รู้จักแหวนกลกันไหมครับ?

บางคนคงพยักหน้า แต่หลายคนอาจจะส่ายหัว ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด เพราะแหวนกลที่ว่ามานี้เป็นแหวนที่ไม่ได้หาดูได้ง่าย ประกอบกับไม่ได้แพร่หลายในวงกว้างกันมากขนาดนั้น ชื่อนั้นก็ค่อนข้างทำให้สับสนอยู่เหมือนกัน

แหวนกลคือแหวนที่ประกอบไปด้วยแหวนหลายๆ วงที่คล้องรวมอยู่ด้วยกัน แบบที่แยกออกจากกันไม่ได้ โดยที่สามารถหมุนบิดขยับแหวนแต่ละวงเหล่านั้นให้ประกอบกลับมารวมกันได้เป็นวงเดียว ราวกับมันมีกลไกอยู่ในนั้น และเมื่อประกอบแหวนรวมกันเสร็จแล้วก็จะมีลวดลายอยู่บนหน้าแหวนให้เห็นด้วย (คำว่าแหวนกลนั้นก็คือย่อมาจากแหวนกลไกนั่นเอง) ซึ่งการทำแหวนที่มีกลไกประกอบกันแบบนี้ได้นั้นต้องอาศัยทักษะและฝีมืออย่างมากจริงๆ

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ประวัติที่มาของแหวนกลนั้นว่ากันว่าแหวนประเภทนี้มีที่มาจากแถบตะวันออกกลางหรืออาหรับ (บางคนก็เรียกแหวนกลเหล่านี้ว่า ‘puzzle ring’ หรือ ‘Turkish wedding ring’) แต่ในบ้านเรานั้น แหวนประเภทนี้นั้นมีอยู่เฉพาะแค่ที่จังหวัดจันทบุรีเท่านั้น ซึ่งแหวนกลของจันทบุรีนี้มีจุดเด่นแตกต่างจากที่อื่นๆ ในโลก คือตัวหน้าแหวนจะเป็นรูปสัตว์ต่างๆ อย่างปู ปลา หรือนักษัตรต่างๆ ในขณะที่ของประเทศอื่นๆ จะเป็นเพียงแค่ลวดลายเรียบๆ อย่างเดียว มีตำนานเล่ากันว่า ด้วยความเป็นเมืองอัญมณีมาแต่โบราณของเมืองจันท์ ทำให้มีคนต่างชาติมาจ้างและสอนให้ช่างทองแถบนี้หัดทำแหวนกลขึ้นมา บ้างก็ว่าเป็นแหวนที่ตกทอดวิธีการทำมาในไทยผ่านมาจากทางเขมร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม แหวนกลก็ถูกสืบทอดอยู่ในแถบนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามชั่วอายุคนหรือเกือบๆ หนึ่งร้อยปีมาแล้ว

พอมาในยุคปัจจุบันที่การสั่งทำแหวนกลนั้นค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป ทำให้ช่างหลายคนหันไปทำแหวนกลลายปูปลาแบบดั้งเดิมเพื่อส่งให้กับทางโรงงานนำไปขายในตลาด แต่มีทายาทของช่างทำแหวนกลอยู่หนึ่งคนที่ได้สั่งสมประสบการณ์และทักษะฝีมืออยู่ในเส้นทางการทำแหวนกลมากว่า 30 ปี ได้ริเริ่มนำเอาไอเดียใหม่ๆ มาต่อยอดใส่ลงไปในแหวนกลแบบดั้งเดิมจนเกิดเป็นแหวนกลแบบใหม่ที่ร่วมสมัย และแตกต่างจนเป็นที่ต้องการในตลาดอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือแหวนกลที่เป็นลายชื่อหรือนามสกุลของผู้สวมใส่นั่นเอง แหวนกลนี้แต่ละวงนั้นจะบรรจุตัวอักษรต่างๆ ของชื่อเราไว้ เมื่อทำการพลิกหมุนประกบและประกอบกลับมาเป็นแหวนเต็มๆ วง เราจะได้เห็นชื่อและนามสกุลของเราปรากฏอยู่บนนั้น เป็นแหวนเฉพาะของเราแต่เพียงผู้เดียวอย่างแท้จริง

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ฟังแล้วมันช่างน่าตื่นเต้นและน่าสนุก และเป็นสาเหตุที่ทำให้เราต้องเดินทางไปยัง จ.จันทบุรี เพื่อพูดคุยกับ ช่างหรีด-ชูเกียรติ เนียมทอง ผู้เป็น the master ด้านแหวนกล ที่นำเอาความคิดสร้างสรรค์ใส่ลงไปในแหวนกลที่ทำด้วยมือในทุกๆ วงที่ทำมา รวมไปถึงผู้ก่อตั้ง ‘บ้านแหวนกล เมืองจันท์’ ภายในบ้านขนาดเล็กกะทัดรัด ด้านในอัดแน่นไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือของช่างทองมากมาย ที่เพียงมองก็รู้แล้วว่าเครื่องมือเหล่านี้ผ่านการทำงานมาอย่างยาวนาน แล้วนี่ก็คือเรื่องราวของแหวนกลที่ถ้าอ่านจบแล้ว อาจจะทำให้ผู้อ่านหลงกลขับรถไปจันท์เพื่อสั่งทำสักวงก็เป็นได้

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

เริ่มเข้าวงการ

การเข้าสู่การทำแหวนกลของช่างหรีดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นตามระบบปกติในตอนเรียนจบปวช. ปวส. หรือมหาวิทยาลัย แต่กลับเริ่มขึ้นในตอนขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเล่นสนุกของเด็กเสียมากกว่า ผ่านการชักชวนของคุณลุงสายัณห์ (ช่างสายัณห์ ภูมิภักดิ์) ผู้เป็นน้าเขยของเขา ในช่วงเวลานั้นที่กำลังอยู่ในตอนปิดเทอมขึ้นชั้น ม.1 คุณลุงสายัณห์ได้ชวนช่างหรีดมาเที่ยวที่บ้าน อาจจะด้วยนิสัยใจคอและอะไรบางอย่างที่ถูกชะตากัน จึงทำให้ลุงสายัณห์ตัดสินใจชวนช่างหรีดให้มาอยู่ด้วยกันกับแก เพื่อฝึกทำแหวนกลตั้งแต่ตอนนั้นเลย

“ตอนนั้นพ่อกับแม่ผมก็อยากให้เรามีอาชีพติดตัว ก็เลยให้เราเลิกเรียนมาอยู่ที่บ้านคุณลุงเพื่อฝึกฝนทำแหวนกลเลย เพราะจริงๆ วิชาการทำแหวนกลเนี่ย เป็นอาชีพเฉพาะในครอบครัวและเครือญาติเท่านั้น จะไม่มีการสอนให้กับคนข้างนอกเลย ซึ่งในจันทบุรีนั้นจะมีหลักๆ อยู่เพียงแค่สองครอบครัว คือ ช่างหยี (ซึ่งลูกหลานของช่างหยีไม่ได้รับช่วงต่อ) และคุณลุงสายัณห์นี่แหละ ตอนที่ผมย้ายมาอยู่กับคุณลุงก็มีหลานแกคนอื่นๆ อีกสองสามคนที่รุ่นๆ เดียวกันมาฝึกอยู่ด้วย แล้วก็ค่อยๆ หายไปทีละคนๆ จนเหลือผมคนเดียว” ช่างหรีดอธิบายถึงการได้เข้ามาเริ่มต้นทำแหวนกล

