หม้อ กระทะ ตะหลิว ถ้วย ชาม และเสียงคุยโทรศัพท์กับคนที่บ้าน ทั้งหมดนี้คือนักแสดงนำที่ เค-คณิน พรรคติวงษ์ ใช้ในการถ่ายทำคลิปวิดีโอลงในเพจ แม่ เมนูนี้ทำไง แม้มีตัวละครไม่มาก ใช้ต้นทุนไม่สูง และถ่ายทำด้วยมุมกล้องแบบ Home Cooking แต่สิ่งที่เหล่าแฟนเพจรวมถึงตัวของเคเองได้กลับคืนมา ตีราคาได้เทียบเท่าระดับมิชลิน

หากคุณจะถามหาสูตรอาหารที่อร่อยตบโต๊ะ จนเชฟชั้นนำจากทั่วโลกต่างยกนิ้วให้ เคจะบอกให้คุณลองเปิด Cookbook หรือดูคลิปสอนทำอาหารอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คลิปในเพจของเขา เพราะเชฟมือสมัครเล่นคนนี้ไม่ได้ต้องการนำเสนอว่าทำอย่างไรให้อาหารรสชาติดี แต่อยากเชื่อมให้คุณกับคนที่บ้านใกล้ชิดกันมากขึ้น ด้วยการโทรกลับไปถามพวกเขาว่าเมนูนี้ต้องทำอย่างไร

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

เคไม่ได้เป็นคนรักการทำอาหาร และไม่ได้ทำอาหารเก่งอย่างที่หลายคนรวมถึงเราเข้าใจ (เคบอกว่าแม่ของเขาก็ไม่ได้ทำอาหารเก่งเช่นกัน) ย้อนกลับไปเกือบ 9 ปีที่แล้ว เคเป็นเด็กหนุ่มจากจังหวัดสมุทรสาคร ย้ายมาอยู่ในเมืองเมื่อครั้งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย จนล่วงเลยไปถึงวัยทำงาน ปัจจุบันอาชีพหลักคือฟรีแลนซ์ครีเอทีฟโฆษณา และเริ่มมาเป็นเจ้าของเพจ ในวันที่รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเมื่อแม่ถูกรถชน

“ปลายปีที่แล้วแม่ถูกรถชน เกือบตายครับ เลยคิดว่าควรจะรีบทำอะไรสักอย่างกับแม่ ใช้เวลาให้มันคุ้มค่ากว่านี้”

ทำยังไงนะแม่

‘ฮัลโหล แม่ ถามไอ้หมูนั่นหน่อยดิ ชื่อหมูอะไรนะ หมูรวนเค็มเหรอ’

‘เออ ทำไม จะทำเหรอ’

‘เออ จะทำ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าว่าจะทำ มันทำยังไงนะ’

ด้วยบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติ เหมือนได้แอบฟังแม่ลูกคุยโทรศัพท์กันตามประสาคนไกลบ้าน ถามไถ่วิธีการทำอาหารและสารทุกข์สุขดิบของทั้งสองฝ่าย จึงทำให้ แม่ เมนูนี้ทำไง เติบโตขึ้นเร็วกว่าที่เคคาดคิด

เจ้าของห้องหยิบอุปกรณ์ในครัวออกมาตั้งเรียงรายทีละชิ้น ระหว่างนั้นเราจึงได้สำรวจสตูดิโอเล็กๆ แห่งนี้ไปด้วยอย่างตื่นตาตื่นใจ ไม่น่าเชื่อว่าภายในห้องพักเรียบๆ พื้นที่ไม่ได้กว้างขวางขนาดที่จะให้นอนเอกเขนกกันได้หลายสิบคน จะถูกใช้เป็นมุมภาพเคล้าคลอเสียงสนทนาระหว่างแม่ลูก และช่วยถ่ายทอดความคิดถึง ความอบอุ่น และความผูกพันไปสู่ปลายสายได้อย่างออกรสออกชาติ ไม่ต้องชิมก็รู้ว่ากลมกล่อมขนาดไหน

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่
แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

เหล่าลูกเพจที่ชื่นชอบสูตรการทำอาหารและบทสนทนาแบบห้วนๆ สั้นๆ แกมเสียงหัวเราะของครอบครัวนี้ หากไล่ระดับตามความอาวุโส ก็มีตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่ ไปจนถึงรุ่นลูกในวัยทำงานหรือนักเรียนนักศึกษา แต่พวกเขาไม่ได้รู้จักเค แม่ และยายของเขาภายใต้ชื่อ แม่ เมนูนี้ทำไง มาตั้งแต่แรก 

เมื่อตัดสินใจว่าจะวางมือจากงานประจำที่ทำอยู่ เคจึงตั้งใจสร้างเพจที่มีชื่อเดียวกับชื่อจริงของตัวเองขึ้นมา เพื่อใช้ในการเก็บบันทึกผลงานด้านการทำครีเอทีฟ สองคลิปแรกอย่างหมูผัดปลาอินทรีย์เค็มและต้มผักกาดดองจึงถูกปล่อยออกมา โดยที่เขายังหันเหทิศทางได้ไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อต้องจับพลัดจับผลูนำผลงานในเพจไปส่งประกวดตามเวทีต่างๆ ประกอบกับถูกจริตของเหล่าผู้ดูทางหน้าจอแบบไม่ทันตั้งตัว เคจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเพจให้เรียกง่ายจำง่าย สื่อสารใจความได้ตรงประเด็น และหันมาเอาดีทางคลิปทำอาหารอย่างจริงจัง

“คลิปแรกลงไปเมื่อ 14 มีนาคม ของปีนี้เองครับ อยากจะทำเพจเพื่อเก็บผลงาน มีไอเดียอะไรก็กะว่าจะเอาลงเพจนี้แหละ แต่หลายอย่างมันก็เป็นเรื่องบังเอิญเหมือนกันนะ แม่เขารถชนตอนปลายปีที่แล้ว เราเลยคิดได้ว่า เฮ้ย ถ้าแม่ตายไปนี่ก็คือไม่ได้คุย ไม่ได้ทำอะไรให้เขาเลยนะ แต่พอนึกว่าจะคุย ก็ไม่รู้จะคุยเรื่องอะไร มันไม่เหลือเรื่องไหนให้คุยกับแม่แล้ว ถ้าเมื่อก่อนตอนเด็กๆ เราไม่รู้อะไรเรายังถามแม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้เรารู้เองหมด มันก็เหลือแค่เรื่องกับข้าวนี่แหละ ที่น่าจะเป็นเรื่องให้คุยกันได้”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

