สำหรับผม น้ำผึ้งแท้เป็นความหวานที่วิเศษ เป็นความหวานที่ได้มาจากการแปรสภาพความหวานจากเกสรดอกไม้ต่างๆ ตามธรรมชาติโดยผึ้ง 

น้ำผึ้งมีมาจากหลากหลายแหล่ง หลากหลายสายพันธุ์ผึ้ง ทั้งผึ้งหลวง ผึ้งโพรง หรือชันโรง 

เราบริโภคน้ำผึ้งในชีวิตประจำวันกันบ้างไม่มากก็น้อย เพราะเป็นวัตถุให้ความหวานที่มีประโยชน์และสรรพคุณทางยา มากกว่าวัตถุความหวานประเภทอื่น แต่ก็ยังมีข้อควรระวังอยู่ดี สำหรับใครที่ทานหวานไม่ได้ หรือมีคำสั่งห้ามจากแพทย์

คนโบราณเขาเก็บน้ำผึ้งไว้ใช้เพื่อกินเป็นยาหรือนำมาใช้เป็นส่วนผสมของยา เพื่อสรรพคุณบางอย่างที่เป็นทั้งยาทาภายนอก สำหรับช่วยสมานแผล หรือปั้นเป็นยาลูกกลอนสำหรับทานก็มี 

สรรพคุณหลักของน้ำผึ้งนั้นคือบำรุงเลือด บำรุงลำไส้ ลดอาการอักเสบ ลดกรดในกระเพาะ บำรุงร่างกายให้มีเรี่ยวมีแรงสดชื่นอย่างรวดเร็ว เพราะร่างกายสามารถดึงความหวานจากน้ำตาลโมเลกุลเล็กอย่างฟรุกโตสหรือกลูโคสไปใช้ได้ทันที และน้ำผึ้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ต่างๆ หลากหลายชนิด 

อย่างที่บอกไปว่าในการแพทย์แผนไทย น้ำผึ้งได้ถูกใช้ในหลายรูปแบบ ครั้งนี้ผมอยากแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการใช้น้ำผึ้งเพื่อนำมาทำเป็นอาหาร ขนม หรือยาแบบต่าง ๆ 

น้ำผึ้งที่ดีที่สุดที่เรียกกันว่าน้ำผึ้งเดือน 5 เพราะเป็นช่วงที่ผึ้งเก็บเกสรดอกไม้จากช่วงหน้าร้อน และความชื้นในน้ำผึ้งจะน้อยที่สุดหากเทียบกับช่วงอื่นๆ ของปี คนโบราณจึงได้เอาน้ำผึ้งในช่วงนี้มารับประทานและทำเป็นยา ประจวบเหมาะกับช่วงนี้สภาพอากาศมีความหลากหลาย ทั้งร้อนอบอ้าว ทั้งฝนปนชื้น เป็นสาเหตุทำให้เราป่วยง่าย ดังนั้นเลยนำสูตรการเข้ายาจากน้ำผึ้งมาฝากทั้งสิ้น 4 สูตร ได้แก่ 

  • น้ำผึ้งกับกล้วยน้ำว้า
  • น้ำผึ้งกับว่านหางจระเข้ และเก๊กฮวย
  • น้ำผึ้งกับขมิ้น พริกไทย และอบเชย
  • น้ำผึ้งกับมะนาว
แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

น้ำผึ้งกับกล้วยน้ำว้า

สรรพคุณของกล้วยน้ำว้าที่มีฤทธิ์เย็น และมีสรรพคุณด้านการบำรุงเลือด เพราะมีธาตุเหล็กสูงเหมือนกับน้ำผึ้ง แต่น้ำผึ้งมีฤทธิ์ร้อนอ่อนๆ ช่วยปรับสภาพให้กล้วยดองน้ำผึ้งเป็นฤทธิ์กลางถึงเย็น เพราะฉะนั้นสูตรนี้จึงช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น กระชุ่มกระชวย เลือดหมุนเวียนได้ดี ในอากาศร้อนๆ แบบนี้ นำมาทำเป็นเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มกำลังวังชาให้พร้อมลุยงานได้ดี

