ตอนที่ได้พบกับ พินิตย์ พันธประวัติ ธนบัตรในมือของฉันสั่นไปหมด

อาการสั่นเกิดขึ้นเมื่อพินิตย์บอกกับฉันว่า ภาพอันวิจิตรละเอียดงดงามบนธนบัตรไม่ได้เกิดจากการวาดเส้น แต่เป็นการแกะสลักด้วยมือลงบนแม่พิมพ์โลหะ!

น่าเสียดายที่ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์บนเงินตราไม่อาจอธิบายรายละเอียดใดได้มากกว่านี้ เนื่องจากกระบวนการทำธนบัตรเป็นความลับทางราชการ หวังว่าคุณจะเข้าใจ เพราะงานศิลปะเหล่านี้มิได้มีค่าเพียงแค่ทางจิตใจ แต่มีค่าเป็นเงินเป็นทอง (ในความหมายนัยตรง)

แต่จะเสียดายไปทำไม ในเมื่อยังมีงานศิลปะชิ้นอื่นๆ ซึ่งพินิตย์สร้างสรรค์ไว้ให้ดูชมอีกมากมาย ในตอนนี้หลายงานจัดแสดงอยู่ร่วมกับผลงานของศิลปินอื่นในหลากสถานที่ทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ไปจนถึงซีคอน บางแค ทุกภาพล้วนเกี่ยวกับในหลวงรัชกาลที่ 9

ในวันที่พินิตย์เกษียณอายุราชการออกจากตำแหน่งผู้สร้างสรรค์ศิลปะบนธนบัตร ฉันจึงคิดว่าคงเหมาะสมมากกว่าหากจะชักชวนมารู้จักเขาในตำแหน่ง ‘ศิลปิน’ ผู้ทำงานอยู่กับพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ตลอดชีวิต

ตั้งแต่เด็ก พินิตย์ทำความรู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านทางการวาดรูปมาตลอด เขาตั้งข้อสังเกตว่า “คนทำงานศิลปะส่วนใหญ่ จะต้องเคยเขียนรูปในหลวงอย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง” พินิตย์เป็นคนต่างจังหวัดที่เติบโตมากับการเห็นข่าวพระองค์เสด็จฯ ไปเยือนที่ทุรกันดารและทรงงานอยู่ตลอด ได้เห็นว่ากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงมีพระราชดำริตั้งโครงการต่างๆ เพื่อความผาสุกของประชาชน ทำให้เขาประทับใจ และอยากทำงานเกี่ยวกับพระองค์เสมอมา

หลังจากที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเพาะช่าง พินิตย์ก็สอบเข้าทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นโอกาสให้ได้ทำงานเกี่ยวกับการเขียนภาพในหลวงอีก จึงกลายเป็นว่า ทั้งก่อนหน้าและตลอดช่วง 35 ปี ในธนาคารแห่งประเทศไทย ชีวิตของชายคนนี้อุทิศให้กับเพียงสิ่งเดียว คือการสร้างงานศิลปะเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ รวมกว่า 40 – 50 ภาพ

เบื่อบ้างไหม ฉันถามเขาตรงๆ พินิตย์ตอบปฏิเสธในทันที

“ไม่เคยเบื่อเลย เป็นความปลื้มและประทับใจมากกว่า ในเวลาที่ทำแต่ละภาพ เราต้องพยายามปรับให้พระบรมรูปของพระองค์งดงามเหนือจริง แต่ก็ต้องดูแล้วเหมือนด้วย เพื่อให้สมพระเกียรติของพระองค์”

หากผลงานของศิลปินผู้นี้บังเอิญผ่านเข้ามาในสายตา อาจชวนสงสัยว่าภาพเหล่านี้แตกต่างจากพระบรมฉายาลักษณ์อื่นของพระองค์อย่างไร แต่หากขยับเข้าไปมองดูใกล้ๆ หรือลองใช้แว่นขยายส่องถ้ามีโอกาส จะพบว่าความพิเศษของงานศิลปะที่พินิตย์สร้างสรรค์อยู่ที่เทคนิคการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ (Steel Engraving หรือ Intaglio) ล้วนๆ

