16 พฤศจิกายน 2563
12.39 K

“ผมไม่รู้” เป็นคำตอบของราชาเพลงฮิปฮอป EMINƎM เมื่อ Mister Cartoon หรือ Mark Machado ถามถึงรอยสักที่เขาฝันถึงหลังย่างเท้าเข้ามาในร้าน

กับร้านนี้ เขาคือช่างสักคนหนึ่ง แต่กับคนที่ตัดสินใจเข้ามาในร้านนี้ เขา-Mister Cartoon คือศิลปินผู้สร้างงานศิลปะที่จะติดตัวคนเหล่านั้นไปจนวันตาย

แม้วันนั้น ช่างสักคนนี้ไม่ได้เปิดหาเรเฟอเรนซ์ใดๆ เพื่อหาคำตอบให้ แต่วันนั้น EMINƎM ไม่ได้กลับบ้านตัวเปล่าไปพร้อมความผิดหวัง หากกลับได้คำตอบจากคำตอบของตัวเอง เมื่อ Mister Cartoon ให้เขานั่งนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเพื่อทบทวนว่าอะไรในชีวิตที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป 

EMINƎM, Mr.Cartoon, ช่างสัก
ภาพ : pinterest.com

ถ้อยคำจากปากของหนึ่งในศิลปินนักร้องที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล จึงตอบคำถามช่างสักที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลกบนร่างกายเขาเอง บนแขนซ้ายเป็นรูปของ Ronnie Pilkington ลุงของ EMINƎM คนคนแรกที่พาเขาไปรู้จักโลกของฮิปฮอป ก่อนที่วันหนึ่งชื่อของเขาจะถูกจารึกไว้กับวงการ ผู้ปรากฏชื่อในเนื้อเพลงของเขาหลายครั้งหลายหน กับแขนขวา เป็นรูปพอร์เทรตของ Hailie Jade ลูกสาวที่เป็นแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนให้เขามุ่งคว้าความสำเร็จในชีวิต    

50 Cent, mr.cartoon, ช่างสัก
ภาพ : pinterest.com

จึงไม่แปลกที่ชื่อ Kobe Bryant, Snoop Dogg, Beyonce, Travis Barker, Dr. Dre, 50 Cent, Justin Timberlake, YG, Method Man จะเด่นหราอยู่ในพอร์ตฟอลิโอเขา และมีคนไทยเพียง 10 คนเท่านั้นที่ได้สักกับเขา เพราะทุกฝีเข็มของชายคนนี้ไม่ใช่แค่การฝังน้ำหมึกลงบนผิว แต่เป็นการกลัดเหรียญตราเกียรติยศในเนื้อหนัง ที่ใครก็ตามที่สวมใส่งานศิลปะของเขาจะรู้สึกภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้อวดอาภรณ์ที่ประดับถาวรอยู่บนร่างกาย

เด็กสายศิลป์

ก่อนจะสยายปีกเป็น Mister Cartoon ผู้โด่งดัง เด็กชาย Mark Machado เกิดและโตในลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีการปะปนของวัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ตัวตนของเขาจึงถูกหล่อในเบ้าหลอมอย่างเมืองแห่งนี้และครอบครัวเชื้อสายเม็กซิกัน-อเมริกัน เส้นทางการค้นหาคำตอบชีวิตของมาร์กจึงสั้นกว่าเด็กหลายคน เพราะเขาตอบตัวเองชัดเจนตั้งแต่อายุ 5 ขวบว่ารักการวาดรูป มีแพสชันที่แรงกล้าต่อกราฟฟิตี้และการพ่นสี Low Rider ซึ่งทำให้เมืองแห่งทูตสวรรค์นี้ได้ค้นพบ ‘พรสวรรค์’

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน

“ผมตกหลุมรักกราฟฟิตี้ตั้งแต่เด็ก กราฟฟิตี้สอนให้รู้จักการวาดรูปบนกำแพงและการวัดสเกลงานของตัวเอง เมื่อก่อนผมเพนต์ทุกวันนะ และยังจำได้ดีตอนที่ขับรถแม่ไปจ้องมองกำแพงแต่ละที่ที่วาดกราฟฟิตี้ไว้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของ Mission ทางศิลปะเลย” 

งานแรกของมาร์กในวัยหนุ่มจึงไม่ได้หล่นห่างจากงานอดิเรกนัก เขาเป็นศิลปินกราฟฟิตี้ ที่ไม่นานหลังจากนั้นก็ขยายตัวเองไปสู่งานจิตรกรรมฝาผนัง งานออกแบบปกอัลบั้มให้ Cypress Hill และ D12 ออกแบบปกนิตยสาร ทั้ง Vibe, Rolling Stone, Entertainment Weekly และอีกนับไม่ถ้วน จนกระทั่งถึงอาชีพล่าสุดที่ทำให้เขาโด่งดังและเป็นที่ยอมรับที่สุด คือช่างสัก 