ผมถามถึงการหายไปของคนอื่นๆ ที่มาฝึกในช่วงเดียวกัน ก็ทำให้ได้รู้วิธีการฝึกฝนในการทำให้เด็ก ม.1 คนหนึ่งที่ไม่เคยทำงานช่างมาก่อน สามารถมาทำแหวนที่ซับซ้อนอย่างแหวนกลได้ 

“ที่หายๆ กันไปนี่ก็เพราะว่าเขาเบื่อครับ เนื่องจากในช่วงสามปีแรกนี่จะเป็นการฝึกที่เน้นให้ใช้เครื่องมือทุกประเภทให้เป็น แล้วก็ฝึกทักษะพื้นฐานในการทำแหวน อย่างเช่นการตีแหวนให้เป็นวงเรียบๆ หัดตะไบแหวน หรือหัดใช้สว่านเจาะรูบนแหวนให้ตรงเป็นแถวไม่เบี้ยวไปมา วนไปวนมาอยู่แค่นี้สามปี ซึ่งยอมรับว่ามันเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อมาก เหมือนชีวิตวัยรุ่นเราหายไปเลย แล้วช่วงสามปีนั้นทำให้เราคิดกับชีวิตเลยนะ ว่าจะไปทางนี้ต่อหรือว่าเลิกดี แต่พอเป็นระยะเวลายาวถึงสามปีแล้ว จะให้กลับไปเรียนใหม่อีกทีก็รู้สึกว่ามันห่างหายนานเกินไปแล้ว ก็เลยตัดสินใจทนเบื่อ ลองอยู่สู้ต่อดู”

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

แหวนวงแรกไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

ช่างหรีดได้เล่าต่อว่า พอหลังจากผ่านช่วงสามปีแรกมาแล้วถึงได้เริ่มช่วยงานลุงสายัณห์ในการทำแหวนกลมากขึ้นทีละนิดๆ

“หลังจากพ้นช่วงสามปีแรกก็ได้เริ่มฝึกการทำแหวนกล โดยสอดแทรกมาในงานแต่ละวันเป็นระยะๆ พอเราผ่านสามปีแรกมาจนเริ่มใช้เครื่องมือคล่องแล้ว ก็เริ่มได้หัดและฝึกทำแหวนกลมากขึ้นๆ เริ่มได้รับการสอนทีละขั้นตอน ปีที่ 4 – 5 ก็เริ่มเจองานสนุกขึ้น เราเริ่มได้ทำงานที่ยากขึ้นๆ ตอนนี้คือเริ่มได้ช่วยทำแหวนปูแหวนปลาแล้ว ไอ้ความเบื่องานจากงานพื้นฐานก็ค่อยๆ หายไป จนสักช่วงปีที่ 10 ของการฝึก ถึงได้เริ่มทำแหวนกลทั้งวงด้วยตัวเองเป็นวงแรก ซึ่งก็ยังไม่ได้มาตรฐานตามที่ลุงสายัณห์ตั้งไว้หรอก แต่สำหรับเราก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว”

ผมสนใจคำว่ามาตรฐานของแหวนกล ด้วยความที่รูปแบบของแหวนกลมันไม่เหมือนแหวนปกติ เลยได้ถามช่างหรีดว่า มาตรฐานมันเหมือนหรือแตกต่างจากแหวนปกติทั่วๆ ไปยังไงบ้าง

“มาตรฐานของแหวนกลที่ว่าไว้ก็คือมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม ได้สัดส่วน ซ้อนกันได้พอดี แล้วเวลาใส่ก็ยังคงใส่ได้พอดีเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นแหวนกลรูปปลา ลวดลายก็ควรจะต้องพอดีกับหน้าแหวน เวลาที่แยกแหวนออกมาจากกันแต่ละวง ก็ต้องมีลายบนตัวแหวนไม่ใหญ่ไปหรือเล็กไป เวลามาซ้อนกันต้องซ้อนได้พอดี สมส่วน รายละเอียดเล็กๆ พวกนี้คนซื้ออาจจะไม่รู้แต่เรารู้ แล้วด้วยความที่เป็นแหวนทำมือทีละวง แม้จะเป็นแหวนปูหรือปลาแบบเดียวกัน เราก็ควรจะต้องทำให้มีรายละเอียดที่ไม่เหมือนกันเลยสักวง นั่นคือมาตรฐานที่ลุงสายัณห์บอกเราไว้” ช่างหรีดอธิบาย

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

เปลี่ยนปูการปกครอง (บนหน้าแหวน)

หลังจากฟังมาสักพักผมก็สงสัยว่า แล้วจากแหวนกลรูปนักษัตรที่ทำสืบทอดต่อกันมาในหลายชั่วอายุคน กลับกลายมาสู่แหวนกลชื่อและนามสกุลได้ยังไง ช่างหรีดจึงได้เล่าให้ฟังถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต นั่นก็คือตอนที่คุณลุงสายัณห์เสียชีวิตไปเมื่อตอนปี พ.ศ. 2551 ชีวิตของช่างหรีดตอนนั้นเหมือนกับถูกลืมหายไปจากระบบ ไม่มีลูกค้าเข้ามาเลย เพราะปกติคุณลุงสายัณห์จะเป็นทั้งคนหาและพูดคุยกับลูกค้า พอคุณลุงไม่อยู่ก็ไม่มีใครรู้จักตัวช่างหรีดอีกเลย แล้วในตอนนั้นตัวช่างหรีดเองก็ยังไม่รู้จักการใช้สื่ออย่างโซเชียลมีเดียมากนัก จึงเป็นช่วงเวลาที่ช่างหรีดต้องมานั่งคิดทบทวนว่า จะทำยังไงกับชีวิตต่อไปอีกครั้งหนึ่ง

“ตอนนั้นผมก็มานั่งคิดเลยว่าจะทำยังไงกับชีวิตจะทำแหวนกลต่อไปไหม ก่อนลุงเสียชีวิตก็ได้พูดกับเราไว้คำหนึ่งว่า ทำไปเถอะอาชีพนี้ ไม่อดหรอก คำนี้ก็ก้องอยู่ในหัวเราตลอดในช่วงเวลานั้น เราก็เลยตัดสินใจกัดฟันลุยต่อ ตอนนั้นผมสังเกตจากในท้องตลาด ที่ช่างแทบทุกคนและโรงงานแทบทุกโรงงานจะทำแหวนกลที่เป็นนักษัตรเหมือนๆ กันไปเสียทั้งหมด เราก็มานั่งคิดว่าจะทำยังไงให้แหวนที่เราทำมันแตกต่างจากของคนอื่นๆ ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้คนอื่นๆ มาลอกแบบที่เราทำไม่ได้ด้วยเช่นกัน ผสมกับเราก็มานั่งคิดถึงลายเซ็นงานของตัวเราเองว่ามันมีอะไรบ้าง เพราะถ้าเราไม่สร้างอะไรใหม่ในงานที่เป็นของเราเอง เราก็จะอยู่ในเงาของแกต่อไป ก็เลยมาได้ไอเดียถึงแหวนที่เป็นแหวนชื่อและนามสกุล เลยลองตั้งโจทย์กับตัวเองดูแบบสนุกๆ ว่าจะสามารถทำให้มันออกมาเป็นรูปแบบแหวนกลได้ไหม”