พินิตย์เล่าที่มาที่ไปของการใช้เทคนิคดังกล่าวว่าเป็นเทคนิคชั้นสูงที่ใช้ทำธนบัตรทั่วโลก และเขาคิดว่าไม่มีที่ไหนเลยนอกจากในหน่วยงานผลิตธนบัตรที่จะมีการเรียนการสอนเทคนิคนี้ แม้แต่ในมหาวิทยาลัยก็ตาม ในอดีตเมื่อกว่า 500 ปีที่แล้ว จะเห็นศิลปะรูปแบบนี้ได้ตามสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น ภาพประกอบหนังสือและแม้แต่โน้ตดนตรี แต่ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้น ทำให้ไม่นิยมลงทุนทำกันแล้ว ศิลปินที่เหลืออยู่จึงเป็นกลุ่มที่ฝังตัวอยู่ตามโรงพิมพ์ธนบัตรทั่วโลกเท่านั้นเอง

สาเหตุที่ธนบัตรหลายที่ยังยึดขนบการผลิตด้วยการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะ เช่นธนบัตรของสหรัฐอเมริกา เพราะความละเอียดอ่อนที่ทำให้มันปลอมแปลงยาก พินิตย์อธิบายเปรียบเทียบว่า หากจะให้เขียน ก ไก่ ซ้ำ 2 ตัว แม้แต่ลายมือของตัวเอง เรายังลอกได้ไม่เหมือนเป๊ะด้วยซ้ำ งานแกะสลักก็คล้ายคลึงกัน

โดยคร่าวๆ กระบวนการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะคือ เริ่มจากการลอกลายรูปต้นแบบ โดยจะลอกมาเพียงเค้าโครง เช่น เส้นขอบเป็นอย่างไร ตา จมูก ปาก อยู่ตรงไหน แบ่งแสงเงาเป็นชั้นๆ แล้วจึงนำแบบที่ลอกลายนั้นไปเขียนลงบนแม่พิมพ์ ก่อนจะใช้อุปกรณ์พิเศษแกะแม่พิมพ์เหล็กพิเศษ (ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ว่าพิเศษอย่างไร ลึกลับจริงๆ!) เมื่อได้โครงแล้ว จึงใส่รายละเอียดตามลงไป ขั้นตอนนอกจากนี้ลองไปจินตนาการต่อดูเอง ใบ้ให้ว่า ตรงที่เป็นร่องแกะลงไปในแผ่นเหล็กคือตรงที่สัมผัสหมึก ต่างจากภาพพิมพ์อื่นๆ ที่แกะตรงไหนออก ตรงนั้นจะไม่โดนหมึก

ศาสตร์อันละเอียดอ่อนและลึกลับนี้ พินิตย์สืบทอดมาจากศิลปินไทยรุ่นแรก 2 ท่าน คือ อ.ประชุม เพ็ชรดี และ อ.บุญยืน ทองทับ โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า ในสมัยก่อน ไทยจ้างต่างชาติทำเทคนิคนี้ให้ธนบัตรและแสตมป์ของเรามาตลอด จนกระทั่งธนาคารแห่งประเทศไทยมีโครงการอยากใช้ฝีมือคนไทยกันเอง จึงส่ง อ.ประชุม และ อ.บุญยืน ไปศึกษาดูงานของต่างประเทศเป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะกลับมาทำงาน เมื่อพินิตย์เข้ามารับช่วงต่อ ก็มาเรียนรู้กับอาจารย์ทั้งสองโดยตรง

“ผมเรียนพื้นฐานจากอาจารย์ 2 ท่าน แล้วหลังจากนั้นก็เริ่มแกะเอง จนพอได้แล้ว ทางธนาคารก็ส่งผมไปต่างประเทศ ทั้งยุโรปและเอเชีย เพื่อหาความรู้เพิ่มเติมในการทำงาน”

ตั้งแต่วันที่เริ่มหัดเขียนเส้นลงบนแผ่นโลหะ ไปจนถึงวันที่แกะสลักออกมาเป็นภาพ รวมแล้วเขาศึกษาอยู่เป็นเวลากว่า 10 ปี จนกระทั่งสร้างสรรค์ลวดลายบนธนบัตรด้วยตนเองได้ในที่สุด

