“มารียองสยาม แบรนด์ที่อยากทำให้คนคนหนึ่งเป็นที่รัก”

แพท-ทยิดา อุนบูรณะวรรณ หญิงสาวผู้ตกหลุมรักบาติกจากงานทีสิสบอกกับเราแบบนั้น เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ชอบสะสมผ้าพื้นเมืองโบราณ และมีร้านตัดเสื้อผ้าตั้งแต่สมัยอาม่า แพทซึมซับบรรยากาศเหล่านั้นและผูกพันกับผืนผ้ามานาน 

รู้ตัวอีกที สตูดิโอบาติกเล็ก ๆ ภายในครอบครัวก็เกิดขึ้น มีทีมงานคือคุณป้าและพี่สาว บรรยากาศอบอุ่นนี้ส่งผ่านผลงานกระเป๋าและเสื้อผ้าโทนสีพาสเทลอุ่น ๆ แซมด้วยดอกไม้สุดแสนน่ารัก คือเอกลักษณ์ที่มองปุ๊บรู้ปั๊บว่ามาจาก ‘Marionsiam

Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว

เบื้องหลังการพาบาติกเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมากขึ้น เต็มไปด้วยความสนุก ความเหน็ดเหนื่อย การค้นพบตัวตน เห็นคุณค่าของดีชุมชน ไปพร้อม ๆ กับเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่ไม่ได้ทำเป็นพิเศษ แต่เป็นหนึ่งในสิ่งธรรมดาที่แบรนด์ทำอยู่เสมอ

ระยะเวลาเพียง 2 ปี นับตั้งแต่เธอเริ่มทำทีสิสในวันนั้น ผ่านการประกวด Talent Thai & Designers’ Room จนมีสิทธิ์พาแบรนด์ไปเดินแฟชั่นโชว์ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และรับรางวัลรองชนะเลิศจากการประกวด Creative Textiles Award 2020 ประจำปี 2563 ภายใต้การถอดแบบแนวคิด BCG Economy Model จนมาถึงวันนี้ แพทมองว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

‘เป็นแค่จุดเริ่มต้น’ 

มารียองสยาม

“แบรนด์นี้โตไปกับเรา เป็นพอร์ตโฟลิโอของเรา มันมีความหมายกับเรามาก”

บัณฑิตเอกแฟชั่นดีไซน์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาบัณฑิตคณะบริหารธุรกิจส่วนตัว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เอ่ย หลังจากทำแบรนด์มารียองสยามมาแล้ว 2 ปี แพทภูมิใจและพอใจกับการค่อย ๆ เติบโตของแบรนด์ 

เพราะทุกครั้งที่เธอตื่นมาทำงานผ้า เปรียบเสมือนการพักผ่อน

Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว

“ปกติเราทำงานที่กรุงเทพฯ ด้วย เทียวไปเทียวมาที่สตูฯ อยุธยา ไปครั้งหนึ่งอยู่เป็นอาทิตย์ ช่วงที่ไปทำผ้าเหมือนเป็นช่วงที่ได้พัก หรือส่วนใหญ่เวลาเราอยากพัก จะชอบวาดรูป สเก็ตช์รูปลงกระดาษ พอต้องไปทำผ้ายาว ๆ เหมือนเป็นช่วงฟื้นฟูเหมือนกันนะ เราต้องมีสมาธิอยู่บนผ้าตลอดเวลา แล้วไม่มีใครมากวนเราเลย เพราะว่ามันเป็นที่ของเรา เราทำได้ตลอดเวลา 

“เราทำเช้าถึงเย็นแบบไม่ต้องไปไหนเลยก็ได้ เคยทำผ้านานที่สุดแบบไม่พักเลย 8 ชั่วโมง เราว่าเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย” ไม่ใช่เรื่องง่ายกับการเจองานที่เหมือนการพักผ่อนไปในตัว แต่แพทค้นเจอ และทำมันออกมาได้ดีตามที่เธอปรารถนา

ก่อนจะกลายมาเป็นบาติกหนึ่งผืน ผ่านหลากหลายขั้นตอน เริ่มจากเลือกผ้า ขึงผ้า วาดลาย เขียนเทียน ลงสี เคลือบสี ซักทำความสะอาด แล้วนำไปตัดเย็บ แต่ละขั้นตอนของการลงมือทำ ก็เปรียบเสมือนก้าวการเติบโตของมารียองสยามด้วยเช่นกัน

Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว

เลือกผ้า – เลือกอาชีพ

ผ้าที่เหมาะแก่การนำมาทำบาติก ควรเป็นผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ ซึ่งมารียองก็เลือกผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ แต่เป็นผ้าเส้นใยธรรมชาติที่เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพราะทุกการผลิตเสื้อผ้า โรงงานต้องสต็อกผ้าไว้จำนวนมาก เพื่อรองรับการผลิต หลังจากผลิตตามความต้องการของตลาดและแฟชั่น ยังมีผ้าเหลือค้างสต็อกเยอะมาก เพื่อรอปลายทางคือทำลายทิ้ง

