ธุรกิจ : บริษัท พี.เค.แอล.โอเวอร์ซีส์ จำกัด

ประเภทธุรกิจ : ผลิตรูปหล่อและเฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทำมือ

ปีก่อตั้ง : พ.ศ. 2529

อายุ : 35 ปี

ผู้ก่อตั้ง : คุณประเสริฐ ลิมป์จันทรา และ คุณกัลยา ลิมป์จันทรา บริษัท พี.เค.แอล.โอเวอร์ซีส์ จำกัด (พ.ศ. 2529)

ทายาทรุ่นสอง : คุณคัฌฑธ์มาส ลิมป์จันทรา Masaya (พ.ศ. 2558)

หากใครเดินผ่านแถว Warehouse 30 และ The River City Bangkok อยู่บ่อยๆ คงเคยเห็นรูปหล่อทองเหลืองตัวน้อยใหญ่ตั้งเรียงรายบริเวณโค้งหน้าสถานเอกอัครราชทูตโปรตุเกสกันบ้าง 

แต่เดิม เราคิดเองเออเองว่ารูปหล่อหล่านี้เป็นผลงานทองเหลืองของชาวตะวันตกที่หลงใหลของเก่าซึ่งอาศัยอยู่แถบนั้น จึงขอสารภาพตามตรงว่า เมื่อรู้แจ้งเห็นจริงว่าผลงานเหล่านั้นทำขึ้นโดยช่างฝีมือชาวไทยจากโรงงาน Asia Collection ซึ่งดำเนินกิจการโดย คุณพ่อปุ๊ย-ประเสริฐ ลิมป์จันทรา และ คุณแม่แหวว-กัลยา ลิมป์จันทรา มากว่า 35 ปี และส่งออกสินค้าไปกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย

แม้ปัจจุบัน Asia Collection จะยังคงดำเนินกิจการได้อย่างไม่ติดขัด แถมยังมีออเดอร์เข้ามาไม่ขาดสาย เพราะยืนหนึ่งเรื่องคุณภาพมาตั้งแต่ครั้งอดีต ทายาทรุ่นสองอย่าง จา-คัฌฑธ์มาส ลิมป์จันทรา ออกตัวว่าธุรกิจรุ่นพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องใช้แผนการตลาดแบบใดก็อยู่ได้

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

แต่อีกมุมหนึ่ง เธอและครอบครัวก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความนิยมทองเหลืองของคนรุ่นใหม่ทั้งในไทยและต่างประเทศไม่ได้มากเท่าเดิมอีกต่อไป และเชื่อว่าธุรกิจจะยืนยาวได้เป็นร้อยปีต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองอายุ 6 ปีนาม Masaya ที่คุณแม่แหววเป็นผู้ริเริ่มและเธอเป็นผู้สานต่อ จึงถือกำเนิดขึ้น เพื่อทำให้บริษัทก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงในโลกสมัยใหม่ 

การ ‘ปรับ’ ธุรกิจครอบครัวของเธอให้ดูสนุกขึ้นอีกเป็นกองจะเป็นอย่างไร จาและคุณแม่ได้ให้คำตอบด้านล่างนี้แล้ว

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

โรงงานหล่อทองเหลืองที่ยืนหนึ่งทุกเรื่องตั้งแต่อดีต

ย้อนกลับไป 35 ปีก่อน ในยุคที่การหล่อพระยังเฟื่องฟู กิจการทองเหลืองของครอบครัวนี้เริ่มต้นจากคุณพ่อปุ๊ยและพี่ชาย ผู้ก่อตั้งโรงงานรับหล่อพระด้วยช่างฝีมือที่ฝึกกันมา แต่ด้วยสายตาเหยี่ยวของคุณแม่และคุณพ่อ จึงจับทุกกระแสความนิยมมาพัฒนาโรงงานอยู่เรื่อยๆ จากการหล่อพระทั่วไปในช่วงแรกก็เริ่มหันมาทำรูปหล่อแนวอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดจนกลายเป็นโรงงานทองเหลืองชั้นนำที่ผลิตรูปหล่อที่แตกต่างและมีคุณภาพ

“เราหล่อพระได้สักพักก็หันมาทำรูปหล่ออย่างเทพพนม เทวดาดีดพิณ และพระอภัยมณี ฯลฯ เพราะช่วงนั้นคนนิยมมาก พอคนเริ่มเบื่อ ก็หันมาทำรูปหล่อสไตล์จีนและญี่ปุ่น แล้วจึงเปลี่ยนมาทำรูปหล่อแบบยุโรปเกือบทั้งหมด ซึ่งถือเป็นโรงงานแรกๆ ที่ทำรูปหล่อยุโรปออกมาขาย” คุณแม่เล่าอย่างออกรส 

ความยืนหนึ่งที่ว่าไม่ได้หยุดอยู่ที่การเป็นโรงงานแรกที่ทำรูปหล่อสไตล์ยุโรปเท่านั้น หลังจากเปิดโรงงานขายส่งให้ร้านต่างๆ ในกรุงเทพฯ และลูกค้าชาวต่างชาติเมื่อ พ.ศ. 2529 แต่กลับถูกร้านรวงในกรุงเทพฯ คัดลอกผลงานไปทำพิมพ์ของตนเอง และจ้างให้อีกโรงงานผลิตให้เพื่อลดต้นทุน ใน พ.ศ. 2533 คุณแม่จึงตัดสินใจผลิตสินค้าในนาม Asia Collection ขึ้นเอง และเปิดโชว์รูมริมแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นโชว์รูมแรกๆ ในสมัยนั้นอีกเช่นกัน

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว
Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

“สมัยก่อนไม่ค่อยมีใครเปิดโชว์รูม พอเราเปิดก็ยิ่งดึงดูดลูกค้าชาวต่างชาติที่เดินผ่านไปผ่านมา ด้วยคุณภาพที่ดีมากๆ และด้วยแบบรูปหล่อที่ไม่ค่อยเหมือนร้านอื่น เราจึงได้ลูกค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนช่วงต้มยำกุ้ง โรงงานเราก็ยิ่งขายดี เพราะฐานลูกค้าเราคือพ่อค้าคนกลางชาวต่างชาติ” คุณแม่เล่าถึงยุคทองของ Asia Collection ก่อนขยายความว่าคำว่า ‘ขายดี’ ที่ว่า หมายถึงช่วงนั้นโรงงานต้องทำรูปหล่อส่งออกกว่า 12 – 20 ตู้คอนเทนเนอร์ทีเดียว 