“แม้แต่รูปที่อยู่บนธนบัตรก็เป็นศิลปะ ซึ่งผมว่าเป็นศิลปะที่เชิดหน้าชูตาของประเทศเหมือนกันนะ ชาติไหนๆ เขาก็มีธนบัตร แล้วบนธนบัตรก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง อย่างของไทยก็จะมีลายไทย สอดแทรกความเป็นไทยอยู่ตลอด เป็นความภูมิใจว่า ธนบัตรเราก็สวยงามสู้ต่างประเทศได้”

งานของพินิตย์ไม่ใช่แค่การเขียนลายธนบัตรสำหรับใช้งานและธนบัตรที่ระลึกเท่านั้น เพราะส่วนหนึ่งของค่าจ้าง คือการจ้างให้ ‘ฝึกฝน’ เทคนิคอันแสนยากให้ช่ำชอง ดังนั้น ระหว่างช่วงว่างที่ไม่มีการออกธนบัตรอะไร พินิตย์ก็จะทำผลงานส่วนตัวของตนเองเป็นการฝึกปรือฝีมือ ทำให้พินิตย์มีงานศิลปะอื่นๆ นอกเหนือจากงานที่ปรากฏบนธนบัตรสะสมอยู่จำนวนมาก

“จริงๆ เป็นเป้าหมายในชีวิตผมอยู่แล้วว่าเมื่อผมเกษียณ ผมจะเอางานที่ทำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ” ในขณะที่พินิตย์เป็นพนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย เขาจึงทำงานส่วนตัวควบคู่ไปด้วย เพื่อเป็นการฝึกทักษะและเป็นการทำตามเป้าหมายดังกล่าว แน่นอนว่าในช่วงที่ทำงานอยู่ การจะนำงานออกมาแสดงนั้นไม่เหมาะสม เขาจึงมองว่าการเกษียณน่าจะเป็นจังหวะที่ดี “งานแบบนี้ ชิ้นหนึ่งใช้เวลาประมาณ 5 – 6 เดือน ถ้าเพิ่งมาเริ่มคิดจะทำงานตอนเกษียณ ผมว่า 90 น่ะ กว่าจะได้แสดงงาน”

หลังจากการทำงานสะสมกันมาอย่างยาวนาน พินิตย์ก็ได้แสดงนิทรรศการเดี่ยวไปแล้วครั้งหนึ่งใน พ.ศ. 2558 ภายใต้ชื่อ ‘ภาพพิมพ์ใจหทัยทวยราษฎร์’ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล และเขาก็หวังว่าตนจะรวบรวมงานได้มากพอจัดนิทรรศการภาคต่อภายในปีหน้า

สำหรับผลงานศิลปะ พินิตย์จะทำงานได้เป็นอิสระกว่าตอนทำธนบัตร เขาจึงลองใช้เทคนิคกรดกัดภาพพิมพ์โลหะ (Etching) ที่นิยมกันมากกว่า และใช้เวลาน้อยกว่า มาผสมผสานกับเทคนิคเดิม เพื่อให้ผลิตงานได้เร็วขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามคงรูปแบบของความเป็นภาพพิมพ์แกะสลักไว้ด้วย

พินิตย์มองว่าเสน่ห์ของการทำงานศิลปะประเภทนี้ คือความวิริยะอุตสาหะที่ทุ่มเทลงไปในแต่ละชิ้นงาน ด้วยความที่เป็นศิลปะซึ่งเกิดจากเส้นกับจุดที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ทำให้ต้องใช้ทั้งฝีมือที่ละเอียดอ่อน และความสร้างสรรค์ในการจัดวางเส้น ทำให้ผลงานชิ้นหนึ่งใช้ทั้งเวลาและความใส่ใจมากเมื่อเทียบกับเทคนิคศิลปะแบบอื่น

“มันไม่เหมือนงานวาดเส้นที่ถ้าเราเขียนหนักไปเราก็ลบได้ แต่เทคนี้เราต้องค่อยๆ เบาๆ ไปก่อน แล้วค่อยใส่น้ำหนักเข้าไปด้วยการแกะซ้ำลงไปที่เดิม จุดทุกจุดเราก็ต้องแกะทีละจุด ไล่ไปทีละจุด ทีละเส้น ต้องใจเย็น มือเบา และพยายามไม่ให้ผิดพลาดเลย”

