หม้อ กระทะ ตะหลิว ถ้วย ชาม และเสียงคุยโทรศัพท์กับคนที่บ้าน ทั้งหมดนี้คือนักแสดงนำที่ เค-คณิน พรรคติวงษ์ ใช้ในการถ่ายทำคลิปวิดีโอลงในเพจ แม่ เมนูนี้ทำไง แม้มีตัวละครไม่มาก ใช้ต้นทุนไม่สูง และถ่ายทำด้วยมุมกล้องแบบ Home Cooking แต่สิ่งที่เหล่าแฟนเพจรวมถึงตัวของเคเองได้กลับคืนมา ตีราคาได้เทียบเท่าระดับมิชลิน

หากคุณจะถามหาสูตรอาหารที่อร่อยตบโต๊ะ จนเชฟชั้นนำจากทั่วโลกต่างยกนิ้วให้ เคจะบอกให้คุณลองเปิด Cookbook หรือดูคลิปสอนทำอาหารอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คลิปในเพจของเขา เพราะเชฟมือสมัครเล่นคนนี้ไม่ได้ต้องการนำเสนอว่าทำอย่างไรให้อาหารรสชาติดี แต่อยากเชื่อมให้คุณกับคนที่บ้านใกล้ชิดกันมากขึ้น ด้วยการโทรกลับไปถามพวกเขาว่าเมนูนี้ต้องทำอย่างไร

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

เคไม่ได้เป็นคนรักการทำอาหาร และไม่ได้ทำอาหารเก่งอย่างที่หลายคนรวมถึงเราเข้าใจ (เคบอกว่าแม่ของเขาก็ไม่ได้ทำอาหารเก่งเช่นกัน) ย้อนกลับไปเกือบ 9 ปีที่แล้ว เคเป็นเด็กหนุ่มจากจังหวัดสมุทรสาคร ย้ายมาอยู่ในเมืองเมื่อครั้งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จนล่วงเลยไปถึงวัยทำงาน ปัจจุบันอาชีพหลักคือฟรีแลนซ์ครีเอทีฟโฆษณา และเริ่มมาเป็นเจ้าของเพจ ในวันที่รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเมื่อแม่ถูกรถชน

“ปลายปีที่แล้วแม่ถูกรถชน เกือบตายครับ เลยคิดว่าควรจะรีบทำอะไรสักอย่างกับแม่ ใช้เวลาให้มันคุ้มค่ากว่านี้”

ทำยังไงนะแม่

‘ฮัลโหล แม่ ถามไอ้หมูนั่นหน่อยดิ ชื่อหมูอะไรนะ หมูรวนเค็มเหรอ’

‘เออ ทำไม จะทำเหรอ’

‘เออ จะทำ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าว่าจะทำ มันทำยังไงนะ’

ด้วยบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ เหมือนได้แอบฟังแม่ลูกคุยโทรศัพท์กันตามประสาคนไกลบ้าน ถามไถ่วิธีการทำอาหารและสารทุกข์สุขดิบของทั้งสองฝ่าย จึงทำให้ แม่ เมนูนี้ทำไง เติบโตขึ้นเร็วกว่าที่เคคาดคิด

เจ้าของห้องหยิบอุปกรณ์ในครัวออกมาตั้งเรียงรายทีละชิ้น ระหว่างนั้นเราจึงได้สำรวจสตูดิโอเล็กๆ แห่งนี้ไปด้วยอย่างตื่นตาตื่นใจ ไม่น่าเชื่อว่าภายในห้องพักเรียบๆ พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางขนาดที่จะให้นอนเอกเขนกกันได้หลายสิบคน จะถูกใช้เป็นมุมภาพเคล้าคลอเสียงสนทนาระหว่างแม่ลูก และช่วยถ่ายทอดความคิดถึง ความอบอุ่น และความผูกพันไปสู่ปลายสายได้อย่างออกรสออกชาติ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่ากลมกล่อมขนาดไหน

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่
แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

เหล่าลูกเพจที่ชื่นชอบสูตรการทำอาหารและบทสนทนาแบบห้วนๆ สั้นๆ แกมเสียงหัวเราะของครอบครัวนี้ หากไล่ระดับตามความอาวุโส ก็มีตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ไปจนถึงรุ่นลูกในวัยทำงานหรือนักเรียนนักศึกษา แต่พวกเขาไม่ได้รู้จักเค แม่ และยายของเขาภายใต้ชื่อ แม่ เมนูนี้ทำไง มาตั้งแต่แรก 

เมื่อตัดสินใจว่าจะวางมือจากงานประจำที่ทำอยู่ เคจึงตั้งใจสร้างเพจที่มีชื่อเดียวกับชื่อจริงของตัวเองขึ้นมา เพื่อใช้ในการเก็บบันทึกผลงานด้านการทำครีเอทีฟ สองคลิปแรกอย่างหมูผัดปลาอินทรีย์เค็มและต้มผักกาดดองจึงถูกปล่อยออกมา โดยที่เขายังหันเหทิศทางได้ไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อต้องจับพลัดจับผลูนำผลงานในเพจไปส่งประกวดตามเวทีต่างๆ ประกอบกับถูกจริตของเหล่าผู้ดูทางหน้าจอแบบไม่ทันตั้งตัว เคจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพจให้เรียกง่ายจำง่าย สื่อสารใจความได้ตรงประเด็น และหันมาเอาดีทางคลิปทำอาหารอย่างจริงจัง

