ว่ากันว่าเมืองที่ดีในมุมมองของ ชาร์ล มอนต์โกเมอรี่ (Charles Montgomery) ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและผู้เขียนหนังสือ Happy City คือเมืองที่ช่วยสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างมนุษย์แบบไม่มีที่สิ้นสุด มีพื้นที่สาธารณะเป็นส่วนกลาง สามารถใช้งานร่วมกัน เช่นเดียวกับแนวคิดของ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกชุมชนผู้ก่อตั้ง CASE Studio ผู้ทำงานกับชุมชนมาแล้วมากมายทั่วประเทศไทย 

ปฐมาทำงานกับชุมชน เธอจึงรู้ดีว่าชุมชนที่แข็งแรง มีรากฐานมาจากความสัมพันธ์อันดีของผู้คน และ ‘พื้นที่’ ก็คือตัวแปรทางกายภาพที่จะช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์อันแข็งแรงให้ชุมชนนั้นๆ 

บนที่ดินมรดกย่านมีนบุรี ที่ตั้งของบ้านครอบครัวหรุ่นรักวิทย์ ปฐมาตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์เล็กๆ ชื่อ ‘มิโนะบุรี’ (Minoburi) ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่กิจกรรม และ Co-learning Space ของเด็กๆ และผู้คนในย่าน เพื่อเป็นทางเลือกให้คนได้ใช้ชีวิตนอกห้างสรรพสินค้าบ้าง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ความเจ๋งของมิโนะบุรีอยู่ที่การสร้างจากวัสดุรีไซเคิลเกือบทั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล่อง เสาระแนงสุขภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงประตู รวมถึงแนวคิดธุรกิจแบบเป็นศูนย์ คือรายรับและรายจ่ายของโครงการสมดุลเป็นศูนย์ ไม่ต้องมีกำไรมากมาย แค่พอให้โครงการดำเนินอยู่ได้อย่างยั่งยืนก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ ที่มิโนะบุรียังมีสวนเกษตรปลอดสารพิษ แต่ละวันปฐมาเก็บผลผลิตสดใหม่มาแบ่งขาย บางส่วนนำไปปรุงเป็นกับข้าวแสนอร่อย ขายในราคาย่อมเยาให้ชาวมินบุเรี่ยนได้มาจับจ่ายและร่วมสุขภาพดีไปด้วยกัน

ถ้าพร้อมแล้ว ตามเราไปเยี่ยมมิโนะบุรีกันเลย

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

01

มิโนะบุรี = มีนบุรี 

“มิโนะ เป็นชื่อเมืองที่อยู่ทางเหนือของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น มีที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองคล้ายมีนบุรี”

ปฐมากล่าวถึงที่มาของชื่อ ‘มิโนะบุรี’ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความสนิทสนมในแวดวงการออกแบบ ระหว่างเธอกับสถาปนิกสาวแดนอาทิตย์อุทัยที่เคยร่วมงานกันในวันวาน 

สายสัมพันธ์ระหว่างสาวแดนปลาดิบกับสาวแดนปลาตะเพียนย่านมีนบุรี ส่งผลให้ทั้งสองต้องเดินทางไปมาหาสู่ เพื่อพบปะกันอยู่เสมอ

มิโนะเป็นชุมชนตัวอย่าง มีพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับคนทุกวัย สอดคล้องกับแนวคิดของปฐมาที่ต้องการสร้างพื้นที่กิจกรรมให้กับทุกคนในชุมชน โครงการชื่อญี่ปุ่นแห่งนี้จึงเกิดขึ้น

คอมมูนิตี้ชุมชนย่านมีนบุรีมีแนวคิดริเริ่มจากการย้ายบ้านหรุ่นรักวิทย์ ของปฐมา เธอต้องการกำจัดเศษวัสดุต่างๆ ทั้งโครงเหล็ก เศษเหล็ก โครงหลังคาที่กินพื้นที่ถึง 2 ไร่ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ด้วยความเป็นสาวเมืองปลามาตั้งแต่กำเนิด ปฐมามองเห็นช่องว่างของการเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เพราะเขตมีนบุรีรายล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร แต่กลับขาดพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ โครงการมิโนะบุรีจึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนที่ไม่อยากไปห้างสรรพสินค้า

“พื้นที่ของโครงการมิโนะบุรีอยู่ติดบ้านเรา การย้ายโครงสร้างบ้านหลังเก่ามาทำเป็นโครงการจึงง่ายขึ้น

ปกติเราเป็นคนที่ทำงานอยู่บ้านตลอด พอย้ายบ้านก็เหมือนต้องย้ายออฟฟิศมาด้วย เราจึงนำสิ่งของเหล่านี้มาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ออฟฟิศของเรามีประมาณยี่สิบกว่าห้อง พอรื้อออกมาก็เจอปัญหาโครงเหล็ก โครงหลังคาเหลือใช้เยอะมาก เราเลยนำสิ่งเหล่านี้มากระจายดูว่ามันนำไปทำอะไรได้บ้าง สุดท้ายจึงนำมาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ทั้งเหล็กกล่อง เสาระแนง เสา หรือสุขภัณฑ์อ่างล้างหน้า ประตู ก็คือของที่นำมารีไซเคิลใหม่ทั้งหมด

