ว่ากันว่าเมืองที่ดีในมุมมองของ ชาร์ล มอนต์โกเมอรี่ (Charles Montgomery) ผู้เชี่ยวชาญด้านผังเมืองและผู้เขียนหนังสือ Happy City คือเมืองที่ช่วยสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างมนุษย์แบบไม่มีที่สิ้นสุด มีพื้นที่สาธารณะเป็นส่วนกลาง สามารถใช้งานร่วมกัน เช่นเดียวกับแนวคิดของ ปฐมา หรุ่นรักวิทย์ สถาปนิกชุมชนผู้ก่อตั้ง CASE Studio ผู้ทำงานกับชุมชนมาแล้วมากมายทั่วประเทศไทย 

ปฐมาทำงานกับชุมชน เธอจึงรู้ดีว่าชุมชนที่แข็งแรง มีรากฐานมาจากความสัมพันธ์อันดีของผู้คน และ ‘พื้นที่’ ก็คือตัวแปรทางกายภาพที่จะช่วยเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์อันแข็งแรงให้ชุมชนนั้นๆ 

บนที่ดินมรดกย่านมีนบุรี ที่ตั้งของบ้านครอบครัวหรุ่นรักวิทย์ ปฐมาตั้งใจสร้างคอมมูนิตี้เซ็นเตอร์เล็กๆ ชื่อ ‘มิโนะบุรี’ (Minoburi) ขึ้น เพื่อเป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่กิจกรรม และ Co-learning Space ของเด็กๆ และผู้คนในย่าน เพื่อเป็นทางเลือกให้คนได้ใช้ชีวิตนอกห้างสรรพสินค้าบ้าง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ความเจ๋งของมิโนะบุรีอยู่ที่การสร้างจากวัสดุรีไซเคิลเกือบทั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล่อง เสาระแนงสุขภัณฑ์ต่างๆ ไปจนถึงประตู รวมถึงแนวคิดธุรกิจแบบเป็นศูนย์ คือรายรับและรายจ่ายของโครงการสมดุลเป็นศูนย์ ไม่ต้องมีกำไรมากมาย แค่พอให้โครงการดำเนินอยู่ได้อย่างยั่งยืนก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ ที่มิโนะบุรียังมีสวนเกษตรปลอดสารพิษ แต่ละวันปฐมาเก็บผลผลิตสดใหม่มาแบ่งขาย บางส่วนนำไปปรุงเป็นกับข้าวแสนอร่อย ขายในราคาย่อมเยาให้ชาวมินบุเรี่ยนได้มาจับจ่ายและร่วมสุขภาพดีไปด้วยกัน

ถ้าพร้อมแล้ว ตามเราไปเยี่ยมมิโนะบุรีกันเลย

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

01

มิโนะบุรี = มีนบุรี 

“มิโนะ เป็นชื่อเมืองที่อยู่ทางเหนือของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น มีที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองคล้ายมีนบุรี”

ปฐมากล่าวถึงที่มาของชื่อ ‘มิโนะบุรี’ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความสนิทสนมในแวดวงการออกแบบ ระหว่างเธอกับสถาปนิกสาวแดนอาทิตย์อุทัยที่เคยร่วมงานกันในวันวาน 

สายสัมพันธ์ระหว่างสาวแดนปลาดิบกับสาวแดนปลาตะเพียนย่านมีนบุรี ส่งผลให้ทั้งสองต้องเดินทางไปมาหาสู่ เพื่อพบปะกันอยู่เสมอ

มิโนะเป็นชุมชนตัวอย่าง มีพื้นที่จัดกิจกรรมสำหรับคนทุกวัย สอดคล้องกับแนวคิดของปฐมาที่ต้องการสร้างพื้นที่กิจกรรมให้กับทุกคนในชุมชน โครงการชื่อญี่ปุ่นแห่งนี้จึงเกิดขึ้น

