เราลองเสิร์ชหาเล่น ๆ ว่า ห้องครัวโดยทั่วไปควรมีขนาดเท่าไหร่ 

เว็บไซต์หัวนอกระบุไว้ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ 80-360 ตารางฟุต หรือประมาณ 7-33 ตารางเมตร นั่นแปลว่า ไม่มีขนาดมาตรฐานที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ความสะดวก และความชอบ

มิน่า พลอยดาว ธีระเวช ผู้กำกับประจำกองบรรณาธิการ The Cloud และเจ้าของอินสตาแกรม minithaicooking จึงสะสมความสุขไว้มหาศาลบนพื้นที่ไม่ถึง 100 ตารางเซนติเมตร และจริง ๆ พื้นที่ความสุขของเธอเล็กกว่านั้นมาก มากถึงขั้นที่ความกว้างยาวต้องใช้หน่วยวัดเป็นมิลลิเมตรเลยทีเดียว

เธอเขียนประวัติเอาไว้ในเว็บไซต์ The Cloud ว่า ตัวเองเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพอาหาร ชอบดูคนทำอาหาร ชอบซื้ออาหารแล้วบังคับให้คนอื่นทาน ชอบทำอาหารทั้งขนาดปกติและขนาดจิ๋ว ชอบชาเขียวและชอบเที่ยวตลาดอาหาร

ทุกอย่างมีแต่เรื่อง ‘กิน’ ของสะสมขนาดจิ๋วที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่ประถม จนตอนนี้มีมากกว่า 2,000 ชิ้น จึงมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเครื่องครัวที่ปาเข้าไปครึ่ง ๆ ของหมวดอื่น

ครั้งนี้ พลอยดาวยกครัวมาเปิดถึงที่ เปลี่ยนโต๊ะออฟฟิศเป็นบ้าน เปลี่ยนเพื่อนร่วมงานเป็นลูกค้าที่มารอทานเกี๊ยวซ่าจิ๋ว ไม่อิ่มท้อง แต่อิ่มใจ พลางฟังเรื่องราวน่ารักของสาวอินโทรเวิร์ตที่ยินดีสนุกอยู่คนเดียว

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

เมื่อ 3-4 ปีก่อน พลอยดาวประเดิมการทำอาหารจิ๋วจานแรกด้วยเมนูบัวลอย ซึ่งเป็นหนึ่งในวิดีโอโปรเจกต์ Mini Thai Cooking ที่ทำให้กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย – Amazing Thailand ต่อมาครัวไทยของเธอก็ขยายใหญ่ขึ้นตามมาด้วยเมนูฉู่ฉี่ แกงมัสมั่น ส้มตำ ผัดไทย ข้าวเกรียบปากหม้อ ลูกชิ้นทอด ข้าวคลุกกะปิ และข้าวเหนียวมะม่วง

เธอตั้งกล้องถ่ายวิดีโอทุกขั้นตอน ทำเครื่องแกงเองอย่างตั้งใจ ทุกอย่างถูกใส่อยู่ในภาชนะเครื่องปั้นดินเผาสไตล์ไทย หั่นด้วยมีดด้ามเล็ก กวนด้วยทัพพีอันน้อย และทำให้สุกด้วยเตาถ่านที่ใหญ่ไม่ถึง ¼ ของฝ่ามือ พลอยดาวถึงกับออกปากว่าเหนื่อยมาก ต้องรีบจุดรีบทำ เพราะถ่านขนาดเล็กจึงดับเร็วกว่าปกติ

เราเองก็อยากมีสมาธิจดจ่อกับของชิ้นเท่าเล็บได้นับชั่วโมงอย่างนั้นบ้าง แต่เห็นได้ชัดว่าคงจะหงุดหงิดตัวเองจนล้มเลิกความตั้งใจไป

พลอยดาวบอกว่าเธอไม่เป็นอย่างนั้น ยิ่งได้จดจ่อกับของที่เล็กเท่าไหร่ ยิ่งมีความสุขและรู้สึกสงบมากกว่าเดิม ซึ่งนิสัยนี้ติดตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก

“ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียว ญาติก็เป็นผู้ชายหมด พี่เลยโตมากับการปั้นดินน้ำมันเป็นอาหารกับแม่ จัดห้องครัวแล้วเรียกแม่มาดู เริ่มตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ ตอนนี้ผ่านมา 30 กว่าปีแล้ว (หัวเราะ) 

“เครื่องครัวที่มากับบาร์บี้เราก็เล่น แต่ตอนนี้ถือว่าใหญ่ไปแล้ว เราชอบของจิ๋วมากจนแม่ยอมซื้อภาชนะเซรามิกชุดแรกให้ตอนประถม เป็นงานคนไทย เพนต์ด้วยมือ เราก็ยินดีจะเล่นคนเดียว เพราะเป็นเด็กอินโทรเวิร์ต แม่เลยเปลี่ยนตู้หนังสือช่องหนึ่งให้เป็นห้องนั่งเล่นและห้องครัว ให้เราเอาตู้เย็น เตา อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปยัดเอาไว้” 

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ช้อนที่พลอยดาวบอกว่า เล็กสะใจที่สุด
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ภาชนะชุดแรกที่คุณแม่ซื้อให้
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ของสะสมคอลเลกชันจากฝรั่งเศส

แม้จะมีกิจกรรมอื่นให้เล่นกับเพื่อนและญาติ แต่เด็กหญิงพลอยดาวก็ยังชื่นชอบทุกอย่างที่มีขนาดเล็ก (ก.ไก่ล้านตัว) เป็นชีวิตจิตใจ ถึงขั้นเอาความชอบไปปรับใช้กับการเขียนลายมือให้เล็กที่สุดจนถูกครูดุ

อีกเรื่องที่ไม่แน่ใจว่าเกี่ยวข้องกันมากน้อยเพียงใด แต่เธอเล่าให้ฟังว่าตนเองมีอาการ Megalophobia คือรู้สึกอึดอัด มือสั่น หรือมีอาการวูบบางครั้งเวลาต้องอยู่ท่ามกลางอาคารหรือสิ่งของที่มีขนาดใหญ่ เมื่อกลับบ้านหลังจากวันที่เหนื่อยล้า ของสะสมเหล่านี้จึงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด

“ความสุขและความสนุกคือการได้จับ ของเล็กมันต้องจับ นั่งดูรายละเอียด ยิ่งได้ทำอาหารจิ๋ว ยิ่งภูมิใจว่ามันต้องเหมือนจริงที่สุด บอกตามตรง ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงจุดที่ปั้นเกี๊ยวเล็กขนาดนี้ได้ (หัวเราะ) ขอปั้นไปเล่าไปนะ” เธอใช้ช้อนจิ๋วปั้นหมูวางบนแผ่นเกี๊ยวซ่า ก่อนหันไปจุดเตาด้วยเทียน วางหม้อใส่น้ำไว้ด้านบน

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

“สมัยก่อนเราเริ่มเล่นทำขนมครกในเตาเล็ก ๆ ทุกคนน่าจะเคยเห็นที่ขายกันตามตลาดนัดหรือตลาดน้ำ จริง ๆ คนไทยผลิตและสะสมของจิ๋วมานานแล้ว โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผา (ชี้นิ้วไปที่กล่อง) แต่ไม่ต้องถ่ายภาพหรอก มันธรรมดาไป”

เธอใช้เวลาอยู่กับของสะสมหลังเลิกงานประมาณหนึ่งชั่วโมง แต่เมื่อไหร่ที่ต้องทำอาหารจะถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องถ่ายวิดีโอไปด้วย

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

เวลาผ่านไป เป้าหมายใหม่คือการหาของที่เล็กลงกว่าเดิม แต่เมื่อโตขึ้น ค่าใช้จ่ายที่มอบให้กับงานอดิเรกก็เพิ่มตาม จากของสะสมราคาหลักสิบพุ่งสู่หลักพัน โดยเซ็ตสุดรักสุดหวงของเธอนำเข้าจากญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยตะกร้อตีไข่ ถ้วย มีดตัดขนมปัง ตะบวย และกระทะเหล็ก ที่ทำจากเหล็กจริง รายละเอียดสมจริงสมราคา ส่วนปัจจุบันไม่มีทำแล้วจึงถือเป็นของหายาก

