ว่ากันว่าเมืองที่ดีในมุมมองของ ชาร์ล มอนต์โกเมอรี่ (Charles Montgomery) ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและผู้เขียนหนังสือ Happy City คือเมืองที่ช่วยสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างมนุษย์แบบไม่มีที่สิ้นสุด มีพื้นที่สาธารณะเป็นส่วนกลาง สามารถใช้งานร่วมกัน เช่นเดียวกับแนวคิดของ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกชุมชนผู้ก่อตั้ง CASE Studio ผู้ทำงานกับชุมชนมาแล้วมากมายทั่วประเทศไทย 

ปฐมาทำงานกับชุมชน เธอจึงรู้ดีว่าชุมชนที่แข็งแรง มีรากฐานมาจากความสัมพันธ์อันดีของผู้คน และ ‘พื้นที่’ ก็คือตัวแปรทางกายภาพที่จะช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์อันแข็งแรงให้ชุมชนนั้นๆ 

บนที่ดินมรดกย่านมีนบุรี ที่ตั้งของบ้านครอบครัวหรุ่นรักวิทย์ ปฐมาตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์เล็กๆ ชื่อ ‘มิโนะบุรี’ (Minoburi) ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่กิจกรรม และ Co-learning Space ของเด็กๆ และผู้คนในย่าน เพื่อเป็นทางเลือกให้คนได้ใช้ชีวิตนอกห้างสรรพสินค้าบ้าง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ความเจ๋งของมิโนะบุรีอยู่ที่การสร้างจากวัสดุรีไซเคิลเกือบทั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล่อง เสาระแนงสุขภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงประตู รวมถึงแนวคิดธุรกิจแบบเป็นศูนย์ คือรายรับและรายจ่ายของโครงการสมดุลเป็นศูนย์ ไม่ต้องมีกำไรมากมาย แค่พอให้โครงการดำเนินอยู่ได้อย่างยั่งยืนก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ ที่มิโนะบุรียังมีสวนเกษตรปลอดสารพิษ แต่ละวันปฐมาเก็บผลผลิตสดใหม่มาแบ่งขาย บางส่วนนำไปปรุงเป็นกับข้าวแสนอร่อย ขายในราคาย่อมเยาให้ชาวมินบุเรี่ยนได้มาจับจ่ายและร่วมสุขภาพดีไปด้วยกัน

ถ้าพร้อมแล้ว ตามเราไปเยี่ยมมิโนะบุรีกันเลย

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

01

มิโนะบุรี = มีนบุรี 

“มิโนะ เป็นชื่อเมืองที่อยู่ทางเหนือของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น มีที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองคล้ายมีนบุรี”

ปฐมากล่าวถึงที่มาของชื่อ ‘มิโนะบุรี’ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความสนิทสนมในแวดวงการออกแบบ ระหว่างเธอกับสถาปนิกสาวแดนอาทิตย์อุทัยที่เคยร่วมงานกันในวันวาน 

สายสัมพันธ์ระหว่างสาวแดนปลาดิบกับสาวแดนปลาตะเพียนย่านมีนบุรี ส่งผลให้ทั้งสองต้องเดินทางไปมาหาสู่ เพื่อพบปะกันอยู่เสมอ

มิโนะเป็นชุมชนตัวอย่าง มีพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับคนทุกวัย สอดคล้องกับแนวคิดของปฐมาที่ต้องการสร้างพื้นที่กิจกรรมให้กับทุกคนในชุมชน โครงการชื่อญี่ปุ่นแห่งนี้จึงเกิดขึ้น

คอมมูนิตี้ชุมชนย่านมีนบุรีมีแนวคิดริเริ่มจากการย้ายบ้านหรุ่นรักวิทย์ ของปฐมา เธอต้องการกำจัดเศษวัสดุต่างๆ ทั้งโครงเหล็ก เศษเหล็ก โครงหลังคาที่กินพื้นที่ถึง 2 ไร่ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ด้วยความเป็นสาวเมืองปลามาตั้งแต่กำเนิด ปฐมามองเห็นช่องว่างของการเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เพราะเขตมีนบุรีรายล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร แต่กลับขาดพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ โครงการมิโนะบุรีจึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนที่ไม่อยากไปห้างสรรพสินค้า