คอมมูนิตี้ชุมชนย่านมีนบุรีมีแนวคิดริเริ่มจากการย้ายบ้านหรุ่นรักวิทย์ ของปฐมา เธอต้องการกำจัดเศษวัสดุต่างๆ ทั้งโครงเหล็ก เศษเหล็ก โครงหลังคาที่กินพื้นที่ถึง 2 ไร่ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ด้วยความเป็นสาวเมืองปลามาตั้งแต่กำเนิด ปฐมามองเห็นช่องว่างของการเชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างผู้คน เพราะเขตมีนบุรีรายล้อมไปด้วยสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตร แต่กลับขาดพื้นที่สาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ โครงการมิโนะบุรีจึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับคนที่ไม่อยากไปห้างสรรพสินค้า

“พื้นที่ของโครงการมิโนะบุรีอยู่ติดบ้านเรา การย้ายโครงสร้างบ้านหลังเก่ามาทำเป็นโครงการจึงง่ายขึ้น

ปกติเราเป็นคนที่ทำงานอยู่บ้านตลอด พอย้ายบ้านก็เหมือนต้องย้ายออฟฟิศมาด้วย เราจึงนำสิ่งของเหล่านี้มาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ออฟฟิศของเรามีประมาณยี่สิบกว่าห้อง พอรื้อออกมาก็เจอปัญหาโครงเหล็ก โครงหลังคาเหลือใช้เยอะมาก เราเลยนำสิ่งเหล่านี้มากระจายดูว่ามันนำไปทำอะไรได้บ้าง สุดท้ายจึงนำมาประกอบเป็นโครงการแห่งใหม่ ทั้งเหล็กกล่อง เสาระแนง เสา หรือสุขภัณฑ์อ่างล้างหน้า ประตู ก็คือของที่นำมารีไซเคิลใหม่ทั้งหมด

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“ของชิ้นเล็กชิ้นน้อยประกอบกันเป็นโครงการใหม่ ทำให้โครงการมีลักษณะคล้ายโกดังขนาดเล็ก รูปแบบง่ายๆ แต่ละโกดังมีหน้าที่แตกต่างกันไป เช่น ร้านอาหาร สถานที่จัดนิทรรศการ มินิมิโนะ พอมารวมกันหลายๆ โกดัง จึงให้อารมณ์เหมือนหมู่บ้านเล็กๆ ไปโดยปริยาย 

“นอกจากนี้ในโครงการมีท่าน้ำที่เราไม่ได้ตั้งใจทำอยู่ด้วย เพราะโครงการตั้งอยู่ลึกเข้ามาในซอย การทำระบบระบายน้ำเชื่อมกับสาธารณะมีราคาแพงมาก เราเลยสร้างบ่อเก็บน้ำทิ้งขึ้นมาแทน น้ำในบ่อนี้นำไปใช้งานอย่างอื่นได้อีกไม่รู้จบ ทั้งรดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาด ไปจนถึงสร้างท้องร่อง ถือเป็นไอเดียจากข้อจำกัดในการจัดการน้ำ” ปฐมาเล่ายิ้มๆ

02

หมู่บ้านมิโนะบุรี 

หมู่บ้านมิโนะบุรี ตั้งอยู่เขตมีนบุรีทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ภายในหมู่บ้านประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ ส่วนกิจกรรมกลางแจ้งและส่วนกิจกรรมในที่ร่ม 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

สำหรับพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง ประกอบไปด้วยลานเล่นสนุกกลางแจ้ง มีของเล่นสำหรับเด็กตั้งอยู่ในสนามหญ้าหน้าโครงการ พร้อมติดตั้งเครื่องไล่ยุง พื้นที่นี้เปิดให้ใช้บริการฟรี ส่วนถัดมาคือบริเวณแปลงผักที่เปิดให้เช่าแปลงใหญ่ราคา 1,000 บาท และแปลงเล็กอยู่ที่ 800 บาท 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เมื่อก่อนบ้านเราอยู่อีกฝั่ง ข้างบ้านจะมีสนามบาสเล็กๆ ของเขตฯ ตอนกลางคืนไม่มีไฟ เด็กๆ ก็ขอต่อไฟจากบ้านเรา แต่ตอนหลังเขตฯ ทุบสนามบาสทิ้ง และเราก็ย้ายมาทำโครงการพอดี เด็กๆ ก็ไม่มีพื้นที่เล่นบาส