ครีเอทีฟโฆษณาที่กำลังฝึกทำอาหารให้คล่องขึ้นพบว่าการอัดคลิปทำอาหาร เป็นการรวมความสนใจทุกอย่าง ทั้งแม่และความฝันการเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ไว้ในที่เดียวกัน

โทรหาแม่

หากให้เคลองนึกย้อนกลับไปก่อนที่จะเริ่มทำเพจ เขาก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าคุยกับแม่ครั้งล่าสุดเรื่องอะไร แต่เมื่อ แม่ เมนูนี้ทำไง ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ แม่จึงกลายเป็นนักแสดงนำในคลิป และนักแสดงนำในหนังชีวิตที่เขากำกับเอง จากนั้นเคจึงจำได้เสมอว่าคุยกับแม่ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เรื่องอะไร

“คุยกันล่าสุดสามวันที่ผ่านมา ก็เรื่องงาน เรื่องทำคลิปนี่แหละครับ เดี๋ยวมีคนมาจ้างให้รีวิวอันนี้นะ แม่ว่างวันไหน โทรไปคุยได้ไหม เสร็จงานเราก็แบ่งตังค์กัน ถือว่าเขาเป็นนักแสดงในเพจ เราก็ต้องจ่ายค่าตัวให้เขาไป (หัวเราะ)”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ เคไม่เคยบอกแม่ก่อนเลยว่าจะทำเมนูอะไร อาศัยความเป็นธรรมชาติของแม่ในการนึกสูตร และบอกสูตรแบบจานต่อจาน บอกอีกครั้งก็อาจไม่เหมือนเดิม อาหารทุกอย่างที่เขาลงมือทำ จึงปรุงรสให้กลมกล่อมหอมละมุนด้วยบทสนทนาที่ไร้การปรุงแต่งใดๆ ซึ่งเคคิดว่านั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้คลิปออกมาสมบูรณ์ในแบบฉบับของมัน

ความเป็นธรรมชาติหรือสิ่งที่เคเรียกว่าความสด จึงอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ แม่ เมนูนี้ทำไง เป็นที่รู้จักในบรรดาคนไกลบ้าน ลูกที่คิดถึงแม่ แม่ที่คิดถึงลูก รวมไปถึงคนที่ไม่กล้าโทรหาแม่

“มันอาจจะเป็นสิ่งที่คนเขารู้สึกกันอยู่แล้ว แต่แค่ไม่ได้ทำออกมา ลึกๆ ผมว่าคนเราก็อยากจะโทรหาแม่กันอยู่แล้วนะ”

พักหลังมา เคเพิ่มตัวละครลับที่มาช่วยสร้างสีสันในเพจได้อย่างเข้มข้มกลมกล่อมยิ่งกว่าเดิม คุณยายวัย 84 ปีที่เราเดาว่าแกอาจไม่ได้เมมเบอร์โทรศัพท์ของเคไว้ เพราะทุกครั้งที่หลานชายโทรไป ปลายสายจะทักทายด้วยประโยคเดิมทันทีว่า

‘ใครอะ’

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

หากเราลองเปิดคลิปปลาทูต้มเค็มและแกงเขียวหวาน จะพบว่ายายหลานคู่นี้หยอกล้อกันได้ถูกจังหวะจะโคนเหลือเกิน เหมือนคณะตลกตบมุกกันไม่มีผิด เราอยากทราบว่าทำไมเคถึงตัดสินใจแคสติ้งคุณยายให้มาเป็นนักแสดงนำร่วมด้วยอีกคน ในเมื่อเพจนี้ถูกตั้งชื่อจั่วหัวไว้แล้วว่า แม่ เมนูนี้ทำไง

“จริงๆ เพราะเพจมันเป็นเรื่องคนสองเจนฯ คุยกัน ยายก็เป็นเหมือนอีกเจนฯ หนึ่งที่เราก็ไม่ค่อยได้คุยกับเขา สำหรับหลายๆ คน ยายเป็นแม่อีกคนเหมือนกันนะ เพราะยายก็เลี้ยงมา กลัวคนเบื่อแม่ด้วยแหละ (หัวเราะ) เขาฟังแม่อย่างเดียวอาจจะเบื่อ เลยโทรหายายบ้าง คุยกับยายบ้าง”

เคเล่าว่าด้วยความที่แม่เป็นคนไม่ค่อยพูด ออกจะขรึมๆ และเงียบกว่าคุณยาย เขาจึงสนิทคุ้นเคยกับยายมากกว่า ซึ่งคลิปที่เคชอบมากที่สุด คือคลิปแกงเขียวหวานที่โทรไปถามสูตรจากยายเช่นกัน

“ยายตลกครับ ยายกวนตีน”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่
ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

รสมือแม่

“แม่ไม่ได้ทำอาหารเก่งขนาดนั้นเลย แต่ผมว่าเราก็จะติดรสมือแม่กันทุกคน เหมือนฝีมือแม่ก็จะอร่อยที่สุดสำหรับเราอยู่แล้ว” 

แม้จะเป็นเพจที่บอกเล่าวิธีทำอาหารแบบต้ม ผัด แกง ทอด ตามแบบฉบับครัวไทยธรรมดาทั่วไป คลอไปกับเสียงสนทนาผ่านการยกหูโทรศัพท์แบบไม่มีสคริปต์ แต่ผู้กำกับหนังชีวิตของตัวเองท่านนี้ วางพล็อตเรื่องของคนไกลบ้าน ไกลครอบครัว และสะท้อนความเหลื่อมทับของสังคมไว้ในจานอาหารอย่างแนบเนียน หากชิมแบบไม่พิถีถันเท่าไหร่ ก็อาจจับลิ้นชิมรสไม่ได้ ว่าเชฟได้ซ่อนวัตถุดิบเหล่านี้ลงไปให้ลองรับประทานด้วย

“จริงๆ อยากพูดเรื่องคนต่างจังหวัด เพราะผมเองก็เป็นคนต่างจังหวัดเข้ามาในเมือง เราก็มีคำถามนะว่าทำไมเราต้องเข้ามาในเมืองวะ ทำไมต่างจังหวัดถึงไม่มีอุตสาหกรรมดีๆ ให้เราได้ทำงานอยู่ใกล้บ้าน ได้อยู่ใกล้คนที่บ้าน ทำไมเราต้องห่างจากบ้าน แต่เราก็อยากหาความสวยงามของการใช้ชีวิตที่นี่ ให้เห็นมุมที่ดีของชีวิตในเมืองบ้าง”

แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่
แม่ เมนูนี้ทำไง : เพจกระชับพื้นที่ในบ้านของลูกชายที่โทรถามสูตรอาหารแทนการบอกรักแม่