แล้วแหวนวงแรกที่ทำได้ ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจหรือเปล่า ผมสงสัย

“แหวนชื่อวงแรกที่ทำคือแหวนชื่อตัวเองครับ เป็นแหวนวงที่พิเศษสำหรับเราเพราะมันยากมากๆ ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คิดอะไรเยอะเลย คิดแค่ว่าทำยังไงให้แหวนกลมันออกมารวมกันเป็นชื่อได้แค่นั้น ไม่ได้คิดเรื่องความสวยงามอะไรเลย ก็เลยลงมือทำดู พอทำเสร็จแล้วมันก็ไม่สวยจริงๆ ด้วย (ฮา) แต่มันพิเศษตรงที่มันได้ให้คำตอบกับตัวเอง ว่าสิ่งที่เราคิดมันมีความเป็นไปได้ พอทำวงแรกเสร็จก็มานั่งวิเคราะห์ว่าจะทำยังไงให้วงต่อๆ ไปสวยขึ้นจากวงแรก หรือถ้าชื่อยาวขึ้น ตัวอักษรเยอะขึ้น จะทำงานยังไง อะไรแบบนั้น”

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ซึ่งหลังจากที่ช่างหรีดทำแหวนชื่อตัวเองวงแรกเสร็จทันเวลา ก่อนที่จะมีงานปล่อยแสงของ TCDC พอดี ก็เลยหยิบเอาแหวนชื่ออันนั้นไปออกงานปล่อยแสงด้วย ปรากฏว่ามีคนสนใจมาจ้างให้ทำแหวนชื่อต่อๆ กันมา ทำให้ช่างหรีดมีความมั่นใจมากขึ้น จนได้เริ่มต้นทำแหวนชื่อภาษาไทยเป็นครั้งแรก

“ความตั้งใจแรกสุดคือคิดจะทำชื่อเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว ภาษาไทยไม่อยู่ในหัวเลย เพราะรู้สึกว่ามันยากมากๆ จนตอนนั้นพี่พลอย จริยเวชติดต่อมาว่าอยากให้ทำแหวนกลชื่อของแก ซึ่งนี่เป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดหนึ่งของเราเลย เพราะด้วยบุคลิกและสไตล์ของตัวพี่พลอย ผสมกับชื่อที่สั้นก็เลยตั้งใจจะทำเป็นภาษาไทยดูเป็นวงแรก พอตอนที่เลื่อยตัวอักษรไทยออกมาประกอบกันเป็นแหวน ก็คิดในใจว่า เออ ทำได้ว่ะ พอทำสิ่งนี้ได้ปุ๊บ ผมก็มาคิดว่าถ้าของที่ยากกว่านี้จะทำได้ไหม ก็ลองหาอะไรที่ยากกว่านี้ทำมาเรื่อยๆ”

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ความท้าทายคือการพัฒนา

ช่างหรีดไม่เพียงแต่พูดให้ฟังเปล่าๆ แต่ยังหยิบงานล่าสุดที่ทดลองตั้งโจทย์กับตัวเองขึ้นมาให้ผมดูด้วย เนื่องจากตอนที่เราไปนั้นเป็นช่วงหน้าทุเรียน ช่างหรีดเลยอยากลองทำแหวนกลที่ได้แรงบันดาลใจมาจากทุเรียนขึ้นมา ซึ่งก็ทำออกมาได้สวยงามดีด้วย ผมเคยเห็นช่างหลายๆ คนในหลายๆ สาขาอาชีพนี่ไม่ค่อยยอมทำงานออกนอกขอบเขตที่ตัวเองเรียนรู้มา เวลาที่ถามก็มักจะตอบว่า ‘วุ่นวาย ทำแบบเดิมๆ ที่เคยทำมาก็ดีอยู่แล้ว’ ทำให้ผมมองย้อนไปถึงการตั้งโจทย์ยากๆ ให้กับตัวเองอยู่เสมอของช่างหรีด ว่านี่มันเป็นการสร้างความวุ่นวายให้กับเขามากกว่าหรือเปล่า แล้วทำไมต้องพยายามทำอะไรที่ยากขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วย

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

“ตั้งแต่สมัยที่ทำแหวนปูแหวนปลากับลุงสายัณห์เนี่ย ด้วยความกบฏของตัวผม ผมมักจะลักไก่พลิกแพลงขั้นตอนการทำอยู่เสมอๆ เพื่อประหยัดเวลาและประหยัดวัสดุ เพราะว่าเราเข้าใจพื้นฐานการทำแหวนเป็นอย่างดีแล้ว พอมาทำแหวนชื่อและนามสกุลเนี่ย จริงๆ มันใช้พื้นฐานเดียวกัน แค่เราพลิกแพลงมันออกไปจากเดิม ซึ่งจริงๆ ผมไม่ได้มองว่ามันทำให้วุ่นวาย แต่กลับกลายเป็นมันทำให้เราทำงานสนุกขึ้นมากกว่า” ช่างหรีดเล่าให้เราฟังอย่างตื่นเต้น

“สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือมันช่วยพัฒนาทักษะฝีมือของเรา อายุงานกว่า 30 ปีของเรามันไม่ได้บอกว่าเราเก่ง แต่การที่เราได้ฝึกได้ทำของยากๆ โดยมีเป้าหมายให้ชิ้นงานออกมาดีขึ้นเนี่ยแหละคือสิ่งที่จะพัฒนาฝีมือทักษะของเรา มันเหมือนเป็นครูให้กับเรา งานชิ้นแรกที่ทำจนถึงตอนนี้ถ้าเทียบดูจะเห็นความแตกต่างเยอะมากทั้งในด้านของเทคนิคที่ทำ รายละเอียดต่างๆ บนหน้าแหวนที่เราใส่ลงไปได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน  เมื่อก่อนสมัยคุณลุงยังอยู่แกก็พูดกับเราตลอดว่าเวลาทำงานอย่าทำซ้ำเดิมไปตลอด ให้แปลงงานไปบ้าง เพื่อให้งานยังคงมีความหมายกับเราอยู่เสมอ”

นอกจากแหวนทุเรียนที่อยู่ตรงหน้าผมแล้ว บนผนังบ้านยังมีแหวนชื่อต่างๆ ที่ช่างหรีดเคยทำมาติดอยู่ราวกับเป็นพอร์ตฟอลิโอขนาดใหญ่ ที่ทำให้เราเห็นความหลากหลายของแหวนกล ผมเลยสงสัยว่าความท้าทายที่ทำมาโดยตลอดนี่ จะพาแหวนกลเปลี่ยนร่างไปเป็นอะไรบ้างในอนาคต

“จริงๆ ผมก็ยังเกาะอยู่กับเทคนิคเดิมๆ อยู่ตลอด เพราะนั่นมันคือพื้นฐานของเรา คนรุ่นก่อนเขาทำพื้นฐานมาไว้ดีแล้ว เราไม่อยากจะทิ้งฐานนี้ไป แต่ที่เราทำมันคือการคิดงานรูปแบบใหม่ๆ บนพื้นฐานเดิม เพื่อให้มันมีความเฉพาะตัวมากกว่าเดิม เราจะได้ทำต่อไปได้ ผมก็ไม่รู้ว่ามันจะไปจบที่ไหน รู้แค่อยากให้มันมีการพัฒนาไปเรื่อยๆตามที่เราจะยังพอคิดออก ก็คงจะทำไปเรื่อยๆ จนไม่มีแรงทำแหละ ตอนนั้นแหวนกลอยู่ตรงไหนก็ตรงนั้นแหละครับ”

