Minari (2020)

Directed and Written : Lee Isaac Chung

Starring : Steven Yeun, Han Ye-ri, Youn Yuh-jung, Alan Kim, Noel Kate Cho

Country : United States 

Duration : 120 Mins

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของภาพยนตร์ 

“มินาริ มินาริ วันเดอร์ฟูล วันเดอร์ฟูล”

นี่คือท่อนหนึ่งของเพลงที่หญิงชราสัญชาติเกาหลีใต้ร้องให้หลานชายผู้เติบโตในต่างแดนฟัง และเป็นท่อนหนึ่งที่ดังก้องในหัวเราหลังจากรับชมภาพยนตร์ Minari จบ 

Minari คือภาพยนตร์สัญชาติอเมริกันที่อำนวยการสร้างและใช้ทีมนักแสดงนำจากเกาหลีใต้ เล่าเรื่องครอบครัวคนเกาหลีที่หนีความแร้นแค้นของแผ่นดินแม่ไปตั้งต้นชีวิตใหม่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยความหวังว่าจะได้สัมผัสคำว่า ‘ความสำเร็จ’ สักครั้งในชีวิต 

อีกนัยหนึ่ง คำว่า Minari (Oenanthe javanica) คือชื่อพืชสามัญประจำครัวคนแดนโสมขาว กินกับกิมจิก็ได้ ใส่ในซุปก็ดี ที่สำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างป่าว่างเปล่า หรืออากาศร้อน ฝน หนาว เช่นไร มินาริก็จะโอนอ่อนลำต้นหาแสงและเจริญงอกงามได้เสมอ 

Minari ภาพยนตร์อเมริกัน-เกาหลี ที่บอกว่าชีวิตย่อมมีวันโรยราและจะกลับมางอกงามได้เสมอ

เช่นเดียวกับชีวิตของซุนจา จาค็อบ โมนิก้า เด็กหญิงแอนน์ และเด็กชายเดวิด 

รายชื่อทั้งห้า คือตัวละครหลักจากภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม บนเวที Golden Globe Awards ครั้งที่ 78 และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง 6 รางวัลออสการ์ ในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม และรางวัลดนตรีประกอบยอดเยี่ยม 

แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะถูกบันทึกลงในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์วงการภาพยนตร์เกาหลี ไม่ใช่เพียงเพราะมีดีกรีได้ไปเยือนเวทีระดับโลก หรือการเป็นผลงานที่เขียนมาจากความทรงจำวัยเด็กของผู้กำกับ อี ไอแซค จอง (Lee Isaac Chung) ในฐานะลูกหลานผู้อพชพชาวเกาหลี แต่ Minari ยังมีคุณค่าในแง่การสร้างกำลังใจให้ทุกคน ทุกชนชาติ เสมือนชีวิตที่ล้มและลุกของพวกเขาทั้ง 5 คนภาพยนตร์เรื่องนี้

01 

จาค็อบและโมนิก้า (รับบทโดย สตีเฟน ยอน และ ฮัน เยริ) คู่สามีภรรยาชาวเกาหลีที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐเมริกาด้วยความเชื่อว่าจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ณ ดินแดนคนละซีกโลก เขาทั้งคู่ทำหน้าที่คัดแยกเพศลูกเจี๊ยบ อาชีพที่ต้องจ้องตูดไก่วันละนับพันตัว และแยกลูกเจี๊ยบตัวผู้เพื่อเข้าสู่กระบวนการการจำกัด เพราะจาค็อบไม่อยากเป็นสิ่งมีชีวิตเพศผู้ที่ไร้ประโยชน์เช่นลูกเจี๊ยบที่เขาคัดทิ้ง จึงดิ้นรนเปลี่ยนสถานะจากลูกจ้างในโรงงานสู่การเป็นเจ้าของฟาร์มขนาด 50 เอเคอร์ 

Minari ภาพยนตร์อเมริกัน-เกาหลี ที่บอกว่าชีวิตย่อมมีวันโรยราและจะกลับมางอกงามได้เสมอ

รถบ้านขนาดพอเหมาะกลางที่ดินว่างเปล่า คือเคหสถานที่สมาชิกตระกูลอี (Lee) ต้องพำนักด้วยความจำยอม แม้จะติดขัดเพราะห่างไกลจากทุกๆ ความสะดวกสบายที่ประชาชนทั่วไปควรได้รับ แต่ส่วนผสมของความอบอุ่นกับความห่วงใย ก็ยังช่วยหล่อเลี้ยงให้สมาชิกของรถบ้านแห่งนี้ (เกือบจะ) อยู่ดีมีสุข 

