กำเนิด

คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่บ้านเราเรียนไปพร้อมกับเรื่องต่างๆ ในธรรมชาติ เพราะคณิตศาสตร์เป็นภาษาของจักรวาลที่ถอดความจริงและความหมายมาจากสรรพสิ่ง รูปแบบการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์จึงมีความเชื่อมโยงกับรูปแบบและปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ โลกและจักรวาล ปาสคาล นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้เขียนรูปแบบการเรียงตัวของตัวเลขไว้อย่างเรียบง่าย ทว่าค่อยๆ เผยความซับซ้อน ลึกซึ้ง และเปิดทางให้ความเป็นไปได้อนันต์ ดั่งชีวิตที่นอนนิ่งอยู่ในเมล็ดพืชที่ดูไม่มีรายละเอียดใดๆ รอคอยเวลาเหมาะสมที่จะเผยความลับของทั้งจักรวาลออกมา

คณิตศาสตร์

ภาพ : Rafael Araujo และ NASA

คณิตศาสตร์

ภาพ : Rafael Araujo

คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์

 

งอกงาม

หากจ้องไปที่เลข 1 เราสามารถมองเห็นความเป็นไปได้อันไม่สิ้นสุดของตัวเลขทั้งหมดในเลข 1 นั้น ทั้งจากการรวมกัน ร่วมกัน หักล้างกัน ทบเท่าทวีคูณ หรือจะตัดแบ่งออกเป็นส่วนๆ ได้ เปรียบได้กับจุดมูลฐาน (Singularity) ซึ่งทุกสิ่งอย่างในจักรวาลที่เรารู้และไม่รู้จักรวมกันอยู่ในจุดจุดเดียว เป็นสถานะของความเป็นหนึ่งเดียวกันก่อนการระเบิดครั้งใหญ่ (Big Bang) ที่ธาตุต่างๆ ก่อตัวขึ้นภายในช่วงต้นๆ หลังการระเบิด อิเล็กตรอน โปรตรอน และนิวตรอนค่อยๆ รวมกัน หักล้างกัน ทบเท่าทวีคูณ จนเกิดเป็นอะตอมของธาตุพื้นฐานอย่างไฮโดรเจน ฮีเลียม และเมื่ออะตอมของฮีเลียม 3 อะตอมรวมกัน เราจะได้อะตอมของคาร์บอน(34He → 12C) และหากอะตอมของคาร์บอนรวมกับอะตอมของฮีเลียมอีก ทีนี้เราจะได้ออกซิเจน (12C + 4He → 16O) ธาตุต่างๆ ที่เรารู้จักทั้ง 90 ธาตุธรรมชาติ และอีก 26 ธาตุที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ว่าเราจะมีชื่อเรียกพวกมันว่าอย่างไร ต่างก็เกิดมาจากไฮโดรเจนอะตอมที่มีโครงสร้างเรียบง่ายที่สุดคือ มีอิเล็กตรอน โปรตอน และนิวตรอน เพียงอย่างละ 1 ตัว เช่นเดียวกับจำนวนทางคณิตศาสตร์ที่ไร้จุดสิ้นสุด (∞) ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากเลขที่เรียบง่ายที่สุด เลข 1

คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์

 

ค้นหารูปแบบ

กลับไปมองสามเหลี่ยมปาสคาล นอกจากจะเห็นประวัติศาสตร์ของจักรวาลนับตั้งแต่วินาทีที่ 1 เรายังสามารถค้นพบรูปแบบทางคณิตศาสตร์ที่เชื่อมโยงไปสู่รูปแบบของชีวิตได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ตำแหน่งของเลขคู่และเลขคี่ที่วางเรียงกันในพื้นที่ของสามเหลี่ยมปาสคาลเป็นรูปแบบที่เราสามารถพบได้ใน ‘คุณลักษณะคล้ายกัน’ (Fractals หรือการแตกแยกย่อยลงโดยยังสามารถคงลักษณะเฉพาะของสิ่งนั้นไว้) เช่น ใบของต้นเฟิร์น ดอกกะหล่ำ ลูกสน กิ่งก้านสาขาและรากของต้นไม้ ที่มีรูปแบบ (Order) แบบเดียวกับการแตกสาขาของสายน้ำ รวมทั้งเส้นเลือดในร่างกายของเรา