 คุยกับแม่

“บางทีถ้าเราอยู่ด้วยกันมากๆ เราก็ทะเลาะกัน จริงๆ เราไม่ได้รักกันขนาดนั้นหรอกครับ (หัวเราะ) อยู่ห่างกันเรารักกันมากกว่าอีก แต่เราต้องแค่คุยกันเท่านั้นเอง”

ที่ผ่านมาแม่และงานเป็นถนนคู่ขนานในชีวิตของลูกชายมาตลอด แต่เมื่อวันหนึ่ง ทั้งสองสิ่งถูกจับต้นชนปลายให้มาอยู่บนถนนสายเดียวกัน ไม่เพียงแต่ทำให้ได้พูดคุย หัวเราะต่อกระซิก และเดินทางเข้าไปเรียนรู้ในหัวใจของกันและกันมากขึ้น ผู้กำกับหนุ่มยังได้รู้ว่าตัวละครสำคัญที่เขาควรเก็บไว้ในหนังเรื่องนี้อีกคนหนึ่งคือใคร

“บางครั้งเราจะชอบคิดไปเองว่าแม่ไม่รักเรา จริงๆ เขารัก แต่ก็รักในมุมของเขา ถ้าไม่คุยกันคงไม่รู้ว่าเขาคิดแบบไหน ถึงจะเป็นความสัมพันธ์แบบแม่ลูกก็ต้องคุยกันนะ ไม่รู้สิ เรามีแม่คนเดียว ก็ลองเก็บคนคนนี้ไว้ในความสัมพันธ์หน่อยไหม”

ลึกลงไปในบทสนทนาอันเรียบง่าย อย่างการถามเรื่องสุขภาพของแม่หลังพักฟื้นจากการถูกรถชน หรือการแกล้งขอยืมตังค์ยาย ลูกชายและหลานชายคนนี้กำลังพยายามกระชับพื้นที่ความห่างของช่วงวัย ซึ่งเปรียบเสมือนแบริเออร์ขนาดใหญ่ คอยกั้นไม่ให้คนสองรุ่นเขยิบเข้าใกล้กันได้มากไปกว่านี้ 

ในอนาคต เคยังมีไอเดียที่จะโทรถามสูตรอาหารจากแม่ แล้วให้แม่โทรถามสูตรจากยายอีกที เพราะหากว่ากันตามจริง แม่และยายก็ไม่มีจังหวะให้ได้พูดคุยกันสักเท่าไหร่ เหมือนความสัมพันธ์ของเขากับแม่ เมื่อครั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำเพจไม่มีผิด

ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

“อยากให้เป็นพื้นที่ที่คนสองเจนฯ ได้คุยกัน ผมไม่อยากให้มาดูตามสูตรผมร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้อยากเป็นเพจ How to ทำอาหารอะไรแค่นั้น แต่อยากให้เป็นเพจที่ใช้อาหารนี่แหละ เชื่อมเรากับคนที่บ้าน แค่มาดูเมนูนี้แล้วก็แชร์กลับไปให้แม่ดู แม่อาจจะบอกว่า โอ๊ย ไอ้เพจนี้มั่ว จริงๆ มันต้องทำอย่างนี้ แค่นี้มันก็ได้คุยกันแล้ว

“มันไม่ใช่เพจแชร์สูตรทำอาหาร แต่เป็นเพจเชื่อมคนเข้าด้วยกันมากกว่า”

คิดถึงแม่

ประโยคบอกรักที่ไม่มีคำว่ารัก และการเขยิบเข้าใกล้กันมากขึ้นในแต่ละอีพีระหว่างเค แม่ และยาย ไม่เพียงแต่ทำให้กำแพงระยะทางระหว่างกรุงเทพฯ-สมุทรสาคร สั้นลง แต่กำแพงความเหินห่างระหว่างช่วงวัยในครอบครัวของเขาก็กำลังถูกทำลายลงอย่างช้าๆ เช่นเดียวกัน ยิ่งไปกว่านั้น รสชาติของความอบอุ่นละมุนละไม ยังส่งตรงถึงหน้าประตูบ้านของลูกเพจ ผ่านกดไลก์ กดแชร์ และแท็กให้คนที่บ้านมาดูคลิป

“ผมชอบที่คนเข้ามาดู แล้วเขาก็แท็กแม่ตัวเอง บางคนแชร์ไปแล้วเขียนว่า โทรหาแม่บ้างดีกว่า เออใช่ๆ ผมอยากเห็นอะไรแบบนี้เยอะๆ อยากให้คุยกับที่บ้านเยอะๆ จะคุยกันด้วยเรื่องอะไรก็คุยไปเถอะ”

ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

ครีเอทีฟหนุ่มควบตำแหน่งพ่อครัว ผละมือจากหม้อกระทะและถ้วยชาม หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงเพื่อเปิดข้อความที่บรรดาลูกเพจทั้งรุ่นลูกและรุ่นแม่ ส่งเข้ามาพูดคุยถึงความประทับใจที่เขาตีแผ่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกผ่านจานอาหาร ดูแล้วก็อมยิ้มตามทุกครั้งไป

“อ่านแล้วก็ชื่นใจนะครับ ตอนแรกแค่อยากทำเพจเพื่อเก็บพอร์ต ทำไว้ดูคนเดียว แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าเราทำเพื่อคนอื่นได้ด้วย เขาก็มาขอบคุณเรา ขอบคุณที่ทำให้เขาได้คุยกับคนที่บ้านเยอะขึ้น ดูแล้วคิดถึงแม่เลยนะ บางทีคนสูงอายุเขาเข้ามาดู ก็อยากให้ลูกหลานกล้าโทรคุยกับเขามากขึ้น มันทำให้เราได้เห็นหลายๆ มุมมองจากการทำคลิปแค่ไม่กี่นาที”

นอกจากได้เก็บผลงานในสายครีเอทีฟของตัวเอง แน่นอนว่าผลพวงที่ตามมาหลังจากนั้น คือการได้คุยกับคนที่บ้านเยอะขึ้น มีอะไรอีกไหมที่เคได้เรียนรู้จาก แม่ เมนูนี้ทำไง

“รู้ว่ากับข้าวมันก็ไม่ได้ทำยากอย่างที่คิดนะ (หัวเราะ) แล้วก็ได้รู้ว่า รู้งี้ทำตั้งนานแล้ว ถ้ามันทำแล้วดีต่อใจเรา ดีต่อใจคนอื่นแบบนี้ ก็น่าจะทำมาตั้งนานแล้ว

