Mo. (โม, ย่อมาจาก Minimal objects) ไม่ใช่แบรนด์กระเป๋าแฟชั่น

หากแต่เป็นแบรนด์กระเป๋าฟังก์ชันที่คิดมาจากปัญหาจริงของผู้หญิงมีของ (เยอะ) ทั้งกระเป๋ารุ่น Doctor Mo. ที่ดังสุดๆ ในหมู่สถาปนิกและนักออกแบบ หรือกระเป๋าสตางค์รุ่น Mo. 80 ใบที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ซึ่งแจ้งเกิดในเว็บไซต์ระดมทุน มีผู้สนใจกระเป๋าสตางค์รุ่นนี้จากทั่วโลกจนไปถึงเป้าหมาย 25,000 เหรียญฯ หรือ 800,000 บาทในเวลาอันรวดเร็ว

Mo. เกิดขึ้นจากความหลงใหลการแก้ปัญหาด้วยงานออกแบบของ รสลิน จรรยาศักดิ์

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์ Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

“เรารู้สึกสนุกทุกครั้ง เมื่อเห็นอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีคำถามเกิดขึ้นในหัวตลอดเวลาว่าสิ่งนั้นน่าจะพัฒนาต่ออย่างไรได้อีกบ้าง” เธอบอกเราด้วยตาที่เป็นกระกาย

รสลินเป็นนักออกแบบผู้ชอบแบรนด์ของแต่งบ้าน ชอบของที่หน้าตาเรียบๆ กระเป๋าจากเธอจึงเรียบหรูโดนใจสาวๆ มินิมอลสไตล์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ภายใต้ความมินิมอลนั้น กระเป๋า Mo. สะท้อนบุคลิกบางอย่างซึ่งเปลี่ยนใจสาวกแบรนด์เนมให้หันมาใช้ Mo. กันทั่วเมือง

“กระเป๋าที่ใช้งานง่าย กระเป๋าที่ไม่แสดงออกฐานะที่แท้จริงของผู้ใช้” รสลินพูดพร้อมยื่นกระเป๋ารุ่นโปรดของเธอให้เราลองถือ

เราไม่อาจบอกแทนใครว่า Mo. เป็นกระเป๋าที่ตอบโจทย์ทุกคนหรือไม่ จนกว่าคุณจะได้ฟังเรื่องราวของแบรนด์นี้ และไปลองจับกระเป๋าใบจริงดูสักครั้ง

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

กระเป๋าของนักออกแบบ

“เราชอบงานประดิดประดอยตั้งแต่เด็ก เอาขันมาทำนาฬิกา ร้อยเข็มกลัดกับเชือกรองเท้า หยิบของมาพลิกแพลง” อดีตนักเรียนออกแบบเล่าย้อนความสนใจในวัยเด็ก ซึ่งส่งผลต่อชีวิตของเธอในวันนี้

แม้สอบได้ที่ 1 ของชั้น และได้รางวัลด้านการออกแบบมามากมายระหว่างเรียนที่คณะออกแบบอุตสาหการจากเมืองซิดนีย์ รสลินกลับเลือกที่จะเริ่มต้นทำงานในสายการตลาดกับบริษัทค้าปลีกแห่งหนึ่ง เพราะอยากเรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภคจากตลาดจริงเพื่อใช้ในงานวางแผนการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์

โดยระหว่างที่ที่รสลินเดินทางไปเรียนภาษาที่ประเทศญี่ปุ่น เธอใช้เวลาว่างทั้งบ่ายลงเรียนทำเครื่องหนังกับสตูดิโอเล็กๆ ซึ่งเธอต้องแสดงความตั้งใจจริงอย่างหนักหน่วงก่อนสมัครเข้าเรียน เพราะอุปสรรคทางภาษาและจำนวนนักเรียนต่อชั้นที่เปิดรับเพียง 4 คนเท่านั้น

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

“ที่เริ่มต้นกับเรียนรู้การทำเครื่องหนังก่อน เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้นทุนไม่มากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่อาจจะต้องขึ้นแบบหรือผ่านกระบวนการยุ่งยากในโรงงานเพื่อผลิตในจำนวนมาก” รสลินเล่า ก่อนเสริมว่า กระเป๋าเป็นศาสตร์ที่ผสมผสานระหว่างฟังก์ชันและแฟชั่น และไม่ใหญ่โตแบบเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เธอลงมือทำได้เองทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

