แม่น้ำโขงมีความสำคัญในทางภูมิรัฐศาสตร์ ด้วยสายน้ำขนาดมโหฬารที่ไหลผ่านถึง 6 ประเทศ เริ่มต้นจากเทือกเขาหิมาลัยในทิเบต ผ่านแผ่นดินจีนอันไพศาล ร้อยเรียง 5 ประเทศสมาชิกอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างเมียนมา สปป. ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนจะไหลออกสู่ทะเลจีนใต้ สิริระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 5,000 กิโลเมตร

ประชากรมากกว่า 60 ล้านชีวิต พึ่งพาแม่น้ำโขงในฐานะแหล่งอาหาร พื้นที่ทำกิน และพื้นที่เกษตรกรรม สายน้ำแห่งนี้ยังเป็นแหล่งพันธุกรรมปลาที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด อุดมไปด้วยสัตว์น้ำกว่า 1,300 สายพันธุ์ การประมง ตลอดลำน้ำโขง มอบปริมาณปลามากที่สุดเทียบกับลุ่มน้ำอื่น ๆ ทั่วโลก 

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกเข้าด้วยกัน นับเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์เชื่อมต่อสำคัญ ไม่เพียงต่อประเทศในอนุภูมิภาคฯ แต่รวมถึงประเทศอื่น ๆ ที่ต้องพึ่งพาโครงข่ายถนน ราง เรือ เพื่อเดินทางและขนส่งสินค้า หลายสิบปีที่ผ่านมา ทรัพยากรมหาศาลรอบลำโขง ดึงดูดประเทศต่าง ๆ ให้เข้ามาร่วมลงทุนและพัฒนาพื้นที่นี้ ซึ่งไม่ใช่แค่การพัฒนาทางกายภาพอย่างเดียว แต่รวมไปถึงมิติด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และความเป็นอยู่ของประชาชนตามลุ่มน้ำ

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้มิติการพัฒนาลุ่มน้ำโขงยิ่งซับซ้อนและท้าทาย ท่ามกลางการหลั่งไหลเข้ามาของหลายชาติมหาอำนาจ ประเทศไทยในฐานะข้อต่อและประเทศสมาชิกที่สำคัญของอนุภูมิภาคฯ วางแผนจะเดินหน้าความร่วมมือไปทางไหน และจะมีบทบาทอย่างไรต่อการพัฒนากรอบความร่วมมือมิติต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคฯ ในอนาคต 

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

The Cloudได้รับเกียรติพูดคุยกับ ท่านทูตอรุณรุ่ง โพธิ์ทอง ฮัมฟรีย์ส เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ ผู้ดูแลกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กลุ่มงานใหม่ล่าสุดแห่งกระทรวงการต่างประเทศ ที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินนโยบายการต่างประเทศเชิงรุก มีเป้าหมายสูงสุดในการดูแลผลประโยชน์ของไทย ไปพร้อมกับการสร้างการเติบโตให้อนุภูมิภาคฯ ของเรา เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปด้วยกัน

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

กรอบความร่วมมือที่ขับเคลื่อนการพัฒนา

ย้อนกลับไป 30 ปีก่อน เกิดกรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงขึ้นครั้งแรก ในชื่อ Greater Mekong Subregion หรือ GMS โดยการขับเคลื่อนของประเทศญี่ปุ่น มีธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB) เป็นผู้สนับสนุนการพัฒนาที่มีจุดมุ่งหมายทางเศรษฐกิจเป็นหลัก 

“ความร่วมมือในครั้งนั้นส่งผลให้เกิดระเบียงเศรษฐกิจที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น North – South Economic Corridor ที่เชื่อมโยงจีน สปป. ลาว ไทย ลงไปถึงมาเลเซียและสิงคโปร์ หรือ East – West Economic Corridor ที่เชื่อมเมียนมา ไทย สปป. ลาว กัมพูชา และเวียดนาม พูดง่าย ๆ คือ เชื่อมตั้งแต่มหาสมุทรอินเดียไปจนจรดมหาสมุทรแปซิฟิก 

“ผลที่ได้จากระเบียงเศรษฐกิจคือ ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเข้าด้วยกัน แต่ก่อนการคมนาคมไม่ได้สะดวกสบายเท่านี้ การเกิดขึ้นของ GMS ทำให้เกิดการพัฒนาสะพานข้ามแม่น้ำ ถนนทางหลวง ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินเรือในแม่น้ำ”

กรอบความร่วมมือของไทยกับนานาชาติ ที่จะนำลุ่มน้ำโขงไปสู่โลกใบใหม่หลังโควิด-1

หลังจากนั้น กรอบความร่วมมือมากมายในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงก็ทยอยเกิดขึ้น ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ เข้ามาลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงด้วยเม็ดเงินมหาศาล ไม่ใช่เพื่อแบ่งปันเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่เพื่อสร้างผลประโยชน์แก่ชาติของเขาเองด้วย โครงการต่าง ๆ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่มีทรัพยากรแรงงานคุณภาพและค่าจ้างต่ำ รวมถึงเป็นฐานการส่งออกแก่ประเทศเหล่านั้นที่เข้ามาลงทุนนั่นเอง 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ปัจจุบัน กรอบความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงทั้ง 6 กรอบ ในการดูแลของท่านทูตอรุณรุ่งฯ และกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง ซึ่งกำลังเร่งผลักดันอย่างแข็งขัน ประกอบไปด้วย

  • ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-คงคา (Mekong – Ganga Cooperation หรือ MGC) มีอินเดียเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก
  • หุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ (Mekong – U.S. Partnership หรือ MUSP) มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก 
  • ความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (Mekong – Lancang Cooperation หรือ MLC) มีจีนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก
  • ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี (Mekong – Republic of Korea Cooperation หรือ Mekong – ROK) มีสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก 
  • ความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น (Mekong – Japan Cooperation หรือ MJ) มีญี่ปุ่นเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก 
  • ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (Ayeyawady – Chao Phraya – Mekong Economic Cooperation Strategy หรือ ACMECS) กรอบความร่วมมือที่จัดตั้งขึ้นตามข้อริเริ่มของไทย