“ปรากฏว่าพอเราทำโครงการได้สักพัก เด็กๆ เหล่านั้นก็โทรมาถามว่า ‘พี่ พี่สร้างสนามบาสให้พวกผมเล่นหน่อยได้ไหม’ เราเลยสร้างสนามบาสให้ ซึ่งก็งงอยู่ทุกวันนี้ว่าเราสร้างทำไม (หัวเราะ) พอสร้างเสร็จปรากฏว่าทุกเย็น เด็กๆ ก็มาเล่นบาสกันตลอด กลายเป็นพื้นที่รวมตัวเด็กๆ ย่านนี้ เราเลยรวมส่วนนี้ให้เป็นลานกิจกรรมกลางแจ้งด้วย” ปฐมาอธิบาย 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ในส่วนของกิจกรรมในร่ม ภายในโครงการประกอบด้วยร้านอาหาร 2 ร้าน ร้านแรกเป็นร้านอาหารไทยชื่อ ‘ละมุนลิ้น’ ส่วนอีกร้านเป็นร้านสเต็ก ‘Steakshift &Jib Bar’ โดย ภิรักษ์ อนุรักษ์เยาวชน ช่างภาพสถาปัตยกรรมเบอร์ต้นๆ ของวงการ ที่เปิดเตาย่างให้ชิมรสชาติเฉพาะวันเสาร์-วันอาทิตย์เท่านั้น 

และในโครงการยังมีสถานที่จัดกิจกรรม สำหรับจัดนิทรรศการ เวิร์กช็อป และมินิมิโนะ หมู่บ้านจิ๋วจำลองสำหรับเด็กๆ

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“เราอยากให้ มินิมิโนะ เป็น Co-Learning Space สำหรับเด็ก เลยออกแบบบรรยากาศทุกอย่างเหมาะกับเด็กๆ โดย มีบ้านเล็กๆ สองสามหลัง แต่ละหลังมีของเล่นอย่างละนิดอย่างละหน่อย 

“อย่างเช่นหลังแรกก็จะเป็นชุดครัว หลังที่สองชุดหมอ ส่วนหลังนี้ชุดขายของ และอีกหลังก็จะมีแค่หมอนเท่านั้น เรามีสีช็อกให้เด็กขีดเขียนพื้น ผนังได้ตามใจ อยากวาด อยากเขียนอะไรก็เขียน (หัวเราะ) เพื่อกระตุ้นต่อมจินตนาการให้เด็กได้ปะติดปะต่อเรื่องราวการเล่นด้วยตัวเขาเอง

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“นอกจากนี้ยังมีเรามีบอร์ดเกมสำหรับเด็ก มีหนังสือให้เขาอ่าน มีพื้นที่ให้เขาได้วิ่งเล่น ตั้งแต่เปิดโครงการและมีเด็กๆ มาใช้บริการ เราสังเกตได้เลยว่าเด็กที่มาที่นี่ไม่มีใครแตะมือถือเลย”

ปฐมาบอกว่าที่โครงการมีการทำความสะอาดด้วยเดตตอลทุกวัน และมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือวางไว้ตามจุดต่างๆ มาตั้งแต่เปิดโครงการแล้ว เพื่อความสะอาดและปลอดภัย

03

มินิมิโนะ 

นอกจากมิโนะบุรีเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัวแล้ว คอมมูนิตี้ขนาดย่อมแห่งนี้ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้นอกห้องเรียน ‘มินิมิโนะ Day Camp’ จึงเกิดขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์เล่นเพื่อรู้แก่เด็กที่มีความสนใจ แคมป์นี้ออกแบบโดย ครูอุ้ย-ปิติมา หรุ่นรักวิทย์ 