เวลาผ่านไป 1 ปี รสลินรู้วิธีทำกระเป๋า 2 – 3 แบบ ทั้งทำไว้ใช้เองและทำให้เพื่อนเป็นของขวัญ ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาเป็นกระเป๋าสตางค์ในแบบทรงที่อยากใช้แต่ไม่มีขายในท้องตลาด

“เรารู้ตั้งแต่วันแรกแล้วว่า Mo. ไม่ใช่กระเป๋าแฟชั่น แต่เป็นกระเป๋าที่คิดจากฟังก์ชันการใช้งาน ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาของผู้หญิง”

แค่ได้ยินก็ตื่นเต้นแล้ว มาดูกันว่ากระเป๋าของ Mo. แก้ปัญหาอะไรของผู้หญิงเยอะๆ อย่างเราบ้าง

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

รู้ว่าบัตรเยอะ

กระเป๋าที่เปิดมาแล้วเห็นบัตรวางเรียงกัน คือโจทย์แรกของรสลิน

เธอพบว่าผู้ใช้งานกระเป๋าส่วนใหญ่ใช้เวลาไม่น้อยไปกับการหาบัตรที่ต้องการ เมื่อเก็บข้อมูลก็พบว่ายังไม่มีแบรนด์ไหนในท้องตลาดตอบโจทย์นี้

“เราชอบงานออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระร่างกาย เช่น การใช้มือขวาหยิบบัตรจากกระเป๋าได้ทันทีเข้ากับองศาการแกว่งข้อมือ” หลังจากทดลองร่างแบบ-ทำตัวอย่าง-ทดลองใช้ ปรับจนพอใจแล้วส่งแบบนั้นให้โรงงานขึ้นตัวอย่างจริง รสลินในนามแบรนด์ Mo. ก็ประกาศระดมทุนกระเป๋ารุ่น ‘Mo. 80’ ในเว็บไซต์ indiegogo.com

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

จากตัวอย่างแบรนด์ในหมวดแฟชั่นที่แจ้งเกิดและประสบความสำเร็จผ่านการระดมทุน เช่น KEEP PURSUING จากสหรัฐอเมริกา และ linjer จากนอร์เวย์ สร้างความมั่นใจให้แก่รสลิน โดยเธอตั้งเป้าหมายการระดมทุนไว้ที่ 25,000 เหรียญฯ  หรือประมาณ 800,000 บาท ซึ่งคิดเป็นกระเป๋าจำนวน 200 ใบ

เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้การระดมทุนลุล่วงภายในระยะเวลา 1 เดือน คือ การกระจายข่าวออกไปให้มากที่สุด

“เราใช้ความพยายามอย่างมากกับการเขียน Press Release ส่งข่าวการระดมทุนนี้ถึงเว็บไซต์และสื่อทั้งในและต่างประเทศกว่า 100 สำนัก ด้วยตัวเอง

“หัวใจสำคัญของการระดมทุนคือ การทำให้คนที่ไม่รู้จักเราเชื่อใจและมั่นใจในเราจนยอมจ่ายเงินจำนวนไม่น้อย แล้วรอคอยรับของในเวลาอีก 2 – 3 เดือน แทนที่จะออกไปซื้อแบรนด์ที่มีอยู่ในตลาด” รสลินเล่า ก่อนเสริมว่า เธอจะคอยอัพเดตที่หน้าเว็บไซต์อยู่ตลอดว่านำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปใช้กับเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้กับการทำต้นแบบ นอกจากนั้นจะคอยส่งข่าวความคืบหน้ามากที่สุดเท่าที่จะทำได้

จะเห็นว่านอกจากไอเดียที่สดใหม่ การนำเสนอฟังก์ชันของกระเป๋าผ่านวิดีโอที่ทำอย่างตั้งใจก็เป็นเรื่องสำคัญ เป็นเหตุผลที่รสลินชวนเพื่อนพ้องช่างภาพ ช่างวิดีโอ สไตลิสต์ ที่มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับแบรนด์ไทย มารวมตัวกันในงานชิ้นนี้

รู้ว่าของเยอะ

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

หลังจากวันที่ ‘Mo. 80’ ส่งถึงมือลูกค้าที่มีอยู่ทั่วโลก รสลินก็เริ่มฝันถึงกระเป๋าใบที่ใหญ่ขึ้น

จากความบังเอิญที่เห็นกระเป๋าทรงคุณหมอของอาจารย์ญี่ปุ่นท่านหนึ่ง เธอคิดอยากดัดแปลงกระเป๋าผู้ชายใบนั้นให้กลายเป็นกระเป๋าผู้หญิงใช้งานง่าย “สำหรับเรามันน่ารักมาก มีคาน มีเหล็ก มีความเป็นรูปทรงตื้นลึกหนาบาง ตอนนั้นคิดแต่ว่าน่าสนุกดีถ้าทำออกมา” รสลินเล่า