แค่ฟังก็รู้สึกชื่นชมในความอุตสาหะแล้ว

ในปัจจุบัน โรงงานผลิตธนบัตรของบางประเทศก็เริ่มหันมาใช้คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่แทนการแกะสลักแบบเก่าแล้ว พินิตย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเสียดายว่า เทคนิคการแกะสลักภาพพิมพ์โลหะนี้อาจเริ่มเลือนหายไปแล้วก็ได้ แต่แม้เช่นนั้น ในฐานะกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะเพื่อแสดงความรักต่อพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ ภาพพิมพ์โลหะเหล่านี้ก็จะยังสะท้อนความรู้สึกเหล่านั้นให้ก้องไกลไปเป็นนิรันดร์

สำหรับช่วงนี้ ไปชมผลงานของพินิตย์ได้ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน ซีคอนบางแค ซีคอนสแควร์ และ 333 Bababa Gallery

หรือจะลองหยิบธนบัตรขึ้นมาเอาแว่นขยายส่องดูก็ได้นะ

Writer

อลิษา ลิ้มไพบูลย์

นักอยากเขียนผู้เรียนปรัชญาเพื่อเยียวยาอาการคิดมาก เวลาว่างใช้ไปกับการร้องคอรัสเล่นๆ แบบจริงจัง และดูหนังอย่างจริงจังไปเล่นๆ

Photographer

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

The Master

เรื่องราวเบื้องหลังความเชี่ยวชาญของคนทำงานระดับมืออาชีพ

จากหลักฐานที่ค้นพบ แต่ยังไม่สรุปแน่ชัด บอกเราว่าศาสตร์การทำผ้าลูกไม้มีมานานกว่า 500 ปีแล้ว

จะว่าไป น่าจะเป็นงานฝีมือที่เก่าแก่ที่สุดของโลกงานหนึ่ง

เพราะกลัวว่าใครจะแอบตัดสินในใจว่าลูกไม้เป็นสิ่งเชย เป็นสัญลักษณ์ของรองแก้ว หรือผ้าคลุมตู้เย็นของคุณทวด เราอยากชวนให้คุณคิดถึงลูกไม้บนชุดหรูของ Marie Antoinette ลูกไม้ในผ้าซับในชุดกระโปรงตัวเก่ง และลูกไม้บนผ้าตัดชุดแต่งงาน

มีอะไรซ่อนอยู่ภายใต้ลูกไม้ ผ้าฉลุ ลวดลายอ่อนช้อยเหล่านี้กัน เราคิดขณะมองทะลุผ้าม่านลูกไม้ออกไปที่นอกหน้าต่าง นึกไปถึงงานลูกไม้เท่ๆ ของชายคนหนึ่งที่เราอยากแนะนำให้คุณรู้จัก

ปาร์ค-ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร เป็นช่างทำลูกไม้ทำมือ และเจ้าของแบรนด์ถุงเท้าและหมวกไหมพรมถักทำมือ Peaulon อดีตอาจารย์สอนแฟชั่นที่ผันตัวมารับทำงานลูกไม้จริงจัง

อะไรทำให้คนหนุ่มคนนี้ทุ่มพลังและใช้เวลากับการศึกษางานลูกไม้และเทคนิคทำมืออย่างยุโรปกว่า 10 ปี

ก่อนจะหันไปเห็นท่าทีของปาร์คระหว่างถักลูกไม้รอเรา

ช่างเงียบสงบ ตรงข้ามกับจังหวะมัด ดึง และผูก จนเส้นด้ายเกิดปมซับซ้อนแต่สวยงามอย่างใจราวกับจะบอกว่า ปมยุ่งยากใดๆ ที่เคยเป็นสิ่งกวนใจ แม้จะไม่ใช่หรือใกล้เคียงกับงานลูกไม้หรูหราเลอค่า แต่มันก็ไม่แย่เท่าไหร่

ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

ชายช่างถักลูกไม้

สิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยกว่าไปกว่าการที่ปาร์คเป็นช่างทำลูกไม้เพียงไม่กี่คนในประเทศที่รับทำงานแขนงนี้อย่างจริงจัง เราสนใจที่เขาเป็นผู้ชาย ขัดกับภาพจำในหนังฝรั่งเศส ที่งานลูกไม้เป็นงานอดิเรกของหญิงสาวกระโปรงสุ่มที่เกิดและเติบโตสังคมชนชั้นสูง