“ที่ผ่านมาเราก็ขับเคลื่อนชีวิตด้วยเดดไลน์เหมือนกันนะ คุณอย่ารอให้แม่ตายเลยถึงจะทำ คิดอะไรได้ก็ทำเหอะ จะคุย จะบอกรัก จะขอบคุณ ก็ทำเลย ไม่ต้องรอวันแม่ ถ้าเขาไม่อยู่แล้ว จะทำหรือบอกอะไรไป คนอื่นเห็น คนอื่นได้ยิน แต่เขาไม่รับรู้อยู่ดี อยู่กับปัจจุบันครับ พอคิดเลยทำเลยมันคุ้มกว่ามาก ไม่ต้องรอเวลาตัดริบบิ้นแล้ว”

แล้วแม่กับยายล่ะ

“ผมว่ายายเขาเสียงสดใสขึ้นเรื่อยๆ นะ เขาเริ่มคุยกับผมนานขึ้น ผมจะวางสาย แกก็อยากคุยต่อ อย่างต่ำครึ่งชั่วโมงเวลาคุยกัน ส่วนแม่เหรอ (คิด) โห แม่นี่ยากมากเลย ปกติเขาไม่ค่อยพูด ถามว่าซึ้งไหม แม่ก็คงรู้ว่าลูกยังไม่ลืมเขา”

ต่อไปทำอะไรดีแม่

คนเราจะมีกับข้าวที่ชอบกินสักกี่อย่างกันในชีวิต ถ้าวันหนึ่ง เคลงมือทำอาหารที่เขาชอบตามสูตรของยายและแม่จนหมด จะเหลืออะไรให้โทรถามอีกล่ะ

“อาจจะกลับไปทำกับข้าวที่บ้านจริงๆ ให้เขาสอนจริงๆ เลย หรือไม่ก็อาจจะลองให้คนอื่นโทรคุยกับที่บ้านตัวเองบ้าง ไปสำรวจชีวิตของคนอื่นบ้างว่าเขาคุยกับที่บ้านยังไง บ้านอื่นเขากินอะไรกัน”

เราแอบแง้มฝาชีถามว่าเมนูต่อไปของ แม่ เมนูนี้ทำไง คืออะไร เจ้าของเพจชี้ให้ดูในจอคอมพิวเตอร์ว่าคือข้าวเหนียวทุเรียน เขาถ่ายคลิปเสร็จไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้โทรไปถามสูตรจากแม่บ้าง เหลือเพียงเก็บรายละเอียดในขั้นตอนการตัดต่อคลิปวิดีโออีกเล็กน้อย ก็พร้อมแบ่งปันสูตร (ไม่) ลับของแม่ให้ลองเอาไปทำตามกันได้ที่บ้าน เราคาดการณ์ว่าเมื่อบทความฉบับนี้เขียนเสร็จ คลิปข้าวเหนียวทุเรียน น่าจะฉายอยู่ในเพจเรียบร้อยแล้ว

ส่วนเรื่องความอร่อยหรือไม่อร่อย เคไม่อาจการันตีได้ เพราะแต่ละคนก็ชอบความหนักเบาของรสชาติแต่ละส่วนไม่เท่ากัน แต่สำหรับเขา สูตรจากรสมือแม่อร่อยเสมอ

รับชมสูตรทุเรียนต้มกะทิจาก แม่ เมนูนี้ทำไง ได้ที่ : EP.7 : ข้าวเหนียวทุเรียนภูเขาไฟ

ตะกอนก้นหม้อ

ด้วยตัวเลขของช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น ในมุมหนึ่ง เคกำลังเติบโต เรียนรู้ และสนุกไปกับการทำงานที่ช่วยส่งให้เขาเข้าใกล้ความฝันของตัวเองไปอีกขั้น แต่อีกมุมหนึ่ง ความสนุกและความหวังในการขับเคลื่อนชีวิตของแม่และยาย ก็อาจกำลังแตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศคนละทาง การชวนแม่และยายมาทำกิจกรรมร่วมกัน แม้จะเป็นเพียงเสียงสนทนาจากปลายสาย แต่เคเชื่อว่านี่เป็นการจุดไฟดวงเล็กๆ ให้แกงถ้วยเดิมถูกอุ่นร้อนเดือดปุดด้วยความสุขและการเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง

“พอเราแก่ขึ้น เราก็น่าจะอยู่ได้ด้วยความรู้สึกว่าเรามีคุณค่าต่ออะไรบางอย่าง เออ กูใช้ชีวิตแก่มาขนาดนี้แล้ว แม่ห้าสิบ ยายแปดสิบกว่าแล้วเนี่ย ลูกหลานเขารู้สึกว่าเราไม่ได้สำคัญเลยเหรอวะ ความรู้ของเรามันไม่มีความหมายแล้วเหรอ

“อย่างน้อยให้เขารู้ว่า เขาทำกับข้าวแล้วลูกคนหนึ่งจำได้ว่าอร่อย เขาคงรู้สึกได้แหละครับว่าชีวิตกูก็ยังมีคุณค่านี่หว่า”

ภาพ : www.facebook.com/mommenu.story

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

Page Maker

คุยกับเหล่านักทำเพจน่าสนใจในโลกออนไลน์

เราลงรถที่สีวลีรังสิต 2 หมู่บ้านเลียบลำคลองที่เต็มไปด้วยไม้ดอกนานาชนิด ทั้งที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ ทางหมู่บ้านปลูกไว้ ตลอดจนลูกบ้านปลูกเอง

ที่นั่น The Cloud ได้พบกับสาวร่างเล็ก ท่าทางกระฉับกระเฉงใจดี ผู้กำลังบรรจงร้อยมาลัยด้วยใจรัก

“ครูนิด สวัสดีครับ”

“โอ้ นั่งก่อนๆ”

ร้อยเรียบ : เพจรวมผลงานมาลัยที่ร้อยจากพันธุ์ไม้รอบตัว ทั้งดอกพุด กุยช่าย ถึงผักชีลาว

บายศรี กาญจนพันธุ์ หรือ ครูนิด คือผู้ก่อตั้ง ‘ร้อยเรียบ’ เพจเฟซบุ๊กรวบรวมผลงานมาลัยที่ร้อยด้วยดอกไม้และใบไม้รอบตัว ตั้งแต่ดอกไม้ทั่วไปอย่างดอกรัก พุด หรือมะลิ จนถึงพืชที่ไม่มีใครคิดว่าจะร้อยเป็นมาลัยได้อย่างประดู่ กุยช่าย และผักชีลาว เกิดเป็นมาลัยหน้าตาหายากที่อาจมีแค่พวงเดียวในโลก