“ผ้าที่เหลืออยู่เยอะกว่าที่เราคิดไว้มาก มันมีเยอะมากพอที่จะให้เราไปเลือกได้แบบสบาย ๆ”  ถ้าจินตนาการตามเธอเล่าคงเห็นภูเขาผ้ากองโต แพทตระหนักเรื่องผ้าที่เหลือจากอุตสาหกรรมสิ่งทอมาตั้งแต่สมัยเรียน ซึ่งเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับความสนใจบาติก

“ตอนเรียนจบต้องทำทีสิสแฟชั่นโชว์ เราเลยเลือกทำบาติก จริง ๆ เราชอบไปเดินงานโอทอปมาก สนใจพวกผ้าไทย ผ้าทอมาตั้งแต่เด็ก เพราะที่บ้านชอบเก็บ เราก็เลยสนใจผ้าไทยไปด้วย แล้วก็รู้สึกว่าเทคนิคบาติกคล้ายสิ่งที่เราชอบ นั่นคือดรออิ้ง มันเป็นเทคนิคเด็กมากเลย เราเคยทำตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว เวลาไปเดินห้าง ตามบูทเล็ก ๆ เพนต์ผ้าบาติกไว้ให้แล้วเราไประบายสีอย่างเดียว มันอยู่ในบูทปูนปลาสเตอร์ เราก็เลยทำมาตั้งแต่เด็ก เรารู้อยู่แล้วว่าบาติกคืออะไร แค่ไม่เคยทำจริงจัง” สาวเจ้าย้อนความหลัง

Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว
Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว

จากความสนใจ สู่การตัดสินใจลงมือทำ 

“เพิ่งคิดว่าจะทำบาติกตอนช่วงทำเล่มทีสิส เพราะรู้สึกว่าเราน่าจะต่อยอดบาติกได้ เราทำ Businesswear เป็นบาติก เป็นเสื้อผ้าที่ใส่ไปทำงานในเมืองได้จริง ๆ และตอนนั้นไม่ค่อยมีใครทำ เพราะคนก็ยังรู้สึกว่าเป็นเสื้อผ้าสำหรับชายหาด ต้องอยู่ทะเลถึงจะใส่ เรามาคิดได้ตอนเอาชุดออกมาโชว์แล้วอาจารย์เห็น กรรมการเห็น ทุกคนเห็น ดีไซเนอร์เขาก็แปลกใจว่ามีแบบนี้ด้วยหรอ เราว่าบาติกในแบบของเรามันคงไปต่อได้เลยลองดู ที่บ้านก็บอกว่า ‘ไม่มีอะไรจะเสีย ลองทำเลย’” แพทเล่า

วาดลาย เขียนเทียน – วาดแรงบันดาลใจ เขียนตัวตน

ถ้าพูดถึง Marionsiam ภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวเรา คือภาพของบาติกสีละมุนอ่อนหวาน แฝงความสดใสด้วยลวดลายดอกไม้ ดอกไม้ และดอกไม้ ประดับเต็มผืนผ้า ชวนให้คิดว่าศิลปินต้องได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้เป็นแน่ 

“ไม่เลย” เธอกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ ก่อนจะเฉลยที่มาสุดเซอร์ไพรส์

“จริง ๆ แล้วมาจากงานภาพเขียนฝาผนัง งานสถาปัตยกรรม เวลาไปที่ไหนเราชอบถ่ายรูปเก็บไว้ เราเป็นคนชอบดูตึก ชอบงานดีเทลเล็ก ๆ บนภาพเขียนฝาผนัง พอดูอันนั้นเสร็จ จะเอามาตัดทอนอีกที บางทีก็ชอบแค่ดอกเล็ก ๆ จุดเล็ก ๆ ที่อยู่บนผนังใหญ่ ๆ เราก็เลือกเอาตรงนั้นมาพัฒนา จนกลายมาเป็นดอกไม้อย่างที่ทุกคนเห็น ทั้งที่จริง ๆ แรงบันดาลใจของแพทไม่ได้มาจากดอกไม้เลย”

สถาปัตยกรรมกับศิลปะสมัยโรโกโกและเรเนสซองส์ต่างหาก ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกผืนผ้า แต่เจ้าตัวก็เล่าปนขำว่าไม่รู้ทำไม ถึงออกมาเป็นดอกไม้ทุกที แต่ความบังเอิญนั้นก็นับเป็นเรื่องมหัศจรรย์และเสน่ห์ของมารียองสยามที่ยากจะเลียนแบบ 

Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว
Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว

