‘พื้นที่สงบเสมือนมีป่าใจกลางเมืองใหญ่’ คือนิยามที่บ่งบอกตัวตน มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร ได้ดีที่สุด

บ้านปูนหลังสีขาว ซ่อนตัวอยู่หลังสวนสงบขนาดย่อมหน้าบ้าน บริเวณปากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 เดินทางมาได้สะดวก โดยห่างจากบีทีเอสช่องนนทรีประมาณ 500 เมตร

จากมีวนาคอฟฟี่ แฟล็กชิพสโตร์ สู่ ‘มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร’ มิกิ-ชัญญาพัชญ์ โยธาธรรมสิทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท มีวนา จำกัด เปรยว่าแนวคิดและเป้าหมายหลักของกาแฟดูแลป่า ด้วยการปลูกแบบวนเกษตรอินทรีย์ใต้ร่มเงาป่า แปรรูปและผลิตโดยได้รับการรับรองมาตรฐานออร์แกนิกระดับสากล IFOAM EU และ USDA ยังเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือการแสดงออกอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และขยายผลร่วมกับ ‘บริษัท เดอะ รายา คอลเลคชั่น’ พาร์ตเนอร์ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันอย่าง ดาว-วิชดา สีตะกลิน ที่ปรึกษางานด้านการออกแบบ บริษัทเดอะ รายา คอลเลคชั่น

หากจะบอกว่า มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร เป็นคาเฟ่หรือร้านขายกาแฟเฉย ๆ ก็คงจะไม่ครอบคลุมเท่าไรนัก เพราะตั้งใจให้บ้านหลังนี้เป็นพื้นที่สำหรับสื่อสารเรื่องความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม และสังคม

“เราอยากทำอะไรเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกหรือลดผลกระทบเชิงลบต่อป่าไม้และสิ่งแวดล้อม เราจะทำอะไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงสิ่งรอบตัวด้วยเสมอ พอมีเป้าหมายแบบนี้แล้ว เลยทำทุกอย่างให้ไปถึงเป้าหมายตรงนี้”

MiVana Coffee Baan Sathon คาเฟ่สะท้อนความรักษ์ป่าผ่านกาแฟออร์แกนิกและคราฟต์สไตล์ ‘รายา’

อบอุ่นตั้งแต่ก้าวแรก

เมื่อผลักประตูบานใหญ่เข้าไปจะพบกับโถงกว้าง ให้บรรยากาศเรียบง่าย สบาย ๆ อบอุ่น 

ก่อนจะเข้าไปพูดคุยและสำรวจมุมต่าง ๆ เราขอมาทำความรู้จักกับกาแฟและขนมของที่นี่ก่อน ใช้เวลายืนเลือกเครื่องดื่มอยู่ชั่วครู่ เพราะเมนูมีหลากหลาย สำหรับใครที่เลือกไม่ถูก ขอแค่บอกว่าชอบความเข้มอ่อนประมาณไหน รสชาติหนักเบา เน้นเปรี้ยวหรือกลมกล่อม บาริสต้าก็สามารถแนะนำแก้วที่ถูกใจตามความต้องการของทุกคนได้

ส่วนแก้วที่จะนำมาเสิร์ฟในวันนี้ คือ กาแฟดริปบ้านขุนลาว กาแฟซิงเกิลออริจินซีรีส์ใหม่ล่าสุดของมีวนา และออริจินัล สปาร์คกลิ้ง คอฟฟี่ กาแฟโคลด์บรูว์ที่มีรสซ่า กระปรี้กระเปร่าขั้นสุด และสดชื่นด้วยสตรอว์เบอร์รีกับราสป์เบอร์รีในน้ำแข็ง เสริมด้วยขนมอย่างข้าวซอยทาร์ตและฮังเล พูลพอร์ก ครัวซองต์ เป็นการฟิวชันอาหารพื้นเมืองออกมาในรูปแบบขนมได้อย่างลงตัว รักษารสชาติของข้าวซอยและแกงฮังเลไว้ได้โดยไม่ผิดเพี้ยน แถมอร่อยและแปลกใหม่ยิ่งขึ้น เมื่อเสิร์ฟมาในหน้าตาของทาร์ตและครัวซองต์

เมื่อเลือกเมนูได้แล้ว ก็ถึงเวลาเลือกมุมโปรดได้ทุกตารางนิ้วใน มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร ภายในบ้านแบ่งที่นั่งออกเป็น 3 ส่วน ใครชอบอยู่กับธรรมชาติ เน้นความสงบสบาย แนะนำให้เดินเลือกโต๊ะบริเวณด้านนอก ในสวนขนาดย่อมแสนร่มรื่น นั่งจิบกาแฟท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ อาศัยร่มเงาจากกิ่งก้านใบ ให้ความรู้สึกเสมือนเราเป็นต้นกาแฟที่เกษตรกรปลูกใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่าต้นน้ำจังหวัดเชียงราย

“เราต้องการสื่อสารแนวคิดด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือต้นไม้ต่าง ๆ ให้มีความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืนผ่านพื้นที่ตรงนี้” 

ถ้ากลัวว่าฝนจะตก แดดจะออก อยากได้ความเย็นดับไอร้อนที่เจอมาทั้งวันท่ามกลางเมืองหลวง ก็เดินเข้ามาเลือกที่นั่งอีก 2 โซนด้านในได้ตามความชอบ ในห้องโถงมีโต๊ะไม้เรียงรายหลายขนาด มีทั้งแบบเก้าอี้และโซฟาตัวยาว

กำแพงโดยรอบถูกจับจองพื้นที่ด้วยป้ายบอกเล่าเรื่องราว แนวคิด และที่มาที่ไปของทั้งสองแบรนด์ไว้อย่างลงตัว

“จุดประสงค์ของเราไม่ใช่แค่ร้านสวยหรือกาแฟอร่อย แต่จริง ๆ แล้วมันคือเรื่องราวเบื้องหลังมากมายที่เราต้องการจะสื่อให้คนได้เข้าใจและเห็นภาพ ซึ่งเราได้รับการซัพพอร์ตที่ดีมาก ๆ จากทีมเดอะ รายา คอลเลคชั่น ที่เข้ามาช่วยออกแบบและตกแต่ง เล่าเรื่องราวของทั้งสองแบรนด์ผ่านพื้นที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเลือกใช้เครื่องจักสานเสริมมู้ดแอนด์โทนในภาพรวมการให้บริการ หรือการเล่าเรื่องในโถงด้านในว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร ในแต่ละผนัง