ร้อยเรียบ : เพจรวมผลงานมาลัยที่ร้อยจากพันธุ์ไม้รอบตัว ทั้งดอกพุด กุยช่าย ถึงผักชีลาว
ร้อยเรียบ : เพจรวมผลงานมาลัยที่ร้อยจากพันธุ์ไม้รอบตัว ทั้งดอกพุด กุยช่าย ถึงผักชีลาว
มาลัยผักชีลาว

ไม่ว่าจะไปที่ไหน ครูนิดจะพกเข็มและด้ายติดตัวไว้เสมอ ทั้งสองสิ่งคือ ‘ถุงยังชีพ’ ที่ช่วยให้เธอไม่เคยพลาดโอกาสเก็บดอกไม้ใบหญ้ามาเรียงร้อยได้อย่างทันใจ เป็นความสุขเล็กๆ ริมทางที่หาได้ใกล้ตัว

ในห้องเรียนขนาด 6 ตารางเมตรที่สโมสรของหมู่บ้าน ครูนิดเล่าเรื่องราวของตัวเองก่อนจะมาเป็นเจ้าของเพจที่มีจุดเด่นไม่ซ้ำใครให้เราฟัง 

เธอเรียนจบจากสาขาวิชาศิลปศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทดลองเป็นฝ่ายศิลป์ให้กับบริษัทเอกชนสองสามแห่ง ก่อนมุ่งหน้าประกอบอาชีพครูสอนศิลปะที่หมู่บ้านนี้ตามคำชักชวนของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน

ครูนิดเริ่มต้นจากการสอนเด็กๆ วาดรูปและใช้สี ก่อนแวะเวียนไปเรียนจัดดอกไม้ที่สาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร์ โชติเวช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร

ตอนนั้นเองที่ผู้ปกครองของนักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นว่า ‘อยากให้ครูนิดสอนร้อยมาลัยด้วยจัง’

ความรักที่มีต่อการร้อยและเพจที่เล่าเรื่องมาลัยจึงเริ่มต้นจากตรงนั้น

 1 ปีที่ร่ำเรียน

“ตอนนั้นเรายังรู้เรื่องมาลัยไม่ลึก คิดว่าต้องรู้ให้ลึกก่อนถึงจะสอนเด็กๆ ได้ ก็เลยหยุดทุกอย่าง ทิ้งเลย เลิกสอนศิลปะเพื่อเข้าไปเรียนร้อยมาลัยหนึ่งปีที่โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง)”

ครูนิดย้อนความหลังถึงครั้งที่ทิ้งทุกอย่างเพื่อไปร่ำเรียนวิชาการร้อยมาลัยที่ โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) สถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรดอกไม้สด งานมาลัย เครื่องแขวน ฯลฯ โดยเฉพาะ ซึ่งต้องเรียนทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เช้าจรดเย็น เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

“ต้องใส่เครื่องแบบด้วยนะ เป็นนักเรียนเต็มตัวเลย ตื่นตีสี่ เข้าเรียนเจ็ดโมงกว่า กลับถึงบ้านสองทุ่ม ถึงบ้านก็ต้องทำการบ้านต่อ นอนเต็มที่วันละสองชั่วโมง ทุกคนงงว่าไปทำอะไรตั้งหนึ่งปี บางคนว่าเราบ้า คนที่บ้านนี่จำหน้าแทบไม่ได้ ออกไปก่อนลูกตื่น กลับมาลูกนอนแล้ว

“คาถาประจำวันคือต้องปล่อยวาง ตัดเรื่องอื่นออกไปให้ได้ เมื่อมีเป้าหมายแล้ว เราก็ต้องทุ่มเท เรียนกันลึกมาก ได้ลงงานจริง ทำงานอาสา จนได้รู้ลึกและรู้ดีเรื่องการทำมาลัย”

ยิ่งการร้อยมาลัยต้องอาศัยความประณีตและทุ่มเทมากแค่ไหน การฝึกทักษะในช่วงเริ่มต้นยิ่งต้องใช้พลังใจมากขึ้นเท่านั้น ครูนิดเสียสละหลายสิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘เวลา’ เพื่อฝึกปรือฝีมือการร้อยให้ชำนาญ ความมุ่งมั่นตลอด 12 เดือน เปลี่ยนให้เธอกลายเป็นช่างร้อยมาลัยมากความสามารถคนหนึ่ง

ร้อยเรียบ : เพจรวมผลงานมาลัยที่ร้อยจากพันธุ์ไม้รอบตัว ทั้งดอกพุด กุยช่าย ถึงผักชีลาว
คุยกับครูนิด ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว

ที่โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) ครูนิดต้องร้อยมาลัยตามรูปแบบที่โรงเรียนสอน เมื่อจบหลักสูตรและมีพื้นฐานมากพอ เธอจึงอยากต่อยอดเป็นมาลัยรูปแบบอื่นๆ ดูบ้าง

เมื่อลองนำดอกไม้ใบหญ้าหน้าตาแปลกใหม่มาร้อยตามใจตัวเอง ครูสอนมาลัยป้ายแดงก็อยากแบ่งปันผลงานให้เพื่อนๆ ร่วมชื่นชม นำมาซึ่งการทำเพจอย่างจริงจัง

“พอถ่ายลงเฟซบุ๊กส่วนตัวก็กลัวรูปมาลัยจะเยอะจนรกตาคนอื่น เราเกรงใจ เพราะตอนเรียนก็ลงไปเยอะมากแล้ว จึงตัดสินใจนำไปรวมไว้ในเพจ ตั้งชื่อว่า ‘ร้อยเรียบ’ คือมีอะไรก็ร้อยให้เรียบ ง่ายๆ ตรงๆ จำง่ายด้วย ดอกอะไรก็ได้ ถ้าร้อยได้ก็จะร้อยให้หมดเลย

“รู้สึกสนุกกับมันมาตลอด เหมือนเราได้บอกคนว่าดอกนี้มาจากไหน เรื่องราวของมาลัยพวงนี้เป็นยังไง บางโพสต์ก็มีรุ่นน้องแต่งกาพย์ประกอบมาลัยให้ด้วย หลายคนที่ตามเพจก็ชอบ เคยคิดจะทำยูทูบเหมือนกันนะ แต่ไม่มีใครตามเราไปเลย (หัวเราะ) ก็โอเค แค่เพจก็ได้ ด้วยวัยของเราก็คงไม่สมบุกสมบันมากแล้วด้วย แต่ถ้ามีคนเสนอมา เราพร้อมนะ จะปีนต้นไม้ให้ดูเลย”