“คลิปแรกลงไปเมื่อ 14 มีนาคม ของปีนี้เองครับ อยากจะทำเพจเพื่อเก็บผลงาน มีไอเดียอะไรก็กะว่าจะเอาลงเพจนี้แหละ แต่หลายอย่างมันก็เป็นเรื่องบังเอิญเหมือนกันนะ แม่เขารถชนตอนปลายปีที่แล้ว เราเลยคิดได้ว่า เฮ้ย ถ้าแม่ตายไปนี่ก็คือไม่ได้คุย ไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยนะ แต่พอนึกว่าจะคุย ก็ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร มันไม่เหลือเรื่องไหนให้คุยกับแม่แล้ว ถ้าเมื่อก่อนตอนเด็กๆ เราไม่รู้อะไรเรายังถามแม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้เรารู้เองหมด มันก็เหลือแค่เรื่องกับข้าวนี่แหละ ที่น่าจะเป็นเรื่องให้คุยกันได้”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

ครีเอทีฟโฆษณาที่กำลังฝึกทำอาหารให้คล่องขึ้นพบว่าการอัดคลิปทำอาหาร เป็นการรวมความสนใจทุกอย่าง ทั้งแม่และความฝันการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไว้ในที่เดียวกัน

โทรหาแม่

หากให้เคลองนึกย้อนกลับไปก่อนที่จะเริ่มทำเพจ เขาก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าคุยกับแม่ครั้งล่าสุดเรื่องอะไร แต่เมื่อ แม่ เมนูนี้ทำไง ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แม่จึงกลายเป็นนักแสดงนำในคลิป และนักแสดงนำในหนังชีวิตที่เขากำกับเอง จากนั้นเคจึงจำได้เสมอว่าคุยกับแม่ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เรื่องอะไร

“คุยกันล่าสุดสามวันที่ผ่านมา ก็เรื่องงาน เรื่องทำคลิปนี่แหละครับ เดี๋ยวมีคนมาจ้างให้รีวิวอันนี้นะ แม่ว่างวันไหน โทรไปคุยได้ไหม เสร็จงานเราก็แบ่งตังค์กัน ถือว่าเขาเป็นนักแสดงในเพจ เราก็ต้องจ่ายค่าตัวให้เขาไป (หัวเราะ)”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ เคไม่เคยบอกแม่ก่อนเลยว่าจะทำเมนูอะไร อาศัยความเป็นธรรมชาติของแม่ในการนึกสูตร และบอกสูตรแบบจานต่อจาน บอกอีกครั้งก็อาจไม่เหมือนเดิม อาหารทุกอย่างที่เขาลงมือทำ จึงปรุงรสให้กลมกล่อมหอมละมุนด้วยบทสนทนาที่ไร้การปรุงแต่งใดๆ ซึ่งเคคิดว่านั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้คลิปออกมาสมบูรณ์ในแบบฉบับของมัน

ความเป็นธรรมชาติหรือสิ่งที่เคเรียกว่าความสด จึงอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ แม่ เมนูนี้ทำไง เป็นที่รู้จักในบรรดาคนไกลบ้าน ลูกที่คิดถึงแม่ แม่ที่คิดถึงลูก รวมไปถึงคนที่ไม่กล้าโทรหาแม่

“มันอาจจะเป็นสิ่งที่คนเขารู้สึกกันอยู่แล้ว แต่แค่ไม่ได้ทำออกมา ลึกๆ ผมว่าคนเราก็อยากจะโทรหาแม่กันอยู่แล้วนะ”

พักหลังมา เคเพิ่มตัวละครลับที่มาช่วยสร้างสีสันในเพจได้อย่างเข้มข้มกลมกล่อมยิ่งกว่าเดิม คุณยายวัย 84 ปีที่เราเดาว่าแกอาจไม่ได้เมมเบอร์โทรศัพท์ของเคไว้ เพราะทุกครั้งที่หลานชายโทรไป ปลายสายจะทักทายด้วยประโยคเดิมทันทีว่า

‘ใครอะ’

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

หากเราลองเปิดคลิปปลาทูต้มเค็มและแกงเขียวหวาน จะพบว่ายายหลานคู่นี้หยอกล้อกันได้ถูกจังหวะจะโคนเหลือเกิน เหมือนคณะตลกตบมุกกันไม่มีผิด เราอยากทราบว่าทำไมเคถึงตัดสินใจแคสติ้งคุณยายให้มาเป็นนักแสดงนำร่วมด้วยอีกคน ในเมื่อเพจนี้ถูกตั้งชื่อจั่วหัวไว้แล้วว่า แม่ เมนูนี้ทำไง

“จริงๆ เพราะเพจมันเป็นเรื่องคนสองเจนฯ คุยกัน ยายก็เป็นเหมือนอีกเจนฯ หนึ่งที่เราก็ไม่ค่อยได้คุยกับเขา สำหรับหลายๆ คน ยายเป็นแม่อีกคนเหมือนกันนะ เพราะยายก็เลี้ยงมา กลัวคนเบื่อแม่ด้วยแหละ (หัวเราะ) เขาฟังแม่อย่างเดียวอาจจะเบื่อ เลยโทรหายายบ้าง คุยกับยายบ้าง”