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ความยากของการทำแหวนกล

ผมคุยเล่นๆ กับช่างหรีดว่าทำงานมานานกว่า 30 ปี ทำแหวนกลออกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 วง ถือว่าเป็นการทำงานที่ยาวนานมาก ในยุคสมัยที่แทบทุกคนเปลี่ยนงานกันเป็นว่าเล่น ความคิดในการทำงานที่หนึ่งนานๆ หลายปีดูจะเป็นความคิดที่แปลกประหลาดขึ้นไปทุกวัน ผมเลยอยากรู้ว่าอะไรทำให้ช่างหรีดทำงานมาได้ยาวนานขนาดนี้ แล้วทำงานมานานแบบนี้ยังเจอความยากอะไรของอาชีพนี้อยู่อีกหรือเปล่า

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

“ผมชอบตรงที่มันต่างจากแหวนทั่วๆ ไปอย่างชัดเจน แหวนปกติก็มีหนึ่งวง แต่แหวนกลมันเป็นแหวนหลายๆวงที่แยกจากกันไม่ได้ ซึ่งพอเราเข้าใจมันแล้ว เราจะออกแบบและสร้างให้มันออกมาเป็นแบบยังไงก็ได้ แล้วพอเรามาทำแหวนสั่งตัดเฉพาะคนเนี่ย มันก็เหมือนเราได้ใช้สมองและทักษะที่เรามีอยู่อย่างเต็มที่ รวมทั้งอาชีพนี้มันเป็นอาชีพที่ได้จับของมีค่า ของสวยๆ งามๆ อยู่ทุกวัน ทั้งหมดนี้ทำให้ผมรักอาชีพนี้

ส่วนเรื่องความยากที่สุดของอาชีพนี้มันไม่ใช่เรื่องงานแล้ว แต่มันคือตัวเรา การที่จะพาตัวเองให้มานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานแล้วทำงานไปทุกๆ วันโดยไม่เบื่อไปก่อนเนี่ยยากกว่า ทำยังไงให้เราไม่เบื่องาน การตั้งโจทย์ใหม่ๆ พวกนั้นมันคือตัวฉุดเราให้มานั่งทำงานอยู่กับโต๊ะ งานใหม่ๆ ที่มีโจทย์ที่เรายังไม่รู้จะทำยังไงมันคือความท้าทาย ผมไม่เคยมองมันเป็นปัญหาเลย ถ้าเรามองมันเป็นปัญหากับมองมันเป็นความท้าทายอารมณ์มันจะต่างกัน ถ้ามองว่าเป็นปัญหามันจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามองเป็นความท้าทายเราจะมองว่าเราจะทำได้ไหม แล้วมันจะพาเราพัฒนาขึ้นไปอีกทีละขั้น อย่างหนึ่งที่ตัวผมมักจะถามตัวเองอยู่ตลอดก็คือ เรารักสิ่งที่เราทำไหม เหมือนกับเรารักแฟนเราไหม ถ้าเรารักกันจริงๆอก็จะอยู่กันไปจนแก่เฒ่า งานก็เหมือนกัน อย่าไปมองถึงเม็ดเงินก่อน แต่ให้มองถึงสิ่งที่เราทำ เราทำมันเพราะอะไร ถ้าเราทำเพราะรักมัน เดี๋ยวงานก็จะรักเรากลับอและค่อยๆ ตอบแทนเราเอง อาชีพไม่ว่าจะอาชีพไหน ถ้าเราตั้งใจทำให้ดี มันก็จะเลี้ยงดูและตอบแทนเราจริงๆ”

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ตามไปดูช่างทำแหวนกลแห่งจันทบุรีที่จะทำให้เราหลงใหลและหลงกล

ขอขอบคุณ: บ้านแหวนกล เมืองจันท์

บ้านแหวนกลเมืองจันท์

ช่างหรีด-ชูเกียรติ เนียมทอง

อายุงาน 30 ปี

Facebook บ้านแหวนกลเมืองจันท์

1/45 ม.9 ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี 22000

โทร 081-791-3278

Writer & Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Master

เรื่องราวเบื้องหลังความเชี่ยวชาญของคนทำงานระดับมืออาชีพ

เมื่อพูดถึง ช่างท๊อป-ภานุพงศ์ จงจิตร หรือในอีกชื่อหนึ่งคือ ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท คงทำให้ใครหลายคนนึกถึงคลิปช่างอาบน้ำตัดขนหมาแมวในเฟซบุ๊ก ผู้มักจะต้องรบรากับเหล่าสัตว์บ้านที่ดุร้ายอย่างกับสิงห์สาราสัตว์ตามป่าใหญ่ หรือบางตัวก็ชวนตลกระดับแก๊งป่วนก๊วนพิสดาร

หรือถ้าใส่ข้อมูลเชิงลึกลงไปกว่านั้น ก็คงต้องเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างจากหลาย ๆ บทสัมภาษณ์

เขาเคยไปเป็นลูกจ้างร้านอาบน้ำตัดขนหมาแมวที่กรุงเทพฯ

กลับมาเปิดร้านของตัวเองที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ก่อนจะแพ้ภัยสิ่งอบายมุข ติดเที่ยว ติดบุหรี่ ติดเหล้า จนต้องปิดกิจการไปในเวลาต่อมา

แล้วจึงขอโอกาสแก้ไขชีวิต โดยมีครอบครัวเป็นแรงผลักดัน กลับไปเป็นลูกจ้างเพื่อขัดเกลาตัวเอง แล้วหวนคืนสู่ถิ่นมาเปิดร้านอีกครั้งหนึ่ง

พร้อมกับกลายเป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลจากคลิปน้องลูกจัน (แมว) ไม่ชอบอาบน้ำ

แต่นั่นไม่ใช่หลักใหญ่สำคัญของบทความนี้ เพราะตลอดการพูดคุยนี้ ไม่ใช่เรื่องของการทำเพจ ไม่ใช่เรื่องของการทำคลิป ไม่ได้เอาความดังของเขามาเป็นตัวตั้ง แต่เอาฝีมือและประสบการณ์มาเล่า จากการเป็นช่างตัดขนและอาบน้ำหมานานกว่า 18 ปี

ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

ช่างไม่เท่เอาเสียเลย

“คำถามแรกที่ถามเจ้าของร้านก็คือ เขาเอาหมาไปตากแดดที่ไหน” 

ช่างท๊อปบอกเล่าพร้อมเสียงหัวเราะ เมื่อย้อนนึกถึงวันวานของตนที่เข้าไปในร้านอาบน้ำตัดขนสัตว์ที่กรุงเทพฯ แบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ แต่รู้ว่าเขาต้องการหางานพิเศษทำ