บ้างก็ค้นพบลำดับตัวเลขที่สามารถเชื่อมโยงไปสู่พื้นฐานของการเกิดรูปทรงต่างๆ ในธรรมชาติ (ลำดับฟีโบนักชีหรือ Fibonacci Number ชุดของตัวเลขที่เกิดจากผลรวมของตัวเลข 2 ตัวที่อยู่ข้างหน้า เช่น 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144… (เริ่มจาก 1 ตัวถัดมาคือ 1 + 0 = 1, 1 + 1 = 2, 1 + 2 = 3, 2 + 3 = 5, 3 + 5 = 8,…) ที่สามารถนำไปอธิบายลำดับการงอกของใบไม้ที่วนรอบกิ่งก้านเพื่อให้ได้รับแสงอาทิตย์มากที่สุด หรือจะเป็นรูปทรงก้นหอยที่สามารถนำไปอธิบายการเรียงตัวของเมล็ดในดอกทานตะวันและเกษรของดอกเดซี่ ลำดับการเรียงตัวรอบแกนของลูกสน การหมุนวนของพายุ และรูปทรงของดาราจักร

คณิตศาสตร์

ลำดับฟีโบนักชี่ที่มีการค้นพบในสามเหลี่ยมปาสคาล โดยการเขียนเรียงตัวเลขในสามเหลี่ยมปาสคาลแต่ละชั้นเสียใหม่ให้ชิดไปข้างหนึ่ง แล้วบวกเลขทีละตัวไปตามแนวทะแยงมุม จะได้ลำดับฟีโบนักชี่

คณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์

ภาพ : Rafael Arauj

คณิตศาสตร์

ภาพ : montessori-blog.org

คณิตศาสตร์

ภาพ : Rafael Araujo

ความเรียบง่ายของความซับซ้อน หรือความซับซ้อนของความเรียบง่าย

ไม่ว่าสิ่งที่เราเห็นเราสัมผัสจะมีความหลากหลาย แตกต่าง ซับซ้อน มากเพียงใด แต่พื้นฐานของจักรวาลคือความเชื่อมโยงจากจุดเริ่มต้นเดียวกัน รูปแบบที่เราเห็นว่าซับซ้อน แตกต่าง ไม่สิ้นสุด เช่น ริ้วทรายบนพื้นทะเลที่กระแสน้ำสร้างไว้กับริ้วเมฆชั้นสูงที่กระแสลมสร้างไว้ แม่น้ำที่ไหลคดเคี้ยวและแตกแขนงออกไปกับการส่งน้ำของต้นไม้ในกิ่ง และรากที่เปรียบได้กับการลำเลียงสารอาหารในเส้นเลือดของเรา การจัดวางกระดูกในปีกของนก ครีบของวาฬ และแขนขาของเรา ที่หลายสิ่งมีพื้นฐานและแนวคิดเดียวกัน

อาจเป็นเพราะเราต่างก็วิวัฒน์มาร่วมกันตั้งแต่กำเนิดจักรวาล ฝุ่นผง และธาตุพื้นฐาน เนบิวลา กาแล็กซี ระบบสุริยจักรวาล ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์ที่ห่างจากดวงอาทิตย์ 8 นาทีแสงและอุ่นพอที่ชีวิตจะเริ่มต้น ดวงที่หมุนรอบตัวเองเอียงๆ ไปกับวงโคจร 365.25 วันรอบดวงอาทิตย์สร้างฤดูกาลของความงอกงามและความแห้งแล้ง มีดวงจันทร์ขนาดเกือบ 1 ใน 3 ที่สร้างแรงดึงดูดของเหลวทุกชนิดบนโลกให้เกิดการเคลื่อนที่นอกเหนือจากแรงหนืดที่มาจากการโคจรรอบตัวเอง