“ของพวกนี้เขาไม่ได้ทำเยอะ เพราะไม่ใช่ของที่คนทั่วไปซื้อ เซ็ตนี้สั่งซื้อมาจากเว็บ ร้านเขาเป็นชาวญี่ปุ่นที่ไม่พูดภาษาอังกฤษ เราต้องให้เพื่อนช่วยสั่งให้ แล้วไปส่งที่บ้านเพื่อน ไม่ก็ให้เพื่อนส่งไปที่โรงแรมของเรา เพราะถ้าคุยเองไม่รู้เรื่อง บางเซ็ตเรานั่งรถไฟไปถึงร้าน แต่โทรแล้วไม่รับ ไม่เปิดก็มี”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ชุดจากญี่ปุ่นที่ทั้งหวงและหายาก
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
ร่องรอยการใช้งานบนกระทะ

ระหว่างรอน้ำเดือด เราหยิบกระทะทองเหลืองสำหรับขนมไทยขึ้นมาดู หูของมันหลุดออกไปแล้ว ที่ก้นกระทะก็มีรอยไหม้สีดำติดอยู่ เช่นเดียวกับกระทะอีกใบที่ทิ้งเขม่าเอาไว้บนฝ่ามือ นี่คือหลักฐานว่าสิ่งของทุกชิ้นถูกใช้จริง เธอจึงเลือกซื้อเฉพาะชิ้นที่ระบุว่า โดนความร้อนได้ ส่วนมีดหรืออุปกรณ์อื่นที่มาแบบไม่คม เธอก็ลับด้วยตะไบเล็บจนมันหั่นและบาดได้จริง

“การเอาของสะสมมาใช้คือการเอ็นจอยในอีกรูปแบบ มันคือการสร้างงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอและอาหาร”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

“ของส่วนใหญ่ซื้อตอนโต เพราะเริ่มมีให้เห็นเยอะขึ้น แต่เวลาผ่านไปความละเอียดของงานก็เพิ่มขึ้น เหมือนจริงมากขึ้น เราวัดความหรูหราจากวัสดุและการใช้งาน ราคาไม่เกี่ยง” เธอบอกเช่นนั้นแล้วหัวเราะแผ่ว ๆ

อีกสองอย่างที่น่าภูมิใจสำหรับนักสะสมอย่างเธอคือ การทำเมล็ดข้าวโดยปั้นเองทีละเม็ดจากข้าวเจ้า และเครื่องครัวไม้ 17 ชิ้น ซึ่งเธอแกะสลักด้วยตัวเองใช้เวลาต่อชิ้นร่วมชั่วโมง โดยใช้เพียงแค่ปากกาแกะสลักกับมือเปล่า ๆ มองผ่านแว่นขยายเพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจน

“ขายสัก 2,000 บาท ใครสนใจติดต่อได้”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

ครบกำหนดเวลา แม่ครัวเปิดฝาหม้อที่ร้อนจนต้องใช้กระดาษทิชชูจับ เธอนำเกี๊ยวซ่าออกมาวางในชาม เติมน้ำซุปลงไปพอกรุบกริบ ตามด้วยต้นหอมซอยที่ต้องระวังไม่ให้หายใจแรง เพราะคงจะพัดต้นหอมหายหมด

ระหว่างต่อคิวรอชิม เธออธิบายว่าสิ่งของขนาดเล็กละลานตาจำแนกได้หลายขนาด วัดได้หลายสเกลไม่ว่าจะเป็น 1:12 1:24 1:87 1:150 หรือ 1:160 เมื่อเทียบกับขนาดจริง แต่พลอยดาวบอกว่า คนที่ทำอาหารส่วนใหญ่ยังใช้อุปกรณ์ที่จิ๋วไม่จริง เธอจึงมั่นใจว่าไม่มีใครใช้และทำได้จิ๋วเท่าเธอ

“เคยส่งไปหา Guinness World Records ช่วงโควิด-19 ด้วยนะ แต่ไม่ได้จ่ายค่าสมัครแพง เขาเลยไม่มา ส่งไปว่าเราเป็นคนทำอาหารที่เหมือนจริงที่สุดและเล็กที่สุด แต่ทางนั้นบอกว่าไม่มีข้อพิสูจน์ว่ามันเล็กที่สุด”

