23 กุมภาพันธ์ 2561
1 K

“วันหยุดทำอะไรกันหรอ” เป็นคำถามที่ฉันพบบ่อยครั้งจากผู้คนรอบตัว นึกๆ ดูแล้วกิจกรรมหนึ่งที่ฉันชอบทำในวันหยุดไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนในโลก ก็คือการไปพิพิธภัณฑ์ศิลปะ เพราะมันสนุกดี ได้เปิดมุมมองใหม่ (แม้จะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็ตาม) ใช้สตางค์ไม่เยอะ ไปคนเดียวก็ได้ไปเป็นกลุ่มก็ดี ขึ้นอยู่กับอารมณ์ติสท์ของตัวเองในวันนั้นเป็นหลัก ที่อินเดียนี่ก็เช่นกัน นอกจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะแล้ว สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันได้ไปเที่ยวชมงาน India Art Fair 2018 ซึ่งเป็นงานอาร์ตแฟร์ศิลปะสไตล์โมเดิร์นและร่วมสมัยชั้นนำในเอเชียใต้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่กรุงนิวเดลี โดยปีนี้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 10 แล้ว ปีนี้มีอาร์ตแกลเลอรี่กว่า 80 แห่งจากทั่วโลกมาจัดแสดงผลงานของศิลปิน โดยมีนักสะสมศิลปะหรือ collector จากทั่วโลกมาซื้อผลงาน รวมทั้งประชาชนคนทั่วไปที่สนใจก็สามารถซื้อบัตรมาเข้าชมได้ สนนราคาที่คนละ 600 รูปี (หรือประมาณ 300 บาท)

แม้รูปโฉมการตกแต่งสถานที่ปีนี้ไม่น่ารักเท่าเมื่อ 2 ปีก่อนที่เคยมา แต่อาร์ตแกลเลอรี่รวมถึงศิลปินเจ้าของผลงานในปีนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในระดับโลกมากกว่าเดิม เช่น แกลเลอรี่ระดับไฮเอนด์อย่าง David Zwirner ก็มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกโดยได้นำผลงานฟักทองของยาโยอิ คุซามะ มาจัดแสดงด้วย นอกจากนี้ก็มี DAG (Delhi Art Gallery) และ Chatterjee & Lal แกลเลอรี่แนวหน้าของอินเดีย Grosvenor Gallery จากลอนดอน Mo J Gallery จากเกาหลีใต้ รวมถึงแกลเลอรี่ Latitude 28 ซึ่งแสดงผลงานของศิลปินอินเดียชื่อดัง อาทิ Thota Vaikuntam, Manu Parekh ภาพวาดต้นฉบับของศิลปินแต่ละท่านมีราคาตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลักล้านบาทเลยทีเดียว ขนาดภาพพิมพ์ซ้ำยังเป็นหลักหมื่นบาทนะ เอามือทาบอกตกใจ!  

India Art Fair

บรรยากาศภายในงาน India Art Fair 2018

India Art Fair

David Zwirner Gallery (New York/London/Hong Kong)

การมาเดินงานอาร์ตแฟร์ครั้งนี้ทำให้ฉันเริ่มมองเห็นศิลปะเป็นมากกว่าของสวยๆ งามๆ เพราะมูลค่าของงานศิลปะแต่ละชิ้นนั้นไม่ใช่น้อยๆ และที่สำคัญมีคนซื้อเสียด้วยสิ เช่นเดียวกับ MCH Group ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ผู้อยู่เบื้องหลังงานแฟร์ระดับโลกอย่าง Art Basel ที่จัดขึ้นที่เมืองบาเซิล สวิตเซอร์แลนด์ เมืองไมแอมี สหรัฐอเมริกา และเกาะฮ่องกง ก็ได้เล็งเห็นเช่นกัน โดยในปี 2558 MCH Group ได้เข้ามาซื้อหุ้นของ India Art Fair ไปในสัดส่วนมากถึงร้อยละ 60.3 เพื่อเริ่มต้นก้าวแรกของธุรกิจตัวใหม่ คืองานแฟร์ศิลปะระดับภูมิภาค (Regional Art Fair) ก้าวของ MCH Group สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดศิลปะในเอเชียใต้ซึ่งมีเศรษฐกิจอินเดียขาขึ้นเป็นปัจจัยสนับสนุนได้เติบโตขึ้นมากและกำลังก้าวไปสู่ระดับโลก ขณะเดียวกัน การเข้ามาถือหุ้นใหญ่ของ MCH Group ก็เป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ดึงแกลเลอรี่ดังๆ จากนิวยอร์ก ลอนดอน ฮ่องกง มาร่วมจัดแสดง ซึ่งแกลเลอรี่เหล่านี้ก็จะดึงดูด collector ให้มาเลือกซื้อศิลปะในงานนี้อีกต่อหนึ่ง

