุดเริ่มต้นของเดอะมนต์รักแม่กลอง” นกที่ได้คืนรังเล่า

“เป็นส่วนผสมที่ลงตัว” เราทัก  

“เรียกว่าหลากหลายดีกว่า” ก๊อกว่า 

“เป็นกะปิ น้ำส้ม น้ำตาล เกลือ ที่มาอยู่ในครัวเดียวกัน” นกเหมือนจะสนับสนุนความคิดนั้น

หลังร้านเดอะมนต์รักแม่กลอง

จุดมุ่งหมายของเดอะมนต์รักแม่กลองคืออะไร-เรานึกสงสัย

“จุดมุ่งหมายที่พี่เจี๊ยวบอก” หนูตอบทันที

“ดำรงจุดมุ่งหมายเดิม” ทุกคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเราตอบ

จุดมุ่งหมายเดิมที่ว่า คือเห็นคุณค่าของบ้านเมืองที่อยู่แล้วเล่าเรื่องผ่านอะไรก็แล้วแต่ และส่งต่อไม่ให้ถูกกระแสพัดพากระทั่งเสื่อมสลายหายไป เพื่อไม่ให้วันหนึ่งพอหมดคนรุ่นนี้ไปแล้วต้องมานั่งเสียดายว่าเรื่องนี้ ‘เคยมี’ แต่ไม่มีใครเล่าต่อ 

ชาวเดอะมนต์รักแม่กลองไม่ปรารถนาเล่าเรื่องด้วยวิธีเดิม เพราะคิดว่าสิ่งที่จะเล่าในครั้งนี้น่าจะกินได้ จับต้องได้ จึงตกผลึกมาเป็นการสื่อสารแบบใหม่ที่นำของกินไปให้คนชิม เพราะหลังน้ำส้ม น้ำปลา แต่ละขวดนั้นมีเรื่องราวมากมาย พวกเขาเชื่อเหลือเกินว่ามันก็จะผ่านน้ำตาล ผ่านน้ำปลา ผ่านน้ำส้ม ไปสู่ผู้อุดหนุนเหล่านั้นเอง

นอกจากคัดสรรผลิตภัณฑ์ที่ดี เดอะมนต์รักแม่กลองยังให้ความรู้แก่ผู้บริโภค อย่างน้ำปลา ใครซื้อไปแล้วลองนั่งอ่านฉลาก ก็จะรู้ว่าหัวน้ำปลาแท้ ตราผู้ใหญ่แดง ทำจากปลาอกกะแล้ ที่ชื่อคุ้นหูหน่อยก็ปลาแฮร์ริ่ง จับเฉพาะฤดูหนาวโดยชาวประมงพื้นบ้านบางบ่อล่าง หมักตามภูมิปัญญาดั้งเดิม 1 ปีแบบไร้สารปรุงแต่งในโอ่งดินเผา ด้วยสูตรที่ผู้ใหญ่แดงพัฒนาขึ้นมาเองจนได้รสเค็มอมหวานตามธรรมชาติ

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม, ของดี แม่กลอง, ของฝาก สมุทรสงคราม

ฉะนั้น ถ้าหมดโอ่งนี้แล้วก็คือหมดเลย หากอยากกินคุณต้องรอ วิธีนี้เองที่จะสร้างให้ผู้บริโภครู้ว่าของดีต้องมีการรอคอย แล้วอีกอย่างเราไม่มีทางรู้ว่าปลาอกกะแล้จะหมดมั้ย หนาวไหนจะมีมากมีน้อย หนาวนี้อาจจะมีมาก หนาวหน้าอาจจะมีน้อยถ้าระบบนิเวศแปรผัน นั่นหมายความว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตหรือผู้บริโภคล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้น ถ้าคุณอยากกินของดีคุณก็ต้องเข้าใจระบบทั้งหมด และต้องช่วยกันดูแล

“แน่นอน มันสอดคล้องกับภูมินิเวศ ภูมิวัฒนธรรม ของคนที่นี่ และมันพร้อมที่จะเปลี่ยนไปได้เสมอตามกาลเวลา” โจบอก

มาถึงตรงนี้ เราเองที่เป็นคนขอยกมือถามข้อสงสัย

“สมุทรสงครามมีเตาตาลหลายแห่ง มีคนทำกะปิหลายเจ้า คนทำน้ำปลาหลายคน เลือกกันยังไงกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์เดอะมนต์รักแม่กลองช็อป”

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

“ของดีมันมาจากคนที่ดี คนเล็กๆ ที่เขาทำกินเองบ้าง ทำแจกบ้าง เพราะฉะนั้น เขาทำของดี คนพวกนี้ไม่ได้ค้าขายแบบแมส อย่างน้ำปลาแกไม่ได้ขายนะ เราไปขอให้แกเอามาขาย เป็นของแรร์ไอเทมทั้งนั้น แล้วชาวบ้านพวกนี้เขาอยากให้สินค้าตัวเองดีไปเรื่อยๆ ดีในแบบคุณภาพดี ไม่ใช่ปริมาณเยอะขึ้นหรือจะอัพราคายังไง คนเหล่านี้ไม่ได้คิดแบบนั้น” ก๊อกเฉลย

ไม่ใช่แค่ของดี คนที่ถูกคัดสรรเข้าบ้านเดอะมนต์รักแม่กลองล้วนแล้วแต่มีเรื่องราว เช่นผู้ใหญ่แดงที่ทำอะไรยิ่งใหญ่กว่าน้ำปลามากโข 

“ผู้ใหญ่แดงเป็นผู้ใหญ่บ้านที่ทำงานอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านบางบ่อ ตำบลบางแก้ว ชุมชนที่มีผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2552 ทะเลมันจะกินพื้นที่หมู่บ้านแล้ว ผู้ใหญ่ก็คิดว่าจะทำยังไงให้ชาวบ้านจัดการเองได้ด้วย แล้วก็ไม่ทำให้ทะเลเสียด้วย จึงพัฒนาไม้ไผ่ปักกันและปลูกป่าชายเลนรับคลื่น ไม้ไผ่กันคลื่นเป็นแค่สิ่งชั่วคราว แต่ป่าชายเลนคือความยั่งยืนของชุมชน เขาคิดแบบนั้น 

“จากที่ทะเลเคยเซาะเข้ามา ตอนนี้เห็นภาพเป็นสีเขียวของป่าชายเลน ทรัพยากรเริ่มกลับมา ปลากระบอกกลับมา ปลากุเลากลับมา มีพื้นที่อนุบาลสัตว์น้ำ ปลาอกกะแล้ก็ได้จากประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ซึ่งมาจากแหล่งทรัพยากรที่พวกเขาสร้างมา แกก็เอามาหมักน้ำปลาตามภูมิปัญญาดั้งเดิมเก่าแก่” ฝ่ายข้อมูลแถลงให้เห็นภาพ