“พื้นที่ของโครงการมิโนะบุรีอยู่ติดบ้านเรา การย้ายโครงสร้างบ้านหลังเก่ามาทำเป็นโครงการจึงง่ายขึ้น

ปกติเราเป็นคนที่ทำงานอยู่บ้านตลอด พอย้ายบ้านก็เหมือนต้องย้ายออฟฟิศมาด้วย เราจึงนำสิ่งของเหล่านี้มาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ออฟฟิศของเรามีประมาณยี่สิบกว่าห้อง พอรื้อออกมาก็เจอปัญหาโครงเหล็ก โครงหลังคาเหลือใช้เยอะมาก เราเลยนำสิ่งเหล่านี้มากระจายดูว่ามันนำไปทำอะไรได้บ้าง สุดท้ายจึงนำมาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ทั้งเหล็กกล่อง เสาระแนง เสา หรือสุขภัณฑ์อ่างล้างหน้า ประตู ก็คือของที่นำมารีไซเคิลใหม่ทั้งหมด

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยประกอบกันเป็นโครงการใหม่ ทำให้โครงการมีลักษณะคล้ายโกดังขนาดเล็ก รูปแบบง่ายๆ แต่ละโกดังมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ร้านอาหาร สถานที่จัดนิทรรศการ มินิมิโนะ พอมารวมกันหลายๆ โกดัง จึงให้อารมณ์เหมือนหมู่บ้านเล็กๆ ไปโดยปริยาย 

“นอกจากนี้ในโครงการมีท่าน้ำที่เราไม่ได้ตั้งใจทำอยู่ด้วย เพราะโครงการตั้งอยู่ลึกเข้ามาในซอย การทำระบบระบายน้ำเชื่อมกับสาธารณะมีราคาแพงมาก เราเลยสร้างบ่อเก็บน้ำทิ้งขึ้นมาแทน น้ำในบ่อนี้นำไปใช้งานอย่างอื่นได้อีกไม่รู้จบ ทั้งรดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาด ไปจนถึงสร้างท้องร่อง ถือเป็นไอเดียจากข้อจำกัดในการจัดการน้ำ” ปฐมาเล่ายิ้มๆ

02

หมู่บ้านมิโนะบุรี 

หมู่บ้านมิโนะบุรี ตั้งอยู่เขตมีนบุรีทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ภายในหมู่บ้านประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งและส่วนกิจกรรมในที่ร่ม 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

สำหรับพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง ประกอบไปด้วยลานเล่นสนุกกลางแจ้ง มีของเล่นสำหรับเด็กตั้งอยู่ในสนามหญ้าหน้าโครงการ พร้อมติดตั้งเครื่องไล่ยุง พื้นที่นี้เปิดให้ใช้บริการฟรี ส่วนถัดมาคือบริเวณแปลงผักที่เปิดให้เช่าแปลงใหญ่ราคา 1,000 บาท และแปลงเล็กอยู่ที่ 800 บาท 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เมื่อก่อนบ้านเราอยู่อีกฝั่ง ข้างบ้านจะมีสนามบาสเล็กๆ ของเขตฯ ตอนกลางคืนไม่มีไฟ เด็กๆ ก็ขอต่อไฟจากบ้านเรา แต่ตอนหลังเขตฯ ทุบสนามบาสทิ้ง และเราก็ย้ายมาทำโครงการพอดี เด็กๆ ก็ไม่มีพื้นที่เล่นบาส

“ปรากฏว่าพอเราทำโครงการได้สักพัก เด็กๆ เหล่านั้นก็โทรมาถามว่า ‘พี่ พี่สร้างสนามบาสให้พวกผมเล่นหน่อยได้ไหม’ เราเลยสร้างสนามบาสให้ ซึ่งก็งงอยู่ทุกวันนี้ว่าเราสร้างทำไม (หัวเราะ) พอสร้างเสร็จปรากฏว่าทุกเย็น เด็กๆ ก็มาเล่นบาสกันตลอด กลายเป็นพื้นที่รวมตัวเด็กๆ ย่านนี้ เราเลยรวมส่วนนี้ให้เป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งด้วย” ปฐมาอธิบาย 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ในส่วนของกิจกรรมในร่ม ภายในโครงการประกอบด้วยร้านอาหาร 2 ร้าน ร้านแรกเป็นร้านอาหารไทยชื่อ ‘ละมุนลิ้น’ ส่วนอีกร้านเป็นร้านสเต็ก ‘Steakshift &Jib Bar’ โดย ภิรักษ์ อนุรักษ์เยาวชน ช่างภาพสถาปัตยกรรมเบอร์ต้นๆ ของวงการ ที่เปิดเตาย่างให้ชิมรสชาติเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์เท่านั้น 