น้อยคนจะรู้ว่าช่างฝีมือส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ช่างเย็บ ช่างตัด ช่างทำแพตเทิร์น เป็นงานใช้แรง บางงานนั่งทำไม่ได้ต้องยืนทำ เช่นเดียวกับปาร์คที่ลายนิ้วมือของเขาแทบจะหายไปหมดจากแรงที่ใช้มัดและดึงด้ายให้กลายเป็นลวดลาย

ปาร์คเล่าว่า สิ่งที่แตกต่างชัดเจนระหว่างผู้ชายและผู้หญิงที่ทำงานลูกไม้ ก็คือเรื่องการออกแบบลาย

“ผู้หญิงจะออกแบบลายเพื่อตัวเอง เหมือนแฟชั่นดีไซเนอร์ผู้หญิงที่จะออกแบบเสื้อผ้าอย่างที่พวกเธออยากใส่ เป็นดอกไม้ เป็นอะไรที่ใส่ได้ทุกวัน ขณะที่ผู้ชายจะออกแบบให้ผู้หญิงในอุดมคติใส่ จะเห็นว่าแฟชั่นแปลกๆ ใส่ยากๆ จะเป็นงานของดีไซเนอร์ผู้ชาย” ได้ยินแล้วก็ไม่แปลกใจที่งานของปาร์คจะมีลักษณะเป็นกราฟิกมากกว่าลวดลายดอกไม้ที่คุ้นเคย

Peaulon
Peaulon
ลูกไม้

เรียนผูก-เรียนแก้

ความสนใจในเรื่องลูกไม้ของปาร์คมีที่มาจากความหลงใหลในงานผูก งานปม ในนิตติ้งซึ่งเป็นงานอดิเรกของเขาตั้งแต่อายุ 11 ปี ก่อนจะเริ่มต้นสนใจลูกไม้ขึ้นจริงจังในช่วงที่เป็นนักเรียนแฟชั่นปีสุดท้าย จากข้อจำกัดที่นักเรียนแฟชั่นเจอเหมือนๆ กัน คือหาผ้าดีๆ สำหรับใช้ทำงานจบไม่ค่อยได้

น้อยคนนักจะรู้ว่าการสร้างสรรค์งานออกแบบเสื้อผ้านั้นไม่ใช่ผ้าอะไรก็ได้ แต่เป็นกระบวนการที่ถูกคิดมาตั้งแต่แรกก่อนร่างแบบลงกระดาษ เช่นถ้าเราอยากได้งานที่ออกมาพลิ้วไหวก็ต้องใช้ผ้าที่พลิ้วพอเหมาะกับภาพในหัว หรือถ้าอยากได้ผ้ายืดจะใช้ผ้าฝ้ายแทนกันก็คงไม่ได้

“กลายเป็นว่าผมก็เลยคิดทำผ้าเองเลย เริ่มจากศึกษาวิธีทำผ้าจากการถักนิตติ้งก่อนเพราะใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะศึกษาเทคนิคเรื่อยมาจนเจอ ลูกไม้นิตติ้ง และเสาะหาวิธีการและเทคนิคที่ยากขึ้น เจอวิธีการทำลูกไม้แบบอื่นๆ”

การเรียนงานฝีมือในยุคนั้นไม่ง่ายเหมือนการค้นหาวิดีโอสอนงานฝีมือออนไลน์

“ผมเริ่มจากไปลงเรียนถักไหมพรมในโซนอุปกรณ์งานฝีมือที่ขายตามห้างสรรพสินค้า พอเริ่มเข้าใจก็เริ่มศึกษาต่อด้วยตัวเองจากหนังสือเรื่อยมา”

หลายคนจะคิดว่าการทำงานลูกไม้ต้องใช้สายตาหรือนั่งอยู่นิ่งๆ แต่จริงๆ ถ้าอดทนผ่านช่วงแรกของงานได้จะแทบไม่ใช้สายตาเลย แต่ใช้น้ำหนักมือและความรู้สึก เป็นการกระตุกเส้นด้ายแบบรู้จังหวะไปเรื่อยๆ แทบไม่ได้ใช้สายตาเลยจนกระทั่งจบงาน

