ธุรกิจ : บริษัท พี.เค.แอล.โอเวอร์ซีส์ จำกัด

ประเภทธุรกิจ : ผลิตรูปหล่อและเฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทำมือ

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2529

อายุ : 35 ปี

ผู้ก่อตั้ง : คุณประเสริฐ ลิมป์จันทรา และ คุณกัลยา ลิมป์จันทรา บริษัท พี.เค.แอล.โอเวอร์ซีส์ จำกัด (พ.ศ. 2529)

ทายาทรุ่นสอง : คุณคัฌฑธ์มาส ลิมป์จันทรา Masaya (พ.ศ. 2558)

หากใครเดินผ่านแถว Warehouse 30 และ The River City Bangkok อยู่บ่อยๆ คงเคยเห็นรูปหล่อทองเหลืองตัวน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายบริเวณโค้งหน้าสถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสกันบ้าง 

แต่เดิม เราคิดเองเออเองว่ารูปหล่อหล่านี้เป็นผลงานทองเหลืองของชาวตะวันตกที่หลงใหลของเก่าซึ่งอาศัยอยู่แถบนั้น จึงขอสารภาพตามตรงว่า เมื่อรู้แจ้งเห็นจริงว่าผลงานเหล่านั้นทำขึ้นโดยช่างฝีมือชาวไทยจากโรงงาน Asia Collection ซึ่งดำเนินกิจการโดย คุณพ่อปุ๊ย-ประเสริฐ ลิมป์จันทรา และ คุณแม่แหวว-กัลยา ลิมป์จันทรา มากว่า 35 ปี และส่งออกสินค้าไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

แม้ปัจจุบัน Asia Collection จะยังคงดำเนินกิจการได้อย่างไม่ติดขัด แถมยังมีออเดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย เพราะยืนหนึ่งเรื่องคุณภาพมาตั้งแต่ครั้งอดีต ทายาทรุ่นสองอย่าง จา-คัฌฑธ์มาส ลิมป์จันทรา ออกตัวว่าธุรกิจรุ่นพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องใช้แผนการตลาดแบบใดก็อยู่ได้

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

แต่อีกมุมหนึ่ง เธอและครอบครัวก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความนิยมทองเหลืองของคนรุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศไม่ได้มากเท่าเดิมอีกต่อไป และเชื่อว่าธุรกิจจะยืนยาวได้เป็นร้อยปีต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองอายุ 6 ปีนาม Masaya ที่คุณแม่แหววเป็นผู้ริเริ่มและเธอเป็นผู้สานต่อ จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อทำให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในโลกสมัยใหม่ 

การ ‘ปรับ’ ธุรกิจครอบครัวของเธอให้ดูสนุกขึ้นอีกเป็นกองจะเป็นอย่างไร จาและคุณแม่ได้ให้คำตอบด้านล่างนี้แล้ว

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

โรงงานหล่อทองเหลืองที่ยืนหนึ่งทุกเรื่องตั้งแต่อดีต

ย้อนกลับไป 35 ปีก่อน ในยุคที่การหล่อพระยังเฟื่องฟู กิจการทองเหลืองของครอบครัวนี้เริ่มต้นจากคุณพ่อปุ๊ยและพี่ชาย ผู้ก่อตั้งโรงงานรับหล่อพระด้วยช่างฝีมือที่ฝึกกันมา แต่ด้วยสายตาเหยี่ยวของคุณแม่และคุณพ่อ จึงจับทุกกระแสความนิยมมาพัฒนาโรงงานอยู่เรื่อยๆ จากการหล่อพระทั่วไปในช่วงแรกก็เริ่มหันมาทำรูปหล่อแนวอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดจนกลายเป็นโรงงานทองเหลืองชั้นนำที่ผลิตรูปหล่อที่แตกต่างและมีคุณภาพ

“เราหล่อพระได้สักพักก็หันมาทำรูปหล่ออย่างเทพพนม เทวดาดีดพิณ และพระอภัยมณี ฯลฯ เพราะช่วงนั้นคนนิยมมาก พอคนเริ่มเบื่อ ก็หันมาทำรูปหล่อสไตล์จีนและญี่ปุ่น แล้วจึงเปลี่ยนมาทำรูปหล่อแบบยุโรปเกือบทั้งหมด ซึ่งถือเป็นโรงงานแรกๆ ที่ทำรูปหล่อยุโรปออกมาขาย” คุณแม่เล่าอย่างออกรส 

ความยืนหนึ่งที่ว่าไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นโรงงานแรกที่ทำรูปหล่อสไตล์ยุโรปเท่านั้น หลังจากเปิดโรงงานขายส่งให้ร้านต่างๆ ในกรุงเทพฯ และลูกค้าชาวต่างชาติเมื่อ พ.ศ. 2529 แต่กลับถูกร้านรวงในกรุงเทพฯ คัดลอกผลงานไปทำพิมพ์ของตนเอง และจ้างให้อีกโรงงานผลิตให้เพื่อลดต้นทุน ใน พ.ศ. 2533 คุณแม่จึงตัดสินใจผลิตสินค้าในนาม Asia Collection ขึ้นเอง และเปิดโชว์รูมริมแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นโชว์รูมแรกๆ ในสมัยนั้นอีกเช่นกัน

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว
Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

“สมัยก่อนไม่ค่อยมีใครเปิดโชว์รูม พอเราเปิดก็ยิ่งดึงดูดลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินผ่านไปผ่านมา ด้วยคุณภาพที่ดีมากๆ และด้วยแบบรูปหล่อที่ไม่ค่อยเหมือนร้านอื่น เราจึงได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงต้มยำกุ้ง โรงงานเราก็ยิ่งขายดี เพราะฐานลูกค้าเราคือพ่อค้าคนกลางชาวต่างชาติ” คุณแม่เล่าถึงยุคทองของ Asia Collection ก่อนขยายความว่าคำว่า ‘ขายดี’ ที่ว่า หมายถึงช่วงนั้นโรงงานต้องทำรูปหล่อส่งออกกว่า 12 – 20 ตู้คอนเทนเนอร์ทีเดียว 