“พอเดินเข้ามาพื้นที่ตรงนี้ ก็จะเป็นโซนคราฟต์มากยิ่งขึ้น อย่างบาติกก็จากใต้ เข้ามาหน่อยก็ล้านนา เราอยากให้ทุกอย่างส่งเสริมไปในทางเดียวกัน”

มิกิแนะนำพื้นที่โซนสุดท้าย สำหรับคนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวมากขึ้นอีกนิด สามารถเดินมาทางปีกซ้าย โซนที่มีข้าวของเครื่องใช้ของเดอะ รายา คอลเลคชั่น วางจำหน่าย โต๊ะไม้จำนวน 3 – 4 โต๊ะ ให้ความรู้สึกปลีกตัวจากความวุ่นวายได้ชั่วครู่

MiVana Coffee Baan Sathon คาเฟ่สะท้อนความรักษ์ป่าผ่านกาแฟออร์แกนิกและคราฟต์สไตล์ ‘รายา’
MiVana Coffee Baan Sathon คาเฟ่สะท้อนความรักษ์ป่าผ่านกาแฟออร์แกนิกและคราฟต์สไตล์ ‘รายา’

มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร

คำว่ายั่งยืนในความหมายของมีวนา ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

“นอกเหนือจากผลกำไรที่เป็นหนึ่งปัจจัยของการทำธุรกิจ สังคมและชุมชนต้องอยู่ได้ด้วย สิ่งแวดล้อมต้องมีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้เราอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืนจริง ๆ

บริเวณป่าต้นน้ำแม่กรณ์ แม่ลาว แม่สรวย จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่เขตอุทยานและป่าสงวน แต่ชาวบ้านก็ยังมีความจำเป็นต้องเข้าป่าเพื่อหาผลผลิตมาเลี้ยงชีพและทำเกษตรเชิงเดี่ยวที่ส่งผลเสียต่อดินในระยะยาว

“เป็นจุดที่เราต้องตระหนักว่าจะทำยังไงเพื่อแก้ปัญหานี้ เราจึงทำงานร่วมกับเกษตรกรในพื้นที่ ศึกษาตั้งแต่สาเหตุจนถึงวิธีการแก้ปัญหาระยะยาว เพราะเราต้องการอนุรักษ์พื้นที่นี้ไว้ และต้องยั่งยืน”

เมื่อมีวนาเข้ามาทำงานกับพื้นที่นี้ จึงเกิดข้อตกลงขึ้นว่า จะปลูกกาแฟอาราบิก้าแบบอินทรีย์โดยไม่ทำลายพื้นที่ป่า ปลูกแบบออร์แกนิก ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเร่งโต ไม่ใช้เคมีทำลายศัตรูพืช 

“ให้ชาวบ้านเก็บผลผลิต สร้างรายได้ และดูแลพื้นที่ตรงนั้น”

เมื่อมีต้นกาแฟเกิดขึ้นในพื้นที่ ชาวบ้านก็ต้องเข้าไปดูแลรักษาให้คุณภาพดี ก็จะมีหูมีตาคอยสอดส่องคนที่ลักลอบทำลายป่า หรือคอยระมัดระวังภัยธรรมชาติต่าง ๆ และชาวบ้านสามารถเพาะปลูกไม้ยืนต้นหรือไม้ผลเศรษฐกิจอื่น ๆ ควบคู่กันไปกับกาแฟ ซึ่งจะส่งผลให้พื้นดินอุดมสมบูรณ์มากขึ้นจากพันธุ์ไม้หลากหลายประเภท ระบบนิเวศก็จะกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างที่ควรจะเป็น

MiVana Coffee Baan Sathon คาเฟ่สะท้อนความรักษ์ป่าผ่านกาแฟออร์แกนิกและคราฟต์สไตล์ ‘รายา’
MiVana Coffee Baan Sathon คาเฟ่สะท้อนความรักษ์ป่าผ่านกาแฟออร์แกนิกและคราฟต์สไตล์ ‘รายา’

The Raya Curated Collection

ฝีไม้ลายมือสุดแสนประณีตของบรรดาพ่อครูแม่ครู ประจักษ์ผ่านเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับ หมอนอิง ของหนึ่งชิ้นเป็นสิ่งที่สั่งสมหลายภูมิปัญญาเอาไว้ ทอผ้าจากชุมชนนี้ สายกระเป๋าปักจากหมู่บ้านนั้น มีศิลปะตั้งแต่เหนือจรดใต้รวมไว้ด้วยกันอย่างไร้พรมแดน

“เราหยิบสิ่งที่อยู่รอบตัวมาสร้างชิ้นงาน ทอผ้าจากภาคเหนือ บาติกจากภาคใต้ เป็นภูมิปัญญารอบ ๆ โรงแรมที่บางครั้งถูกมองข้าม ดาวเคยไปดูคนที่สานตะกร้าให้ เป็นคนอายุ 60 เด็กสุด ลูกหลานก็ไม่ทำแล้ว ตะกร้าหนึ่งใบใช้เวลาทำ 2 วัน 80 บาท พอคุยแล้วเรารู้สึกถึงความภาคภูมิใจของเขา เราเห็นคุณค่าตรงนี้ และต้องการจะต่อยอดมูลค่าให้ภูมิปัญญาเหล่านั้น” 

จากข้าวของเครื่องใช้ที่ตกแต่งโรงแรมในเครือบริษัทเดอะ รายา คอลเลคชั่น ได้แก่ โรงแรมรายา เฮอริเทจ และแทมมาริน วิลเลจ ในจังหวัดเชียงใหม่ และโรงแรมรายาวดี ในจังหวัดกระบี่ สู่แพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์พร้อมบริการการจัดส่งทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ www.therayacuratedcollection

“เราไม่อยากหยุดแค่นั้น เราอยากทำงานต่อกับพ่อครู แม่ครู ชาวบ้าน เลยคิดว่าจะทำแพลตฟอร์มออนไลน์ ตั้งชื่อขึ้นมาว่า The Raya Curated Collection หมายความว่าถูกคัดเลือกมาแล้วจากทีมเดอะ รายา คอลเลคชั่น”