ผลปรากฏว่ากระเป๋ารุ่น ‘Doctor Mo.’ ดังเป็นพลุแตก เพราะทั้งน่ารักและตอบโจทย์เรื่องความจุ ช่างรู้ใจผู้หญิงมีของ (เยอะ) อย่างชาวเรา

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์ Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

รู้ว่าออกเดินทางเยอะ

กระเป๋ารุ่นอื่นๆ ของ Mo ได้แรงบันดาลใจจากโจทย์ที่แตกต่างกันไป เช่น รุ่นยอดฮิตอีกรุ่นอย่าง ‘Shopper Mo.’ กระเป๋าทรงกล่องใบใหญ่เหมาะกับคนชอบเดินทาง เพราะใส่กล้องและเอกสารได้พร้อมกัน จะใช้ถือก็ได้ คล้องแขนก็ดี หรือสีสันของกระเป๋าสตางค์ที่คิดมาจากอินไซต์การชอบสีสัน ไม่คุมโทนอย่างกระเป๋าใบหลัก “จะเห็นเลยว่ากระเป๋าสตางค์สีเรียบขายได้ยากกว่าสีแดงหรือสีเขียวเกี่ยวทรัพย์ตามความเชื่อส่วนบุคคล” รสลินเล่าติดตลกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจออกแบบตามสีมงคล แต่ปรับวิธีสื่อสารในออนไลน์ให้สนุกขึ้นด้วยการพูดถึงสิ่งเหล่านี้บ้าง

รู้ว่าต้องไปงานเยอะ

เบื้องหน้าเราคือ กระเป๋ารุ่น ‘Full Moon’ ทรงกลมน่ารัก

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

จากโจทย์ว่า ทำไมกระเป๋าออกงานมักจะเล็กจนใส่อะไรมากไม่ค่อยได้ รสลินจึงออกแบบกระเป๋าสำหรับใช้ไปงานเลี้ยงที่ใบใหญ่พอจะใส่ของกระเป๋าสตางค์ใบยาว ทั้งยังใช้ได้ในชีวิตประจำวันและร่วมงานเลี้ยงกลางคืน โดยไม่ต้องพกกระเป๋าหลายใบอีกต่อไป

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

รู้ว่าใช้กระเป๋ามาเยอะ (แล้ว)

ลูกค้าส่วนใหญ่ของ Mo. เป็นสถาปนิกสาวและนักออกแบบภายใน หรือเป็นคนที่เคยใช้กระเป๋ามากมายหลายระดับ ตั้งแต่ แบรนด์ทั่วไป จนถึงแบรนด์หรูหราราคาแพง และบางทีพวกเธอก็อยากได้กระเป๋าที่ใช้งานง่าย กระเป๋าที่ไม่แสดงออกฐานะที่แท้จริงของผู้ใช้

“ลูกค้าจะมาเล่าให้ฟังเสมอว่ากระเป๋าของเรามีจุดเหมือนหรือต่างกับแบรนด์ที่พวกเธอเคยใช้มาอย่างไรบ้าง ทำให้รู้ว่าสุดท้ายแล้วคนชอบใช้อะไรที่ง่าย ไม่หวือหวามาก” รสลินเล่าพร้อมรอยยิ้ม

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

รู้ว่าราคาเยอะ

มีวิธีที่ง่ายกว่ามากมายที่จะทำรายได้ให้กับแบรนด์ Mo. สบายๆ ตั้งแต่การวางสินค้าในห้างสรรพสินค้าในแผนกกระเป๋าสตรีให้ทุกคนมาทดลองจับ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมการวางหน้าร้านที่ทำให้ราคากระเป๋าอาจจะต้องแพงขึ้น โดยที่ Mo. เพียงดูแลการผลิตให้เพียงพอ แต่ Mo. ไม่เลือกที่จะทำธุรกิจแบบนั้น

ในช่วงแรกรสลินใช้ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางขายหลักเพื่อลดต้นทุนส่วนต่าง เพราะเธอตั้งใจทำกระเป๋าคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้ ก่อนจะปรับแผนวางขายในร้านขายของนักออกแบบบ้าง และมีหน้าร้านเล็กๆ ซ่อนตัวอย่างลับๆ ในซอยประดิพัทธ์ ซึ่งเปิดแค่ 2 วันต่อสัปดาห์เพื่อควบคุมต้นทุนการมีหน้าร้าน