“แต่ช่วงที่ซบเซาก็มีนะ อย่างช่วงที่จีนเริ่มเปิดโรงงานของตัวเอง ออเดอร์เราก็ลดน้อยลงมากๆ เพราะค่าแรงเขาถูก ลูกค้าบางกลุ่มเลยไปสั่งผลิตที่จีน บางกลุ่มก็สั่งรูปหล่อของเราไป แต่ส่งกลับไปที่จีนเพื่อคัดลอกพิมพ์ ตอนแรกเราก็ตกใจว่าของเราไปอยู่ที่จีนได้ยังไง แต่สุดท้ายลูกค้าก็กลับมาหาเราอยู่ดีเพราะคุณภาพนั้นต่างกัน”

ขณะที่โรงงานจีนมักใส่เหล็กเข้าไปจำนวนมากเพื่อลดต้นทุน รูปหล่อที่ได้จึงเปราะ เป็นสนิมง่าย แถมเคาะแล้วไม่กังวานไพเราะ กลับกัน ผลผลิตจาก Asia Collection นั้นประณีต เพราะเทคนิควิธีเฉพาะทาง และการใช้ทองเหลืองเกรดดีที่มีทองแดงเป็นส่วนผสม ช่วยให้ผลผลิตที่ได้แข็งแรงทนทาน 

ด้วยเหตุผลทั้งมวลเหล่านี้ ไม่แปลกใจหาก Asia Collection จะมีคู่ค้ามากกว่า 30 ประเทศ 

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

โรงงานทองเหลืองที่ใส่ใจลูกค้าทุกกระบวนการ

นอกจากคุณภาพที่ยืนหนึ่ง ผลงานที่แตกต่าง อีกสิ่งสำคัญที่คุณแม่เน้นย้ำว่า Asia Collection ไม่เหมือนใคร คือการบริการหลังขายที่ดีเลิศจนลูกค้ายอมรับ 

“เราอยู่ได้ยืนยาวขนาดนี้ เพราะเราดูแลเอาใจใส่ลูกค้าดีมาก เราแจ้งลูกค้าตลอดว่าตอนนี้ของผลิตถึงกระบวนการไหนแล้ว ไม่ใช่ว่าเงียบหายไปเลย เพราะการผลิตรูปหล่อแต่ละชิ้นใช้เวลานานหลายเดือน เวลาส่งของก็ต้องติดตามว่าของถึงหรือยัง ถ้าเขาเจอปัญหา เราก็ต้องคอยแนะนำหรือหาทางแก้ ถ้าสินค้าเสียหายเพราะเราแพ็กไม่ดีก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าวัตถุดิบขึ้นราคา เราก็จำเป็นต้องประคองราคาเดิมไปก่อน ห้ามขึ้นราคาลูกค้ากะทันหัน แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าหกเดือน ไม่อย่างนั้นลูกค้าจะเดือดร้อน

“นอกจากนั้น เราจะต้องไม่ขายให้ลูกค้ามั่วซั่ว เช่น เราขายให้ลูกค้าหลายๆ คนจากอเมริกาได้เพราะอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ แต่เราจะขายให้ลูกค้าจากประเทศเบลเยียมซึ่งเป็นประเทศเล็กหลายคนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นลูกค้าจะไปตัดราคากันเอง” คุณแม่อธิบายถึงหัวใจสำคัญอีกข้อหนึ่งของ Asia Collection ซึ่งแม้จะทำให้เหนื่อยขึ้นแต่ก็คุ้มค่า จนทำให้โรงงานยืนยาวถึง 35 ปี ขณะที่โรงงานอื่นปิดตัวลงไปทุกปีๆ 

และแน่นอนว่า เมื่อลูกสาวคนรองอย่างจาเข้ามาดูแล หัวใจสำคัญข้อนี้ยังคงอยู่ในหลักการบริหารไม่จางหาย

โรงงานทองเหลืองกับความหลงใหลประวัติศาสตร์ศิลป์ของลูกสาว

ช่วงเวลาที่ Asia Collection เติบใหญ่จากการผลิตรูปหล่อแบบยุโรปออกมาขายไม่ขาดสาย คือความทรงจำที่ลูกสาวคนที่สองอย่างจาจำได้ และเพราะรูปหล่อแบบเรอเนซองส์ที่เรียงรายในโชว์รูม รวมทั้งแคตตาล็อกแบบหล่อที่คุณแม่เก็บสะสมนั่นเอง ล้วนเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้จาหลงใหลศิลปะ

“เวลาป๊าทำรูปหล่อใหม่ๆ ออกมา เราชอบไปหาอ่านประวัติของรูปหล่อเหล่านั้น ช่วงแรกที่ไปเรียนต่อเลยเลือกเรียนด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ แต่ภายหลังก็เปลี่ยนมาเรียนด้านโฆษณาและดิจิตอลอาร์ต” ลูกสาวคนกลางเล่า และอาจเพราะเหตุผลเดียวกันนี้เองที่ทำให้เธอกลับมารับช่วงต่อกิจการ

“ป๊าจะพูดอ้อมๆ ว่า ถ้าเขาไม่ทำก็คงไม่มีใครทำแล้ว เราเลยซึมซับตั้งแต่เด็กว่าต้องกลับมาทำแทนเขา อีกใจหนึ่งก็รู้ว่าการมีโรงงานเป็นของตัวเอง มันเปิดโอกาสให้เราทำอะไรได้หลายอย่าง เราควรรับโอกาสนั้นมา แล้วสานต่อให้มันเดินต่อไปได้” 