สิ่งที่ The Raya Curated Collection ให้ความสำคัญ ไม่ได้มีเพียงศิลปะภูมิปัญญาท้องถิ่น แต่รวมถึงการกระจายรายได้ให้บรรดาครูช่างผู้รังสรรค์งานฝีมือ และการสร้างอาชีพให้คนในชุมชนมาเป็นพนักงานในโรงแรม  

“พอเรามีอาชีพตรงนี้ให้ เมื่อฤดูเกี่ยวข้าวหมด ทุกคนก็มารวมกันทอผ้า มันก็จะต่อยอดให้กับรุ่นลูกหลาน ก่อให้เกิดรายได้มากขึ้น ที่สำคัญเขาไม่ต้องจากบ้านเพื่อที่จะออกไปหางานที่อื่น ดาวว่ามันหลายอย่าง มันก็กลับไปที่ครอบครัว เป็นหลักที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เกิดอนาคตของชาติ” นี่คือหนึ่งในนิยามความยั่งยืนที่ดาวปรารถนาให้เกิดขึ้น

ก่อนที่โรงแรมรายา เฮอริเทจ จะก่อตัว ทีมออกแบบได้ลงพื้นที่ ออกสำรวจถึงถิ่นกำเนิดของแต่ละภูมิปัญญาเป็นระยะเวลาถึง 2 ปี เช่น ไปดูต้นแหย่งที่ลำพูนเพื่อศึกษาการทำสาดแหย่ง ไปดูผ้าที่ลำปาง ไปดูธนาคารฝ้ายที่สาธิตกระบวนการทอผ้า เริ่มตั้งแต่ปลูกต้นฝ้าย ไปดูชาวบ้านที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันกับรายา 

“มันเป็นวิถีที่บางทีคนเมืองอย่างเราไม่เคยสัมผัส และเปลี่ยนชีวิตดาวพอสมควร เรายิ่งรู้สึกภูมิใจ และคิดว่าภูมิปัญญาเหล่านี้ควรได้รับการถ่ายทอดและสืบสาน” 

มีวนารักป่าฉันใด เดอะ รายา คอลเลคชั่น ก็รักศิลปะฉันนั้น สองสิ่งนี้เป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งคู่สร้างธุรกิจขึ้นเพื่อต้องการอนุรักษ์สิ่งที่เขาเห็นว่ามีคุณค่า และไม่ได้ทำเพื่อผลประกอบการของตัวเองเท่านั้น

“เราโต คนในชุมชนก็ต้องโตไปด้วยกัน” ความมุ่งมั่นและจริงใจส่งผ่านน้ำเสียงของดาวอีกครั้ง

MiVana Coffee Baan Sathon คาเฟ่สะท้อนความรักษ์ป่าผ่านกาแฟออร์แกนิกและคราฟต์สไตล์ ‘รายา’
MiVana Coffee Baan Sathon คาเฟ่สะท้อนความรักษ์ป่าผ่านกาแฟออร์แกนิกและคราฟต์สไตล์ ‘รายา’

มิตรภาพระหว่างป่าและกาแฟ

“กาแฟมีวนา คือกาแฟที่มีป่า อยากให้คนคิดถึงความสำคัญของป่าไม้ของเรา” มิกิเปรย

กว่าจะได้มาซึ่งกลิ่นกาแฟมีวนาหอมกรุ่นและรสชาติดี ต้องผ่านกระบวนการการปลูกอย่างพิถีพิถัน

เริ่มตั้งแต่การเสาะหาพื้นที่ปลูก “เราเข้าไปดูถ้าพื้นที่ไหนไม่เหมาะสมจะปลูก เราก็ไม่แนะนำ เพราะเราเข้าไปส่งเสริมให้ทุกคนทำ แต่ถ้าไม่มีคุณภาพ สุดท้ายปลายทางมันไม่ยั่งยืน”

มีวนาจึงเลือกพื้นที่ป่าต้นน้ำเพราะต้องการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า และเลือกที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรขึ้นไป เพื่อเหมาะแก่การปลูกกาแฟอาราบิก้า โดยต้นไม้รุ่นพี่ในป่าทุกต้นถูกคงไว้เหมือนเดิมเพื่อให้ร่มเงาแก่ต้นกาแฟรุ่นน้อง

“เราปลูกกาแฟใต้ร่มเงาต้นไม้ ผลกาแฟจะสุกเต็มที่ช้ากว่าการปลูกกลางแจ้ง ซึ่งทำให้ต้นกาแฟได้ซึมซับแร่ธาตุต่าง ๆ จากดินได้อย่างเต็มที่ตามธรรมชาติ”

ต้นกาแฟทุกต้นของมีวนาเกิดขึ้นมาแบบออร์แกนิก ปราศจากสารเคมี เมื่อลมหนาวมา บ่งบอกว่าเป็นเวลาเก็บเกี่ยว เหล่าเกษตรกรจะออกเก็บเมล็ดกาแฟทีละผล ๆ เพื่อคัดเลือกเมล็ดที่สุกโดยสมบูรณ์ทั้งผลจริง ๆ ซึ่งกว่าจะเก็บครบในพื้นที่สูงชัน 6,000 กว่าไร่นั้นไม่ง่าย ความตั้งใจต้องมี สายตาต้องดี

หลังเก็บเกี่ยว ก็ต้องคัดกาแฟคุณภาพโดยการลอยน้ำ และเลือกเอาเฉพาะผลเชอร์รีกาแฟที่จมเท่านั้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการแปรรูปภายใน 24 ชั่วโมง และตากในพาราโบลาโดมควบคุมอุณหภูมิและความชื้น จากนั้นนำเข้าโรงสีที่มีมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และคั่วโดยนักคั่วที่ได้รับการอบรมจากสมาคมกาแฟพิเศษอเมริกา SCA ก่อนที่จะชิมเพื่อประเมินรสชาติและคุณภาพโดย Q Grader ให้เหมาะสมกับการเป็นสินค้าที่ได้การรองรับมาตรฐานสากล เป็นอันจบกระบวนการ