'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง
'พลอยดาว ธีระเวช' นักสะสมเครื่องครัวจิ๋วกว่า 2,000 ชิ้น เล็กสะใจและใช้ทำอาหารได้จริง

“ของเหล่านี้เป็นแฮนด์เมด แต่อันที่เป็นโรงงานก็มี คุณค่าอยู่ที่การเพนต์และการเก็บงาน แต่น่าเสียดายว่าถ้าเป็นงานคนไทยหลายอันจะไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ อย่างอันที่ราคาหลักสิบก็จะไม่ค่อยละเอียด ซื้อจากจตุจักร คุณภาพจะต่างจากอันที่ราคาหลักร้อยหลักพัน แต่เครื่องแก้วอันนี้ของคนไทยละเอียดอยู่”

รวม ๆ แล้วพลอยดาวละลายทรัพย์ไปหลายแสนบาท เธอซื้อครั้งละหลายชิ้นในคราวเดียวเผื่อใช้แล้วเสียหาย

“แต่มันคุ้มค่านะ เราเป็นคนที่มีสมาธิในการทำงานฝีมือเพราะทำของจิ๋วเหล่านี้ ในบ้านไม่มีอะไรเป็นระเบียบเลยนอกจากการเก็บของจิ๋วเช่นกัน ก็รักอะนะเลยเก็บดี เห็นเขาอยู่ด้วยกันเยอะ ๆ แล้วรู้สึกดี” – ถ้ามีคนมาขอซื้อจะขายไหม

“ไม่ขายแน่นอน บางอย่างไม่มีแล้ว หรือต่อให้หาได้ การซื้อครั้งแรกกับการซื้อครั้งต่อไปก็ไม่เหมือนกัน เราซื้อครั้งแรกเพราะเห็นแล้วชอบ แต่การซื้อเพิ่มมันเหมือนแค่ซื้อมาเติมสิ่งที่เคยมีแล้วหายไป”

เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
ชุดเครื่องแก้วฝีมือคนไทย
เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
ถาดช็อกโกแลตอันโปรด

ความฝันของพลอยดาวในตอนนี้มีอยู่ 2 ข้อ คือ การไปเรียนต่อวงจรไฟฟ้าและเรียนทำเฟอร์นิเจอร์ เพื่อสร้างห้องครัวที่จริงและจิ๋ว มีระบบไฟฟ้าที่ใช้งานได้และระบบน้ำที่เปิดใช้จากก๊อกได้จริง แม้ปัจจุบันจะมีขาย แต่สเกลยังใหญ่เกินไปและกระจัดกระจายไม่เป็นรูปแบบเดียวกัน ส่วนความฝันที่สองคือ การเปิดร้านอาหารจิ๋ว ให้ลูกค้ากินของจิ๋วพร้อมส่องแว่นขยายไปด้วย

“กลุ่มเป้าหมายคือคนที่ชอบเหมือนเรา แต่อีกมุมเราจะชอบมากเวลาที่เห็นคนอึดอัดหรือหงุดหงิด (หัวเราะ) เรากวนตีนไหม” 

“แต่การสะสมพวกนี้มันดีจริง ๆ นะ ไม่ว่าจะสะสมอะไรที่ไม่เหมือนคนอื่น มันทำให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้มีจริงบนโลก พอได้เจอกับคนที่ชอบเหมือนกันเลยยิ่งรู้สึกดี”

เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
เปิดครัวจิ๋วที่สะสมไว้ตั้งแต่ประถมของผู้กำกับสาว 'พลอยดาว ธีระเวช' ไม่อิ่มไม่เป็นไร แต่ต้องเล็กสะใจและใช้ได้จริง
สมมติหม้อจิ๋ว 1 ใบคือความสุข 1 ขีด เรามีหม้อจิ๋ว 1,000 ใบ คือเรามีความสุข 1,000 ขีด แต่ในความเป็นจริง เรามีความสุขไม่รู้จบแล้ว 