Peaulon
ลูกไม้

ลูกไม้ 101

เอกลักษณ์ของลูกไม้คือ ความโปร่ง

ในที่นี้เราจึงขอนิยามผ้าที่ทออย่างโปร่งๆ แต่ละเอียดว่า ลูกไม้

เทคนิคที่ต่างกันไปทำให้ลูกไม้มีชื่อเล่นแตกต่างตาม การทำลูกไม้แบบดั้งเดิมคือการใช้เข็มผูกไปเรื่อยๆ ขณะที่การทอด้วยกระสวยด้ายเส้นเล็กๆ จะออกมาเป็น Bobbin Lace หรือถ้าใช้เข็มถักจะมีชื่อเรียก Needle Lace และถ้าใช้เทคนิคนิตติ้งก็จะเรียก Knitting Lace

“งานลูกไม้ที่ได้ก็ไม่เหมือนกัน ถ้าใช้เข็มและด้ายเส้นเดียวลักษณะงานที่ออกมาจะ Freeform เป็นอะไรก็ได้เหมือนเราถักบนอากาศ แต่ถ้าเป็นการทอผ้าก็จะมีหลักเกณฑ์เส้นยืนเส้นพุ่ง ดังนั้น การบังคับให้เกิดลวดลายจะทำได้ยากกว่าเล็กน้อย งานที่ได้จะอีกแบบ แต่มีข้อดีคือทำได้เร็วกว่าเทคนิคอื่น ในขณะที่นิตติ้งจะเหมือนกัน คือมีเส้นยืนเส้นพุ่ง แต่จะยืดหยุ่นสร้างลายได้ฟรีฟอร์มกว่าเล็กน้อย” อดีตอาจารย์หนุ่มจากภาควิชาแฟชั่นแนะนำลูกไม้แบบต่างๆ ให้เรารู้จัก

Peaulon
ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

ปมปริศนา

เสน่ห์ที่ทำให้ช่างทำลูกไม้หนุ่มติดใจงานฝีมือชิ้นนี้ เป็นเพราะเทคนิคที่ใช้ทำเข้ากับบุคลิกส่วนตัวบางอย่างของเขา รวมไปถึงลวดลายที่เคยเป็นข้อจำกัดเมื่อต้องทำงานออกแบบ การสนใจในความซับซ้อนของมันยิ่งทำให้ปาร์คอยากค้นหา อยากเข้าไปดูว่ามันทำยังไง จนเริ่มคิดลายของตัวเอง ค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ถือเป็นการฟื้นฟูศาสตร์ลูกไม้ทำมือนี้ไปในเวลาเดียวกัน

“โจทย์งานลูกไม้มาจากสิ่งที่เราเห็นอาจจะเป็นอะไรที่ไม่เกี่ยวกับลูกไม้ก็ได้ เห็นเทคนิคในรูปวาด หรือคิดหาวิธีการให้ลูกไม้มีอะไรใหม่กว่าที่เป็นอยู่ ก่อนหน้านี้จะเป็นงานที่ใช้เทคนิคการทอหรือสานเข้าไปอยู่ในงานลูกไม้ ช่วงหลังผมกลับมาทำงานที่เบสิคให้สวยขึ้น สิ่งที่แตกต่างจากงานของคนอื่น คือผมจะดึงงานค่อนข้างแน่น และงานผมจะค่อนข้างเท่ากัน ถ้าเราดึงเส้นด้ายหนึ่งเส้นหลวม มันจะมีหลวมมาก หลวมน้อย ทำให้งานออกมาไม่เท่ากัน พยายามทำให้มันเรียบง่าย แต่ใช้เทคนิค ผมชอบใช้ด้ายสีๆ แต่เวลาออกงานก็จะแสดงงานที่เป็นสีขาวคลาสสิก

“สมมตินำงานไปแสดงหรือออกร้าน คนที่สนใจก็จะถามราคา ซึ่งพอรู้ราคาเขาก็จะไม่ถามต่อแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เข้าใจ ทำให้ยังผลิตชิ้นงานและขายได้เรื่อยๆ อยู่เหมือนกัน แต่ถามว่านำไปต่อยอดเป็นอะไรก็ขึ้นอยู่ว่านำไปใช้ทำอะไร ถ้าเป็นงานแฟชั่น จะออกมาเป็นแพตเทิร์นงานชิ้น ใช้เป็นส่วนหนึ่งของเสื้อผ้า เช่น ปก ชิ้นหน้า หรือแขน เป็นต้น”