“หน้าร้านเปิดแค่วันพฤหัสบดีเผื่อให้คนทำงานแถวนี้ และวันอาทิตย์อีก 1 วันสำหรับคนที่อยู่ไกล”

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์ Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

รู้ว่าเข้มงวดเยอะ (ไปก็ไม่ดี)

ตลอดการสนทนารสลินจะย้ำเสมอว่า ลูกค้าเป็นผู้สอนวิชาการทำธุรกิจแบบที่หลักสูตรบริหารธุรกิจที่ไหนก็สอนไม่ได้

ครั้งหนึ่งเธอจริงจังกับการลดต้นทุนในธุรกิจมาเกินไปจนเกือบเสียลูกค้า

“เมื่อก่อนเรามีนโยบายซื้อออนไลน์ได้รับกล่องแต่ซื้อหน้าร้านจะไม่ได้รับ หรือหากลูกค้าขอถุงเพิ่มเราจะไม่ให้ และนั่นทำให้เขารู้สึกได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี หรือตอนที่ตั้งราคากระเป๋า เราไม่ได้คิดครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนของบริการหลังการขาย เมื่อลูกค้านำกระเป๋ามาซ่อมหรือเปลี่ยนอะไหล่แล้วเราเก็บค่าซ่อม ลูกค้าก็รู้สึกไม่พอใจ ทำให้รู้ว่าเรื่องเล็กๆ แบบนี้มีผลกับความรู้สึกมาก เราเรียนรู้ว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้ลูกค้ามีความสุข เราจะทำ ซึ่งหากมองให้ดีจะพบว่าต้นทุนการสร้างลูกค้าใหม่สูงกว่าการรักษาความรู้สึกลูกค้าเก่าด้วยซ้ำ” รสลินเล่า

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

รู้ว่าควรเตรียมพร้อมให้เยอะ

แม้จะอาจจะยังไม่เป็นรูปเป็นร่างดี แต่รสลินก็คิดไว้แล้วว่าในอนาคตต่อไป เธอตั้งใจจะทำกระเป๋าที่ช่วยให้ผู้หญิงจัดการเรื่องต่างๆ ในชีวิตดีขึ้นในด้านต่างๆ เช่น กระเป๋าออร์แกไนเซอร์ช่วยจัดการชีวิต หรือกระเป๋าเล็กๆ ใช้งานง่ายๆ สำหรับใส่ของกระจุกกระจิก โดยที่ใส่กระเป๋ากับกระเป๋าใบไหนก็ได้ดูเข้ากันดีทั้งหมด

พร้อมกันนี้ แม้จะมี Buyer จากต่างประเทศติดต่อเข้ามาจำนวนมาก แต่รสลินอยากให้ Mo. มีระบบหลังบ้านทั้งการผลิต การขนส่ง และบริการหลังการขาย ที่พร้อมมากกว่านี้ก่อน

“มาถึงวันนี้โจทย์ของการทำธุรกิจแตกต่างไปจากวันแรกอย่างไรบ้าง” เราถาม

“วันแรกเราแค่อยากลองดูว่าจะมีคนชอบไอเดียนี้ของเรามั้ย โอเค ดี มีคนชอบ จบ แต่วันนี้เราทำเพราะอยากให้แบรนด์ไทยไปอยู่ในระดับสากลให้ได้ อยากทำให้ลูกค้ามีความสุข จากการได้รับกระเป๋า ลองใช้และชอบมันมากๆ” รสลิน

Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์ Mo., กระเป๋า, รสลิน จรรยาศักดิ์

Mo.

mostory.co

facebook : Mo.

instagram : mostory.co

Mo. Museum & Objects That Matter

เปิดเฉพาะวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เวลา 12.00 – 20.00 น.

Lesson Learnt

“มองตัวเองลึกๆ ว่ามีความถนัดด้านใด ชอบอะไร และตลาดต้องการอะไร บางทีเราชอบแต่ตลาดไม่ชอบด้วยก็เป็นธุรกิจไม่ได้ หรือบางเรื่องที่เราชอบแต่เราไม่ถนัดเลยมันก็ออกมาไม่สุด ในการทำธุรกิจ เราจำเป็นต้องมองหาสิ่งที่เราชอบ ถนัด และตลาดต้องการเสมอ” รสลินทิ้งท้ายคำแนะนำ

Writer

Avatar

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

Avatar

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

2 กุมภาพันธ์ 2566
697

การประกาศยุติบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาและดูแลศิลปินของ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 หลังจากดำเนินธุรกิจอย่างโดดเด่น สร้างผลงานและศิลปินผู้เป็นที่รักมาประดับวงการบันเทิงไทยมากมายตลอด 12 ปี ทิ้งคำถามให้หลายคนสงสัยว่า ทีมงานนาดาวบางกอกจะไปทำอะไรกันต่อ