และในโครงการยังมีสถานที่จัดกิจกรรม สำหรับจัดนิทรรศการ เวิร์กช็อป และมินิมิโนะ หมู่บ้านจิ๋วจำลองสำหรับเด็กๆ

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เราอยากให้ มินิมิโนะ เป็น Co-Learning Space สำหรับเด็ก เลยออกแบบบรรยากาศทุกอย่างเหมาะกับเด็กๆ โดย มีบ้านเล็กๆ สองสามหลัง แต่ละหลังมีของเล่นอย่างละนิดอย่างละหน่อย 

“อย่างเช่นหลังแรกก็จะเป็นชุดครัว หลังที่สองชุดหมอ ส่วนหลังนี้ชุดขายของ และอีกหลังก็จะมีแค่หมอนเท่านั้น เรามีสีช็อกให้เด็กขีดเขียนพื้น ผนังได้ตามใจ อยากวาด อยากเขียนอะไรก็เขียน (หัวเราะ) เพื่อกระตุ้นต่อมจินตนาการให้เด็กได้ปะติดปะต่อเรื่องราวการเล่นด้วยตัวเขาเอง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“นอกจากนี้ยังมีเรามีบอร์ดเกมสำหรับเด็ก มีหนังสือให้เขาอ่าน มีพื้นที่ให้เขาได้วิ่งเล่น ตั้งแต่เปิดโครงการและมีเด็กๆ มาใช้บริการ เราสังเกตได้เลยว่าเด็กที่มาที่นี่ไม่มีใครแตะมือถือเลย”

ปฐมาบอกว่าที่โครงการมีการทำความสะอาดด้วยเดตตอลทุกวัน และมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือวางไว้ตามจุดต่างๆ มาตั้งแต่เปิดโครงการแล้ว เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

03

มินิมิโนะ 

นอกจากมิโนะบุรีเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัวแล้ว คอมมูนิตี้ขนาดย่อมแห่งนี้ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้นอกห้องเรียน ‘มินิมิโนะ Day Camp’ จึงเกิดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์เล่นเพื่อรู้แก่เด็กที่มีความสนใจ แคมป์นี้ออกแบบโดย ครูอุ้ย-ปิติมา หรุ่นรักวิทย์ 

“ปกติทุกปิดเทอม เราจะจัด Day camp พูดง่ายๆ ก็เหมือนฝากลูกตอนปิดเทอม แต่แทนที่เด็กจะมาเพื่อเล่นเฉยๆ เราจะทำหลักสูตรระยะสั้นระยะเวลาหนึ่งถึงสองอาทิตย์ และสร้างทีมในแต่ละวัน ยกตัวอย่างทีมห้าวัน ประกอบไปด้วย วันต้นไม้ วันแสงแดด วันสร้างบ้าน วันทำขนม วันเรียนรู้เรื่องลม ในแต่ละวันก็จะมาคุยในเรื่องนั้นเช่น เรื่องแสงแดด เราก็จะคุยเรื่องแดดในแง่มุมต่างๆ ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึก แสงแดดจับต้องได้ไหม มันร้อนแล้วให้พลังงานหรือเปล่า พลังงานอะไร แล้วมีประโยชน์ต่อพืช ต่อสัตว์ไหม เอาแว่นขยายไปรวมแสงทำไมไฟถึงลุก 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือเรื่องต้นไม้ เราก็จะทำตัวเหมือนเชอร์ล็อก โฮม ให้เด็กไปสืบมาว่าโครงการนี้มีต้นไม้อะไรบ้าง อยู่ตรงไหน แล้วมาร์กจุดในแผนที่ โดย Day Camp นี้เราจะรับเด็กในช่วงอายุสี่ถึงสิบปีเท่านั้น และรับไม่เกินสิบสองคน นอกจากนี้ Day Camp โครงการของเรายังจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ เช่น ประเพณีลอยกระทง ก็มีการประกวดหนูน้อยนพมาศ และจัดกิจกรรมวันเด็กด้วย 