ปาร์คเล่าว่า ลูกค้าที่มาอุดหนุนงานฝีมือประเภทนี้ส่วนมากเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนที่เคยเรียนทำลูกไม้และรู้ว่าทำไม่ง่าย หรือเคยเห็นคนรุ่นก่อนทำ เป็นความทรงจำที่ดีสมัยเด็กๆ

“สมัยก่อนประเทศไทยเราเคยมีศาสตร์แขนงนี้สอนในวิชางานฝีมือโรงเรียนมัธยม แต่ยกเลิกไปสี่สิบถึงห้าสิบปีแล้ว ข้อแรก นักเรียนบ่นว่ายาก หลักสูตรจึงหันไปสอนสิ่งที่ทำงานง่ายขึ้นเรื่อยไป จนหายไปในที่สุด ข้อสอง เป็นยุคที่เริ่มมีอุตสาหกรรมเข้ามาทดแทน อย่างที่เคยบอกว่าคนที่ทำลูกไม้เก่งๆ เขาจะค่อยๆ ท้าทายตัวเองด้วยงานที่ยากขึ้น เหตุผลหนึ่งก็เพราะหนีเทคนิคที่เครื่องทำได้”

ลูกไม้
Peaulon

จะมาไม้ไหน

ไม่จำเป็นว่างานลูกไม้จะต้องเกิดจากการเย็บปักถักเส้นด้ายจนเกิดลวดลาย แต่ใช้เทคนิคหรือวิธีการใดๆ ก็ได้จนผ้าเกิดลวดลายโปร่ง ก็ได้ชื่อว่าเป็นงานลูกไม้แล้ว

ความแตกต่างของงานลูกไม้ที่ดีและไม่ดี ก็เหมือนอาหารที่เห็นแล้วรู้เลย ลูกไม้ก็เช่นกัน มีแบบที่ทำง่ายหน่อย ยากหน่อย แบบที่ใช้เทคโนโลยีหรือใช้เคมีเข้ามาช่วยให้ออกมาดูคล้ายผ้าลูกไม้ คล้ายการเขียนลายด้วยเทียน แล้วใช้น้ำยาเคมีกัดผ้าจนเกิดลวดลาย กลายเป็นลูกไม้โปร่งได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้ใช้เวลา 10 นาที แต่เมื่อเทียบกับงานลูกไม้ทำมือจริงๆ ที่ใช้เวลามากกว่าหลายเท่า

ในงานฝีมือทุกแขนง ล้วนอาศัยความละเอียดและความชำนาญ ศาสตร์ของการทอลูกไม้ก็เช่นกัน

ปาร์คเล่าว่า เสน่ห์ที่ทำให้ช่างถักลูกไม้ทั่วโลกหลงใหลงานฝีมือประเภทนี้คือ การท้าทายตัวเอง ยิ่งเป็นงานที่เล็กและละเอียดอย่างลูกไม้แล้วยิ่งต้องการความชำนาญค่อนข้างสูง

Peaulon
ลูกไม้
Peaulon

ดินแดนแสนลูกไม้

กว่า 500 ปีที่ศาสตร์ของลูกไม้เบ่งบานทั่วภูมิภาคยุโรป เขาเล่าว่าการทำลูกไม้ทำในที่ต่างๆ นั้นมีเทคนิคและหลักการเหมือนกัน แต่แตกต่างที่สไตล์

“ถ้ายากมากๆ อย่าง Needlepoint หรือ Needle Lace ก็จะไม่แพร่หลายมากนัก เพราะใช้เวลาพอสมควรและคนทำก็น้อยลงไปเรื่อยๆ ขณะที่ Bobbin Lace จะเป็นที่แพร่หลายในยุโรป ต่างกันที่สไตล์ของแต่ละเมือง เช่นฝรั่งเศสมี 200 เมือง ก็จะมีผ้าลูกไม้แตกต่างกัน 200 แบบ ไม่เหมือนกัน เช่นเมืองนี้ชอบใช้เทคนิคบังคับเส้นยืนเขาก็จะเน้นทำสิ่งนั้น อีกฝั่งเมืองเน้นการทำลายดอกไม้เขาก็จะเน้นไป บางเมืองอาจมีลักษณะเป็นอุตสาหกรรมหน่อย ชอบทำออกมาผืนใหญ่ๆ ใช้ความเร็ว ใช้ตาข่าย ก็จะมีกระบวนการทำแตกต่างกันไป” ต่างจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกและสยามประเทศ ที่แม้จะเริ่มแพร่หลายในยุคสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เพราะวัตถุดิบและองค์ความรู้ในศาสตร์นี้จำกัด ลูกไม้จึงเป็นสินค้านำเข้ามากกว่าลงมือถักใช้เอง