วันนี้ ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ในบทบาท Chief Executive Officer จับมือกับผู้บริหารอีก 3 คน ทั้ง แท๊ด-รดีนภิส โกสิยะจินดา Chief Commercial Officer, ปรุง-ทัชระ ล่องประเสริฐ Artist Strategy Director (SONRAY MUSIC Co., Ltd.) และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร Managing Director (5×6 House Co., Ltd.) มาแถลงข่าวเปิดตัวบริษัทใหม่ ซึ่งประกอบไปด้วย 3 บริษัทย่อย ภายใต้บริษัทแม่ที่ชื่อว่า ‘TADA Entertainment (ทาดา เอ็นเทอร์เทนเมนท์)

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ชื่อ ‘ทาดา’ พ้องเสียงกับ ‘ธาดา’ ที่แปลว่าผู้สร้าง 

และเป็นเสียงประกอบเวลาที่ใครมีอะไรภูมิใจนำเสนอ

เราเคยคุยกับย้งเมื่อครั้งยังเป็นนาดาวบางกอก แล้วประทับใจกับความเป็นบริษัทที่พัฒนาศิลปินให้เป็น ‘คนมีคุณภาพ’ แบบที่คิดว่าให้วันหนึ่งศิลปินอยู่ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมีนาดาวบางกอก และวันนั้นเขาก็ตั้งใจอยากหาคนมารับช่วงต่อในการบริหาร แต่ติดว่าต้องหาคนที่เชื่อและคิดเหมือนกัน เพื่อที่จะได้มั่นใจว่าผู้บริหารคนใหม่จะดูแลศิลปินเหล่านี้ได้อย่างที่เขาตั้งใจ

ในบทบาทการเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรรอบที่ 2 ของย้ง เขาจึงอยากสร้างทั้งผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่และศิลปินไอดอลคุณภาพสูง มาประดับวงการบันเทิงไทยแบบที่เขาภูมิใจนำเสนอ

แต่ก่อนจะคุยเรื่องการเปิดประตูบานนี้ เราเชื่อว่าทุกคนคงอยากรู้สาเหตุที่แท้จริงของการปิดประตูบ้านนาดาวบางกอกจากปากของย้ง ซึ่งเขายังไม่เคยพูดเรื่องนี้กับสื่อไหน เขายินดีจะพูดวันนี้ เพราะเขาบอกว่าฝุ่นหายตลบและทุกอย่างตกตะกอนแล้ว จึงมั่นใจว่าจะตอบคำถามนี้ได้ตรงกับใจจริง ๆ

เขาเล่าว่าก่อนยุติบทบาทของนาดาวบางกอก ทีมผู้บริหารใช้เวลาพิจารณา วางแผน และเตรียมตัวมาร่วม 3 ปี และยืนยันว่าไม่ได้มีใครในบริษัทหมดแพสชัน

“การปิดนาดาวฯ คือการไปต่อ ไม่ใช่การสิ้นสุด เพราะนาดาวฯ คือหมู่มวลคนซึ่งรักจะทำสิ่งที่สนใจเหมือนกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่พอถึงเวลาที่ต่างคนต่างมีเป้าหมายใหม่ น้อง ๆ นักแสดงเติบโตในวงการบันเทิงได้ดี หลายคนเรียนจบแล้ว บางคนก็แข็งแรงจนเปิดบริษัทเองได้ บางคนมีแนวคิดในการบริหารศิลปินหรือนักแสดงในแบบของตัวเอง เราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดกับการเป็นนาดาวบางกอกต่อไป เราแยกกันไปสนุกกับทางที่ตัวเองสนใจดีกว่า ซึ่งก็หมายถึงการต้องยุติธุรกิจเดิม เพื่อเริ่มต้นธุรกิจใหม่”

การเลือกปิดประตูบานเก่าอันโด่งดังและมั่นคงเพื่อเปิดประตูบานใหม่นี้ ย้งบอกว่าไม่มีอะไรที่เขาเสียดายเลย 

“มีแต่กลัวจะเสียดายเวลาและโอกาสของทุกคน ถ้าเราไม่ได้ให้อิสระพวกเขาไปเติบโตงอกงามในผืนดินของตัวเอง” ย้งบอก

สำหรับย้งและพนักงานบางส่วน เป้าหมายใหม่ของพวกเขาคือการสร้างศิลปินไอดอลชาวไทยประดับวงการบันเทิงไทยที่พวกเขารัก เพื่อเป็นความสุขและแรงบันดาลใจให้กับผู้คน 