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ช่างสัก

“ผมเริ่มต้นสักตั้งแต่อายุยี่สิบห้า จากการไปสักและหลงรักวิธีการของมัน ไม่มีอะไรจะฮาร์ดคอร์ไปกว่าการจิ้มผิวหนังเพื่อเอาน้ำหมึกฝังลงไปแล้ว แล้วเลือด หมึก และกระบวนการแบบนี้ก็จะทิ้งรอยประทับบนบางสิ่งหรือบางคนตลอดไป” ชายวัย 50 ที่พื้นที่ทั้งสองแขนแทบไม่มีสีเนื้อเล่าถึงความหลงใหล ซึ่งเป็นจุดกำเนิดให้คนที่หลงรักศิลปะจากน้ำหมึกทั่วโลกติดตาม Mister Cartoon

วิชาสักจากกราฟฟิตี้

ไม่ได้เริ่มเรียนจากครูคนไหน หรือสถาบันไหน Mister Cartoon ว่า เขาได้วิชาสักมาจากกราฟฟิตี้

ไม่ได้เจิมด้วยคนดังคนไหน แต่จาร Bro คนกันเองในคลับรถยนต์นี่แหละ

“ทักษะและเทคนิคทุกอย่างในงานสักของผมมาจากกราฟฟิตี้ การออกแบบป้าย (Sign Painting) และการพ่นสี (Airbrushing) ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้แรงบันดาลใจมาจากดนตรีฮิปฮอป ดนตรี Classic Soul Ballad ที่ผมชอบ แล้วก็การแต่งรถ ที่เขารัก

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ช่างสัก

“ศิลปะของผมกระตุ้นความฟุ้งฝัน งานจิตรกรรมบนรถยนต์มักเกี่ยวกับผู้หญิงสวย อันธพาล กับเงินทอง ที่สุดท้ายแล้วกลายเป็นเรื่องราวความรักสไตล์สตรีทของแอลเอ ส่วนงานสักผมจะทำผ่านสายตาของคนเม็กซิกัน-อเมริกัน พวกเรามองเห็นโลกในรอยหมึกบางเฉียบสีดำ เทา บนผิวหนัง

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ
Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ

“ส่วนลูกค้าคนแรกของผมคือหนึ่งในเพื่อนจากคลับรถยนต์ ตอนนั้นเขามีเงินไม่มาก ผมก็มีประสบการณ์ไม่มาก มันเลยออกมาดีตามสภาพ”

เทคนิคพิเศษที่ขึ้นชื่อคู่ชื่อ Mister Cartoon คือ Fine Line เทคนิคซึ่งดั้งเดิมมาจากเรือนจำในแคลิฟอร์เนีย ที่นักโทษไม่มีโอกาสได้ใช้หมึกสี พวกเขาจึงใช้หมึกดำผสมน้ำเพื่อสร้างเงาและความเข้ม 

ด้วยสายตาของคนวงการน้ำหมึกบนผิวหนัง มองปราดเดียวอาจอ่านขาดว่างานใครเป็นงานใคร 

แต่ด้วยสายตาของคนวงการน้ำหมึกบนกระดาษ สารภาพว่าเราไม่อาจรู้ได้ว่างานชิ้นไหนคืองานของ Mister Cartoon

“คนจะรู้ได้ตรงความใส่ใจรายละเอียด เช่นวิธีที่ตัวตลกมองไปที่ผู้หญิงซึ่งผมพยายามทำให้มันแปลกใหม่ ถ้าคนเห็นปุ๊บจะรู้เลยว่านี่แหละงานของ Mister Cartoon” 

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ

ช่างสักที่เก่งที่สุดในบ้าน

ช่างสักจากอีกซีกโลกเล่าให้เราฟังว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้เริ่มสัก ได้มีรอยสัก เราจะคอนเนกต์กับคนทุกคนที่มีรอยสัก ไม่ว่าเราและเขาจะมาจากที่ไหน ประเทศอะไร รอยสักและน้ำหมึกจะเกี่ยวโยงเราเข้าด้วยกัน เหมือนกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ 

นี่คือเสน่ห์ของรอยสักที่เราถามหาคำตอบจากเขา ที่คน…

บ้างก็เรียกเขาว่าเป็นหนึ่งในช่างสักที่ควรค่าแก่การรอคอย

บ้างก็เรียกเขาว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดช่างสักแห่งแอลเอ

“ภรรยาผมมองว่าผมเป็นช่างสักที่เก่งที่สุดในโลก แต่ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับรสนิยม ผมไม่คิดว่ามันจะมีแค่สุดยอดศิลปินหนึ่งเดียวของโลกที่เก่งกว่าใครๆ เพราะคนทุกคนมีรสนิยมและวิธีการวาดแตกต่างกัน สิ่งที่ทำให้การสักน่าสนใจก็คือ ฝีมือ กับหลากหลายสไตล์ที่ต่างกัน ผมซาบซึ้งนะเมื่อคนเรียกผมว่าช่างสักที่เก่งที่สุดในโลก นั่นแปลว่าการทำงานหนักของผมมันได้ตอบแทนผมแล้ว”