02

แอนน์และเดวิด (รับบทโดย โนเอล โช และ อลัน คิม) คือพี่สาว น้องชาย ทายาทธุรกิจที่ยังติดลบของตระกูลอี เขาทั้งคู่เป็นเยาวชนชาวเกาหลีแท้ๆ แต่ได้รับการผสมปนเปทางวัฒนธรรมทั้งทางตรงและทางอ้อม แอนน์ผู้เป็นพี่นิยมสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษมากกว่าใคร ส่วนเดวิด หนุ่มน้อยน้องเล็กประจำบ้านก็พยายามตามรอยเท้าพี่สาวเพื่อก้าวเข้าสู่วิถีอเมริกันชนในทุกทาง ทั้งไม่ค่อยยอมสื่อสารด้วยภาษาแม่ ไปจนถึงตั้งป้อมรังเกียจกลิ่นตัวและสารพัดของดีที่คุณยายขนข้ามน้ำข้ามทะเลมาให้จากบ้านเกิด 

Minari ภาพยนตร์อเมริกัน-เกาหลี ที่บอกว่าชีวิตย่อมมีวันโรยราและจะกลับมางอกงามได้เสมอ

แต่ก็นั่นแหละ ทั้งหมดล้วนเป็นการคลุกเคล้าระหว่างความเป็นเกาหลี-อเมริกัน เหมือนถ้อยคำภาษาเกาหลีคำ อังกฤษคำ ที่คนในรถบ้านหลังนี้ใช้กันจนเป็นความเคยชิน 

03

ในระหว่างทางเดินสู่ชีวิตที่ดีกว่าตามปณิธานของหัวหน้าครอบครัว สมาชิกตระกูลอีต้องล้มลุกคลุกคลานหลายหนจนเกินนิ้วมือจะนับได้ เพื่อกำจัดหนึ่งอุปสรรคที่อาจนำไปสู่ความร้าวฉาน คุณยายซุนจา (รับบทโดย ยุน ยอจอง) สาวใหญ่วัยเกษียณก็ได้รับมอบหมายให้บินลัดฟ้าข้ามมาอยู่ด้วยกัน 

แต่ดูเหมือนว่าการมาเยือนของเธอคนนี้ จะนำความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่และครั้งใหญ่มาสู่พวกเขาทุกคน

Minari ภาพยนตร์อเมริกัน-เกาหลี ที่บอกว่าชีวิตย่อมมีวันโรยราและจะกลับมางอกงามได้เสมอ

ด้วยความเป็นพลเมืองแดนโสมขาวเต็มขั้น แม้จะอยู่ต่างแดน แต่ซุนจาก็ยังคงรักษาขนบ ธรรมเนียม และประเพณี แบบเกาหลีดั้งเดิมไว้ได้หลายประการ 

ถึงผู้คนในบ้านจะทยอยเปลี่ยนผ่านสู่วิถีศิวิไลซ์มากเท่าใด เธอก็ยังคงใช้ชีวิตดังเช่นตอนอยู่บ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งคุณยายคนนี้นี่เอง คือผู้แอบพกเมล็ดมินาริ พืชพื้นบ้านเกาหลีที่แม้จะพลัดถิ่นหรือดินแดนประหลาดเช่นไร มันก็จะเติบโตและงอกงามได้… เธอเชื่อเช่นนั้นเสมอมา 

04

ว่ากันว่าการอพยพไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนั้นยากระดับ 10 ส่วนจะอยู่อย่างไรให้ประสบความสำเร็จนั้นยากระดับ 100 แม้จาค็อบจะเป็นผู้อพยพพ่วงตำแหน่งพ่อค้าหัวใสที่เข้าใจความต้องการของตลาดทะลุปรุโปร่ง แต่ธุรกิจฟาร์มผักเกาหลีของเขากลับกระท่อนกระแท่นจากหลายปัจจัย ซึ่งจุดเล็กๆ ของปัญหามาจากความที่เขาไม่ใช่ ‘อเมริกันชน’ และถึงตระกูลอีจะพยายามไต่ระดับสู่ความเป็น ‘พวกเขา’ มากเท่าไหร่ รากเดิมจากแผ่นดินแม่ก็เหมือนจะแทรกผ่านสมองและหัวใจขึ้นมาทุกครั้ง 