กระแสน้ำร้อนเย็นไหลวน สร้างชั้นบรรยากาศ ถ่ายเทอุณหภูมิกันทั้งชั้นฟ้าและผืนน้ำ เปิดโอกาสให้ชีวิตวิวัฒนาการจากน้ำขึ้นสู่บก ครีบที่เราเคยใช้เดิน เหงือกที่เราเคยใช้หายใจ หางที่เคยโบกสะบัดเป็นปลายกระดูกสันหลัง เขี้ยวที่เคยคมขาว ขนยาวที่เคยปกคลุมทั่วร่าง สมองส่วนที่เคยเป็นของสัตว์เลื้อยคลาน และมือที่เคยใช้เดินต่างเท้า จนถึงวันที่เราใช้มือในการใช้อธิบายความหมายและรูปแบบเกือบทั้งหมดของธรรมชาติ โลกและจักรวาล ด้วยนิ้วมือทั้งสิบของเราผ่านโลกในจินตนาการของความคิดฝันและการคำนวณ

คณิตศาสตร์

ภาพ : ทวิตเตอร์ Helena / @RealScientists

 

ธรรมชาติ คณิตศาสตร์ และมือของเรา

เรามีหลักฐานที่เชื่อมโยงวิวัฒนาการของมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มากมาย โดยเฉพาะหากเราจะเจาะจงไปที่มือที่มีข้างละ 5 นิ้วแบบในปัจจุบัน นิ้วทั้งสิบซึ่งเป็นผลมาจากที่ผ่านการวิวัฒนาการมาหลายล้านปี ผ่านการโบกสะบัด การเดิน การวิ่ง การเอาชีวิตรอด มาหลายแสนครั้ง ผ่านฤดูกาลเพาะปลูกเก็บเกี่ยวแห้งแล้งเหน็บหนาวและการเฉลิมฉลองมาหลายหมื่นวัน ผ่านสัตว์และมนุษย์มารุ่นแล้วรุ่นเล่า

มือทั้งสองและนิ้วที่มี 10 นิ้วนี้ได้วิวัฒนาการจนมาถึงวันที่มนุษย์พยายามอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ของจักรวาล ดวงดาว แสง ธาตุ โมเลกุล อะตอม อิเล็กตรอน ควาร์กจนไปถึงความเป็นไปได้ของจำนวนประชากร พฤติกรรมของสังคม อัตราการว่างงาน ดอกเบี้ย สถิติการแข่งขัน รวมถึงเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเช่นการจ่ายตลาด ด้วยการคิดในรูปแบบการคำนวณทางคณิตศาสตร์ ตรรกะ สถิติ ความน่าจะเป็นที่มีทั้งหมดบนเลขฐานสิบ (0-9) คือเครื่องมือในการอธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัวของเราในระดับที่ทั้งเล็กและทั้งไกลเกินตาเห็น เรียบง่ายและซับซ้อนเกินการคิดคำนึง คำนวณและคาดเดาความซับซ้อนต่างๆ ที่โลกและจักรวาลได้พยายามเก็บซ่อนเอาไว้ให้เปิดเผยออกมาอย่างเรียบง่าย (ไม่ได้แปลว่า ‘ง่าย’) และเป็นสากลในระดับจักรวาล

คณิตศาสตร์

ภาพ : ทวิตเตอร์ Helena / @RealScientists

ธรรมชาติ โลก และจักรวาล เริ่มต้นมาจากสิ่งเดียวกัน มีรูปแบบที่เป็นสากล ไม่สามารถแยกออกจากกันเพื่อทำความเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ถึงแม้เราจะยังสามารถแยกส่วนเพื่อทำความเข้าใจส่วนต่างๆ ได้ แต่ก็มีความจำเป็นมากในการทำความเข้าใจส่วนที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวข้อง ค้นหารูปแบบ รู้สึกรู้สา (เหตุ) และก้าวข้ามความแปลกแยก เพราะผลพวงของการมองโลกแบบแยกส่วน ศาสตร์ออกจากศิลป์ ความรู้แยกจากความรู้สึก พระเจ้าของเธอพระเจ้าของฉัน และในที่สุดก็แยกตัวเองออกจากโลก ส่งผลให้มนุษยชาติเดินทางมาถึงจุดที่ต้องทบทวนการกระทำและความคิดที่ผ่านมาเสียใหม่ เพื่อหวังว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์จะยังคงสามารถกลับไปบรรเลงซิมโฟนีของจักรวาลร่วมกับทุกๆ ชีวิ