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยประกอบกันเป็นโครงการใหม่ ทำให้โครงการมีลักษณะคล้ายโกดังขนาดเล็ก รูปแบบง่ายๆ แต่ละโกดังมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ร้านอาหาร สถานที่จัดนิทรรศการ มินิมิโนะ พอมารวมกันหลายๆ โกดัง จึงให้อารมณ์เหมือนหมู่บ้านเล็กๆ ไปโดยปริยาย 

“นอกจากนี้ในโครงการมีท่าน้ำที่เราไม่ได้ตั้งใจทำอยู่ด้วย เพราะโครงการตั้งอยู่ลึกเข้ามาในซอย การทำระบบระบายน้ำเชื่อมกับสาธารณะมีราคาแพงมาก เราเลยสร้างบ่อเก็บน้ำทิ้งขึ้นมาแทน น้ำในบ่อนี้นำไปใช้งานอย่างอื่นได้อีกไม่รู้จบ ทั้งรดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาด ไปจนถึงสร้างท้องร่อง ถือเป็นไอเดียจากข้อจำกัดในการจัดการน้ำ” ปฐมาเล่ายิ้มๆ

02

หมู่บ้านมิโนะบุรี 

หมู่บ้านมิโนะบุรี ตั้งอยู่เขตมีนบุรีทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ภายในหมู่บ้านประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งและส่วนกิจกรรมในที่ร่ม 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

สำหรับพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง ประกอบไปด้วยลานเล่นสนุกกลางแจ้ง มีของเล่นสำหรับเด็กตั้งอยู่ในสนามหญ้าหน้าโครงการ พร้อมติดตั้งเครื่องไล่ยุง พื้นที่นี้เปิดให้ใช้บริการฟรี ส่วนถัดมาคือบริเวณแปลงผักที่เปิดให้เช่าแปลงใหญ่ราคา 1,000 บาท และแปลงเล็กอยู่ที่ 800 บาท 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เมื่อก่อนบ้านเราอยู่อีกฝั่ง ข้างบ้านจะมีสนามบาสเล็กๆ ของเขตฯ ตอนกลางคืนไม่มีไฟ เด็กๆ ก็ขอต่อไฟจากบ้านเรา แต่ตอนหลังเขตฯ ทุบสนามบาสทิ้ง และเราก็ย้ายมาทำโครงการพอดี เด็กๆ ก็ไม่มีพื้นที่เล่นบาส

“ปรากฏว่าพอเราทำโครงการได้สักพัก เด็กๆ เหล่านั้นก็โทรมาถามว่า ‘พี่ พี่สร้างสนามบาสให้พวกผมเล่นหน่อยได้ไหม’ เราเลยสร้างสนามบาสให้ ซึ่งก็งงอยู่ทุกวันนี้ว่าเราสร้างทำไม (หัวเราะ) พอสร้างเสร็จปรากฏว่าทุกเย็น เด็กๆ ก็มาเล่นบาสกันตลอด กลายเป็นพื้นที่รวมตัวเด็กๆ ย่านนี้ เราเลยรวมส่วนนี้ให้เป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งด้วย” ปฐมาอธิบาย 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ในส่วนของกิจกรรมในร่ม ภายในโครงการประกอบด้วยร้านอาหาร 2 ร้าน ร้านแรกเป็นร้านอาหารไทยชื่อ ‘ละมุนลิ้น’ ส่วนอีกร้านเป็นร้านสเต็ก ‘Steakshift &Jib Bar’ โดย ภิรักษ์ อนุรักษ์เยาวชน ช่างภาพสถาปัตยกรรมเบอร์ต้นๆ ของวงการ ที่เปิดเตาย่างให้ชิมรสชาติเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์เท่านั้น 

และในโครงการยังมีสถานที่จัดกิจกรรม สำหรับจัดนิทรรศการ เวิร์กช็อป และมินิมิโนะ หมู่บ้านจิ๋วจำลองสำหรับเด็กๆ

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เราอยากให้ มินิมิโนะ เป็น Co-Learning Space สำหรับเด็ก เลยออกแบบบรรยากาศทุกอย่างเหมาะกับเด็กๆ โดย มีบ้านเล็กๆ สองสามหลัง แต่ละหลังมีของเล่นอย่างละนิดอย่างละหน่อย 