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

ส่วนผสม

  1. น้ำผึ้ง
  2. กล้วยน้ำว้าชนิดห่ามเกือบสุก

วิธีทำ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

1. ปอกเปลือกและหั่นกล้วยเป็นชิ้นๆ (หากใช้ภาชนะที่ใหญ่ก็หมักทั้งลูกได้เลย)

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

2. เตรียมภาชนะ ล้างและผึ่งให้แห้ง นำกล้วยใส่ภาชนะ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

3. เติมน้ำผึ้งให้ท่วมกล้วย (ถ้าใส่ทั้งลูกและน้ำผึ้งไม่ท่วมอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อราได้)

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

4. หมักไว้ 3 วันก็นำกล้วยมาทานได้ และถ้าหมดก็เติมกล้วยเพิ่มได้ตลอด แต่อย่าลืมว่าต้องกดกล้วยให้จมหรือเทน้ำผึ้งให้ท่วมเป็นอันเสร็จ

5. ถ้าหมักไว้นานพอ คือ 6 เดือนขึ้นไป นำน้ำผึ้งนั้นมาชงเป็นเครื่องดื่มได้ จะมีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยแก้อาการเจ็บคอและรักษาโรคกระเพาะได้ดีเลย

น้ำผึ้งกับว่านหางจระเข้และเก๊กฮวย

สูตรนี้ดี ทั้งว่านหางจระเข้และเก๊กฮวยเป็นของฤทธิ์เย็นอยู่แล้ว และในทางการแพทย์แผนไทย ตัวน้ำผึ้งเองเมื่อเข้ากับยาจะเป็นตัวช่วยดึงประสิทธิภาพของยาอื่นๆ ออกมา หรือช่วยประสานตัวยาอื่นๆ ให้เข้ากันได้เร็วขึ้น ผมได้นำว่านหางจระเข้และเก๊กฮวยไปแช่ในน้ำผึ้งเพื่อให้ได้สูตรยาเย็น ที่นำมาทำเป็นขนมดับร้อนคือ ว่างหางจระเข้ลอยแก้ว (ตามสูตรของท่านผู้หญิงวงศานุประพัทธ์) ได้กลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ จากเก๊กฮวย ในว่านหางจระเข้เองก็มีวิตามิน A B C และ E สูง ส่วนเก๊กฮวยนอกจากสีและกลิ่นที่โดดเด่น สรรพคุณที่ดีคือช่วยขับพิษ เพิ่มความสดชื่น คอยดูดซับสารก่อมะเร็งต่างๆ 

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

ส่วนผสม

  1. น้ำผึ้ง
  2. ว่างหางจระเข้
  3. เก๊กฮวย 

วิธีทำ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

1. ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ ล้างให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นๆ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

2. เตรียมภาชนะ ล้างและผึ่งให้แห้ง นำว่านหางจระเข้และเก๊กฮวยใส่ลงไปในภาชนะ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