India Art Fair

บรรยากาศหน้างาน India Art Fair 2018

Neha Kirpal ผู้ก่อตั้ง India Art Fair ซึ่งบัดนี้ถือหุ้นในสัดส่วนลดลงเหลือเพียงร้อยละ 10 ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมากระแสศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัยเริ่มก่อตัวในภูมิภาคเอเชียใต้ โดยมีนิทรรศการศิลปะเกิดขึ้นมากมาย เช่น Kochi-Muziris Biennale, Colombo Art Biennale, Lahore Biennale และ Dhaka Art Summit ขณะเดียวกันศิลปะร่วมสมัยของอินเดียก็เริ่มได้รับความนิยมในระดับโลก โดยไปปรากฏในเวทีอย่าง Guggenheim, Met Breuer, Tate Modern และ Venice Art Biennale เป็นต้น งานนิทรรศการอย่าง India Art Fair จะช่วยให้ศิลปะอินเดียออกสู่สายตาโลกมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ช่วยสร้างความตระหนักรู้ด้านศิลปะให้กับประชาชน และเพิ่มจำนวนกลุ่มนักสะสมศิลปะในประเทศ (ซึ่งยังมีจำนวนน้อยมาก) ขณะที่ Jagdip Jagpal ซึ่งเป็น director ของงานนี้เป็นปีแรก อยากให้ผู้เยี่ยมชมงานได้เข้าใจภาพวัฒนธรรมในอินเดียที่กำลังเติบโต ความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ระหว่างอินเดียกับเพื่อนบ้านในเอเชียใต้ ไปจนถึงยุโรปและตะวันออกกลาง และภาพอัตลักษณ์สมัยใหม่แบบโมเดิร์นอินเดีย ขณะเดียวกันก็สร้างช่องทางในการเข้าถึงตลาดศิลปะให้กับนักสะสมในภูมิภาคนี้ด้วย ซึ่งถ้านับฉันเป็นตัวชี้วัดด้วยก็ประสบความสำเร็จอยู่นะคะ

India Art Fair

ตัวอย่างงานศิลปะ

India Art Fair

1,000 Attempts at a Reconciliation ของ Timothy Hyunsoo Lee จาก Sabrina Amrani Gallery มาดริด

ในระหว่างเดินชมผลงานศิลปินคนนั้นคนนี้พร้อมกับตามหาศิลปะและศิลปินไทยเผื่อจะมาที่ India Art Fair กับเขาบ้างซึ่งสุดท้ายแล้วยังไม่พบ แต่อย่างน้อยฉันได้พบกับงานศิลปะที่ใช้ทองคำเปลวจากเมืองไทยของ Timothy Hyunsoo Lee ศิลปินชาวเกาหลีใต้ที่ไปเติบโตในสหรัฐอเมริกา งานของเขามีชื่อว่า 1,000 Attempts at a Reconciliation งานชิ้นนี้เป็นการนำทองคำเปลวจำนวน 1,000 แผ่นมาวางบนพื้นผิวสีน้ำเงินและเข้ากรอบ ซึ่งรูปร่างแผ่นทองก็จะแตกต่างออกกันออกไป เป็นงานที่เกิดจากแรงบันดาลใจจากที่คุณย่าเล่าให้ฟังว่า หากพับนกกระเรียน 1,000 ตัวแล้วจะสมหวัง ทิโมธีบอกว่า ในปีนี้เขาเห็นศิลปินรุ่นใหม่จำนวนมากและตลาดของอินเดียกำลังปรับตัว คนสนใจงานศิลปะร่วมสมัยมากขึ้น เขาเองยังแปลกใจที่คนอินเดียสนใจงานสไตล์มินิมอลและงานสไตล์นามธรรม (abstract) โดยภาพวาด abstract หลักแสนบาทของเขาก็ขายออกไปแล้วในงานนี้