ติดตามสารพัดเมนูจิ๋วต่อได้ที่ : minithaicooking

Writer

วโรดม เตชศรีสุธี

วโรดม เตชศรีสุธี

นักจิบชามะนาวจากเมืองสรอง หลงใหลธรรมชาติ การเล่าเรื่อง และชอบสูดกลิ่นอายแห่งอารยธรรม

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

The Collector

คอลเลกชันความหลงใหลของนักสะสมนานาประเภท

นี่คือภาคต่อจากบทสัมภาษณ์ ฮั่น หรือ Lee Hyunkyung สาวเกาหลีผู้หลงรักเครื่องเขียนทุกอย่างบนโลก จนเธอมีโอกาสย้ายมาอยู่ประเทศไทย เพื่อนคนแรกของเธอที่นี่คือร้านเครื่องเขียน เธอตระเวนเข้า-ออกร้านเครื่องเขียนทั่วประเทศไทย จนเลือก 20 ร้านที่ชอบและเขียนเป็นหนังสือออกมา 1 เล่ม ชื่อว่า ร้านเครื่องเขียนไทย (태국문방구) ตีพิมพ์เป็นภาษาเกาหลี และขายดีมากที่ประเทศบ้านเกิด

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ก่อนจะนั่งสนทนาภาษาคนรักเครื่องเขียน (ฮั่นยินดีถามตอบกับเราเป็นภาษาไทย) เรามอบของสะสมหนึ่งชิ้นให้เธอ เป็นแผ่นลอกอักษรภาษาไทยที่ฟอนต์คล้ายคลึงกับฟอนต์บนปกหนังสือเล่มแรกของเธอ เราเก็บสะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน ขอย้อนถึงเหตุการณ์สักนิด ตอนเช้าอาจารย์พิเศษบรรยายหัวข้อ Letterpress อย่างสนุก พร้อมชี้พิกัดร้านเครื่องเขียนในจังหวัดเชียงใหม่ที่ยังขายแผ่นลอกอักษร บ่ายคล้อย นักศึกษารวมกลุ่มกันซ้อนรถมอเตอร์ไซต์ตามหาแผ่นลอกอักษร เราเลือกมาหลายแผ่น และหนึ่งในนั้นตกอยู่ในกรุเครื่องเขียนของฮั่นเรียบร้อย 

ฮั่นเริ่มสะสมเครื่องเขียนมาตั้งแต่ 8-9 ขวบ เธอแวะเวียนเข้าร้านเครื่องเขียนข้างโรงเรียนบ่อยที่สุด เธอเล่าให้ฟังว่ามีครั้งหนึ่งไปเดินร้านเครื่องเขียนในนิวยอร์ก ใช้เวลา 4 ชั่วโมงในการเลือกของ รอบแรกเธอสำรวจภาพรวมสินค้า รอบสองพินิจจริงจังว่าชิ้นไหนถูกตาต้องใจจะพากลับบ้าน และวันรุ่งขึ้นเธอก็กลับมายังร้านเดิม

เธอกระซิบว่าเสียทรัพย์ให้กับร้านเครื่องเขียนไปกว่า 20,000 บาท

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

แม้วัยเด็กเธอยังไม่รู้จักคำว่า ‘นักสะสม’ แต่เธอก็เข้าใจคำนี้อย่างลึกซึ้งตอนเรียนมหาลัย

“ตอนเด็ก ๆ ฮั่นชอบเก็บเครื่องเขียนค่ะ พอคุยกับเพื่อนมหาลัยถึงรู้ว่าหลายคนเป็นนักสะสม สะสมไม่เหมือนกัน ฮั่นชอบเครื่องเขียนก็สะสมเครื่องเขียน บางคนสะสมแผ่นเสียง การสะสมทำให้ฮั่นมีความสุข

“จริง ๆ ตอนย้ายมาอยู่ไทย ของไม่เยอะค่ะ เสื้อผ้าฮั่นน้อยมากแต่เครื่องเขียนเยอะมาก ฮั่นคิดว่าเครื่องเขียนที่ฮั่นสะสมมาทั้งหมด ถ้าคิดเป็นเงินน่าจะซื้อรถเบนซ์ได้หนึ่งคัน” เธอเล่าด้วยเสียงหัวเราะ

เธอมีของสะสมเยอะจนคุณพ่อคุณแม่แซวว่า “ทำไมไม่เปิดร้านเครื่องเขียนไปซะเลย”

ไม่เกินจริง เธอบอกว่ามีแพลนจะเปิดร้านเครื่องเขียนในไทยด้วย! 