ไม่ว่าจะลายอะไร แพทก็สนุกทุกครั้งที่ได้ลงมือร่าง โดยเฉพาะหนึ่งขั้นตอนสำคัญ

“แพทชอบตอนเขียนเทียน ชอบดูเวลาที่มันขึ้นมาเป็นลายเส้นเทียน เวลาเขียนไป เทียนจะค่อย ๆ ไหลออกมาจากจันติ้ง (Tjunting) ค่อย ๆ ไหลออกมาเป็นสาย เราชอบดูตอนนั้นมากที่สุดเลย” แพทตอบ เมื่อเราถามว่าเธอชอบขั้นตอนไหนที่สุด

บาติกเป็นความลงตัวของชีวิตแพท เพราะผสานความชอบดรออิ้ง สีน้ำ และงานคราฟต์เอาไว้ได้ในเวลาเดียวกัน

ลงสี – ลงใจ

“ความสนุกอีกอย่างก่อนลงสี คือการผสมสีเอง” เธอเกริ่นด้วยรอยยิ้ม

“เราลองเทสต์สีไปเรื่อย ๆ มีสมุดเล่มหนึ่งเราทำสวอชขึ้นมาเลย เขียนบอกว่าสีไหนผสมสีไหนได้สีไหน จากแม่สีแบบไหน โทนสีก็เลยจะเป็นประมาณนี้ทั้งหมด เหมือนอารมณ์คนวาดสีน้ำ นักวาดรูปจะมีชาร์ตสี ถาดสี เป็นพาเลตของตัวเอง อันนี้เหมือนกัน เสื้อผ้า กระเป๋าที่ออกมาก็เลยออกมาในทางเดียวกัน” ถ้าให้นิยาม เราขอเรียกพาเลตชุดนี้ว่า ‘สีโทนละมุน บางเบา อบอุ่น’

Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว
Marionsiam ผ้าบาติกฉบับโมเดิร์น จ.อยุธยา วาดลายจากจิตรกรรมฝาผนังและย้อมสีเปลือกมะพร้าว

Marionsiam เลือกใช้สีธรรมชาติด้วย ตอนนี้มี 2 สี สีฟ้าจากครามสกลนคร และสีชมพูอ่อนจากเปลือกมะพร้าว

“เราใช้เปลือกมะพร้าว เพราะเป็นของเหลือใช้จริง ๆ จากร้านกาแฟแถวบ้านที่ไปซื้อบ่อย ๆ เขาทำกาแฟมะพร้าวแล้วเปลือกไม่ได้เอาไปทำอะไรต่อ ก็เลยขอมาลองดู พอเวิร์กเลยเลือกมาทำ ทุกวันนี้บอกเขาว่าให้เก็บเปลือกมะพร้าวไว้ให้เลยนะ เดี๋ยวไปเอา” เธอเล่าด้วยความสนุกในฐานะลูกค้าประจำเปลือกมะพร้าว พอได้เปลือกมา ก็ต้องต้มให้ออกสี ปล่อยให้เย็นแล้วจึงนำไปหมัก 

เชื่อหรือไม่ว่า จากกระบวนทั้งหมด เปลือกมะพร้าวสีน้ำตาลกลายเป็นสีชมพูทันที

“สีย้อมธรรมชาติ เราว่าไม่จำเป็นต้องขวนขวายทำเพื่อจะรักโลก มันเป็นสิ่งที่เราทำได้อยู่แล้ว หาวัตถุดิบง่ายด้วย แล้วทำไมถึงจะไม่ทำล่ะ” แพทย้ำความตั้งใจ เรื่องสิ่งแวดล้อมควรเป็นเรื่องที่ต้องนึกถึงและทำอยู่เสมอจนกลายเป็นความธรรมดา

“เราไม่ได้รู้สึกว่าต้องทำให้เรื่องนี้เด่นขึ้นมา เราทำให้มันเป็นเรื่องปกติ จริง ๆ ทำแบรนด์มา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่ได้ที่สองงานประกวด หลังจากนั้นก็ใช้ผ้าเหลือทิ้งและสีธรรมชาติมาโดยตลอด แต่ไม่ได้โปรโมต เพราะเราแค่อยากทำให้มันเป็นเรื่องปกติทั่วไป”

แบรนด์เครื่องแต่งกายจาก ผ้าบาติก ที่ใส่ได้จริงจากเทคนิคบาติกริมเล และแนวคิดโมเดิร์นคราฟต์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่
แบรนด์เครื่องแต่งกายจาก ผ้าบาติก ที่ใส่ได้จริงจากเทคนิคบาติกริมเล และแนวคิดโมเดิร์นคราฟต์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่

การลงสีธรรมชาติบนผ้าจากเส้นใยธรรมชาติไปด้วยกันได้ดี แต่ทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค 