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ

การทำงานหนักของ Mister Cartoon ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ประเมินเป็นตัวเลขด้วยการฝึกซ้อมหลายพันชั่วโมง ตลอดเวลาที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเดียวจึงเป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้น แต่สตอรี่สไตล์เม็กซิกัน-อเมริกันของเขายังไม่เคยจางหายไปไหน 

ในซีกโลกตะวันตก การสักเป็นเรื่องสามัญ เท่ากับว่ามันธรรมดาจนคนในสายอาชีพนี้ก็ต้องมีมากเป็นธรรมดา การจะก้าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในใจใครจึงไม่น่าใช่เรื่องง่าย เขาทำได้ยังไง-เราอดสงสัยไม่ได้

“มันสำคัญมากนะที่จะเป็นตัวของตัวเองและโฟกัสกับสิ่งที่คุณทำอยู่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่เหลือก็ขึ้นกับการตัดสินใจและความเห็นของคนอื่น ผมจึงแค่โฟกัสกับรายละเอียดและคอนเนกต์ความรู้สึกของผู้คนผ่านงานศิลปะของผม 

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ

“ผมพยายามที่จะไม่เหมือนใคร และสร้างงานศิลปะที่ซื่อสัตย์กับผม เพราะผมจะไม่มีวันทำในสิ่งที่ผมไม่รัก เหมือนตอนนี้ที่ผมกำลังจดจ่อกับแอนิเมชัน เพราะอยากทำให้คาแรกเตอร์ในรอยสักของผมมีชีวิต ทำให้พวกมันเคลื่อนไหวและพูดได้” 

ถ้าจะให้นับตั้งแต่อายุ 25 วันที่เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพนี้ จนถึงวันที่เขาอายุ 50 ปี Mister Cartoon เลิกนับไปแล้วว่ามีคนกี่คนเดินทางมาให้เขาฝากรอยสักไว้บนร่างกาย และผ่านมา 25 ปี งานของเขาก็ไม่เพียงขังตัวเองอยู่บนผิวหนัง แต่เดินทางออกไปทั่วโลก อวดตัวทั้งในแกลเลอรี่ งานแสดงศิลปะ ที่ปารีส โตเกียว ลอนดอน ฝากตัวบนรองเท้าแบรนด์ดัง รถมอเตอร์ไซค์ สารพัดสิ่ง สารพัดแบรนด์ และล่าสุด เขาฝากลวดลายไว้บนขวดโซดาสิงห์ของไทยในโปรเจกต์ My faith will never fade ซ่าตัวจริงไม่มีวันจาง

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ

“ผมรู้จักประเทศไทยครั้งแรกผ่านแท็ท เพื่อนคนไทยที่แนะนำให้ผมรู้จักวัฒนธรรมไทย ซึ่งตอนนั้นแหละผมก็ได้รู้จักสิงห์จากสนามมวยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ผมกับสิงห์ให้คุณค่ากับอะไรหลายๆ อย่างคล้ายๆ กัน ทั้งครอบครัว คอมมูนิตี้ ศิลปะ แพสชันทางกีฬา ทางดนตรี และเราสนใจ Car Culture เหมือนกัน จึงทำให้เกิดโปรเจกต์นี้ที่เราได้ร่วมงานกัน”

…ซึ่งก็สร้างให้เกิดอีกผลงานศิลปะของช่างสัก ที่พื้นผิวไม่เหมือนเดิม แต่ซ่าเหมือนเดิม

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ

“แพ็กเกจจิ้งมีความเป็นศิลปะในตัวของมันเอง การทำกราฟฟิตี้ การพ่นสี การออกแบบบนคอมพิวเตอร์ หรือการสัก ทุกอันที่ว่ามาต่างกันหมด ขึ้นอยู่กับว่าผมจะสวมหมวกศิลปินใบไหนเวลาทำงาน

“เมสเสจหลักของอาร์ตเวิร์กบนขวดโซดาสิงห์คือ Fluidity เพราะเรา ผมและสิงห์ อยากให้คนได้ลื่นไหลไปกับชีวิต ศิลปะ และดนตรี งานศิลปะชิ้นนี้จุด้วย Faith ที่ปรากฏอยู่ในรูปแบบของแพสชันในการทำงานและการเป็น Original ตามคติการทำงานของผมที่ว่า Show love, paint walls.”