“มันน่าสนุกดี” ย้งบอกเหตุผลที่คิดจะทำงานนี้

“ตอนเปิดออดิชัน เราได้เจอน้อง ๆ หลายคนที่มีความฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เขาไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์หรือเก่งมาแล้ว พวกเขาเป็นเด็กที่ยังอยู่ในจุดเริ่มต้น มีความฝันและมีความพยายาม ผมว่ามันน่าสนุกที่เราจะได้เริ่มต้นกับคนที่มีความฝัน แล้วเราก็ฝึกหัดไปด้วยกัน เพื่อไปสู่ปลายทางซึ่งเขาเป็นศิลปินที่มีมาตรฐานที่ดีได้”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ยุคนี้เป็นยุคของคนที่พยายามและตั้งใจ

SONRAY MUSIC (ซันเรย์ มิวสิค) ลูกชายที่สดใสเหมือนแสงแดด และ ILY LAB (ไอลี่ แล็บ) กลุ่มเด็กสาวที่เรียบง่ายและงดงาม เป็นบริษัทลูกของ TADA Entertainment สำหรับสร้างและพัฒนากลุ่มศิลปินไอดอล 

SONRAY MUSIC ผลิตศิลปินไอดอลชาย และ ILY LAB ผลิตศิลปินไอดอลหญิง ย้งเล่าว่าจากประสบการณ์ การดูแลศิลปินชายและหญิงมีรายละเอียดแตกต่างกัน จึงอยากแยกการบริหารออกเป็น 2 บริษัท แต่ศิลปินจาก 2 ค่ายก็จะได้ทำงานร่วมกันในบางโอกาส

สำหรับใครที่ไม่ใช่แฟนไอดอล เราขอชวนมาแวะฟังนิยามคำว่าศิลปินไอดอลจากย้งกันสักนิด

“ศิลปินไอดอลเป็นศิลปินที่มีการฝึกหัดและพัฒนาให้มาเป็นศิลปิน บอยแบนด์หรือเกิร์ลกรุ๊ปสมัยก่อนอาจอาศัยหน้าตาดี ความสามารถกลาง ๆ ได้ แต่ยุคนี้ผู้บริโภคต้องการศิลปินที่นอกจากภาพลักษณ์และบุคลิกดีแล้ว เขายังต้องมีความสามารถสูง ทั้งด้านการร้องเพลง การแสดง และการเต้นด้วย”

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ย้งผู้ติดตามและชื่นชอบศิลปินไอดอลต่างชาติ มองไอดอลเหล่านั้นด้วยสายตานักปั้นดาวแล้วฟันธงว่า มีเด็กไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเสน่ห์ความเป็นไอดอลอยู่ในตัว 

“วัยรุ่นไทยมีจุดเด่นอย่างความสนุกสดใส ไม่ซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป แต่ถ้าเขาจะเอาจริงกับอะไร เขาก็ตั้งใจและจริงจังกับมันได้ ความทะเล้น ความกวนที่มากับความมุ่งมั่นนี่แหละเป็นบุคลิกที่ผมอยากทำงานด้วย อยากเห็นพวกเขาค่อย ๆ เก่ง ค่อย ๆ เติบโต จนเป็นศิลปินที่ชนะใจแฟนเพลงหรือคนดูได้” 

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน

ความฝันของหนุ่มสาวกับหน้าที่การสร้างความสุขและแรงบันดาลใจ

ศิลปินไอดอลกลุ่มแรกที่ TADA Entertainment จะเปิดตัว เป็นกลุ่มศิลปินหญิงนามว่า ‘MXFRUIT (มิกซ์ฟรุต)’ ภายใต้สังกัด ILY LAB (ซึ่งย่อมาจาก I Love You)

ย้งไม่คิดแบบ Fail Fast, Fail Cheap และเราก็เห็นด้วยว่า ความฝันของเด็กสาวไม่ควรถูกเอามาใช้เป็นการทดลองทางธุรกิจ ศิลปินไอดอลหญิงกลุ่มนี้จึงเป็นเด็กที่เทรนมาแล้วเกือบ 2 ปี และพวกเธอกำลังจะได้เดบิวต์ในเดือนมีนาคมนี้

ย้งเล่าว่าเขาชวนสมาชิกทั้ง 5 ที่ตอนแรกต่างคนต่างมามารวมเป็น Girl Group และทำวงด้วยกัน เพื่อใช้พื้นที่นี้ค้นหาแนวทางของตัวเองในวัยที่เพิ่งเริ่มต้น และผนึกกันเป็นทีมที่แข็งแรงมากพอจะพากันไปสู่ความสำเร็จ 