“การลงสีในบางสภาพอากาศเป็นปัญหามาก อย่างตอนนี้อากาศชื้น ทำงานยากที่สุดแล้ว สิ่งยากที่สุดคือลม พอลมมา เทียนจะแห้งเร็วมาก ต้องเขียนไวมาก บนผ้าที่กระพือตลอดเวลา โหดมากเวลาลงสี ยิ่งรายละเอียดที่เยอะมาก ๆ ต้องใช้สมาธิมาก จะจิ้มสีลงไปให้ถูกช่อง บางทีจิ้มไม่ถูก ออกนอกเส้นบ้าง ด้วยความเป็นบาติก พอสีจิ้มออกข้างนอกนิดหนึ่ง ถ้าพลาดก็คือพลาดเลย”

การลงสีหน้าลมยากพอ ๆ กับการลงพื้นที่หน้าพายุ แพทเล่าย้อนถึงประสบการณ์สนุก ๆ ให้เราฟัง ตอนช่วงทำทีสิส เธอขึ้นเหนือล่องใต้จนกลายเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน แพทไปเรียนรู้เทคนิคบาติกกับครูช่างที่จังหวัดเชียงใหม่และกระบี่

“เราโทรไปคุยกับเขาว่าอยากลองทำบาติก ตอนแรกเขาไม่เชื่อว่าจะทำจริง ๆ คิดว่ามาเล่น ๆ หรือเปล่า ไปทุกที่เป็นแบบนี้ทุกที่ เราก็แสดงให้เขาเห็นอย่างชัดเจนว่า เราตั้งใจมาทำจริง ๆ เขาถึงยอมสอน” แล้วต้องแสดงออกยังไง – เราถาม

“โอ้โห หนักมาก” เธอตอบทันที  “เราไปตอนมีพายุปาบึกที่แรงมาก ทั้งเครื่องบินมีไม่ถึง 10 คน ตอนอยู่ห้องพักหน้าต่างสั่นแรงมากเพราะลมพายุ เราก็แสดงเจตนาชัดเจนว่าเรามาทำจริง ๆ นะ ตั้งใจมาก ถ้ามาเล่น ๆ คงกลับแล้ว มันลำบากนิดหน่อย แต่สนุกดีค่ะ เป็นประสบการณ์ที่ดี เราไปอยู่กับเขา เขาทำแบบไหนเราก็ทำแบบนั้น เขากินอะไรเราก็กินด้วย” 

ความตั้งใจและจริงใจของแพทแสดงออกผ่านการกระทำ ถ้าไม่ตั้งใจมาจริง ๆ เจอพายุปาบึกก็คงตีตั๋วกลับบ้านแล้ว

“ไปอยู่ครั้งหนึ่งก็ประมาณหนึ่งอาทิตย์ อยู่กับเขาตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น จนเขาเลิกงาน ตอนนั้นเรารู้สึกว่าลำบากมาก ตอนอยู่กระบี่ รถก็ไม่มี เราไปอยู่กับพี่ ๆ ช่างทำผ้า เราอยู่โรงแรมคนเดียวยาว ๆ ไม่รู้จักใครเลย ตอนเช้าไปทำผ้าพร้อมเขา เขาก็ขับรถมาส่ง ตอนเย็นหาร้านข้าวกินเอง ร้านไกลมาก ขับรถก็ไม่เป็น ต้องวิ่งไป 6 กิโลเพื่อซื้อข้าวกลับที่พัก แต่ก็สนุกดีนะคะ”

เพราะตอนนั้นยังไม่มีคนทำบาติกที่กรุงเทพฯ เธอเลยจำเป็นต้องขึ้นเหนือ-ล่องใต้อยู่ครึ่งปีก่อนกลายมาเป็นแบรนด์

แบรนด์เครื่องแต่งกายจาก ผ้าบาติก ที่ใส่ได้จริงจากเทคนิคบาติกริมเล และแนวคิดโมเดิร์นคราฟต์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่

หลายคนรวมถึงเราคงอยากรู้ ว่ามีแวบหนึ่งที่รู้สึกเหนื่อยบ้างไหม

“รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลาเลยค่ะ” แพทหัวเราะ ก่อนจะเล่าต่อ “จริง ๆ เตรียมใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเหนื่อยแน่เลย เพราะตอนที่บอกอาจารย์ว่าจะทำธีสิสเป็นบาติกชุมชน อาจารย์ก็บอก โห เหนื่อยนะ เพราะว่าปกติ เพื่อนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทำพวกทุนทางวัฒนธรรม พวกงานคราฟต์  เพราะเวลาและพื้นที่จำกัด ส่วนใหญ่เขาจะไปทางแฟชั่นกัน ของเรามันเป็นบาติก ต้องใช้พื้นที่ค่อนข้างกว้างในการขึงเฟรมต่าง ๆ ก็เลยลำบาก ตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะลำบากขนาดนั้น แต่พอเริ่มทำไปก็ลำบากจริงด้วย มันเหนื่อยแต่ก็สนุก ยิ่งพอชินมือไปแล้ว ทุกอย่างเริ่มลงตัว เริ่มมีสตูฯ เป็นของตัวเองแล้ว เป็นโฮมสตูดิโออยู่ที่บ้านที่อยุธยา พอเรามีตรงนี้ก็สบายขึ้นมากเลย”