 

ใครที่สนใจ India Art Fair ก็ลองติดตามกันได้ในปีหน้าช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์นะคะ ส่วนใครที่มาเที่ยวเดลีช่วงอื่น ขอแนะนำ National Gallery of Modern Art (NGMA) ซึ่งจัดแสดงงานศิลปะร่วมสมัยสวยๆ ของอินเดีย มีทั้งนิทรรศการหมุนเวียนและนิทรรศการถาวร ที่สำคัญแอร์เย็นเฉียบเลยค่ะ เหมาะกับการเป็นโปรแกรมในหน้าร้อนของเดลีมากๆ

Writer & Photographer

ปัทมน ปัญจวีณิน

เจ้าของพ็อคเก็ตบุ๊คและเพจ ‘ไปญี่ปุ่นกับทุนมง’ ปัจจุบันย้ายบ้านมาทำงานอยู่ที่อินเดีย สนุกกับการขีดเขียน การเดินทางท่องเที่ยว และสูดกลิ่นกาแฟหอม ๆ

Masala Moment

ปรากฏการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ที่น่าสนใจในอินเดีย

เชื่อว่าเมื่อเร็วๆ นี้ คุณผู้อ่านหลายคนคงได้เห็นวิดีโอไวรัลหลายตัวเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติกที่ทำร้ายชีวิตของสัตว์ทะเลน้อยใหญ่อันชวนเศร้าสลดและหดหู่ คลิปเหล่านี้ทำให้ระดับความตระหนักรู้เรื่องการใช้พลาสติกของผู้คนทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด

ยิ่งตระหนักยิ่งทำให้เราค้นพบว่า การใช้ชีวิตแต่ละวันโดยปราศจากพลาสติกใช้แล้วทิ้ง (Single-use Plastic) ยากที่จะเกิดขึ้น เพราะมันแทรกซึมอยู่แทบจะทุกอณูของชีวิตประจำวัน แม้จะปฏิเสธไม่รับถุงหิ้ว แต่น้ำเต้าหู้ที่อยากดื่มก็มาในรูปแบบบรรจุขวดพลาสติก เสื้อที่ส่งซักแห้งก็กลับมาโดยมีถุงพลาสติกใสคลุมสวยงาม ป้าร้านน้ำดื่มก็ปักหลอดใส่ขวดน้ำแก้วมาให้ พลาสติกทั้งหมดนี้อยู่กับเราเพียงครู่เดียว ก็กลายเป็นขยะที่วันหนึ่งอาจถูกพัดพาไปกองสุมเป็นภูเขาสิ่งแปลกปลอมในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่

โดยรายงานของ World Economic Forum เรื่องมลพิษจากพลาสติกระบุว่า หากสถานการณ์การใช้พลาสติกแบบนี้ดำเนินต่อไป ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593) ปริมาณขยะในมหาสมุทรจะมีมากกว่าจำนวนปลาที่แหวกว่าย แค่คิดก็ขนพองสยองเกล้าแล้ว

อินเดียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ผลิตขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล มีการรายงานว่าอินเดียผลิตขยะพลาสติกวันละประมาณ 15,000 ล้านตัน ซึ่งเท่ากับน้ำหนักของช้าง 3,000 ตัวรวมกัน ขยะพลาสติกที่เมื่อไม่รู้จะไปทิ้งที่ไหนถูกเผาทำลาย กลับกลายเป็นมลพิษทางอากาศทับถมอากาศที่ไม่สะอาดอยู่แล้วของเมืองใหญ่ในอินเดียให้เป็นพิษมากขึ้นไปอีก