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

แม้จะยังไม่เห็นลู่ทางที่เธอจะเข้ามาพัฒนาธุรกิจครอบครัวในช่วงแรก เพราะ Asia Collection ยังไปได้ดีไม่มีขัด แต่เมื่อคุณแม่เปิดแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองนาม Masaya เมื่อ พ.ศ. 2558 เพราะเห็นโอกาสจากการที่ลูกค้าสั่งทำเฟอร์นิเจอร์ทองเหลือง และเห็นว่าเฟอร์นิเจอร์น่าจะไปได้ดีกว่างานหล่อรูปหล่อในอนาคต จาจึงมั่นใจว่านี่แหละคือแบรนด์ที่เธอจะกลับมาต่อยอด

“ม้าได้พี่ อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา มาเป็นดีไซเนอร์ให้แบรนด์จากการแนะนำของเพื่อนๆ แล้วเขาก็เอางานมาให้เราดูว่าม้ากำลังทำแบบนี้อยู่นะ ด้วยเราชอบเรื่องการตกแต่งภายในอยู่แล้ว เลยคิดว่าถ้าได้เข้ามาทำก็น่าจะสนุกดี” ลูกสาวคนกลางออกปากรับคำและเข้ามาเรียนรู้ในฐานะพนักงานคนหนึ่ง ด้วยการตอบอีเมลและศึกษากระบวนการทำรูปหล่อทองเหลืองทันที

“ภาษาอังกฤษเราแข็งแรงที่สุดในออฟฟิศ สิ่งแรกที่ทำจึงเป็นการตอบอีเมลลูกค้า แต่เราก็เจอคำถามเกี่ยวกับกระบวนการทำที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อยากคอยถามคนอื่นแล้ว เราจึงไปเรียนรู้กระบวนการทำทั้งหมดที่โรงงานเองเลย” การลงลึกถึงขั้นตอนในครั้งนั้นเองที่ทำให้เธอตระหนักว่า กว่าจะได้รูปหล่อ 1 ชิ้นนั้นละเอียดอ่อนมากจริงๆ

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย
ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

ขั้นแรกคือช่างหล่อจะต้องหล่อแบบขี้ผึ้งขึ้นเพื่อสร้างพิมพ์ซิลิโคน จากนั้นต้องเทขี้ผึ้งอีกรอบก่อนโบกปูนเพื่อให้ขี้ผึ้งเซ็ตตัว แล้วจึงเททองเหลืองลงพิมพ์ได้ ทองเหลืองที่ร้อนระอุก็จะแทนที่ขี้ผึ้งที่หลอมละลาย เมื่อชิ้นส่วนทองเหลืองแต่ละชิ้นเรียบร้อย จึงถอดออกมาเพื่อประกอบเข้าด้วยกัน แล้วขัดเงา ทำสี และขัดเงาอีกครั้ง 

“การเข้าใจกระบวนการเหล่านี้สำคัญมากสำหรับการเจรจาซื้อขาย เพราะลูกค้าชาวต่างชาติจะมีคำถามเกี่ยวกับสินค้าตลอด ในแต่ละครั้งที่อธิบาย เราก็บอกไม่เหมือนกันสักครั้ง เพราะกระบวนการเหล่านี้ละเอียดและซับซ้อนมาก นอกจากนั้น หากเราเข้าใจมุมมองช่าง เราจะพอมองภาพออกว่าดีไซน์ที่ลูกค้าต้องการนั้นเป็นไปได้มากขนาดไหน” เธออธิบายถึงการฝึกงานเมื่อ 4 ปีก่อนให้ฟัง

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

โรงงานทองเหลืองยุค 5G

กับหลายธุรกิจครอบครัว การเข้ามาของทายาทรุ่นใหม่มักเป็นการเปลี่ยนระบบภายในและจัดการสิ่งต่างๆ ให้ดูทันสมัยขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะประเภทธุรกิจที่เอื้อให้ทำ แต่กับ Masaya และ Asia Collection ที่เป็นธุรกิจที่ดำเนินด้วยงานฝีมืออันประณีต การเข้ามาดูแลกิจการของจาจึงไม่ใช่การพลิกโฉมโรงงานครั้งใหญ่อย่างการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน แต่เป็นการ ‘ปรับ’ รูปแบบการขายให้ทันสมัยกับโลกยุค 5G 

“ช่วงที่เราเข้ามาดูแล คุณแม่เริ่มก่อตั้ง Masaya ได้สองปี ตอนนั้นคุณแม่อาศัยการไปงานแฟร์ที่ฝรั่งเศส เพื่อให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้น ซึ่งก็ช่วยได้จริงๆ และทุกวันนี้เรายังคงไปออกงานแฟร์อยู่ เพราะนี่คืองานใหญ่ที่จะทำให้คนรู้จักแบรนด์เราได้มากขึ้น

“แต่เราก็มองว่าเฟอร์นิเจอร์บนโลกใบนี้มีหลายร้อยแบรนด์ การขายในโชว์รูมที่ไม่ได้อยู่ในห้างจะทำให้คนรู้จักแบรนด์เรายากมาก และที่สำคัญ คนรุ่นนี้ซื้อของผ่านออนไลน์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เราต้องทำจึงคือ การทำให้ช่องทางการขายออนไลน์ของเราดีขึ้นกว่านี้” 

จาเริ่มจากนำสินค้าทั้งหมดที่มีไปถ่ายภาพ เพื่อให้การเจรจาซื้อขายผ่านอีเมลระหว่างแบรนด์กับลูกค้าง่ายขึ้น อีกทั้งขยายช่องทางการขายไปยังเว็บไซต์รวมงานดีไซน์ที่ชาวต่างชาตินิยม ซึ่งก็ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ล่าสุดจากำลังพัฒนาเว็บไซต์ของแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าต่างชาติเข้าถึงได้ง่ายกว่าเก่า และกำลังจะพัฒนาช่องทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมให้แข็งแรง เพื่อรองรับแนวทางในอนาคตที่อยากทำให้คนไทยรู้จักธุรกิจครอบครัวทั้งสองขามากขึ้น