Writer & Photographer

คทา มหากายี

เรียนออกแบบแต่ไม่ได้ทำแบบที่เรียน มาออกแบบมูลนิธิกระต่ายในดวงจันทร์แทน เริ่มทำงานกับเด็กๆ และธรรมชาติมาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 หลงป่าอยู่หลายสิบปีจนปัจจุบันมาโผล่กลางทุ่งนาที่เชียงดาว ทำบ้านเรียนกับลูกๆ สองคน และกำลังเรียนรู้ไปพร้อมกับพวกเขา

โรงเรียนนานาชาติ

บทเรียนจากการไปใช้ชีวิตในทั่วโลก

นับถอยหลังไปเมื่อ พ.ศ. 2548 โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย มีโอกาสเข้าร่วมศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการจาก โรงเรียนรุ่งอรุณ ทำให้เราได้แนวคิดดี ๆ และเอาความรู้ต่าง ๆ มาปรับใช้กับความเป็นท้องถิ่นของเราเอง เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนวิถีชุมชนท้องถิ่น การเรียนรู้จึงยึดหลักการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่ชีวิต มุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้ใช้ความรู้เป็นและเกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และสังคม (Knowledge-based Society) 

เรานำโจทย์ปัญหาจริงในสังคมหรือประเด็นวิกฤตปัญหาโลกมาเป็นแกนหลักของการเรียนรู้ ผ่านการลงมือทำบนบริบทจริงของโรงเรียน สภาพของปัญหาของสังคม และผลกระทบที่เกิดขึ้น ตลอดจนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อเป้าหมายการพัฒนานักเรียนให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม (Active Citizen) และพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง เน้นกิจกรรมแบบบูรณาการ การเรียนรู้จากฐานปัญหา (Problem Based Learning) การเรียนรู้แบบสร้างและพัฒนานวัตกรรม หรือเรียกว่า การเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based Learning) ตามแนวทางพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนแบบ Active Learning 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

เราตั้งชื่อวิชาว่า ‘วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา’ เป็นวิชาที่ว่าด้วยการบูรณาการระหว่างวิชา เป็นการเชื่อมโยงหรือร่วมศาสตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไป ภายในหัวเรื่องเดียวกัน เป็นการเรียนรู้โดยใช้ความรู้ความเข้าใจและทักษะในศาสตร์ หรือความรู้ในวิชาต่าง ๆ มากกว่า 1 วิชาขึ้นไป เพื่อแก้ปัญหาหรือแสวงหาความรู้ความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การเชื่อมโยงความรู้และทักษะระหว่างวิชาต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ลึกซึ้ง 

เราไม่ได้สอนเพียงผิวเผิน แต่จัดกระบวนวิชาให้ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมากขึ้น เพื่อให้เขาใช้ได้จริงในชีวิต

มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกทักษะผู้เรียน เตรียมความพร้อม เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พร้อมทั้งสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของโรงเรียน คือ กิน-อยู่-เป็น หมายถึง กินอย่างรู้คุณค่า อยู่อย่างมีความหมาย และเป็นพลเมืองที่เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยผู้เรียนวิชานี้ก็คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

และด้วยภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทาง โรงเรียนของเราเปิดเรียนตามปกติไม่ได้ และเพื่อเป็นการสร้างการเรียนรู้ ไม่ให้นักเรียนเกิดสภาวะถดถอยและหลุดจากระบบ จึงเป็นที่มาของการเรียนรู้เรื่องข้าวหลากสี บทเรียนกินได้ และการทำ Eco Printing ลงบนผ้า โดยสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง 