“กรอบความร่วมมือทั้งหกมีความสำคัญในแบบตัวเอง แม้จะมุ่งเน้นไปที่ภาพกว้างในการสร้างความเชื่อมโยง (Connectivity) เหมือนกัน แต่ประเทศผู้ขับเคลื่อนต่างก็มีศักยภาพในมิติที่แตกต่างกัน หน้าที่ของเราคือ วิเคราะห์ว่าจะใช้ประโยชน์สูงสุดจากกรอบความร่วมมือนั้น ๆ อย่างไร ให้ไทยและประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างสมประโยชน์ร่วมกัน”

กรอบความร่วมมือ ACMECS หัวใจของอนุภูมิภาค

ACMECS คือ กรอบความร่วมมือที่สำคัญที่สุด เพราะไม่เพียงประกอบไปด้วยสมาชิกทั้ง 5 ของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ที่สำคัญทางยุทธศาสตร์หนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังเป็นกรอบความร่วมมือที่ไทยเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ในช่วงที่ชาติมหาอำนาจอย่างจีนและสหรัฐอเมริกาเดินหน้าเข้ามามีบทบาทในอนุภูมิภาคฯ เราเป็นผู้ผลักดันความร่วมมือนี้ให้แข็งแกร่งขึ้น พร้อมทั้งผลักดันแผนแม่บท ACMECS เพื่อผลประโยชน์ร่วมในทุกมิติของทั้ง 5 ประเทศสมาชิก 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

แผนแม่บท ACMECS มุ่งเน้นไปที่ 3 เป้าหมายหลัก คือ การเสริมสร้างความเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อในอนุภูมิภาคฯ (Seamless Connectivity) การสอดประสานด้านกฎระเบียบ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายของประชาชน (Synchronized ACMECS Economies) และการพัฒนาภูมิภาคอย่างยั่งยืนด้วยนวัตกรรม (Smart and Sustainable ACMECS)

“จุดประสงค์ของความร่วมมือในอนุภูมิภาคฯ คือ ผลกระโยชน์ทางเศรษฐกิจที่มีการแบ่งสรรปันส่วนเท่าเทียมกันและการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการลดช่วงว่างของประเทศสมาชิกทั้ง 5 เพราะแต่ละประเทศมีระดับการพัฒนาที่แตกต่างกัน ไทยให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาประเทศเพื่อนบ้านด้วย เพราะเมื่อเพื่อนบ้านพึ่งพาตัวเองได้ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ประเทศเราก็จะได้รับผลประโยชน์ด้วย เพราะมีพรมแดนติดกัน ทุกอย่างจึงเชื่อมต่อถึงกันทั้งหมด แท้จริงแล้ว อนุภูมิภาคฯ นี้ ถือเป็นพื้นที่ที่สำคัญทางยุทธศาสตร์หนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ท่านทูตอรุณรุ่งฯ อธิบายถึงโจทย์ใหญ่ที่สุดของความร่วมมือในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในปัจจุบันคือ โลกหลังโควิด-19 ที่เราต้องเร่งทำการฟื้นฟูประเทศและอนุภูมิภาคฯ ในหลาย ๆ ด้าน (Post-COVID Recovery) โดยการฟื้นฟูนั้นจะต้องทำร่วมกันเป็นองคาพยพ โดยเฉพาะในมิติของประเทศเพื่อนบ้าน ที่เชื่อมต่อกันทั้งในแง่พรมแดน วัฒนธรรมประเพณี และผู้คน 

“ในสถานการณ์โควิด-19 หากยังมีประเทศใดไม่ได้รับวัคซีน การฟื้นฟูของโลกจากการแพร่ระบาดก็ยากที่จะยั่งยืน ทุก ๆ ประเทศในโลกต้องได้รับวัคซีนร่วมกัน เช่นเดียวกับการพัฒนาในอนุภูมิภาคนี้ เราไม่สามารถรอดหรือเฟื่องฟูไปคนเดียวได้ รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย ดังนั้น จุดมุ่งหมายของการสร้างความร่วมมือคือ เราต้องมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปด้วยกัน”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

โฉมหน้าของอนุภูมิภาคหลังโควิด-19

การผลักดันความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูอนุภูมิภาคฯ หลังโควิด-19 แบ่งเป็น 2 มิติใหญ่ ๆ คือ การฟื้นฟูด้านสาธารณสุข เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ในอนาคต และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

“โควิด-19 สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เพื่อฟื้นฟูสภาพระบบเศรษฐกิจและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ประเทศไทยได้นำ BCG Model หรือการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวมมาเป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายและกรอบความร่วมมือต่าง ๆ” 

BCG Model มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจทั้ง 3 มิติไปพร้อมกัน คือ ระบบเศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาทรัพยากรชีวภาพเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เน้นการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่เน้นการพัฒนาสังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อม 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

เพื่อให้ต่อจากนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจของไทยและอนุภูมิภาคฯ สามารถดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล เยียวยาโลกของเรา ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของประเทศและภูมิภาคอื่น ๆ ในโลก

“อีกประเด็นที่สำคัญคือ การพาณิชย์ดิจิทัล ซึ่งช่วงโควิด-19 ภาคเอกชนและประชาชนจำนวนมาก เริ่มเปลี่ยนมาค้าขายทางดิจิทัลมากขึ้น ช่วงเวลาหลังการแพร่ระบาดจึงเป็นช่วงที่ควรเร่งรัด ผลักดันระบบที่ส่งเสริมการค้าดิจิทัล รวมถึงสร้างทักษะความเข้าใจการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) ให้ประชาชนไทยและภูมิภาค”