เคเล่าว่าด้วยความที่แม่เป็นคนไม่ค่อยพูด ออกจะขรึมๆ และเงียบกว่าคุณยาย เขาจึงสนิทคุ้นเคยกับยายมากกว่า ซึ่งคลิปที่เคชอบมากที่สุด คือคลิปแกงเขียวหวานที่โทรไปถามสูตรจากยายเช่นกัน

“ยายตลกครับ ยายกวนตีน”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่
ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

รสมือแม่

“แม่ไม่ได้ทำอาหารเก่งขนาดนั้นเลย แต่ผมว่าเราก็จะติดรสมือแม่กันทุกคน เหมือนฝีมือแม่ก็จะอร่อยที่สุดสำหรับเราอยู่แล้ว” 

แม้จะเป็นเพจที่บอกเล่าวิธีทำอาหารแบบต้ม ผัด แกง ทอด ตามแบบฉบับครัวไทยธรรมดาทั่วไป คลอไปกับเสียงสนทนาผ่านการยกหูโทรศัพท์แบบไม่มีสคริปต์ แต่ผู้กำกับหนังชีวิตของตัวเองท่านนี้ วางพล็อตเรื่องของคนไกลบ้าน ไกลครอบครัว และสะท้อนความเหลื่อมทับของสังคมไว้ในจานอาหารอย่างแนบเนียน หากชิมแบบไม่พิถีถันเท่าไหร่ ก็อาจจับลิ้นชิมรสไม่ได้ ว่าเชฟได้ซ่อนวัตถุดิบเหล่านี้ลงไปให้ลองรับประทานด้วย

“จริงๆ อยากพูดเรื่องคนต่างจังหวัด เพราะผมเองก็เป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาในเมือง เราก็มีคำถามนะว่าทำไมเราต้องเข้ามาในเมืองวะ ทำไมต่างจังหวัดถึงไม่มีอุตสาหกรรมดีๆ ให้เราได้ทำงานอยู่ใกล้บ้าน ได้อยู่ใกล้คนที่บ้าน ทำไมเราต้องห่างจากบ้าน แต่เราก็อยากหาความสวยงามของการใช้ชีวิตที่นี่ ให้เห็นมุมที่ดีของชีวิตในเมืองบ้าง”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่
แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

 คุยกับแม่

“บางทีถ้าเราอยู่ด้วยกันมากๆ เราก็ทะเลาะกัน จริงๆ เราไม่ได้รักกันขนาดนั้นหรอกครับ (หัวเราะ) อยู่ห่างกันเรารักกันมากกว่าอีก แต่เราต้องแค่คุยกันเท่านั้นเอง”

ที่ผ่านมาแม่และงานเป็นถนนคู่ขนานในชีวิตของลูกชายมาตลอด แต่เมื่อวันหนึ่ง ทั้งสองสิ่งถูกจับต้นชนปลายให้มาอยู่บนถนนสายเดียวกัน ไม่เพียงแต่ทำให้ได้พูดคุย หัวเราะต่อกระซิก และเดินทางเข้าไปเรียนรู้ในหัวใจของกันและกันมากขึ้น ผู้กำกับหนุ่มยังได้รู้ว่าตัวละครสำคัญที่เขาควรเก็บไว้ในหนังเรื่องนี้อีกคนหนึ่งคือใคร

“บางครั้งเราจะชอบคิดไปเองว่าแม่ไม่รักเรา จริงๆ เขารัก แต่ก็รักในมุมของเขา ถ้าไม่คุยกันคงไม่รู้ว่าเขาคิดแบบไหน ถึงจะเป็นความสัมพันธ์แบบแม่ลูกก็ต้องคุยกันนะ ไม่รู้สิ เรามีแม่คนเดียว ก็ลองเก็บคนคนนี้ไว้ในความสัมพันธ์หน่อยไหม”

ลึกลงไปในบทสนทนาอันเรียบง่าย อย่างการถามเรื่องสุขภาพของแม่หลังพักฟื้นจากการถูกรถชน หรือการแกล้งขอยืมตังค์ยาย ลูกชายและหลานชายคนนี้กำลังพยายามกระชับพื้นที่ความห่างของช่วงวัย ซึ่งเปรียบเสมือนแบริเออร์ขนาดใหญ่ คอยกั้นไม่ให้คนสองรุ่นเขยิบเข้าใกล้กันได้มากไปกว่านี้ 

ในอนาคต เคยังมีไอเดียที่จะโทรถามสูตรอาหารจากแม่ แล้วให้แม่โทรถามสูตรจากยายอีกที เพราะหากว่ากันตามจริง แม่และยายก็ไม่มีจังหวะให้ได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ เหมือนความสัมพันธ์ของเขากับแม่ เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำเพจไม่มีผิด

ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

“อยากให้เป็นพื้นที่ที่คนสองเจนฯ ได้คุยกัน ผมไม่อยากให้มาดูตามสูตรผมร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้อยากเป็นเพจ How to ทำอาหารอะไรแค่นั้น แต่อยากให้เป็นเพจที่ใช้อาหารนี่แหละ เชื่อมเรากับคนที่บ้าน แค่มาดูเมนูนี้แล้วก็แชร์กลับไปให้แม่ดู แม่อาจจะบอกว่า โอ๊ย ไอ้เพจนี้มั่ว จริงๆ มันต้องทำอย่างนี้ แค่นี้มันก็ได้คุยกันแล้ว