“แต่ช่วงที่ซบเซาก็มีนะ อย่างช่วงที่จีนเริ่มเปิดโรงงานของตัวเอง ออเดอร์เราก็ลดน้อยลงมากๆ เพราะค่าแรงเขาถูก ลูกค้าบางกลุ่มเลยไปสั่งผลิตที่จีน บางกลุ่มก็สั่งรูปหล่อของเราไป แต่ส่งกลับไปที่จีนเพื่อคัดลอกพิมพ์ ตอนแรกเราก็ตกใจว่าของเราไปอยู่ที่จีนได้ยังไง แต่สุดท้ายลูกค้าก็กลับมาหาเราอยู่ดีเพราะคุณภาพนั้นต่างกัน”

ขณะที่โรงงานจีนมักใส่เหล็กเข้าไปจำนวนมากเพื่อลดต้นทุน รูปหล่อที่ได้จึงเปราะ เป็นสนิมง่าย แถมเคาะแล้วไม่กังวานไพเราะ กลับกัน ผลผลิตจาก Asia Collection นั้นประณีต เพราะเทคนิควิธีเฉพาะทาง และการใช้ทองเหลืองเกรดดีที่มีทองแดงเป็นส่วนผสม ช่วยให้ผลผลิตที่ได้แข็งแรงทนทาน 

ด้วยเหตุผลทั้งมวลเหล่านี้ ไม่แปลกใจหาก Asia Collection จะมีคู่ค้ามากกว่า 30 ประเทศ 

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

โรงงานทองเหลืองที่ใส่ใจลูกค้าทุกกระบวนการ

นอกจากคุณภาพที่ยืนหนึ่ง ผลงานที่แตกต่าง อีกสิ่งสำคัญที่คุณแม่เน้นย้ำว่า Asia Collection ไม่เหมือนใคร คือการบริการหลังขายที่ดีเลิศจนลูกค้ายอมรับ 

“เราอยู่ได้ยืนยาวขนาดนี้ เพราะเราดูแลเอาใจใส่ลูกค้าดีมาก เราแจ้งลูกค้าตลอดว่าตอนนี้ของผลิตถึงกระบวนการไหนแล้ว ไม่ใช่ว่าเงียบหายไปเลย เพราะการผลิตรูปหล่อแต่ละชิ้นใช้เวลานานหลายเดือน เวลาส่งของก็ต้องติดตามว่าของถึงหรือยัง ถ้าเขาเจอปัญหา เราก็ต้องคอยแนะนำหรือหาทางแก้ ถ้าสินค้าเสียหายเพราะเราแพ็กไม่ดีก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าวัตถุดิบขึ้นราคา เราก็จำเป็นต้องประคองราคาเดิมไปก่อน ห้ามขึ้นราคาลูกค้ากะทันหัน แต่ต้องแจ้งล่วงหน้าหกเดือน ไม่อย่างนั้นลูกค้าจะเดือดร้อน

“นอกจากนั้น เราจะต้องไม่ขายให้ลูกค้ามั่วซั่ว เช่น เราขายให้ลูกค้าหลายๆ คนจากอเมริกาได้เพราะอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ แต่เราจะขายให้ลูกค้าจากประเทศเบลเยียมซึ่งเป็นประเทศเล็กหลายคนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นลูกค้าจะไปตัดราคากันเอง” คุณแม่อธิบายถึงหัวใจสำคัญอีกข้อหนึ่งของ Asia Collection ซึ่งแม้จะทำให้เหนื่อยขึ้นแต่ก็คุ้มค่า จนทำให้โรงงานยืนยาวถึง 35 ปี ขณะที่โรงงานอื่นปิดตัวลงไปทุกปีๆ 

และแน่นอนว่า เมื่อลูกสาวคนรองอย่างจาเข้ามาดูแล หัวใจสำคัญข้อนี้ยังคงอยู่ในหลักการบริหารไม่จางหาย

โรงงานทองเหลืองกับความหลงใหลประวัติศาสตร์ศิลป์ของลูกสาว

ช่วงเวลาที่ Asia Collection เติบใหญ่จากการผลิตรูปหล่อแบบยุโรปออกมาขายไม่ขาดสาย คือความทรงจำที่ลูกสาวคนที่สองอย่างจาจำได้ และเพราะรูปหล่อแบบเรอเนซองส์ที่เรียงรายในโชว์รูม รวมทั้งแคตตาล็อกแบบหล่อที่คุณแม่เก็บสะสมนั่นเอง ล้วนเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้จาหลงใหลศิลปะ

“เวลาป๊าทำรูปหล่อใหม่ๆ ออกมา เราชอบไปหาอ่านประวัติของรูปหล่อเหล่านั้น ช่วงแรกที่ไปเรียนต่อเลยเลือกเรียนด้านประวัติศาสตร์ศิลป์ แต่ภายหลังก็เปลี่ยนมาเรียนด้านโฆษณาและดิจิตอลอาร์ต” ลูกสาวคนกลางเล่า และอาจเพราะเหตุผลเดียวกันนี้เองที่ทำให้เธอกลับมารับช่วงต่อกิจการ

“ป๊าจะพูดอ้อมๆ ว่า ถ้าเขาไม่ทำก็คงไม่มีใครทำแล้ว เราเลยซึมซับตั้งแต่เด็กว่าต้องกลับมาทำแทนเขา อีกใจหนึ่งก็รู้ว่าการมีโรงงานเป็นของตัวเอง มันเปิดโอกาสให้เราทำอะไรได้หลายอย่าง เราควรรับโอกาสนั้นมา แล้วสานต่อให้มันเดินต่อไปได้” 

Masaya เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองทันสมัย ต่อยอดจากโรงงานรูปหล่อทองเหลือง 35 ปีของครอบครัว

แม้จะยังไม่เห็นลู่ทางที่เธอจะเข้ามาพัฒนาธุรกิจครอบครัวในช่วงแรก เพราะ Asia Collection ยังไปได้ดีไม่มีขัด แต่เมื่อคุณแม่เปิดแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองนาม Masaya เมื่อ พ.ศ. 2558 เพราะเห็นโอกาสจากการที่ลูกค้าสั่งทำเฟอร์นิเจอร์ทองเหลือง และเห็นว่าเฟอร์นิเจอร์น่าจะไปได้ดีกว่างานหล่อรูปหล่อในอนาคต จาจึงมั่นใจว่านี่แหละคือแบรนด์ที่เธอจะกลับมาต่อยอด