น้ำปลาหมักที่ว่าคนสมัยก่อนเรียกกัน ‘น้ำปลาดิบ’ ซึ่งในยุคนั้นคนแม่กลองแทบทุกหลังคาเรือนทำน้ำปลากินเองทั้งนั้น โดยเฉพาะบ้านชาวประมง พอถึงวันนี้เหลือใครรู้จักน้ำปลาดิบบ้าง 

“เรารับรู้ได้จากวันที่เราเปิดโชห่วยที่หนูโจอาร์ตแอนด์ฟาร์ม คนอายุเยอะหลายๆ คนบอกว่า เมื่อก่อนที่บ้านก็กิน ที่บ้านทำเอง ถามว่าแล้วตอนนี้แกหาได้มั้ยน้ำปลาดิบแบบนี้ แกก็หาไม่ได้แล้ว ถึงบอกว่าเป็นแรร์ไอเทม เพราะหาไม่ได้แล้ว แกรู้ด้วยนะว่าของแท้เป็นยังไง แต่แกทำกินเองไม่ได้ คนทำก็น้อยลง” จิ๊บเล่า

“มันประกอบด้วยกัน ก็คือคน ทรัพยากร ภูมิปัญญา” ก๊อกว่าอย่างนั้น 

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

“ผู้คนหมด ระบบนิเวศหมด ภูมิปัญญาหมด ก็คือจบ” นกว่าตาม

“น้ำปลาหยดหนึ่งมันคือทะเลทั้งทะเล เราจะเล่านั่นแหละว่าถ้าทะเลดี ประมงพื้นบ้านได้รับการดูแลอย่างดี เราหาของดีแบบนี้ได้” ก๊อกสรุป

เมื่อผู้บริโภคเริ่มต้นจากชิมน้ำปลา จะค่อยๆ ถอยมารู้จักผู้ใหญ่แดง แล้วก็มารู้จักสิ่งที่ผู้ใหญ่แดงทำ จนถึงเข้าใจสิ่งที่ผู้ใหญ่แดงทำว่ามีผลอะไร จากนั้นผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็จะเล่าเรื่องสวนมะพร้าว ฯลฯ ต่อไป ซึ่งจะเป็นวงกลมให้เห็นภาพที่เป็นองค์ประกอบของทั้งจังหวัดสมุทรสงคราม

“จริงๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องของบ้านเราด้วยนะ มันคือเรื่องระบบนิเวศของทั้งโลก” หนูสำทับ

เป็นเรื่องระบบนิเวศของทั้งโลก ที่พวกเขาเล่าผ่านเมืองแม่กลอง

“จากแต่ก่อนที่คนทุกคนพึ่งพาอาหารของตนเอง พอโลกเปลี่ยนไป ทุกอย่างอยู่ในกำมือของคนไม่กี่คน เรากินสิ่งที่คนไม่กี่คนผลิตออกมาเยอะๆ แล้วทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นรากของเรา ทิ้งในที่นี้หมายถึงเราไม่เห็นความสำคัญของสิ่งนั้น เช่นปลาไม่มีไม่เป็นไร มันอยู่ในขวดที่ไปหิ้วได้จากซูเปอร์มาร์เก็ต เราจึงไม่ได้สนใจว่าไม่มีฤดูปลาผ่านแม่น้ำ ผ่านทะเลแล้ว เพราะมันมีอยู่ในขวดให้เราซื้อได้เสมอ คุณภาพเท่ากันทุกครั้ง” 

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

นี่ไม่ใช่อาการต่อต้าน แต่ด้วยว่าเราเป็นมนุษย์ที่มาจากธรรมชาติ ทว่าโลกที่สะดวกสบายกำลังพาเราไปไกลจากธรรมชาติเหลือเกิน ในที่สุด สิ่งแวดล้อมโลกจึงวิกฤต คนจึงเป็นโรคเรื้อรัง นี่คือชีวิตที่เราหาจริงเหรอ นี่คือโลกที่มุ่งไปสู่เหรอ เราอยากสะดวกสบายจนกระทั่งเรากลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดที่สุดงั้นเหรอ หนูตั้งคำถามกลับ

“เดอะมนต์รักแม่กลองไม่ได้พยายามเป็นพ่อค้าคนกลาง เราต้องไม่ทำหน้าที่นั้น และเราไม่ใช่นักอนุรักษ์ ไม่ได้ขายอดีต เราแค่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้ว

“ในแง่การเลือกผู้ผลิต เขามีของของเขาอยู่แล้ว ในเชิงเทคนิค เรามองหาผู้ผลิตที่เขาไม่มีโอกาสเข้าถึงกลุ่มตลาดแบบนี้ ถ้าเป็นผู้ผลิตที่มีคุณภาพ เขามีช่องทางการตลาดของตนเอง ก็ไม่เป็นไร แต่บางทีเห็นคุณป้า คุณย่า คุณยาย คุณตา ที่ทำของดีๆ มีคุณภาพ แต่เข้าไม่ถึงตลาด เราก็รู้สึกว่าเราช่วยทำหน้าที่นี้ได้ โดยไม่ใช่การไปซื้อของถูกมาขายคนรวย ไม่ใช่แบบนั้น เราให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” 

ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นชัด คือน้ำตาลมะพร้าว มีคนมากมายในเมืองนี้ที่ทำน้ำตาลมะพร้าว แต่กลับทำน้ำตาลมะพร้าวเนื้อแท้ไม่ได้ ไม่ใช่ทำไม่เป็น แต่เพราะมีราคาแพง ตลาดที่พวกเขาเข้าถึงคนคำนึงเรื่องราคามากกว่า ชาวสวนมะพร้าวจึงรู้สึกว่าทำแล้วไม่รู้จะเอาไปขายใคร ในขณะที่ชาวเดอะมนต์รักแม่กลองกลับรู้สึกว่าคนทำของดีสิหายาก พวกเขาจึงลงมือลงใจเชื่อมโยงให้คนกินได้มาเจอคนทำ โดยพึงระลึกเสมอว่าต้องทำหน้าที่นี้โดยที่ไม่แสวงหาผลกำไร 

ชั่วโมงต้องมนต์รักแม่กลอง

ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างในโชห่วยแห่งนี้เป็นของใช้จำเป็น มีที่มาที่ไปให้เล่าเรื่องได้ ไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย ทำโดยภูมิปัญญา จากทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งจนกลายเป็นสิ่งอื่น ไม่หวานเพราะเติมน้ำตาลทราย ไม่เค็มเพราะซอสปรุงรส เป็นอาหารธรรมชาติที่กำลังพาเรากลับไปสู่ภูมิปัญญาที่อยู่กับมนุษย์มาเป็นร้อยเป็นพันปี 

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

ยิ้มทั้งน้ำตาล

น้ำตาลมะพร้าวเนื้อแท้จากเตาตาลของชาวสวน ไม่ผสมน้ำตาลทราย และไม่เจือสารกันบูด

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

น้ำส้มหมักจากน้ำตาลมะพร้าว
ตรามิตรปรีชา

น้ำส้มจากน้ำตาลสดที่ได้จากดอกมะพร้าวในสวนอินทรีย์ หมักโดยไม่มีส่วนผสมอื่นใดในโอ่งดินข้ามปี