งดใช้ถุงพลาสติก, พลาสติก, อินเดีย, ขยะพลาสติก

งดใช้ถุงพลาสติก, พลาสติก, อินเดีย, ขยะพลาสติก

ส่วนขยะที่ถูกทิ้งเป็นภูเขาขยะได้กลายเป็นภาระต่อสายตา ภาระต่อผืนดินผืนน้ำและสัตว์ร่วมโลก

ตัวอย่างอันหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ ‘วัว’ พาหนะของพระศิวะอันเป็นที่เคารพนับถือของชาวอินเดีย เรามักจะเห็นวัวในเขตเมืองคุ้ยเขี่ยหาอาหารจากกองขยะ ซึ่งบางครั้งก็ทำหน้าที่เป็นโซนพักผ่อนอารมณ์ให้น้องวัวไปนั่งๆ นอนๆ สำนักข่าว BBC รายงานว่า วัวในอินเดียจำนวนมากประสบกับปัญหากินพลาสติกเข้าไปสะสมไว้ในกระเพาะเพราะเจ้าของปล่อยให้มันหากินเองอย่างอิสระ ไม่นานนี้ มีวัวอย่างน้อย 4 ตัวที่ตายในรัฐอันตรประเทศ ทางใต้ของอินเดีย หนึ่งในนั้นมีพลาสติกสะสมในท้องราว 80 กิโลกรัม

งดใช้ถุงพลาสติก, พลาสติก, อินเดีย, ขยะพลาสติก

อันที่จริง ภาครัฐและภาคประชาสังคมของอินเดียพยายามแก้ปัญหาขยะพลาสติกอย่างจริงจังมานานหลายสิบปี แต่ก็ยังทำได้ไม่เด็ดขาดและล้มเหลวในทางปฏิบัติ เช่น กรุงนิวเดลี ออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่ปี 2009 และปรับเพิ่มความเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ

โดยในปี 2012 รัฐบาลเดลีออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติกทุกชนิด ซึ่งรวมถึงแผ่นและฟิล์มพลาสติกที่ใช้ห่อหนังสือ นิตยสาร ฯลฯ ส่วนที่ยังคงอนุญาตอยู่คือ พลาสติกที่ใช้เกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ยาและการส่งออก นอกจากกรุงนิวเดลีแล้ว รัฐมหาราษฏระ (ที่มีเมืองหลวงคือ เมืองมุมไบ) รัฐปัญจาบ รัฐราชสถาน ก็ออกกฎหมายห้ามใช้พลาสติกรูปแบบต่างๆ รวมถึงรัฐอื่นๆ ที่เริ่มจากการห้ามใช้พลาสติกในบางเขตที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติ

ล่าสุด อินเดียได้แสดงความพยายามอีกครั้ง ในโอกาสวันสิ่งแวดล้อมโลกเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียคนดังได้ออกมาประกาศว่า อินเดียจะมุ่งไปสู่ประเทศที่ปราศจากการใช้พลาสติกใช้แล้วทิ้งในปี 2022 รวมทั้งประกาศแคมเปญรณรงค์ลดขยะทางทะเล และโครงการอนุสรณ์สถานแห่งชาติปลอดขยะ

งดใช้ถุงพลาสติก, พลาสติก, อินเดีย, ขยะพลาสติก

หลายคนออกมาชื่นชมว่า การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีอินเดียเป็นแรงกระตุ้นทางการเมืองที่สำคัญ เป็นแรงบันดาลใจให้กับโลกและเป็นชนวนที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ขณะที่ก็มีคนอีกกลุ่มเห็นว่าเป็นเป้าหมายที่สูงเกินเอื้อมมาก ซึ่งก็ค่อนข้างจริง เพราะแค่รณรงค์ให้คนทิ้งขยะในที่ที่เตรียมไว้ยังไม่ค่อยจะสำเร็จเลย แต่การคิดและประกาศเป้าหมายก็สิ่งที่จำเป็น มันเป็นการตอกย้ำว่า ‘ปัญหา’ มีอยู่และ ‘รุนแรงขึ้น’ ประชาชนต้อง ‘ตระหนักรู้’ และ ‘ปรับพฤติกรรม’