เริ่มร้อยด้วยรัก

หากใครมีโอกาสได้ชมภาพในเพจ ก็คงทึ่งกับรูปลักษณ์ของมาลัยที่สวยงาม แปลกตา จนอดสงสัยไม่ได้ว่า กว่าจะมาเป็นมาลัยแต่ละพวงมีขั้นตอนอย่างไร

“ขั้นแรกเริ่มจากเก็บดอกไม้หรือใบไม้ ต้องลองจับดูก่อน ส่วนที่ร้อยได้ต้องมีก้านที่ใหญ่พอให้เข็มเข้าได้ ส่วนมากก็จะใช้ความชอบพุ่งไปยังดอกไม้ที่สนใจ แต่ก็ต้องดูอีกทีว่าดอกนั้นร้อยได้หรือเปล่า ถ้าร้อยได้ก็ร้อยเรียบ รีบเก็บมา นำมาล้างให้สะอาด เตรียมของให้พร้อม เหมือนทำอาหารเลย ก่อนทำก็ต้องเตรียมวัตถุดิบให้เรียบร้อย ถูกมั้ย 

“พอของพร้อม ก็คัดเลือกอันดีๆ มาร้อย เริ่มทำอุบะ (ส่วนล่างของมาลัย) ก่อน เพราะตัวพวงใช้เวลานานมาก ถ้าทำตัวพวงก่อนจะไม่ทันกัน พอทำอุบะเสร็จก็ห่อทิชชูเอาเข้าตู้เย็นรอไว้ จากนั้นใช้เวลาที่เหลือกับตัวพวง ดูยูทูบไป ร้อยไป

“เคยทำนานที่สุดสามวัน เพราะคิดไม่ออก พวงนั้นทำจากลูกสน วันแรกลองแล้วไม่สำเร็จ วันสองก็ต้องไปเก็บใหม่ ทำเสร็จแล้วอยากจดสิทธิบัตรไว้เลย มันยากมาก” ครูนิดหัวเราะ

คุยกับครูนิด ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว
คุยกับครูนิด ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว

“บางครั้งทำแล้วล้มเหลวก็มี ไม่สามารถออกสื่อได้ แต่ทุกวันนี้ทำพวงละหนึ่งวัน ลากไปวันครึ่งถ้าไม่รีบ”

เมื่อสังเกตมาลัยในถาดที่ครูนิดเพิ่งหยุดร้อยตอนที่เรามาถึง ก็เข้าใจในทันทีว่ากว่าจะมาเป็นมาลัยหนึ่งพวง ต้องอาศัยสมาธิและความละเมียดละไมขั้นสูง การหมกมุ่นอยู่กับสิ่งสิ่งหนึ่งทั้งวัน หรืออย่างที่ครูนิดเคยร้อยมาลัยถึง 3 วัน ดูยาวนานมาก แต่หากมองไปที่ผลงานตรงหน้า คงเรียกได้ว่าเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่าและสมเหตุสมผล

มาลัยที่ครูนิดทำค้างไว้มีหน้าตาประหลาด ไม่เหมือนมาลัยทั่วไป ครูนิดเล่าว่ามันคือ เคล ผักตระกูลเดียวกับคะน้า และดอกชุมเห็ด ที่เธอเก็บมาจากริมคลอง 

คุยกับครูนิด จากเพจ ‘ร้อยเรียบ’ ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว
คุยกับครูนิด จากเพจ ‘ร้อยเรียบ’ ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว

“ไม่ค่อยซื้อดอกไม้นะ ยกเว้นวันไหนที่ไปตลาดแล้วเจอใบหรือดอกที่ทำให้เกิดกิเลสจริงๆ ถึงจะซื้อ ปกติจะเก็บดอกไม้ในซอยมาร้อย หมู่บ้านนี้ปลูกดอกไม้เยอะอยู่แล้ว บางบ้านก็เอื้อเฟื้อให้เราเก็บไปร้อยด้วย เขาจะคอยถามตลอด วันนี้ร้อยอะไรคะ เพิ่งตัดดอกไม้ที่บ้าน คุณครูอยากเก็บไว้ร้อยรึเปล่า 

“หรือบางทีก็ไปเก็บจากริมคลอง อย่างดอกชุมเห็ดนี่ก็ใช่ แถวนั้นดอกไม้เยอะ เดี๋ยวถ้าออกไปจะชี้เป้าให้ดู เสียดายที่เทศบาลชอบตัดทิ้ง ดอกรักเนี่ยโดนตัดทิ้งเยอะมาก อาจจะเพราะมันลามเร็วมั้ง หลายครั้งเราหมายตาไว้แล้ว พอไปปุ๊บ ไม่เจอ เสียใจมาก หลังๆ ต้องหมายตาเผื่อไว้หลายๆ ต้น” ครูนิดเล่าสลับหัวเราะ

แม้ดอกและใบไม้ที่ใช้จะแตกต่างแปลกตา แต่ครูนิดก็ยืนยันว่า เธอยังรักษาความเป็นมาลัยไว้อย่างครบถ้วน

“เราร้อยแบบพลิกแพลงก็จริง แต่ยังคงส่วนประกอบเดิมไว้ครบ คงความเป็นมาลัย มีตัวพวง มีรัดมาลัย เพียงแต่ไม่ได้ใช้ดอกไม้ที่อยู่ตามท้องตลาดก็เท่านั้น เหมือนเวลาทำงานศิลปะชิ้นหนึ่ง เช่น ถ้าวาดรูป เรารู้หลักการว่าต้องใช้ดินสอ ต้องลงเส้นยังไง เราก็ยังใช้หลักการเดิม เพียงแต่เปลี่ยนภาพที่จะวาดแค่นั้นเอง”

คุยกับครูนิด จากเพจ ‘ร้อยเรียบ’ ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว

ร้อยกี่ปี ไม่มีเบื่อ

การร้อยมาลัยอาจไม่ใช่สิ่งที่มีคนสนใจเป็นวงกว้าง แต่กลุ่มคนที่หลงรักพวงดอกไม้เหล่านี้ก็พอจะมีอยู่บ้าง และดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

“ล่าสุดคนชอบมาลัยปลาตะเพียนมาก อาจจะเป็นเพราะคนเริ่มหันมาให้ความสนใจกับเพจเยอะขึ้นด้วย ข้อมูลเชิงลึกแจ้งว่าตอนนี้คนดูเป็นหลักพันแล้ว โพสต์ที่คนกดไลก์และแชร์มากที่สุด คือมาลัยดอกประดู่ แต่เราเองชอบทุกพวงเลย