โรงงานทองเหลืองฉบับคนรุ่นใหม่

นอกจากจาจะ ‘ปรับ’ รูปแบบการขายให้ซื้อขายได้คล่องมือแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่มีผลต่อทิศทางของ Masaya ไม่น้อย คือการปรับดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ให้ดูสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์คนเจนเนอเรชันนี้มากขึ้น

จาวิเคราะห์ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยนิยมทองเหลืองเท่าไหร่ ไม่ว่าจะคนไทยหรือต่างชาติ เราจึงต้องปรับให้เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองของเราร่วมสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น” 

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

การเข้ามาปรับดีไซน์ของเธอ หมายรวมถึงการปรับวัสดุบางส่วนเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย อย่างแทนที่จะใช้หินอ่อนท็อปขาโต๊ะทองเหลืองแบบที่แม่แหววชอบ ก็ใช้กระจกใสที่ดูร่วมสมัย ทั้งยังทำให้เห็นขาทองเหลืองได้ด้วย

นอกจากนั้น การปรับที่ว่ายังหมายรวมถึงการทำให้เฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์ไม่เพียงสวยงามเท่านั้น แต่ต้องใช้ได้จริง แทนที่จะทำม้านั่งหุ้มเบาะที่อาจไม่เหมาะกับการวางนอกบ้านเท่าไหร่ เธอก็เพิ่มม้านั่งทองเหลืองทั้งชิ้นเพื่อให้ใช้งานได้จริง หรืออย่างเก้าอี้คอลเลกชัน Ink อันโด่งดังฝีมืออภิวัฒน์ เธอก็เสนอให้ทำพนักโค้งรับสรีระเพื่อให้นั่งได้สบายกว่าเก่า

นอกจากนั้น จายังอธิบายการปรับและพัฒนาครั้งนี้ว่า “เราจะเป็นคนมองเทรนด์ว่าช่วงนี้สินค้าอะไรที่ขายดีบ้าง เพื่อเสนอให้ดีไซเนอร์ผลิตสินค้าประเภทนั้นให้หลากหลายขึ้น จะได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น ช่วงโควิด-19 ของใช้เล็กๆ น้อยๆ ในบ้านมักขายดี เราก็อาจพัฒนาของประเภทเดียวกันออกมามากขึ้น 

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

“หลายครั้ง เราจะคาดการณ์จากประสบการณ์การใช้งานและฐานลูกค้าว่า คนประเทศนี้ รูปร่างแบบนี้ จะอยากได้อะไร เช่น โต๊ะคอนโซลของเรานั้นเตี้ย ซึ่งอาจไม่เหมาะกับลูกค้าตะวันตกที่รูปร่างสูงใหญ่ เราก็ทำให้ขาโต๊ะสูงขึ้นหน่อยไหม จะได้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น” 

แม้ในวันแรกๆ ที่ Masaya ถือกำเนิด ลูกค้าไทยและต่างชาติจะยังไม่ค่อยรู้จักแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบรนด์นี้มากนัก แต่ด้วยสไตล์การออกแบบเฉพาะของอภิวัฒน์ การเข้ามาดูแลช่องทางการขายและแนวทางดีไซน์โดยจา รวมถึงเทคนิควิธีการหล่อทองเหลืองเฉพาะทางที่ทำให้ได้เส้นสายพลิ้วไหวดูธรรมชาติ แตกต่างจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นรูปทรงเรขาคณิตด้วยรังสรรค์ขึ้นจากเครื่องจักรสมัยใหม่ 

ไม่นาน Masaya ก็เป็นที่รู้จักว่าเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองร่วมสมัยที่ส่งออกกว่า 12 ประเทศ เช่น เบลเยียม สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร กรีซ และอิตาลี 

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย
ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

โรงงานทองเหลืองของคน 2 รุ่น

ในมุมของเรา ความยากของการทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองคงไม่พ้น ‘ทำยังไงให้คนรุ่นใหม่กลับมาสนใจ’ แต่ทายาทผู้สานต่อกลับยืนยันว่าประเด็นนี้ไม่ยากเท่าไหร่ เนื่องจาก Masaya มีฐานลูกค้าชาวต่างชาติอยู่พอสมควร สิ่งที่ยากจริงๆ คือ ‘ทำยังไงให้ดำเนินธุรกิจครอบครัวบนความคิดที่แตกต่างระหว่างคนสองรุ่นได้’ 

“ด้วยความที่ป๊าทำ Asia Collection แล้วมันเวิร์กมาตลอดสามสิบห้าปี เขาไม่ค่อยอยากลองสิ่งใหม่ๆ ส่วนม้าก็ชอบสไตล์เก่าๆ ที่อาจไม่เข้ากับยุคสมัย เราจึงเห็นไม่ตรงกันแทบทุกครั้งที่จะทำโปรเจกต์ใหม่ๆ” ทายาทเล่าพลางหัวเราะ

 “บางอย่างป๊ามองว่าถ้าทำแบบที่เราต้องการ ทองเหลืองอาจจะรับน้ำหนักไม่ได้ ซึ่งบางครั้งมันก็ใช่ แต่อีกทางหนึ่ง ถ้าเราไม่ลอง เราก็ไม่รู้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง ทางแก้คือต้องรับฟังซึ่งกันและกัน เขาก็ต้องเปิดใจให้เรา เราก็ต้องเปิดใจให้เขา และเราต้องลองทำเพื่อจะได้รู้ไปเลยว่ามันเวิร์กหรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็จะเถียงกันอย่างเดียว แต่ไม่ได้เดินหน้าต่อ” ลูกสาวบอกถึงปัญหาใหญ่ ก่อนตอบคำถามที่เราสงสัยว่า การเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวครั้งนี้ทำให้เธอกดดันบ้างไหม