“อย่างที่บอกว่านี่เป็น Co-working Space ของเด็กๆ (ยิ้ม) เราเลยมีแขกตัวน้อยมาเยี่ยมเยอะมาก ไม่เฉพาะวันพิเศษเท่านั้น ในวันปกติ บางทีเด็กๆ ก็มาเดินดูห่านที่เราเลี้ยงไว้สำหรับกินหญ้า เพราะเราต้องการให้ธรรมชาติมันดูแลกันไป เรียกได้ว่าห่านดินกินหญ้าเพราะมันกินเกลี้ยงจริงๆ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือบางทีเด็กๆ ก็มาแอบดูเราเก็บไข่ไก่ จากความคิดที่เห็นพื้นที่โล่ง อยากเลี้ยงอะไรสักอย่าง เลยศึกษาหาความรู้การเลี้ยงไก่ผ่านอินเทอร์เน็ต และจากรุ่นน้องที่มีความชอบในด้านนี้ เลยนำมาสู่การเลี้ยงไก่สิบสามตัว ไปๆ มาๆ ไข่ไก่เราก็ได้รับความนิยมสูงซะงั้น (หัวเราะ) เพราะมันเป็นแม่ไก่อารมณ์ดีมาก ไข่ทุกวัน 

“นอกจาก Day Camp ที่เป็นกิจกรรมประจำฤดูกาลปิดเทอมแล้ว เราก็มีกิจกรรมประจำฤดูกาลตามธรรมชาติสำหรับเด็กๆ ด้วย อย่างช่วงของดอกโสนที่ขึ้นในแปลงข้างๆ โครงการ ซึ่งเป็นพื้นที่ของญาติเรา เราก็ขออนุญาตตีสะพานเข้าไปในทุ่งดอกโสน ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก พอเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในเขาวงกต เด็กสมัยนี้ไม่เคยเห็นต้นโสน เราก็ชวนเด็กๆ เลย ป่ะ เอากระป๋องไปเก็บดอกโสนกัน”

04

โปรเจกต์เพื่อครอบครัว

“มีพื้นที่เพิ่มไหมคะ ฉันอยากเช่า”

“มีพื้นที่สำหรับจัดตลาดนัดไหม”

“Business Model เราเป็นอย่างไร”

“ไม่น่าเชื่อว่ามิโนะบุรีเพิ่งเปิดครบหนึ่งปีได้ไม่นาน แต่ระหว่างนี้กลับมีคนมาดูงานเยอะมาก และมีคนโทรมาสอบถามตลอด เราจึงบอกไปว่าเราไม่มี Business Model เพราะเราไม่ได้คำนวณไว้ก่อนว่าเราจะคืนทุนเมื่อไหร่ ต้องได้รายรับเท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างโครงการ คือความสมดุลในโครงการเป็นศูนย์ รายรับกับรายจ่ายเป็นศูนย์ 

“เราตั้งเป้าไว้ว่า แค่โครงการมีรายได้ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เราคิดแค่ว่าสังขารเราอย่างไรก็ต้องโรยรา เราไม่ใช่คนประหยัด ไม่ใช่คนที่ชอบอยู่นิ่งๆ เลยคิดว่าต้องมีอะไรสักอย่างมารับมือตัวเองตอนเกษียณ และมิโนะบุรีก็คือสิ่งที่เราอยากทำไปเรื่อยๆ แบบนี้

“ทุกวันนี้เรามีความสุขมาก แฮปปี้ดีกับการเก็บไข่ เลี้ยงห่าน เราแค่ต้องการให้ทุกอย่างมันเลี้ยงตัวเองได้ เราถือว่าสิ่งนี้เป็นการลงทุนเพื่อชีวิตเรา เพื่อบ้านเรา เพื่อครอบครัวเรา แค่นี้จริงๆ โดยไม่ต้องมีผลกำไรเป็นตัวเงิน” ปฐมาบอกทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ติดตามรายละเอียดของมิโนะบุรี ได้ที่ Facebook : Minoburi