“นอกจากนี้ยังมีเรื่องของทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ดึงดูดการเข้ามาพัฒนาและลงทุนของหลายชาติจากทั่วโลก เราจึงต้องส่งเสริมและพัฒนาทักษะแรงงาน (Reskill และ Upskill) ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ให้มีขอบเขตทักษะที่กว้างไกลขึ้น เพื่อในอนาคต อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงจะสามารถขยายจากการเป็นฐานผลิตส่วนประกอบรถยนต์เป็นหลัก ไปสู่การผลิตชิ้นส่วนสำคัญทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างเช่น เซมิคอนดักเตอร์ชิป (Semiconductor Chips) ได้ด้วย และเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญของโลก”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ปัจจุบัน ประเทศสมาชิกทั้ง 5 คือ เมียนมา สปป. ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม ต่างมีความมุ่งมั่นร่วมกันในการฟื้นฟูและพัฒนาอนุภูมิภาคฯ ในมิติต่าง ๆ หลังโควิด-19 เพื่อให้เรากลับมาเป็นที่จับตาต้องใจการลงทุนจากประเทศนอกอนุภูมิภาคฯ โดยประเทศไทย ในเชิงของภูมิรัฐศาสตร์และการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผ่านมา ถือเป็นข้อต่อสำคัญที่ขาดไม่ได้ในทุก ๆ เรื่อง หากขาดไทยไป อนุภูมิภาคฯ ก็จะไม่สามารถเจริญเติบโตได้เช่นแต่ก่อนเช่นกัน

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ขับเคลื่อนไปด้วยกัน เพื่อผลประโยชน์ทวีคูณ

อย่างที่ท่านทูตอรุณรุ่งฯ เล่าไปข้างต้น แต่ละกรอบความร่วมมือล้วนมีศักยภาพที่จะนำไปสู่การพัฒนา เพื่อสร้างผลประโยชน์ให้ประชาชนตลอดลุ่มน้ำโขง ตามนโยบายของแต่ละประเทศผู้ขับเคลื่อนกรอบความร่วมมือ ว่าจะโฟกัสหรือให้น้ำหนักไปที่ประเด็นใด

“อย่างประเทศญี่ปุ่น ให้ความสำคัญกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDGs) ของสหประชาชาติ และการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการผลักดันเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้กรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับญี่ปุ่น จึงเน้นไปที่วิสัยทัศน์การพัฒนาอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ 

“ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นถอดบทเรียนให้ความรู้ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในการรีไซเคิลรถยนต์ทั้งคัน และในอนาคต ญี่ปุ่นน่าจะเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยเราส่งเสริมและพัฒนาทักษะแรงงานให้มีประสิทธิภาพเพื่อรับกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต” 

ขณะที่ความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-คงคา ที่อินเดียเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก จะเน้นไปทางมิติวัฒนธรรม เพราะประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงต่างได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมมาจากฮินดู พราหมณ์ รวมถึงพุทธศาสนาที่มีต้นกำเนิดจากอินเดีย และที่สำคัญ มิติทางวัฒนธรรมยังเป็นองค์ประกอบสำคัญของนโยบายต่างประเทศ Act East ของอินเดียอีกด้วย

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“หุ้นส่วนลุ่มน้ำโขง-สหรัฐฯ มีการยกระดับความร่วมมือในหลายด้าน ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติข้ามพรมแดน อาชญากรรมข้ามชาติ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ไปจนถึงการปราบปรามการค้ามนุษย์ ยาเสพติด และสัตว์ป่า แต่มิติที่กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงของเรามองว่าน่าสนใจมาก และกรอบความร่วมมืออื่น ๆ ยังไม่เคยพูดถึง คือการที่สหรัฐอเมริกาหยิบยกประเด็นการส่งเสริมศักยภาพของสตรี ซึ่งในปัจจุบัน เน้นไปที่กลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้สามารถเป็นกำลังเข้มแข็งของครอบครัวในการสร้างรายได้จุนเจือ และเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานรากหลังโควิด-19”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

ท่านทูตอรุณรุ่งฯ เอ่ยอย่างกระตือรือร้นว่า “แม้ปัจจุบันอนุภูมิภาคฯ ของเราจะได้รับความช่วยเหลือจากหลายประเทศมหาอำนาจในเรื่องการบริจาควัคซีนต้านโควิด-19 แต่จะเป็นไปได้ไหม ที่เราจะสร้างฐานการผลิตวัคซีนที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงในอนาคต

“จากวิสัยทัศน์ของสาธารณรัฐเกาหลี ที่ต้องการเป็นประเทศผู้ผลิตวัคซีนของโลก เรามองว่า ในเมื่อเขาเชี่ยวชาญแนวทางออกแบบการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) อนุภูมิภาคฯ ของเราที่พร้อมด้วยทรัพยากร สามารถจับมือกับสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อเป็นแหล่งผลิตวัคซีนที่พึ่งพาตัวเองได้ เพราะตอนนี้มีแนวโน้มว่าโรคโควิด-19 อาจกลายเป็นโรคประจำถิ่นที่คงอยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเรา และต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นทุกปีต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น ถ้าเราสามารถผลิตวัคซีนเองได้ ก็จะเป็นการดีในการพึ่งพาอนุภูมิภาคตัวเอง

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“นี่คือหน้าที่ของกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง และกระทรวงการต่างประเทศ ในการวิเคราะห์และชี้เป้าว่าแต่ละกรอบความร่วมมือที่เราดูแล มีช่องทางหรือมิติใดที่จะเสริมสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้ไทย ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศผู้ขับเคลื่อนนอกอนุภูมิภาคฯ ได้บ้าง ให้ทุกคนได้ผลประโยชน์เท่าทวีคูณ”

กรอบความร่วมมือ MLC เด็กอัจฉริยะ

กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง หรือ MLC ที่มีจีนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก แม้จะเพิ่งก่อตั้งขึ้นเพียง 5 ปี แต่มีความก้าวหน้ามาก ท่านทูตอรุณรุ่งฯ จึงให้ฉายากรอบความร่วมมือนี้ว่าเป็น ‘เด็กอัจฉริยะ’ เพราะได้สนับสนุนเงินจากกองทุนพิเศษในการวิจัยโครงการต่าง ๆ ไปแล้วหลายร้อยโครงการ