คุยกับครูนิด จากเพจ ‘ร้อยเรียบ’ ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว
มาลัยปลาตะเพียน
คุยกับครูนิด จากเพจ ‘ร้อยเรียบ’ ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว
มาลัยดอกประดู่

“มันท้าทายในทุกครั้งที่ร้อย เพราะแต่ละพวงไม่เคยเหมือนเดิม เราจึงได้เรียนรู้ทุกครั้ง แล้วก็นำความรู้ที่ได้ไปสอนคนอื่นต่อ ควรเก็บรักษายังไง ร้อยยังไง ดอกไม้ไม่ได้ร้อยที่ก้านอย่างเดียว ร้อยที่กิ่งหรือส่วนอื่นก็ได้ เช่น ดอกพวงชมพู หาวิธีร้อยยาก เพราะมันเล็ก ต้องใช้วิธีตัดดอกให้ติดกิ่งเพื่อร้อย คนที่ติดตามเพจก็คงถูกใจความท้าทายพวกนี้ด้วยเหมือนกัน”

ยอดผู้ติดตามของเพจร้อยเรียบ แม้ไม่สูงนัก แต่ทุกคนต่างรักและสนับสนุนผลงานของครูนิดอย่างเหนียวแน่น เธอจึงตอบแทนแฟนเพจด้วยการร้อยมาลัยที่แปลกใหม่เสมอมา และหลายครั้งดอกไม้ที่ใช้ก็เป็นความคิดที่ผู้ติดตามแนะนำเข้ามาทางเพจ

“เราคงร้อยไปเรื่อยๆ ถึงจะเป็นดอกที่เคยร้อยแล้วก็ยังร้อยรูปแบบอื่นได้ ไม่มีทางเบื่อเลย ที่สำคัญ ดอกไม้ไม่มีวันหมดโลก ยังมีหลายดอกที่เราไม่เคยร้อย แฟนเพจเคยแนะนำดอกมะพร้าว เพราะเราเคยโพสต์ว่า อยากเห็นอะไรเป็นมาลัยก็แนะนำมา ในกล่องข้อความจึงมีคำแนะนำดอกไม้แปลกประหลาดเต็มไปหมด เช่น ขอมาลัยเครื่องต้มยำ อยากทำนะ ติดที่ตะไคร้เนี่ยไม่รู้จะร้อยยังไง ยังลงมือไม่ได้จริงๆ หรือบางคนแนะนำดอกไม้หายาก เราดีใจมาก ถ้าช่วยชี้เป้าแหล่งที่มีดอกไม้พวกนั้นให้ด้วยก็จะดี เราจะได้ไปหาถูก”

ไม่ได้มีไว้เพื่อขาย

งานฝีมือเป็นของมีราคา ยิ่งเป็นมาลัยที่วิจิตรบรรจงอย่างที่เห็นในเพจร้อยเรียบ ก็คงทำเงินได้ไม่น้อย อย่างไรก็ดี ครูนิดยืนยันอย่างหนักแน่นว่า มาลัยที่เธอร้อยไม่ได้มีไว้เพื่อขาย

“ไม่ขาย ถ้าทำเพื่อการค้า เราว่าคนคงจะไม่อยากดู การร้อยมาลัยและทำเพจนี้ เราแค่อยากหาเพื่อนคอเดียวกัน มีคนบ้าดู ฉันก็บ้าร้อย สนุกและอิ่มเอมทุกครั้ง เหมือนได้ก้าวข้ามอุปสรรค คนไหนที่อยากเรียนจริงๆ ก็สอน สมมติมีคนอยากเรียนร้อยต้อยติ่ง มาเลยค่ะ มาเลย เราสอนตั้งแต่วิธีเก็บเลยนะ แต่ช่วงนี้มีโควิด-19 ก็เลยใช้วิธีติดต่อสอบถามทางออนไลน์แทน เราไม่ได้หวงอะไรเลย อยากบอกวิธีทำทุกขั้นตอนอยู่แล้ว” 

แม้ไม่ได้ทำเพื่อการค้า แต่มาลัยที่ไม่ธรรมดาของครูนิดมีที่ไปเสมอ หลังบันทึกภาพประทับใจเพื่อใช้ลงเพจเป็นที่เรียบร้อย ครูนิดก็จะนำมาลัยมาไหว้พระ แล้ววางไว้บนหิ้ง บ้างก็ให้เป็นของฝากแก่มิตรบ้านใกล้เรือนเคียง หรือเป็นของขวัญชิ้นสำคัญก็เคยมีมาแล้ว

“อย่างมาลัยมะกรูด พอโพสต์แล้ว คุณชุติมา เสวิกุล ภรรยา คุณประภัสสร เสวิกุล โทรมาเลย ขอพี่พวงหนึ่งได้มั้ย เราก็ร้อยให้ใหม่พวงหนึ่ง แล้วก็มีพวงพิเศษ เป็นมาลัยหมากพลู เอาใบพลูมาม้วนจีบเป็นมาลัย ตอนนั้นวัดครุฑกำลังบูรณะพระพุทธรูปองค์หนึ่ง เขาเห็นแล้วก็โทรมา ถามว่ามาลัยพวงนั้นยังอยู่มั้ย ขอไปไหว้พระได้หรือเปล่า โชคดีที่เรายังแช่พวงนั้นไว้ในตู้เย็น เขาก็รีบมาจากอยุธยาเพื่อเอามาลัยไปไหว้ถวายเป็นพุทธบูชาที่วัด รู้สึกปลื้มใจ มีบุญ พวงมาลัยของเรามีที่ไปทุกพวง”

คุยกับครูนิด จากเพจ ‘ร้อยเรียบ’ ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว
คุยกับครูนิด ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว

มาเรียน มาลัย

“ตอนสมัครเรียนที่โรงเรียนช่างฝีมือในวัง (หญิง) เขาจะสัมภาษณ์ว่าเรียนเอาไปทำอะไร ต้องมีเหตุผลที่ดีถึงจะรับเข้าเรียน ตอนนั้นเราตอบว่าอยากเรียนเพื่อใช้สอน เขาคงคิดว่าเข้าท่า ก็เลยโอเค ให้เรียนได้”

และครูนิดก็ได้สอนอย่างที่พูดไว้จริงๆ หลังฝึกฝนร้อยมาลัยจนชำนาญ และตัดสินใจแน่วแน่ว่าไม่ได้สร้างผลงานเพื่อขาย ครูนิดก็ทำเพจและเปิดสอนพิเศษร้อยมาลัยไปพร้อมกัน ความท้าทายของการสร้างสรรค์มาลัยทุกพวง คือทักษะการใช้เข็มที่ทั้งเล็กและแหลม แต่ครูนิดก็เชื่อสนิทใจว่าคนทุกวัยร้อยมาลัยได้