“มันไม่ใช่เพจแชร์สูตรทำอาหาร แต่เป็นเพจเชื่อมคนเข้าด้วยกันมากกว่า”

คิดถึงแม่

ประโยคบอกรักที่ไม่มีคำว่ารัก และการเขยิบเข้าใกล้กันมากขึ้นในแต่ละอีพีระหว่างเค แม่ และยาย ไม่เพียงแต่ทำให้กำแพงระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ-สมุทรสาคร สั้นลง แต่กำแพงความเหินห่างระหว่างช่วงวัยในครอบครัวของเขาก็กำลังถูกทำลายลงอย่างช้าๆ เช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น รสชาติของความอบอุ่นละมุนละไม ยังส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านของลูกเพจ ผ่านกดไลก์ กดแชร์ และแท็กให้คนที่บ้านมาดูคลิป

“ผมชอบที่คนเข้ามาดู แล้วเขาก็แท็กแม่ตัวเอง บางคนแชร์ไปแล้วเขียนว่า โทรหาแม่บ้างดีกว่า เออใช่ๆ ผมอยากเห็นอะไรแบบนี้เยอะๆ อยากให้คุยกับที่บ้านเยอะๆ จะคุยกันด้วยเรื่องอะไรก็คุยไปเถอะ”

ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

ครีเอทีฟหนุ่มควบตำแหน่งพ่อครัว ผละมือจากหม้อกระทะและถ้วยชาม หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเพื่อเปิดข้อความที่บรรดาลูกเพจทั้งรุ่นลูกและรุ่นแม่ ส่งเข้ามาพูดคุยถึงความประทับใจที่เขาตีแผ่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกผ่านจานอาหาร ดูแล้วก็อมยิ้มตามทุกครั้งไป

“อ่านแล้วก็ชื่นใจนะครับ ตอนแรกแค่อยากทำเพจเพื่อเก็บพอร์ต ทำไว้ดูคนเดียว แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเราทำเพื่อคนอื่นได้ด้วย เขาก็มาขอบคุณเรา ขอบคุณที่ทำให้เขาได้คุยกับคนที่บ้านเยอะขึ้น ดูแล้วคิดถึงแม่เลยนะ บางทีคนสูงอายุเขาเข้ามาดู ก็อยากให้ลูกหลานกล้าโทรคุยกับเขามากขึ้น มันทำให้เราได้เห็นหลายๆ มุมมองจากการทำคลิปแค่ไม่กี่นาที”

นอกจากได้เก็บผลงานในสายครีเอทีฟของตัวเอง แน่นอนว่าผลพวงที่ตามมาหลังจากนั้น คือการได้คุยกับคนที่บ้านเยอะขึ้น มีอะไรอีกไหมที่เคได้เรียนรู้จาก แม่ เมนูนี้ทำไง

“รู้ว่ากับข้าวมันก็ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิดนะ (หัวเราะ) แล้วก็ได้รู้ว่า รู้งี้ทำตั้งนานแล้ว ถ้ามันทำแล้วดีต่อใจเรา ดีต่อใจคนอื่นแบบนี้ ก็น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว

“ที่ผ่านมาเราก็ขับเคลื่อนชีวิตด้วยเดดไลน์เหมือนกันนะ คุณอย่ารอให้แม่ตายเลยถึงจะทำ คิดอะไรได้ก็ทำเหอะ จะคุย จะบอกรัก จะขอบคุณ ก็ทำเลย ไม่ต้องรอวันแม่ ถ้าเขาไม่อยู่แล้ว จะทำหรือบอกอะไรไป คนอื่นเห็น คนอื่นได้ยิน แต่เขาไม่รับรู้อยู่ดี อยู่กับปัจจุบันครับ พอคิดเลยทำเลยมันคุ้มกว่ามาก ไม่ต้องรอเวลาตัดริบบิ้นแล้ว”

แล้วแม่กับยายล่ะ

“ผมว่ายายเขาเสียงสดใสขึ้นเรื่อยๆ นะ เขาเริ่มคุยกับผมนานขึ้น ผมจะวางสาย แกก็อยากคุยต่อ อย่างต่ำครึ่งชั่วโมงเวลาคุยกัน ส่วนแม่เหรอ (คิด) โห แม่นี่ยากมากเลย ปกติเขาไม่ค่อยพูด ถามว่าซึ้งไหม แม่ก็คงรู้ว่าลูกยังไม่ลืมเขา”

ต่อไปทำอะไรดีแม่

คนเราจะมีกับข้าวที่ชอบกินสักกี่อย่างกันในชีวิต ถ้าวันหนึ่ง เคลงมือทำอาหารที่เขาชอบตามสูตรของยายและแม่จนหมด จะเหลืออะไรให้โทรถามอีกล่ะ

“อาจจะกลับไปทำกับข้าวที่บ้านจริงๆ ให้เขาสอนจริงๆ เลย หรือไม่ก็อาจจะลองให้คนอื่นโทรคุยกับที่บ้านตัวเองบ้าง ไปสำรวจชีวิตของคนอื่นบ้างว่าเขาคุยกับที่บ้านยังไง บ้านอื่นเขากินอะไรกัน”