“ม้าได้พี่ อภิวัฒน์ ชิตะปัญญา มาเป็นดีไซเนอร์ให้แบรนด์จากการแนะนำของเพื่อนๆ แล้วเขาก็เอางานมาให้เราดูว่าม้ากำลังทำแบบนี้อยู่นะ ด้วยเราชอบเรื่องการตกแต่งภายในอยู่แล้ว เลยคิดว่าถ้าได้เข้ามาทำก็น่าจะสนุกดี” ลูกสาวคนกลางออกปากรับคำและเข้ามาเรียนรู้ในฐานะพนักงานคนหนึ่ง ด้วยการตอบอีเมลและศึกษากระบวนการทำรูปหล่อทองเหลืองทันที

“ภาษาอังกฤษเราแข็งแรงที่สุดในออฟฟิศ สิ่งแรกที่ทำจึงเป็นการตอบอีเมลลูกค้า แต่เราก็เจอคำถามเกี่ยวกับกระบวนการทำที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่อยากคอยถามคนอื่นแล้ว เราจึงไปเรียนรู้กระบวนการทำทั้งหมดที่โรงงานเองเลย” การลงลึกถึงขั้นตอนในครั้งนั้นเองที่ทำให้เธอตระหนักว่า กว่าจะได้รูปหล่อ 1 ชิ้นนั้นละเอียดอ่อนมากจริงๆ

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย
ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

ขั้นแรกคือช่างหล่อจะต้องหล่อแบบขี้ผึ้งขึ้นเพื่อสร้างพิมพ์ซิลิโคน จากนั้นต้องเทขี้ผึ้งอีกรอบก่อนโบกปูนเพื่อให้ขี้ผึ้งเซ็ตตัว แล้วจึงเททองเหลืองลงพิมพ์ได้ ทองเหลืองที่ร้อนระอุก็จะแทนที่ขี้ผึ้งที่หลอมละลาย เมื่อชิ้นส่วนทองเหลืองแต่ละชิ้นเรียบร้อย จึงถอดออกมาเพื่อประกอบเข้าด้วยกัน แล้วขัดเงา ทำสี และขัดเงาอีกครั้ง 

“การเข้าใจกระบวนการเหล่านี้สำคัญมากสำหรับการเจรจาซื้อขาย เพราะลูกค้าชาวต่างชาติจะมีคำถามเกี่ยวกับสินค้าตลอด ในแต่ละครั้งที่อธิบาย เราก็บอกไม่เหมือนกันสักครั้ง เพราะกระบวนการเหล่านี้ละเอียดและซับซ้อนมาก นอกจากนั้น หากเราเข้าใจมุมมองช่าง เราจะพอมองภาพออกว่าดีไซน์ที่ลูกค้าต้องการนั้นเป็นไปได้มากขนาดไหน” เธออธิบายถึงการฝึกงานเมื่อ 4 ปีก่อนให้ฟัง

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

โรงงานทองเหลืองยุค 5G

กับหลายธุรกิจครอบครัว การเข้ามาของทายาทรุ่นใหม่มักเป็นการเปลี่ยนระบบภายในและจัดการสิ่งต่างๆ ให้ดูทันสมัยขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะประเภทธุรกิจที่เอื้อให้ทำ แต่กับ Masaya และ Asia Collection ที่เป็นธุรกิจที่ดำเนินด้วยงานฝีมืออันประณีต การเข้ามาดูแลกิจการของจาจึงไม่ใช่การพลิกโฉมโรงงานครั้งใหญ่อย่างการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงาน แต่เป็นการ ‘ปรับ’ รูปแบบการขายให้ทันสมัยกับโลกยุค 5G 

“ช่วงที่เราเข้ามาดูแล คุณแม่เริ่มก่อตั้ง Masaya ได้สองปี ตอนนั้นคุณแม่อาศัยการไปงานแฟร์ที่ฝรั่งเศส เพื่อให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์มากขึ้น ซึ่งก็ช่วยได้จริงๆ และทุกวันนี้เรายังคงไปออกงานแฟร์อยู่ เพราะนี่คืองานใหญ่ที่จะทำให้คนรู้จักแบรนด์เราได้มากขึ้น

“แต่เราก็มองว่าเฟอร์นิเจอร์บนโลกใบนี้มีหลายร้อยแบรนด์ การขายในโชว์รูมที่ไม่ได้อยู่ในห้างจะทำให้คนรู้จักแบรนด์เรายากมาก และที่สำคัญ คนรุ่นนี้ซื้อของผ่านออนไลน์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งที่เราต้องทำจึงคือ การทำให้ช่องทางการขายออนไลน์ของเราดีขึ้นกว่านี้” 

จาเริ่มจากนำสินค้าทั้งหมดที่มีไปถ่ายภาพ เพื่อให้การเจรจาซื้อขายผ่านอีเมลระหว่างแบรนด์กับลูกค้าง่ายขึ้น อีกทั้งขยายช่องทางการขายไปยังเว็บไซต์รวมงานดีไซน์ที่ชาวต่างชาตินิยม ซึ่งก็ได้ผลตอบรับดีเกินคาด ล่าสุดจากำลังพัฒนาเว็บไซต์ของแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าต่างชาติเข้าถึงได้ง่ายกว่าเก่า และกำลังจะพัฒนาช่องทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมให้แข็งแรง เพื่อรองรับแนวทางในอนาคตที่อยากทำให้คนไทยรู้จักธุรกิจครอบครัวทั้งสองขามากขึ้น

โรงงานทองเหลืองฉบับคนรุ่นใหม่

นอกจากจาจะ ‘ปรับ’ รูปแบบการขายให้ซื้อขายได้คล่องมือแล้ว อีกสิ่งสำคัญที่มีผลต่อทิศทางของ Masaya ไม่น้อย คือการปรับดีไซน์ของเฟอร์นิเจอร์ให้ดูสนุก ลุกนั่งสบาย สไตล์คนเจนเนอเรชันนี้มากขึ้น

จาวิเคราะห์ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่ค่อยนิยมทองเหลืองเท่าไหร่ ไม่ว่าจะคนไทยหรือต่างชาติ เราจึงต้องปรับให้เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองของเราร่วมสมัย เพื่อให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น” 

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

การเข้ามาปรับดีไซน์ของเธอ หมายรวมถึงการปรับวัสดุบางส่วนเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย อย่างแทนที่จะใช้หินอ่อนท็อปขาโต๊ะทองเหลืองแบบที่แม่แหววชอบ ก็ใช้กระจกใสที่ดูร่วมสมัย ทั้งยังทำให้เห็นขาทองเหลืองได้ด้วย