Writer

Avatar

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

เราเดินทางมาถึง ‘The Wall KhonKaen Family Space’ ก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย เพื่อเดินสำรวจหมู่บ้านขนาดย่อมกลางเมืองขอนแก่น มีผู้คนหลากวัยตั้งแต่เด็กจิ๋วยันผู้ใหญ่เดินกันขวักไขว่ มีร้านรวงหลายประเภท มีพื้นที่ให้นั่งหย่อนใจรับลมสบาย ๆ ก่อนสองเท้าจะเดินมาหยุดหน้าพิพิธภัณฑ์พระธรรมขันธ์โอสถ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวจากพระธรรมขันธ์โอสถ สู่ The Wall KhonKaen Family Space 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เป็นโอกาสดีที่เรานั่งสนทนากับ เอิร์ธ-วชิระ ตราชู ผู้ก่อตั้งโครงการแห่งนี้ พ่วงตำแหน่งทายาทรุ่นสี่กิจการยาแผนโบราณ ถึงการเดินทางของ The Wall พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคนในครอบครัว โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อสร้างความสุขให้ผู้มาเยือน การเดินทางของเอิร์ธครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทว่าขวากหนามก็หาใช่อุปสรรค แต่กลับเป็นบทเรียนให้เขาและสถานที่ตรงหน้าเรียนรู้และเติบโต

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เท้าความสักนิด ธุรกิจพระธรรมขันธ์โอสถเริ่มต้นในรุ่นทวดที่เดินทางพร้อมเสื่อผืนหมอนใบจากประเทศจีน จนทายาทรุ่นสอง (ปู่โบ ตราชู) ได้รับตำรายาจากพระธุดงค์ ท่านเป็นคนชอบทดลองและศึกษา จึงมุ่งเน้นศึกษาสมุนไพรจนสอบแพทย์แผนโบราณได้ สู่การตั้งห้างขายยาพระธรรมขันธ์โอสถ แรกเริ่มทำเลเดิมอยู่โกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม และย้ายกิจการมาจังหวัดขอนแก่น, สมัยก่อนคนละแวกนี้เรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า พระธรรมขันธ์ทุ่งนา ซึ่งกิจการของครอบครัวดำเนินไปด้วยดี ตีตลาดด้วยการเร่ฉายหนังขายยา เป็นที่รู้จักในหลายประเทศ จากโรงงานผลิตยาแผนโบราณ พัฒนาต่อยอดสู่โรงพิมพ์พระธรรมขันธ์ (เพื่อผลิตบรรจุภัณฑ์เอง) ที่ยังดำเนินสายพานการผลิตจวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 85 ปี 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

“ถ้า The Wall คือการเดินทาง ภาพที่พวกเราเห็นทุกวันนี้เป็นภาพที่เสร็จแล้ว แต่ว่าเรื่องราวความงามมันอยู่ระหว่างทาง เราผ่านอะไรมาเยอะครับ ส่วนหนึ่งธุรกิจยาแผนโบราณก็ดี ธุรกิจโรงพิมพ์ก็ดี ได้รับผลกระทบ ช่วงที่ถูก Disruption เยอะ ๆ ทำให้เรารู้ว่า เราจะอยู่เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว”

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่ง เอิร์ธทบทวนกับตัวเองว่าพื้นที่ที่มีจะกลายเป็นอะไรต่อ

“พ.ศ. 2558 เรามีความคิดอยากรีโนเวตพื้นที่ แต่ในความคิดก็มีความกลัว การจะก้าวผ่านอะไรสักอย่างเป็นเรื่องยากเสมอ โดยเฉพาะการที่เรามีคนรอบข้างอยู่ด้วย เราก็เลยตัดสินใจใช้วิธีถาม