ไม่เพียงเท่านั้น การเลือกเข้าทำงานที่นี่ก็ไม่ได้เกิดจากความอยากรู้อยากลองหรือสนใจในอาชีพ เพียงแต่แฟนของเขาพึ่งดูละครเรื่อง รักเกินพิกัดแค้น (พ.ศ. 2547) ซึ่งมี หนุ่ม อรรถพร เล่นเป็นช่างอาบน้ำตัดขนสัตว์มาดหล่อ อีกทั้งยังแต่งตัวเท่เยี่ยงชายในเครื่องแบบ ฉะนี้เองเขาจึงถูกแฟนตะล่อมให้เข้าทำงานโดยปริยาย

แต่สำหรับช่างท๊อปในตอนนั้นที่มีพื้นฐานเป็นคนรักสัตว์ การทำงานในร้านจึงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรนัก แม้จะเริ่มต้นด้วยการเก็บขี้หมาในกรง 

เมื่อนำความน่ารักของเหล่าหมาแมวมาบวกลบทดดูแล้ว มันก็มากเพียงพอจะหักล้างกับอะไรหลาย ๆ อย่าง จนเกิดเป็นความคิดที่ว่า “หมามันน่ารักอะครับ สายพันธุ์ที่เราไม่เคยเจอมันน่ารัก เรามีความสุขในการทำงานอยู่กับหมา”

ยิ่งนำไปเปรียบเทียบกับการนั่งทำงานออฟฟิศ ตากแอร์สบาย ๆ เอนหลังไปกับเก้าอี้ แต่อาจแวดล้อมไปด้วยเพื่อนร่วมงานเรื่องเยอะ ลูกค้าจอมจู้จี้จุกจิก การอยู่แบบนี้เห็นจะสบายใจกว่าเป็นไหน ๆ เพราะสำหรับช่างท๊อปแล้ว หมาแมวก็เปรียบเสมือนลูกค้าและเพื่อนร่วมงาน

ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

“ถ้าลูกค้าทำกริยาท่าทางไม่ดีกับเรา เราจะไปบ่น ไปด่าเขา เราทำไม่ได้ แต่ถ้าเราอยู่กับหมา เขาก็รับฟัง (หัวเราะ) สุดท้ายมันก็มาเลียหน้าเรา มากระดิกหางใส่เรา ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้เราเพิ่งด่ามันไป ก็เลยทำงานมีความสุข ทั้ง ๆ ที่บางทีงานมันอาจจะเครียด”

ความเครียดในที่นี้หมายถึงเหล่าความเสี่ยง ความสกปรก และความยากต่อการรับมือที่อาชีพนี้ต้องแบกรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความเสี่ยง เช่น หมาที่มีอายุมากแล้ว หรือภาษาบ้านคือ หมาแก่ มีความเสี่ยงที่จะช็อกเสียชีวิตได้ตลอดเวลา

ความอดทน เช่น หมาอายุน้อย หมาสมาธิสั้น หรือหมาปัญญาอ่อน สำหรับช่างท๊อปแล้วรับมือยากกว่าหมาดุแบบคนละเรื่อง เพราะพูดอะไรให้ตายยังไงมันก็ไม่รู้เรื่องอยู่ดี หรืออาจจะเป็นเหล่า​​แมวดุ แมวกัด แมวตบ ที่ชอบมามอบแผลให้ได้ระลึกถึงกัน

ส่วนความสกปรก เช่น เวลาที่หมาแมวบางตัวเกิดอาการกลัวระหว่างตัดขนหรืออาบน้ำ อาจมีบางครั้งที่ตัด ๆ อยู่แล้วกลัวชนิดขี้แตกขี้แตนเต็มโต๊ะ เลอะเทอะเสื้อผ้าช่าง ซึ่งช่างท๊อปก็บอกกับเราเพียงแค่ว่า “ต้องรับสภาพให้ได้”

“ความเครียดมีอยู่ตลอดเวลา แต่เวลาผมอัดคลิป ผมจะเอาความเครียดแต่ละครั้งมาเป็นความสนุกให้ทุกคนได้ดู แม้ในใจของเราบางทีจะเครียด”

ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์
ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

ช่างเลือก

หมากับแมวพันธุ์ไหนรับมือยากที่สุด

ผมว่าหมากับแมวพอ ๆ กันครับ ขึ้นอยู่กับที่แต่ละตัวมากกว่า เหมือนคนเลย คนไหนนิสัยไม่ดี คนไหนนิสัยดี อย่างนี้ครับ

การอาบน้ำตัดขนก็ไม่มีขั้นตอนไหนยากตายตัวเลยครับ ทุกอย่างคล้าย ๆ หมด

เหมือนเราจะไถเท้า หมาตัวนี้ไถเท้าง่ายมาก หมาตัวนี้ไถเท้าโคตรยาก หมาตัวนี้ไถไม่ได้เลย พอเราทำได้หมดแล้ว ความยากมันอยู่ที่นิสัยหมา นิสัยแมว ถามว่าหมากับแมวอันไหนทำยากกว่า ผมบอกเลยว่า แมว

ทำไม 

แมวที่จองคิวมาที่ร้าน อันดับแรกก็คือต้องเทสต์ดูก่อนนะครับ ไม่ใช่ว่ามาถึงปุ๊บก็ทำเลย

อันดับแรกต้องเทสต์ไดร์ เทสต์เสียงน้ำ พอเทสต์เสร็จปุ๊บ โอเค ผ่านขั้นตอนแรก เราก็ไปขั้นตอนที่สองในการอาบน้ำ บางตัวอาบเสร็จ บางตัวก็อาบไม่เสร็จ มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละตัว

อาบไม่เสร็จนี่คือล่มกลางทาง

เราประเมินจากประสบการณ์ เห็นหมาปุ๊บเราจะรู้เลยว่าตัวนี้เราทำได้ไหม ได้กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าว่าอาจจะทำได้ก็คือลองทำให้ดูก่อน อาจจะเสร็จหรือไม่เสร็จ

ส่วนใหญ่แล้วที่ว่าโดนกัดหนัก ๆ ก็เป็นเพราะว่าเราอยากทำให้ แต่บางจังหวะเราก็พลาด ส่วนตัวไหนที่จับแล้วปุ๊บทำไม่ได้เลยก็มี บางทีอาจจะยอมช่วงแรก แต่พอหลัง ๆ เขาไม่ยอมแล้ว ยังไงก็ไม่ยอม ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นครับ

แล้วบอกเจ้าของยังไง 

เขาจองคิวมา เราก็ส่งรายละเอียดให้เขาหมดแล้วว่า เออ การจะจองคิวอาบน้ำตัดขนหมาแมวแต่ละตัวมีรายละเอียดอะไรบ้าง มีข้อตกลงกันก่อน

ถูกกัด ถูกข่วน นานแค่ไหนกว่าจะชิน

นานอยู่เหมือนกันครับ เพราะว่าตอนแรก ๆ ที่เข้าไปเป็นเด็กอาบน้ำหมา แค่สัปดาห์เดียวก็โดนกัดแล้ว พอเราโดนกัดปุ๊บ ตอนนั้นตกใจนะ แต่ว่าเพื่อนร่วมงานไม่ได้ตกใจไปกับเรา เราก็มานั่งทบทวน อ๋อ สงสัยมันเป็นเหตุการณ์ปกติล่ะมั้ง (หัวเราะ)

แล้วการโดนกัด เราเลือกได้ครับ เราเลือกที่จะทำได้

ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์
ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