นอกจากนั้น การปรับที่ว่ายังหมายรวมถึงการทำให้เฟอร์นิเจอร์ของแบรนด์ไม่เพียงสวยงามเท่านั้น แต่ต้องใช้ได้จริง แทนที่จะทำม้านั่งหุ้มเบาะที่อาจไม่เหมาะกับการวางนอกบ้านเท่าไหร่ เธอก็เพิ่มม้านั่งทองเหลืองทั้งชิ้นเพื่อให้ใช้งานได้จริง หรืออย่างเก้าอี้คอลเลกชัน Ink อันโด่งดังฝีมืออภิวัฒน์ เธอก็เสนอให้ทำพนักโค้งรับสรีระเพื่อให้นั่งได้สบายกว่าเก่า

นอกจากนั้น จายังอธิบายการปรับและพัฒนาครั้งนี้ว่า “เราจะเป็นคนมองเทรนด์ว่าช่วงนี้สินค้าอะไรที่ขายดีบ้าง เพื่อเสนอให้ดีไซเนอร์ผลิตสินค้าประเภทนั้นให้หลากหลายขึ้น จะได้ตอบสนองความต้องการของลูกค้า เช่น ช่วงโควิด-19 ของใช้เล็กๆ น้อยๆ ในบ้านมักขายดี เราก็อาจพัฒนาของประเภทเดียวกันออกมามากขึ้น 

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

“หลายครั้ง เราจะคาดการณ์จากประสบการณ์การใช้งานและฐานลูกค้าว่า คนประเทศนี้ รูปร่างแบบนี้ จะอยากได้อะไร เช่น โต๊ะคอนโซลของเรานั้นเตี้ย ซึ่งอาจไม่เหมาะกับลูกค้าตะวันตกที่รูปร่างสูงใหญ่ เราก็ทำให้ขาโต๊ะสูงขึ้นหน่อยไหม จะได้ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากขึ้น” 

แม้ในวันแรกๆ ที่ Masaya ถือกำเนิด ลูกค้าไทยและต่างชาติจะยังไม่ค่อยรู้จักแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบรนด์นี้มากนัก แต่ด้วยสไตล์การออกแบบเฉพาะของอภิวัฒน์ การเข้ามาดูแลช่องทางการขายและแนวทางดีไซน์โดยจา รวมถึงเทคนิควิธีการหล่อทองเหลืองเฉพาะทางที่ทำให้ได้เส้นสายพลิ้วไหวดูธรรมชาติ แตกต่างจากแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองแบรนด์อื่นๆ ที่เป็นรูปทรงเรขาคณิตด้วยรังสรรค์ขึ้นจากเครื่องจักรสมัยใหม่ 

ไม่นาน Masaya ก็เป็นที่รู้จักว่าเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองร่วมสมัยที่ส่งออกกว่า 12 ประเทศ เช่น เบลเยียม สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร กรีซ และอิตาลี 

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย
ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

โรงงานทองเหลืองของคน 2 รุ่น

ในมุมของเรา ความยากของการทำแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ทองเหลืองคงไม่พ้น ‘ทำยังไงให้คนรุ่นใหม่กลับมาสนใจ’ แต่ทายาทผู้สานต่อกลับยืนยันว่าประเด็นนี้ไม่ยากเท่าไหร่ เนื่องจาก Masaya มีฐานลูกค้าชาวต่างชาติอยู่พอสมควร สิ่งที่ยากจริงๆ คือ ‘ทำยังไงให้ดำเนินธุรกิจครอบครัวบนความคิดที่แตกต่างระหว่างคนสองรุ่นได้’ 

“ด้วยความที่ป๊าทำ Asia Collection แล้วมันเวิร์กมาตลอดสามสิบห้าปี เขาไม่ค่อยอยากลองสิ่งใหม่ๆ ส่วนม้าก็ชอบสไตล์เก่าๆ ที่อาจไม่เข้ากับยุคสมัย เราจึงเห็นไม่ตรงกันแทบทุกครั้งที่จะทำโปรเจกต์ใหม่ๆ” ทายาทเล่าพลางหัวเราะ

 “บางอย่างป๊ามองว่าถ้าทำแบบที่เราต้องการ ทองเหลืองอาจจะรับน้ำหนักไม่ได้ ซึ่งบางครั้งมันก็ใช่ แต่อีกทางหนึ่ง ถ้าเราไม่ลอง เราก็ไม่รู้ว่าผลสุดท้ายจะเป็นยังไง ทางแก้คือต้องรับฟังซึ่งกันและกัน เขาก็ต้องเปิดใจให้เรา เราก็ต้องเปิดใจให้เขา และเราต้องลองทำเพื่อจะได้รู้ไปเลยว่ามันเวิร์กหรือไม่ ไม่อย่างนั้นก็จะเถียงกันอย่างเดียว แต่ไม่ได้เดินหน้าต่อ” ลูกสาวบอกถึงปัญหาใหญ่ ก่อนตอบคำถามที่เราสงสัยว่า การเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวครั้งนี้ทำให้เธอกดดันบ้างไหม

“เรายังกังวลอยู่ตลอดว่าถ้าต้องเข้ามาดูแลเต็มตัว แต่ไม่ได้มีความรู้ช่างเท่าป๊าแล้วจะทำได้ไหม แต่ลึกๆ ก็มั่นใจพอสมควรว่าความรู้ที่เรามีอยู่ก็น่าจะสานต่อได้ และเราต้องทำให้ทั้งสองแบรนด์มันไปได้ไกลกว่านี้ ทั้งในแง่การส่งออกที่ส่งออกได้หลายประเทศยิ่งขึ้น และการสร้างความรับรู้ในประเทศไทย 

“เป้าหมายตอนนี้ คือเราไม่ได้อยากให้คนไทยมาซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือรูปหล่อนะ อยากให้คนไทยเปิดใจมากขึ้นว่าทองเหลืองทำได้มากกว่าการหล่อพระหรือรูปหล่อต่างๆ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเขาได้” ทายาทรุ่นสองทิ้งท้ายความตั้งใจ

ทายาทรุ่นสองโรงงานรูปหล่อทองเหลืองที่พาธุรกิจครอบครัวเดินไปพร้อมยุคใหม่ ผ่านช่องทางออนไลน์และดีไซน์ทันสมัย

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

เธียรสิน สุวรรณรังสิกุล

ปัจจุบันกำลังหัดนอนก่อนเที่ยงคืน

ทายาทรุ่นสอง

เรื่องราวการต่อยอดธุรกิจครอบครัวในมือทายาทรุ่นต่อมา

ธุรกิจ : Wawa Group หรือ บริษัท นิวไวเต็ก จำกัด (เดิม)

ประเภทธุรกิจในอดีต : สิ่งพิมพ์

ประเภทธุรกิจในปัจจุบัน : เทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซ

ปีที่ก่อตั้ง : พ.ศ. 2500

อายุ : 65 ปี

ผู้ก่อตั้ง : ไว เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสอง : เกรียงไกร เธียรนุกุล