“อย่างเช่นหลังแรกก็จะเป็นชุดครัว หลังที่สองชุดหมอ ส่วนหลังนี้ชุดขายของ และอีกหลังก็จะมีแค่หมอนเท่านั้น เรามีสีช็อกให้เด็กขีดเขียนพื้น ผนังได้ตามใจ อยากวาด อยากเขียนอะไรก็เขียน (หัวเราะ) เพื่อกระตุ้นต่อมจินตนาการให้เด็กได้ปะติดปะต่อเรื่องราวการเล่นด้วยตัวเขาเอง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“นอกจากนี้ยังมีเรามีบอร์ดเกมสำหรับเด็ก มีหนังสือให้เขาอ่าน มีพื้นที่ให้เขาได้วิ่งเล่น ตั้งแต่เปิดโครงการและมีเด็กๆ มาใช้บริการ เราสังเกตได้เลยว่าเด็กที่มาที่นี่ไม่มีใครแตะมือถือเลย”

ปฐมาบอกว่าที่โครงการมีการทำความสะอาดด้วยเดตตอลทุกวัน และมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือวางไว้ตามจุดต่างๆ มาตั้งแต่เปิดโครงการแล้ว เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

03

มินิมิโนะ 

นอกจากมิโนะบุรีเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัวแล้ว คอมมูนิตี้ขนาดย่อมแห่งนี้ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้นอกห้องเรียน ‘มินิมิโนะ Day Camp’ จึงเกิดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์เล่นเพื่อรู้แก่เด็กที่มีความสนใจ แคมป์นี้ออกแบบโดย ครูอุ้ย-ปิติมา หรุ่นรักวิทย์ 

“ปกติทุกปิดเทอม เราจะจัด Day camp พูดง่ายๆ ก็เหมือนฝากลูกตอนปิดเทอม แต่แทนที่เด็กจะมาเพื่อเล่นเฉยๆ เราจะทำหลักสูตรระยะสั้นระยะเวลาหนึ่งถึงสองอาทิตย์ และสร้างทีมในแต่ละวัน ยกตัวอย่างทีมห้าวัน ประกอบไปด้วย วันต้นไม้ วันแสงแดด วันสร้างบ้าน วันทำขนม วันเรียนรู้เรื่องลม ในแต่ละวันก็จะมาคุยในเรื่องนั้นเช่น เรื่องแสงแดด เราก็จะคุยเรื่องแดดในแง่มุมต่างๆ ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึก แสงแดดจับต้องได้ไหม มันร้อนแล้วให้พลังงานหรือเปล่า พลังงานอะไร แล้วมีประโยชน์ต่อพืช ต่อสัตว์ไหม เอาแว่นขยายไปรวมแสงทำไมไฟถึงลุก 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือเรื่องต้นไม้ เราก็จะทำตัวเหมือนเชอร์ล็อก โฮม ให้เด็กไปสืบมาว่าโครงการนี้มีต้นไม้อะไรบ้าง อยู่ตรงไหน แล้วมาร์กจุดในแผนที่ โดย Day Camp นี้เราจะรับเด็กในช่วงอายุสี่ถึงสิบปีเท่านั้น และรับไม่เกินสิบสองคน นอกจากนี้ Day Camp โครงการของเรายังจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ เช่น ประเพณีลอยกระทง ก็มีการประกวดหนูน้อยนพมาศ และจัดกิจกรรมวันเด็กด้วย 

“อย่างที่บอกว่านี่เป็น Co-working Space ของเด็กๆ (ยิ้ม) เราเลยมีแขกตัวน้อยมาเยี่ยมเยอะมาก ไม่เฉพาะวันพิเศษเท่านั้น ในวันปกติ บางทีเด็กๆ ก็มาเดินดูห่านที่เราเลี้ยงไว้สำหรับกินหญ้า เพราะเราต้องการให้ธรรมชาติมันดูแลกันไป เรียกได้ว่าห่านดินกินหญ้าเพราะมันกินเกลี้ยงจริงๆ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือบางทีเด็กๆ ก็มาแอบดูเราเก็บไข่ไก่ จากความคิดที่เห็นพื้นที่โล่ง อยากเลี้ยงอะไรสักอย่าง เลยศึกษาหาความรู้การเลี้ยงไก่ผ่านอินเทอร์เน็ต และจากรุ่นน้องที่มีความชอบในด้านนี้ เลยนำมาสู่การเลี้ยงไก่สิบสามตัว ไปๆ มาๆ ไข่ไก่เราก็ได้รับความนิยมสูงซะงั้น (หัวเราะ) เพราะมันเป็นแม่ไก่อารมณ์ดีมาก ไข่ทุกวัน 

“นอกจาก Day Camp ที่เป็นกิจกรรมประจำฤดูกาลปิดเทอมแล้ว เราก็มีกิจกรรมประจำฤดูกาลตามธรรมชาติสำหรับเด็กๆ ด้วย อย่างช่วงของดอกโสนที่ขึ้นในแปลงข้างๆ โครงการ ซึ่งเป็นพื้นที่ของญาติเรา เราก็ขออนุญาตตีสะพานเข้าไปในทุ่งดอกโสน ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก พอเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในเขาวงกต เด็กสมัยนี้ไม่เคยเห็นต้นโสน เราก็ชวนเด็กๆ เลย ป่ะ เอากระป๋องไปเก็บดอกโสนกัน”