แน่นอนว่าจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่รุมเร้ามาเกือบ 3 ปี ทำให้ชีวิตใครหลายคนล้มลง แต่ทว่าเรายังมีแรงสู้ต่อจากคนที่รักและครอบครัว แม้แต่เราเองที่เป็นครูก็อยากสานฝันให้เด็กได้ค้นพบตัวเอง ค้นพบอาชีพ อยากพาไปตะลุยเรียนรู้ที่ต่าง ๆ เหมือนเคยทำมา เพื่อต่อยอดให้เขารู้จักตัวเองและเลือกเรียนสาขาที่ถนัด หรือสิ่งที่เขาต้องการต่อยอดในอนาคตได้ แต่สถานการณ์โควิด-19 ทำให้การจัดการเรียนรู้ของนักเรียนหยุดไป แต่การเรียนรู้ของนักเรียนชั้น ม.3 หยุดไม่ได้ เพราะการเรียนรู้ของเด็กต้องไปต่อ เราจึงมองวิกฤตเป็นโอกาส เพราะเด็กที่โนนชัยพื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย

เราเลยชวนเด็ก ๆ หันกลับมามองตัวเองว่า ถ้าเราจะกินข้าวในหนึ่งมื้อ เพื่อลดภาระ ลดค่าใช้จ่าย เราจะทำอย่างไร โดยอาหารเหล่านั้นเป็นอาหารที่ประหยัดและมีคุณค่า เราควรหันมาใส่ใจครอบครัว เพราะเราเห็นว่า พ่อแม่ของเด็กหลายคนโดนเลิกจ้างงาน ไม่มีรายได้ แต่ในชีวิตประจำวันของเด็กยังมีรายจ่าย ก็เลยคิดว่าจะทำอะไรดีให้เด็กต่อยอดได้ในภาวะนี้ เลยนึกถึงเรื่องการทำอาหาร กลายมาเป็นการบูรณาการเรื่องอาชีพสร้างสรรค์ บทเรียนกินได้ บทเรียนติดปีก บทเรียนชีวิต และโภชนาการบนถาดหลุม การบูรณาการของเราไม่หยุดเดิน เพราะทุกคนต้องลุยกันต่อ

การจัดการเรียนการสอนแบบ On-Site เรามีการประสานผู้ปกครองเพื่อขออนุญาตนักเรียนก่อนออกจากบ้าน เพราะกระบวนการเรียนรู้ต้องมีการสืบค้นข้อมูลด้วย อย่าง ‘โภชนาการบนถาดหลุม’ เราชวนเด็ก ๆ เลือกอาหารในแบบที่เขาอยากกิน แต่ต้องคำนึงถึงความพอเพียง พอดี พอประมาณ โดยนักเรียนมีสิทธิ์เลือก และเราให้เขาคิดหาเมนูที่ชอบ ครบหลักโภชนาการ คาว หวาน มาหมด จากนั้นวิเคราะห์คุณค่าโภชนาการ เพื่อให้เด็ก ๆ รู้จักคุณค่าทางโภชนาการของเมนูอาหารที่ตนเองเลือก พร้อมทั้งให้นักเรียนประกอบอาหารที่นักเรียนเลือก อย่างเมนูกะเพราหมูกรอบ เมนูธรรมดา แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ธรรมดา เห็นแล้วว้าว มีคุณค่าทั้งเบื้องหน้าและภายในใจ จึงเกิดไอเดียข้าวหลากสีขึ้นมา

เราเลือกวัตถุดิบธรรมชาติที่มีในบ้าน ท้องถิ่น ชุมชน ในความโชคร้ายกับภัยร้ายแบบนี้ เรามีความโชคดีคือ นักเรียนปลูกมะลิไร้สารเคมี จึงคิดเป็นเมนูข้าวกลิ่นมะลิ (หอมมากกก) นักเรียนอีกคน หนูมีอัญชัน เราก็สร้างสรรค์ข้าวสีม่วง นักเรียนคนนู้นเห็นมีดอกเฟื่องฟ้าอยู่ในโรงเรียน ส่วนอีกคนก็ยกมือบอกครู บ้านผมมีใบเตย ให้สีเขียว ทานอร่อย หอมหวานชื่นใจ เมนูอาหารจากข้าวหลากสี เด็ก ๆ ได้เรียนรู้พันธุ์ข้าวและสีธรรมชาติจากเรื่องราวรอบรั้ว