งานศิลปะของเขาไม่มีกรอบและขอบเขตกั้น จากศิลปินกราฟฟิตี้ที่หลงรักรอยสัก มานำเทคนิคกราฟฟิตี้ไปใช้ในการสัก จนงานสักไปไกลกว่าบนผิวหนัง แต่ถือเป็นงานศิลปะที่คู่ควรแก่การจัดแสดงหรือสะสม เราจึงไม่แปลกใจเลยกับคำอธิบายลูกค้าของเขาที่ว่า “ทุกคนที่สะสมงานศิลปะคือลูกค้าของผม”

Mr.Cartoon ศิลปินกราฟฟิตี้เจ้าของรอยสักบนแขน EMINƎM ที่คนไทยได้สักด้วยเพียง 10 คน, ประวัติ

ภาพ : Estevan Oriol และ mistercartoon.com

Writer

ศกุนตลา แย้มปิ๋ว

นักเรียนวรรณคดีที่มักเรื่องอาหาร ท้องถิ่น วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ การเดินทาง และเด็กจิ๋ว มีความฝันสามัญว่าอยากมีเวลาทำอาหารรสที่ชอบด้วยตัวเอง ตัวอยู่กรุงเทพฯ อัมพวา หรือเมืองกาญจน์ แต่ใจและภาพอินสตาแกรมอยู่ทุกที่ที่ไปเที่ยว

The Master

เรื่องราวเบื้องหลังความเชี่ยวชาญของคนทำงานระดับมืออาชีพ

1 มิถุนายน 2565
746

ก่อนหน้าที่จะได้รับปริญญาเอก เธอเรียนจบเพียงชั้นป. 4 

เรื่องของ ดร.วันดี พลทองสถิตย์ ไม่ใช่ข่าวที่ทุกคนเคยเห็นผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ต่างประเทศเกี่ยวกับเด็กอัจฉริยะ หากแต่เล่าถึงดอกเตอร์หญิงวัยย่างเข้า 72 ปี เธอได้ปริญญาชีวิตจากการเป็นหมอลำมาหลายต่อหลายเวที แต่ยังไม่เคยได้ใบปริญญาจริง ๆ จนกระทั่งจุดพลิกผันของชีวิต

เธอเลือกลงจากฮ้านหมอลำ เข้าสู่การเป็น ‘คนชั้นครู’ ในระดับมหาวิทยาลัย นั่นทำให้หมอลำพื้นซึ่งจางหายไปตามเสียงวิทยุ กลับมามีชีวิตและหวนสู่อ้อมอกของพี่น้องชาวขอนแก่นอีกครั้ง

เราขอชวนทำความเข้าใจคำสองคำในเรื่องนี้ให้ถ่องแท้ คำว่า หมอ หมายถึง ผู้มีความชำนาญ ส่วน ลำ หมายถึง การบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยทำนองอันไพเราะ นำมารวมกันเป็นคำว่า ‘หมอลำ’ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการเล่าเรื่องด้วยทำนองเพลง รากมาจากประเทศลาวและภาคอีสานของประเทศไทย

ส่วนอีกคำหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ลำพื้น หรือ ลำเรื่อง เป็นลำทำนองยาว มีการเอื้อนเสียง ลำมีเนื้อหาสาระเกี่ยวกับประวัติต่าง ๆ เน้นสอนศีลธรรม การลำพื้นพัฒนาจากการเล่านิทานพื้นบ้าน ผู้เล่านั่งกลาง ผู้ฟังนั่งล้อมวง ต่อมารับอิทธิพลจากลิเก ทำให้เพิ่มจำนวนของผู้แสดงให้ครบตามจำนวนตัวละครในเรื่อง จากที่เคยใช้ผ้าขาวม้าเป็นตัวแสดงแทน ก็มีดนตรี แสง สี เสียง จนเรียกว่า ลำเรื่อง นั่นเอง

วันดี พลทองสถิตย์ : หมอลำป. 4 สู่ ‘หมอลำชั้นครู’ และเจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ จ.ขอนแก่น

ลูกหล้าวันดี

65 ปีที่แล้ว ในวันที่เด็กหญิงวันดีอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น เธอได้ยินเสียงกลอนลำจากบั้งลำหรือเครื่องเล่นแผ่นเสียง วันนั้นเธอรู้ทันทีว่าเธอรักในการฟังลำพื้นเล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านเข้าแล้ว เธอเริ่มท่องจำเนื้อเรื่อง นางประกายแก้ว เป็นเรื่องแรก ถ้าเทียบสมัยนี้เธอคงไม่พ้นตำแหน่งแรปเปอร์สาวของชั้นเรียน 

“อายุ 7 ปี คือมักแล้ว ได้ยินเขาเปิดหมอลำแผ่นเสียงใส่บั้งลำ ในงานโฮมบุญ มักเลย!” 