เราแอบแง้มฝาชีถามว่าเมนูต่อไปของ แม่ เมนูนี้ทำไง คืออะไร เจ้าของเพจชี้ให้ดูในจอคอมพิวเตอร์ว่าคือข้าวเหนียวทุเรียน เขาถ่ายคลิปเสร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้โทรไปถามสูตรจากแม่บ้าง เหลือเพียงเก็บรายละเอียดในขั้นตอนการตัดต่อคลิปวิดีโออีกเล็กน้อย ก็พร้อมแบ่งปันสูตร (ไม่) ลับของแม่ให้ลองเอาไปทำตามกันได้ที่บ้าน เราคาดการณ์ว่าเมื่อบทความฉบับนี้เขียนเสร็จ คลิปข้าวเหนียวทุเรียน น่าจะฉายอยู่ในเพจเรียบร้อยแล้ว

ส่วนเรื่องความอร่อยหรือไม่อร่อย เคไม่อาจการันตีได้ เพราะแต่ละคนก็ชอบความหนักเบาของรสชาติแต่ละส่วนไม่เท่ากัน แต่สำหรับเขา สูตรจากรสมือแม่อร่อยเสมอ

รับชมสูตรทุเรียนต้มกะทิจาก แม่ เมนูนี้ทำไง ได้ที่ : EP.7 : ข้าวเหนียวทุเรียนภูเขาไฟ

ตะกอนก้นหม้อ

ด้วยตัวเลขของช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ในมุมหนึ่ง เคกำลังเติบโต เรียนรู้ และสนุกไปกับการทำงานที่ช่วยส่งให้เขาเข้าใกล้ความฝันของตัวเองไปอีกขั้น แต่อีกมุมหนึ่ง ความสนุกและความหวังในการขับเคลื่อนชีวิตของแม่และยาย ก็อาจกำลังแตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศคนละทาง การชวนแม่และยายมาทำกิจกรรมร่วมกัน แม้จะเป็นเพียงเสียงสนทนาจากปลายสาย แต่เคเชื่อว่านี่เป็นการจุดไฟดวงเล็กๆ ให้แกงถ้วยเดิมถูกอุ่นร้อนเดือดปุดด้วยความสุขและการเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง

“พอเราแก่ขึ้น เราก็น่าจะอยู่ได้ด้วยความรู้สึกว่าเรามีคุณค่าต่ออะไรบางอย่าง เออ กูใช้ชีวิตแก่มาขนาดนี้แล้ว แม่ห้าสิบ ยายแปดสิบกว่าแล้วเนี่ย ลูกหลานเขารู้สึกว่าเราไม่ได้สำคัญเลยเหรอวะ ความรู้ของเรามันไม่มีความหมายแล้วเหรอ

“อย่างน้อยให้เขารู้ว่า เขาทำกับข้าวแล้วลูกคนหนึ่งจำได้ว่าอร่อย เขาคงรู้สึกได้แหละครับว่าชีวิตกูก็ยังมีคุณค่านี่หว่า”

ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

“เสียงรองเท้าเพราะว่ะ”

ภายในเวลา 24 ชั่วโมงหลังจากคลิปวิดีโอเรื่องราวของ ศุภวิชญ์ โพธิ์วิจิตร Foley Artist ออกอากาศในเพจชื่อ The Supporter มีเพื่อนส่งลิงก์เดียวกันนี้ให้ผู้เขียนกว่า 10 คน ยังไม่นับเพื่อนในโซเชียลมีเดียอีกจำนวนหนึ่งที่ต่างแชร์ลิงก์เดียวกันนี้ในพื้นที่ของตัวเอง

“เรื่องเล่าจากบุคคลสาย Support ที่ทำสิ่งต่างๆ เพื่องาน เพื่อคนอื่น และเพื่อสิ่งที่เขารัก” คือคำอธิบายสั้นๆ ของเพจลึกลับ (ในสายตาเราตอนนั้น) เพจนี้ ทั้งดีใจว่ามีกลุ่มคนกำลังเล่าเรื่องคนตัวเล็กๆ ที่ทำสิ่งที่น่าสนใจเหมือนกันกับเรา

เฝ้ามองดูสักพักก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง กับคลิปสัมภาษณ์ ใจเทพ ร่าเริงใจ Music Composer นักทำเพลงประกอบภาพ ทั้งเนื้อความที่เล่าอย่างซื่อตรงแต่มีเสน่ห์ และการนำเสนอเรื่องนอกสายตาให้อยู่ในสายใจ (แปลว่าตราตรึงเข้าไปในหัวใจ)

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

เราไม่รอช้าที่จะติดต่อขอพูดคุยกับ 2 แอดมินเจ้าของเพจ The Supporter มายด์-กชกร จวนทองรักษ์ และ วา-ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์ ในบ่ายวันหนึ่งที่ร้านกาแฟไม่ไกลจากออฟฟิศ The Cloud บทสนทนาเกือบ 2 ชั่วโมงทำให้เราอยากแนะนำมิตรสหายในวงการงานเขียนอีกมากมายให้คนทั้งคู่รู้จัก

แม้จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการยังไม่ถึง 2 เดือน แต่จำนวนคนติดตามที่มีมากถึง 15,000 คน