3. เทน้ำผึ้งลงให้ท่วม คนให้เข้ากัน 

4. หมักไว้ 1 คืน ก็นำมาทานได้ กินกับน้ำแข็งบด ราดน้ำผึ้ง บีบมะนาวเพิ่มได้ตามชอบ

น้ำผึ้งกับขมิ้น พริกไทยและอบเชย

สูตรนี้ได้มาจากหนังสือของ พลตรีพระยาวิบุลอายุรเวท (นายแพทย์ใหญ่ทหารบก) ท่านได้เข้ายาโดยใช้น้ำผึ้งดึงสรรพคุณของขมิ้น นำมาใช้กับพริกไทยดำและอบเชย เพื่อนำมากินเพื่อรักษาโรคหวัด ขับพิษไข้ เพราะขมิ้นมีสรรพคุณในการขับลม ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ ขับของเสียที่เกิดขึ้นในร่างกาย และเพิ่มสรรพคุณขับลมจากอบเชย เพิ่มสรรพคุณการขับพิษจากพริกไทยดำที่มีกำมะถันสูง โดยใช้น้ำผึ้งเป็นตัวลดกรดและปรับธาตุ สมานแผลที่เกิดจากฤทธิ์ร้อนของขมิ้นและพริกไทยดำ เมื่อความร้อน ความชื้น หรือลม ที่เกิดขึ้นในร่างกายได้ถูกขับออกทางทวารทั้งห้าก็จะทำให้พิษไข้บรรเทา

ส่วนผสม

  1. น้ำผึ้ง
  2. ขมิ้น
  3. อบเชยก้าน
  4. พริกไทยดำเม็ด

วิธีทำ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

1. ล้างและหั่นขมิ้นชันเป็นชิ้นๆ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว
แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

2. เตรียมภาชนะและใส่ขมิ้นลงไปพร้อมทั้งอบเชยและพริกไทยดำ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

3. เทน้ำผึ้งลงไปให้ท่วม คนให้เข้ากัน

4. แช่ไว้ได้เรื่อยๆ และหากตักน้ำผึ้งไปใช้ใกล้หมดก็เติมน้ำผึ้งหรือขมิ้นเพิ่มได้

น้ำผึ้งกับมะนาว

สูตรนี้ทุกคนน่าจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้าง ตอนเด็กๆ แม่ชอบชงน้ำผึ้งมะนาวใส่เกลือให้กินเพื่อแก้อาการเจ็บคอ ซึ่งสรรพคุณของมะนาวคือมีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย น้ำผึ้งช่วยสมานแผลจากการอักเสบ และต้องใส่เกลือเพื่อให้ปรับธาตุไม่ทำให้เกิดฤทธิ์ร้อนจนเกินไป ไม่งั้นจะเป็นร้อนในแทน

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว

ส่วนผสม

  1. น้ำผึ้ง
  2. มะนาว

วิธีทำ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว, ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

1. ฝานมะนาวเป็นแผ่นๆ

2. เตรียมภาชนะ บรรจุมะนาวใส่ภาชนะ

แปลงน้ำผึ้งเดือน 5 ไว้กินเป็นยาบรรเทาอาการตามตำราเก่าแก่, วิธีทำยาจากน้ำผึ้ง, น้ำผึ้งมะนาว, ประโยชน์ของน้ำผึ้ง

3. เติมน้ำผึ้งให้ท่วมมะนาว

4. สูตรนี้แช่ไว้ได้ 7 วัน หมั่นคนทุกวันเพื่อป้องกันเชื้อรา

5. จะทำน้ำผึ้งไปชงน้ำ หรือกินมะนาวที่ฝานได้เลย

Writer

เชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ

เชฟแห่งร้านแบล็คคิช อาร์ติซาน คิชเช่น จ.เชียงใหม่ ผู้หลงใหลในของหมักดองอย่างมีสติ และยูทูเบอร์มือใหม่หัดตัดใน “คลิปคลิปเพื่อนครัว” ที่ให้ความรู้เรื่องของหมักดองและเล่นแร่แปรธาตุจากของเหลือในครัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Photographer

ชัยวัฒน์ ทาสุรินทร์

โด้เป็นช่างภาพดาวรุ่งจากสาขาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นที่รักของเพื่อนๆ และสาวๆ ถึงกับมีคนก่อตั้งเพจแฟนคลับให้เขา ชื่อว่า 'ไอ้โด้ FC'

Staycation

กิจกรรมคัดสรรสำหรับการอยู่บ้านวันหยุด

5 พฤศจิกายน 2565

สหายนักดื่มชาทั้งหลาย วันนี้เรามีสูตรขนมหวานจากชามาฝาก ส่งตรงจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