เมื่อวันนั้นลงตัว แพทจึงทำเรื่อยมาจนถึงวันนี้ และจะเรื่อยไปอีกในอนาคต  

ตัดเย็บ – ตัดแต่งคราฟต์ไทยใส่ในชีวิตประจำวัน

ทุกความทุ่มเทและความตั้งใจแสดงออกมาให้เห็นผ่านทุกสินค้าของ Marionsiam ทั้งกระเป๋าและเสื้อผ้า ในลวดลายดอกไม้เทคนิคบาติก แต่แพทไม่เคยคิดจะหยุดอยู่แค่นั้น เธอใช้เทคนิคอื่น ๆ ที่เคยเรียนรู้มาผสมผสานในแบบฉบับของเธอ

“เราชอบทุกอย่างที่เป็นคราฟต์ เคยทำกระดาษสา เบญจรงค์ เซรามิก เคยใช้อีพอกซีมาปั้นกระดุมแทนเซรามิก เราพยายามหาเทคนิคหลายอย่างที่รวมกันได้ ไม่ใช่แค่บาติกอย่างเดียว จริง ๆ แล้วบาติกคือพื้นผิวเรียบ ๆ แต่พื้นฐานเราไม่ได้ชอบให้มันเรียบ เวลาซื้อผ้าจะดูให้มีเท็กซ์เจอร์ เพราะชอบจับผ้า พอมาทำบาติกก็เลยพยายามหาเทคนิคอื่น ๆ มาเสริมและทำให้งานมีมิติมากขึ้น”

แบรนด์เครื่องแต่งกายจาก ผ้าบาติก ที่ใส่ได้จริงจากเทคนิคบาติกริมเล และแนวคิดโมเดิร์นคราฟต์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่
แบรนด์เครื่องแต่งกายจาก ผ้าบาติก ที่ใส่ได้จริงจากเทคนิคบาติกริมเล และแนวคิดโมเดิร์นคราฟต์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่

กระดาษสา เบญจรงค์ เซรามิก บาติก เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่แพทเคยค้นเจอ หญิงสาวที่รักงานคราฟต์ สนุกและตื่นเต้นทุกครั้งเมื่อพบเทคนิคใหม่ และยังคงตามหาต่อไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดหย่อน ขับเคลื่อนด้วยความรักในเสน่ห์ของงานคราฟต์

“จริง ๆ แล้วคราฟต์ไทยมีเอกลักษณ์เยอะมาก เยอะกว่าหลาย ๆ ประเทศ สวย เนี้ยบ ประณีต ซึ่งเรามองว่าคราฟต์มี 2 แบบ คือ Traditinal Craft กับ Modern Craft  อันหลังจะเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เราว่าถ้ามีโมเดิร์นคราฟต์เยอะ ๆ มีคนเริ่มทำอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาความเป็น Traditional ก็จะขยายได้เยอะขึ้นด้วย” แพทเชื่อว่าถ้าจะให้ภูมิปัญาคงอยู่ต่อไปและได้รับการต่อยอดก็ควรบอกต่อ

“มันอาจจะต้องมีการสานต่อ เราเข้าใจว่าพอเป็นเทคนิคก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบ้าน เหมือนเวลาได้ยินว่า บ้านนี้ช่างทอเก่งมาก เขาก็จะทำกันอยู่ในครัวเรือน ไม่เอาออกมาให้คนอื่นเห็นว่าทำยังไง เหมือนเป็นสูตรลับเฉพาะครอบครัว เราว่าที่มันหายไปเพราะบางคนในบ้านอาจจะไม่อยากทำแล้ว ในขณะที่คนอื่นอยากทำ แต่ด้วยความเป็นสูตรลับก็เลยบอกกันไม่ได้”

แพทเห็นเสน่ห์ของคราฟต์ไทยตั้งแต่เด็กจนโต และอยากให้คนที่สนใจลองสัมผัสมุมมองแบบที่เธอเห็นในฉบับของ Marionsiam ด้วยเช่นกัน

เราเชื่อว่าแบรนด์เล็ก ๆ แบรนด์นี้จะกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์อันเป็นที่รักของใครสักคนอย่างแน่นอน

แบรนด์เครื่องแต่งกายจาก ผ้าบาติก ที่ใส่ได้จริงจากเทคนิคบาติกริมเล และแนวคิดโมเดิร์นคราฟต์ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่