04

โปรเจกต์เพื่อครอบครัว

“มีพื้นที่เพิ่มไหมคะ ฉันอยากเช่า”

“มีพื้นที่สำหรับจัดตลาดนัดไหม”

“Business Model เราเป็นอย่างไร”

“ไม่น่าเชื่อว่ามิโนะบุรีเพิ่งเปิดครบหนึ่งปีได้ไม่นาน แต่ระหว่างนี้กลับมีคนมาดูงานเยอะมาก และมีคนโทรมาสอบถามตลอด เราจึงบอกไปว่าเราไม่มี Business Model เพราะเราไม่ได้คำนวณไว้ก่อนว่าเราจะคืนทุนเมื่อไหร่ ต้องได้รายรับเท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างโครงการ คือความสมดุลในโครงการเป็นศูนย์ รายรับกับรายจ่ายเป็นศูนย์ 

“เราตั้งเป้าไว้ว่า แค่โครงการมีรายได้ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เราคิดแค่ว่าสังขารเราอย่างไรก็ต้องโรยรา เราไม่ใช่คนประหยัด ไม่ใช่คนที่ชอบอยู่นิ่งๆ เลยคิดว่าต้องมีอะไรสักอย่างมารับมือตัวเองตอนเกษียณ และมิโนะบุรีก็คือสิ่งที่เราอยากทำไปเรื่อยๆ แบบนี้

“ทุกวันนี้เรามีความสุขมาก แฮปปี้ดีกับการเก็บไข่ เลี้ยงห่าน เราแค่ต้องการให้ทุกอย่างมันเลี้ยงตัวเองได้ เราถือว่าสิ่งนี้เป็นการลงทุนเพื่อชีวิตเรา เพื่อบ้านเรา เพื่อครอบครัวเรา แค่นี้จริงๆ โดยไม่ต้องมีผลกำไรเป็นตัวเงิน” ปฐมาบอกทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ติดตามรายละเอียดของมิโนะบุรี ได้ที่ Facebook : Minoburi

Writer

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

10 พฤศจิกายน 2565
2 K

วันอังคาร ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565 มีพิธีเปิดห้องสมุดซึ่งเอกชนร่วมมือกับราชการคือกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิวิชาหนังสือ งานครึกครื้นใหญ่โต มีผู้เข้าร่วมงานมากถึงกว่า 200 คน ทั้งชาวสงขลาเองและจากจังหวัดอื่น ทั้งใกล้เคียงและห่างไกล นับเป็นต้นแบบโครงการห้องสมุดประจำเมืองแห่งแรกในจังหวัดสงขลา และแห่งแรกของประเทศไทย

ห้องสมุดในอาคารชั้นเดียวเก่า ๆ แห่งนี้ มีอะไรดี

ย้อนหลังไปเมื่อ 3 ปีก่อน เมื่อวันที่ 28 – 29 ตุลาคม พ.ศ. 2562 กรมส่งเสริมวัฒนธรรมจัดประชุมเรื่อง ‘ระบบหนังสือและสถาบันหนังสือแห่งชาติ’ ที่จังหวัดเพชรบุรี มีครูมกุฏร่วมหารืออยู่ด้วย ครูมกุฏ อรฤดี บรรณาธิการสำนักพิมพ์ผีเสื้อ และเลขานุการมูลนิธิวิชาหนังสือ ผู้คลุกคลีอยู่กับหนังสือมาทั้งชีวิต ความฝันสูงสุดคือสร้างโอกาสการเข้าถึงการอ่านให้แก่คนในประเทศอย่างเท่าเทียมกัน ผลการประชุมทำให้รู้ว่า ประเทศไทยยังไม่มีหน่วยงานใดรับผิดชอบโครงสร้างหนังสือและการอ่านของประเทศอย่างจริงจัง จึงเกิดโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมหนังสือขึ้นอย่างย่อย ๆ เพื่อให้เห็นความสำคัญและจำเป็น รวมทั้งเป็นตัวแทนความต้องการของผู้คน และแนวคิดห้องสมุดประจำเมืองเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

เมื่อจะเปิดห้องสมุด วิธีง่าย ๆ คือเช่าอาคารสักหลัง หรือตั้งงบประมาณสร้างอาคารใหม่ แล้วเลือกสรรหนังสือใส่ไว้ให้เต็ม แต่ความคิดของครูมกุฏไม่ใช่เช่นนั้น กลายเป็นว่าพยายามหาบ้านหรืออาคารเก่าที่ไม่ใช้งาน และเจ้าของสถานที่ก็เห็นด้วยกับการมีห้องสมุดประจำเมือง สถาปัตยกรรมที่ทิ้งร้างก็จะมีชีวิตอีกครั้ง พร้อมกับได้สร้างโอกาสแห่งการอ่านแก่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว ในรูปแบบแนวคิดใหม่