“เรายังกังวลอยู่ตลอดว่าถ้าต้องเข้ามาดูแลเต็มตัว แต่ไม่ได้มีความรู้ช่างเท่าป๊าแล้วจะทำได้ไหม แต่ลึกๆ ก็มั่นใจพอสมควรว่าความรู้ที่เรามีอยู่ก็น่าจะสานต่อได้ และเราต้องทำให้ทั้งสองแบรนด์มันไปได้ไกลกว่านี้ ทั้งในแง่การส่งออกที่ส่งออกได้หลายประเทศยิ่งขึ้น และการสร้างความรับรู้ในประเทศไทย 

“เป้าหมายตอนนี้ คือเราไม่ได้อยากให้คนไทยมาซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือรูปหล่อนะ อยากให้คนไทยเปิดใจมากขึ้นว่าทองเหลืองทำได้มากกว่าการหล่อพระหรือรูปหล่อต่างๆ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาได้” ทายาทรุ่นสองทิ้งท้ายความตั้งใจ

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

เมื่อบวกลบนับนิ้วแล้วเจอเลข 72 เลขอายุขวบปีของ “ชาตรามือ” เราก็รู้สึกว่าบทความนี้เหมาะควรยิ่งที่จะขอเรียกแทนตัวเองว่าดิฉัน

ดิฉันเป็นแฟนชาไทยสีส้มมาตั้งแต่จำความได้ ความหวานมันของเครื่องดื่มเย็นชนิดนี้ชนะทุกข้ออ้างยามที่ดิฉันต้องควบคุมน้ำหนัก ก็อากาศบ้านเมืองเราร้อนขนาดนี้นี่คะ พูดแล้วก็อยากกินสักแก้ว

ยิ่งเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ชาตรามือที่คุ้นเคยเหมือนเพื่อน อยู่ๆ ก็ป๊อปและกลายเป็นคนเนื้อหอม

ไม่ต้องสงสัยเลย ชาตรามือกำลังมีความรัก ทุกอย่างก็กลายเป็นสีชมพู

ความเนื้อหอมนี้เองส่งผลให้ใครต่อใครยินยอมพร้อมใจกันเข้าแถวยาวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในสินค้าแบรนด์ไทยแบรนด์ไหน ที่น่าสนใจคือนี่ไม่ใช่กระแสมาเร็วไปเร็วเหมือนครั้งก่อนๆ แต่พิสูจน์ให้เห็นว่าชาตรามือเป็นแบรนด์ไทยคลาสสิกที่แท้จริง ทั้งยังได้รับความรักจากทุกคนอยู่เสมอ และรู้จักปรับตัวแต่ไม่ละทิ้งแก่นแท้ของชาตรามือที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 72 ปี

ดิฉันจึงอยากชวนทุกคนมาทำความรู้จัก พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นสามผู้อยู่เบื้องหลัง ชากุหลาบอันเป็นที่กล่าวขาน ซอฟต์ไอศกรีมชาไทยรสชาติเข้มข้น และการนำพาชาตรามือไปในพุทธศักราชปัจจุบัน

สารภาพจากใจว่า จนถึงวันนี้ดิฉันก็ยังไม่สามารถท้าพิสูจน์ความขึ้นชื่อลือชานั้นได้ แม้ใจจะอยากพลีชีพท้าพิสูจน์เพื่อผู้อ่านมากแค่ไหน แต่รู้ตัวว่าไม่ถูกโฉลกกับการเข้าห้องน้ำบ่อยๆ จึงไม่ได้ลองสักที ขอทุกท่านจงเห็นใจดิฉัน

 

ชาตรามือ

ธุรกิจ: ชาตรามือ (พ.ศ. 2488)
ประเภทธุรกิจ: ผู้ผลิตและจำหน่ายชา
อายุ: 72 ปี
เจ้าของและผู้ก่อตั้ง: อากงและซาเหล่าแปะ
ทายาทรุ่นที่สอง: พ่อและแม่
ทายาทรุ่นที่สาม: พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช,  เศรษฐิกิจ เรืองฤทธิเดช

 

Just Tea for Two and Two for Three

ในหนังสือรุ่นของพราวนรินทร์ เพื่อนร่วมชั้นเรียนเขียนอวยพรให้เธอว่า “ขอให้ชาตรามือโด่งดังในย่าน”

“มีเพื่อนคนหนึ่งเคยถามว่า ‘ที่บ้านเธอทำอะไร’ เราก็ตอบว่า ‘ที่บ้านทำชา’ เขาก็รีบถามต่อเพื่อจะแซวว่า ‘ชาตรามือหรอ’ เราก็บอกว่า ‘ใช่ ทำไมรู้’ เพื่อนบอกว่าเขาแค่คิดจะล้อเล่นๆ ไม่น่าเชื่อว่าบ้านเราทำชาตรามือจริงๆ เพราะชาตรามือเมื่อก่อนอินดี้มากนะ ไม่ค่อยมีใครรู้จัก”

พราวนรินทร์เข้ามาช่วยงานเต็มตัวตอนที่พ่อและแม่ของเธอเริ่มตัดสินใจทำร้านค้าปลีกเป็นของชาตรามือเองตามศูนย์การค้าและสถานีรถไฟฟ้า จากที่ก่อนหน้านี้ทายาทรุ่นที่สองของชาตรามือดำเนินธุรกิจด้วยการขายส่งมาตลอด นอกจากการมีหน้าร้านจะช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ สร้างมาตรฐานรสชาติความอร่อย ยังเป็นช่องทางสื่อสารที่สำคัญกับกลุ่มลูกค้าและผู้บริโภค

ชาตรามือ

เธอต้องเรียนรู้กระบวนการทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ต้น ทั้งยังบอกว่าขั้นตอนการทำงานไม่เหมือนตอนสมัยเรียนที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถาบันศศินทร์ ไม่มีให้คิดวางกลยุทธ์ เพราะหน้างานจริงคือการลุยทำทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง เป็นเวลากว่า 7 ปี ก่อนจะค่อยๆ ทำการตลาดยุคใหม่ ผสมผสานความชอบของตัวเองอย่าง “ซอฟต์ไอศกรีม” และคิดทำสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ    จนทำให้ชาตรามือกลับมาเป็นที่รักของทุกคน