“ทั้งหมดนี้เราไม่ได้ทำเพื่อให้ปลายทางขายได้อย่างเดียว แต่ทำเพื่อให้เกษตรกร ให้คนที่ทำงานร่วมกับเราเกิดความภาคภูมิใจ” มิกิย้ำเพื่อให้คอกาแฟทั้งหลายมั่นใจได้เลยว่า ทุกหยดที่ดื่มไปนั้นเปี่ยมไปด้วยคุณภาพล้นแก้ว

การเปิดพื้นที่ร่วมกันของสองแบรนด์ มีวนา และ รายา ที่ต่างผลิตภัณฑ์ แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการสังคมที่ยั่งยืน

มีวนา ซิงเกิล ออริจิน

บ้านสาทรหลังนี้เปิดบ้านพร้อมกับเปิดตัวกาแฟซีรีส์ใหม่ มีวนา ซิงเกิล ออริจิน ที่จะเติมเต็มประสบการณ์ด้วยกาแฟคาแรกเตอร์ใหม่ ๆ ระดับสเปเชียลตี้เกรด ซึ่งเป็นกาแฟที่มาจาก 3 ถิ่นกำเนิด คือ หมู่บ้านขุนลาว หมู่บ้านห้วยไคร้ และหมู่บ้านร่มเย็น

บ้านขุนลาว เป็นบริเวณที่ราบสูงระหว่างภูเขา ขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นปลูกกาแฟคุณภาพดี และเป็นที่รู้จักในวงการกาแฟค่อนข้างมาก จึงไม่มีเหตุผลใดที่มีวนาจะไม่เลือกแหล่งกำเนิดนี้มาชูโรง กาแฟขุนลาวของมีวนาเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดื่มกาแฟไม่เข้มมาก มีรสเปรี้ยวนิด ๆ แนวฟรุ๊ตตี้ โดดเด่นด้วยกลิ่นพรุน หอมบราวน์ชูการ์เล็กน้อย ภาพรวมเป็นกลิ่นโทนเบอร์รี

การเปิดพื้นที่ร่วมกันของสองแบรนด์ มีวนา และ รายา ที่ต่างผลิตภัณฑ์ แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการสังคมที่ยั่งยืน

บ้านห้วยไคร้อาจจะยังไม่เป็นที่นิยมในวงการกาแฟมากนัก แต่มิติใหม่นี้ให้กลิ่นกาแฟที่นุ่มลึก น่าค้นหา กลิ่นจะเป็นไปในโทนฟรุ๊ตตี้ มีกลิ่นลูกเกด แอปริคอต และมีถั่วมาช่วยเพิ่มความนัวยิ่งขึ้น

บ้านร่มเย็น โดดเด่นด้วยกาแฟสายพันธุ์ Yellow Catuai และ Yellow Catimor แนะนำสำหรับคนที่ไม่ชอบดื่มกาแฟรสเปรี้ยว กลิ่นจะหอมเข้มขึ้น ค่อนไปทางช็อกโกแลต ถั่ว เฮเซลนัท แซมด้วยความหอมของบราวน์ชูการ์

3 ตัวนี้เป็นการแปรรูปแบบแห้งหรือ Natural Process มีเวลาซึมซับรสชาติ ธาตุอาหาร กลิ่น ที่อยู่ในผลเชอร์รี ให้เข้ามาในตัวเมล็ดกาแฟได้ดียิ่งขึ้น และรสชาติในแต่ละแหล่งกำเนิดไม่มีการเจือปน ปราศจากแต่งกลิ่นแต่งรสใด ๆ เป็นรสชาติของความอุดมสมบูรณ์จากธาตุอาหารในดินแต่ละพื้นที่จริง ๆ

การเปิดพื้นที่ร่วมกันของสองแบรนด์ มีวนา และ รายา ที่ต่างผลิตภัณฑ์ แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการสังคมที่ยั่งยืน

ร่วมส่งต่อคุณค่าความยั่งยืนไปกับเรา

“เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้ามาซึมซับคุณค่าของสิ่งที่เราและคนในชุมชนภูมิใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวทางการสร้างความยั่งยืนด้านป่าไม้ ด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีของคนในชุมชนและเสน่ห์ของภูมิปัญญาพื้นถิ่นจากพ่อครู แม่ครูต่าง ๆ ที่เป็นต้นแบบ” 

มิกิอยากให้พื้นที่นี้ส่งต่อเรื่องราวสู่ผู้บริโภค นอกเหนือจากเป็นพื้นที่นั่งพักจิบกาแฟ ยังมีคุณค่าทางจิตใจที่อาจจะจับต้องไม่ได้ อย่างเช่นสิ่งหนึ่งที่สะกดสายตาเราตั้งแต่เข้ามาจวบจนถึงเวลากลับ คือผนังด้านหลังเคาน์เตอร์ อิฐมวลขาวสลักคำหลากหลายความหมาย ครองพื้นที่ฝั่งหนึ่งของกำแพง

“เป็นคีย์เวิร์ดที่เราได้จากเกษตรกร เมื่อเราถามเขาว่าถ้าพูดถึงมีวนานึกถึงอะไร หลายคำสื่อสารสิ่งที่เกษตรกรและมีวนาทำร่วมกันมากว่า 11 ปี เช่น สามัคคี อุดมสมบูรณ์ อนุรักษ์” 

ข้อความมากมายเหล่านี้ เมื่ออ่านรวมกันสามารถอธิบายเรื่องราวของมีวนาได้ตั้งแต่บทนำถึงปัจจุบัน แสดงออกถึงแนวคิด Echoes from the Forest หรือ ‘เสียงสะท้อนจากป่าต้นน้ำ’

สุดท้ายแล้วความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน เราต่างอยากใช้ชีวิตในโลกที่สังคมและธรรมชาติมีความสมดุล ปลายทางเราไม่ต่างกันแค่เลือกเดินตามวิถีเส้นทางของแต่ละคน และ มีวนา คอฟฟี่ บ้านสาทร ก็เป็นเส้นทางหนึ่งที่รองรับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้คน เพียงแค่คุณมานั่งจิบกาแฟอย่างผ่อนคลายยามบ่าย อุดหนุนงานคราฟต์ที่ถูกใจสักชิ้น หรือแค่เดินเข้ามาซึมซับเรื่องราวการรักษ์ป่าที่สื่อสารไว้ในบ้านหลังนี้ ก็นับเป็นพลังสำคัญเล็ก ๆ ที่ขับเคลื่อนไปสู่ความยั่งยืนอันยิ่งใหญ่ได้ เหมือนที่มีวนาและเดอะ รายาคอลเลคชั่น กำลังทำเรื่อยมาและตลอดไป