Marionsiam

โทรศัพท์ : 09 3756 3396

เว็บไซต์ : www.marionsiam.com

Facebook : Marionsiam

Instagram : Marionsiam

Writer

Avatar

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

Photographer

Avatar

กษิดิศ พันธารีย์

ช่างภาพอิสระที่คลั่งไคล้ญี่ปุ่น ฟุตบอล หนังสือ คาเฟ่ และ ลาเต้เย็น

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

หากพูดถึงจังหวัดเชียงราย แน่นอนว่าชื่อ ‘สับปะรดนางแล’ ต้องเป็นผลไม้อร่อยที่หลายคนนึกถึง แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าสิ่งนี้เข้าใกล้คำว่า ‘สูญพันธุ์’ 

เราก็เพิ่งรู้จากคำบอกเล่าของลูกหลานชาวเชียงรายอย่าง กะปิ-ปีย์ญานันท์ รัตนจันทร์ เธอเป็นเจ้าของ ‘Himlya Cotton’ (ฮิมญยา คอตตอน) กิจการกระดาษและสีธรรมชาติ (ผลิตมือ) จากวัตถุดิบท้องถิ่นในดินแดนบ้านเกิด

กะปิเป็นศิลปินที่ทำแบรนด์เครื่องเขียนเล็ก ๆ จากจังหวัดเชียงราย เพื่อหวังกู้ชีพให้สับปะรดนางแลกลับมาเป็นภาพจำของจังหวัดอีกครั้ง โดยเธอใช้แทบทุกส่วนมาแปรรูปเป็นกระดาษเส้นใยธรรมชาติและสี สนุกดีที่เธอจำแนกสีจากสับปะรดได้มากถึง 12 เฉด ซึ่งกะปิตั้งใจให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์การทำงานและความต้องการของเพื่อนศิลปินอย่างแท้จริง 

นี่เป็นฤกษ์งามยามดีที่เราต่อสายไปหาเธอ ชวนพูดคุยถึงความสนใจในของดีบ้านเกิด กับการเล่นแร่แปรสารพัดวัสดุธรรมชาติให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์น่ารัก แม้เริ่มตั้งไข่ แต่ขออวยชัยให้นัก ๆ เจ้า

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

จุดเริ่มต้น

Himlya Cotton บ่มเพาะขึ้นในระหว่างการทำวิจัยปริญญาโท ขณะนั้นเธอทำวิจัยเกี่ยวกับเยื่อสาที่ใช้ทำกระดาษ และนั่นเป็นแรงบันดาลใจชุดแรกที่ทำให้เธอตัดสินใจคิดค้นผลิตภัณฑ์ของตัวเอง

“เริ่มจากเราอยากรู้ว่ากระดาษทำยังไง เลยตัดสินใจไปเวิร์กช็อปที่หมู่บ้านสันต้นเปา จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านทำกระดาษสา ตอนนั้นไปเรียนทำกระดาษเพื่องานศิลปะโดยเฉพาะ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ผลิตภัณฑ์ของ Himlya Cotton ต่อยอดความรู้เกี่ยวกับการทำกระดาษจากเชียงใหม่ ผสมผสานกับเทคนิคจากต่างประเทศที่กะปิออกเดินทางไปศึกษา ทั้งเทคนิคการทำกระดาษจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และอินเดีย สู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งสีน้ำธรรมชาติและกระดาษเส้นใยธรรมชาติจากวัตถุดิบของเชียงราย

“ถ้าเป็นแบรนด์ที่ทำกระดาษอย่างเดียว เราก็ไม่แน่ใจว่าจะขายได้มั้ย” เธอหัวเราะ “ความคิดแรกเราอยากทำสมุดเย็บมือ เป็นสมุดที่ออกแบบเส้นใยกระดาษของตัวเอง พอถึงกระบวนการย้อมสี เราใช้สีเคมี แต่ใช้ไปใช้มามันมีผลกระทบกับร่างกาย เราเป็นไมเกรน เลยหันมาเลือกทำสีธรรมชาติใช้เอง”

ที่สำคัญ ปณิธานอันแรงกล้าของกะปิ คือการทำให้คนรู้จักสับปะรดนางแลจากสินค้าของเธอ

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

ปฏิบัติการกู้ชีพสับปะรดนางแล

แท้จริงแล้วสับปะรดพันธุ์ดั้งเดิมที่เป็นของดีประจำจังหวัดเชียงราย คือ สับปะรดนางแล ซึ่งตอนนี้ใกล้สูญพันธุ์ ด้วยลักษณะทางกายภาพที่เปลือกบาง ยากต่อการขนส่ง และส่งออกต่างประเทศไม่ได้ พ่วงกับกระบวนการปลูกที่ต้องใช้ต้นทุนสูง ใช้ปุ๋ย ใช้กำลังคน เมื่อออกดอกก็ต้องใช้ใบมาคลุมกันฝน กันช้ำ