“คนแรกที่เราต้องถามคือ พ่อ เพราะพ่อมีความเป็นเจ้าของ เป็นทายาท เขาเห็นการเปลี่ยนแปลงมาตลอด เราถามพ่อว่า ถ้าวันหนึ่งที่นี่ไม่เหมือนเดิม พ่อคิดเห็นยังไง สิ่งหนึ่งที่ได้ยินจากปากพ่อ พ่อบอกว่า พ่อไม่ได้ยึดติดเลยนะ พ่อเข้าใจทุกอย่าง ขออย่างเดียว ถ้าทำ แค่เดินเข้าห้องพระ จุดธูปไหว้ปู่แล้วบอกปู่ว่าจะทำ – เคลียร์ ต่อมาคนที่สองที่ต้องถามคือ แม่ คนที่สามที่ต้องถามคือ ภรรยา เราถามเขาว่า อยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นอะไร เขาบอกว่าอยากให้เป็นพื้นที่การศึกษา และ คนสุดท้ายที่ต้องถามคือ ตัวเราเอง เราถามตัวเองว่า แล้วเราจะทำพื้นที่แบบไหนกันที่มันยังให้แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตอยู่”

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

แม้เผลอเดินหลงทางในขวบปีแรกจนกิจการเจ๊ง เพราะคิดทำเหมือนคนอื่นเขาทำกัน แต่เอิร์ธก็ได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่คนสนิทให้หันกลับมาสำรวจตัวเอง ว่ามีอะไร ชอบอะไร และรักอะไร 

“พอรุ่นพี่มาแนะนำ เราก็เห้ย ทำไมตอนแรกเราต้องทำเหมือนคนอื่นด้วย เราก็เลยกลับมาที่เรื่องราวของบ้านเรานี่แหละ พอพูดเท่านี้ พ่อเอานู่น เอานี่ที่เราไม่เคยเห็นมาให้ดู ทั้งรูปโรงพิมพ์เก่า ฉลากยาเก่า แผ่นเสียงเก่า นี่แหละคือสิ่งที่เราจะต้องทำ เพราะเรารู้จักและเข้าใจมันดีที่สุด”

ในวันที่คุณพ่อเอาทุกอย่างมากางให้ดู คุณเห็นความเป็นไปได้อะไรบ้าง – เราถาม

“เห็นรากเหง้าของตัวเอง สารภาพเลยนะ เมื่อก่อนไม่เคยคิดสนใจเลยว่าประวัติตระกูลเรามาแบบไหน หลังจากนั้นเราเห็นความภูมิใจ เห็นความตั้งใจของปู่ เห็นความพยายามของพ่อ เห็นความพยายามของแม่ที่เลี้ยงลูก 3 คน ที่สำคัญ ไม่มีใครมีเหมือนบ้านเรา ใครบ้างมีพื้นที่แบบนี้ มีโรงงานยาแบบนี้ มีโรงพิมพ์แบบนี้ แถมอยู่ในทำเลดีแบบนี้ โจทย์มีแค่ว่าจะทำยังไงกับมันแค่นั้นเอง 

“แล้วอีกอย่าง เราจะเลือกเป็นตัวเองหรือจะเลือกเป็นคนอื่น” – เขาเลือกข้อแรก

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

ทำเลที่ว่าตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นพื้นที่ปิดสำหรับสายพานการผลิต ไม่เคยมีคนนอกเข้ามายลโฉม เมื่อคนในย่านทราบข่าวการปรับพื้นที่เก่าแก่ทำเลทอง พรรคพวกมากมายขอเช่าพื้นที่ แน่นอนว่าหนีไม่พ้นธุรกิจกิน ดื่ม เที่ยว – แต่นั่นเป็นความคิดของคนอื่น และเอิร์ธตัดสินใจแล้วว่าเขาเชื่อคนข้างกาย

ตอนเริ่มต้นรีโนเวตเอิร์ธรับหน้าที่สถาปนึก พื้นที่ในโครงการก่อร่างจากไม้เก่าที่เคยมี ชวนศิลปินท้องถิ่นมาเพนต์กำแผงด้วยเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่ เขาได้แรงบันดาลใจจากสตรีทอาร์ตปีนัง