ร้านเครื่องเขียนในอุดมคติที่ว่า จะเป็นร้านที่คัดสรรเครื่องเขียนจากทั่วโลกมาขาย เพียงคุณเดินเข้ามาบอกความต้องการ ฮั่นจะเลือกสินค้าให้ตรงใจคุณ พร้อมเล่าเรื่องราวและคำแนะนำอย่างคนรู้จริง 

เราแซวเธอว่า ฮั่นไม่ได้แค่ชอบเครื่องเขียน แต่ฮั่นรักเครื่องเขียนไปแล้ว 

“สิบกว่าปีที่แล้ว ฮั่นไปเที่ยว พกเครื่องเขียนไปเยอะ แล้วดันเกิดอุบัติเหตุรถชน ฮั่นไม่เชคคนข้าง ๆ ก่อน ฮั่นเชคเครื่องเขียนที่เอาไปด้วยก่อน เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่ารักเครื่องเขียนจริง ๆ ค่ะ” เธออมยิ้ม

ไม่ลวดลายลีลาเยอะ ขอเผยโฉมหน้า 10 เครื่องเขียนที่ฮั่นภูมิในจำเสนอ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ที่คั่นหนังสือจากหอยมุก เป็นสินค้าทำมือจากดีไซเนอร์และช่างฝีมือประเทศเกาหลี เธอซื้อมาจาก Dongdaemun Design Plaza เป็นพิพิธภัณฑ์ในกรุงโซล เธอว่ามันสวยดี ซื้อมานับ 10 ชิ้นเพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อน และฮั่นบอกว่า ถ้านึกถึงสินค้าทำมือของเกาหลีใต้ ก็ต้องเจ้าหอยมุกแกะสลักนี่แหละ

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

‘เรียบง่าย คุ้มค่า เขียนสบาย แพ็กเกจจิงสวย’ ฮั่นนิยามดินสอตราม้ากล่องเหลืองอ๋อยที่นักเรียนไทยคุ้นตา และนี่เป็นเครื่องเขียนไทยชิ้นแรกที่เธอสะสม ฮั่นชอบดินสอมากกว่าปากกา เพราะเธอเป็นดีไซเนอร์ ดรออิ้งด้วยดินสอลบง่ายกว่า และเธอมักซื้อดินสอตราม้าไปฝากเพื่อนเกาหลี คนที่นั่นชอบมาก มีครั้งหนึ่งเธอซื้อดินสอตราม้าเยอะมาก จนเจ้าหน้าที่สนามบินเห็นความผิดปกติจากเครื่องเอกซเรย์ เลยขอตรวจสอบอย่างละเอียด (ฮา) 

นอกจากดินสอแบรนด์ไทย ฮั่นก็สะสมแบรนด์ต่างประเทศด้วย อย่างกล่องสีเหลืองตรงนั้น เป็นดินสอวินเทจจากประเทศเยอรมนี เธอซื้อมาจาก Flea Market เดนมาร์ก

เธอซื้อมา 2 กล่อง กล่องหนึ่งใช้ กล่องหนึ่งเก็บ และดินสอทุกกล่อง ฮั่นใส่ซองกันชื้นไว้ด้วยเสมอ เพราะประเทศไทยฝนตกทีอากาศชื้น ป้องกันดินสอและไส้ดินสอแตก-หัก-เปราะ 

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือปากกาแก้วพร้อมน้ำหมึกจากประเทศญี่ปุ่น ฮั่นว่าการเขียนเป็นการผ่อนคลายจากความเครียดและงานหนัก เธอจะเขียนครั้งละ 1 – 2 ชั่วโมง เธอชอบความหมายของเพลง วาฬเกยตื้น เลยค้นหาเนื้อเพลงภาษาไทยแล้วเขียนตาม เป็นกิจกรรมบำบัด แถมเรียนภาษาไทยไปด้วยในตัว