มีคลิปใหม่ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี ซึ่งมีจำนวนคนเข้าชมต่อคลิปมากกว่า 1 หมื่นครั้ง โดยเฉพาะตอน Foley Artist ที่มีคนดูถึง 1.6 ล้านคน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เบื้องหลังความตั้งใจของแอดมินทั้งคู่ และปรากฏการณ์ของผู้ชมว่ายอดมหาศาลนี้กำลังจะบอกอะไรเรา

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

 

คนข้างล่าง

ก่อนจะเริ่มทำ The Supporter ทั้งวาและมายด์ทำงานอยู่ในสายงานนิเทศศาสตร์ คลุกคลีอยู่กับกองถ่ายภาพยนตร์และโฆษณา ทุกรูปแบบและทุกขนาด ทำให้เห็นกระบวนการทำงานของคนทุกตำแหน่งในกองถ่ายมาตั้งแต่สมัยเรียน

วันหนึ่ง ขณะที่เห็นน้าไฟ (Gaffer หรือช่างไฟในกองถ่าย) กำลังปีนเสาสูงเพื่อย้ายไฟในกองถ่ายโฆษณาต่างประเทศ ก็เกิดความคิดอยากเล่าเรื่องคนที่ทำงานในเบื้องหลัง เพราะเมื่องานออกมาดี แสงสวย ทุกคนชื่นชม แต่ไม่เคยมีใครพูดถึงน้าไฟเหล่านี้เลย

“คิดมานานแล้วว่าอยากเล่าเรื่องคนในกองถ่าย ซึ่งเราไม่ได้คลุกคลีกับคนเบื้องหน้า แต่จะสนิทกับทีมงานเบื้องหลัง อย่างกองถ่ายจากต่างประเทศหรือกองที่ใช้เวลาถ่ายทำนานๆ จนได้รู้จักตัวตนเขาลึกๆ และรู้สึกประทับใจ” มายด์เล่าโจทย์อยู่ในใจมานาน

เป็นจังหวะเดียวกับที่ทั้งคู่ย้ายตัวเองจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์ ทำให้พอมีเวลา ประกอบกับได้รู้จักกับคนที่ทำงานสายซัพพอร์ตอื่นๆ มากขึ้น ยิ่งทำให้วาและมายด์อยากเล่าเรื่องของคนเบื้องหลังเหล่านี้

“ตอนแรกเราใช้คำว่า ‘คนเบื้องหลัง’ แต่จริงๆ เรียกว่าเบื้องหลังก็ไม่ถูกทั้งหมด อย่างรายการตอนแรกเราสัมภาษณ์พี่โจ้ ผู้จัดการวง Moderen Dog เป็นตำแหน่งงานที่ต้องเจอลูกค้าตรง เป็นหน้าด่านที่รับมือกับทุกเรื่อง เราก็คิดถึงคำว่า ‘สายงานซัพพอร์ต’ คิดถึงคนที่ไม่ได้อยู่ใต้ไฟหรือสปอตไลต์มาก่อน และที่ผ่านมา เราเล่าเรื่องคนที่อยู่ใต้ไฟมาตลอด พอมาเล่าเรื่องคนที่อยู่ในเงาก็ช่วยเติมไฟให้เราไม่น้อย” วาเล่าความตั้งใจ

 

บทบาทสมทบมืออาชีพ

ธรรมชาติของคนที่ทำงานซัพพอร์ตนั้นชอบการทำงานอยู่ข้างหลัง ไม่อยากเป็นที่รู้จัก

มายด์นิยามคำว่า The Supporter ในแบบของเธอว่า คนที่คอยช่วยเหลือให้งานของคนอื่นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และไม่คิดถึงความสำเร็จของตัวเองคนเดียว ซึ่งวาเพิ่มเติมว่า The Supporter  คือ คนที่รักและตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างดี โดยไม่คิดว่าสิ่งนั้นจะให้ประโยชน์หรือสร้างโอกาสอะไรต่อไป

ขณะที่เราถูกสอนเสมอมาว่า จงตั้งใจทำงานเพื่อจะเติบใหญ่ในเส้นทางสายอาชีพ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยพอใจในงานของตัวเอง ตั้งใจทำสิ่งนั้นซ้ำๆ นับสิบๆ ปี

ราวกับมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ ระหว่างความพอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ กับความไม่รู้สึกทะเยอทะยาน

“เนื้องานบางอาชีพ อย่างผู้ช่วยผู้กำกับและผู้กำกับมีความแตกต่างกันมาก ผู้ช่วยผู้กำกับคือคนที่ทำให้สิ่งผู้กำกับคิดนั้นเกิดขึ้นรวมถึงติดตามผล ขณะที่ผู้กำกับจะทำหน้าที่คิดทุกเรื่อง เรารู้จักผู้ช่วยผู้กำกับท่านหนึ่ง เขาทำงานตำแหน่งนี้มา 30 ปีแล้ว เขาบอกว่ารักและมีความสุขดี ไม่อยากก้าวข้ามจุดนี้ไปทำสิ่งอื่น เขาชอบเนื้องานผู้ช่วยของตัวเองไปแล้ว มากกว่าจะรับผิดชอบสิ่งอื่นใดอย่างผู้กำกับ” วาเล่า