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

จากการเรียนการสอนที่เน้นสอนทาง On-line, On-demand, On-hand อยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากนักเรียน ม.3 ต้องเตรียมตัวหลายอย่างในการต่อยอดและเลือกเรียนสาขาต่าง ๆ หรือสายอาชีพอีกมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการกลับมาอยู่กับครอบครัว ทำให้นึกได้ว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ครูอย่างเราไม่ควรลืม คือ การพบปะนักเรียนกลุ่มย่อย ซึ่งเราสอน On-Site เป็นกลุ่มย่อยอยู่แล้ว แต่รอบนี้ต้องขอชวนผู้ปกครองคุยด้วย เพื่อถามข่าวคราวกัน ทั้งเรื่องปากท้องและเรื่องวินัยความเป็นอยู่ จะทำยังไงให้ผู้ปกครองและนักเรียนไม่เบื่อ เพราะเราเองก็เป็นครูประจำชั้น ม.3/1 อยากให้รู้ว่าครูยังห่วงใย 

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา วิชาเอาตัวรอดที่สอนเด็ก ๆ มองเห็นคุณค่าท้องถิ่น จ.ขอนแก่น

ระหว่างนั่ง ๆ มองๆ คิด ๆ เราเห็นใบสักที่เติบโตและร่วงหล่น จึงเกิดไอเดียที่น่าเรียนรู้ร่วมกัน นอกจากเมนูข้าวหลากสีที่เล่าให้ฟัง ถ้ามีผ้าหลากสีบ้างคงจะดี เรามองหาวัสดุรอบตัวทันที และ ‘ใบสัก’ ก็เป็นนางเอกของเรื่องนี้

เราปิ๊งไอเดีย ‘สักศรี (สี)’ ชวนเด็ก ๆ มาทำผ้าพันคอ Eco Printing ด้วยกัน ระหว่างรอนึ่งผ้า ครู เด็ก ๆ และผู้ปกครองก็สรรหาเมนูอาหารง่าย ๆ กินกัน ขอขอบพระคุณแม่น้องเม ที่ทำขนมหวานหลากสีจากธรรมชาติล้วน ๆ และคุณแม่น้องขวัญที่ทำกะเพราหมูไข่ดาวและส้มตำสุดแซ่บ วันนี้เหมือนไม่ได้มาเรียน แต่เหมือนมาทานข้าวนอกบ้าน ได้ทั้งผ้าหลากสีกับข้าวหลากสี รอบหน้าจะมีดนตรีเพื่อสร้างสีสัน มีผลิตภัณฑ์จากสักศรี (สี) โปรดติดตามตอนต่อไป 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

เทอม 2 นี้ การเรียนการสอนก็ต้องดำเนินต่อไปเช่นกันในรูปแบบออนไลน์ แต่จะดีกว่านี้ถ้าพวกเราได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่ต่อยอดอาชีพ ต่อยอดการบริโภค ต่อยอดชีวิตในครัวเรือน เราซึ่งเป็นครูตัวเล็ก ๆ ก็คิดไอเดีย ‘ต่อยอดแบบวิถีพอเพียง หล่อเลี้ยงชีวี กินดีอยู่ดี แบบมีเงินออม’ ใบไม้แห้งที่โรงเรียนมีเยอะมาก ซึ่งเป็นปัญหาในการทำความสะอาด เราก็คิดช่วยกันจัดการใบไม้เหล่านี้ แต่ใครจะรู้ว่า ไอ้เจ้าปัญหานี่แหละ คือขุมทรัพย์ของเรา เพราะทำปุ๋ยหมักได้ แปลงเกษตรที่โรงเรียนก็มี ถ้าเราปลูกผักกินเอง ปุ๋ยก็ไม่ต้องซื้อ ผักก็ไม่ต้องซื้อ ที่สำคัญปลอดสารพิษ เปิดเทอมเมื่อไหร่ก็เอาผักส่งโรงอาหาร เหลือก็แบ่งกลับบ้าน ขายเก็บออมก็ยังไหว 