แกบอกเล่าด้วยน้ำเสียงวัยชราว่าไปเล่นงานวัดตามประสาเด็ก ยามได้ยินเสียงเขาเปิดเพลงหมอลำก็อาศัยจำเอา ไม่นานนักชีวิตที่กำลังสดใสก็ชะงัก วันดีต้องย้ายออกจากบ้านเกิดของตนไปเป็นบุตรบุญธรรมของญาติฝ่ายแม่ ด้วยปัญหาทางการเงินของครอบครัวที่มีบุตรถึง 10 คน 

แต่ไม่ว่าพบมรสุมใด เธอก็ยังปักใจชอบเสียงแคน 

“ชวนเพื่อนตั้งวงหมอลำ ผู้ใด๋คุยได้ก็เอา คุยบ่ได้ก็บ่คุยนำ เขามาเล่นที่งานวัดก็จำเรื่องเอาไว้ เรื่อง นางประกายแก้ว เพื่อนก็จำ แล้วก็มาเล่นด้วยกันตามประสาเด็ก” อายุ 8 ขวบเธอตั้งวงหมอลำโดยรวบรวมเพื่อนกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน ยามว่างมักหัดร้องกลอนลำที่จดจำมาจากงานวัดและแผ่นเสียง 

นี่นับว่าเป็นก้าวแรกของชีวิตหมอลำ

วันดี พลทองสถิตย์ : หมอลำป. 4 สู่ ‘หมอลำชั้นครู’ และเจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ จ.ขอนแก่น

คลื่นลูกใหม่

พ.ศ. 2510 หลังจากที่ได้เป็นนางเอกหมอลำเรื่อง ปลาบู่ทอง จากการเป็นศิษย์ของ พ่ออินตา บุตรทา ผู้ริเริ่มหมอลำพื้น ไม่ว่าจะเป็นคณะหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ หรือประถมบันเทิงศิลป์ ผู้ก่อตั้งคณะล้วนเป็นลูกศิษย์ของพ่ออินตา บุตรทา ทั้งนั้น ซึ่งพัฒนาจากหมอลำพื้น มาเป็นหมอลำอย่างที่เห็นทุกวันนี้ 

“ยุคนั้นบ่รุ่งเรืองดอก แต่ยุคนั้นเขาเอิ้นว่าเป็นมหรสพสมโภชน์ ให้งานนั้นมันสมบูรณ์ คั่นผู้ใด๋ทรงฐานะดีเพิ่นก็จ้างแพง จ้างคณะที่เพิ่นมัก” การที่หมอลำถูกจ้างให้ไปแสดงงานต่าง ๆ คล้ายกับวงดนตรีรับจ้างทั่วไป ไม่ได้มีการเข้าไปสู่ตลาดใหญ่เหมือนทุกวันนี้ การเป็นศิลปินหมอลำในสมัยก่อนจึงแตกต่างกับการเป็นศิลปินหมอลำสมัยนี้ ที่พ่วงความเป็นดาราหรือคนของประชาชนเข้าไปด้วย 

“ศิลปินนี่บ่มีสมบูรณ์ ครูบาเพิ่นสอนว่า ‘ศิลปินบ่เคยมีสิ้นสุดกับการค้นคว้า’ แต่งานเฮาเบิ่งว่าเจ้าภาพเพิ่นจ้างหลายคือสิแม่นเฮาสมบูรณ์” ยุคที่แม่วันดีพร้อมทำการแสดงอย่างสมบูรณ์ที่สุดคือ ไม่มี 

ไม่มี หมายถึง ไม่ได้ทำตนเป็นน้ำเต็มแก้ว ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองสมบูรณ์ หากต้องเตรียมพร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมคือเรื่องการรักษาเส้นเสียง ฝึกซ้อมลำ ค้นคว้าเนื้อเรื่องใหม่ ๆ ส่วนช่วงที่สมบูรณ์รุ่งเรืองจริง ๆ ขึ้นอยู่กับรายได้ที่เจ้าภาพจะจ้าง ถ้าจ้างน้อยก็สมบูรณ์น้อย จ้างมากก็สมบูรณ์มาก 

“พ่อใหญ่ธรรมขันธ์โอสถ พ่อแกมีห้องอัด ก็ไปขอห้องอัดเพิ่น อัดแล้วส่งไปให้วิทยุ โทรทัศน์ไม่มี มีแต่วิทยุ กระแสอยู่กับวิทยุ เฮาได้ออกอากาศเวลาคนฟังบ่ คนมีเวลาฟังยามกินข้าวแลง ประมาณหนึ่งทุ่มคนพากันเปิดวิทยุฟังลำ คณะแม่นี่ส่งวิทยุไป เขาว่าคณะนี้มีแต่เสียงดี ๆ” หมอลำวัย 72 เล่า

วันดี พลทองสถิตย์ : หมอลำป. 4 สู่ ‘หมอลำชั้นครู’ และเจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ จ.ขอนแก่น