การเปิดพื้นที่ร่วมกันของสองแบรนด์ มีวนา และ รายา ที่ต่างผลิตภัณฑ์ แต่มีจุดประสงค์เดียวกันคือต้องการสังคมที่ยั่งยืน

มีวนาคอฟฟี่ บ้านสาทร

ที่ตั้ง : 43 ซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร 10120 (BTS ช่องนนทรี) แผนที่

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน 07.00 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 1272 8451

Facebook : MiVana Coffee

Instagram : mivana_forest_coffee

https://linktr.ee/MiVanaCoffee

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

09.00 – 10.00 น. บัวบานทั้งปางอุบล 

นัดครั้งนี้สำคัญมาก ไปสายไม่ได้เด็ดขาด 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น ย้ำว่าต้องไปพบกันที่ ‘ปางอุบล’ 9 โมง ไม่เกิน 10 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงเวลาที่บัวบานกลางวันเริ่มบาน และบัวบานกลางคืนยังไม่หุบ จึงเห็นทั้ง 2 ชนิดบานพร้อมกันได้

พอเดินเข้ารั้ว ทักทายคู่สามีภรรยาเจ้าของบ้านและสวนบัวปางอุบลได้ไม่กี่คำ ทั้งสองก็รีบพาไปดูบัว เพราะห่วงว่าบัวบานกลางคืนบางดอกจะหุบเสียก่อน

ภาพบัวบานเต็มอ่างทำให้เข้าใจเสียทีว่า ทำไมความงามของหญิงสาวในวรรณคดีมักถูกเปรียบเปรยกับความสวยของพืชชนิดนี้ และทำไมบัวจึงไปโผล่ในจินตภาพของศิลปินไทยและศิลปินระดับโลกมากมาย ไม่อยากเชื่อว่าไม่ไกลจากรุงเทพฯ มีสถานที่อนุรักษ์บัวหลากหลายสายพันธุ์เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์อย่างที่นี่

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

แต่ดูเหมือนคนที่มีความสุขที่สุดที่ทำให้เราไม่พลาดช่วงเวลาพิเศษนี้คือหิวและพราว เพราะนี่คือช่วงเวลาที่บัวทุกดอกซึ่งเขาและเธออุทิศความรักให้เบ่งบาน 

มาดามดูบัวและลุงบัว 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ จุลโกเมน

ก่อนที่จะนั่งลงคุยกัน หิวขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าล้างตัวเสียก่อน เพราะเขาใช้เวลาที่ตื่นก่อนบัวกลางวันจะบานไปกับการดูแลบัว และเพิ่งก้าวออกจากบ่อก็ตอนที่เราไปถึง ทุกเช้าเขาและพราวจะเดินรอบปางอุบลเพื่อสำรวจสุขภาพของบัว คอยใส่ปุ๋ยและคอยเด็ดดอกเด็ดใบที่โรยตามบ่อต่าง ๆ 

“ทำไปทำมาก็หมดวันแล้ว” 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

สิ่งที่หิวพูดไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเมื่อเทียบอัตราส่วนของพื้นที่ขนาด 3,200 ตารางเมตร และบัวอีกกว่า 650 พันธุ์ ต่อกำลังพลของสองสามีภรรยา ทำอย่างไรก็คงดูแลไม่หมดในวันเดียว เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยที่ภาคเอกชน ซึ่งไม่ได้มีกำลังพลหรือกำลังทรัพย์อย่างหน่วยงานรัฐจะอนุรักษ์และเพาะพันธุ์บัวด้วยกำลังของตัวเองได้ จนเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศและต่างประเทศ

แต่สิ่งที่ทำให้แปลกใจคือ เขาพูดประโยคดังกล่าวด้วยรอยยิ้ม 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน-เผื่อน กลุ่มบัวแคระและบัวบอนไซที่กำลังพัฒนาอยู่

สำหรับหิวและพราว ความเหนื่อยกายคุ้มค่ากับการที่ได้ดูแลบัวทุกดอกในปางอุบลอย่างใกล้ชิด จุดประสงค์ของที่นี่คือการอนุรักษ์พันธุ์บัวดั้งเดิม ซึ่งความละเอียดในทุกขั้นตอนการดูแลเป็นหลักสำคัญในการป้องกันการกลายพันธุ์ของสายพันธุ์บัว 

“เราเลือกดูแลบัวในพื้นที่บ้านของเรา เพราะเราควบคุมสภาพแวดล้อมได้ระดับหนึ่ง และตื่นเช้ามาก็ลงมาดูแลเขาได้ทันที” 

หิวจึงมักบอกคนรู้จักว่า พวกเขาควรจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘มาดามดูบัว’ และ ‘ลุงบัว’ คู่รักอนุรักษ์พันธุ์บัวแห่งปางอุบล เนื่องจากสมัครใจใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลราชินีแห่งไม้น้ำ

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

หิวสารภาพว่าตัวเองไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่า วันหนึ่งเขาจะกลายเป็นลุงบัวแห่งปางอุบลที่อยู่เพื่อบัวเหมือนทุกวันนี้ 

“สมัยก่อนเราไม่รู้หรอกว่าบัวมีสายพันธุ์อะไรบ้าง เพราะไม่เคยเป็นเรื่องที่เราสนใจ”

ก่อนหน้านี้เขาเป็นเด็กสถาปัตย์จุฬาฯ ผู้รู้จักแต่บัวไหว้พระ และไม่เคยรู้ว่าบัวมีสีอื่นนอกจากชมพู ขาว และแดง 

เขาเริ่มรู้จักเพิ่มขึ้นก็ตอนที่ได้พบกับพราว ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่คณะ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวสายหรือบัวกินสาย ชื่อ ปภัสราทร

“พอดีตอนนั้นคิดอยากลองเลี้ยงไม้น้ำ ก็เลยนึกถึงบัวขึ้นมา พราวเลยพามาที่ปางอุบลเพื่อหาดอกบัวไปปลูก” 