“ปกติทุกปิดเทอม เราจะจัด Day camp พูดง่ายๆ ก็เหมือนฝากลูกตอนปิดเทอม แต่แทนที่เด็กจะมาเพื่อเล่นเฉยๆ เราจะทำหลักสูตรระยะสั้นระยะเวลาหนึ่งถึงสองอาทิตย์ และสร้างทีมในแต่ละวัน ยกตัวอย่างทีมห้าวัน ประกอบไปด้วย วันต้นไม้ วันแสงแดด วันสร้างบ้าน วันทำขนม วันเรียนรู้เรื่องลม ในแต่ละวันก็จะมาคุยในเรื่องนั้นเช่น เรื่องแสงแดด เราก็จะคุยเรื่องแดดในแง่มุมต่างๆ ทั้งในเชิงวิทยาศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึก แสงแดดจับต้องได้ไหม มันร้อนแล้วให้พลังงานหรือเปล่า พลังงานอะไร แล้วมีประโยชน์ต่อพืช ต่อสัตว์ไหม เอาแว่นขยายไปรวมแสงทำไมไฟถึงลุก 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือเรื่องต้นไม้ เราก็จะทำตัวเหมือนเชอร์ล็อก โฮม ให้เด็กไปสืบมาว่าโครงการนี้มีต้นไม้อะไรบ้าง อยู่ตรงไหน แล้วมาร์กจุดในแผนที่ โดย Day Camp นี้เราจะรับเด็กในช่วงอายุสี่ถึงสิบปีเท่านั้น และรับไม่เกินสิบสองคน นอกจากนี้ Day Camp โครงการของเรายังจัดกิจกรรมในวันสำคัญต่างๆ เช่น ประเพณีลอยกระทง ก็มีการประกวดหนูน้อยนพมาศ และจัดกิจกรรมวันเด็กด้วย 

“อย่างที่บอกว่านี่เป็น Co-working Space ของเด็กๆ (ยิ้ม) เราเลยมีแขกตัวน้อยมาเยี่ยมเยอะมาก ไม่เฉพาะวันพิเศษเท่านั้น ในวันปกติ บางทีเด็กๆ ก็มาเดินดูห่านที่เราเลี้ยงไว้สำหรับกินหญ้า เพราะเราต้องการให้ธรรมชาติมันดูแลกันไป เรียกได้ว่าห่านดินกินหญ้าเพราะมันกินเกลี้ยงจริงๆ 

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี
มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

“หรือบางทีเด็กๆ ก็มาแอบดูเราเก็บไข่ไก่ จากความคิดที่เห็นพื้นที่โล่ง อยากเลี้ยงอะไรสักอย่าง เลยศึกษาหาความรู้การเลี้ยงไก่ผ่านอินเทอร์เน็ต และจากรุ่นน้องที่มีความชอบในด้านนี้ เลยนำมาสู่การเลี้ยงไก่สิบสามตัว ไปๆ มาๆ ไข่ไก่เราก็ได้รับความนิยมสูงซะงั้น (หัวเราะ) เพราะมันเป็นแม่ไก่อารมณ์ดีมาก ไข่ทุกวัน 

“นอกจาก Day Camp ที่เป็นกิจกรรมประจำฤดูกาลปิดเทอมแล้ว เราก็มีกิจกรรมประจำฤดูกาลตามธรรมชาติสำหรับเด็กๆ ด้วย อย่างช่วงของดอกโสนที่ขึ้นในแปลงข้างๆ โครงการ ซึ่งเป็นพื้นที่ของญาติเรา เราก็ขออนุญาตตีสะพานเข้าไปในทุ่งดอกโสน ปรากฏว่าเด็กๆ ชอบมาก พอเข้าไปแล้วเหมือนอยู่ในเขาวงกต เด็กสมัยนี้ไม่เคยเห็นต้นโสน เราก็ชวนเด็กๆ เลย ป่ะ เอากระป๋องไปเก็บดอกโสนกัน”

04

โปรเจกต์เพื่อครอบครัว

“มีพื้นที่เพิ่มไหมคะ ฉันอยากเช่า”

“มีพื้นที่สำหรับจัดตลาดนัดไหม”

“Business Model เราเป็นอย่างไร”