เลือกได้ด้วยเหรอ

เลือกได้ครับ เพราะว่าช่างบางคนเขาก็ไม่รับเลย หมาดุ หมากัด

เจ้าของก็ต้องเอาไปร้านสัตวแพทย์ โดยให้สัตวแพทย์วางยาซึม วางยาสลบ แล้วค่อยให้ตัดขน ปัญหาคือเจ้าของหมาต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น สองคือหมาจะซึมอยู่แบบนั้นประมาณ 2 – 3 วัน

ถ้าตัวไหนเราทำได้ เราก็ทำให้ เราโดนกัด แต่ว่าเจ้าของแทบไม่รู้ว่าหมาเขากัดเรา เพราะว่าผมจะไม่ค่อยบอก เรากลัวเขาจะเกรงใจแล้วไม่กล้าพามา กลัวว่าจะพาไปวางยา ผมสงสารหมา ซึ่งสัตวแพทย์เองก็ไม่อยากทำเหมือนกันครับ

มีวิธีอื่นอีกไหมที่จะทำให้เราเจ็บตัวน้อยที่สุด

มีอุปกรณ์ป้องกัน ส่วนใหญ่บางคนเขาก็ใช้ถุงมือบ้าง ที่ครอบปาก ครอบหัว ที่ร้านผมไม่มีอุปกรณ์อะไรช่วยเลย มีแต่มือเปล่า ๆ แล้วก็มีแฟนผมเป็นผู้ช่วยคอยจับในบางจังหวะที่ว่า เออ เราต้องช่วยกันจับนะ เหมือนเราทำแมว สัญชาตญาณแมวคือมันจะตะเกียกตะกาย ก็ต้องให้ช่วยจับเท้าข้างหนึ่ง

ถ้ามีอุปกรณ์ช่วย เราอาจจะทำได้เร็วกว่า แต่ว่าหมาแมวมันอาจจะเครียดกว่าเดิม

เป็นการให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจของสัตว์ด้วย 

ใช่ครับ แต่ว่าจริง ๆ แล้วเลือกที่จะไม่ทำเลย มันจะดีกว่า ถ้าคิดว่าทำไม่ได้ก็อย่าไปฝืน

ถ้าตัวไหนที่ว่าคิดว่าจับไม่ไหว ต้องบอกให้เจ้าของเอากลับไป หรือไม่ก็ให้เจ้าของช่วยจับ แต่ถ้าเคสไหนที่เจ้าของปฏิเสธเลยว่า ผมช่วยจับให้ไม่ได้ อันนี้คือต้องพิจารณา

บางทีเจ้าของไม่กล้าจับ กลัวโดนข่วน โดนกัด แต่ว่าเราจะมีวิธี มีเทคนิคในการจับ

วิธีนั้นคือยังไง 

คล้าย ๆ การจับงูครับ เขาก็มีวิธีว่าทำยังไงไม่ให้งูกัด

แต่แมวมา 10 ตัว จะทำวิธีเดียวกันไม่ได้ เราต้องประเมินเบื้องต้นว่าตัวนี้ควรจับยังไง ตัวนี้ยอมท่าไหน หมาแมวแต่ละตัวจะยอมไม่เหมือนกันครับ มันต้องรู้จักนิสัย แล้วนิสัยแต่ละสายพันธุ์ก็ไม่เหมือนกันอีก

เรียนรู้มาจากไหน

ประสบการณ์เลยครับ เหมือนอย่างผม 18 ปีก็เยอะพอสมควร เลยรู้นิสัย รู้พฤติกรรมในบางตัว แต่ไม่ใช่ว่ารู้ 100 เปอร์เซ็นต์นะครับ เราก็พลาดบ้าง โดนกัด โดนตบบ่อย

ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

ช่างลำบาก

ในขณะที่กำลังสนทนากันในเรื่องของการจองคิว ช่างท๊อปได้พูดขึ้นมาอย่างน่าสนใจว่า “เมื่อก่อนมีพวกชอบมาลองของเยอะ”

ลองของในที่นี้ ไม่ได้มาจากการที่ช่างท๊อปมีสถานะเป็นนักเลงหัวไม้ขาใหญ่คับซอย จนต้องมีคนมาตีรันฟันแทงแย่งตำแหน่งจ้าวยุทธภพ ขณะเดียวกันตัวร้านก็ไม่ได้มีประวัติสยองขวัญขนาดที่พี่ป๋องต้องเอาไปออกรายการ

แต่คือเหล่าลูกค้าที่นึกอยากทดสอบฝีมือช่างด้วยการนำสัตว์เลี้ยงของตนที่มีนิสัยดุร้ายอยู่แล้วเป็นทุนเดิมมาใช้บริการ เพียงแต่จะไม่แจ้งช่างล่วงหน้าว่า หมาแมวของเขานั้นดุขนาดไหน ซึ่งช่างท๊อปเองก็ต้องรับมือกับลูกค้าแบบนี้อยู่ไม่น้อย ตั้งแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียล จนต้องออกกฎว่า ไม่แจ้งล่วงหน้า เชิญรับกลับทันที

“ตอนที่ผมดังในโลกโซเชียลแล้ว มันจะมีประเภทที่ว่า ผมทำเสร็จ มารับปุ๊บ แล้วก็พูดว่า แล้วมันไม่กัดช่างหรอครับ …เอ้า!” 

นั่นแหละ อย่านึกสนุกเพียงเพราะความอยากรู้อยากลอง อาชีพช่างอาบน้ำตัดขนนั้นมีความเสี่ยงจากการได้รับบาดเจ็บมากเกินพออยู่แล้ว

  เช่นครั้งหนึ่ง ช่างท๊อปเคยได้รับบาดเจ็บจากการตัดขนหมาพันธุ์บางแก้ว แม้ในทีแรกจะดูไม่มีปฏิกิริยาอะไรให้น่าเป็นห่วง แต่พอผ่านไปสักพักหนึ่ง เจ้าบางแก้วก็หันมาแว้งกัด หรือพูดให้ถูกคือ ขย้ำแขนช่างท๊อป จนทำงานไม่ได้กว่าครึ่งค่อนเดือน

หวังว่าสถานการณ์นี้จะพอเป็นอุทาหรณ์สอนความเห็นใจได้บ้าง

ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

ช่างขอมา วานโปรดเข้าใจ

อีกเรื่องหนึ่งที่ช่างท๊อปอยากให้ทุกคนเข้าใจคือ การทำงานกับสัตว์ย่อมต้องมาพร้อมกับความเสี่ยงตามที่เคยบอกไว้ก่อนหน้า แต่ความเสี่ยงในที่นี้ยังรวมไปถึงเหล่าหมาแมวที่อยู่ไม่สุข จนทำให้ช่างนั้นอาจพลาดไปทำให้สัตว์มีบาดแผลโดยไม่ได้ตั้งใจ

ซึ่งก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า มันคงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับใครหลาย ๆ คนกับการที่สัตว์เลี้ยงของเขาที่ถูกดูแลประคบประหงมมาอย่างดีจะเกิดแผลขึ้นจากฝีมือของคนนอก และเป็นคนที่เราเลือกมาใช้บริการ

แต่วานโปรดเข้าใจ “เพราะเราก็ระวังให้สุด ๆ อยู่แล้ว”