“ถ้าเหนื่อย บางคนไปกิน บางคนไปดูหนัง บางคนไปออกกำลังกาย แต่ฮั่นเขียน

“ฮั่นเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาเกาหลี เขียนแล้วสบายใจดีค่ะ” เธอว่าอย่างนั้น

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

นี่คือแรร์ไอเทมจากร้านนานมี สาขาเจริญกรุง 

“ฮั่นชอบยี่ห้อตราม้ามาก ๆ ค่ะ เจ้าของร้านบอกว่า นี่เป็นกล่องสุดท้ายของร้าน มีอายุ 40 ปีกว่า ๆ เขาเลยลดราคาให้ด้วย จาก 800 เหลือ 500 บาท ฮั่นชอบไม้ กล่องนี้น้ำหนักเบา เก็บของได้เยอะ แบ่งช่องได้ด้วย เวลาฮั่นไปต่างจังหวัด ก็จะเอาเครื่องเขียนใส่กล่องนี้ไปด้วย หิ้วไปเลย”

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ

ฮั่นสะสม Marking Tape เธอมีหลายลวดลายจากหลากประเทศ ที่ชอบเป็นพิเศษคือ ลายผัดไทย ซื้อจากมิวเซียมสยาม เป็นผลิตภัณฑ์ของศิลปินไทย จริง ๆ มีลายข้าวเหนียวมะม่วงด้วย เธอชอบมาก ใช้หมดใน 2 สัปดาห์

“อยากซื้ออีกค่ะ แต่ไม่มีแล้ว เสียใจมาก ๆ เพราะฮั่นชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง” – เธอเล่าเสียงเศร้า

ลายที่เธอหยิบมาอวดมีทั้งยันต์ไทย น้องมะม่วง แพ็กแมน ฯลฯ เธอบอกว่าใช้มาร์กกิงเทปคู่กับการจดบันทึกแล้วสนุกดี หน้าสมุดดูน่ารักขึ้น และบอกอารมณ์ความรู้สึกของวันนั้น ๆ ได้ด้วย

Lee Hyunkyung นักสะสมเครื่องเขียนชาวเกาหลี สะสมดินสอตราม้ายันสติกเกอร์รักนะ..จุ๊บจุ๊บ
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

อุปกรณ์เขียน Round Hand รวมหัวปากกา 10 หัว ในกล่องไม้ เป็นรุ่นเฉลิมฉลองจากแบรนด์ Manuscript ประเทศอังกฤษ ฮั่นได้มากจากร้านเครื่องเขียนในประเทศเกาหลี เธอบอกว่าชอบหยิบมาเขียน Calligraphy 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

แท่นวางปากกาจากร้าน Blackheart Pencil ประเทศเกาหลี เธอบอกว่าเจ้าของร้านมอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งเราชวนฮั่นเป็นล่ามเกาหลีแปลไทย มาร่วมวงสนทนาสัมภาษณ์เจ้าของ Blackheart Pencil (กดอ่านได้นะ) ความพิเศษของ Blackheart Pencil คือ ร้านเครื่องเขียนที่ขายเฉพาะดินสอ โดยการคัดสรรดินสอวินเทจจากรอบโลก และผลิตดินสอแท่งจิ๋วของตัวเองด้วย ที่สำคัญ 2 เพื่อนซี้ที่เป็นเจ้าของร้านก็เนิร์ดเรื่องดินสอสุด ๆ ไม่ว่าหยิบแท่งไหนขึ้นมา เธอทั้งสองก็บรรยายประวัติศาสตร์ฉบับย่อส่วนและความดีงามของมันได้คล่องปร๋อ 

เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ Lee Hyunkyung นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

ฮั่นเปิดกรุปากกาแบรนด์ Kaweco จากเยอรมนี ให้เราชม เธอมีหลายด้าม หลายสี ฮั่นบอกว่านี่คือสิ่งที่เธอพกทุกวัน การเลือกสีปากกาติดตัวออกจากบ้านขึ้นอยู่กับอารมณ์ ไม่มีเหตุผลตายตัว