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19
กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“หนึ่งในโครงการที่น่าจับตามอง โดยกระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย ซึ่งจีนอนุมัติให้เงินทุนช่วยเหลือไปเมื่อสองปีที่แล้ว คือ โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดนที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นประตูการค้าชายแดน เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจเข้ากับบ่อเต็นของ สปป. ลาว และบ่อหานของจีน นับเป็นโครงการที่ดีที่จะส่งเสริมเรื่องการค้า การลงทุนข้ามพรมแดน และการสร้างงานมหาศาล

“ซึ่งในที่สุด จะต้องมีการนำระบบดิจิทัลและนวัตกรรม เข้ามาส่งเสริมการค้าและการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศจึงไปหารือกับสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. เกิดการจัดตั้งระเบียงนวัตกรรม (Innovation Corridor) เพื่อวิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการที่ทันสมัยในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยเราจะนำทรัพยากรชีวภาพมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ และส่งออก ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยด้วย BCG Model”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

นอกจากประเทศจีนแล้ว สาธารณรัฐเกาหลีก็ให้การสนับสนุนเงินในลักษณะกองทุน เพื่อดำเนินโครงการเพื่อการพัฒนาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเช่นกัน อย่างโครงการถอดบทเรียนการบริหารจัดการโรคโควิด-19 กับแรงงานต่างด้าว โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโครงการส่งเสริมความเข้าใจการบริหารจัดการน้ำของชุมชนที่ยั่งยืน โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากสาธารณรัฐเกาหลี

“โครงการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการขนาดเล็กหรือใหญ่ ปลายทางคือ ผลประโยชน์สู่ประชาชน แต่หลายคนอาจไม่รู้ เพราะเป็นโครงการที่เสนอผ่านหน่วยงาน กว่าจะออกดอกผล ก็เป็นตอนที่หน่วยงานต่าง ๆ เอาผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการไปปฏิบัติแล้ว ไม่ได้เห็นผลรวดเร็วทันใจ เพราะต้องใช้เวลาในการศึกษาดำเนินการ”

อย่างไรก็ตาม อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งเป็นความร่วมมือหลักของหลายกรอบความร่วมมือ รวมถึง MLC เช่นกัน โดยบางฝ่ายเห็นว่า สืบเนื่องจากมีการสร้างเขื่อนจำนวนมากบนแม่น้ำล้านช้าง ต้นน้ำของแม่น้ำโขง ทำให้ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำและระบบนิเวศของทั้งลุ่มน้ำโขงตอนปลายซึ่งไหลผ่าน 5 ประเทศ ในอนุภูมิภาคฯ ซึ่งบางฝ่ายก็เห็นว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำโขงและระบบนิเวศ เช่น ปัญหาโลกร้อน

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“เราผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันของกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง และคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission หรือ MRC) ต่อยอดจากที่จีนให้ข้อมูลระดับน้ำบริเวณท้ายเขื่อนจิ่งหงตลอดทั้งปี เพื่อส่งเสริมการจัดการและพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืนและไม่หยุดนิ่ง”

“ฝ่ายจีนก็มีฐานข้อมูลด้านอุทกศาสตร์ของตัวเอง ที่บางครั้งอาจไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่ไทยหรือ MRC มี ในปัจจุบัน จีน, MLC และ MRC จึงมีความร่วมมือใกล้ชิดกันมากขึ้น มีการหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลอุทกศาสตร์ รวมถึงความเป็นไปได้ในทำการศึกษาการบริหารจัดการตะกอนของแม่น้ำโขง เมื่อทุกส่วนทำงานโดยอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน ต่อไปเมื่อพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระดับน้ำหรือระบบนิเวศ ทุกฝ่ายจะได้เข้าใจตรงกันและหาหนทางแก้ไขปัญหาหรือบรรเทาปัญหาที่สร้างสรรค์และตอบโจทย์ประชาชน นับเป็นพัฒนาการความร่วมมือที่ดี

“การที่แต่ละประเทศมีข้อมูลชุดเดียวกัน ความเข้าใจตรงกัน ในที่สุดก็จะถ่ายทอดไปสู่ความร่วมมือที่มันตรงเป้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเตือนน้ำท่วม น้ำแล้ง เมื่อไหร่ อย่างไร ผู้ได้รับผลประโยชน์ก็คือ ประชาชนทั้งสองฝั่งโขงนั่นเอง”

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

เติบโตอย่างยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

สมัยก่อนกรอบความร่วมมืออาจถูกผลักดันโดยการทูตเชิงเศรษฐกิจ (Economic Diplomacy) แต่ปัจจุบันมีศาสตร์ทางการทูตมากมายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทูตวิทยาศาสตร์ (Science Diplomacy) การทูตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Diplomacy) ไปจนถึงการทูตว่าด้วยเรื่องน้ำ (Water Diplomacy) 

กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงแห่งกระทรวงการต่างประเทศ กับภารกิจสร้างความร่วมมือเพื่อฟื้นฟูลุ่มน้ำโขงหลังโควิด-19

“อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ การทูตเพื่อประชาชน (People Diplomacy) ประชาชนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหล่อหลอมผูกพันกับสายน้ำ ทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณ ดังนั้น การขับเคลื่อนด้วยประชาชนคือ รูปแบบที่งอกงามที่สุดและยั่งยืน ซึ่งการพัฒนาและการเจริญเติบโตของอนุภูมิภาคฯ ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ต้องอาศัยศาสตร์ของการทูตที่หลากหลายมาหลอมรวมกันเป็นองคาพยพ

“ปลายทางของทุกกรอบความร่วมมือคือผลประโยชน์ร่วมกัน ‘จับมือให้อุ่น’ คือสโลแกนในการดำเนินงานของกลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขงและกระทรวงการต่างประเทศ แต่ละประเทศมีจุดแข็งของเขา นำจุดแข็งมารวมกัน ยิ่งส่งเสริมผลลัพธ์เชิงบวกเป็นเท่าทวี

“ประเทศไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศเชิงรุกที่ต้องการให้ทุกประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน และตอบโจทย์นโยบายต่างประเทศไทย 5S หรือ 5 มี คือ มีความมั่นคง (Security), มีความมั่งคั่งและยั่งยืน (Sustainability), มีมาตรฐานสากล (Standard), มีสถานะและเกียรติภูมิ (Status) และมีพลัง (Synergy)” ท่านทูตอรุณรุ่งฯ กล่าวทิ้งท้าย

ภาพ : กลุ่มงานความร่วมมือลุ่มน้ำโขง กระทรวงการต่างประเทศ

Writer

มิ่งขวัญ รัตนคช

อดีต Urban Designer ผู้รักการเดินทางสำรวจโลกกว้าง สนใจงานออกแบบเชิงพฤติกรรมมนุษย์ และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากน้ำหยดเล็กที่ไหลมารวมกัน

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

4 พฤศจิกายน 2565
2 K

กลิ่นสีและกาวแป้ง ไม่ใช่ภาพยนตร์ระดับตำนานของไทย แต่เป็นบรรยากาศของวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียนของ Museum of Contemporary Art (MOCA)

และ “ใส่รองเท้าอะไรมาคะ” ก็ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นประโยคต้อนรับของทีมงานที่ยอมเปิดบ้านเลอะฝุ่นให้เราเข้าไปดูเบื้องหลังการติดตั้งชิ้นงาน The Art of Banksy ก่อนใคร อีเวนต์ใหญ่แห่งปีที่พวกเขาบอกว่าเป็นการดีลงานที่ยุ่งยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ระดับ 11 เต็ม 10 

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

ถัดมาอีก 4 วัน เรากลับมาที่นี่อีกครั้ง แบบไม่ต้องกลัวอีกต่อไปว่ารองเท้าคู่ไหนจะพาให้ลื่นล้ม 

ผลงานพร้อมโชว์ โปรเจกเตอร์พร้อมฉาย หูมิกกี้เมาส์จำลองชวนให้นึกถึงทางเข้าสวนสนุกในฝัน เพียงแต่มันกลับตาลปัตรเป็น Dismaland ดินแดนแห่งสงครามและคราบเลือดของศิลปินหัวขบถนิรนามที่ถ้าใครไม่รู้จักชื่อเขา ก็ต้องรู้จักชิ้นงานในตำนานของเขาสักชิ้น ตั้งแต่ Girl With Balloon กราฟฟิตี้รูปเด็กหญิงกับลูกโป่ง, Kissing Coppers สองตำรวจหนุ่มกอดจูบกัน, The Flower Thrower ชายที่กำลังเขวี้ยงช่อดอกไม้ ไปจนถึงการโปรยเงินปลอม Banksy of England รูปเจ้าหญิงไดอาน่า ทั้งหมดล้วนเต็มไปด้วยการวิพากษ์วิจารณ์สังคมอย่างตรงไปตรงมา และออกจะต่อต้านระบบทุนนิยมอยู่ไม่น้อย

แต่หากยังไม่รู้ ก็เชื่อว่าคงเห็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ผ่านตามาบ้าง เพราะนิทรรศการนี้ปราศจากความยินยอมของศิลปิน เต็มไปด้วยผลงาน Reproduction ทั้งจริง-ไม่จริงเรียงรายคละกัน แถมจากการจัดแสดงกว่า 18 เมืองทั่วโลก กรุงเทพฯ ยังเป็นที่แรกและที่เดียวที่ยกสตรีทอาร์ตมาไว้ในพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยอีกต่างหาก 

วันนี้เราเดินทางมาพร้อมคำถามค้างคาใจ เพราะคงไม่มีใครที่จะคลายข้อสงสัยทั้งหมดได้ดีมากไปกว่า คิด-คณชัย เบญจรงคกุล ผู้อำนวยการรุ่นใหม่ไฟแรงแห่ง MOCA 

คนที่กำลังจะหย่อนตัวนั่งลงตรงข้ามเราในไม่ช้า

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

Game Changer (2020)

เราเริ่มด้วยการเล่าให้คิดฟังว่า MOCA ในทรรศนะของคนทั่วไป คือพิพิธภัณฑ์ที่เต็มไปด้วยงานไทยวิจิตรของปรมาจารย์งานศิลป์ไทย การที่พักหลังเขาหันมาสนใจสตรีทอาร์ตจึงเป็นสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง คิดนึกย้อนไปราว ๆ 4 – 5 ปีก่อน ตอนเข้ามารับหน้าที่บริหารงานต่อจาก เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล พ่อของเขา

“ตั้งแต่คิดเข้ามาทำตรงนี้ เราพยายามให้ MOCA มีศิลปะที่หลากหลายมากขึ้น เข้าถึงศิลปินรุ่นใหม่ไปจนถึงสตรีทอาร์ต มีการจัดงานของศิลปินเด็ก มีงานที่เอาคนรุ่นใหม่อย่าง คุณต่อลาภ ลาภเจริญสุข จัดร่วมกับ อาจารย์ทวี รัชนีกร 

เราเป็นคนละเจนเนอเรชันกับคุณพ่อ รู้สึกว่าอยากทำอะไรใหม่ ๆ ให้คนหลาย ๆ กลุ่มได้ดู”

แม้คิดจะเห็นเช่นนั้น ยังมีบางงานที่พ่อของเขาไม่ค่อยแน่ใจว่าจะจัดดีหรือไม่ แต่พอได้เห็นงานศิลปะแขนงอื่น ๆ เช่น นิทรรศการ DOMESTICATED ของ กวิตา วัฒนะชยังกูร ศิลปิน Art Performance ก็นับว่าเป็นเรื่องแปลกใหม่จนต้องซื้อเก็บไว้เป็นคอลเลกชันสำหรับจัดแสดง งานสตรีทอาร์ตจึงเขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้น 