Minari ภาพยนตร์อเมริกัน-เกาหลี ที่บอกว่าชีวิตย่อมมีวันโรยราและจะกลับมางอกงามได้เสมอ

เราเชื่อหมดใจว่ารากนั้นเกิดขึ้นมาในลักษณะของการเกี่ยวพัน ไม่ใช่การฉุดรั้ง 

เพราะ ‘ราก’ ที่ว่าไม่ใช่เรื่องไม่ดี แต่นั่นคือสิ่งที่คอยย้ำเตือนให้พวกเขาตระหนักถึงความตั้งใจแรกที่พาทุกคนเก็บความฝันออกเดินทางมาไกลหลายพันไมล์ รากนั้นทำให้ชีวิตมืดมนหวังกลับมีหวัง และรากนั้นยังพันรัดพวกเขาเอาไว้ ให้คงความผูกพันฉันครอบครัวที่พร้อมจะโอบอุ้มและเติบโตไปด้วยกัน

05

Minari ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่ตะโกนบอกความยากลำบากของการใช้ชีวิตในต่างแดน ไม่ใช่การแสดงด้านแย่ๆ ที่ชาวเอเชียชนชาติใดเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่ Minari เป็นวิธีสื่อสารความอบอุ่น อดทน และส่งกำลังใจให้ทุกๆ การเริ่มต้นใหม่ไปยังใครสักคนที่มีตัวตนอยู่จริง ไม่เพียงแค่ในภาพยนตร์หรือประวัติศาสตร์ แต่อาจเป็นมนุษย์เดินถนนสักคนที่กำลังต่อสู้กับบางสิ่ง ด้วยความหวังว่าอยากมี ‘ความสำเร็จ’ มาประดับโปรไฟล์ชีวิตสักครั้ง

Minari ภาพยนตร์อเมริกัน-เกาหลี ที่บอกว่าชีวิตย่อมมีวันโรยราและจะกลับมางอกงามได้เสมอ

และ Minari ก็ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่บอกให้คุณสู้ สู้ และสู้ กับทุกสิ่งตรงหน้า แต่จงรู้จักโอนอ่อนผ่อนปรนให้กับช่วงชีวิตที่ต้องหยุดชะงักหรือพักผ่อน จงเป็นมนุษย์ที่ดำเนินชีวิตเช่นเดียวกับมินาริ พืชที่ปลูกง่าย โตไว แม้จะมีสิ่งใดมากระทบ มินาริก็พร้อมรับและปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงเสมอ แม้ว่าพืชชนิดนี้จะต้องผลัดใบตายในครั้งแรกที่เติบโต แต่พวกมันก็ยังเหลือเศษซากของเมล็ดพันธุ์ และปะติดปะต่อความฝันนั้นให้งอกงามใหม่ได้ในครั้งถัดไป

จงมีชีวิตเยี่ยงมินาริที่วันเดอร์ฟูล วันเดอร์ฟูล

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

นานาเพลินจิต

รีวิวมหรสพชั้นดีที่แนะนำให้ตามไปเสพ

The Road to Red Restaurants List (2020)

Starring : Takayuki Hamatsu, Wakana Sakai, Ruka Nishimura

Country : Japan

Episode : 12

Original Network : Netflix

*บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซีรีส์

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายล้วนเฝ้ารอ Friday Night ด้วยกันทั้งนั้น サラリーマン (Salaryman) แสนขยันใน ‘The Road to Red Restaurants List’ หรือ ‘มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม’ มินิซีรีส์เรต 7+ จากแดนอาทิตย์อุทัยก็เช่นกัน

The Road to Red Restaurants List เล่าเรื่องราว 2 วัน 1 คืน ในวันหยุดสุดสัปดาห์ของพนักงานบริษัทวัยกลางคนที่ออกเดินทางไปพบกับ ‘อาหารใกล้สูญพันธุ์’ หลากหลายเมนู ความตื่นเต้นในค่ำคืนวันศุกร์ของเขา คือการได้แปลงมินิแวนคันเก่งของครอบครัว เป็น Camping Car ขนาดย่อม ออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ใช้เวลาขับรถจากโตเกียวออกไปไม่กี่ชั่วโมง เพราะการพิชิตสถานที่มิใช่จุดมุ่งหมายหลัก หากแต่เขาต้องการอยู่กับตัวเอง พร้อมทั้งรับฟังเรื่องราวของอาหารที่ใกล้จะสูญหายไปต่างหาก 