“จริง ๆ ทุกคนมีความเป็นตัวของตัวเองและมีความสามารถในการเป็นศิลปินเดี่ยว แต่โชคดีที่เด็ก 5 คนนี้มีความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วลงตัว และยอมที่จะเปิดตัวร่วมกัน วันหนึ่งถ้าพวกเขามีประสบการณ์และความสามารถมากพอ มีอะไรที่อยากเล่าจากตัวเอง หรือมีแนวทางของตัวเองแล้ว อาจจะได้ทำเพลงแบบโซโล่ก็ได้” ย้งวางแผนแบบเล่นเกมยาวเอาไว้

ศิลปินไอดอลอีกกลุ่มที่พวกเขาปลุกปั้นอยู่เป็นกลุ่มศิลปินไอดอลชาย ชื่อ 789 TRAINEE ภายใต้สังกัด SONRAY MUSIC

ด้วยจุดแข็งการเป็นคนทำคอนเทนต์ของย้ง และประสบการณ์ในบริษัท SM Entertainment ของปรุง กลุ่มศิลปินฝึกหัดชายที่เปิดตัวบนโลกออนไลน์มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2564 จึงเป็นสีสันใหม่ในวงการที่น่าจับตามอง ศิลปินหนุ่มฝึกหัด 24 คนกำลังจะมีโปรเจกต์รายการ 789 SURVIVAL เป็นเรียลิตี้โชว์ ออกอากาศทางช่อง ONE31 พวกเขาจะได้ทำบททดสอบต่าง ๆ เพื่อแสดงความมุ่งมั่น ความตั้งใจพัฒนาตัวเองและทีม เพื่อเดบิวต์เป็นวงบอยกรุ๊ปวงต่อไป ซึ่งจำนวนคนในวงนั้นยังไม่แน่นอน อาจจะเป็น 7 8 หรือ 9 คนก็ได้ ย้งบอกไว้อย่างนั้น

สิ่งที่ย้งหมายมั่นปั้นมือในตัวศิลปินไอดอลก็คือ อยากให้พวกเขาสร้างความสุขให้แฟน ๆ และอยากให้เก่งพอที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ได้

“ผมหมายมั่นปั้นมือที่ 2 อย่างนี้ เพราะเชื่อว่ายุคนี้มีคนไม่น้อยที่มีศิลปินเป็นกำลังและแรงบันดาลใจ ไม่รู้จะเรียกว่ายกระดับวงการบันเทิงไทยไหม แต่น่าจะทำให้คนไทยมีความสุข และในมุมคนทำงาน ผมคิดว่าผลลัพธ์จากความพยายามที่สังคมจะได้เห็น อาจไปสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ให้ทำงานดี ๆ เหมือนที่เราเคยได้แรงบันดาลใจจากคนรุ่นพี่ที่ทำงานดี ๆ ออกมาก่อนหน้านี้ก็ได้ ผมอยากทำศิลปินให้วงการบันเทิงไทย ให้คนไทยดู แล้วถ้าวันหนึ่งจะไประดับสากล เราก็จะไปแบบเป็นศิลปิน T-POP ของไทย”

TADA Entertainment บริษัทบันเทิงไทยที่ตั้งใจสร้างศิลปินไอดอลให้เป็นความสุข-แรงบันดาลใจของทุกคน
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

โครงสร้างบริษัทย่อยที่เป็นอิสระ และมีบริษัทแม่ดูแลแบบไม่กำกับ

นอกจาก SONRAY MUSIC และ ILY LAB ซึ่งเป็นธุรกิจที่ย้งโฟกัสอยู่แล้ว TADA Entertainment ยังมีบริษัทโปรดักชันชื่อ 5×6 House ทำงานด้านคอนเทนต์อย่างที่พวกเขาถนัด ดูแลโดย ปิง เกรียงไกร 

3 บริษัทย่อยนี้บริหารในแบบของตัวเอง โดยมีบริษัทแม่เป็นหน่วยกลางดูแลเรื่องส่วนรวมต่าง ๆ เช่น การตลาด กฎหมาย บัญชี เป็นต้น 

ย้งบอกว่า “นี่อาจจะเป็นช่วงท้าย ๆ ในชีวิตการทำงานของผมแล้ว การมีบริษัทยิบย่อยคือการให้คนอื่นได้ขึ้นมาลองบริหารบริษัทนั้นในมุมมองของเขาเอง เขากำหนดทิศทางที่อยากเป็นได้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรามีอิสระมากขึ้นหลังจากมาเปิดบริษัทใหม่”