ในเวลาเดียวกันนั้น คุณเกล้ามาศ ยิบอินซอย เจ้าของอาคารเก่าในบริเวณเมืองสงขลาก็ดำริจะใช้ประโยชน์จากโกดังข้าวเก่าที่ถนนนครนอก และด้วยเหตุที่เคยทำห้องสมุดพิพิธภัณฑ์พระราชนิเวศน์มฤคทายวันร่วมกันมา จึงตกลงจะร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งกำลังดำเนินงานวัฒนธรรมร้านหนังสือ โครงการหนังสือเดินทางร้านหนังสือ : Book Passport เพื่อให้สอดคล้องกัน และอนุญาตให้มูลนิธิวิชาหนังสือใช้อาคารอายุร่วมร้อยปีนี้จัดตั้งห้องสมุดประจำเมืองต้นแบบขึ้น

ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย ที่โกดังข้าวเก่า ถนนนครนอก สงขลา จึงกลายเป็นทุกอย่างที่ผู้คนทั้งหลายอยากจะให้เป็น ตั้งแต่สถานที่ส่งเสริมการอ่าน กระจายความรู้และความสนุก จัดแสดงงานศิลปวัฒนธรรม เป็นแหล่งรวมข้อมูลประวัติศาสตร์ของเมือง ของชีวิตคนในท้องถิ่น ถ่ายทอดโดยคนในท้องที่ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แม้แต่สถานที่เช็กอินถ่ายรูปของนักท่องเที่ยว

เหล่านี้คือชีวิตมากมายหลายแง่มุมที่จะปรากฏ ณ ห้องสมุดแห่งนี้

ยับ เอี่ยน ฉ่อย จากโกดังข้าว สู่ห้องสมุดมีชีวิตประจำเมืองสงขลาที่เต็มไปด้วยความสนุก

ห้องสมุดที่มีชีวิต

ภาพห้องสมุดในความคิดและความจำของคนทั่วไป อาจเป็นสถานที่เงียบ ๆ มีหนังสือมากมายให้เลือกหยิบ อ่าน ยืม แต่ในความคิดหวังของครูมกุฏ เป็นได้มากกว่านั้น

อาคารเก่าที่ในอดีตคือโกดังข้าว ยังคงโครงสร้างเดิมไว้ทุกประการ ไม่รื้อส่วนใดออก ไม่ก่อสร้างเพิ่ม ห้องสมุดประจำเมืองสงขลา ภายในแต่งเติมเพิ่มด้วยตู้หนังสือ ผู้คนมาใช้พื้นที่อ่านหนังสือ หย่อนใจ หรือแม้จะถ่ายรูปอย่างเดียวก็ไม่มีใครว่า

หลายคนเมื่อแรกเข้าต้องสะดุดตาเสาหนังสือกลางอาคาร เหตุที่มีเสาหนังสือนี้ ก็ด้วยการออกแบบและหมายให้เป็นจุดเด่นของห้องสมุดที่เห็นได้ตั้งแต่บนถนนไกล ๆ แต่เหตุผลที่ซ่อนไว้ก็คือ เสากลางอาคารเป็นจุดอ่อนที่สุด ถ้าไม่เสริมความแข็งแรงก็อาจเป็นจุดล่อแหลมให้เดินชนหรือกระแทกได้ง่าย จึงสร้างเสาหนังสือห่อหุ้มเสาไม้เล็ก ๆ เดิมไว้เพื่อบังไม่ให้ใครไปยืนพิงหรือเดินชน ขณะเดียวกันก็จำลองห้องเรียนวิชาบรรณาธิการศึกษามาไว้กลางห้องสมุด ว่าด้วยการเรียนเรื่องออกแบบสันปกหนังสือ ให้ผู้เรียนได้สังเกตศึกษาปกหนังสือเกือบ 1,000 ปก ในเวลาเดียวกัน

“ห้องสมุดคือสถานที่ให้บริการเครื่องมือความรู้และสติปัญญา และเป็นได้หลายอย่าง ไม่ควรทำให้ห้องสมุดตายด้วยการเอาหนังสือไปยัดไว้มากที่สุดจนล้น แต่ไม่มีคนเข้าไปอ่าน”

ครูมกุฏชี้ข้อเสียของห้องสมุด ซึ่งมักเจอปัญหาความแห้งแล้ง ไร้แรงดึงดูดนักอ่าน

“ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย มีหนังสือไม่มาก แต่นโยบายของเราคือ ใครก็ตามที่เดินเข้ามาที่ห้องสมุด และอยากได้หนังสือเล่มใดเล่มหนึ่ง หรือประเภทไหนที่เขาเห็นว่าจำเป็นและต้องการอ่าน ลงชื่อไว้ เขียนบอกไว้ เราจะพยายามจัดหาให้” 