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

หัวน้ำปลาแท้ ตราผู้ใหญ่แดง

น้ำปลาดิบหมักแบบภูมิปัญญาดั้งเดิมที่นับวันจะเลือนหาย จากปลาที่จับเฉพาะในฤดูหนาวตามวิถีประมงพื้นบ้าน ส่วนผสมหลักมีเพียงปลาและเกลือสมุทร หมักในโอ่งดินเผา 1 ปีเต็ม

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

กะปิเคยตาดำ ตราป้าบุญช่วย

กะปิจากเคยตาดำล้วน ไม่ผสมกุ้งหรือปลา โดยป้าบุญช่วย ชาวประมงพื้นบ้าน ที่ออกเรือไปป้องเคยเองและนำมาหมักกับเกลือสมุทรด้วยวิธีดั้งเดิม

สมุทรสงครามไม่ได้เป็นเพียงเมืองหอยหลอด ที่มียอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.2 แม่น้ำแม่กลองไหลผ่าน หรือแค่ที่นมัสการหลวงพ่อบ้านแหลมเท่านั้น ในแต่ละมุมเมือง ริมคลอง เรือกสวน ท้องร่อง หรือชายเล ยังมีภูมิปัญญาซ่อนอยู่อีกมาก บนชั้นวางของโชห่วยร้านนี้จึงยังจะมีสินค้าอีกหลายชิ้นที่รอวันถูกค้นหาและหยิบยกมาเล่าเรื่องราว อย่างสินค้ารุ่นพี่ด้านบนเช่นยิ้มทั้งน้ำตาล ที่นับจากวันแรกจนถึงวันนี้เรื่องราวได้ถูกส่งต่อไปกว่า 2,000 กิโลกรัม ยังไม่รวมชิ้นอื่นๆ 

หากอ่านถึงบรรทัดนี้แล้วเริ่มน้ำลายสอ หรืออยากเป็นผู้ฟัง (และชิม) เรื่องราวน้ำตาลมะพร้าวเนื้อแท้กิโลกรัมที่ 2,001 เพียงเข้าไปที่เพจ เดอะมนต์รักแม่กลอง สมุทรสงคราม แล้วเริ่มกระทำการช้อปปิ้งของดีแต่ละอำเภอได้ตามอำเภอใจ

“ถ้ายังไม่เจอสินค้าวางขาย ก็คือยังไม่มี ถ้ามีคือมั่นใจ” หนูย้ำความเชื่อมั่นในข้าวของทุกชิ้นที่ถูกส่งออกจากมือ

“เราเป็นแค่สื่อกลุ่มเล็ก กำลังเราน้อย เราก็ทำทีละน้อย แต่เรารู้สึกว่าตั้งแต่ต้นทางคือสินค้า มาจนกระบวนการที่ผ่านมือพวกเรา การแพ็กสินค้าแล้วนำไปส่งจนถึงมือผู้บริโภค สิ่งที่เราได้รับชัดเจนก็คือข้อความที่กลับมาหา แน่นอน อาจจะมีคนที่ชอบและไม่ชอบ หรือคนเฉยๆ เราไม่ได้ว่าอะไร แต่เสียงส่วนใหญ่ที่บอก เราสัมผัสได้ว่าเขารู้ว่าเรากำลังพูดเรื่องอะไร 

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

“บางคนบอกว่า โห ไม่เคยกินรสชาตินี้มานานมาก โห น้ำตาลหอมมากค่ะ หรือคนเก่าแก่บอกว่า อันนี้เคยกินตอนเด็ก แต่หาไม่ได้แล้ว หรือแม้แต่การที่เราแพ็กของโดยพยายามไม่ใช้พลาสติกเลย ซึ่งยากมาก เวลาแบกไปขายมันหนักไปหมดเลย แต่เราก็พยายามทำ วัสดุกันกระแทกก็เป็นวัสดุธรรมชาติ คนถ่ายรูปกลับมา แจ้งกลับมาว่า ดีจังเลย ฟางเอาไปใช้ต่อได้ เสียงแบบนี้กลับมาเยอะมาก เยอะจนเราดีใจว่าสิ่งที่สื่อสารไปเขาได้รับนะ มีคนเห็น เชื่อเถอะว่าทำแล้วมีคนสัมผัสได้ แต่เรามันเป็นอย่างที่บอก เราเล็ก เราสื่อสารคนต่อคน แต่เราก็เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงจากพลังเล็กๆ”  

หากใครไม่เชื่อเรื่องความพิถีพิถัน เราคนหนึ่งเป็นพยาน ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นถูกบรรจงห่ออย่างประณีตด้วยกระดาษรียูส รองด้วยฟางแห้งที่แนบการ์ดบอกวิธีนำไปใช้ต่อ เราเชื่อเช่นกันว่าอย่างไรคนปลายทางต้องรับรู้ความตั้งใจนี้ได้

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

แล้วคนต้นทางสัมผัสถึงคุณค่าของสิ่งที่เขาทำหรือยัง-เราถาม

“เขาได้รับกำลังใจ รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมีคนเห็น และเขาก็มีกำลังใจที่จะทำต่อไป” หนูตอบ

“มันยืนยันคุณค่าอะไรบางอย่าง” เป็นจิ๊บที่เงียบฟังมานานเสริมพร้อมรอยยิ้ม

เดอะมนต์รักแม่กลองไม่ได้คิดการใหญ่เพื่อจะกลายเป็นผู้จัดจำหน่ายขนาดใหญ่ เดอะมนต์รักแม่กลองแค่หวังให้คุณค่าจากคนตัวเล็กถูกมองเห็น เมื่อคุณค่าแท้ถูกมองเห็น ใครจะทำบ้างก็ได้ ไปซื้อของใครก็ได้ พวกเขามีหน้าที่เพียงนำเรื่องนี้มาบอกในฐานะที่บอกเป็น ทำงานสื่อสารเป็น 

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม, ของดี แม่กลอง, ของฝาก สมุทรสงคราม

“เราไม่ได้บอกว่าต้องมาเป็นลูกค้าเรา เราอยากให้ผู้ทำของดีมีช่องทางไป ให้ยึดมั่นในการทำสิ่งที่มีคุณภาพ คำนึงถึงคนกิน คำนึงถึงต้นทางยันปลายทาง คำนึงถึงป่า คำนึงถึงทะเลที่คุณไปจับปลา คำนึงถึงตอนที่มันเข้าปากคนกิน เรารู้สึกว่าอยากให้เกิดภาพนี้

“ในขณะกับคนกิน เราก็อยากให้รู้ว่าอะไรที่เป็นของดี ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอันนี้คืออะไร มันไม่แฟร์ต่อผู้บริโภค เราเชื่อว่าต้องมีความซื่อสัตย์ ความเป็นธรรม กับทั้งระบบ ไม่ใช่แต่เฉพาะมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับโลก กับสิ่งแวดล้อมด้วย เราถึงจะอยู่ร่วมกันได้ มันเป็นทางรอด ไม่ใช่ทางเลือก” หนูบอก 

