เราจะขยายธุรกิจอย่างไรดี…

ผู้ประกอบการบางท่าน เปิดร้านกาแฟ เขยิบไปทำร้านอาหาร แล้วก็ขยายไปทำห้างสรรพสินค้า บางท่าน ทำร้านอาหาร เมื่อประสบความสำเร็จมาก ๆ ก็สร้างคอนโดฯ แล้วปล่อยให้คนเช่า

บางธุรกิจที่ลองทำใหม่ ก็ไม่เป็นอย่างที่คิด

บางท่านก็ไม่แน่ใจว่าจะขยายธุรกิจไปทางไหนดี

มีบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่ยืนหยัดทำสินค้าหมวดเดิมมายาวนานตลอด 70 ปีโดยไม่เปลี่ยนแปลง เป็นวิธีการขยายธุรกิจที่ดิฉันคิดว่าน่าสนใจมาก เลยขอนำมาฝากค่ะ

 

สำนักพิมพ์เล็กๆ ในจังหวัดเล็ก ๆ

บริษัท Zenrin เป็นบริษัทที่จัดทำแผนที่ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สโลแกนของบริษัทนี้คือ ‘เราจะทำให้ชีวิตผู้คนสะดวกสบายขึ้นด้วยแผนที่’

ท่านคิดว่าบริษัทนี้จะทำกำไรได้อย่างไร และจะอยู่รอดได้อย่างไรในยุคที่ผู้คนต่างใช้ Google Maps ฟรี ๆ กันหมดแล้ว

Zenrin ก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1948 โดยเริ่มจากการเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ ในจังหวัดโออิตะ จังหวัดเล็กๆ ทางตอนใต้บนเกาะคิวชู

เดิม Zenrin รับพิมพ์หนังสือท่องเที่ยวมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ขายดิบขายดี คือ แผนที่เล็กๆ ที่แนบมาหลังหนังสือท่องเที่ยว

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: www.mizu.gr.jp

แผนที่ทั่วไปเป็นแผนที่หยาบๆ มีแค่ชื่อสถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ แต่แผนที่ของ Zenrin กลับเป็นแผนที่ที่บอกชื่อตึกทุกตึก และบอกชื่อบ้านทุกบ้านในซอย

บ้านคนญี่ปุ่นแทบทุกบ้านจะติดนามสกุลของเจ้าของบ้านอยู่เพื่อให้บุรุษไปรษณีย์สามารถส่งพัสดุได้ง่ายขึ้น พนักงาน Zenrin ในยุคนั้นก็เดินตามซอกซอยและจดชื่อเจ้าของบ้านทีละบ้าน ทีละบ้าน อย่างใจเย็น จนกลายมาเป็นแผนที่ที่ละเอียดที่สุดในยุคนั้น

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: chinareaction.com

แผนที่ Zenrin ได้กลายเป็นที่นิยมในสถานที่ท่องเที่ยว บริษัทอสังหาริมทรัพย์ บริษัทที่ให้บริการเดลิเวอรี่ ตลอดจนหน่วยงานราชการ เนื่องจากมีข้อมูลที่ละเอียด และเริ่มได้รับการไหว้วานให้ไปทำแผนที่ในจังหวัดอื่นๆ บ้าง Zenrin จึงค่อยๆ เปลี่ยนตนเองจากสำนักพิมพ์ กลายเป็นบริษัทที่รับทำแผนที่

นี่คือหน้าตาแผนที่บ้านเวอร์ชันปัจจุบันที่ Zenrin จัดทำ มีชื่อตึก ชื่อบ้านทุกบ้านจริง ๆ

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: www.zenrin-datacom.net

 

เมื่ออินเทอร์เน็ตเข้ามา…

Zenrin กลายเป็นเจ้าแรกในตลาดที่มีความรู้ในการทำแผนที่ และเป็นบริษัทอันดับหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่องการทำแผนที่

แต่วันหนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ คนเริ่มค้นหาข้อมูลได้ง่ายขึ้น การซื้อหนังสือแผนที่เป็นเล่มๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไป

Zenrin ก็ปรับตัวรับมือเป็นอย่างดี ด้วยการนำเสนอข้อมูลให้บริษัทอินเทอร์เน็ตเสียเลย ไม่ว่าจะเป็น Google Maps, Yahoo! JAPAN, Bing Maps, Nifty ทุกค่ายใช้แผนที่ของ Zenrin หมด ร้อยละ 96.6 ของเว็บไซต์ท่องเที่ยวเดินทางนั้น ล้วนใช้แผนที่ของ Zenrin

ทำไมแผนที่ของบริษัทนี้ถึงได้รับการยอมรับจากเว็บไซต์ต่าง ๆ ขนาดนี้ ?

เพราะ Zenrin…น่ารัก

เวลาคนเสิร์ชหาวิธีเดินทาง หากค้นหาด้วยคำว่า ‘เดิน’ ระบบจะนำทางให้คนเดินไปทางที่มีหลังคา หรือมีขั้นบันไดน้อยที่สุด หากขับรถ ระบบนำทางจะพาคนไปถึงทางเข้าของสถานที่นั้นๆ จริงๆ ไม่ต้องคอยชะเง้อหาทางเลี้ยวเข้า หรือเผลอขับรถสวนทางในถนนที่เดินรถทางเดียว

วิธีการบอกทางยังมีความใส่ใจ

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: www.zenrin-datacom.net

นอกจากนี้ Zenrin ยังนำข้อมูลแผนที่ที่ตนเองมีไปเสนอขายหน่วยงานราชการ และสร้างประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับสังคม เช่น