5×6 House เป็นบริษัทโปรดักชันเฮาส์ที่ย้งบอกว่าให้อิสระปิงออกแบบได้เต็มที่ ไม่มีข้อจำกัดว่าต้องเป็นงานที่เข้ากับศิลปินไอดอล หรือเป็นงานที่เน้นสร้างนักแสดงจากศิลปินในค่าย ซึ่งทำให้ปิงสร้างสรรค์และบริหารบริษัทของตัวเองได้เต็มที่ยิ่งขึ้น

ย้งบอกอีกว่าในอนาคตเราอาจได้เห็นบริษัทภายใต้ TADA Entertainment เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากมีคนสนใจอยากมาร่วมทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน “ถ้าใครทำดี ความสำเร็จก็จะเป็นของเขา โดยมีพวกผมเป็นเบื้องหลัง ซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ แนะนำในพาร์ตหลังบ้าน” 

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่
จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

สุดท้าย ผู้บริหารที่โดดเด่นคนหนึ่งในยุคสมัยของเรายังยืนยันว่า เขาอยากเป็นคนทำงานมากกว่าเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เขายังรอวันที่จะได้สร้างศิลปินไอดอลและผู้บริหารรุ่นใหม่ให้แข็งแรงพอที่เขาจะปล่อยมือจากงานบริหารและหันไปจับกล้อง จับงานกำกับที่รักได้อีกครั้ง

“ผมโชคดีที่ได้ใช้ชีวิตในงานที่ผมรัก สิ่งที่ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคือ การให้อิสระกับทุกคนในการบริหารงานและชีวิตของตัวเอง

“การปิดนาดาวบางกอกทำให้เรียนรู้ว่า อย่าไปยึดติดกับทั้งความทุกข์และความสุข เพราะในช่วง 2 – 3 ปีที่ต้องตัดสินใจและเตรียมการปิดนาดาวฯ เป็นช่วงเวลาที่กังวลมาก เป็นห่วงอะไรเต็มไปหมด แต่พอตัดสินใจได้แล้ว ใกล้เวลาที่จะปิดแล้วจริง ๆ กลับรู้สึกว่ามันไม่ได้ยากขนาดนั้น การไม่มีนาดาวฯ ไม่ได้ทำโลกแตกสลาย ไม่ได้จะทำให้เด็กนักแสดงไปต่อไม่ได้ หรือแม้กระทั่งน้อง ๆ พนักงานเขาก็จะเดินต่อไปได้ด้วยตัวเองกันทั้งนั้น”

จับเข่าคุยแนวคิดของ TADA Entertainment บริษัทที่อยากสร้างทั้งศิลปินไอดอลคุณภาพและผู้บริหารธุรกิจบันเทิงรุ่นใหม่

เขาเล่าด้วยว่าแม้แต่งานฉลองเพื่อร่ำลาอย่างการไป Outing นาดาวฯ ที่ย้งต้องพลาดเพราะติดโควิด สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าฟูมฟายอย่างที่เขารู้สึกในตอนแรก เพราะมิตรภาพที่ชาวนาดาวฯ ยังมีให้กันและกันก็เห็นได้ชัดว่ามันยังอยู่ 

“เท่านั้นก็พอแล้วมั้ง” ย้งกล่าวปิดท้ายก่อนขอพุ่งตัวไปดูน้องซ้อมและมีประชุมต่อ

Lessons Learned

  • อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือไม่สำเร็จที่เคยเป็นมาก่อน เมื่อถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยน ยิ่งถ้าเราเคยล้มมาก่อนแล้วลุกขึ้นมาได้ ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว
  • สร้างงานแล้ว อย่าลืมสร้างคนทำงานด้วย เพราะการจะทำให้ธุรกิจที่เราฝันอยู่เป็นไปได้อย่างยั่งยืน วันหนึ่งจำเป็นต้องมีคนรับช่วงต่อ
  • เลือกทำสิ่งที่อยากทำให้ดีจนกลายเป็นธุรกิจได้ เป็นหนทางแห่งความสุขที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมไปกับงาน

Writer

Avatar

พิชญา อุทัยเจริญพงษ์

อดีตนักโฆษณาที่เปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักเล่าเรื่องบนก้อนเมฆ เป็นนักดองหนังสือ ชอบดื่มกาแฟ และตั้งใจใช้ชีวิตวัยผู้ใหญ่ไปกับการสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load