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

โดยที่เจ้าสัวเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าวันหนึ่ง ลูกชายจะเข้ามาขอใช้พื้นที่อีก 2 โถงนิทรรศการถาวรของ อาจารย์ชลูด นิ่มเสมอ และ อาจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ที่พ่อรัก เพื่อจัดงานครั้งใหญ่ที่อาศัยแค่ 2 ห้องนิทรรศการหมุนเวียนไม่พอ

เราถามตามตรงว่า สตรีทอาร์ตก็ควรเป็นศิลปะที่จัดแสดงบนท้องถนนมิใช่หรือ

คิดตอบกลับว่า “มันน่าจะเปลี่ยนบริบทได้” 

สำหรับตัว Street Artist ท้องถิ่นเอง ยังถือเป็นความท้าทายที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจากกำแพงเป็นผนังของมิวเซียม ทั้งยังเป็นสถานที่มั่นให้ศิลปินมารวมตัวกันได้ง่ายอีกด้วย

การจัดนิทรรศการสตรีทอาร์ตที่นี่จึงไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่ว่า ศิลปินคนนั้นคือใครต่างหาก

Show me the Banksy (2005)

Banksy เป็นศิลปินหนึ่งในความฝันของคิด 

เขาฝันมาตลอดว่าคงเป็นการดีถ้าคนไทยจะมีโอกาสได้เห็นงานของ Banksy เหมือนที่เขาเคยเห็นในต่างประเทศ แต่ความจริงคือที่ผ่านมา Banksy เคยจัดงานนิทรรศการของตัวเองเพียงครั้งเดียวที่ Bristol City Museum บ้านเกิดของเขา เพราะหนึ่งในความเชื่อของศิลปินผู้นี้คือ ศิลปะเป็นของทุกคน 

ถ้าเห็น ให้อนุมานได้เลยว่าจัดขึ้นโดยกลุ่มคนอื่นทั้งสิ้น 

แน่นอนว่า The Art of Banksy ก็เช่นกัน

คิดตื่นจากฝันมาเผชิญหน้ากับความจริง แต่ดันจริงยิ่งกว่าในฝัน เมื่อทีมอีเวนต์ติดต่อมาว่าอยากจัดแสดงนิทรรศการที่กรุงเทพฯ เป็นเมืองแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

“บริษัท EEG (Expand Entertainment Group) ติดต่อเรามา เขาบอกตั้งแต่แรกว่าจะมีงานออริจินัล มีงาน Reproduction มีงาน Video Mapping มี Installation สร้างขึ้นใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Banksy”

 ถึงจะเข้าใกล้ความฝันเต็มแก่ เขาก็ยังลังเลใจอยู่พอสมควร

“เราชั่งน้ำหนักว่าจะจัดดีไหม” ผู้อำนวยการคิดหนัก ต่อให้ทางผู้จัดงัดความสำเร็จมาเล่าให้ฟังว่ากระแสตอบรับของทั้ง 18 เมืองถล่มทลาย ขนาดมียอดผู้เข้าชมรวมแล้วกว่า 1 ล้านคน อาจเป็นเพราะความจริงอีกอย่าง คือผลตอบรับมีทั้งดีแย่ปนไป และส่วนที่แย่ก็ดันหนักหน่วงเสียนี่

“เราเห็นว่ามันมีดราม่า แต่ทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นงาน Banksy จัดเองหรือคนจัดงานให้ มันก็จะมีประเด็นพวกนี้อยู่แล้ว 

“ทั้งพูดถึงวิธีการทำงานของเขา การที่เขาไปทำงานในพื้นที่สาธารณะ การเอางานไปขึ้นโชว์ที่ MOMA (Museum of Modern Art) โดยเจ้าของพื้นที่ไม่ได้รับรู้ หรือการพูดถึงเรื่องลิขสิทธิ์ มันเป็นเรื่องที่อยู่ในความสุ่มเสี่ยง อาจจะพูดยากว่าอะไรถูกอะไรผิด

“เจตนาจริง ๆ เราอยากให้คนได้มาเห็นงานนี้ เพราะมันกระจัดกระจายอยู่ตามถนน ตามที่สาธารณะ บางคนเคยเห็นงาน Banksy แต่อาจจะไม่ได้รู้ถึงความหมายของมัน แต่ครั้งนี้เราจับงานทุกอย่างแผ่ออกมาให้เห็นหมดเลย เราคิดว่าถ้าคนได้มาสัมผัสงานนี้จะได้รู้ถึงความคิดและกระบวนการทำงานของเขามากขึ้น

“ตอนนี้มีความเห็นทั้งบวกและลบ แต่เราก็หวังว่าจะมีคนที่ชอบงานนี้ด้วย”

ก่อนหน้าที่ชิ้นงานจะล่องเรือมาเทียบท่า ศิลปะกว่า 150 ชิ้นจัดแสดงที่ประเทศเกาหลีมาก่อนเป็นเวลา 6 เดือน ใน 2 เมือง มีประเด็นร้อนเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ไฟอาจไม่ร้อนระอุเท่า

“MOCA อาจจะเป็นสถานที่ที่คนมองว่าเป็นมิวเซียมแรก ๆ ของประเทศไทย ควรทำทุกอย่างที่มันถูกต้องเป๊ะ ห้ามจัดแสดงงานที่อยู่ในพื้นที่สีเทา ซึ่งทำให้คิดได้เห็นว่า มีมุมมองที่หลากหลายจริง ๆ ในแวดวงศิลปะ”

คุณคาดคะเนถึงกระแสตอบรับเหล่านั้นบ้างไหม – เราถาม

“คาดคะเน แต่ไม่ได้คาดคะเนว่ามันจะเยอะขนาดนี้” คิดหัวเราะเบา แต่เรารู้ว่าวันนั้นเขาคงหัวเราะไม่ออก

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

Devolved Parliament (2009)

“คือเราเองก็มีความผิดที่ไม่ได้สื่อสารให้มันเคลียร์” 

เขากำลังจะเปิดอก ส่วนใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ โปรดอย่าเคืองเขาเร็วนัก 

“มีคนเข้าใจผิดว่านี่เป็นงานที่จัดโดย Banksy หรือเปล่า ซึ่งเราไม่ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่ามันเป็นงานที่ไม่ได้จัดโดยศิลปิน”