มาให้อาหารเยียวยากันเถอะ

いらっしゃいませ。

ยินดีต้อนรับ 

หากสวมหมวกคนวัย 20 กลางๆ ที่ยังไม่ก้าวพ้นความเป็นจูเนียร์ในที่ทำงาน ค่ำคืนวันศุกร์ดูจะหรรษากว่าวันไหนๆ เพราะถึงเวลาจะได้พับหน้าจอโน้ตบุ๊กที่ทำงานหนักจนเครื่องร้อนจี๋ ปิดแจ้งเตือนแอปพลิเคชันที่ไม่จำเป็น และโยนร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อนตามอัธยาศัย แต่หากสลับมาเป็นหมวกของคนวัย 40 ซึ่งได้รับสมญาว่าเป็นซีเนียร์หรือรุ่นพี่ตัวเก๋าของน้องๆ แล้วไซร้ ค่ำคืนวันศุกร์ของพวกเขาจะเป็นอย่างไรกันนะ 

The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน

Tamio Suda (รับบทโดย Takayuki Hamatsu) คือตัวแทนของพนักงานแสนขยันวัยกลางคนที่เฝ้ารอคืนวันศุกร์ด้วยใจเปี่ยมสุข กิจกรรมในค่ำคืนนี้ของเขาไม่ใช่การออกไปก๊งเหล้าหรือเข้าคาราโอเกะกับเพื่อนฝูง แต่เป็นการตรงดิ่งกลับบ้านไปพบกับความเงียบสงบ เพราะลูกสาวและภรรยาก็ใช้สุดสัปดาห์ไปกับการเดินสายรับชมคอนเสิร์ตศิลปินคนโปรด เหลือเพียงเขากับมินิแวนเพื่อนยาก ที่กำลังจะออกเดินทางตามหา ‘อาหารใกล้สูญพันธุ์’

ความตั้งใจแรกของชายคนนี้ มีแค่การออกผจญภัยเล็กๆ เพื่อใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ภายใต้กฎเหล็กที่น่าทำตาม 3 ข้อ

หนึ่ง ออกเดินทางในคืนวันศุกร์และกลับบ้านตอนเย็นวันเสาร์ 

สอง ไม่ชวนใครหรือให้ใครมายุ่งเกี่ยวด้วย 

สาม ค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะต้องอยู่ในงบเงินเดือน 

The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องแปลงมินิแวนแบรนด์ตลาด ซึ่งเป็นพาหนะของครอบครัวให้เป็นที่พักชั่วคราว พร้อมหยิบไอเดีย DIY ข้าวของเครื่องใช้จากรถคันข้างๆ มาปรับให้เข้ากับ Night Routine ของตัวเอง

เพราะเป็นทริปที่มีเวลาเพียง 1 คืนกับอีกเกือบ 2 วัน สถานที่ที่เขาเลือกไปเยือนจึงขับรถไปไม่ไกลจากโตเกียว และเนื่องจากมีโอกาสรับประทานอาหารได้เพียง 1 มื้อ เขาจึงพิถีพิถันเลือกร้านที่กระตุกต่อมน้ำลายได้มากสุด ต้องเป็นร้านท้องถิ่น เมนูธรรมดาแต่ว่ามีเอกลักษณ์ รวมถึงได้คะแนนรีวิวว่านักชิมทั้งหลายต่างยกนิ้วโป้งให้!

 いただきます。

จะกินแล้วนะครับ

ตอนแรกของ The Road to Red Restaurants List เปิดด้วยจุดมุ่งหมายการไปชม Fujisan แต่เมฆหมอกกลับเวียนมาบดบังซะมิดชิด Tamio Suda จึงฝากความหวังไว้ที่ภารกิจสองอย่างการหาของอร่อยเติมกระเพาะ เปิดเว็บรีวิวพร้อมคีย์ชื่อร้านลงระบบนำทาง จนได้มาพบกับร้านอุด้งที่ได้คะแนนสูงลิ่ว แต่ภาพไม่ตรงปกเบื้องหน้ากลับทำเอาแทบจะสตาร์ทรถหนี โชคดีที่เขาขอท้า! เลยได้ลิ้มรสอุด้งเนื้อโฮมเมดอร่อยเหาะในราคา 400 เยน สูตรเด็ดเคล็บลับเดียวของร้านนี้คือ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ส่งต่อจากรุ่นแม่ถึงมาถึงลูกสาว แต่น่าเสียดายที่จะไม่มีใครสานต่อ หมดรุ่นนี้ไปก็หาทานไม่ได้อีกแล้ว