เจ้าของปางอุบลในตอนนั้นคือพ่อของพราว หรือ ดร.เสริมลาภ วสุวัต นักเกษตรศาสตร์ผู้มีคุณูปการต่อวงการยางพาราของไทย กระทั่งได้รับเลือกเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำ พ.ศ. 2555 และผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณไม้ประเภทบัวคนแรกของประเทศ โดยก่อตั้งปางอุบลขึ้นใน พ.ศ. 2512 เพื่อให้เป็นสถานที่อนุรักษ์และศึกษาพันธุ์บัว 

“พอมาที่ปางอุบลก็ตกใจ ไม่เคยเห็นบัวหลากหลายขนาดนี้มาก่อน” เป็นครั้งแรกในชีวิตที่หิวได้เห็นบัวหลวงไหว้พระขนาดสูงเกือบพ้นหัวคน บัวที่มีกลีบดอกหนาแข็งเหมือนหล่อจากเทียนไข และได้รู้ว่ามีบัวสายพันธุ์บานกลางคืน และสายพันธุ์ต่างประเทศด้วย

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
ถ่ายรูปกับบัวหลวงพระราชินีที่แหล่งดั้งเดิม ซึ่งปางอุบลยังปลูกอนุรักษ์ไว้

ความประทับใจครั้งนั้นก่อให้เกิดความใคร่สงสัยในเรื่องบัว เมื่อเริ่มศึกษาก็เริ่มเข้าใจ เมื่อเข้าใจก็เริ่มสนิทสนม รู้ตัวอีกทีก็ตกหลุมรักพืชชนิดนี้เสียแล้ว 

เรามองเหล่าบัวนานาพันธุ์ที่รายล้อมอยู่รอบตัว สีสันและรูปร่างหลายดอกไม่เคยเห็นในภาพวาดหรือหนังสือเล่มไหนมาก่อน 

มีอะไรเกี่ยวกับบัวอีกมากที่ไม่รู้ และคำตอบอยู่ที่ปางอุบล

เดินชมบัว 

ในพื้นที่ของปางอุบลมีบ่อปลูกบัวหลายขนาด ตั้งแต่ที่เล็กและตื้นพอดีสำหรับการปลูกบัวจิ๋ว ไปจนกว้างและใหญ่พอดีสำหรับปลูกบัวขนาดใหญ่ เช่น บัวยักษ์ออสเตรเลียและบัวกระด้ง เหมือนเป็นการจำลองสภาพแวดล้อมลักษณะต่าง ๆ ไว้ในพื้นที่ 2 ไร่ 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

“เราตั้งใจให้ที่นี่เป็นสถานที่ทดลองปลูกเลี้ยง เราเลยขุดบ่อบัวให้มีระดับต่างกัน มีความลึกตั้งแต่ 60 เซนติเมตรจนถึงเกือบ 2 เมตร เพื่อจะได้รู้ว่าพันธุ์ไหนเติบโตดีในลักษณะสภาพแวดล้อมแบบไหน” 

เราเดินถึงบ่อบัวทุกบ่อได้โดยทางเท้า ซึ่งหิวและพราวงัดวิชาสถาปนิกมาออกแบบตามหลัก Universal Design 

“เราอยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับทุกคน เลยออกแบบทางเดินให้ผู้สูงอายุที่ต้องนั่งวีลแชร์ใช้สะดวก เดินเท้าก็สบาย ถึงเข้าหน้าฝนก็ยังเดินชมบัวได้ปลอดภัย” 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ที่มาเยี่ยมปางอุบลเป็นหลัก แม้แต่อ่างล้างหน้าล้างมือ ก็กำหนดระดับให้ทั้งเด็กและคนนั่งรถเข็นที่มาปลูกบัวใช้ได้ทุกคน 

พราวบอกว่าการเปิดบ้านให้คนทั่วไปเข้ามาศึกษาเรื่องบัวเป็นความตั้งใจของคุณพ่อของเธอตั้งแต่ต้น เพราะ ดร.เสริมลาภ เป็นทั้งนักวิชาการและอาจารย์ผู้รักการสอน 

“คุณพ่อบอกว่าอยากให้คนเข้าใจเรื่องบัวจริง ๆ เพราะถ้าเข้าใจก็จะปลูกได้ดี พอปลูกได้ดีก็จะมีความสุข” ไม่ว่าจะมีต้นทุนความรู้เรื่องบัวมากน้อยแค่ไหน บ้านปางอุบลก็ยินดีต้อนรับ 

สำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องบัวเลย ทั้งสองจะเริ่มจากการอธิบายให้เข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างคำว่า Waterlily กับ Lotus หรือ อุบลชาติกับปทุมชาติก่อน 

บัวที่ก้านอ่อนและใบอยู่ปริ่มน้ำ คือ Waterlily หรือที่คนไทยเรียก อุบลชาติ 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

ส่วนบัวที่ก้านแข็งและใบชูเหนือน้ำ คือ Lotus หรือที่คนไทยเรียก ปทุมชาติ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

หลังจากที่เข้าใจหลักการดังกล่าวแล้ว เราก็ไม่สามารถมองบัวโดยไม่แยกแยะว่าเป็นอุบลชาติหรือ ปทุมชาติได้อีกเลย

ทั้งคู่ย้ำว่า หัวใจสำคัญของการให้ความรู้และคำปรึกษาของที่นี่คือการใช้ศัพท์ชาวบ้านที่ใครฟังก็เข้าใจ เพื่อตอบปัญหาคลาสสิกซึ่งผู้หัดเลี้ยงบัวมักจะเจอ 

บัวไม่ออกดอกเลย ทำไงดี!