เมื่อเริ่มมีวิทยุ แม่วันดีก็เริ่มจับทางที่จะทำให้คณะตนเองโด่งดังมากขึ้นได้ โดยการส่งเพลงลำให้ผู้ดำเนินรายการวิทยุเปิดช่วงทานข้าวเย็น ด้วยเหตุผลว่า นั่นเป็นเวลาที่คนเปิดฟังมากที่สุด

“แม่ยกนี่ หมู่แม่บ่เอิ้นว่าแม่ยก เอิ้นแม่ฮัก คั่นไปลำแล้วเพิ่นมักเฮาหลาย เพิ่นก็ผูกข้อต่อแขน ผูกเอาเป็นลูก บ่ได้ออกจากบ้านเพิ่นง่ายเด้ คั่นสูว่าจ้างได้ไผ จ้างได้อีนั่นบักนั่น เลาทำผ้าโสร่งไหมไว้แต่ต้อน ทำซิ่นไหมไว้แต่ให้ แล้วก็ผูกเอาเป็นลูก บาดนี้คั่นว่าลูกสาวข่อยก็ชื่อคือเจ้า ผูกเป็นเสี่ยวลูกสาวลูกชายจังซี่แหม เลาอายุได้ 80 ปีแล้ว บ่ได้ฮักแบบหนุ่มสาว ฮักแบบพ่อฮัก” เธอกล่าวถึงความผูกพันระหว่างตนเองกับพ่อฮักแม่ฮัก สมัยนี้เรียกว่าพ่อยก แม่ยก แฟนคลับ หรือด้อม ที่ผูกพันยาวนานเหมือนญาติพี่น้อง

แม่วันดีมีชื่อเสียงทางด้านหมอลำในภาคอีสานมากขึ้นภายใต้ชื่อ ‘หมอลำอุดมศิลป์’ 

เมื่อได้แสดงเป็นนางเอกหมอลำเรื่อง ขูลู – นางอั้ว แม่วันดีจึงตัดสินใจแยกตัวออกจากคณะสามัคคีรุ่งนคร มาตั้งคณะหมอลำอุดมศิลป์ของตัวเองในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 

ถือเป็นคลื่นลูกใหม่ในวงการหมอลำทำนองแก้วแก่นหล้า หรือทำนองขอนแก่นนั่นเอง

วันดี พลทองสถิตย์ : หมอลำป. 4 สู่ ‘หมอลำชั้นครู’ และเจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ จ.ขอนแก่น

คลื่นลูกใหญ่

‘ทำไมถึงมาเป็นครูสอนหมอลำ’ 

คำถามนี้สื่อทุกสำนักต้องเอ่ยปากถามแม่วันดี เจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ โดยไม่รู้เลยว่าคำตอบนั้นแฝงไปด้วยเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด 

“ไฟไหม้บ้าน ไฟไหม้เบิด” แม่วันดีย้ำ “พ.ศ. 2538 บาดนี้ยุคนั้นเด็กน้อยก็เรียนเบิด หางเครื่องก็บ่มี หมอลำก็บ่เกิด เฮ้อ เบิดแท้ ๆ ล่ะหมอลำ เลยเข้าไปหาสอนนำโรงเรียน คือสิได้เด็กน้อยไปลำอยู่หลาย เพราะเด็กน้อยเข้าไปในโรงเรียนกันหมด ผู้ปกครองก็บ่ให้เป็นหมอลำ เขาว่าเต้นกินรำกิน ไม่เป็นที่ยอมรับ ตอนนั้นงานลำคณะเราก็น้อยลง หมดลงเรื่อย ๆ คนนิยมน้อย เฮาเห็นว่าบ่ได้แล้ว เลยเกิดความเสียดาย ความพื้นบ้านหมดแท้ ๆ หมอลำหมดอีหลี” เธอตอบคำถามเรื่องจุดเริ่มต้นการเป็นครู 

พ.ศ. 2538 เป็นยุคที่มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างโทรทัศน์เข้ามาเป็นสื่อกระแสหลักมากขึ้น ความเป็นไทยจากส่วนกลางก็เริ่มเข้ามาสู่ภาคอีสาน ประเพณี ศิลปวัฒนธรรมของคนอีสานเองก็เริ่มเปลี่ยน มหรสพหรือการแสดงเก่า ๆ จึงค่อย ๆ หดหายไปตามกาลเวลา

“ไฟไหม้บ้านเกลี้ยงแม่นแล่น งานลำก็น้อย คนก็บ่นิยมเราแล้ว สิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว” เธอเล่าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าบ้านที่ไฟไหม้อยู่ข้างหลังแคร่ที่เธอนั่งแค่เพียงไม่กี่เมตร ชีวิตหมอลำหญิงหัวหน้าคณะในวันที่ไม่เหลือแม้แต่บ้านและสมาชิกในวง แต่เธอก็ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนชีวิตต่อด้วยวิชาชีพเดิม

