29 กุมภาพันธ์ 2563
4 K

ผลงานชุด Merlion’s Mystery โดย Ong Wee Kiat ศิลปินชาวสิงคโปร์ที่ถูกคัดเลือกมาแสดงในงานเทศกาลภาพถ่ายเชียงใหม่ครั้งที่ 3 ที่ผ่านไป ตั้งบนแนวความคิดที่เล่นกับโลกแห่งความเพ้อฝันของผู้คนบนพื้นที่ท่องเที่ยว และหากเปรียบรถบรรทุกคือประตูสู่ต่างโลกในมังงะของชาวญี่ปุ่น เมอร์ไลออนของสิงคโปร์อาจเป็นประตูสู่ต่างโลกสำหรับนักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็เป็นได้

เพราะที่นี่เป็นที่ที่เปิดเผยตัวตนโดยไม่ต้องกลัวสายตาและความคาดหวังจากสังคม แม้เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ผู้คนจะทำท่าทางประหลาดหลุดโลกโดยไม่เขินอาย ซึ่งเราคงทำไม่ได้หากไม่ได้ไปยืนที่นั่นในโลกแห่งมิติคู่ขนานซึ่งตรงกันข้ามกับความเป็นจริง

Merlion’s Mystery ความลึกลับของ Merlion

บ่อยครั้งที่คนถือกล้องจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของคนที่ตนถ่าย มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ทำท่าไหนดี ท่าไม่สวยเลย ขอเปลี่ยนมุมได้ไหม แต่ความรู้สึกแบบนั้นใช้กับที่นี่ไม่ได้ มันคือความลับของเมอร์ไลออนในสิงคโปร์ ทั้งความมั่นใจและท่าทางแปลกๆ มันคือการปลดล็อกตัวตนที่ซ่อนอยู่ของคนเหล่านี้ เสมือนเป็นตัวตนที่หามานาน ไม่ว่าจะเป็นท่าทางอ้าปากเพื่อรับน้ำจากสิงโตทะเลนั้น ทุกคนที่ไปถึงมักจะทำท่านั้นโดยไม่เคยมีใครรู้ว่าจุดเริ่มต้นของท่าทางนี้มาจากไหน แต่มีคนหลายร้อยหลายพันพร้อมจะทำเช่นนั้น สำหรับที่นี่การทำท่าทางนี้ถือว่าเป็นท่าทางปกติ 

ศิลปินกำลังจะบอกว่ามิติคู่ขนานนั้นอยู่ใกล้กว่าที่คุณคิด ถึงแม้ว่ามันจะมีตัวตนอยู่จริงเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม แต่เมื่อผ่านวินาทีของการถ่ายภาพนั้นผ่านไปแล้วโลกของเมอร์ไลออนจะหายไป ในขณะเดียวกันกับที่โลกแห่งความเป็นจริงกลับมา พร้อมกับความเขินอาย และรู้สึกได้ถึงการมีอยู่ของผู้คนรอบตัว 

ดังนั้น สิ่งที่ศิลปินต้องการจะนำเสนอคือ บางทีตัวตนข้างในตัวเราอาจต้องการหรือพยายามออกมาจากเราก็ได้ บางทีจากเหตุการณ์เพียงเสี้ยววินาทีที่ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องถูกตัดสินผ่านสายตาและความคาดหวังจากสังคม บางทีตัวตนของเราจากโลกอื่นที่กำลังพยายามเชื่อมต่อกับเราในทุกวิถีทาง โดยต้องการสื่อกลางอย่างเมอร์ไลออน ที่อาจเป็นประตูทะลุสู่ต่างโลกก็เป็นได้

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

Chiang Mai Photo Festival 2020

เทศกาลภาพถ่ายเชียงใหม่ บอกเล่าเรื่องราวภายใต้คอนเซปต์ The Parallel World “โลกที่เหลื่อมซ้อน” ผ่านภาพถ่ายโดยศิลปินรุ่นใหม่จาก 30 มหาวิทยาลัยศิลปะชั้นนำของโลก

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ทุกครั้งเวลาได้ออกเดินทางไปในที่ต่าง ๆ ช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินเป็นสิ่งที่น่ารอคอยมากที่สุดสำหรับผม เป็นเวลาที่ได้รู้จักสถานที่แห่งนั้นมากขึ้น ได้เห็นถึงความสวยงามของนาฬิกาโลกตั้งแต่สว่างจนกระทั่งมืดลง

ช่วงแรก ๆ ที่ผมไปซานฟรานซิสโก วิวฝั่ง Golden Gate หมอกลงหนาทุกวัน มองไม่ค่อยเห็นอะไรมากเท่าไหร่ ตอนแรกจะไม่ไปแล้ว เพราะไปก็คงไม่ได้เห็นอะไร แต่สุดท้ายคิดว่าไหนๆ ก็มาแล้ว ลองไปซะหน่อยแล้วกัน จำได้ว่าวันนั้นอากาศเย็นลงและลมก็แรงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนที่ไปด้วยกันเริ่มอยากกลับแล้ว ในใจลึก ๆ หวังว่าอยากดูพระอาทิตย์ตกดินที่นี่เพราะว่าชอบวิวฝั่งนี้มาก พอเดินไปเรื่อย ๆ ฟ้าก็เปิดมากขึ้น เห็นวิวฝั่ง South Bay ทอดยาวตามชายฝั่ง

สิ่งที่ได้ไปเจอมันคุ้มค่ามาก เรียกว่าเป็นพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดในอเมริกาสำหรับผมเลย มองเห็นแสงแดดกระทบกับผืนน้ำและแผ่นหญ้า พร้อมกับนกที่ร้องและบินไปตามทิศทางลม เรือต่าง ๆ แล่นอยู่ในอ่าว รอบข้างมีคนมาวิ่งออกกำลังกายและพาน้องหมามาเดินเล่น อากาศเย็น ๆ แบบนี้ได้ยืนดูพระอาทิตย์ตกดินริมอ่าวมันดีมากจริง ๆ วันนั้นเป็นอีกวันที่มีความสุขมาก ๆ ของผมในอเมริกา

ถ้าคุณมีเซ็ตภาพถ่ายที่อยากมาอวดในคอลัมน์นี้ ช่วยส่งเซ็ตภาพพร้อมคำบรรยาย(แบบไม่ยาวมาก) รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ Photo Essay

ถ้าเซ็ตรูปของคุณได้รับการตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

ปรีชาชาติ สัตบุศย์

อยากไปดูพระอาทิตย์ตกรอบโลก ชอบออกไปเที่ยวหาแรงบันดาลใจ ออกจากบ้านไปหาอะไรใหม่ ๆ ทำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load