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

เขาออกแบบให้ The Wall KhonKaen Family Space เป็นหมู่บ้าน เพราะเขาเคยประทับใจตอนเดินทางท่องเที่ยวในหมู่บ้านแถบเนปาลที่สัมผัสความเป็นท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ภายในโครงการมีบ้านขนาดย่อมหลายหลัง จัดวางตามความตั้งใจของเอิร์ธ แซมด้วยสวนสารพัดพันธุ์ไม้ฝีมือพ่อกับลูกชาย และเขาตั้งเป้าหมายให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคนจริง ๆ พร้อมกลับไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม 

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น

การชักชวนร้านรวงที่เข้ามาอยู่ภายในพื้นที่ก็เลือกจากคนที่มีความเชื่อเหมือนกัน หมายรวมถึงแรงบันดาลใจและการดำเนินชีวิตด้วย นอกจากร้านค้า โรงเรียนสอนศิลปะ ที่นี่ยังมีมุมจัดแสดงภาพถ่ายและเรื่องราวของโรงพิมพ์พระธรรมขันธ์และธรรมขันธ์โอสถ ตลอดจนแกลเลอรีขนาดกะทัดรัด

The Wall Khonkaen : เปลี่ยนโรงงานยาแผนโบราณเก่าแก่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางขอนแก่น
การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น

“เราอยากมีสักพื้นที่หนึ่งที่เรามีความสุขกับมัน นั่นคือแกลเลอรี การทำแกลเลอรีทำให้เรามีโอกาสกลับไปหาเพื่อน ๆ กลุ่มช่างภาพที่รู้จักกันมาเป็นสิบ ๆ ปี ซึ่งเราคิดว่ามันเป็นพื้นที่ที่ดีนะ เป็นพื้นที่หาคอนเนกชัน เป็นพื้นที่ให้ศิลปินในขอนแก่น เป็นพื้นที่ให้เพื่อน ๆ มาทดลองทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน”

การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น
การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น

การเกิดขึ้นของหมู่บ้านเดอะวอลล์ทำให้ย่านรื่นรมย์กลับมาคึกคัก พื้นที่สร้างสรรค์ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมสัมพันธ์คนทุกวัย และเป็นพื้นที่ที่สมาชิกในครอบครัวมาใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน

“การมีพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีนะ แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่เคารพซึ่งกันและกัน แบ่งปันซึ่งกันและกัน และต้องไม่เอาเปรียบกัน เพราะเรามองว่านี่คือหลักการของการอยู่ร่วมกัน

“เราอยากให้คนมาพื้นที่ของเราได้รับความสุขกลับไป เราชอบหนังสืออยู่เล่มหนึ่ง ชื่อว่า คนนอก ของ อัลแบรต์ กามูส์ เป็นหนังสือที่สั่นสะเทือนความรู้สึกเรามาก เขาพูดถึงกฎแห่งความสุข 4 ข้อ หนึ่ง อยู่ในที่ที่อากาศปลอดโปร่ง สอง ละจากความทะยานอยาก สาม ทำงานสร้างสรรค์ และ สี่ รักใครสักคน – เราคิดว่าคนที่มาเขาต้องโดนสักข้อในกฎของอัลแบรต์ กามูส์” เจ้าบ้านหัวเราะน้อย ๆ

การเดินทางครั้งนี้ของคุณและเดอะวอลล์ ตอบโจทย์ 4 ข้อของอัลแบรต์ กามูส์หรือยัง

“เราว่าเราทำข้อสอบถูกทุกข้อนะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงมีสุข

“แน่นอนว่าระหว่างทางมันมืด มันตัน และมักมีเข็มทิศของคนอื่นมายัดใส่มือเราเสมอ แต่เราดันเชื่อเข็มทิศของตัวเอง เข็มทิศที่ว่าคือแรงบันดาลใจ คือความเชื่อ คือสัญชาตญาณ”

และเข็มทิศนั้นยังคงพาสถานที่ใจกลางเมืองขอนแก่นแห่งนี้ดำเนินต่อไปโดยไม่หลงทาง 

การเดินทางของ The Wall KhonKaen Family Space พื้นที่สร้างสรรค์ที่รีโนเวตจากโรงงานผลิตยาแผนโบราณและโรงพิมพ์ จ.ขอนแก่น
The Wall KhonKaen Family Space
  • 95 12 ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น (แผนที่)
  • เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 23.00 น. 
  • 08 9710 8382
  • The Wall KhonKaen Family Space

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load