“ไม่น่าเชื่อว่ามิโนะบุรีเพิ่งเปิดครบหนึ่งปีได้ไม่นาน แต่ระหว่างนี้กลับมีคนมาดูงานเยอะมาก และมีคนโทรมาสอบถามตลอด เราจึงบอกไปว่าเราไม่มี Business Model เพราะเราไม่ได้คำนวณไว้ก่อนว่าเราจะคืนทุนเมื่อไหร่ ต้องได้รายรับเท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างโครงการ คือความสมดุลในโครงการเป็นศูนย์ รายรับกับรายจ่ายเป็นศูนย์ 

“เราตั้งเป้าไว้ว่า แค่โครงการมีรายได้ที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน แค่นี้เราก็พอใจแล้ว เราคิดแค่ว่าสังขารเราอย่างไรก็ต้องโรยรา เราไม่ใช่คนประหยัด ไม่ใช่คนที่ชอบอยู่นิ่งๆ เลยคิดว่าต้องมีอะไรสักอย่างมารับมือตัวเองตอนเกษียณ และมิโนะบุรีก็คือสิ่งที่เราอยากทำไปเรื่อยๆ แบบนี้

“ทุกวันนี้เรามีความสุขมาก แฮปปี้ดีกับการเก็บไข่ เลี้ยงห่าน เราแค่ต้องการให้ทุกอย่างมันเลี้ยงตัวเองได้ เราถือว่าสิ่งนี้เป็นการลงทุนเพื่อชีวิตเรา เพื่อบ้านเรา เพื่อครอบครัวเรา แค่นี้จริงๆ โดยไม่ต้องมีผลกำไรเป็นตัวเงิน” ปฐมาบอกทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม

มิโนะบุรี Minoburi พื้นที่ทางเลือกสร้างจากวัสดุรีไซเคิล ที่เป็นทุกอย่างตั้งแต่สวนไปจนถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชาวมีนบุรี

ติดตามรายละเอียดของมิโนะบุรี ได้ที่ Facebook : Minoburi

Writer

Avatar

พาฝัน หน่อแก้ว

เด็กวารสารศาสตร์ ผู้ใช้ชีวิตไปกับการเดินทางตามจังหวะเสียงเพลงโฟล์คซองและ R&B จุดอ่อนแพ้ทางของเซลล์ทุกชนิด

Photographer

Avatar

ณัฐสุชา เลิศวัฒนนนท์

เรียนวารสาร เที่ยวไปถ่ายรูปไปคืองานอดิเรก และหลงใหลช่วงเวลา Magic Hour ของทุกๆวัน

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

21 มิถุนายน 2562
20 K

The Cloud X การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

หัตถกรรมจักสานนับเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของประเทศไทย จากเครื่องจักสานสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนนี้วัสดุสานทอได้รับการดัดแปลงอย่างโก้เก๋ร่วมสมัย พืชหลายชนิดสร้างรายได้ให้หลายชุมชนอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น กก กระจูด ปอกระเจา และเตยปาหนัน พืชตระกูลปาล์มกอใหญ่ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติพบมากในภาคใต้ ไม่ว่าจะริมหาด ชายทะเลหรือป่าโกงกาง

เราไปจังหวัดตรังเพื่อเรียนรู้กระบวนการจักสานเตยปาหนันตั้งแต่กระบวนการแรกถึงกระบวนการสุดท้าย และสนทนากับ จันทร์เพ็ญ ปูเงิน ทายาทรุ่น 4 ของครอบครัวจักสานเตยปาหนัน ควบตำแหน่งประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรดุหุนสามัคคี ที่มีสมาชิกเป็นกลุ่มผู้หญิงมุสลิมมากถึง 40 คน

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

จักสานเตยปาหนันไม่เพียงเป็นการรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเท่านั้น แต่ยังเป็นการบอกเล่าวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวมุสลิมในชุมชนบ้านดุหุน ตลอดจนการส่งต่อความรักจากหัวใจถึงสองมืออย่างแท้จริง

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

ตั้งแต่เกิดจนตาย

“เกิดมาเราก็เห็นครอบครัวสานเสื่ออยู่แล้ว”