หาของดีมาให้คนกินอิ่มท้อง พนักงานร้านนี้ล่ะอิ่มใจหรือยัง

“มันไม่มีอะไรที่ข้องใจ พอได้ลงมือทำแล้ว ไอ้ผลลัพธุ์มันยังไงไม่รู้ แต่นับจากวันนั้นมาก็ไม่ได้เสียดายเวลา” โจชิงตอบคนแรก ตามด้วยนก

“มันไม่มีคำว่าอิ่มสำหรับพวกเราหรอก อิ่มใจตรงไหนมันเป็นคำสมมติ พวกเราผ่านสมรภูมิรบมา มันมีแต่ว่าเราต้องทำเรื่องนี้กัน มันสรุปไม่ได้ว่าอิ่มใจ ทำไปทีละวันแล้ว เออ สนุกดี เหมือนชวนกันมาทดลองเล่นขายของ แทนที่จะเล่นคนเดียว” 

“งานทดลอง แต่ทำจริงจังนะ” จิ๊บพูดติดตลก 

“ผมอยากทำอะไรที่มีประโยชน์กับบ้านกับเมืองแค่นั้น รู้สึกว่าสิ่งนี้มันต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ ต่อให้เหนื่อยมันก็ต้องทำ ไม่รู้ว่าจะไม่ทำไปทำไม ไม่ใช่ไม่รู้ว่าทำไปทำไม แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่ทำมากกว่า” ถึงไม่ได้หันไปมอง แต่เราเชื่อว่าทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยกับก๊อก

เดอะมนต์รักแม่กลอง สื่อชุมชนที่คัดสรรกะปิน้ำปลาดี มาเล่าเรื่องถิ่นแม่กลองให้คนชิม, สมุทรสงคราม

ที่เขาพูดกันว่าเมื่อไปเมืองไหนแล้วไม่ได้กินของดีเมืองนั้นเท่ากับไปไม่ถึงท่าจะเป็นความจริง เราอาจต้องกินให้รู้รส รู้คุณค่า รู้ความหมายจนถึงแก่นของที่นั้นๆ กินเพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังคงอยู่ 

นอกจากผลิตภัณฑ์ในโชห่วยเดอะมนต์รักแม่กลองจะกำลังทำให้ใครหลายคนกำเงินในมือแน่น โชห่วยร้านนี้อาจกำลังทำให้ใครหลายคนอยากกลับบ้านก็เป็นได้

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

Photographer

ณัฎฐาจิตรา ชินารมย์รัตน์

ช่างภาพที่ชอบการแต่งตัว อยู่กับเสียงเพลงและหลงรักในความทรงจำ

Little Big People

เรื่องราวของเหล่าคนตัวเล็กผู้มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

ก่อนมิถุนายน 2022 สื่อออนไลน์จากปัตตานีชื่อ The Motive อาจไม่ได้อยู่ในความสนใจของสื่อกระแสหลักหรือชาวเมืองกรุงเสียเท่าไหร่

แต่เมื่อสื่อท้องถิ่นดังกล่าวจัดงานฟอรัม ‘SCENARIO PATANI อนาคตปาตานี : ภาพชายแดนใต้ในวิสัยทัศน์ใหม่’ ตลอด 7 วันเต็ม โดยรวมสปีกเกอร์จากหลายภาคส่วนมาเสวนาถึงพริกถึงขิง ทั้งประเด็นการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และกระบวนการสันติภาพ พวกเขาได้กระตุกความสนใจของคนสนใจสังคมการเมืองเข้าอย่างจัง ด้วยรายนามนักการเมืองผู้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทักษิณ ชิณวัตร, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ทำไมสื่อเล็ก ๆ ที่เพิ่งก่อตั้งมาเพียง 2 ปี มีผู้ติดตามราว 5 หมื่นคน ถึงจัดงานที่พาอดีตนายกรัฐมนตรีไทยและอดีตผู้สมัครชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีมาเข้าร่วมได้  

แถมในงานเสวนาสาธารณะมิติใหม่ ยังมีตัวแทนจากภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ ไปจนถึงตัวแทนขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (BRN) มาร่วมถกอนาคตของปลายด้ามขวาน เรียกได้ว่าจับเอาทุกสเปกตรัมของความเห็นต่าง มาเจรจากันอย่างเข้มข้นและเป็นรูปธรรม 

เขาทำได้อย่างไร อะไรคือพลังของเหยี่ยวข่าวท้องถิ่นที่ผลักดันการพัฒนาชายแดนใต้อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย เราชวน อันวาร์-มูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ บรรณาธิการประสานงาน และ ซาฮารี เจ๊ะหลง บรรณาธิการเนื้อหา มาแบ่งปันเบื้องหลังการทำงานให้ฟังกัน

เดอะ สื่อท้องถิ่น

“ถ้าทำแบบเดิมเหมือนสิบปีที่แล้ว เด็กรุ่นใหม่อาจจะไม่บริโภคสื่อที่เราอยากทำ” 

อันวาร์เปิดเรื่อง ทั้งตัวเขาและซาฮารีมีประสบการณ์ทำ Wartani เครือข่ายคนทำงานสื่อคนรุ่นใหม่ตั้งแต่สิบปีก่อน คลื่นความเปลี่ยนแปลงของโซเชียลมีเดียในทศวรรษถัดมา ทำให้พวกเขาหันมาศึกษาโมเดลของสื่อตระกูลเดอะทั้งหลาย (รวมถึงเดอะคลาวด์) ซึ่งล้วนกำเนิดในกรุงเทพมหานคร 

กล่าวตามตรง เรื่องราวชายแดนใต้ที่คนส่วนกลางอย่างเรา ๆ รับรู้ค่อนข้างผิวเผิน เต็มไปด้วยความน่ากลัวและความไม่รู้ หลายประเด็นถูกกลบหายไม่เป็นที่พูดถึง สื่อเดิมในท้องที่ก็จับประเด็นความมั่นคงเป็นสำคัญ ทั้งที่ยังมีข้อมูลต่าง ๆ อีกมากมายที่น่าสื่อสาร The Motive จึงตั้งใจเป็นสื่อทางเลือกที่บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในสามจังหวัดชายแดนใต้ให้ทั้งคนในพื้นที่และคนภายนอกรับรู้ โดยหยิบจับองค์ความรู้หรือบางประเด็นน่าสนใจมาเผยแพร่ด้วยภาษาไทยเป็นหลัก ไม่ใช้ภาษามลายู เพื่อให้ผู้คนนอกพื้นที่ได้เข้าใจแดนใต้ผ่านมุมมองของคนท้องถิ่นจริง ๆ และไม่ใช่สำนักข่าวที่รายงานข่าวสารบ้านเมืองรายวัน 

The Motive สื่อออนไลน์ชายแดนใต้ นำเสนอเรื่องราวมลายูให้ทั่วไทยมองเห็นปลายด้ามขวาน