ทายาทรุ่นสาม : กร เธียรนุกุล

ไม่มีใครเข้าใจคำว่า Digital Disruption หรือการเปลี่ยนแปลงเฉียบพลันของเทคโนโลยีเท่ากับธุรกิจสิ่งพิมพ์อีกแล้ว

กลิ่นหมึก เสียงเครื่องจักรทำงานดังสนั่นและเครื่องพิมพ์ Mitsubishi สีฟ้ารุ่นแรกของประเทศไทยคือสิ่งที่บอกเล่าประสบการณ์ในอุตสาหกรรมการพิมพ์ของ ‘นิวไวเต็ก’ ได้เป็นอย่างดี กระดาษกองโตจำนวนมหาศาลถูกแปลงเป็นใบปลิว โบรชัวร์ คู่มือใช้งานสินค้าและอีกสารพัดสิ่งพิมพ์โฆษณาหลายล้านชิ้นในช่วงกว่า 6 ทศวรรษจากวันแรกของ ไว เธียรนุกุล ผู้ก่อตั้งสู่ปัจจุบัน กร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งยังคงนั่งทำงานอยู่ในอาคารเก่าแก่ย่านสี่พระยานี้

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

ผ่านจุดที่รุ่งเรืองที่สุดของวงการสิ่งพิมพ์ และจุดเปลี่ยนที่มาเยือนแท่นพิมพ์เร็วกว่าที่คิด

ว่ากันว่าคนรุ่นแรกคือผู้ก่อร่างสร้างตัวจากสองมือเปล่า และคนรุ่นสองคือผู้ต่อยอดสร้างธุรกิจให้เติบโต แต่บทถัดไปของคนรุ่นสามที่โรงพิมพ์นิวไวเต็กนี้ ต้องการเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่เชื่อมโยง 45 อุตสาหกรรมไว้ด้วยกันบนตลาดออนไลน์ เพื่อก้าวต่อไปบนเส้นทางที่ท้าทายกว่าเดิม

อยู่รอดเพื่อเติบโต

เติบโตเพื่อสร้างตำนานต่อไปในอนาคต

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เริ่มต้นที่ ‘เสื่อผืน หมอนใบ’

คุณกรเล่าให้เราฟังว่า คุณปู่ของเขา (ไว เธียรนุกุล) คืออีกหนึ่งตัวอย่างของคนจีนโพ้นทะเลที่มาตามหาอนาคตในเมืองไทย ยุคนั้นเทคโนโลยียังไม่ได้ใกล้ตัวและมีบทบาทกับผู้ประกอบการมากเหมือนปัจจุบัน หนทางเดียวของ ‘คนต้นตระกูล’ หรือเบบี้บูมเมอร์ทั้งหลาย คือต้องขยันทำมาหากิน หนักเบาเอาสู้และเปิดรับทุกโอกาสโดยไม่มีข้อแม้

ปู่ของเขาเห็นว่าธุรกิจสิ่งพิมพ์ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก เพราะคนทำโรงพิมพ์ยังมีน้อยราย จึงก่อตั้งโรงพิมพ์แห่งแรกของตระกูลที่ตลาดน้อย รับจ้างผลิตสิ่งพิมพ์เพื่อการโฆษณาตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนธุรกิจเติบโตมากขึ้นจึงย้ายมาโรงพิมพ์แห่งใหม่ย่านสี่พระยา ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

“คุณปู่เล่าว่าแต่ก่อนตรงสี่พระยาโล่งมาก จากนั้นก็เริ่มมีคนจีนเข้ามาทำมาหากิน สังเกตดูชื่อบริษัทแถวนี้จะเป็นชื่อภาษาจีนหมดเลย”

โรงพิมพ์นิวไวเต็กในยุคเริ่มต้นเน้นพิมพ์สื่อโฆษณาเป็นหลัก จนเมื่อธุรกิจถูกส่งต่อให้กับลูกชายคนโตอย่าง เกรียงไกร เธียรนุกุล ทายาทรุ่นสองจึงหันมาขยายตลาดในธุรกิจสิ่งพิมพ์ปลอดการปลอมแปลงหรือ Security Prining สำหรับลูกค้ากลุ่มธนาคาร ซึ่งผลตอบรับดีมาก หลายสถาบันการเงินรวมทั้งแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง American Express ต่างก็เป็นลูกค้าของที่นี่ทั้งนั้น เนื่องจากการพิมพ์ลักษณะนี้ต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและมีเพียงไม่กี่โรงพิมพ์ที่ทำได้ ขณะเดียวกันสิ่งพิมพ์โฆษณาที่เป็นรายได้สำคัญก็ยังเติบโตต่อเนื่องด้วย

“สมัยผมยังเด็ก ธุรกิจโรงพิมพ์ดีมาก ทำงานกัน 7 วันแทบไม่หยุดเพราะงานล้นมือ ตั้งแต่จำความได้ ผมเดินเข้าไปในโรงพิมพ์ก็เห็นเครื่องพิมพ์ทำงานเสมอ วุ่นวายมาก กลับมาดึกแค่ไหนก็เห็นคนงานเดินไปมา รถจัดส่งวิ่งเข้าออกตลอด โกดังที่นี่ไม่ได้ใหญ่เท่าคนอื่น ก็ต้องบริหารจัดการพื้นที่ให้ดี อยู่ข้างนอกเวลาเจอใบปลิวของแบรนด์ดัง ๆ ที่พิมพ์จากโกดังเรา ก็ภูมิใจว่านี่มันของบ้านเราพิมพ์นี่นา”

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

งานพิมพ์ที่ดีเขาดูกันอย่างไร

คุณกรบอกว่าคนในวงการพิมพ์จะดูกันที่เม็ดสี เมื่อพิมพ์งานเสร็จแล้ว เม็ดสีต้องไม่เหลื่อมกัน ผู้เชี่ยวชาญจะใช้กล้องส่องแบบเดียวกับการตรวจสอบอัญมณี เพื่อดูว่างานพิมพ์คมชัดหรือไม่ การลงทุนซื้อเครื่องพิมพ์คุณภาพสูงจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่าคู่แข่งได้ แม้จะต้องใช้เงินราว 30 – 40 ล้านบาทต่อเครื่อง แต่การทำธุรกิจในช่วง ‘ขาขึ้น’ อย่างไรเสียก็มีกำไร โรงพิมพ์นิวไวเต็กไว้เวลาเพียง 2 – 3 ปีเท่านั้นก็คืนทุนแล้ว