ประเด็นที่ว่า เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาทีหลัง MOCA โพสต์ประชาสัมพันธ์ ด้วยการแปลไทยบางอย่างอาจทำให้หลายคนดีอกดีใจที่จะได้ชมผลงานระดับโลกด้วยตาเปล่า แท้จริงกลับเป็นการรวบรวมผลงานโดยกลุ่มคนหนึ่งมาจัดแสดงเพียงเท่านั้น หนำซ้ำ Banksy ยังไม่รับรู้อีกต่างหาก 

คิดเล่าว่าถ้อยคำทั้งหมดในโพสต์แรกคือคำโปรยของงานที่ทุกเมืองใช้เหมือนกันหมด เนื่องจาก The Art of Banksy มาในรูปแบบแพ็กเกจ แนวทางการจัดแสดงผลงาน แม้กระทั่ง Communication Message ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบของผู้จัดทั้งสิ้น ซึ่งเขายอมรับแต่โดยดีว่า แปลได้ไม่รอบคอบเอาเสียเลย

แล้วคุณเคลียร์กับทางทีมผู้จัดยังไง – เราถามอีก 

“เขาบอกว่าเจอมาทุกประเทศ แต่ครั้งนี้น่าจะเยอะสุดแล้วที่ประเทศไทย” เห็นจะจริงเช่นนั้น

งั้นคุณมีแผนรองรับประเด็นดราม่าที่จะเกิดขึ้นรึเปล่า ถ้าคาดคะเนเอาไว้ – บทสนทนาสนุกขึ้น เพราะคิดตอบว่าไม่ได้ตั้งใจเตรียมรับมือ แต่เขาเลือกที่จะไม่สื่อสารตามกฎระเบียบของทีมผู้จัดอีกแล้ว

โพสต์แถลงการณ์ตามมา คิดจึงบอกครบทุกอย่างว่าภายในนิทรรศการนี้จะมีงานทั้งหมด 150 ชิ้น มีงานจริง 32 ชิ้น ซึ่งได้รับการรองรับจาก Pest Control บริษัทตรวจสอบชิ้นงานจริงของ Banksy โดยเฉพาะ เขาเล่าว่าถ้าย้อนไปดูงานเก่า ๆ ที่เคยมีมา ไม่เคยมี Exhibitor คนไหนพูดเช่นนี้ 

“เราคิดว่าสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการบอกให้ชัด ๆ ไปเลยว่าอะไรคือจุดมุ่งหมายของเรา ไม่ได้จะมาหลอกลวงว่านี่คืองานของ Banksy และทั้งหมดเป็นผลงานจริง” คิดเอ่ยย้ำ

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

Shop Until You Drop (2011)

ตามแผนงาน ผลงานศิลปะ 150 ชิ้นนี้ควรเดินทางมาถึง MOCA วันที่ 6 ตุลาคม แต่มันกลับล่าช้าไปหลายอาทิตย์ ทั้งที่โปรเจกต์นี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปีก่อน 

ผู้อำนวยการพูดตามตรงว่า นี่คืองานที่โหดหินและราคาแพงที่สุดสำหรับเขา 

“ทีมต่างชาติกี่ชีวิตต้องมาถึงที่นี่ เฉพาะ Artist น่าจะ 3 แล้วก็มีทีมงานอีกประมาณ 10 คน และมาก่อนหน้านี้ด้วยรอบหนึ่ง ดูพื้นที่ วัด แล้วก็กลับมาเซ็ตอัปอีก 

“ค่าขนส่ง นำเข้า ค่อนข้างสูงมาก และงานมันก็ต้องขนมาเป็นคอนเทนเนอร์ขึ้นเรือมาทั้งหมด หลาย ๆ ส่วนต้องมาสร้างใหม่ที่นี่ ทั้งผนัง กำแพง ห้องกระจก Infinity Room หรือ Multimedia ต่าง ๆ ทำให้งบในการจัดงานการจัดนิทรรศการนี้สูงมาก สูงสุดเท่าที่เราเคยจัดนิทรรศการมาเลย”

คุยเรื่องซีเรียสมานาน เราถามเขาและลูกทีมเล่น ๆ ว่า ถ้าให้คะแนนความยุ่งยากของงานนี้ เต็ม 10 จะอยู่ที่เท่าไร ทุกคนสบตากันและหัวเราะ ก่อนจะตอบว่า 11

“ซึ่งตอนนี้มองกลับไปก็ไม่รู้ว่าคุ้มหรือเปล่าที่จัด” ฟังดูติดตลก แต่มีความจริงซ่อนอยู่ในท่าที

เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด
เบื้องหลัง The Art of Banksy สตรีทอาร์ตหัวขบถในมิวเซียมที่โดนดราม่าตั้งแต่ยังไม่ได้จัด

“เราเหนื่อยมาก ลงทุนไปเยอะ โดนดราม่าด้วย แล้วค่าตั๋วที่คนจะจ่ายบัตรเข้ามาก็ไม่รู้ว่าจะครอบคลุมที่เราลงไปไหม แต่เราหวังว่าคนมาแล้วจะชื่นชอบ” 

ให้สมกับที่ต้องสื่อสารกับทีมงานชาวตุรกี อังกฤษ เยอรมัน ฯลฯ โดยมีคนเกาหลีเป็น Production Manager 

เรื่องค่าเข้าก็เป็นอีกประเด็นร้อนที่มีการถกเถียงกันหนาหู เพราะทุกคนรับรู้ว่า Banksy เป็นศิลปินที่ต่อต้านระบบทุนนิยมขนาดไหน งานของเขาจึงปรากฏอยู่ตามถนนหนทาง แต่คิดอยากอธิบายให้ชัดเจนว่า มันคือต้นทุน ค่าบริหารจัดการ เพื่อให้คนไทยมีโอกาสดูผลงานของศิลปินชื่อดังอื่น ๆ ในอนาคต