The Motive เกิดขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2020 เมื่อโควิด-19 แพร่กระจายใหม่ ๆ ดินแดนใต้ซึ่งบรรยากาศตึงเครียดจากกฎอัยการศึก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายความมั่นคง ยิ่งทวีความเครียดเขม็งจากกฎเกณฑ์โรคระบาด คนมีประสบการณ์ทำสื่อไฟแรงจึงช่วยกันรายงานสถิติผลผู้ติดเชื้อโควิดใน 5 จังหวัด จนช่วงแรก ๆ คนในพื้นที่เข้าใจว่า The Motive เป็นสื่อที่เล่าเรื่องโควิดโดยเฉพาะ

“พอโควิดสร่างซาลงไป เราก็เริ่มทำประเด็นการละเมิดสิทธิ ประเด็นความยุติธรรม ประเด็นวัฒนธรรม แล้วก็ประเด็นเศรษฐกิจ เพราะเราคิดว่าที่นี่ยังขาดสื่อที่เล่าเรื่องราวของตัวเอง และคนส่วนใหญ่ในประเทศไทยก็ยังมีความเข้าใจน้อยมากต่อประเด็นปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ครับ” ซาฮารีเปิดอก 

เขายกตัวอย่างบาดแผลใหญ่ของคนปลายด้ามขวานอย่าง ‘กรณีตากใบ’ เมื่อ 18 ปีก่อน ซึ่งฝังรอยลึกในประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง คนรุ่นใหม่หลายคนอาจเกิดไม่ทัน ยังไม่ทันรู้ความ หรือลืมเลือนเรื่องนี้ไปแล้ว แต่การที่ผู้คนทั่วไทยรู้จักและเข้าใจที่มาที่ไปเรื่องนี้ จะนำมาซึ่งการเข้าใจดินแดนใต้มากขึ้น และส่งผลต่อการผลักดันการฟื้นฟูเปลี่ยนแปลงต่อ ๆ ไป

Scenario Pattani

วัตถุประสงค์ของฟอรัม Scenario Patani คือเพื่อรับฟังวิสัยทัศน์ อนาคตความคิดเห็นของพื้นที่ชายแดนใต้ใน 4 ประเด็น การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และกระบวนการสันติภาพ ลำพังการรับฟังวิสัยทัศน์ความคิดเห็นก็เป็นเรื่องท้าทาย เมื่อต้องนำทั้งกลุ่มคนที่ทั้งเห็นด้วยและเห็นต่างกับรัฐมานั่งคุยกัน ในพื้นที่ตรงกลางที่ปลอดภัย

“ปัญหารากเหง้าของชายแดนใต้มีข้อถกเถียงกันเยอะ เราพยายามค่อย ๆ นำเสนอ เพราะว่ามันเป็นปัญหาที่ซับซ้อนมาก” บรรณาธิการเนื้อหาเอ่ย 

Scenario Patani จุดประกายให้คนทั่วไปมาสนใจเรื่องราวแดนใต้ โดยทีมงานตั้งใจเชิญคนที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทยมาแชร์มุมมอง โดยต้องเป็นคนที่มีพื้นเพทัศนคติแตกต่างหลากหลาย ทั้งฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายเสรีนิยม นักการเมืองบิ๊กเนมทั้งสามซึ่งไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ด้วยเหตุผลต่าง ๆ กัน จึงได้รับการเชิญมาเข้าร่วม และพวกเขาก็ตอบตกลงที่จะเข้ามาตอบคำถาม และแชร์มุมมองต่ออนาคตของชายแดนใต้ เช่นเดียวกับนักวิชาการ นักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจ นักกิจกรรม ภาคประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ทั้งมลายู พุทธ ไทยจีน 

The Motive สื่อออนไลน์ชายแดนใต้ นำเสนอเรื่องราวมลายูให้ทั่วไทยมองเห็นปลายด้ามขวาน

แม้เป็นการสื่อสารหลักทางออนไลน์ แต่ก็ทำให้เสียงที่เงียบมานานดังขึ้นได้ ดูได้จากยอดคนเข้าถึงเพจ 350,000 กว่าคนใน 7 วัน โดยมีสื่อพันธมิตรทั้งสื่อท้องถิ่นอย่าง Wartani และ The Reporter ร่วมสนับสนุน

“ทุกเสียงที่ชาวบ้านพูดมาตลอด ดังไม่เท่า 10 นาทีที่คุณทักษิณพูด คุณธนาธรพูด วันสุดท้ายในคนเข้าร่วมฟังไลฟ์ถึง 2,000 คน น่าจะเป็นครั้งแรกที่กลุ่ม BRN พูดคุยและตอบคำถาม Public แบบสด ๆ และคนที่ร่วมฟังเสวนาก็เป็นคน Gen X Gen Y ตามที่ต้องการ เราคิดว่าได้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ได้สำเร็จ 

“อีกเป้าหมายของเราคือการเปิดพื้นที่พูดคุยประเด็นที่เคยต้องห้าม ดันเพดานให้สูงขึ้น อย่างคำว่า Patani หมายถึงดินแดนปาตานีเดิม ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ เป็นคำแสลงที่รัฐบาลไม่ยอมรับ หลายพรรคการเมืองไม่กล้าเอ่ย เราอยากให้คำนี้ติดปากคน การเปิดพื้นที่ทั้งเรื่องการกระจายอำนาจ การกำหนดชะตากรรมตัวเอง พื้นที่การปกครองพิเศษ จนกระทั่งสูงสุดของเป้าหมายทางกระบวนการเองคือเรื่องเอกราช ควรเป็นเรื่องที่พูดคุยถกเถียงกันได้อย่างปลอดภัย”

‘รังสรรค์สังคมตื่นรู้ กระตุ้นการขบคิดของฅน’ เป็นแท็กไลน์ของสื่อท้องถิ่น ซึ่งการจัดงานฟอรัมนี้ไม่เพียงกระตุ้นผู้คนทั่วไป แต่ยังกระตุกให้หลายฝ่ายมองเห็นพื้นที่ปรึกษาสาธารณะ (Public Consultation) บนโต๊ะพูดคุยที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน 

“เราพยายาม Process ข้อมูลทั้งหมดจากงาน ทั้งคำว่าการปกครองพิเศษ การปกครองตนเอง การบริหารทรัพยากรของตนเอง การมีอัตลักษณ์ผสมกับ 3 – 4 วัฒนธรรมเป็นของตัวเอง กระบวนการสันติภาพ ให้ทั้งสองฝ่ายรับไป และให้คนในพื้นที่รับไปพูดคุยต่อ เพื่อให้เกิดการถกเถียงในพื้นที่ ไปจนถึงสังคมภายนอก”