‘วุ้นชาซีลอน’ เป็นไอเดียของ นวล-พาฝัน ศุภวานิช Culinary Artist เจ้าของหวานนวล คิทเช่น สตูดิโอ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงโคลัมโบเชิญมาทำขนมไทย และจัดเวิร์กชอปทำขนมไทยด้วยวัตถุดิบศรีลังกาที่สยามนิวาส 

ด้วยรสและกลิ่นชัดเจน กัดไปคำแรกก็หอมกลิ่นชาทันที วุ้นชาซีลอนจึงเป็นเมนูโดดเด่นที่ทุกคนโปรดปรานและประทับใจ คอลัมน์ Staycation เลยขอแจกสูตรมิตรภาพไทย-ศรีลังกา ให้อร่อยกันถ้วนหน้า

“ศรีลังกามีความอุดมสมบูรณ์คล้าย ๆ บ้านเรา วัตถุดิบอาหารก็คล้ายกัน เราอยากให้คนได้ลองชิมสิ่งที่แตกต่าง ผสมผสานวัฒนธรรม ไม่ได้บอกว่าของใครดีกว่าใคร แต่มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน เป็นการจุดประกายให้คนชอบขนม คนชอบกิน คนชอบความแตกต่างของอาหาร ได้ลองสนุกกับเมนูที่ทำง่าย ๆ”

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
การทำขนมไทยที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา

ทำไมต้องชาซีลอน

Ceylon คือชื่อเดิมของศรีลังกา เมื่อครั้งตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ดินแดนที่ชมชอบการจิบชาเป็นที่สุด ด้วยภูมิประเทศหุบเขาบนเกาะใหญ่กลางทะเล ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับความนิยมปลูกกาแฟบนเกาะที่ลดลงมาก ชาวอังกฤษจึงผลักดันการปลูกชาบนเกาะนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 และชาก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมศรีลังกาตลอดมา 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ภาพ : Vyacheslav Argenberg

ชาซีลอนหมายถึงชาที่ปลูกในศรีลังกา ไม่ว่าชาอู่หลง ชาขาว ชาเขียว และประเภทที่คนนิยมมาก ๆ คือชาดำคุณภาพดี สัญลักษณ์ของชาซีลอนคือสิงโตถือดาบ แบบเดียวกับสิงโตบนธงชาติศรีลังกา ถุงหรือกล่องชาที่มีโลโก้นี้อยู่ หมายถึงชาซีลอน 100% ที่บรรจุในศรีลังกา มีมาตรฐานคุณภาพยอดเยี่ยม จุดเด่นของชาซีลอนคือกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นหอมกรุ่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) มาก

พี่นวลมองว่าชาซีลอน สินค้าอันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกของประเทศเกาะ เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่าย ชาวศรีลังกาทั้งภูมิใจและชื่นชอบ เอามาทำเป็นวุ้นก็ดูดี เข้าใจง่าย ไม่แปลกเกินไป 

ถ้าอยากพลิกแพลงใช้ชาอื่น ๆ ที่มีในบ้านก็ทำได้ตามชอบ แต่ใช้ชาดำจะดีที่สุด เพราะได้รสและกลิ่นชาเข้มข้นถึงใจ

วุ้นแบบไทย ๆ 

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก

“พี่สังเกตเห็นว่าขนมหวานศรีลังกาข้น ๆ หรือเป็นขนมนึ่งทั้งนั้น เลยอยากนำเสนออะไรเบา ๆ เหมาะกับอากาศร้อนค่ะ” 

วุ้น (Agar) ทำจากสาหร่าย เจลาตินทำจากไขกระดูกสัตว์ สูตรนี้ใช้ผงวุ้นสำเร็จรูป จะได้วุ้นกรอบ เซ็ตตัวกว่าเจลาติน และทำง่ายด้วย