“มันเบิดนำผู้ฟังดอก อย่าโทษหมอลำ โทษผู้จ่ายเงิน มันกลับมาบ่ได้แล้วล่ะ”

“เพราะผู้ฟังบ่ฟังแล้ว ฟังบ่เป็น เราลำแบบเก่า ๆ ให้ฟัง ก็จะว่าลำหยังบุ แม้กระทั่งลูกเราจบปริญญาโทฯ ‘โอ้ยอย่าว่าจังซี่เถอะแม่ เวียนหัว’ ว่าที่ผู้ฟังพุ้นเพราะลูกเราก็เป็น สิให้หวนกลับ บ่กลับ ถ้าหมดรุ่นนี้แล้วของเก่าก็คือสิบ่ยัง นอกจากนักศึกษาที่ค้นคว้าจะมาดึงขึ้น แต่คนไม่บริโภค เขาก็ลืมไปตั๋วบาดนิ” แม่วันดีเล่าเหตุการณ์และเหตุผลที่หมอลำค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลา 

เว้านำกับ ดร.วันดี พลทองสถิตย์ อาจารย์หมอลำรั้วมข. และเจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ ที่ทำให้ลำพื้นอยู่กับลูกหลานชาวอีสาน

ลูกหมอลำยังอยู่

แม่ครูเห็นถึงความสำคัญของหมอลำอันเป็นสิ่งเดียวที่เธอรักมากที่สุด จึงออกเดินทางขอสอนตามโรงเรียนต่าง ๆ อย่างไม่ลดละ ด้วยหวังว่าหมอลำพื้นจะไม่เลือนหายไปจากขอนแก่น

“ไปขอสอน บางโรงเรียนก็บอกว่าตารางเรียนเต็มแล้ว โรงเรียนที่เคยสอนมีสนามบิน หนองคู วัดกลาง แก่นนครวิทยาลัย ขอนแก่นวิทยาคม กัลยาณวัตร บ่ให้สอนปีนี้ ปีหน้าไปอีก บ่มีค่าตอบแทน บ่เรียกร้อง สียอดข้าวไปให้เพิ่นกิน ย่านบ่ได้สอน ครูอยากกาแฟร้านไหน ลงรถโดยสารซื้อไปให้เพิ่นกิน เวลาครูไปห้องน้ำ เข้าไปสอนแทรกแค่ 5 นาที เฮ็ดจังซี่จนถึงพ.ศ. 2547” 

แม่ครูหมอลำเล่าถึงความอุตสาหะที่ต้องทุ่มเทเป็นครูอาสากับโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อหวังถ่ายทอดความรู้ให้แก่เด็กรุ่นใหม่ เธอต้องใส่เสื้อผ้าตามครูคนอื่นในโรงเรียน และเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับยุคเพื่อที่จะเข้ากับเด็กวัยต่าง ๆ ได้

“ความสุขที่สุดของการเป็นหมอลำก็คือการได้บรรจุอยู่ในมหาวิทยาลัย คือว่าชีวิตนี้สำเร็จแล้วการที่เกิดเป็นมนุษย์ แม่ว่าบุญหลาย เฮา ป.4 ให้แม่เป็นบุคคลสำคัญ ให้เฮาอยู่จน 70 กว่าปี ก็คิดว่าสุดยอดแล้ว บ่อึดหมอลำ ตายแล้วก็หลาย ยังก็หลาย เพิ่นก็บ่ฮอดหม่องนี้จักคน แม่ก็เลยคึดว่าชีวิตนี้แม่ถึงแล้ว เป็นชีวิตที่เกิดมาสมบูรณ์ แต่ก็ใฝ่อยู่ อยากเป็นศิลปินแห่งชาติอยู่ (หัวเราะ)” แม่ครูเล่าต่อถึงสมัยเป็นสาว เธอมีแฟนเรียนครู ทางบ้านของแฟนไม่ชอบที่เธอเป็นหมอลำ ไม่ยอมรับอาชีพศิลปิน แต่คำดูถูกผลักดันให้เธออยากเป็นครูด้วยส่วนหนึ่ง เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าหมอลำก็มีความสามารถที่จะเป็นครูได้

“พอมาสอนมหาวิทยาลัย ภูมิใจว่าบ่เบิดแล้วล่ะเนาะ” แม่วันดีเล่าพร้อมรอยยิ้ม

“ขนาดเรียนปริญญาตรี ลูกหลานยังอยากเรียนอยู่ แม่นเขาบ่ได้เต็มร้อยอย่างที่เขาตั้งใจจะมาเรียนสายนี้ ไม่ว่าเขาได้ไปเท่าไหน เขาก็ต้องซึมซับ นี่คือความภูมิใจของพื้นบ้าน” ความฝันของแม่ครูวันดีก็ถูกเติมเต็มผ่านนักศึกษาทั้งปริญญาตรี โท เอก ที่สนใจสืบสานหมอลำพื้นให้ไม่หายไปได้สำเร็จ