“ความขัดแย้งในภาคใต้ 18 ปี ใช้งบประมาณไป 3 แสนล้านกว่าบาท มันเยอะมากนะครับ ซึ่งการแก้ปัญหาก็ยังไม่บรรลุความสงบเสียทีเดียว ผมคิดว่าประเด็นเหล่านี้ควรต้องคุยกันในวงกว้างมาก ๆ เพราะว่ามันใหญ่โต กระทบกับมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญไทย (ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้) เป็นประเด็นที่สำคัญมาก ๆ ครับ” ซาฮารีอธิบายให้เห็นภาพชัดเจน

เสรีภาพแห่งความคิดเห็น

เอกราช เป็นคำที่มีน้ำหนักน่าตกใจ แต่อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ลองจับคำนี้มาวางในที่สว่าง ทำความเข้าใจด้วยการรับฟังสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยิน หรือถูกปิดไม่ให้ได้ฟังมาก่อน

“คำว่าเอกราชไม่ได้เป็นเป้าหมายของแค่ขบวนการ BRN นะครับ มันเป็นอุดมคติของคนที่ถูกกดทับ ของคนที่มีอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากรัฐที่ปกครองส่วนกลาง ในงานวิจัยหลายครั้ง กล่าวถึงโมเดลการปกครองประมาณ 8 โมเดล ตั้งแต่อยู่กับรัฐไทยตามปกติจนถึงแบบมีเอกราช เรารู้ว่ามีความต้องการแบบนี้ แต่มันถูกปิดไว้ ไม่ได้ถูกพูดคุยสาธารณะ” อันวาร์ชี้แจง “ร้านกาแฟ ร้านโรตี ร้านข้าวยำตามชุมชน ควรมีการพูดกันได้ว่าโมเดลไหนที่ตอบโจทย์สันติภาพที่ยั่งยืนของพื้นที่ ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ ตอบโจทย์การศึกษา เศรษฐกิจ ทุก ๆ เรื่องในพื้นที่ สมมติว่าถ้าต้องการเอกราชเราต้องทำยังไง รัฐบาลเอกราชหลังจากนี้ต้องเป็นยังไง เราจะอยู่แบบไหน ภาษีจะบริหารยังไง มันต้องเป็นเรื่องปกติ”

The Motive สื่อออนไลน์ชายแดนใต้ นำเสนอเรื่องราวมลายูให้ทั่วไทยมองเห็นปลายด้ามขวาน

สิ่งสำคัญที่พวกเขามองเห็นว่าน่าจะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้คือการทำประชามติ ทำความเข้าใจความต้องการแท้จริงของคนในพื้นที่ว่าพอใจกับอะไร ซึ่งความรู้สึกถึงชนชาติอันแตกต่างจากประเทศไม่ใช่เรื่องแปลก มีกรณีศึกษามากมาย อย่างเขตปกครองตนเองในมินดาเนามุสลิม บนเกาะมินดาเนา ประเทศฟิลลิปปินส์ หรือประเทศสกอตแลนด์ที่เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ไปจนถึงแคว้นประเทศบาสก์และแคว้นกาตาลุญญา ประเทศสเปน ซึ่งแต่ละพื้นที่ผ่านทั้งเหตุการณ์ความรุนแรงและการต่อสู้โดยสันติวิธี

“ผมเคยไปโอกินาว่า มีคนที่บอกว่าเขาไม่ใช่คนญี่ปุ่น มีกลุ่มที่ประกาศตัวว่าต้องการเอกราชของโอกินาว่า แล้วก็มีกลุ่มที่ฝักใฝ่แนวคิดคอมมิวนิสต์ คือกฎหมายเขาเปิดกว้าง คุยกันได้ทุกเรื่อง ซึ่งของเรามันยังไม่พัฒนาถึงขั้นนั้น กระบวนการต่าง ๆ คงอีกยาวไกล แต่เราอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจ ไม่ว่าอนาคตอยากให้บ้านเป็นแบบไหนก็ตาม” อันวาร์เอ่ย

“The Motive เป็นสื่อที่เลือกข้างประชาชน ซึ่งประชาชนจะบอกอะไร เราเพียงแค่เอาไมค์ไปจ่อปากเขา หรือเขียนเรื่องราวนำเสนอผ่านเรา จะเป็นเรื่องของรัฐหรือของขบวนการ BRN เราก็สะท้อนความคิดความต้องการของคนออกไป เป็นสื่อท้องถิ่น สื่อทางเลือกที่ต้องการสื่อสารทั้งกับคนในและคนนอก และเปิดพื้นที่สำหรับคนที่อยากพูด แต่ไม่กล้าพูด”

ซาฮารีเสริมต่อ “เราพยายามไม่นำเสนอแค่เพียงปรากฏการณ์เหมือนสื่อหลัก แต่เราอยากนำเสนอเชิงลึกว่าปรากฏการณ์นั้นเกิดขึ้นมายังไง มีเงื่อนไขอะไร ให้คนเข้าใจพื้นที่นี้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่ผิวเผิน ถ้าทุก ๆ ภาคส่วนเข้าใจประเด็น 3 จังหวัดจริง ๆ ทิศทางการหาทางออกในทางการเมืองจะเป็นมาตรฐานสากลมากขึ้น

“การที่เราทำสื่อในพื้นที่ความขัดแย้ง แน่นอนมันหนีไม่พ้นเรื่องของการถูกมองว่าเป็นกระบอกเสียงให้กับฝ่ายตรงข้ามรัฐหรือเปล่า ในฐานะที่ผมทำงานด้านสื่อมาสิบกว่าปีในพื้นที่ ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยโดนนะครับ ผมก็เคยถูกเชิญตัวจากกฎอัยการศึกไปเข้าค่ายทหาร อันวาร์เองก็ถูกคดีความอยู่ในเรือนจำมา 5 – 6 ปีเราได้รับผลกระทบมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งด้วย ไม่ใช่ว่าทำงานราบรื่นแบบสายลม แสงแดด ไม่ใช่ครับ เราถูกติดตามจากฝ่ายความมั่นคง ถูกเรียกกินกาแฟปรับทัศนคติอะไรพวกนี้ก็หลายครั้ง 

“แต่ถ้าคนที่ทำงานสื่อไม่กล้าที่จะคิดอะไรนอกกรอบ ไม่กล้าส่งเสียง แล้วชาวบ้านไม่ยิ่งกว่าเหรอครับ เราก็คิดกันอย่างนี้ เราก็ต้องกล้ายกเพดานในสิ่งที่ทุกคนเขาหวาดกลัวให้มันออกมาสู่ Public เพราะถ้าการไม่กล้าพูดในที่แจ้ง รัฐก็จะได้ยินแต่เสียงที่เขาอยากฟัง เสียงที่ไม่ได้ยินเหล่านี้แหละที่ทำสิ่งที่รัฐไม่คาดคิด เช่น ความรุนแรง ความไม่สงบก็ระเบิดออกมา ซึ่งทางออกทางการเมืองที่จะคุยกันเรื่องใหญ่ ๆ เนี่ย ผมคิดว่าก็คุยกันด้วยแนวทางสันติวิธีได้ โดยไม่ต้องใช้กองกำลังหรือความรุนแรง