“ตอนพี่เป็นเด็ก บ้านเราใช้วุ้นเป็นเส้น ๆ เหมือนเชือกฟาง ทุกวันนี้ในตลาดศรีลังกาก็ใช้วุ้นแบบนั้นค่ะ คนศรีลังกายังทำทุกอย่างด้วยมือ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะขูดมะพร้าวเองในบ้าน ขณะที่บ้านเราไม่ทำแล้ว เพราะเป็นอุตสาหกรรมไปหมด” นักทำขนมตั้งข้อสังเกต 

“วุ้นเป็นขนมสากล หลายประเทศมีขนมจานวุ้นทั้งนั้น แต่เราทำวุ้นแบบไทย สูตรนี้จะลองทำเป็นวุ้นราดกะทิก็ได้ ลองใส่ข้าวโพด ลูกเดือย เม็ดแมงลัก หรือบุกลงไปก็ได้เหมือนกัน”

วัตถุดิบและอุปกรณ์

วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. น้ำเปล่า 
  2. ใบชาซีลอน ใช้ชาดำแบบ Broken จะดีที่สุด
  3. ผงวุ้น
  4. น้ำตาล 
  5. หม้อ ทัพพี 
  6. แม่พิมพ์วุ้น

วิธีทำ

  1. เริ่มจากต้มชา ต้มน้ำ 340 มล. ให้เดือด ใส่ชาซีลอนลงไป 1 ช้อนโต๊ะพูน (อย่าใส่ใบชาแต่ตอนแรก ชาจะฝาดและขุ่น) แล้วปิดเตา ปล่อยให้ชาคลี่ตัวและขจายความหอมสัก 5 นาที กรองกากทิ้ง แล้วพักไว้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. แช่ผงวุ้น 2 ช้อนชา ในน้ำเปล่า 150 มล. 15 นาที จนดูดน้ำพองเต็มที่ เพื่อวุ้นจะได้ใส กรอบ และได้รูปสวย
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. นำน้ำวุ้นตั้งไฟกลาง ต้มให้ละลายจนหมด ด้วยการคนไปเรื่อย ๆ ทิศทางเดียวกัน หมั่นเช็กดูว่าวุ้นละลายหมดหรือยังด้วยการหงายหลังทัพพีดู หากมีเม็ดวุ้นเล็ก ๆ ติดหลังทัพพี ให้ต้มต่อจนไม่มีเม็ด 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. ใส่น้ำตาลทราย 80 กรัมในน้ำวุ้น ต้มให้น้ำตาลละลายและเดือดปุด ๆ ปิดเตา 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทน้ำชาซีลอนที่ชงไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ขั้นตอนนี้จะใส่ข้าวโพดหรือผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ ลงไปก็ได้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. เทใส่แม่พิมพ์วุ้น วางไว้สัก 2 ชั่วโมง วุ้นจะเซ็ตตัวพร้อมรับประทาน ยิ่งแช่ตู้เย็น วุ้นจะกรอบเด้งชื่นใจดีแท้ 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
  1. กินเปล่า ๆ ก็อร่อย ใส่กาแฟ ใส่นมก็เข้าท่า หรือลองจับคู่กับลูกตาลอ่อน ใส่ในรวมมิตรน้ำเชื่อม หรือราดกะทิแบบวุ้นกะทิก็อร่อยมาก 
วิธีทำ ‘วุ้นชาซีลอน’ เปลี่ยนน้ำชาเป็นของหวาน ใช้เวลาทำน้อย แถมอร่อยมาก
ข้อมูลบางส่วนจาก

www.pureceylontea.com/the-birth-of-ceylon-tea/ 

en.wikipedia.org/wiki/Ceylon_tea en.wikipedia.org/wiki/Tea_production_in_Sri_Lanka

Writer

ภัทรียา พัวพงศกร

บรรณาธิการและนักจัดทริปแห่ง The Cloud ที่สนใจตึกเก่า งานคราฟต์ กลิ่น และละครเวทีพอๆ กับการเดินทาง

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load