คำสอนที่คุณปู่สอนคุณพ่อ และคุณพ่อก็สอนเขาต่อกันมาคือ “ทำธุรกิจอะไรก็ได้ แต่ขอให้สุจริต ไม่เบียดเบียนคนอื่น” คุณกรจึงเชื่อว่าธุรกิจต้องยึดเรื่องความดีเป็นหลักก่อน ไม่นานจากก้าวแรก นิวไวเต็กเติบโตมากขึ้นจากรุ่นที่หนึ่งไปสู่รุ่นที่สอง ในยุคที่การพิมพ์เฟื่องฟูที่สุดได้

คุณพ่อเกรียงไกร เป็นที่นับหน้าถือตาในอุตสาหกรรมนี้มานานแล้ว เคยดำรงนายกสมาคมการพิมพ์ไทยมาหลายสมัย และมีส่วนผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมสินสาคร (ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร) ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ธุรกิจการพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย ความมุ่งมั่นในตอนนั้นคือการยกระดับวงการการพิมพ์ โดยมีคู่เทียบที่สำคัญคือประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพิมพ์ของเอเชีย ทั้งที่มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทยและจำนวนอุตสาหกรรมก็น้อยกว่า จึงเป็นที่มาของพื้นที่อุตสาหกรรมการพิมพ์ขนาดใหญ่และสถาบันการพิมพ์ไทย (Thai Printing Academy) ผลิตคนมีฝีมือออกไปสร้างชื่อเสียงในเวทีสากลจนถึงทุกวันนี้

“ตอนนั้นเป็นยุครุ่งเรืองของธุรกิจการพิมพ์ ราคางานพิมพ์ดีมาก เราเลือกลูกค้าเองด้วยซ้ำว่าเราอยากจะทำให้ใคร แต่เดี๋ยวนี้ลูกค้าเป็นฝ่ายเลือกเรา เพราะอุปสงค์ต่ำกว่าอุปทานมาก แถมสู้ราคากันจนกำไรแทบไม่มี”

ขึ้นชื่อว่าโลกธุรกิจ ไม่เคยมีอะไรง่ายและจะไม่มีวันง่าย การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา ภาพอดีตที่หอมหวานผ่านไปอย่างรวดเร็ว สื่อดิจิทัลขยายตัวสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสน่ห์ของสิ่งพิมพ์จึงแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมที่เคยมีอีกต่อไป

จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่
จากนิวไวเต็ก สู่ Wawa Group เปลี่ยนผ่านตำนานโรงพิมพ์ 6 ทศวรรษเพื่อการแข่งขันในโลกใหม่

เทคโนโลยีป่วน ธุรกิจเปลี่ยน

เดิมคุณกรมีแผนไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากเรียนจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่แล้วโชคชะตาก็พลิกผัน เมื่อต้องกลับมาช่วยธุรกิจครอบครัวเร็วกว่าที่คิด เนื่องจากคุณน้าซึ่งเป็นกำลังหลักฝั่งทีมขายเสียชีวิต เขาจึงต้องรับหน้าที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ต่อ ในวันที่อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจเอาเสียเลย

“ผมไปคุยกับลูกค้ารายใหญ่ทั้งหมด เพื่อแนะนำตัวว่ามาทำแทนคุณน้า เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง จำได้เลยว่าเจอลูกค้าอินเดีย เขาบอกผมว่ามีข่าวร้ายนะ คืองบประมาณโฆษณาสื่อออฟไลน์สำหรับการทำการตลาดก็คือสิ่งที่เราทำให้ทั้งหมด จะโดนหั่นออกไป 80 เปอร์เซ็นต์ ตอนนั้นคนเริ่มนิยมใช้เฟซบุ๊กและยูทูบกันมากแล้ว เห็นว่าช่องทางการทำการตลาดออนไลน์มีประสิทธิภาพมากกว่า ตรวจสอบได้เลย คนก็เทเงินไปการตลาดออนไลน์กัน วันนั้นผมรู้เลยว่า สิ่งที่เราทำอยู่ไม่ทันสมัยแล้ว มันไม่ใช่แล้วล่ะ”

คุณกรพบว่าลูกค้ารายอื่น ๆ ก็บอกกับเขาแบบนี้เช่นกัน จึงปรึกษากับคุณพ่อในฐานะนักธุรกิจใหญ่ซึ่งเห็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงมาก่อนหน้านี้ จากการเดินทางไปดูงานในต่างประเทศ และพบว่าการพิมพ์เพื่อการโฆษณาไม่ได้มีอนาคตที่สดสดใสอีกต่อไป สองพ่อลูกนั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเวลานั้นโรงพิมพ์หลายรายเริ่มหันไปผลิตบรรจุภัณฑ์แทน เพื่อสอดรับกับการขายของออนไลน์ที่เติบโตมากขึ้น ปรับแต่งเครื่องจักรและกระบวนการเข้าไปก็ทำให้เห็นทางออกเพื่อหนีตายได้

แต่นั่นไม่ใช่ทางที่คุณกรเลือก

เขาคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำสิ่งใหม่โดยไม่ยึดโยงกับอุตสาหกรรมเดิม นั่นคือแพลตฟอร์มออนไลน์ในชื่อ Wawa Pack เป็นการต่อยอดจากความรู้ด้านบรรุภัณฑ์และเครือข่ายทางธุรกิจที่ครอบครัวมี ตั้งเป้าเป็นตลาดออนไลน์สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการบรรจุภัณฑ์และคู่ค้าหรือ B2B โดยเฉพาะ โดยที่คุณกรต้องดูแลทั้งธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่เป็นหลักยึดของครอบครัวและธุรกิจดิจิทัลไปพร้อม ๆ กัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“Wawa Pack เริ่มจากทีมเล็ก ๆ เราดึงพนักงานนิวไวเต็กที่ดูมีหน่วยก้านดีมาร่วมกันทำงาน จะสัมภาษณ์ดูความเข้าใจว่าเขารู้จักเทคโนโลยีมากน้อยแค่ไหน เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ หรือเปล่า และให้ลองมาทำกันจริง ตอนนั้นคุณพ่อและผู้ใหญ่ในครอบครัวเขาก็ไม่ได้ปิดกั้นแต่ก็มีข้อสงสัยในใจ อย่างลงทุนของโรงพิมพ์ยังได้เห็นเครื่องจักรที่จับต้องได้ รู้ว่ามีสินทรัพย์เท่าไหร่ ขายต่อก็ได้ แต่มาทำเทคโนโลยีแพลตฟอร์มจับต้องไม่ได้ ก็เลยกล้า ๆ กลัว ๆ คิดกันว่ามันจะดีหรือเปล่า แถมลงทุนเยอะด้วย พอไม่ใช้แล้วจะขายต่อก็ไม่ได้มีมูลค่าอะไรอีก หายไปเลย ไม่เหมือนเครื่องจักรที่ขายต่อมือสองหรือขายเป็นเศษเหล็กได้”