“ด้วยความที่ต้นทุนสูงสวนทางกับราคาขาย ชาวบ้านเลยไม่ค่อยขายสับปะรดพันธุ์นี้กัน หันไปขายพันธุ์ภูแลแทน แต่ตอนนี้ชาวบ้านเริ่มกลับมาปลูกนางแลกันแล้ว แต่ยังไม่เยอะ อีกอย่างพันธุ์นางแลออกผลผลิตแค่ปีละครั้งเท่านั้น ทุกเดือนเมษายน-พฤษภาคม หมดหน้าแล้วก็หมดเลย”

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

เมื่อเล็งเห็นสถานการณ์ที่ไม่สู้ดี ปฏิบัติการชุบชีวิตสับปะรดนางแลจากผลผลิตของชุมชนป่าซางวิวัฒน์ ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ให้กลับมาเป็นพระเอกประจำจังหวัดอีกครั้งจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งการส่งเสริมการบริโภคและแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า อย่าง Himlya Cotton ก็ช่วยแปรรูปเป็นเครื่องเขียน อาทิ กระดาษ สมุด สีจากธรรมชาติ เพื่อนำส่วนต่าง ๆ ของสับปะรดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 

“ตอนที่เราอยากทำกระดาษก็พยายามหาวัตถุดิบ แต่เชียงรายไม่มีขาย ต้องสั่งจากเชียงใหม่ ใช้เวลาขนส่งนาน เลยคิดหาวัสดุทดแทนเยื่อสา บวกกับเราเห็นสับปะรดนางแลใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งน่าจะเป็นการดีที่จะทำให้สับปะรดพันธุ์นี้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งและเป็นการอนุรักษ์ไปในตัว

“เราเลยเข้าไปหา ป้ารัตน์ ในชุมชนป่าซางวิวัฒน์เพื่อเรียนทำกระดาษเส้นใยสับปะรด ซึ่งป้ารัตน์เป็นหลานของคนที่นำพันธุ์นางแลเข้ามาปลูกในเชียงราย เป็นทายาทที่ยังหลงเหลืออยู่ในชุมชน เขาเป็นตัวตั้งตัวตีและเป็นนักวิจัยเกี่ยวกับสับปะรด เขาพยายามชูพันธุ์นางแลอย่างเต็มศักยภาพ” 

ป้ารัตน์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของกะปิด้วยเช่นกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

กระดาษจากศิลปินเพื่อศิลปิน

กะปิบอกกับเราในฐานะศิลปินผู้คลุกคลีกับงานศิลปะอยู่บ่อย ๆ คุณสมบัติที่เธอมองหามากที่สุดในกระดาษ 1 แผ่น คือประสิทธิภาพในการซับน้ำ และความสดของสีหลังแต้มลงบนกระดาษ

นี่แหละสำคัญ คนในวงการเดียวกันย่อมเข้าใจหัวอกซึ่งกันและกัน

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล
Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

“ตอนซื้อกระดาษจากญี่ปุ่น กระดาษเขาทำมาจากเยื่อไผ่ ซับน้ำได้ดีมาก กระดาษบางประเภทลงสีไปแล้วสีซีด แต่กระดาษเขาใช้แล้วสีชัดขึ้น ซึ่งเราพยายามทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณสมบัตินี้”

ซึ่งกระดาษจากใยสับปะรดนางแลดีต่องานศิลปะเป็นพิเศษ เพราะตัวเส้นใยหนา เมื่อจรดปลายพู่กันลงกระดาษก็ซึมซับน้ำได้ดี เมื่อกระดาษแห้งดี สีก็ติดทนทาน ผลงานออกมาสวยเช้ง

“ล่าสุดเราเอากระดาษของเราไปให้เพื่อนที่เป็นศิลปินใช้ เขาบอกว่ากระดาษของเราซับน้ำได้ดี กระดาษแบรนด์เราเหมาะกับการใช้ในงานศิลปะ โดยเฉพาะสีน้ำและสีอะคริลิก”

ส่วนเทคนิคการทำกระดาษ Himlya Cotton เป็นส่วนผสมสุดลงตัวที่มีการปรับใช้จากวิธีและเทคนิคของแต่ละประเทศให้เข้ากับสารตั้งต้นท้องถิ่น ที่สำคัญ กะปิรู้อินไซต์ความต้องการของเพื่อนพ้องศิลปิน ทำให้กระดาษเส้นใยธรรมชาติของแบรนด์นี้ตอบโจทย์การทำงานศิลปะแบบสุด ๆ

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

สีจากศิลปินเพื่อศิลปิน

นอกจากเรื่องสุขภาพที่ไม่สู้ทนต่อสีเคมี กะปิเองก็เป็นแฟนคลับตัวยงของเครื่องเขียนทั้งแบรนด์ไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะสีน้ำ นี่เป็นอีกแรงบันดาลใจให้เธอเริ่มทำสีจากธรรมชาติใช้เอง 