เมืองจะมีชีวิตได้ ต้องเกิดการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย เช่นเดียวกับห้องสมุดแห่งนี้ที่เปิดให้ผู้ใช้บริการมีส่วนร่วม สิ่งนี้กลายเป็นเป้าหมายหลักของ ยับ เอี่ยน ฉ่อย ต่อไป นอกเหนือจากบริการหนังสือและความรู้ นั่นคือสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรม

ห้องสมุดที่เป็นมิตรกับนักเดินทาง

ในเมืองเก่าที่นักท่องเที่ยวสนใจหลั่งไหลกันมาเป็นจำนวนมาก ย่อมหนีไม่พ้นการปะทะของวัฒนธรรมหลากหลายทั้งที่มีอยู่เดิมและเกิดใหม่ ใจความสำคัญของที่นี่คือ สร้างพื้นที่ให้คนในท้องถิ่นได้มาพบปะกับคนจากต่างแดน

ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย ประกาศตัวว่าในอนาคตจะเป็นแหล่งรวมข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยวไว้ให้ได้มากที่สุด ถ้าอยากรู้จักเมืองสงขลาทั้งตัวเมืองอันเป็นศูนย์กลางและอำเภอ ตำบล หมู่บ้านต่าง ๆ ที่นี่พร้อมเพิ่มมิติประวัติศาสตร์หรือเรื่องราวท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง อาจจะเป็นข้อมูลอีกชุดที่แตกต่างจากในพิพิธภัณฑ์ และพร้อมจะให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงสถานที่จริง เช่นเดียวกับพร้อมจะเป็นศูนย์กลางให้ท้องถิ่นเสนอข้อมูล ทั้งประวัติศาสตร์วัฒนธรรม การศึกษาท่องเที่ยว และความเป็นไปในปัจจุบัน

“นักท่องเที่ยวอาจหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้บางส่วน แต่คงไม่ทั้งหมด ขณะที่ห้องสมุดของเรามีข้อมูลที่เป็นหลักฐานรับรองแล้ว เช่น หนังสือของ คุณเอนก นาวิกมูล ซึ่งเขียนเรื่องสงขลามากที่สุดในประเทศ คุณหาอ่านได้ทั้งหมดที่นี่ เราพยายามทำห้องสมุดนี้ให้เป็นศูนย์กลางของนักท่องเที่ยวที่จะรู้จักเมืองสงขลาและเมืองรอบข้างมากขึ้น ในอนาคต ที่นี่จะรวบรวมข้อมูลสถานที่หรือแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอำเภอและตำบลต่าง ๆ รวมทั้งเชื่อมโยงการติดต่อ เช่น ให้คำแนะนำแก่ชุมชน กระทั่งถึงการรับส่งนักท่องเที่ยว จนถึงขั้นติดต่อทางธุรกิจกับชาวบ้าน”        

นอกจากกิน เที่ยว และพักผ่อนหย่อนใจในเมืองน่ารักอย่างสงขลา ยับ เอี่ยน ฉ่อย จะช่วยเพิ่มมิติให้ประสบการณ์การท่องเที่ยวของคุณมากยิ่งขึ้น

ห้องสมุดที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

“วิธีคิดของเราคือ ต้องไม่กระทบกระเทือนใคร ไม่ทำให้ใครแม้แต่คนเดียวต้องเดือดร้อน เช่น เมื่อมีร้านขายหนังสืออยู่ในเมือง เราต้องไม่ทำให้ร้านขายหนังสือเดือดร้อน ไม่ขายหนังสือที่มีขายทั่วไป”

แล้วจะทำอย่างไร – เราสงสัย

“หน้าที่ของห้องสมุดคือส่งเสริมการอ่าน สมมติว่าเราเชิญนักเขียนชื่อดังและมีหนังสือออกใหม่มาเสวนาที่ห้องสมุด เราจะไม่ขายหนังสือของเขาในงานนั้น ถ้าคุณอยากได้หนังสือพร้อมลายเซ็น คุณต้องไปซื้อที่ร้านหนังสือ นี่คือวิธีทางกิจกรรมที่จะส่งเสริมกัน แต่ขณะเดียวกันเรามีหนังสือหายากให้สั่ง หนังสือที่ไม่มีขายทั่วไป เช่น หนังสือของราชบัณฑิตยสภา หนังสือของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นต้น”        