“เราอาจจะเป็นเฟืองเล็ก ๆ จิ๊กซอว์เล็ก ๆ ที่เริ่มต้นทำให้เห็นภาพ 3 จังหวัดในอีกมุม”

The Motive สื่อออนไลน์ชายแดนใต้ นำเสนอเรื่องราวมลายูให้ทั่วไทยมองเห็นปลายด้ามขวาน

ความขัดแย้งที่เข้มข้น

“พอจะอธิบายให้คนนอก มันอธิบายยากมาก ๆ คนไม่ค่อยจะเข้าใจตรงนี้ครับ” อันวาร์เกริ่น 

“คนไทยส่วนใหญ่เข้าใจว่าความขัดแย้งที่นี่เกิดขึ้นมา 18 ปีแล้ว แต่สำหรับคนมลายูที่อยู่ในพื้นที่ เรามีเรื่องเล่าของตัวเองที่ผูกกับประวัติศาสตร์ 200 กว่าปี แรงขับแรกของชาวมลายูเมื่อ 200 ปีที่แล้วคือตกเป็นเมืองขึ้นของสยามในสมัยรัชกาลที่ 1 ประมาณปี 1785 เป็นครั้งแรกที่พ่ายแพ้ต่อรัตนโกสินทร์ ตกเป็นเมืองขึ้น พอสมัยรัชกาลที่ 2 มลายูก็ถูกแบ่งเป็น 7 หัวเมือง และต่อมาปี 1902 ซึ่งอยู่ช่วงรัชกาลที่ 5 ก็ยกเลิกหัวเมือง เพื่อสลายอำนาจของเจ้าเมืองสมัยนั้น” เขาเล่าประวัติศาสตร์ความขัดแย้งฉบับย่อ

หลังจากนั้นการต่อสู้ยังดำเนินต่อมาในกลุ่มผู้นำศาสนา นักการเมืองท้องถิ่น และประชาชน ทั้งการต่อสู้ในสภา จนถึงขบวนการใต้ดิน

สื่อท้องถิ่นเล็ก ๆ จากชายแดนใต้ ตั้งใจรังสรรค์สังคมตื่นรู้ กระตุ้นการขบคิดของฅน เพื่อเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นให้ดีขึ้น

“ความเป็นมาที่สะสมเข้มข้นนี้ไม่เคยจางหายไป ต่อสู้มาทุกรุ่นจนถึงสมัยปัจจุบันที่ก่อเกิดเป็นภาคประชาสังคม NGO ต่อสู้แบบสมัยใหม่กับประเด็นเศรษฐกิจ การละเมิดสิทธิ์

“เบ้าหลอมชุมชนมลายูยังอยู่ เรามี Narrative ของตัวเอง เราเป็นคนไทยเมื่อเข้าไปเรียนประถม มัธยม แต่กลับมาอยู่บ้านพูดภาษามลายู เรียนรู้เรื่องเล่าของกษัตริย์ 18 องค์จนถึงปาตานีล่มสลาย

“การเรียกร้องตลอดมาของมลายูต่อรัฐไทยคือการยอมรับอัตลักษณ์ความเป็นมลายูอย่างเป็นรูปธรรมและจริงใจ คนในพื้นที่รู้สึกว่าถูกกดขี่ทางด้านเศรษฐกิจ ยังมีคนถูกซ้อมทรมาน โครงการพัฒนาหลาย ๆ โครงการก็ไม่มีเสียงของประชาชนอยู่ในนั้นเลย อะไรแบบนี้ทำให้เราไม่อินกับหลายอย่าง เวลาทีมชาติไทยเตะกับมาเลย์ เราก็ไม่เชียร์ไทย” เขายอมรับตรง ๆ 

ซาฮารีเอ่ยถึงความตั้งใจในภาพรวม

“เราอยากให้คนไทยภูมิภาคอื่น ๆ เข้าใจว่าเราอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน คนภาคเหนือเขาก็มีประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ตัวตนล้านนาของเขา คนอีสานก็มีชาติพันธุ์ มีเรื่องราวของตัวเอง อย่าง The Isaan Record พยายามนำเสนอเรื่องราวที่เป็นประวัติศาสตร์ชุมชน มีประวัติศาสตร์เรื่องกบฏผีบุญ ก็ไม่ต่างจากคนชาติพันธุ์มลายูที่พยายามจะชูอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา 

“เราต้องรู้จักกัน ดีกว่าเราเกลียดกันทั้งที่ยังไม่รู้จัก วาทกรรมที่บอกว่าคนใต้ใจดำ คนอีสานใจง่าย คนเหนือใจง่าย มันเป็นวาทกรรมที่แยกเราออกจากกัน โครงสร้างความเป็นไทยเดียวนั้นกดทับครอบทุกภูมิภาค ก็พยายามสื่อสารออกไปว่าไม่ใช่เพียงแค่ 3 จังหวัดนะ เรามีปัญหาเหมือน ๆ กัน ถ้าสื่อสารได้ มันจะทำให้เราเข้าใจกันและกันมากขึ้น ยังมีปัญหา มีประเด็นอีกเยอะมากที่จะต้องหาทางออกร่วมกัน” 

สังคมยุคใหม่

กัญชาเสรี สุราท้องถิ่น หรือการสมรสเท่าเทียม เป็นตัวอย่างประเด็นร้อนในสังคมปัจจุบัน ที่ขัดกับความเชื่อดั้งเดิมของชุมชนมุสลิม นับเป็นอีกความซับซ้อนที่ตัวแทน The Motive ทั้งคู่ยอมรับว่ายังเป็นข้อถกเถียงใหญ่ที่ยังไม่อาจหาบทสรุป 

“เราจัดรายการคุยเรื่องเหล่านี้เหมือนกัน ฟีดแบ็กก็มีทั้งด้านบวกและลบ หลายคนก็มองว่าแปลก ๆ นะ เป็นมุสลิม ทำไมต้องคุยประเด็นเหล่านี้ แต่ในเมื่อส่วนกลางกำลังพยายามขยับ ในสภาเขาก็คุยเรื่องนี้อยู่ เราก็หนีไม่พ้นหรอก ยังไงก็ส่งผลต่อพื้นที่ โจทย์ของเราคือแล้วเราจะอยู่ยังไงต่อ” อันวาร์กล่าว

ในฐานะศาสนิกชน พวกเขาอธิบายว่าหลักศาสนาอิสลามหลายอย่างแตกต่างจากโลกเสรีมาก แต่ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 

“ว่ากันตรง ๆ พื้นที่นี้ยังมีความเป็น Conservative สูงมากในภูมิภาคอาเซียน ยึดตามหลักคำสอนทางศาสนาเคร่งครัด แต่ไม่ใช่ว่าตัวสังคมหรือชุมชนมุสลิมจะไม่คิดอยากเปลี่ยนแปลงอะไรเลย แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องค่อย ๆ พูดคุย ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ให้คนตกผลึกจริง ๆ ต่อสังคมโลกในปัจจุบัน ซึ่งต้องใช้เวลา” ซาฮารีอธิบายอย่างใจเย็น