หากจะมีใครชื่นชมโมดีและอยากดำเนินรอยตามเพิ่มขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ ‘อินเดีย’ ที่เป็นประเทศที่มีประชากรมากถึง 1,300 ล้านคนและเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วมากที่สุดของโลก
การควบคุมและปลูกฝังเรื่องขยะพลาสติกอย่างจริงจังน่าจะช่วยลดปริมาณขยะของโลกได้อีกมาก พัฒนาการสำคัญในตอนนี้คือ อินเดียประสบความสำเร็จในการลดการใช้ถุงพลาสติกแล้ว โดยห้างร้านหรู รวมถึงร้านขายของทั่วกรุงนิวเดลีและอีกหลายเมืองได้ (ถูกบังคับให้) ลาขาดจากการใช้ถุงพลาสติก โดยนำถุงที่ผลิตจากวัสดุอื่นๆ มาใช้แทน เช่น ผ้า กระดาษ และกระจูด ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าถุงพลาสติกที่ต้องใช้เวลานานถึง 450 ปี
รวมทั้งมีมาตรการคิดสตางค์ลูกค้าที่ขอถุงด้วยเพื่อลดขยะ (หรือลดต้นทุนของร้านด้วยก็ไม่รู้) ส่วนร้านอาหารต่างๆ รวมถึงแมคโดนัลด์ก็เริ่มใช้กระดาษ จาน ช้อน ที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น แป้งข้าวโพด และล่าสุด หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสแวะไปเยือนกรุงนิวเดลีแล้วละก็ จะพบว่าเดี๋ยวนี้ไม่สามารถหาหลอดพลาสติกได้แล้ว เพราะร้านรวงต่างๆ หันมาใช้หลอดดูดน้ำที่ทำจากกระดาษที่มีหน้าตาเหมือนขนมโอโจ้สมัยเด็กของเรากันหมดแล้ว

งดใช้ถุงพลาสติก, พลาสติก, อินเดีย, ขยะพลาสติก งดใช้ถุงพลาสติก, พลาสติก, อินเดีย, ขยะพลาสติก

แน่นอนว่า การออกกฎหมายห้ามใช้พลาสติกย่อมมีผู้เสียประโยชน์ กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกของอินเดียได้ออกมาเรียกร้อง หลังจากรัฐมหาราษฏระประกาศห้ามการใช้พลาสติกทุกชนิดว่าเป็นนโยบายที่ไม่เป็นธรรม โดยนโยบายดังกล่าวส่งผลให้ธุรกิจเสียหายเป็นจำนวนถึง 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้คนกว่า 3 แสนคน ตกงานในชั่วข้ามคืน รวมทั้งเมื่อปี 2012 กลุ่มผู้ประกอบการได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงกรุงนิวเดลีต่อต้านกฎหมายห้ามใช้พลาสติก แต่ศาลสูงก็ปฏิเสธคำร้องดังกล่าว

ย้อนกลับมาเมืองไทยที่รักยิ่ง บ้านเรามีการรณรงค์ให้งดใช้ถุงพลาสติกและหันมาใช้ถุงรักษ์โลกหรือถุงโลกร้อนมานานพอสมควร ล่าสุด ข่าววาฬเกยตื้นเสียชีวิตที่จังหวัดสงขลา ซึ่งผ่าพบขยะพลาสติกในกระเพาะอาหารของวาฬจำนวน 80 ชิ้น หนักถึง 8 กิโลกรัม สร้างความสะเทือนใจและความตระหนักรู้ถึงเรื่องการใช้ถุงพลาสติกของเราไม่ใช่น้อย แต่วันก่อนฉันแวะเข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อชื่อดังหน้าปากซอย พนักงานยังหยิบหยอดยาดมใส่ถุงพลาสติกใบจ้อยส่งให้ลูกค้า ผู้ซึ่งม้วนถุงพลาสติกที่บรรจุยาดมใส่กระเป๋าตัวเองอยู่เลย

Writer

ปัทมน ปัญจวีณิน

เจ้าของพ็อคเก็ตบุ๊คและเพจ ‘ไปญี่ปุ่นกับทุนมง’ ปัจจุบันย้ายบ้านมาทำงานอยู่ที่อินเดีย สนุกกับการขีดเขียน การเดินทางท่องเที่ยว และสูดกลิ่นกาแฟหอม ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load