“วัตถุดิบที่ใช้ทำลูกไม้จะบอกประสบการณ์ของช่างว่าทำลูกไม้มานานแค่ไหน” ปาร์คเล่า

เพราะต้นทุนที่ต่างกัน มีตั้งแต่เส้นด้ายโพลีเอสเตอร์ราคา 20 – 30 บาท ไปจนถึงเส้นด้ายจากลินินราคา 2,000 บาท แต่กระนั้นด้ายที่ราคาแพงก็ใช่ว่าจะถักง่ายกว่า ด้วยคุณสมบัติ เช่น เส้นด้ายโพลีฯ ทำมาจากน้ำมันจึงมีความแข็งแรง แต่เส้นด้ายลินินเปราะ ไม่ใช่แค่ขาด แต่จะสลายหายไปกับมือ จึงต้องยิ่งอาศัยฝีมือและความชำนาญ

Peaulon
ลูกไม้

ลูกไม้หลากสี

“คุณคิดยังไงกับสิ่งที่คนทั่วไปเข้าใจว่าลูกไม้เท่ากับเชย” เราถาม

“แสดงว่าเขาไปเจอลูกไม้ไม่ดี ลูกไม้ดีๆ จริงๆ แล้วทันสมัยมาก” ปาร์ค ตอบ

ปาร์คเล่าว่า เขาเชื่อว่ายังมีคนสร้างสรรค์งานลูกไม้และอยู่ร่วมกับเทคโนโลยี นำมันมาใช้ทำพัฒนาและผลิตเส้นด้ายที่แข็งแรงขึ้น ทำให้เกิดเส้นด้ายที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

“ถามว่าแล้วมันน่าตื่นเต้นยังไง มันน่าตื่นเต้นตรงที่เราจะได้เห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆ แก้ข้อจำกัดที่เคยมีในอดีต เช่นเมื่อก่อนอยากได้งานชุดลูกไม้ที่มีทรง แต่ทำไม่ได้เพราะเส้นด้ายไม่มี ซึ่งทุกวันนี้ทำได้แล้ว งานแฟชั่นที่เกิดขึ้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป”

ปาร์ค ปัญจพล

Name: ปัญจพล อัศวลาภนิรันดร

Age: 33 ปี

Occupation: ช่างทำลูกไม้

Place of Birth: กรุงเทพฯ

In Detail: ที่จะยากคือจังหวะที่ทิ้งให้ห่างกันว่าจะประมาณไหน เพราะว่าลูกไม้เป็นงานโปร่ง ก็ต้องดูจังหวะและระยะ คนเริ่มต้นถักใหม่ๆ ที่ยังไม่รู้น้ำหนักมือตัวเองลูกไม้ที่ออกมาจะมีระยะไม่เท่ากัน

Stuff: กระสวย จริงๆ เป็นแค่เศษไม้สองชิ้นประกอบติดกันก็เป็นกระสวยได้แล้ว เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้ทำงานลูกไม้สะดวกขึ้น วิธีใช้คือ กรอด้ายเข้าไป เพื่อใช้ถักลูกไม้

My Favorite Part of the Job: กระบวนการออกแบบลายเป็นงานที่สเกตช์ไม่ได้จึงต้องลองทำหลายชิ้นกว่าจะลงตัว บางทีเราอยากได้ลายแบบหนึ่งแต่ลองแล้วไม่ได้ เพราะยังหานิสัยของด้ายไม่เจอ นิสัยของด้ายคือเมื่อจับเขาผูกปมแบบนี้แล้วจะหันเลี้ยวไปทางไหน  เป็นส่วนที่สนุกและท้าทายมากว่าจะทำให้เกิดลายอย่างที่อยากได้ยังไง

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load