ส่วนซองหนังทำมือใส่ปากกา Kaweco เป็นแบรนด์จากประเทศตรุกี ชื่อ Galen Leather Co. ก่อตั้งในอิสตันบูล แบรนด์นี้น่าสนใจตรงที่ หญิงสาวผู้ก่อตั้งป่วยเป็นโรคมะเร็งศรีษะและคอ (ชนิดหายาก) ผลพวงของโรคและการรักษาทำให้เธอพูดไม่ได้ราวหนึ่งปี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสุดยอดเซลล์อย่างเธอ ทำให้เธอมองหาอาชีพใหม่ที่ทำงานโดยไม่ต้องพูด เธอเล็งหาช่างฝีมือและงานหนัง เพื่อผลิตสินค้าของตัวเอง งานนี้ที่เธอพูดคุยกับลูกค้าผ่านอีเมล จนตั้งแบรนด์ในปี 2012 แบรนด์ Galen Leather Co. ได้รับการตอบรับดีมาก ขยายกิจการ และผลิตสินค้าเอง ด้วยการเรียนรู้การทำเครื่องหนังกับปรมาจารย์ในพื้นที่ ท้ายที่สุดหญิงแกร่งเจ้าของแบรนด์ก็เสียชีวิตอย่างสงบในปี 2019 แต่แบรนด์เครื่องหนังทำมือยังเดินหน้าส่งต่อความตั้งใจของเธอโดยสามีและน้องชาย

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

การเขียนเป็นงานอดิเรกที่ฮั่นชอบ แล้วจะขาดสมุดไปได้อย่างไร เหล่านี้คือโฉมหน้าสมุดบันทึกของฮั่น เธอถูกใจสมุดจาก Zequenz เป็นพิเศษ นี่คือสมุดทำมือแบรนด์ไทย เปิดกางสมุดได้ 360 องศา

ฮั่นบอกว่าเธอพกสมุดแบรนด์นี้ไปด้วยทุกที่ เพราะขนาดกะทัดรัด สีสวย กระดาษดี เขียนลื่น และเธอยังชอบห่อเป็นของขวัญไปฝากเพื่อนชาวเกาหลีหลายสิบเล่ม ยังมีสมุดบันทึกจากเกาหลี ญี่ปุ่น (แบรนด์ MIDORI) ที่เธอหยิบมาอวดโฉม และสมุดเย็บมือ ที่ฮั่นไปเรียนเย็บสมุดกับ ดิบดี สตูดิโอ ถึง 3 วัน และเย็บสมุดรวม 10 เล่ม

เหตุที่เธอมีสมุดบันทึกหลายเล่ม เพราะชอบบันทึก ยิ่งบันทึกเยอะ ยิ่งหมดไว เลยจำเป็นต้องซื้อบ่อย 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก

นี่คือสิ่งที่สนุกที่สุด ทันทีที่เราเห็นเธอหอบบรรดาเครื่องเขียนมาวางบนโต๊ะ สติกเกอร์โคตรไทยทำตาเราเป็นประกาย ฮั่นเริ่มต้นจากสะสมสติกเกอร์อักษรไทยก่อน ตามมาด้วยตัวเลขไทย แล้วขยับเป็นสติกเกอร์หลากหลายแบบ มาจากทุกสารทิศทั่วไทย ทั้งสติกเกอร์งานอีเวนต์ สติกเกอร์ผัดไทยทิพย์สมัย สติกเกอร์จุฬา ฯลฯ 

ฮั่นชอบสติกเกอร์เด็กใส่ชุดไทยยกมือสวัสดีที่สุด เธอได้มาจากรถขายสติกเกอร์ 

เปิดกรุ ฮั่น หรือ อีฮยอนคยอง นักสะสมชาวเกาหลีผู้หลงรักดินสอตราม้า สติกเกอร์โคตรไทย และสารพัดเครื่องเขียนจากทั่วโลก
ฮั่นไม่เคยคิดถึงวันที่โลกใบนี้ไม่มีเครื่องเขียน เครื่องเขียนคือเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิต

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

Avatar

ณัฐวุฒิ เตจา

เกิดและโตที่ภาคอีสาน เรียนจบจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ สนใจเรื่องราวธรรมดาแต่ยั่งยืน ตอนนี้ถ่ายภาพเพื่อเข้าใจตนเอง ในอนาคตอยากทำเพื่อเข้าใจคนอื่นบ้าง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load