ตอนนี้โทนสีของ Himlya Cotton มีสีจากหิน ดิน ใบไม้ ดอกไม้ สมุนไพร และสับปะรดนางแล ตัวสับปะรดใช้ทุกส่วนมาทำเป็นสี อาทิ ใบ เปลือก น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าทุกวัตถุดิบ Made in Chiang Rai

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

“ตอนนี้มีสีจากสับปะรด จำแนกได้ทั้งหมด 12 เฉด จากใบ เปลือก กาก และน้ำ อย่างใบให้โทนสีเขียว เขียวเข้ม เขียวอ่อน ผลสับปะรดกับน้ำให้โทนสีเหลือง เวลาผสมกันให้สีส้ม สีไข่ สีเกือบขาว ส่วนเปลือกให้สีน้ำตาลดำ นอกจากสีตามธรรมชาติ เราเอาชิ้นส่วนของสับปะรดมาผ่านกระบวนการต่าง ๆ ต้ม ตาก และอบ เพื่อให้ได้เฉดสีอีกหลายสี อย่างกาก หลังจากเอาน้ำออก ส่วนน้ำให้อีกโทนสีหนึ่ง ส่วนกากก็เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีน้ำตาล เราก็เอากากมาทำต่อได้อีกหนึ่งสี”

Himlya Cotton มีขายทั้งสีน้ำ สีเทียน สีอะคริลิก ซึ่งเคล็ดลับในการทำผงสีของแบรนด์นี้ คือ ดินสอพอง เพราะประสิทธิภาพในการดูดสีอันยอดเยี่ยม แถมยังเป็นวิธีการทำสีของจิตรกรรมไทยโบราณ ซึ่งกะปิมีความรู้ด้านจิตรกรรมไทย เพราะเธอเรียนจบจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน
Himlya Cotton สีธรรมชาติและกระดาษทำมือเพื่องานศิลปะ ต่อยอดภูมิปัญญาทำกระดาษจาก จ.เชียงราย โดยศิลปิน เพื่อเพื่อนศิลปิน

โอกาสของภูมิปัญญาเชียงราย

นอกจากสีและกระดาษจากสับปะรดที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ในอนาคต Himlya Cotton อยากทดลองใช้ชา โกโก้ และกาแฟ ในกระบวนการผลิต เนื่องจากเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อของเชียงราย 

“เรามองว่าภูมิปัญญาเป็นแนวคิดเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์และรากเหง้าเฉพาะชุมชน เราไม่อยากให้ภูมิปัญญาสูญหาย เลยต้องสืบทอดและบอกต่อให้คนอื่นรู้จัก อย่างการทำกระดาษจากเส้นใยสับปะรด เราพยายามหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในเชียงรายมาทดลองและต่อยอด เพื่อให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังอยู่ต่อไปได้ และเราตั้งใจให้ Himlya Cotton เป็นแบรนด์จากคนเชียงรายจริง ๆ” 

นอกจากการขับเคลื่อนภูมิปัญญาท้องถิ่นด้วยแบรนด์แล้ว กะปิยังเสนอโครงการศิลปะกับชุมชน เพื่อจุดประสงค์ในการเข้าไปพัฒนาชุมชนป่าซางวิวัฒน์ โดยเน้นสร้างผลิตภัณฑ์และพัฒนาพื้นที่

“เราเป็นส่วนหนึ่งของคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจกลับบ้านเพื่อมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดให้ดีขึ้น เราอยากเห็นเชียงรายเป็นเมืองศิลปะจริง ๆ ที่มีกิจกรรมและพื้นที่เอื้อต่อคนทำงานศิลปะและคนรุ่นใหม่

“ถ้ามีพื้นที่ให้ศิลปินหรือคนเรียนศิลปะได้แสวงหาแรงบันดาลใจ อย่างน้อยพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด ให้เขาสร้างผลงาน สร้างรายได้อยู่ในบ้านเกิดของเรานี่แหละ” 

Himlya Cotton แบรนด์เครื่องเขียนทำมือ จ.เชียงราย โดยคนกลับบ้านที่ตั้งใจชุบชีวิตสับปะรดนางแล

Himlya Cotton

สั่งซื้อกระดาษเส้นใยธรรมชาติ ที่ Instagram : Himlya Cotton

Writer

Avatar

ญาณินท์ ศรีอุดมพงษ์

อดีตนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ในวงการแฟชั่นผู้เชื่อว่าจังหวะชีวิตมีจริง และมีวง safeplanet เป็นเครื่องชุบชูใจ

Photographer

Avatar

จารุเกียรติ หน่อสุวรรณ

งานประจำก็ทำ ช่างภาพก็อยากเป็น

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load