บัวส่วนใหญ่ต้องการแดดค่อนข้างมาก มีบางพันธุ์เท่านั้นที่ปลูกในที่รำไรได้ เพราะฉะนั้น ท่องไว้ ไม่มีแดด ไม่มีดอก” หิวแนะนำ ถ้าเมื่อไหร่ปลูกบัวในที่ร่ม จะได้บัวต่างประเทศทันที คือ ‘บัว ดู ใบ’ เพราะจะมีแต่ใบให้ดู

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ สโมคกรีน

อีกคำถามที่เจอบ่อย คือ ‘ต้องให้ปุ๋ยบ่อยแค่ไหน’

เขาบอกว่าวิธีจำกันลืม คือ “วันไหนหวยออก วันนั้นให้ปุ๋ย” ให้จำอย่างนี้จะลืมลงได้อย่างไร

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการให้คำแนะนำพื้นฐานอย่างคร่าวเท่านั้น จริง ๆ แล้วสาเหตุที่ทำให้บัวไม่งามเป็นไปได้หลายปัจจัย เพราะฉะนั้น ‘การรับฟัง’ ปัญหาของผู้ปลูกบัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด 

“บางกรณี เราแนะนำให้เขาทำทุกวิถีทางแล้วบัวก็ยังไม่งาม เขาก็กลุ้มใจเพราะตัวเองก็ดูแลด้วยความใส่ใจทุกวัน สุดท้ายเขาพูดขึ้นมาแบบไม่ได้ตั้งใจว่า ยกบัวขึ้นมาเพื่อขัดตะไคร่ที่บ่อเป็นประจำเพราะกลัวตะไคร่จับ นั่นแหละที่ทำให้บัวตกใจ เราถึงได้รู้สาเหตุว่าทำไมบัวไม่งาม”

เพราะฉะนั้น ใครกำลังกังวลใจเกี่ยวกับบัวที่บ้าน สามารถต่อสายตรงมาที่ปางอุบล หรือจะมาปรึกษาด้วยตนเองก็ได้เหมือนกัน มาดามดูบัวและลุงบัวพร้อมตอบแต่ละคำถามจนกว่าผู้เลี้ยงจะสบายใจ

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

การเรียนของที่นี่ไม่ใช่แค่ผู้มาศึกษาที่ได้รู้เพิ่ม แต่ผู้สอนก็มักจะได้วิธีการคิดแบบใหม่จากผู้มาเรียนเช่นกัน 

“มีอยู่วันหนึ่ง เด็ก ๆ มาเรียนรู้” หิวเล่าถึงเหตุการณ์น่าจดจำระหว่างเขาและนักศึกษารุ่นจิ๋ว “ก็เริ่มด้วยการอธิบายวิธีแยกบัวบานกลางวันกับบัวบานกลางคืนเพียงแค่ดูที่ใบให้ฟัง”

 “บัวบานกลางคืน ขอบใบเป็นจักรแหลม เว้าห่างค่อนข้างเท่ากันนะ” หิวชี้ให้เด็ก ๆ สังเกต 

“หนูรู้แล้ว!” เด็กคนหนึ่งยกมือ “ลุงเอากรรไกรตัดเล็บมาตัดขอบบัวใช่มั้ย ขอบถึงเว้าเป็นจักรแบบนี้”

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บัวบานกลางคืนคือบัวที่ใบโดนกรรไกรตัดเล็บเล็ม กลายเป็นวิธีการจำแนกสายพันธุ์บัวแบบใหม่ของปางอุบล

“เวลาแขกไปใครมาเราก็สนุกไปด้วย” การได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กันกับผู้มาศึกษาเป็นความสุขอย่างหนึ่งของพราว 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวบา ดอกขาว แม้เป็นคนละตระกูลกับบัว แต่เมื่อเรียกชื่อว่าบัว ปางอุบลก็นำมาปลูกเลี้ยงไว้

นั่งมองบัว 

Sanctuary (n.) = สถานที่คุ้มภัย, สถานที่ศักดิ์สิทธิ์

‘Sanctuary’ เป็นคำที่ผุดขึ้นมาในหัวหลังจากเดินชมปางอุบลในตอนเช้า เพราะที่นี่ดูแลรักษาเหล่าอุบลชาติและปทุมชาติด้วยความเชี่ยวชาญและเอาใจใส่ ที่สำคัญ ปางอุบลไม่ได้ใช้กลยุทธ์เดียวในการอนุรักษ์พันธุ์บัว พวกเขาทั้งวิจัย เพาะพันธุ์ ให้ความรู้ และเน้นสร้างความผูกพันระหว่างคนกับบัวผ่านกิจกรรมสบาย ๆ โดยเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งสองเพิ่งจะจัดกิจกรรม ‘ชมบัว วาดบัว ชิมบัว’ เชิญชวนคนมาวาดสีน้ำที่ปางอุบล

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวฝรั่งสัญชาติไทย ชื่อ สยามพีช

แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาพอให้เหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรม เห็นสีบนกระดาษของตัวเองไม่ผิดเพี้ยน แต่ละคนกระจายตัวกันนั่งตามมุมต่าง ๆ ของปางอุบล แล้วลงมือร่างบัวที่อยู่ตรงหน้าตามที่ตาเห็น ชาบัวสดอุ่น ๆ ที่มาดามดูบัวและลุงบัวชงให้จิบระหว่างการวาดรูป ทำให้ได้สัมผัสความสวยงามของบัวจากไอหอมซึ่งระเหยจากถ้วยชา

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวฝรั่งลูกผสม อยู่ระหว่างคัดเลือก

เมื่อวาดเสร็จ ต่างคนต่างนำภาพวาดของตัวเองมาแลกเปลี่ยนเพื่อเรียนรู้และเป็นแรงบันดาลใจของกันและกัน รูปที่สมบูรณ์คือผลลัพธุ์ของการใช้เวลา 3 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 9.00 – 12.30 น. ของวันหยุด อยู่กับกระดาษ บัว และตัวเอง 

นอกจากจะเป็นสถานที่คุ้มภัยของเหล่าบัวแล้ว ดูเหมือนว่าปางอุบลจะเป็นสถานที่พักเหนื่อยจากการใช้ชีวิตปกติให้คนด้วยเช่นกัน 

ปางอุบล พิพิธภัณฑ์บัวหายากกว่า 650 พันธุ์ ทั้งขายและพร้อมให้ความรู้
บัวผัน ชื่อ ศรีสมบูรณ์

หายใจเป็นบัว 

นอกเหนือจากการแบ่งปันความรู้เรื่องบัวภายในพื้นที่ปางอุบล ทั้งคู่ยังกลั่นกรองประสบการณ์การศึกษาบัวเป็นสิบ ๆ ปีออกมาเป็นหนังสือเล่มล่าสุด ชื่อ ‘บัวสัญชาติไทยในปางอุบล’ ซึ่งเป็นหนังสือ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) เกี่ยวกับบัวเล่มแรกที่เขียนโดยคนไทย มีภาพประกอบและความรู้เกี่ยวกับบัวละเอียดยิบถึงชื่อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ด้วยความที่อยากให้บัวไทยเป็นที่รู้จักของชาวต่างชาติ 