สื่อท้องถิ่นเล็ก ๆ จากชายแดนใต้ ตั้งใจรังสรรค์สังคมตื่นรู้ กระตุ้นการขบคิดของฅน เพื่อเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นให้ดีขึ้น

“The Motive พยายามสร้างพื้นที่พูดคุยตรงนี้ ผมคิดว่าอาจจะยังมีคนไม่เข้าใจอีกเยอะ เราก็ต้องค่อย ๆ สร้างวัฒนธรรมของการวิพากษ์ ของการพูดคุย ของการนำเสนอที่มีวุฒิภาวะ ถึงแม้ว่าเป็นความเห็นที่เราไม่เห็นด้วย เราก็ต้องคุยกัน ต้องเอามากางแล้วก็คุยกันว่าเราไม่เห็นด้วยเพราะอะไร คนที่เห็นด้วย เขาใช้หลักการอะไร คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะพูดคุยกันได้ เพียงแต่ว่าผมคิดว่ามันต้องใช้เวลา ค่อย ๆ นวด ค่อย ๆ ทำให้ประเด็นมันนูนขึ้นมานะครับ”

ไปซ้ายก็โดนว่า ขวาก็โดนตำหนิ แล้วสื่อท้องถิ่นในพื้นที่มุสลิมจะวางตัวอย่างไรในยุคสมัยนี้ 

“ประเด็นที่อ่อนไหว พูดไปยังไงก็ไม่มีทางเพอร์เฟ็กต์สำหรับทุกคน แต่เรากล้าเผชิญกับมันไหม ถ้าเราหนีไม่แตะ ไม่นำเสนอ ไปเสนอเรื่องอื่น เราคงนิยามตัวเองว่าสำนักคอนเทนต์ที่สื่อสารกับคนรุ่นใหม่ไม่ได้”  

อันวาร์เสริมต่อ

“ในมุมการเมือง The Motive จะไม่ Conservative แล้วก็ไม่ได้ Progressive อะไรมาก เพราะถ้าเราไปสุดข้างใดข้างหนึ่ง อีกข้างจะไม่มาหาเราทันที ในมุมที่คุยศาสนาก็ประมาณนี้ เราอยากให้คนทั้งสองฝั่งมีจุดที่เข้าใจร่วมกัน เพราะสังคมความเป็นจริงก็เป็นแบบนี้ เด็กที่อยู่เอกชน โรงเรียนปอเนาะ เขาก็มีจุดยืนแข็งแบบเขา เด็กที่โตมาในโรงเรียนสามัญ จบมัธยม ออกไปต่อมหาลัยข้างนอก เขาก็เอาแนวคิดข้างนอกมา ซึ่งทั้งสองก็เป็นคนปัตตานีเหมือนกัน แต่คิดต่างกัน ก็ต้องมีพื้นที่มานั่งคุย มานั่งถก ไม่ใช่เพื่อชนะหรือว่าแพ้ แต่ต้องดีไซน์พื้นที่อนาคตปัตตานีว่าเป็นยังไง 

“โดยเฉพาะอัตลักษณ์ ไม่ใช่แค่มลายูเท่านั้นที่มีสิทธิ์เยอะกว่าคนไทย คนจีน ทุกคนต้องมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ถึงแม้จำนวนคนไทยและคนจีนจะมีน้อยกว่า แต่สิทธิพื้นฐานต้องเท่าเทียมกัน”

สื่อท้องถิ่นเล็ก ๆ จากชายแดนใต้ ตั้งใจรังสรรค์สังคมตื่นรู้ กระตุ้นการขบคิดของฅน เพื่อเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นให้ดีขึ้น

อนาคตสื่อชายแดนใต้

ความตั้งใจของสื่อท้องถิ่นคือการหาโมเดลบริษัทให้ The Motive ไปต่อได้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงสื่ออาสาเช่นปัจจุบัน เพื่อจะได้พัฒนาทั้งทักษะการทำงานสื่อของคนในท้องที่ ไม่ว่างาน IT กราฟิก ถ่ายภาพ ตัดต่อ และโจทย์สำคัญคือการสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์สังคมภายนอก 

“ผมว่าประเด็นในสามจังหวัดน่าสนใจตรงที่ไม่ว่าจะแตะตรงไหน ก็เป็นเงื่อนไขหมด เพราะมันเป็นพื้นที่ที่ถูกลืมมานานมาก เราขาดคนที่ทำงานด้านประเด็น คอนเทนต์เป็นจุดอ่อนของเรามาตลอด ส่วนหนึ่งเพราะเวลาเราคิดในหัว จะคิดเป็นมลายูก่อน แล้วแปรออกมาเป็นคอนเทนต์ที่ทำให้คนไทยเข้าใจ ความซับซ้อนต่างจากคนที่เคยผ่านการเทรนจากส่วนกลาง คนในสามจังหวัดเคยไปฝึกงานกับประชาไท หรือ Voice TV ก็คิดคอนเทนต์ต่างกัน แต่เราอยู่ในพื้นที่มาตลอด เป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเราที่จะทำคอนเทนต์ให้น่าสนใจ” 

“ว่ากันตามตรง เราไม่ได้ทำ The Motive เป็นงานหลัก เราไม่ได้มีเงินเดือน ตัวผมเองทำงานดูแลเรื่องฮาลาลในคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี แต่ในอีกด้านหนึ่งมาทำสื่อ หลาย ๆ คนก็เป็นแบบนี้ เราทำงานสื่อเพราะเสียดายหากองค์ความรู้ หรือทักษะด้านการสื่อสารมันจะหายไป ซึ่งไม่ว่าจะมีคนสนใจหรือประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อย เราก็มีจุดเริ่มต้นที่เป็นรูปธรรมให้คนได้เห็นว่ามีสื่อประเภทนี้อยู่ในพื้นที่” บรรณาธิการเนื้อหาเอ่ยตรงไปตรงมา

“เราต้องเรียนรู้ว่าสื่อกรุงเทพฯ เขาสนใจประเด็นอะไร อนาคตเราอาจจะต้องมีคนที่เป็นคนจากส่วนกลางมาร่วมทีมด้วย เราอยากจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ให้ส่งนักศึกษามาฝึกงานเพื่อพัฒนาทักษะของเขา แล้วอนาคตเขาอาจจะเป็นทีมของ The Motive ก็ได้” บรรณาธิการประสานงานมองอนาคต

“ส่วน Scenario Patani จะจัดอีกไหม ก็คุยกับคนในทีมอยู่ส่วนหนึ่งว่าถ้าในพื้นที่ยังไม่มีอะไร เราจะทำในสิ่งที่ใหม่เสมอ” ซาฮารีตบท้าย

สื่อท้องถิ่นเล็ก ๆ จากชายแดนใต้ ตั้งใจรังสรรค์สังคมตื่นรู้ กระตุ้นการขบคิดของฅน เพื่อเปลี่ยนแปลงท้องถิ่นให้ดีขึ้น

ภาพ : The Motive

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load