The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน
The Road to Red Restaurants List การตามหา 'อาหารใกล้สูญพันธุ์' ของหนุ่มออฟฟิศแสนขยัน

ต่อตอนสองด้วยคืนวันศุกร์แสนเศร้า เพราะชายหนุ่มเก็บเอาคำถามที่ไม่ควรถามจากเจ้านายกลับบ้านมาด้วย โชคดีที่เมนูหมูทอดราคา 1,000 เยน จากร้านอาหารราคาประหยัดแห่งหนึ่งช่วยเจือจางความทุกข์ของเขาไว้ ร้านนี้อยู่คู่กับชุมชนมากว่า 46 ปี เพิ่มเมนูไปตามที่ลูกค้าประจำอยากกิน และด้วยความกลัวว่าลูกค้าจะไม่รัก แม่ครัวก็เลยจัดเต็มทั้งเนื้อ ซุป ผัก แถมด้วยบทสนทนาแสนอบอุ่น ดูแล้วคิดได้แค่ว่าอยากให้มีร้านแบบนี้อยู่ใกล้ๆ และก็ตามคอนเซ็ปต์ใกล้สูญพันธุ์ แม้แม่ครัวร้านนี้จะมีลูกชายมาฝึกหัดเพื่อสืบทอด แต่ฝีมือยังห่างชั้นต้นตำหรับอยู่ไม่น้อย ต้องลุ้นต่อไปว่าเขาจะเป็นทายาทรุ่นสองที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ 

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์
The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

เรื่อยมายังตอนสาม ถึงเวลาที่ซาลารี่แมนแสนขยันจะต้องกำพาราฯ เพราะรุ่นน้องสารพัดพิษ แต่ไม่เป็นไร คืนวันศุกร์หรรษาจะพาความดีงามมาชุบชูจิตใจนายเอง คราวนี้เขาไปพบเข้ากับร้านราเมนที่เน้นโชว์หินมากกว่าเมนูอาหาร แต่เมื่อลูกค้าชุดก่อนหน้าเปิดเมนูเล่มหนาสั่งราเมนสารพัดรูปแบบ พ่อครัวผมสีดอกเลาที่ออกมารับออเดอร์กับเขาจึงเอ่ยเพียงว่า ขอทำให้แค่เมนูเดียวได้มั้ย พร้อมกับมีน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากหัวตา หนุ่มนักเดินทางของเราก็ได้แต่สงสัยและเผยวาจาสั่งราเมนชามใหญ่มาทาน จึงได้เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเพราะเหตุใด ชายชราจึงอยากขายแค่เมนูนี้ 

เพราะกว่าจะออกมาเป็นอาหารพร้อมเสิร์ฟ คุณตาต้องทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจทำมันขึ้นมา ถ้าต้องขยับไปทำเมนูอื่น ก็เท่ากับว่าคือการเริ่มนับหนึ่งถึงร้อยอีกครั้ง ที่สำคัญ ราเมนรสเด็ดหาทานที่ไหนไม่ได้ชามนี้ใกล้ถึงกำหนดหยุดเสิร์ฟเข้าไปทุกที ทางที่ดี ควรรีบทานก่อนจะสายเกินไป

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

ごちそうさまでした。

ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้

แม้ว่าเรื่องราวใน The Road to Red Restaurants List จะในตอนถัดๆ ไป จะไม่ได้หวือหวาแหวกแนวไปกว่า 3 ตอนที่เกริ่นให้ฟังข้างต้น และซีรีส์ก็ไม่ได้พาเราไปถึงจุดที่ช่วยกอบกู้หรือต่อชีวิตให้เมนูใดๆ แต่วิถีชีวิตของ Tamio Suda ตัวแทนคนทำงานหลายล้านคนในโลก กลับกินใจและชวนเราย้อนกลับมามองตัวเองว่า ทุกคนคงจะได้เผชิญทั้งค่ำคืนวันศุกร์ที่ปิดจ๊อบด้วยความเปี่ยมสุข หรืออาจมีบางศุกร์ที่อมทุกข์หม่นหมอง ชายหนุ่มในเรื่องมีวิธีชาร์จพลังให้ตัวเองด้วยการออกเดินทาง หาอาหารที่ใกล้สูญพันธุ์ รับฟังความตั้งใจใช้ชีวิตของคนแปลกหน้า แล้วคุณล่ะ มีวิธีให้รางวัลคนเก่งที่ผ่านสัปดาห์แห่งความยากลำบากมาได้อย่างไร 