จันทร์เพ็ญ ทายาทรุ่น 4 ของครอบครัวจักสานเตยปาหนัน อาสาย้อนความสมัยเป็นเด็กหญิงให้เราฟัง เธอบอกว่าสมัยก่อนพื้นบ้านเป็นไม้ไผ่วางเรียงกัน จำเป็นต้องใช้เสื่อปูนอน โดยเสื่อเตยปาหนันยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของชาวมุสลิมในชุมชนบ้านดุหุนด้วย บางครั้งนำไปรองนั่งเวลาละหมาด ถ้าเสื่อทอลายสวยจะเอาไปให้บ่าวสาวปูเพื่อรับนิกะห์หรือรับขันหมากในพิธีของศาสนาอิสลาม ส่วนทางพิธีกรรมจะใช้เสื่อเตยปาหนันในการรองศพก่อนนำไปฝัง

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

“สมัยก่อนคนจะสานเสื่อเตยปาหนันของตัวเองเก็บไว้เสียด้วยซ้ำสำหรับวันที่เขาไม่อยู่แล้ว บางคนกลัวลูกหลานจะเอาอย่างอื่นมารองให้ เขาต้องการเสื่อเตยปาหนันเท่านั้นเหมือนบรรพบุรุษที่เขาเคยเห็น เราเองก็สานไว้บริจาคด้วยบางส่วน เพื่อจะได้ไม่ขลุกขลักเวลามีคนในชุมชนเสียชีวิต เพราะศาสนาอิสลามใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมงในการทำพิธีศพ”

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

สานรัก สานเศรษฐกิจ

ย้อนไปยุคคุณปู่คุณย่าของจันทร์เพ็ญ มักสานเตยปาหนันไว้ใช้ในครัวเรือน อาทิ สานเสื่อ สำหรับรองนอนหรือใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม สานเฌอ สำหรับใส่ข้าวเปลือก และสานขมุกยา สำหรับใส่ยาเส้น ใบจาก และเศษสตางค์

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

“การสานเตยปาหนันเป็นการเชื่อมโยงวัฒนธรรมและส่งต่อความรัก อย่างขมุกยา เอาไว้ใส่ยาเส้นหรือใบจาก จะหาซื้อเองไม่ได้เพราะเป็นสิ่งที่คนสานทำให้กับคนในครอบครัวหรือคนรักด้วยความเสน่หาและความปรารถนาดี การรักษาภูมิปัญญาของบรรพชน นอกจากจะเป็นการส่งต่อความรัก ยังเป็นการส่งเสริมรายได้ให้กับผู้หญิงในชุมชนด้วย”

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

ประธานสาวเสริมต่อว่า สมัยคุณแม่ของเธอมีการค้าขายเตยปาหนันจากพ่อค้าชาวอินโดนีเซีย ล่องเรือมาเทียบท่าในทะเลอ่าวสิเกา แล้วขึ้นฝั่งเอาผ้าปาเต๊ะมาแลกกับขมุกยาของชาวบ้านบ้านดุหุน ส่วนพ่อค้าหัวดีเอาขมุกยาไปขายยังประเทศอินโดนีเซีย แลกเปลี่ยนกันอยู่ระยะหนึ่งจนปัจจุบันพ่อค้าแขกไม่ได้มาทำการค้ากับชาวบ้านดุหุนแล้ว

แต่หน่วยงานราชการตาดีเล็งเห็นว่าพืชท้องถิ่นก็สร้างรายได้ให้ชุมชน จึงสนับสนุนการรวมกลุ่มกันเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์จากของใช้ในครัวเรือน เขยิบมาเป็นกระเป๋าสตรีใบสวยและของฝากสุดน่ารักตามสมัยนิยม

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

“เราพยายามพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับมูลค่าให้เข้ากับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เราอยากให้เขามาสัมผัสว่าเส้นใยของเตยปาหนันสามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้นอกจากสานเสื่อเพียงอย่างเดียว ให้เขาใช้แล้วรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์ของเราทำให้บุคลิกเขาดูดีขึ้น อย่างน้อยก็เป็นการช่วยลดการใช้วัสดุที่ทำลายสิ่งแวดล้อม”