ในระยะ 10 กว่าปีที่ผ่านมา มีการติดต่อจากเกาหลี ญี่ปุ่น จีน อเมริกา และประเทศอื่น ๆ ที่ต้องการนำบัวพันธุ์แท้จากปางอุบลไปศึกษาและเพาะพันธุ์อยู่เสมอ

ครั้งหนึ่ง ไม่กี่วันหลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ มีคนสิงคโปร์ติดต่อเข้ามาขอดูบัว หิวพบทีหลังว่า “เป็นคนดูแลสวนพฤษกศาสตร์ของสิงคโปร์ มาขอซื้อบัวไปปลูกที่นั่น” 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวยักษ์ออสเตรเลีย ข้ามสกุลย่อย (ISG) ชื่อ เอส.กาย

การที่ชาวต่างชาติเริ่มหันมาสนใจบัวไทย ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจ แต่คงจะชื่นใจยิ่งกว่าถ้าหากคนไทยเห็นคุณค่าบัวของตัวเอง 

“คนชอบเอาบัวต่างถิ่นมาปลูกเพราะเห็นว่าบัวพื้นถิ่นไม่สวย” นี่เป็นประเด็นซึ่งนักอนุรักษ์ทั้งสองกังวลใจ ทั้งหิวและพราวจึงตื่นเต้นมากเมื่อเริ่มเห็นว่ามุมมองเช่นนี้กำลังจะเปลี่ยนไป 

“เราดีใจมากเลยตอนที่มีกลุ่มเยาวชนเชิญเราสองคนไปให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลบัวหลวงพระราชินี ซึ่งเป็นบัวพันธุ์พื้นถิ่นของบึงหนองจอก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพราะทำให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาให้ความสนใจการอนุรักษ์พันธุ์บัวท้องถิ่นแล้ว”

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวสายหรือบัวกินสาย ชื่อ ทับทิมธารา

บัวผูกพันกับคนไทยมายาวนาน ซึ่งความผูกพันดังกล่าวมีหลักฐานให้เห็นตั้งแต่สมัยสุโขทัย “ในไตรภูมิพระร่วง หรือวรรณคดีไทย มีการเปรียบเปรยถึงดอกบัวเสมอ” หิวหยิบยกตัวอย่างให้เราเห็นภาพ

แต่ถึงปลดความสลักสำคัญทางประวัติศาสตร์ของบัวออก แล้วมองว่าเป็นไม้น้ำธรรมดาชนิดหนึ่ง พราวและหิวก็ยังเห็นว่าจะต้องอนุรักษ์ เพราะตอนนี้บัวเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ถึงขั้นที่ทั้งคู่ยอมรับเองว่า “หายใจเป็นบัว” 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
บัวผัน-เผื่อน ชื่อ นางกวักขาว

เวลาตื่นก็ตื่นตามเวลาบัว ทำกับข้าวก็พยายามสรรหาวิธีนำบัวมาใช้เป็นวัตถุดิบ ไปเที่ยวก็คิดห่วงบัว เรียกได้ว่า บัวคือลูก ๆ ของบ้านปางอุบลนั่นเอง 

เพราะผูกพันขนาดนี้ พวกเขาจึงคิดภาพไม่ออกเลยว่าจะเป็นอย่างไร หากวันหนึ่งประเทศไทยไม่มีบัว 

“คงหงอย ๆ เหมือนกันนะ” หิว ผู้ครั้งหนึ่งไม่เคยมีบัวในชีวิตสารภาพ เขานิ่งคิดสักครู่ก่อนจะพูดว่า

“เอาเป็นว่า ถ้าบัวหายไปจากโลกก็มาที่ปางอุบล เราจะยังคงรักษาเอาไว้อยู่” 

18.00 น. บัวกระด้งบาน 

 “วันนี้ตอนประมาณ 18.00 น. จะมีดอกบัวกระด้งบาน 1 ดอก” หิวก้มมองนาฬิกา “ถ้าต้องการดมกลิ่นอยู่ต่อถึง 6 โมงเย็นได้นะ” เขาเชิญชวนเหมือนพูดเล่น แต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว พร้อมจะนั่งเป็นเพื่อนคุยจริง ๆ ถ้าเราตกลงอยู่ต่อถึงเย็น 

การที่รู้ว่าดอกไหนจากจำนวนนับไม่ถ้วนบานกี่โมง ทำให้เห็นว่าเวลาชีวิตของทั้งสองหมุนตามเวลาของดอกบัว

 เรานัดพบและบอกลาด้วยชั่วโมงบัวบาน 

ปางอุบล สวนและพิพิธภัณฑ์บัวหายากย่านนนทบุรีของมาดามบัวและลุงดูบัว ที่มาชมได้ ซื้อได้ และเรียนรู้ได้
ในบ่อปลูกที่มีทั้งบัวกระด้งและบัวสายอยู่ร่วมกัน

ไม่จำเป็นต้องมาในฐานะนักอนุรักษ์หรือนักศึกษา แค่มาเดินชมบัว นั่งมองบัว หรือมาเป็นเพื่อนสนทนาที่ปางอุบล ก็ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันของมาดามดูบัวและลุงบัวแล้ว 

หิว-คมกฤช ชูเกียรติมั่น และ พราว-น.ต.หญิง ปริมลาภ ชูเกียรติมั่น เจ้าของ ‘ปางอุบล’

ปางอุบล

ที่ตั้ง : ปางอุบล 25 ซอยติวานนท์ 46 อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2952 4243, 09 1295 6545

วัน-เวลาทำการ : วันอังคาร-อาทิตย์ 09.00 – 15.00 น.

Facebook : https://www.facebook.com/Pangubon1969

Website : http://thaiwaterlily.com/

Writer

จันท์จุฑา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา

ตอนเป็นเด็กหญิงคิดว่าถ้ามีพลังวิเศษไม่ได้ก็ขอเขียน ถ้าเขียนไม่ได้ก็ขอร้องเพลง ปัจจุบันเป็นนางสาวนักฝึกฝนตนเองให้ไวต่อความจริงใจ เพราะดันไปแอบชอบพลังวิเศษชนิดนี้ในตัวคน

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load