เป็นเรื่องธรรมดาของคนรุ่นใหม่ที่ต้องสานต่อธุรกิจของครอบครัว ทุกคนจะต้องพิสูจน์ฝีมือการบริหารธุรกิจเพื่อซื้อใจหัวหน้าคนสำคัญ ซึ่งก็คือบุพการีหรืออาจเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ยังมีบทบาทและอำนาจตัดสินใจในองค์กร ทายาทรุ่นสามของนิวไวเต็กเชื่อว่าการยืมปากคนอื่นมาพูดแทน คือวิธีการที่ช่วยได้มาก จึงสมัครเข้าแข่งขันตามเวทีแข่งขันหรือพิชชิ่งของกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อทำให้ ‘คนนอก’ มาช่วยรับรองวิธีคิดและไอเดียของเขาว่าน่าสนใจและทำได้จริงผ่านรางวัลต่าง ๆ ที่คว้ามาได้

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย
เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมบอกเขาว่าจะไปหาลูกค้าของโรงพิมพ์นะ แต่ที่จริงผมไปพิชชิ่งกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมแทน หายไป 3 วันเลย คุณพ่อก็เข้าใจว่าผมไปหาลูกค้า จนผมก็ได้รางวัลรองชนะเลิศกลับมา นั่นเป็นเวทีแรกเลย ผมแบกรางวัลมาโชว์ให้พวกเขาเห็นว่างานของผมมีคนซื้อไอเดียนะ ก็เลยสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น เขาเลยให้ลอง หลังจากนั้นก็ยังไปประกวดอีกหลายเวที 

“ทำ Wawa Pack ถือว่าท้าทายมาก เพราะตลาดออนไลน์แบบ B2B ตอนนั้นเป็นเรื่องที่ใหม่มาก ผมอายุน้อย คนที่คุยด้วยก็เป็นคนรุ่นพ่อ ถ้าเจอคนต่างรุ่นก็ต้องใช้รางวัลและการรับรองที่ได้ทั้งจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) รวมทั้งกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม มาสร้างความมั่นใจ จะดูน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น”

เมื่อโจทย์เก่าถูกแก้ด้วยวิธีการใหม่ ก็มักจะมีโจทย์ใหม่เข้ามาทายเสมอ

การเดินทางจากนิวไวเต็กจึงไม่ได้จบแค่เพียง Wawa Pack เท่านั้น

ฝันใหญ่ที่ต้องไปให้ถึงกับแพลตฟอร์มสินค้าอุตสาหรรมของคนไทย

เมื่อธุรกิจใหม่ขยายตัวได้พอสมควร จนมีสินค้ากว่า 3,000 รายการในระยะเวลาไม่กี่เดือนจากผู้ขายนับร้อยราย คุณกรเห็นโอกาสต่อยอดจากห่วงโซ่อุปทานที่หลายบริษัทบนแพลตฟอร์มมี ซึ่งไม่ได้ทำแค่บรรจุภัณฑ์เท่านั้น ยังมีสินค้ากลุ่มอื่นอีกมากในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีศักยภาพด้วย

“ลูกค้าก็มาคุยว่าในเครือของเขามีสินค้าประเภทอื่นอีกเยอะ ถ้าเอาสินค้าทั้งบริษัทเขามาขายบนแพลตฟอร์มนี้ได้หรือเปล่า ก็เลยเกิดไอเดียว่านี่อาจเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของเรา เพราะถ้าจำกัดแค่บรรจุภัณฑ์ ตลาดก็จะแคบ แต่ถ้าคนต้องการสินค้าประเภทอื่นด้วยมันก็ขายได้ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อจาก Wawa Pack เป็น myWawa ซึ่งตั้งเป้าจะเป็นตลาดออนไลน์ของ 45 กลุ่มอุตสาหกรรมไปเลย”

สิ่งที่น่าทึ่งของการเชื่อมจุดในโลกธุรกิจ คือจะมีจุดใหม่ ๆ ให้เชื่อมต่อไปเสมอ

แม้จะยังไม่ได้เปิดตัวในวงกว้างอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันแพลตฟอร์ม myWawa มียอดขายเกิดขึ้นระดับพันล้านบาท จากผู้ขายรายใหญ่ที่มีความเคลื่อนไหวประจำหลายสิบราย สำหรับเป้าหมายในอนาคต คุณกรต้องการดึงกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) เข้ามามากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมและเป็นพื้นที่ของผู้ประกอบการไทยโดยคนไทยอย่างแท้จริง โจทย์สำคัญที่ต้องแก้ของคนตัวเล็กคือข้อจำกัดด้านบุคลากร เทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ต้องช่วยกันเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่โลกดิจิทัลด้วยกัน

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ธุรกิจใหญ่ไปได้ ธุรกิจก็ต้องมีทางเดินด้วย

สำหรับโครงสร้างองค์กรนั้น นิวไวเต็กจะเป็นเหมือน ‘ยานแม่’ หรือบริษัทโฮลดิ้งของ Wawa Group ที่แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วยกลุ่มแรกคือ Wawa Service and Marketing Group นั่นคือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ myWawa ที่เป็นทั้งตลาดและการบริการลูกค้า กลุ่มที่สองคือ Wawa Financial Group ธุรกิจด้านความปลอดภัยที่เข้ามาช่วยเสริมแพลตฟอร์มให้แข็งแรง เพื่อการยืนยันตัวตนของผู้ใช้งานและการชำระเงินที่ปลอดภัย และกลุ่มที่สามคือ Wawa Logistics Group ธุรกิจบริหารจัดการการขนส่งที่เกิดขึ้นบน myWawa

ความท้าทายของตลาด B2B คือมีปริมาณการซื้อขายที่ใหญ่ ผ่านกระบวนการทางธุรกิจที่มากกว่าการขายปลีกโดยตรงให้กับผู้บริโภค ผู้ซื้อสินค้าจะสอบถามราคาสินค้าโดยอ้างอิงจากปริมาณที่ต้องการจากนั้นผู้ขายจะเสนอราคา ต่อรองเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่พอใจทั้งสองฝ่าย จากนั้นจึงเปิดคำสั่งซื้อพร้อมกับตกลงเงื่อนไขการชำระเงินในรูปแบบเครดิตเทอม ซึ่งระบบของ myWawa ต้องรองรับขั้นตอนที่สลับซับซ้อนเหล่านี้ทั้งหมด ครอบคลุมตั้งแต่การสอบถามสินค้าไปจนถึงการจัดส่งถึงโรงงาน