ทีละเส้น ทีละเส้น

จันทร์เพ็ญเล่าพลางพาเราเดินไปดูต้นเตยปาหนันบริเวณใกล้ชุมชน ลำต้นสูงเป็นกอ ใบเรียวยาวสีเขียว พกหนามริมใบมาด้วย 3 ด้าน ด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลังตรงกลาง ความพิเศษของเตยปาหนัน บริเวณรากจะมีเดือย เป็นประโยชน์หากขึ้นริมชายหาดเพราะเดือยจอมแข็งแกร่งช่วยลดการกัดเซาะของน้ำทะเลได้บางส่วน

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

“การทำเตยปาหนันยากที่สุดคือการเตรียมเส้นใย” เธอบอก

กว่าจะเอาเส้นใยจากใบพร้อมหนามออกมาได้ต้องลิดหนามออกแล้วนำไปลนไฟจนใบนิ่ม จากนั้นใช้เล็บแมวหรือยาหาดมาดึงเส้นใบเพื่อให้ความกว้างของเส้นมีขนาดเท่ากัน แช่น้ำหมักไว้สัก 2 คืน ก่อนจะเอามาตากแห้งจนได้เส้นเตยปาหนันสีขาวคล้ายงาช้าง เอามารีดให้เรียบเพราะใบพืชเมื่อแห้งสนิทจะห่อตัว จากนั้นนำไปสานตามลวดลายได้ทันที

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

หากจะย้อมสี ต้องย้อมร้อนจนสีติดทั่วกันแล้วไปตากจนแห้งสนิท ถึงจะนำไปสานเป็นสารพัดของกุ๊กกิ๊กได้ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านเกษตรดุหุนสามัคคีคือการย้อมสีแบบมัดย้อม เท่และแปลกตาจนอยากจับจอง! แอบกระซิบเลยว่าถ้านักออกแบบสนใจร่วมงาน พวกเธอยินดีอย่างมากและพร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สวยจนต้องสะดุด

ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท
ดุหุนสามัคคี : 40 แม่บ้านมุสลิม จากตรังที่สร้างรายได้จาก เตยปาหนัน ราคา 0 บาท

มรดกชาวดุหุน

“ปัจจุบันเราส่งต่อภูมิปัญญาให้กับเด็กในชุมชนได้เรียนรู้ด้วย ถ้าเป็นเด็กละแวกบ้านเราให้เขามาช่วยงาน พยายามทำให้เขาเห็นว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่บอกเล่าความเป็นบ้านดุหุนของพวกเขา ช่วยกันหวงแหนสิ่งที่แม่ของพวกเขาทำ

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

“การทำงานของเราเป็นการส่งต่อความรักจากบรรพบุรุษ เหมือนเป็นมรดกล้ำค่าตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น เราพยายามรักษาให้ได้มากที่สุดเพื่อให้คนภายนอกที่เขาไม่เคยรู้จักเตยปาหนันได้รู้จัก ได้ทดลองใช้ แล้วเขาจะเห็นคุณค่าของพืชมีหนาม ว่าความจริงมันก็มีความสวยงามซ่อนอยู่และคนทำก็ทำด้วยความรักจากใจจริง”

การรวมกันของหญิงวัยกระเตาะจนถึงคุณย่ายังสาววัย 80 ในชุนชมบ้านดุหุนพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังหญิงมีอยู่จริง!

ดุหุนสามัคคี : แม่บ้านมุสลิม 40 คนจากตรังที่สร้างรายได้จากพืชมีหนามราคา 0 บาท

กลุ่มแม่บ้านเกษตรดุหุนสามัคคี

ที่อยู่ 90/2 หมู่ 3 ตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง 92150

ติดต่อ 081 777 5557 (หากสนใจทำกิจกรรมเวิร์กช็อปกรุณาติดต่อล่วงหน้า)

Facebook : PANAE CRAFT

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load