บาดแผลที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่ เป็นเพียงแค่รอยถลอกจากปัตตาเลี่ยน แผลบาดจากกรรไกรที่แน่นอนว่า ไม่ใช่แผลลึก หรือถ้าเป็นการตัดเล็บ หากสัตว์เกิดดิ้นขึ้นมาในระหว่างลงมือก็คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีเลือดออกเนื่องจากตัดโดนเนื้อภายใน ซึ่งช่างเองก็เตรียมตัวพร้อมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อยู่เสมอด้วยการใช้ยาอุดให้ทันที

ช่างท๊อปต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่า มันเป็นเรื่องปกติจริง ๆ สมมติว่า มีหมาสัก 20 ตัว อาจจะมีเพียงแค่นิ้วสองนิ้วจากจำนวนทั้งหมดเท่านั้นที่ตัดพลาดจนมีเลือดออก

“แต่ว่าไม่ใช่ เออ มี 10 นิ้วพลาดไป 8 นิ้ว อันนั้นคือประมาท ไม่ใช่ละ”

ขณะเดียวกัน วิธีการทำงานเองก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หวังว่า เหล่าลูกค้าและผู้คนที่มองเข้ามาจากภายนอกจะไม่ด่วนตัดสินกันเกินไป เพราะหลายครั้งหลายคราว เช่น การจับแมวด้วยวิธีดึงหนังคอ หลายคนก็ตีโพยตีพายกันไปแล้วว่า ช่างบีบคอแมวรึเปล่า

ช่างท๊อปยอมรับว่า บางอย่างไม่ได้เป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุด แต่มันเป็นวิธีเดียวที่หลีกเลี่ยงไม่ให้แมวหรือหมาบาดเจ็บได้มากที่สุด

วานโปรดเข้าใจ

ช่างท๊อป ด็อกอาร์ท ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์
บ้านช่างท๊อป ดาณุพงศ์ จงจิตร ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

ช่างน่าโมโห

และถึงแม้ว่าเหล่าแมวหมาหลากหลายสายพันธุ์จะน่ารักน่าเอ็นดู เชิญชวนให้น่าลูบหัวพร้อมจกพุงขนาดไหน ก็ต้องยอมรับว่า บางพฤติกรรมของมันนั้นชวนหงุดหงิดไม่ใช่น้อย

ช่างท๊อปเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อเวลาชีวิตกว่าครึ่งค่อนวันนั้นหมดไปกับการรับมือสัตว์ จึงมีบ้างกับความรู้สึกโมโหที่ทำไมถึงไม่อยู่นิ่ง ๆ สักที!

“เหมือนว่า ไม่ไหวแล้ว ตัวนี้ไม่ไหวจริง ๆ ต้องหยุดก่อน เอาไปไว้ในกรงก่อน แยกกันสักพักหนึ่ง ไปทำตัวอื่นที่กำลังแฮปปี้อยู่ พอเรารีแลกซ์ เราก็กลับไปทำอีก”

แต่นอกจากวิธีห่างกันสักพักแล้ว ช่างท๊อปยังเลือกใช้เสียงในการสยบความดื้อของสัตว์เลี้ยง

“บางทีก็ขู่ต่อหน้าเจ้าของ ต่อหน้าพ่อหน้าแม่มัน” หลังจบประโยคนี้ช่างท๊อปก็หัวเราะออกมายกใหญ่กันเลยทีเดียวเชียว

ซึ่งการทำทั้งเสียงดุ ขู่ ด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ ตีโต๊ะด้วยมือหรืออาจจะด้วยขวดเปล่าก็แลดูจะได้ผลไม่ใช่น้อยจากหลาย ๆ ครั้งที่ทำมา ยิ่งกับหมาเด็กด้วยแล้ว หากไม่ใช้เสียงก็อย่าหวังว่าเจ้าจิ๋วจอมซ่าจะอยู่นิ่งให้ลงมือทำงานได้ง่าย ๆ

อย่างไรก็ตาม ถ้าจนแล้วจนรอดยังไงก็ไม่นิ่งสักที ช่างท๊อปก็ได้บอกกับเราว่า “ตามสภาพ”

ถึงอย่างนั้น หมากับแมวต่อให้จะซนขนาดไหน พวกมันก็จะหยุดนิ่งบ้างในบางจังหวะ ซึ่งช่างท๊อปก็ต้องอาศัยจังหวะเหล่านั้นที่มีระยะความนานอยู่ที่ 15-20 วินาที ในการทำงานให้ตลอดรอดฝั่งไปในแต่ละตัว

บ้านช่างท๊อป ดาณุพงศ์ จงจิตร ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์
บ้านช่างท๊อป ดาณุพงศ์ จงจิตร ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

ช่างสงสาร

ความดังกับความวุ่นวายเห็นจะเป็นสิ่งที่ควบคู่กันมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หลายครั้งและหลายคนที่เคยดูคลิปช่างท๊อป แล้วเกิดความรู้สึกอยากเอาหมาแมวของตัวเองมาใช้บริการ ทั้ง ๆ ที่เจ้าตัวนั้นอยู่คนละจังหวัดเลยก็มี

ทำเอาช่างท๊อปต้องห้ามไว้ไม่ให้ถ่อกันมา เพราะมีความเสี่ยงสูงที่หลายคนจะมาแล้วเสียเที่ยว

ในที่นี่ไม่ได้หมายความว่า คิวเต็มหรือช่างไม่อยู่ แต่มาจากการที่สัตว์เลี้ยงไม่เคยเข้าร้านอาบน้ำตัดขนมาก่อน เพราะการจะใช้บริการร้านเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องพาเหล่าหมาแมวมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวน้อย หากคิดแค่ชื่นชอบแล้วอยากมาใช้บริการ โดยที่สัตว์เลี้ยงไม่เคยเข้าร้านอาบน้ำตัดขนแม้แต่ครั้งเดียว ช่างก็คงต้องขอห้ามไว้ก่อนว่า อย่ามา

เพราะแม้แต่ช่างเองก็ไม่สามารถการันตีให้ได้ว่า จะทำได้ไหม

บางตัวในคลิปเข้ามาใช้บริการตั้งแต่เด็กยังดุขนาดนั้น ยังดื้อขนาดนี้ แล้วคนที่ไม่เคย-ดีไม่ดีจะยิ่งไปกันใหญ่

แต่ถ้าตัวไหนถูกพาเข้าร้านอาบน้ำตัดขนเป็นประจำอยู่แล้ว และต้องการมาใช้บริการของช่างท๊อป อันนี้ก็ยังพอทำเนา แต่ก็คงต้องคุยรายละเอียดกันหลายยก

“เราจะถามตั้งแต่หมาพันธุ์อะไร อายุเท่าไหร่ เข้าร้านเป็นประจำตั้งแต่เด็กไหม คือเราจะถามหมดเลย ถ้าเราไม่ถามรายละเอียดเยอะ ๆ เขาอาจจะมาเสียเที่ยว”

กระนั้นเอง ช่างท๊อปก็ไม่ได้มองว่า สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเสียจากการเป็นคนดังแต่อย่างใด เพราะมันก็ยังอยู่ในระดับภาวะที่เขารับมือได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่ออะไรหลาย ๆ อย่างรอบตัว แม้ว่าบางครั้งลูกค้าจะชอบมาขอให้ถ่ายคลิประหว่างกำลังตัดขนหมาแมวที่พวกเขานำมาก็ตาม