ก็เลยคิดไอเดีย ‘ปลูกเอง กินเอง นักเลงพอ ปุ๋ยก็ไม่ต้องขอ เรามีเพียงพอ ต่อยอดชีวี’ ฮิ้ว ๆ ๆ ว่าแล้วก็ชวนเด็ก ๆ มาสร้างพื้นที่เรียนรู้ ทำกิจกรรมภาคปฏิบัติกลุ่มย่อย กลุ่มละ 6 คน (ป.ล. ฉีดวัคซีนครบนะคะ) ช่วยกันทำปุ๋ยหมักเพื่อเตรียมปุ๋ยบำรุงดิน ก่อนที่เราจะไปเตรียมแปลงปลูกกัน นักเรียนที่มาเรียนก็ตั้งใจดี และที่สำคัญ การเรียนรู้ต้องลงมือทำถึงจะมีความหมาย เพราะต้อง Learning by Doing แบบ Active Learning และเรียนรู้แบบร่วมมือและมีส่วนร่วม เมื่อพร้อมแล้วเราก็ลุยทันที นัดหมายประชุมนักเรียน ผู้ปกครอง และ ครูชาญณรงค์ ที่เป็นเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยเหลือกันมาตลอด พร้อมลุย

จากการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ นักเรียนร่วมสะท้อนแง่คิดดี ๆ ให้ครูได้รับรู้ว่าที่ผ่านมานักเรียนได้เรียนรู้แบบไหน ทั้งยังทบทวนและวางแผนต่อยอด ขอบใจลูก ๆ ทำให้ครูรู้ว่านักเรียนมีความสุขดี อดทน น่ารัก 

วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ
วิชาบูรณาการของโรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย จ.ขอนแก่น ที่ทำให้เด็กต่อยอดอาชีพ ต่อยอดชีวิต และพัฒนาท้องถิ่นผ่านการลงมือทำ

วิชาบูรณาการท้องถิ่นศึกษา ทำให้เรารู้ว่าการเรียนรู้นั้นมีอยู่รอบตัว รอบบ้าน และชุมชน การทำให้นักเรียนหันกลับมาใส่ใจสิ่งรอบตัวในชุมชนและท้องถิ่นของตนเองได้ จะทำให้เขาเห็นประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่ พร้อมพัฒนา ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์และใช้สื่อเทคโนโลยี ช่วยพัฒนาชุมชนของตนเองได้อย่างยั่งยืน ที่สำคัญ การพึ่งพาตนเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะทำให้เราอยู่รอด อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ข้อดีอีกอย่างของวิชาบูรณาการ คือ เป็นวิชาที่ดึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนได้โดยไม่ต้องมีกรอบบังคับ สะท้อนผ่านการลงมือทำของเด็ก ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำให้นักเรียนฝึกอยู่กับปัจจุบัน รู้จักใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและปลอดภัย

ส่วนเราในฐานะครูผู้ออกแบบกระบวนวิชาก็เรียนรู้ว่าการเรียนรู้ในรูปแบบบูรณาการ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเห็นศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ทำให้ครูได้เข้าใจชีวิตที่หลากหลายของนักเรียน และเราเชื่อว่ากระบวนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ หลาย ๆ โรงเรียนคงทำกันอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญ คือ การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ท้องถิ่นของตนเองมี และประยุกต์ใช้ พัฒนา ต่อยอด สร้างคุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่ นั่นคือการสร้างนวัตกรรมที่ดีที่สุด 

แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือ เราต้องลงมือทำ

ถ้าคุณมีประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ๆ จากการไปใช้ชีวิตในทั่วทุกมุมโลก เชิญแบ่งปันเรื่องราวความรู้ของคุณพร้อมภาพถ่ายประกอบบทความ รูปถ่ายผู้เขียน ประวัติส่วนตัวผู้เขียน ที่อยู่ เบอร์โทรติดต่อ และชื่อ Facebook มาที่อีเมล [email protected] ระบุหัวข้อว่า ‘ส่งต้นฉบับสำหรับคอลัมน์ โรงเรียนนานาชาติ’ ถ้าผลงานของคุณได้ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์ เรามีของขวัญส่งให้เป็นที่ระลึกด้วยนะ

Writer & Photographer

นันทนา ลีโคตร

ครูผู้จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โรงเรียนเทศบาลบ้านโนนชัย ที่เชื่อว่านักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างถ่องแท้ หากได้ลงมือทำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load