ส่วนเรื่องราวของอาหารใกล้สูญพันธุ์ที่ปรากฏในเรื่อง นับว่าฉลาดล้ำที่แต่ละเมนูในซีรีส์ ล้วนเป็นเมนูทั่วไปทั้งอุด้ง ราเมน อาหารชุด และอีกมากมาย ซึ่งการที่อาหารประจำชาติเหล่านี้หาทานง่าย การหายไปของพวกมันกลับกลายเป็นเรื่องง่ายยิ่งกว่า เพราะแม้ว่าจะหาทานที่ร้านประจำไม่ได้ ห่างไปเพียงมุมถนน ก็คงมีเมนูเดียวกันพร้อมเสิร์ฟ มิหนำซ้ำ เมนูคุ้นตานี้อาจไปปรากฏตัวอยู่บนชั้นวางสินค้าในร้านสะดวกซื้อ เพียงหยิบไปจ่ายเงินและอุ่นให้ร้อนก็พร้อมทาน สะดวก สบาย แต่มีหลายอย่างหล่นหายไประหว่างทาง

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

นอกเหนือจากความคิดถึงดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่างสุดหัวใจ หนึ่งสิ่งที่เราตระหนักได้จากมินิซีรีส์เรื่อง The Road to Red Restaurants List คือความพยายามมอบคุณค่าให้กับเบื้องหลังการรังสรรค์เมนูอาหาร ทั้งในมุมคนทำ กับการเคี่ยวกรำ ใส่ใจ ใช้วัตถุชั้นเยี่ยมที่พรีเมี่ยมสุดๆ ในย่านนั้น กว่าจะได้อาหารพร้อมเสิร์ฟที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยรสมือแห่งความพิถีพิถัน ส่งต่อมาถึงในมุมคนทาน กับความอิ่มเอมที่ได้ไปเยือนร้านรักในความทรงจำ ร้านอาหารอันเปรียบเสมือนตู้กับข้าวประจำบ้าน การได้ลิ้มลองเมนูโปรดที่รสชาติไม่เคยเปลี่ยน รวมถึงได้บอกเล่าความดีงามของร้านนั้นให้ลูกค้าหน้าใหม่รับฟัง ซึ่งการบอกเล่าแบบปากต่อปากเช่นนี้ มีพลังกว่าบทความรีวิวหรือคะแนนสูงลิ่วจาก Food Bloggger หลายเท่าตัว 

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

ส่วนการหยิบคอนเซ็ปต์ ‘อาหารที่กำลังจะสูญพันธุ์’ ขึ้นมาเป็นตัวชูโรง ก็ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างร้านอาหาร คนทำอาหาร และลูกค้าในร้าน ให้โรแมนติกขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด เราก็มักให้ความสำคัญกับสิ่งที่ใกล้จะจากไปเสมอ โดยเฉพาะกับอาหารที่รวบรวมชีวิต จิตวิญาณ และหัวใจบริการของเหล่าพ่อครัว แม่ครัวเอาไว้ การได้สั่งเมนูที่นับถอยหลังวันออกจำหน่าย พินิจหน้าตา ละเลียดรสชาติไปทีละคำ พร้อมทั้งเอ่ยคำว่า ごちそうさまでした。หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ‘ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้’ 

เราว่านั่นถือเป็นพิธีอำลาที่มีคุณค่าและน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง 

The Road to Red Restaurants List - มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม : มินิซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องหนุ่มออฟฟิศ ผู้ตามหาอาหารใกล้สูญพันธุ์ในคืนวันศุกร์

รับชม The Road to Red Restaurants List – มนุษย์เงินเดือนตระเวนชิม ได้ที่ Netflix

ภาพ : Netflix

Writer

สุดาวรรณ วนสุนทรเมธี

นักพิสูจน์อักษรวัยเตาะแตะที่มักจะหลงรักพระรองในซีรีส์เกาหลี และอยู่ระหว่างรักษาระยะห่างจากชานมไข่มุก

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load