ดังนั้น บางความเห็นที่เข้ามาโจมตีว่า “เก็บเงินค่าเข้า กะเอารวยตั้งแต่วันแรก” จึงเป็นไปไม่ได้

คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู
คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู

Draw The Raised Bridge (2018)

ว่ากันตามตรง ประเทศไทยเองก็เคยมีงานจัดแสดงผลงาน Reproduction ของศิลปินมาแล้วหลายครั้ง แต่คิดเองก็เข้าใจว่าครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะ Banksy ยังมีชีวิตอยู่

“งานที่โชว์ใน MOCA ได้รับการยินยอมจากศิลปินทั้งหมดแล้ว” เขายืนยัน 

“แต่ Banksy เขาไม่เปิดเผยตัวตน การพูดถึงเรื่องการ Reproduction ผลงานกับศิลปินนิรนามเลยค่อนข้างคลุมเครือ

“งานออริจินัลของเขาอยู่ในที่ที่คุณต้องเอาตัวเองไปที่นั่น คุณถึงจะเห็น ไม่ใช่งานที่ยกออกมาจัดแสดงได้ จึงต้องพิจารณากันเป็น Case by Case เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเอาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นเพื่อไปเห็น ไปสัมผัสของจริง ๆ แต่วันนี้เราเลือกเอาเข้ามา” 

มุมมองหนึ่งจากทีมงานที่คงต้องใส่ว่า Unpopular Opinions ไว้ตัวโต ๆ คือศิลปะยุคใหม่ควรจะไร้ข้อจำกัด และอย่ายึดติดกับคำว่า ออริจินัล มากนัก

ใช่ ที่งานชิ้นนี้เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของศิลปิน แต่ท้ายที่สุดถ้าคุณเปิดกว้างกับโลกแห่งศิลปะในอนาคตมากขึ้นกว่านี้ เราคงได้เห็นงานสนุก ๆ สร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่เกิดจากการต่อยอดอย่างไร้ขีดจำกัดอีกมากมาย เข้าถึงผู้คนที่หลากหลายและแตกต่างอย่างแท้จริง 

“ศิลปะเข้าถึงคนได้มากกว่านั้น มันสื่อสารกับคนได้มากกว่านั้น แล้วทำไมเราถึงไม่ลอง” เขาแสดงความตั้งใจ ถึงจะรู้ว่าเป็นความคิดที่เปลี่ยนกันยาก

“คนที่เขาคิดว่ามันไม่ถูก มันก็คงไม่ถูกอยู่ดี แต่น่าจะมีคุณงามความดีอะไรอยู่บ้างในสิ่งนี้ที่จะช่วยต่อยอดออกไปในอนาคต นิยามศิลปะเป็นอะไรได้อีกตั้งเยอะแยะ เราเป็นมิวเซียมก็เปิดกว้างในคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะทุกคนมีมุมมองเป็นอิสระ” 

คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู
คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู

คิดมองว่าการ Reproduction ไม่สำคัญเท่าความยินยอมจากศิลปิน แต่เขาก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่ามันไร้หนทาง วิธีที่แย่ที่สุดอย่างการส่งข้อความส่วนตัวไปหา ทีมงานเขาก็ทำมาแล้ว

“ถ้าเราไม่ได้ความยินยอมจาก Banksy อีกหนึ่งทางเลือกคือไม่จัดงานเลย แต่เรามองว่ามันมีข้อดีอะไรบ้าง เขาเคยบอกแค่ว่า อีเวนต์พวกนี้ไม่เกี่ยวกับผม แต่ไม่ได้บอกว่าพวกคุณไม่ควรไป ซึ่งจริง ๆ งานเหล่านี้คนดูเป็นล้าน มันทำให้ศิลปะเข้าถึงคนมากขึ้น

“เราเลยอยากให้คนมาดูงานแบบ Total Experience มากกว่ามาเดินดูว่าอันไหนของจริงของปลอม เพราะงานของเขามีสิ่งที่พยายามบอกกับเราเยอะแยะมาก”

คำถามง่าย ๆ ถูกโยนให้คิดตามมาว่า ศิลปินที่เขาลงแรงต่อสู้ ต่อกรกับทุก ๆ อย่าง เพื่อให้ได้มาเป็นใครกันแน่ 

แต่ไม่มีใครตอบได้หรอก คิดเองก็ด้วย 

เขารู้เพียงว่าเนื้องานของ Banksy ชวนให้นึกถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ไทยที่มองสังคมหรือมองโลกใบนี้ใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า และการได้มาเดินพิจารณาไปทีละงาน กว่า 700 ตารางเมตร ใน 4 ห้อง จนครบ 150 ชิ้น ก็คงมีพลังมากพอที่จะจุดประกายความคิดบางอย่างของคุณได้ แม้ไม่รู้ว่าเจ้าของผลงานอยู่ที่ไหนหรือเป็นใครก็ตาม

ทิ้งทวนด้วยคำถามสุดท้าย เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ที่เราคิดว่าน่าแก้ที่สุดในช่วงเวลานี้

นั่นคือ ถ้าอยาก Cover ค่าใช้จ่ายที่เสียไป คุณคิดว่าควรจะต้องมีคนมาดูเท่าไหร่

“50,000 คนก็ยังไม่ Cover เลย” 

เสียงหัวเราะดังกลบการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์งานช่างทั้งหลาย เพื่อให้พร้อมกับรอบสื่อมวลชนในบ่ายอันใกล้นี้

ส่วนเรารีบหยิบมือถือมาค้นหาว่า บัตรเข้าชมมีราคากี่บาทกันแน่

คุยกับ คิด คณชัย ผู้อำนวยการ MOCA ถึงการเดินทางของ The Art of Banksy นิทรรศการที่ปลอมเกินครึ่ง แต่คนทั่วโลกยังอยากดู

The Art of Banksy : Without Limits

จัดแสดงตั้งแต่ 26 ตุลาคม – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 

เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดทุกวันจันทร์)

ณ Museum of Contemporary Art (MOCA) (แผนที่)

รายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรได้ที่ : www.artofbanksy.com/bangkok-thai

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load