“ไม่ใช่อนุรักษ์หมอลำ แต่จริงใจ เว้าอย่างตรง ๆ เลย” แม่วันดีพูดทิ้งท้าย

เว้านำกับ ดร.วันดี พลทองสถิตย์ อาจารย์หมอลำรั้วมข. และเจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ ที่ทำให้ลำพื้นอยู่กับลูกหลานชาวอีสาน

หมอลำจงเจริญ

ไม่ว่าจะเป็นหมอลำพื้น ลำเพลิน ลำเต้ย ลำกลอน ลำพวน ฯลฯ ทุกศาสตร์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของแต่ละจังหวัด และมีเอกลักษณ์เพลงลำที่ต่างกันไป ถ้าจะให้ตัดสินว่าหมอลำแบบไหนดีที่สุด หรือดีกว่ากัน คงตัดสินไม่ได้ ทุกศาสตร์มีคุณค่ากับชาวอีสานอย่างเท่าเทียมกัน 

ถึงหมอลำที่เรารู้จักในปัจจุบันจะแตกต่างกับหมอลำเมื่อ 70 ปีที่แล้วเป็นอย่างมาก แต่เป้าหมายเดียวกันของคนฟังทุกยุคทุกสมัยคือความม่วนที่เกิดขึ้นหน่าฮ่าน และสิ่งที่หมอลำทุกคนอยากเห็น ก็คือภาพของคนที่ออกมาม่วน ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างมีความสุขของแฟน ๆ 

นั่นคือสิ่งที่ทำให้หมอลำทุกยุคชื่นใจ เพราะเป็นหน้าที่มอบความสุขของหมอลำ

หมอลำคือจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่ของคนอีสาน หมอลำรุ่นเยาว์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ฮ้านหมอลำไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะถึงวันที่ขึ้นแสดงได้ ต้องเรียนรู้ว่าหมอลำที่ดีนอกจากเสียงดี มีเสน่ห์ ต้องมีความรอบรู้เรื่องสังคม การเมือง รวมถึงมารยาทอ่อนโยน ต้องอาศัยการฝึกซ้อม มีระเบียบวินัยไม่ต่างจากวิชาชีพอื่น 

หมอลำต้องอยู่คู่กับหมอแคน จึงทำให้การแสดงสมบูรณ์ซาบซึ้งได้ 

อย่างหมอแคนที่เล่นคู่กับแม่วันดีคือ อาจารย์อาทิตย์ กระจ่างศรี จนมีคำกล่าวหนึ่งคือ 

แคนดวงเดียวหมอลำพอฮ้อย หมอแคนคนหนึ่งเป่าแคนกับหมอลำได้นับร้อย’

การเป็นหมอแคนก็ไม่ง่ายไปกว่าหมอลำ หมอแคนต้องหัดเป่าลายแคนพื้นฐานถึง 6 ลาย คือ ลายน้อย ลายเซ ลายใหญ่ ลายสุดสะแนน ลายโป้ซ้าย และลายสร้อย เป็นลายแคนที่เลียนจากเสียงของหมอลำ

ถ้าถามว่าเสน่ห์ของหมอลำคืออะไร คนที่ตอบได้มีเพียงผู้ที่ฟังหมอลำเท่านั้น นอกจากความไพเราะและสนุกสนาน เนื้อหาของหมอลำจะให้ประโยชน์แก่ผู้ฟัง เช่น ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ การทำมาหากิน ขนบธรรมเนียมของศาสนาพุทธ หลักการครองเรือน รวมถึงนิทานต่าง ๆ เหมือนกับการดูละครที่เมื่อเนื้อตรงกับชีวิตก็จะทำให้ผู้ชมคิดถึงความหลังของตัวเอง จนบางคนน้ำหูน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว

จวบจนวันนี้หมอลำที่เคยถูกดูถูกดูแคลน กำลังเฉิดฉายขึ้นเรื่อย ๆ อย่างมีรากฐานที่มั่นคง หากเชื่อมั่นว่าโขนจะไม่มีวันสูญหายไปจากประเทศไทยฉันใด หมอลำก็ไม่มีวันสูญหายไปจากวิถีชีวิตของคนอีสานฉันนั้น

เว้านำกับ ดร.วันดี พลทองสถิตย์ อาจารย์หมอลำรั้วมข. และเจ้าของคณะหมอลำอุดมศิลป์ ที่ทำให้ลำพื้นอยู่กับลูกหลานชาวอีสาน

Photographer

ณาฌารัฐ ภักดีอาสา

นักเรียนวารสารศาสตร์จากมอน้ำชี ที่เชื่อว่าชีวิตต้องผ่านน้ำ เบื่อการเรียนออนไลน์ อยากเรียนจบแล้ว รักใครรักจริง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load