นอกจากนี้ ครูมกุฏยืนยันแข็งขันว่า ยับ เอี่ยน ฉ่อย ไม่ใช่คาเฟ่

“เมื่อเราเปิดห้องสมุดได้เพียงวันเดียว มีคนนับสิบ ๆ คน หลายสิบทีเดียว มาแนะนำให้เปิดร้านกาแฟ เพราะสถานที่ดีมาก วิเศษมาก เขาว่ารวยแน่ ๆ ผมหัวเราะได้ข้ามคืนเลย ประเทศนี้เราจะไม่คิดทำอะไรอื่นแล้วหรือ นอกจากเปิดร้านกาแฟ จะมีประโยชน์อะไรถ้าเราเอาที่นี่ไปแข่งกับร้านกาแฟที่มีอยู่แล้วหลายสิบร้าน ถ้าเราเปิด ร้านอื่น ๆ ก็อาจจะเดือดร้อน เพราะสถานที่เราได้เปรียบ แต่จะมีประโยชน์อะไร อย่าลืมว่าเรามาที่นี่เพื่อทำห้องสมุด ไม่ใช่ร้านกาแฟ”

ครูมกุฏกล่าวถึงความหวังในอนาคตของห้องสมุดแห่งนี้ ว่าจะกลายเป็นพื้นที่ให้พักผ่อนหย่อนใจ อ่านหนังสือ หรือจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งของคนเมืองสงขลาและต่างถิ่น คนรุ่นใหม่ ผู้ใหญ่วัยทำงาน ตลอดจนผู้สูงวัยก็มาใช้พื้นที่ได้ นอกจากนี้ที่นี่ยังทำงานร่วมกับเครือข่ายสร้างสรรค์อื่น ๆ ที่มีอยู่ เช่น a.e.y. space Art Space ย่านเมืองเก่าสงขลาที่จัดกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมอยู่เป็นประจำ รวมทั้งสถาบันการศึกษา และกรมส่งเสริมวัฒนธรรมก็จะมีสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์ของการส่งเสริมวัฒนธรรม ตามความมุ่งหวังของอธิบดีคนก่อน คือ คุณชาย นครชัย โดยไม่ต้องก่อสร้างสำนักงานเพิ่มขึ้นใหม่        

โจทย์สำคัญที่คณะทำงานสำนักพิมพ์ผีเสื้อและมูลนิธิวิชาหนังสือ ซึ่งรับหน้าที่บริหารห้องสมุดแห่งนี้ ต้องรับไปคิดมากขึ้นอีกก็คือ จะทำอย่างไรให้ห้องสมุดคือพื้นที่แห่งวัฒนธรรม ความรู้ การแลกเปลี่ยนและส่งเสริมกันจากทั้งคนในและคนนอกพื้นที่จนพอจะเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่น ๆ ได้

ยับ เอี่ยน ฉ่อย จากโกดังข้าว สู่ห้องสมุดมีชีวิตประจำเมืองสงขลาที่เต็มไปด้วยความสนุก

ห้องสมุดวัฒนธรรม

เลขานุการมูลนิธิวิชาหนังสือคิดว่า การอ่านในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงหนังสือกระดาษ แต่มนุษย์ที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย ล้วนเป็นหนังสืออีกรูปแบบหนึ่งที่มีคุณค่าด้วย

“แต่เดิมเราให้ความรู้แก่คนโดยเอาหนังสือไปวางไว้ แล้วให้คนอ่านหรือยืมกลับไป เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้ไม่ได้อยู่ในหนังสืออย่างเดียวแล้ว เราก็มักจะพูดว่าห้องสมุดมีชีวิต แต่เราไม่ได้เข้าใจว่าความมีชีวิตมันเป็นอย่างไร ความรู้ที่อยู่ในหนังสือคือความรู้แห้งที่จับใส่เข้าไป แต่มนุษย์ทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น ความรู้อยู่ในตัวเขามากขึ้น ทำไมเราจึงไม่ใช้ประโยชน์จากคนเหล่านี้ ในฐานะเป็นแหล่งความรู้อย่างหนึ่ง เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชีวิตชีวา มีวิญญาณ เป็นหนังสือเล่มใหญ่มหึมาไม่ซ้ำกันเลย”

จึงเกิดเป็นความคิดต่อมาว่า ห้องสมุดจะร่วมกับชาวสงขลากำหนดปฏิทินกิจกรรมตลอด 12 เดือนขึ้น ในแต่ละเดือนจะมีกิจกรรมทางศิลปะและวัฒนธรรมผลัดหมุนเวียนกันไป รวมทั้งเชิญผู้อาวุโส ผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะคนสงขลาหรือคนในจังหวัดใกล้เคียง เช่น ปัตตานี ยะลา นราธิวาส มาบอกเล่าเรื่องเสมือนหนังสือเล่มหนึ่ง มาสนทนากับผู้ฟังประหนึ่งได้อ่านหนังสือเล่มนั้นส่วนใดส่วนหนึ่ง คนที่มาฟังก็อาจได้แรงบันดาลใจ นำกลับไปคิดต่อทำต่อให้งอกงาม เขาอาจกลายเป็นหนังสือเล่มใหม่ที่มีค่าชวนอ่านอีกเล่มหนึ่งต่อไป 