ซึ่งช่างก็ต้องบอกไปตามตรงว่า “เราให้ไม่ได้”

สาเหตุนั้นมาจากช่างไม่ได้ถ่ายคลิปเป็นประจำทุกตัว ทั้งหมดทั้งมวลเกิดจากเหตุการณ์ซึ่ง ๆ หน้า แล้วแต่สถานการณ์และความว่าง ไม่มีการจัดวาง ไม่มีการตัดต่อ มีเพียงความรู้สึกว่า “โอ้ มันน่ารักจังวะ” จึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งกล้องถ่ายสัก 1-2 นาที เพื่อแบ่งปันความน่ารักนี้ให้ผู้อื่นได้ชื่นชมไปพร้อม ๆ กัน

“หมาแมวบางตัวมาที่ร้านคือทำคลิปบ่อย จนเจ้าของมีความรู้สึกว่า เขารักหมาแมวเขามากกว่าเดิม เพราะว่าความน่ารักบางมุมคือเขาพึ่งมาเห็นกับร้านเรา”

พอเอ่ยถึงประเด็นการถ่ายคลิป เราเลยลองถามช่างท๊อปดูว่า ถ้าไม่ได้ดังจากคลิปน้องลูกจันจนกลายเป็นช่างงานรัดตัวประหนึ่ง Influencer จะเป็นยังไง

เขาตอบเรามาอย่างติดตลก “ตอนนี้น่าจะตัดขนเยอะกว่าเดิมนะครับ”

บ้านช่างท๊อป ดาณุพงศ์ จงจิตร ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์บ้านช่างท๊อป ดาณุพงศ์ จงจิตร ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

ในฐานะช่างอาบน้ำตัดขนหมาแมว

ในฐานะช่างอาบน้ำตัดขนหมาแมว เขาใช้เวลาครุ่นคิดไม่น้อยเมื่อถูกถามความเห็นเกี่ยวกับวาทกรรม การให้ข้าวหมาแมวจรคือความเห็นแก่ตัวอย่างหนึ่ง

แต่ก่อนที่ความเงียบจะเข้าปกคลุมโดยสมบูรณ์ ช่างท๊อปก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ไม่เกี่ยวกับการเห็นแก่ตัวเลยครับ”

ซึ่งประโยคเพียงแค่นั้นก็มากพอที่จะสรุปใจความที่เขาตั้งใจจะสื่อต่อจากนี้ได้อย่างครบครัน เพราะเขามองว่า มันไม่มีทางเลยที่คนคนหนึ่งจะสามารถรับเลี้ยงสัตว์จรจัดที่พบเห็นได้ทุกตัว หรือบางทีอาจอยู่รวมกันเป็นฝูง

  สำหรับเขา การรับเลี้ยงสัตว์ตัวหนึ่งเปรียบเสมือนภาระอันใหญ่หลวง ไม่เพียงแต่ต้องมีใจที่พร้อมดูแล แต่ต้องพร้อมสรรพไปด้วยกำลังทรัพย์ เวลาที่ยินดีสละ และสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่

“การเลี้ยงหมาตัวหนึ่งก็เหมือนเลี้ยงคนคนหนึ่ง เขาต้องอยู่กับเราตลอดชีวิต”

อย่างน้อย ๆ การได้ให้อาหารแม้เพียงมื้อเดียว มันก็ดีกว่าการปล่อยให้สัตว์เหล่านั้นหิวโซด้วยความทรมาน ดีกว่าปล่อยให้มันตายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เราเลือกจะไม่ทำอะไรสักอย่างเลย หรือกระนั้นเอง การเลือกไม่ทำอะไรเลยก็เห็นจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในบางแง่มุม

ช่างท๊อปได้เสริมปิดท้ายว่า “คนที่เลี้ยงแล้วเอาไปปล่อย พวกนี้ต่างหากคือ เห็นแก่ตัว”

ฉะนี้เอง ในฐานะช่างอาบน้ำตัดขนหมาแมว ช่างท๊อปจึงอยากฝากฝังถึงคนที่ทั้งกำลังเลี้ยงสัตว์และกำลังคิดว่าจะเริ่มเลี้ยงสักตัว

หากกำลังเลี้ยงอยู่ ก็จงพยายามดูแลเอาใจใส่เขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้

หากกำลังคิดว่าอยากจะเริ่มเลี้ยงสัตว์สักตัว ก็จงศึกษาหาข้อมูลให้ครบถ้วน ศึกษาหมาแต่ละสายพันธุ์ แมวแต่ละสายพันธุ์ให้ดี และไตร่ตรองกับตัวเองให้ดีเช่นกันว่า เราชอบจริงรึเปล่า และเราจะรักเขาจริง ๆ รึเปล่า กระทั่งตรวจสอบตัวเองให้แน่ใจแล้วว่า ไม่ได้แพ้ขนสัตว์

“บางคนไม่รู้ว่าตัวเองแพ้ขนสัตว์ พอว่าเลี้ยงไปแล้ว เอ้า กูแพ้ขนสัตว์ ต้องเอาไปปล่อย หรือว่าเอาไปให้คนอื่น”

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่จะเป็นการผลักภาระให้ผู้อื่น แต่ยังเป็นการบั่นทอนสภาพจิตใจของสัตว์เลี้ยง เพราะหมาและแมวจะจำได้ว่า ใครคือเจ้าของของมัน และมันก็รักคนคนนี้ไปแล้ว มันรักเราไปเรียบร้อยแล้ว

ท้ายที่สุด ในฐานะช่างอาบน้ำตัดขนหมาแมวย่อมต้องให้คำแนะนำเกี่ยวกับการอาบน้ำสัตว์เลี้ยง

ถ้าเป็นไปได้ สำหรับหมาควรอาบอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการอาบเองที่บ้านหรือพามาที่ร้าน

ในส่วนของแมวนั้น แค่เดือนละครั้งตามเห็นสมควร เพราะแมวจะเลียขนเพื่อเป็นการทำความสะอาดตัวเองอยู่แล้ว นอกจากนี้การอาบน้ำให้แมวเยอะจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจของแมวได้

แต่ถ้าเหล่าสัตว์เลี้ยงดันไม่อยากอาบน้ำขึ้นมา ช่างท๊อปก็บอกได้แค่ว่า สิ่งเหล่านี้มันไม่มีวิธีตายตัวในการจับเหล่าหมาแมวจอมซนมาอาบน้ำ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือ ทำให้เขาเชื่อใจ

“พูดดี ให้เวลา ปรับตัวเข้าหา แล้วก็ทำให้เขาเชื่อใจเราให้ได้ การที่หมาแมวไม่อยากอาบน้ำ บางตัวไม่ใช่ว่า เขาไม่ชอบน้ำ เขาแค่ไม่ไว้ใจ ยังไงก็อาบได้ครับ”

บ้านช่างท๊อป ดาณุพงศ์ จงจิตร ช่างอาบน้ำตัดขนที่ต้องรับมือกับหมา แมว และคนพันธุ์ดุทุกสปีชีส์

Writer

Avatar

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

Avatar

วิศวะ เดียวกี่

เป็นเด็กใต้เมืองคอน นิสัยติสท์ๆ ชอบถ่ายรูป ชอบกิน ชอบเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load