ในโลกที่เราถูกผลักให้ไปสู่สิ่งที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้ารักในสิ่งที่ทำแล้ว เราเชื่อว่าใครคิดอย่างไรก็คงไม่มีผล แม้จะมีใครตัดสินว่านั่นคือการอยู่ในเงาของใคร สำคัญคือ เราเห็นข้อดีของเงานั้น เหมือนที่ใครบอกว่า เพราะมีเงาอยู่เราถึงรู้ว่ามีแสง

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์ The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

 

Count On Me

สิ่งที่น่าสนใจของ The Supporter คือ การเลือกคน

เช่นเรื่องของศิลปินออกแบบเสียง Foley Artist ซึ่งเป็นสายงานที่ทั้งวาและมายด์คุ้นเคยอยู่แล้ว แต่คนทั่วไปไม่รู้จัก เรื่องของคนเขียนแบบหรือ Draft Man ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างบ้านและอาคาร หรือแม้แต่งานออกแบบใดๆ ทำหน้าที่สื่อสารงานของนักออกแบบและวิศวกรผู้สร้าง เรื่องของนักทำเพลงประกอบ หรือ Music Composer ผู้อยู่เบื้องหลังดนตรีประกอบภาพเคลื่อนไหว เติมอารมณ์และความรู้สึกให้เรื่องราวที่ดำเนินอยู่ หรือแม้แต่ช่างซ่อมของเล่น อาชีพที่คนไม่รู้ว่ามีอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีสื่อมาสนใจมากมาย และมีงานเข้ามาเรื่อยๆ จนล่าสุดเพิ่งประกาศงดรับงาน 3 เดือน

ในช่วงแรกมายด์และวาเริ่มจากหยิบราวของเรื่องราวของคนใกล้ตัวที่ทำงานสายซัพพอร์ตจริงๆ มาเล่า อย่างรุ่นพี่ที่ออฟฟิศ ลูกพี่ลูกน้อง เพื่อนรุ่นน้อง ก่อนจะใช้วิธีถามไถ่คนรู้จักหรือแม้แต่เพื่อนใหม่

“ช่วงหลังมานี้พอเจอคนใหม่ๆ เราจะถามตลอดว่า ‘ทำงานอะไรคะ’” มายด์หัวเราะ

โดยการเลือก The Supporter ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับการทำการบ้าน หาข้อมูลว่างานที่เขาทำคืออะไร ตำแหน่งนี้ต้องรับผิดชอบเป็นอย่างไร เกี่ยวข้องกับอะไรและใครบ้าง

“เรามีรายชื่อจำนวนหนึ่งว่าสนใจสายงานสัพพอร์ตของอาชีพไหนบ้าง แล้วใช้วิธีทำไปเรื่อยๆ บางทีได้แรงบันดาลใจจากข่าวๆ จากสิ่งที่พบเจอแล้วคิดต่อ เช่น อยากทำเรื่องคนพัฒนาสูตรเบเกอรี่ และคนที่อยู่เบื้องหลังพนักงานคอลเซ็นเตอร์” มายด์เล่า

ขออภัยผู้อ่านทางบ้าน ที่เราไม่อาจเปิดเผยรายชื่อ The Supporter ตอนต่อๆ ไปได้ แต่เชื่อเถอะว่าคุณต้องรักพวกเขาเหล่านี้แน่ๆ เพราะแค่เราฟังรายชื่อก็รู้สึกสนุกตามแล้ว

 

ข้างหลังภาพ

ความสนุกของการเล่าเรื่องคนทำงานสายซัพพอร์ตเหล่านี้คืออะไร เราถาม

“ผมสนุกกับการคาดเดาคำตอบไม่ได้จากพวกเขา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นจริงมากๆ ไม่มีการคิดคำตอบไว้ล่วงหน้า นั่นทำให้ต้องใช้เวลาขุดพวกเขาเยอะ ซึ่งก็ทำให้เราได้อะไรกลับมาเยอะมาก” วาตอบด้วยตาเป็นประกาย

ด้วยประสบการณ์ที่มี ในการทำ The Supporter วาและมายด์จะแบ่งรับผิดชอบเนื้อหาตามความสนใจ และแบ่งหน้าที่กันตามถนัด ซึ่งมายด์ถนัดสายภาพยนตร์ และวาถนัดสายสารคดี

“เรื่องสัมภาษณ์เป็นหน้าที่ของวา มายด์จะช่วยเก็บรายละเอียดในบางประเด็น และเก็บภาพอารมณ์จากสีหน้าของคนที่สัมภาษณ์” มายด์เสริม

หากเป็นผลงานที่มีลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างอย่างทุกที รายการของมายด์และวาคงหนีการวัดผลด้วยจำนวนคนดูและตัวเลขที่อ้างว่าสร้างการรับรู้ในโซเชียลมีเดีย ไม่พ้น ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าหนุ่มสาวคู่นี้คาดหวังหรือวัดผลความสำเร็จด้วยอะไร

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

“เราตั้งเป้าไว้ว่า มีคนดูคลิปละ 1 หมื่นคนก็ดีใจแล้ว” มายด์ตอบทันที

ในยุคที่เราต้องยอมรับว่าเป็นขาลงของคนใช้โซเชียล อะไรทำให้ทั้งคู่มั่นใจกับตัวเลขที่ตั้งขึ้น