“อย่างเรื่องการขนส่ง เขาไม่ได้ส่งกันเป็นชิ้น แต่ส่งเป็นรถคันใหญ่ทีละ 50 – 60 ลัง ดังนั้น จะใช้ขนส่งรูปแบบเดิมไม่ได้ เราจะใช้แบบเหมาทั้งคัน จะขนของขึ้นเต็มคันหรือครึ่งคันก็ตามที ค่าขนส่งจะถูกลง เรื่องนี้คนทำธุรกิจส่วนใหญ่คุ้นเคยดี จะต่อรองกันอยู่แล้วว่าถ้าส่งปริมาณมาก ๆ จะมีส่วนลดเพิ่มหรือเปล่า พอตกลงกันได้ก็คุยกันเรื่องเงื่อนไขการชำระเงินต่อ ส่วนใหญ่ใช้การโอนเงินหรือจ่ายเช็คกันทั้งนั้น”

กลายเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบเต็มตัว เหลือภาพแท่นพิมพ์และกลิ่นหมึกเป็นความทรงจำสีจาง ๆ เท่านั้น

“คุณพ่อผมเห็นธุรกิจการพิมพ์ที่รุ่งโรจน์มาก ๆ มาวันนี้ต้องเปลี่ยนผ่านแล้ว เขารู้นะว่าต้องหันไปทำอย่างอื่นมากขึ้น แต่ก็ทำใจได้ยากอยู่ดี ต้องใช้เวลา เราคิดกันว่ามาถูกทางแล้วล่ะ ผลตอบรับค่อนข้างดี สมัยก่อนนิวไวเต็กเป็นตัวบอกว่าเราคือใคร ตอนนี้ก็จะไปอยู่เบื้องหลังและใช้ Wawa Group นำหน้าแทน ตอนนี้พนักงานของนิวไวเต็กน้อยลงมาก หลายคนก็เกษียณไปแล้ว บางคนบอกว่าเห็นคุณกรตั้งแต่แรกเกิด คนที่อยู่ตอนนี้เราก็ยังให้เขาทำงาน แต่ไม่ได้รับคนและไม่ได้ลงทุนเพิ่มแล้ว”

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

ส่งต่อความคิด สื่อสารเพื่อความเข้าใจ

ธุรกิจครอบครัวที่ดำเนินการมายาวนานมักจะเจอปัญหาการทำงานของคนต่างรุ่น คนรุ่นเก่าถือเป็นหลักสำคัญที่ช่วยเจ้าของธุรกิจสร้างเนื้อสร้างตัว อยู่รอดจนเติบโตได้ ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็เป็นเรี่ยวแรงที่เป็นอนาคตเพื่อสานต่อและเปลี่ยนผ่านองค์กรไปสู่สิ่งใหม่ คุณกรในฐานะทายาทรุ่นสามเชื่อว่าการสื่อสารระหว่างกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ที่จะผสานศักยภาพของคนในองค์กรเข้าด้วยกันได้

“คนรุ่นเก่าไม่ใช่ไม่เก่งนะ เขามีประสบการณ์เยอะมาก เรื่องอะไรที่เขาเคยผิดพลาด เราก็รับฟังและเอามาใช้ แต่ไม่ไปบังคับให้เขามาเชี่ยวชาญเทคโนโลยีแบบเด็ก ๆ เราเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตโดยที่ไม่มีคนรุ่นเก่ามาคอยดึงเขาไว้ ต้องรักษาสมดุล หน้าที่ของซีอีโอคือการทำให้คนทั้งสองรุ่นทำงานด้วยกันได้ Wawa Group จะวิ่งไปข้างหน้าและดึงคนเก่ง ๆ เข้ามาให้ได้ ต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกับองค์กรระดับโลกที่คนอยากเข้ามาทำงาน ไม่เพียงแต่คนไทย คนต่างชาติก็ต้องอยากมาทำงานกับเราด้วย”

คุณกรในวันนี้เป็นทั้งลูกชายคนโตของครอบครัว และหลานชายคนโตของตระกูลเธียรนุกุล อีกบทบาทที่สวยงามคือการเป็นคุณพ่อของลูกชายตัวน้อย ๆ ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะไม่บังคับให้ลูกมาสานต่อธุรกิจถ้าเขาไม่ได้สนใจจะทำ อย่างไรก็ตาม องค์กรนี้ต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่องค์กรมืออาชีพอยู่ดี การเปิดโอกาสให้ลูกได้คิดและลองทำสิ่งที่ตัวเองชอบจึงสำคัญมากกว่า

“ถ้าเขาอยากทำอย่างอื่น อย่างเป็นนักกีฬาหรือนักดนตรี ผมก็จะให้เขาทำ ไม่ห้าม พยายามจะไม่ให้บรรยากาศองค์กรเป็นกงสี อยากให้เป็นมืออาชีพ ถ้าลูกจะเข้ามาทำก็ควรมีฝีมือ ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ก่อน ไม่ใช่ว่าเป็นลูกผมแล้วมาเป็นผู้จัดการได้เลย

“ผมบอกเสมอว่าสตาร์ทอัพของผมไม่ได้เริ่มมาจากโรงรถ เราเริ่มจากโรงพิมพ์ ความท้าทายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถึงผมไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่ก็มีตำนานธุรกิจของครอบครัวอยู่ ความยากคือทำอย่างไรผู้ใหญ่จะยอมรับและมั่นใจในตัวเรา ต้องทำให้เขาเปิดใจและอยากลองสิ่งใหม่กับเรา มันใช้เวลาและความอดทนนะ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ละที่มีวิถีไม่เหมือนกัน แต่เริ่มต้นเหมือนกันได้คือ การสื่อสารที่ดี เข้าใจปัญหาซึ่งกันและกัน และดูว่ามีทางแก้อะไรได้บ้าง”

ไม่เคยมีสูตรสำเร็จที่ตายตัว มีแต่ธุรกิจที่ตายไปจากระบบเพราะยึดติดกับความสำเร็จเดิม ชื่อนิวไวเต็กจะยังคงอยู่ต่อไป แต่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องจักรใหม่ ๆ ที่ยืดหยุ่นมากพอกับการเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า

ใครที่ไม่เปลี่ยน สักวันก็ต้องถูกบังคับให้เปลี่ยนอยู่ดี

เปิดทางให้ทายาทรุ่นสามพาธุรกิจครอบครัวเข้าสู่ตลาดใหม่ พลิกโรงพิมพ์เก่าเป็นอีคอมเมิร์ซเพื่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load