“นักเรียนที่อายุมากที่สุดคือหกสิบห้าปี เขาก็มาเรียนที่สโมสรนี่แหละ ถือว่าสุดยอด เห็นเลยว่าอายุไม่ใช่ข้อจำกัด 

“เด็กสุดน่าจะห้าขวบ เรายังไม่ให้เขาจับเข็มนะ ให้ใช้ทางมะพร้าวแทน มือเล็กๆ ก็ร้อยไป จริงๆ อยากให้เด็กฝึกทำอะไรด้วยตัวเองแบบนี้ มันน่าจะช่วยให้เด็กมีสมาธิมากขึ้น อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่ด้วย บางบ้านอาจจะเน้นวิชาการมากกว่า บางคนกังวลว่าเดี๋ยวเข็มแหลมจะทิ่มลูก มองอีกแง่หนึ่ง เราก็สอนให้เขารู้จักการจับอย่างปลอดภัยสิ เราห่วงแต่ว่าเข็มจะทิ่ม ทั้งที่จริงๆ ควรสอนเขาไม่ใช่เหรอว่าทำยังไงให้ไม่โดน”

เช่นเดียวกับผู้อ่านหลายคน เราแทบไม่เชื่อว่าเด็ก 5 ขวบ ซึ่งยังไม่ขึ้นชั้นประถมจะทำงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนอย่างการร้อยมาลัยได้ 

ครูนิดทำได้ยังไง สอนนานมั้ย นี่เรื่องจริงเหรอ-เราถาม

“จริง ปกติเราต้องสอนน้องวาดรูปสองชั่วโมง แต่พอดีว่าวันรุ่งขึ้นเป็นวันแม่ น้องก็เลยได้เรียนร้อยมาลัยแทน เขามีสมาธิตลอดสองชั่วโมงเลยนะ เป็นผู้หญิงเรียบร้อย ใส่ใจ สุดท้ายก็ร้อยเป็นมาลัยไว้ไหว้คุณแม่ได้สำเร็จ 

“เราเชื่อว่าจริงๆ แล้วคนไทยเป็นคนละเมียดละไม มีทักษะและจิตวิญญาณซ่อนอยู่ บางคนอาจจะคิดว่าตัวเองทำไม่ได้หรอก ติดงาน ไม่มีเวลา แต่ที่บอกว่าไม่ได้ๆ ถ้าลองเปิดใจ สละเวลาเพื่อมาเรียนรู้ เราว่าทำได้ทุกคน ขอแค่มีใจที่อยากเรียน ไม่ต้องมีอย่างอื่นก็ได้ ขนาดเด็กเล็กยังทำได้เลย 

คุยกับครูนิด ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว

“ผู้นำที่ดีจะพาคนอื่นไปได้ดี สิ่งนี้ตอบว่าทำไมเราต้องไปเรียนร้อยมาลัยเพิ่ม เราต้องรู้ลึกและรู้จริงจึงจะเป็นครูของคนอื่นได้ และเมื่อสอนให้นักเรียนทำซ้ำจนช่ำชอง นั่นถือเป็นความสำเร็จของคนเป็นครู”

หลายคนที่สนใจการร้อยมาลัยอาจอยากลองร้อยตามคลิปในยูทูบ ครูนิดยิ้มนิดๆ แล้วเล่าว่า ถ้าอยากลองทำดูสักพวง การเริ่มต้นดูคลิปแล้วร้อยตามก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าอยากมีความเชี่ยวชาญหรือต้องการนำทักษะไปต่อยอดก็ควรมีคนสอน 

“เราว่าถ้าจะให้ดี ศิลปะหรือการร้อยมาลัยควรมีคนสอนอย่างใกล้ชิด ต้องอยู่ใกล้ๆ เพราะปัญหาเกิดเยอะแยะ ถ้าสอนทิ้งๆ แล้วเขาไม่เข้าใจ ก็อาจจะพาลเกลียดมาลัยไปเลย ช่วงนี้เลยยังไม่รับสอนเพราะโควิด-19 สอนออนไลน์ไม่น่าจะดี”

สุขเล็กรอบมาลัย

สิ่งที่เราสงสัยที่สุดนับตั้งแต่ได้รู้จักเพจร้อยเรียบ คือเหตุใดคนคนหนึ่งถึงมุ่งมั่นตั้งใจร้อยมาลัย ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าผลงานนี้จะมีอายุขัยเพียงไม่กี่วัน ร้อยเสร็จไม่นานดอกไม้ใบไม้ก็ต้องเหี่ยว

ครูนิดนิ่งไปชั่วครู่ เธออมยิ้ม ก่อนตอบเราด้วยท่าทีเรียบง่าย

“อยู่บนต้น ดอกไม้ก็เหี่ยวเหมือนกัน การร้อยมาลัยเหมือนเราได้บันทึกบางอย่างไว้ ดอกไม้ก็คงภูมิใจนะ ฉันเป็นแค่ดอกหญ้าเอง แต่ครั้งหนึ่งได้เป็นมาลัยแล้ว ได้ขึ้นไปอยู่บนหิ้งสูงๆ เชียวนะ เพราะฉะนั้น อย่ามาดูถูกฉัน

“การร้อยมาลัยไม่เคยเอาอะไรไปจากเราเลย มีแต่เอามาให้ ทั้งความภูมิใจ ความอิ่มอย่างบอกไม่ถูก มันคืองานศิลปะอย่างหนึ่งที่เราสร้างขึ้นมา เป็นพวงเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใคร เป็นเอกลักษณ์ที่แม้จะอยู่ได้ไม่นาน แต่อย่างน้อยเราก็ได้บันทึกไว้ เรามองเห็นคุณค่าของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้น เกิดเป็นความสุขในแต่ละวัน ไม่ต้องมองหาความสุขใหญ่ๆ ก็ได้ แค่ตาเราสังเกตดอกไม้ เฝ้ามองสิ่งสวยงามอันเล็กๆ หึ เจ้าดอกไม้ เสร็จฉันแน่ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว”

พูดจบ ครูนิดก็หยิบมาลัยพวงใหญ่ขึ้นมาร้อยต่อ 

คุยกับครูนิด ผู้ร้อยดอกไม้และพืชผักสารพัดเป็นมาลัยแปลกใหม่สร้างสรรค์ เพราะเชื่อว่าความงามอยู่รอบตัว

ภาพ : Facebook ร้อยเรียบ

Facebook : ร้อยเรียบ

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ผู้ที่หาความสุขจากสิ่งรอบๆ ตัว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load