ซึ่งสอดคล้องกับความคิด Human Book หรือ Human Library ที่แพร่หลายกันแล้วในต่างประเทศ ก่อเกิดผลลัพธ์ที่น่าสนใจ ในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติครั้งล่าสุดก็จัดกิจกรรมเช่นนี้ให้ผู้คนได้อ่าน ‘หนังสือคน’ เช่นกัน

ส่วนกิจกรรมทางศิลปะ ครูมกุฏเล่าว่า นักศึกษาการแสดง นักเรียนศิลปะแขนงต่าง ๆ มีปัญหาอย่างหนึ่งคือ ไม่มีพื้นที่ให้แสดงผลงาน

“เราจะร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่ต้องการเวที ต้องการพื้นที่เสนอผลงานของนักศึกษา อาจเป็นการแสดงระยะสั้นหรือระยะยาว เช่น เปิดแสดงดนตรี แสดงภาพวาด งานศิลปะ และรวมทั้งจำหน่ายผลงาน กระทั่งเป็นศูนย์กลางติดต่อเพื่อเปิดแสดงหรือรับงานในสถานที่ต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่จะดึงนักท่องเที่ยวให้มามีส่วนร่วม และดึงคนในท้องที่ให้มาพบปะกับนักท่องเที่ยว ส่งเสริมกิจกรรมวัฒนธรรมทั้งหลายที่จะทำได้”

นี่ยังเป็นห้องสมุดอยู่อีกหรือ

ยุคนี้เราอาจเรียกพื้นที่เช่นนี้ว่า ‘พื้นที่สาธารณะ (Public Space)’ แต่ครูมกุฏยังย้ำกับเราว่า ยับ เอี่ยน ฉ่อย คือห้องสมุดที่มีหลากหลายมิติในตัวเอง เพื่อสร้างชีวิตชีวาแบบที่ห้องสมุดเป็นได้และควรจะเป็น

“พฤติกรรมของห้องสมุดไม่ได้เปลี่ยนไป แต่องค์ประกอบของความเป็นห้องสมุดนั้นมีรายละเอียดเพิ่มขึ้น”

เราเห็นด้วยกับถ้อยคำของครูอย่างมาก แค่นึกภาพก็เห็นความสนุกรอต่อคิวกันแน่นไม่ไหวแล้ว

อนาคตของห้องสมุด

“ถึงแม้ไม่มี ยับ เอี่ยน ฉ่อย ตัวเมืองสงขลาก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีดีอยู่แล้ว แต่ครูคิดว่าท่ามกลางสิ่งเหล่านั้น เราไปแทรกอะไรอีกสักอย่างให้มีเสน่ห์ขึ้นมา ให้มันสนุกขึ้นมาได้มั้ย” ชายวัยเลข 7 เอ่ยด้วยพลังกระตือรือร้น

จากความคิดสำคัญแรกเริ่ม คือวางรากฐานอย่างเป็นรูปธรรมให้กับโครงการต้นแบบห้องสมุดประจำเมือง สถานีต่อไปของโมเดลนี้ คือเกาะสาหร่าย จังหวัดสตูล

“คนเกาะเขาขาดโอกาสมาตลอดชีวิตด้วยเรื่องต่าง ๆ การเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย การเรียน การเดินทางราคาแพง ต้องเสี่ยงชีวิต เสี่ยงภัยกว่าคนอื่น แล้วเครื่องมือความรู้ก็ไปไม่ถึงเขาเท่ากับคนในเมือง ไม่ต้องเทียบกับคนกรุงเทพฯ นะครับว่าเหลื่อมล้ำกันแค่ไหน แค่คนบนเกาะกับอำเภอเล็ก ๆ ของเมืองสงขลาอย่างอำเภอหาดใหญ่ อำเภอรัตภูมิ ก็เทียบไม่ได้แล้ว

“เราต้องลองลงมือทำให้คนทั้งหลาย โดยเฉพาะรัฐบาลเห็นว่า มีวิธีที่ไม่ต้องใช้งบประมาณมากในการสร้างวัฒนธรรมหนังสือให้แก่คนในชาติ และสร้างโอกาสการเข้าถึงหนังสือได้อย่างเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาชาติด้วยความรู้ได้ง่ายขึ้น” ครูมกุฏกล่าวทิ้งท้ายด้วยความหวัง

ภาพ : ห้องสมุดยับ เอี่ยน ฉ่อย

ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย

ที่ตั้ง : 213 ถนนนครนอก ซอยท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ​ : 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันจันทร​์-พุธ)

Facebook : ห้องสมุด ยับ เอี่ยน ฉ่อย

Writer

คณิศร สันติไชยกุล

นักเรียนนิเทศศาสตร์ อยากเห็นโลกที่ดีกว่าเดิม ให้ความสำคัญกับการมีอยู่ไม่ต่างจากการจากไป

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load