“สมัยก่อนสัญลักษณ์ของมือจะอยู่ในหลายๆ สินค้าซึ่งแปลว่าสินค้ามีคุณภาพ ตอนนั้นยังไม่มีชื่อ ไม่มีแบรนด์ หรือเครื่องหมายการค้า คนก็จะเรียกชาตรามือ ชาตราหัวแม่โป้ง และถ้าสังเกตด้านหลังกระป๋องจะมีสัญลักษณ์รูปเหรียญและกาน้ำชา คนก็จะเรียกชาตรากาไม่ก็ชาตราเหรียญ เราเคยมีความคิดอยากเปลี่ยนรูปโฉมชาตรามือให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เราเหมือนกันนะ ก็ลองให้นักออกแบบร่างแบบใหม่ให้ซึ่งสุดท้ายแล้วพอมาลองดูเทียบเราพบว่าแบบเก่าสวยที่สุดแล้วอยู่ดี” พราวนรินทร์เล่าให้ฟังว่าหน้าตาของโลโก้ชาตรามือเวอร์ชันปัจจุบันกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นแบบเดียวกับในยุคสมัยเริ่มต้น

ชาตรามือ ชาตรามือ

My Heart Goes Cha La-la-la-la

มีโอกาสมาเจอผู้อยู่เบื้องหลัง “ชากุหลาบ” อันเป็นที่กล่าวขานทั้งที ดิฉันจึงขอให้เธอเล่าที่มาที่ไปของเมนูหอมหวานนี้ให้ฟัง

“เนื่องจากเราเป็นผู้ผลิตชา ดังนั้นเราก็จะมีสินค้าเป็นชาแบบต่างๆ อย่างชากุหลาบเราก็มีมาตั้งนานแล้วเพียงแต่ไม่ได้เป็นตัวที่ขายทั่วไป เราและพ่อกับแม่ก็คุยกันว่าอยากหยิบตัวชากุหลาบมาปัดฝุ่นใหม่เพื่อขายในช่วงวาเลนไทน์ เริ่มจากออกแบบแก้วสำหรับเมนูนี้โดยเฉพาะและตั้งใจขายเท่าที่สต็อกชากุหลาบมีในช่วงระยะเวลาหนึ่ง คนก็ฮือฮาแก้วใหม่กัน เรื่องรสชาติและกลิ่นก็บอกว่าหอมดีเพราะเราใช้กุหลาบ แล้วยิ่งมีสรรพคุณที่เห็นผลทันตาคนก็ยิ่งฮือฮาชวนกันท้าพิสูจน์ ขายดีชนิดที่ว่ายังไม่ทันวาเลนไทน์ก็จวนจะหมดสต็อกแล้ว เราจึงต้องบริหารสต็อกเพราะมีจำนวนจำกัดจริงๆ เนื่องจากเราไม่ได้ผลิตตุนไว้เยอะ ด้วยเหตุผลเรื่องวัตถุดิบและกระบวนการผลิต”

นอกจากเหตุผลเรื่องความสวยงามแล้ว ดิฉันถามหาเหตุผลของรูปทรงและการออกแบบแก้วลายกุหลาบนี้ คำตอบก็คือ “เรื่องแก้วทรงใหม่ อยากให้ลูกค้าดื่มแล้วรู้สึกไม่ปวกเปียกมือ” ได้ยินอย่างนี้แล้ว ดิฉันก็มั่นใจเลยว่าต่อให้ร่างกายจะปวกเปียกจากการพ่ายแพ้สรรพคุณระบายอ่อนๆ แค่ไหน มือที่แข็งแรงก็ต้องตั้งรับและจับแก้วชากุหลาบนี้ให้มั่น

ชาตรามือ

“สรรพคุณของชากุหลาบช่วยบำรุงผิวพรรณ ปรับฮอร์โมน ช่วยระบบขับถ่าย ซึ่งเราก็ไม่คิดว่าจะช่วยขนาดนี้เหมือนกัน (หัวเราะ) ตอนแรกเรากังวลว่าลูกค้าจะเข้าใจไหมว่าเครื่องดื่มใหม่เมนูนี้มีส่วนช่วยในการขับถ่าย กลัวเขาตกใจ เพราะเราเองก็ตกใจตอนทีมงานเทสต์รสชาติก่อนวางขายจริง พวกเราก็เจ็บมาเยอะ เข้าห้องน้ำกันหลายรอบ จึงวางแผนสื่อสารกับลูกค้าเรื่องสรรพคุณและสุขภาพที่จะตอบโจทย์ลูกค้าที่มีปัญหาเรื่องการระบาย

“ตอนแรกเขียนเป็นป้าย แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าไม่ค่อยอ่านกัน ต่อมาเราใช้วิธีให้คนชงแจ้งบอกลูกค้าจนเมื่อเกิดกระแสปากต่อปาก แต่ว่ากับลูกค้าต่างชาติเราก็ยังต้องสื่อสารกับเขาก่อน เราเองก็กลัวการเข้าใจผิดว่าเป็นเพราะความไม่สะอาดหรือสารอะไรหรือเปล่า จึงพยายามสื่อสารในทุกช่องทางที่ทำได้ว่าสรรพคุณนี้เกิดจากกุหลาบไปเพิ่มมวลน้ำในท้องทำให้ขับถ่ายง่ายกว่าปกติ”

พราวนรินทร์คิดว่าส่วนหนึ่งที่คนชื่นชอบชากุหลาบเพราะมีประโยชน์ อย่างตัวเธอเองมีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ในบางครั้งที่ร่างกายมีของสะสมมากไปทำให้รู้สึกอึดอัด ก็จะเลือกดื่มสักแก้ว ทั้งนี้เธอเน้นย้ำว่าดิฉันและแฟนๆ ชากุหลาบทุกคนต้องวางแผนตัวเองด้วยว่าควรจะกินช่วงไหน ปริมาณเท่าไหร่ถึงจะพอดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป

และสำหรับซอฟต์ไอศกรีม เมนูพิเศษลำดับหนึ่งในใจแบบไม่ลำเอียงของดิฉัน

ชาตรามือ ชาตรามือ

โดยเฉพาะแบบทูโทนที่รสชาเขียวนมหวานๆ ผสมผสานเข้ากันอย่างดียิ่งกับรสชาไทยเข้มๆ จะว่าไปก็ทั้งเข้มและละมุนในคราวเดียวกันเหมือนนิตยสารออนไลน์แห่งหนึ่งที่ชื่อแปลว่าก้อนเมฆ

“เราอยากสื่อสารให้ลูกค้าชาและผู้บริโภครับรู้ว่าชาของเราสามารถนำไปทำอย่างอื่นนอกจากเครื่องดื่ม ลูกค้าบางส่วนก็ใช้ชาของเราผลิตเบเกอรี่หรืออื่นๆ อยู่บ้างแล้ว ส่วนไอศกรีมเป็นอะไรที่คนชอบกิน เราก็ทดลองทำ หารสชาติที่ควรจะเป็นก่อนจะนำไปออกงานครั้งแรกที่งาน THAIFEX 2016 มีกระแสตอบรับดี จึงเริ่มขายเป็นทางการที่สาขาดอนเมืองก่อนขยายไปสาขาต่างๆ 10 สาขา รวมต่างจังหวัด มีรสชาติชาเย็น ชาเขียวนม และชากุหลาบสำหรับบางโอกาส” โชคดีที่คุณพราวนรินทร์รีบบอกว่าซอฟต์ไอศกรีมรสชากุหลาบมีฤทธิ์น้อยกว่าเมนูชากุหลาบ ดิฉันจึงพอมีหวัง เพราะรู้ดีว่าใจไม่กล้าพอ

“เป็นความรู้สึกที่ดีนะที่ชาตรามือเป็นที่รู้จักมากขึ้น มีการเติบโต” ทายาทรุ่นที่สามยิ้มจนตาปิด

“ช่วงแรกๆ ที่ชาตรามือเราเริ่มออกงานเทศกาลอาหาร คนก็จะพูดถึงว่าไม่ได้เห็นชาตรามือมานานแล้ว หรือแม้กระทั้งการอธิบายความแตกต่างของชาแต่ละชนิด พอมาถึงวันนี้คนก็เริ่มจำได้ จากที่มีกลุ่มแฟนเป็นผู้ใหญ่ก็เริ่มมีกลุ่มแฟนเป็นคนรุ่นใหม่ และที่ประทับใจมากคือเดี๋ยวนี้เวลาลูกค้าถามความแตกต่างของชาแต่ละชนิดก็จะมีลูกค้าท่านอื่นช่วยอธิบายแทนให้ด้วย”

ชาตรามือ ชาตรามือ ชาตรามือ

I Want to Hold Your Hand

ทั้งกระแสของชากุหลาบในเรื่องจังหวะเวลาและการรับมือกับกระแสที่ถูกต้อง รวมถึงการมาของซอฟต์ไอศกรีมที่ถูกใจคนทุกเพศทุกวัย ชาตรามือในมือของทายาทรุ่นที่สามพิสูจน์ให้ว่า เราสามารถผสมผสานสิ่งในยุคสมัยใหม่ที่เราชื่นชอบเข้ากับคุณค่าที่ครอบครัวสร้างและส่งต่อ เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นความสนุกของรับช่วงต่อกิจการโดยไม่ต้องกลัวว่าสิ่งนั้นจะเชยเกินไปไม่เข้ากับยุคสมัย

“ตอนเด็กๆ ก็เคยคิดว่าสิ่งนี้เชยมาก  แต่ก็อยู่ที่ตัวเราด้วยว่าจะปรับรูปแบบอย่างไรให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในยุคใหม่

“เราไม่ได้ต้องการให้มันเท่เพราะความเท่เป็นแฟชั่นที่มีขึ้นมีลงอยู่เสมอ เราอยากให้ชาตรามือคงความคลาสสิกนี้ไว้ เป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพ ความไว้วางใจได้ ความอร่อย ความคุ้มค่า เราอาจจะแต่งตัวอื่นๆ จะดัดแปลงเป็นสินค้าอะไร ด้วยหน้าตาแบบไหน แต่สิ่งที่เป็นแก่นของชาตรามือยังต้องคงอยู่ เราเป็นคนทำชา เป็นสิ่งที่เราเชี่ยวชาญ เราก็ต้องตั้งใจรักษาคุณภาพ ราคาที่เข้าถึงได้ ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่คุ้มค่า ขณะเดียวกันเราก็ต้องไม่หยุดพัฒนา เพราะเราต้องมีสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้าต่อไป”

ชาตรามือ

พราวนรินทร์ยังเสริมเรื่องการทำงานกับครอบครัวให้ฟังอีกว่า บางเรื่องพ่อจะปล่อยให้เธอคิดทำและตัดสินใจ เช่น การทำไอศกรีม แต่บางเรื่องอย่างการออกแบบซึ่งพ่อของเธอจะให้ความสำคัญมาก เพราะท่านชอบเรื่องงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบางผลิตภัณฑ์คุณพ่อเป็นคนออกแบบด้วยตัวเอง “ท่านจะมีไอเดียเยอะ ก็จะให้นักออกแบบร่างแบบขึ้นมาให้ แต่เราก็ต้องคุยกันนิดนึงว่าลวดลายเยอะไปไหม ผลิตจริงจะขายได้หรือเปล่า”

นอกจากเรื่องการทำงานด้วยกัน ดิฉันถามคุณพราวนรินทร์ถึงแนวคิดและวิธีการทำงานสมัยรุ่นพ่อแม่ที่เคยได้ผลมากๆ ในอดีต แต่ปัจจุบันต้องเปลี่ยนใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย

“หนึ่งคือ การทำงานแบบทีม ด้วยโลกที่เปลี่ยนไปและเพื่อรองรับการเติบโต คนหนึ่งคนไม่อาจจะทำทุกหน้าที่ได้ทั้งหมด จำเป็นต้องมีทีมเข้ามาช่วยในส่วนต่างๆ ที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่องานที่ดีขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้น

“สองคือ เรื่องการสื่อสาร สมัยก่อนยังไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือการเข้าถึงข้อมูลที่กว้างขึ้น ตัวเลือกและพฤติกรรมการเลือกซื้อไม่หลากหลายเท่าสมัยนี้ จำเป็นต้องมีตัวกลางอย่างยี่ปั๊วช่วยขายสินค้าและช่วยเชียร์ แต่สมัยนี้ผู้บริโภคมีทางเลือก มีข้อมูล และรู้ว่าจะหาสิ่งที่ต้องการได้จากที่ไหน ผู้ผลิตเองจึงต้องรู้จักสื่อสารให้ข้อมูลกับผู้บริโภค เมื่อก่อนผู้ผลิตคิดสินค้ามาขายผู้บริโภคก็ซื้อไป แต่ปัจจุบันผู้ผลิตสามารถขอข้อมูลจากผู้บริโภคเพื่อเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ มันเป็นเรื่องการสื่อสาร”

สิ่งที่ทายาทรุ่นสองของชาตรามือส่งต่อแนวคิดแก่ทายาทรุ่นสามเสมอ คือเรื่องความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ความยั่งยืนที่ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ตามจะคิดถึงผลในระยะยาวเสมอ การพยายามแข่งกับตัวเอง และเมื่อเกิดความผิดพลาดก็ต้องรู้จักแสดงความรับผิดชอบ ปรับปรุงและพัฒนาให้ดีขึ้น รักลูกค้าและคู่ค้า คำนึงถึงการให้อยู่เสมอ

“โชคดีที่แม่เราเป็นคนกล้าเปิดให้เราลองผิดลองถูก แต่สำหรับพ่อแม่ที่ไม่ปล่อยให้ลูกทำอะไรเองเราก็ต้องเข้าใจเหตุผล เช่น เขาอาจจะกลัวความผิดพลาด กลัวว่าปล่อยให้คิดและตัดสินใจทุกอย่างสิ่งที่สร้างมาจะพังทลายลง ซึ่งหน้าที่ของเราก็คือต้องพิสูจน์ตัวเองว่าทำได้ หรือเจอกันครึ่งทางคือการลองทำสิ่งที่เล็กๆ ก่อน ค่อยๆ เรียนรู้เป็นประสบการณ์ แม่สอนเราเสมอให้รู้จักวิ่งเข้าหางานไม่ใช่รอให้คนอื่นมาสอน หมั่นเสนองานหรือไอเดีย และหากความคิดไม่ตรงกันก็ต้องไม่ท้อถอยเพราะพ่อแม่เขาเจออะไรมามากกว่าเรา เราต้องอย่าคิดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ เขาอาจจะเห็นโลกที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน”

ชาตรามือ พ.ศ. 2488

“ชาตรามือ” ก่อตั้งโดยซาเหล่าแปะและพี่น้อง เริ่มผลิตชาโดยมีตัวเด่นเป็นชาจีนซึ่งเป็นยี่ห้อดังในสมัยนั้น ก่อนจะเริ่มทำชาชงหรือชาตรามือ ในปี ค.ศ. 1945 และส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นที่สอง ซึ่งได้แก่พ่อและแม่ของพราวนรินทร์  

“พอมาสู่ยุคพ่อและแม่ เป็นยุคที่คนดื่มชาจีนน้อยลงมาก ชาตรามือจึงหันมาโฟกัสชาชงมากขึ้น และเริ่มทำตลาดส่งเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ภาพจำที่คนดื่มมีต่อชาตรามือค่อยๆ จางหายไป จนเมื่อตลาดการขายส่งเริ่มอยู่ตัว เป็นช่วงเดียวกับที่พ่อกลับมาคิดว่าเราน่าจะมีหน้าร้านเพื่อสร้างการจดจำ”

ทายาทรุ่นสองผู้ทันบรรยากาศความเป็นไปตั้งแต่สมัยอากงไปจนถึงทำงานร่วมกับลูกๆ ทายาทรุ่นสามมองว่าความท้าทายจากคู่แข่งใหม่ๆ ทำให้ชาตรามือต้องพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ “โลกหมุนเร็วขึ้น วันนี้คนอาจจะชอบ พรุ่งนี้เขาก็อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว” ก่อนจะเล่าความภูมิใจที่มีต่อทายาทรุ่นสามทั้งสองคน และการได้เห็นชาตรามือเป็นแบรนด์ที่ทุกคนรัก

“รู้สึกดีใจที่เห็นทุกคนรักแบรนด์เรา เพราะเป็นความมุ่งมั่นของเราที่อยากให้ลูกค้ามีความมั่นใจในชาตรามือ และเราอยากให้ลูกๆ รักษาคุณภาพและความสำเร็จนี้สืบเนื่องไปตลอด เราจะสอนลูกเสมอว่าให้ซื่อสัตย์กับลูกค้า อย่าคิดเอาเปรียบลูกค้าเด็ดขาด เราจะต้องให้สิ่งที่ดีที่สุดในราคายุติธรรมกับลูกค้า”

Writer

นภษร ศรีวิลาศ

อดีตนักเรียนเศรษฐศาสตร์ผู้วิ่งเล่นในแวดวงตลาดทุน หน่วยงานสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม และงานสายแบรนดิ้งเพื่อความยั่งยืน หลงรักการลองเสื้อคอลเลกชันใหม่ของ COS MUJI Marimekko BEAMS และมีเพจชื่อ น้องนอนในห้องลองเสื้อ

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load