แต่งานที่ดีก็คืองานที่ดี ยอดคนดูถล่มทลายนี้กำลังบอกอะไรพวกเรา

วาเล่าอย่าถ่อมตัวว่ากระแสจาก Foley Artist มาจากคนจำนวนมากที่ไม่รู้จักอาชีพนี้มาก่อน และบังเอิญตรงกับคาแรกเตอร์ของพระเอกซีรีส์เกาหลีเรื่อง Another Oh Hae Young ยิ่งทำให้เรื่องนี้เป็นที่สนใจของคนในโซเชียล ขณะที่เรื่องพนักงานออฟฟิศไทยในญี่ปุ่นนี้ มีคนไม่น้อยอยากไปทำงานที่ญี่ปุ่นแต่ไม่เคยมีใครเสนอมุมที่ไม่สวยงามนี้มาก่อน คนก็เลยชอบและพูดถึงกันมาก รวมถึงเรื่องของช่างซ่อมของเล่น ที่เข้าถึงง่ายเพราะทุกคนมีของเล่น และของเล่นก็พังลงในทุกวัน

“คอนเทนต์ที่ดีต้องมาก่อน เมื่อก่อนเราไม่เคยเชื่อเรื่องนี้เลย” มายด์บอก

“เมื่อก่อนเชื่อว่า Influencer ที่มีชื่อเสียงจะทำให้คนมาสนใจ ถึงขนาดเคยคิดไปก่อนว่าจะขอให้ใครช่วยแชร์รายการดี” วาเล่าติดตลก

ผลที่เปลี่ยนไปคือ การทำเพจทำให้ทั้งวาและมายด์พบข้อมูลหลังบ้านที่น่าสนใจ ทำให้รู้เรื่องการตลาดในโลกโซเชียล และจากสิ่งนี้ที่พิสูจน์แล้วว่าเรื่องคนตัวเล็กๆ มีพลังสร้างการตระหนักรู้บางอย่างในสังคม ก็ทำให้พวกเขาทำงานง่ายขึ้น คุยกับลูกค้างานวิดีโอซึ่งเป็นงานหลักของง่ายขึ้น

“สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆ คือ ไม่ใช่ว่าเรื่องที่เขาทำเป็นเรื่องเพื่อสังคมหรือเรื่องราวใหญ่โต แต่เขาก็แค่เป็นคนที่ตั้งใจทำงานตรงหน้ามากๆ และสิ่งนั้นส่งผลต่องานของคนอื่น สำหรับเราแค่นี้ก็พอแล้ว” วาเล่าสิ่งที่ประทับใจ ก่อนมายด์จะเสริมว่า

“ก็มีบ้างนะเรื่องของคนที่ทำเพื่อสังคม แต่เมื่อเทียบกับคนอื่นสิ่งที่เขาทำนั้นเล็กน้อยมากๆ แต่เขาก็เลือกที่จะทำในส่วนที่เขาทำได้”

 

ซึ่งกันและกัน

The Supporter,เพจดัง, คนทำงานเบื้องหลัง, มายด์ กชกร จวนทองรักษ์, ศิวัช อินทร์ประสิทธิ์

“ก่อนหน้านี้คิดแค่อยากปล่อยของลองทำสิ่งที่คิดมานาน แต่พอได้เจอและฟังเรื่องราวของพวกเขา เรื่องที่คิดจะปล่อยของกลายเป็นเรื่องรองไปเลย และยิ่งทำให้เราอยากทำรายการต่อไปเรื่อยๆ การฟังสิ่งที่เขาเล่าออกมา พวกเราแอบคิดอยากจะทำพอดแคสเพราะเสียดายเมื่อต้องตัดเป็นวิดีโอความยาว 3 – 5 นาทีจริงๆ บทสนทนาที่เกิดขึ้น 20 – 30 นาทีนั้นดีมากๆ แต่ก็กลัวคนฟังจะเบื่อเหมือนกัน” มายด์เล่า และไม่ใช่แค่จำนวนคนดูที่เพิ่มมากขึ้น กระแสตอบรับจากผู้ชมที่มีต่อคนสัมภาษณ์ก็เป็นสิ่งที่วาและมายด์ไม่คิดมาก่อน

“ตอนที่ทำเรารู้อยู่แล้วว่าเราจะได้อะไรจากการสัมภาษณ์เขา แต่เราไม่คิดมาก่อนว่าตัวคนที่ให้สัมภาษณ์จะได้อะไรจากสิ่งนี้ จากคอมเมนต์ จากคนดู แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างเชื่อมโยงกันเป็นวงกลม ต่างฝ่ายต่างได้รับพลังดีๆ กลับไป เช่น มีคนมาชื่นชมและให้กำลังใจ Foley Artist หรือพนักงานออฟฟิศที่กำลังเบื่องาน เมื่อดูเรื่องของคุณจอยซ์ พนักงานออฟฟิศที่ญี่ปุ่น ก็ทำให้เขาเปลี่ยนมุมมองและวิธีคิดไปเลย” วาทิ้งท้าย

ขอบคุณสถานที่
ร้านกาแฟ Van Hart
ชั้น 2 ของร้าน Positive Green สุขุมวิท 39 กรุงเทพฯ
Facebook / Instagram: Vanhartcoffee

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load