แผนที่ที่ขายให้สำนักงานดับเพลิงจะมีเครื่องหมายกากบาทสีฟ้า แสดงถึงจุดต่อสายยาง จากแผนที่ก็สามารถเห็นความกว้างแคบของถนนแต่ละสายได้ ระบบนำทางในรถดับเพลิงก็จะชี้จุดจอดรถที่เหมาะสมด้วย ที่สำคัญ การมีชื่อบ้านแต่ละบ้านทำให้พนักงานดับเพลิงสามารถเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าบ้านที่ประสบภัยอยู่ที่ใด และคิดเส้นทางความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนแผนที่ที่ขายให้หน่วยงานราชการนั้น Zenrin สามารถส่งพนักงานไปช่วยสำรวจบ้านแต่ละหลังว่ามีผู้สูงอายุหรือผู้ทุพพลภาพหรือไม่ หากมีก็ทำเครื่องหมายลงบนแผนที่บ้านนั้น ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์เมื่อทางหน่วยงานส่งผู้ดูแลเข้าไปเยี่ยมเยียน หรือหากเกิดภัยพิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถรู้ได้ว่าบ้านหลังใดที่ตนต้องรีบเข้าไปช่วยเหลืออพยพผู้คนก่อน

 

มารักแผนที่กันเถอะ

นอกจากขายข้อมูลแผนที่ต่างๆ ให้องค์กรแล้ว Zenrin ก็ยังมีสินค้าน่ารักๆ เอาใจผู้บริโภคด้วย เช่น Matimati Series (อ่านว่า มาชิมาชิซีรีส์) เพื่อทำให้คนรู้สึกตื่นเต้นกับแผนที่ในเมืองนั้นๆ

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: shinguplus.com

ในซีรีส์นี้มีแฟ้มพลาสติกใส มาสกิ้งเทป สมุดโน้ต และที่คั่นหนังสือ ความน่ารักคือ แต่ละลายจะเป็นแผนที่ของเมืองต่างๆ โดยมีสัญลักษณ์บอกเอกลักษณ์ประจำเมือง เช่น เมืองคิชิโจจิก็จะมีรูปแมวอยู่บนลายแผนที่ แสดงร้านที่ขายสินค้าน่ารักๆ เกี่ยวกับแมว

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: blog.excite.co.jp

ส่วนของนาโกย่า ขึ้นชื่อเรื่องร้านกาแฟที่เสิร์ฟเซ็ตอาหารเช้า ลายแผนที่ก็จะมีรูปถ้วยกาแฟ บอกตำแหน่งร้านกาแฟชื่อดัง

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: topics.smt.docomo.ne.jp

มาสกิ้งเทปที่ดึงออกมาแล้วเป็นรูปแผนที่

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: blog.excite.co.jp

ที่คั่นหนังสือที่เป็นลายแผนที่เช่นกัน

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: blog.excite.co.jp

สินค้าอีกชนิดหนึ่งของ Zenrin ที่ชวนอมยิ้มมากๆ คือ ‘เซ็ทนักสำรวจเมือง’ (まちたんけんキット) สำหรับให้เด็กๆ ได้ฝึกการใช้แผนที่และฝึกทักษะการเป็นคนช่างสังเกต

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: www.zenrin.co.jp

โดยปกติ ช่วงปิดเทอมใหญ่เด็กญี่ปุ่นทุกคนต้องทำวิจัยเพื่อนำเสนอหน้าชั้นเรียน (ทำตั้งแต่ประถมถึงมัธยม) Zenrin เห็นเป็นโอกาส จึงขายเซ็ตแผนที่ให้เด็กๆ สำรวจและเก็บข้อมูลในท้องถิ่นของตัวเองง่ายขึ้น

ในเซ็ตนักสำรวจเมืองนี้จะมี ID กับพาสเวิร์ด เพื่อให้เด็กๆ สามารถล็อกอินและเลือกพรินต์แผนที่เมืองที่ตนเองสนใจสำรวจ มีสติกเกอร์สีๆ เผื่อแปะทำเครื่องหมาย มีเชือกและกระดาษรอง เพื่อให้เด็กคล้องคอและจดรายละเอียดได้ง่าย

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

จากอุปกรณ์นี้ เด็กๆ สามารถวิจัยหัวข้อ ‘สัตว์ต่างๆ ในบริเวณบ้านฉัน’ หรือ ‘พื้นที่อันตรายในเมืองของฉัน’ ‘ตู้กดน้ำอัตโนมัติในเมืองนี้มีที่ไหนบ้าง’​ ก็สนุกสนานกันไป แถมทำให้เด็กๆ ผูกพันกับแผนที่ตั้งแต่เด็กด้วย

น้องคนนี้ศึกษาระบบการจราจรในเมือง

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: www.tokyu-hands.co.jp

จากความตั้งใจตั้งแต่สมัยแรก ‘เราจะทำให้ชีวิตผู้คนสะดวกสบายขึ้นด้วยแผนที่’ Zenrin ยังคงรักษาปณิธานเดิมมาเกือบ 1 ศตวรรษแล้ว ปัจจุบัน สิ่งที่บริษัทกำลังพยายามสร้างอยู่คือ ‘แผนที่บนฟ้า’ เผื่อการขนส่งโดยโดรนในอนาคต โดรนจะได้หลบตึกต่างๆ ได้ทัน

แผนที่ญี่ปุ่น, แผนที่, Zenrin,ออกแบบแผนที่

ภาพ: www.zenrin.co.jp

แม้บริษัทจะเผชิญการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของลูกค้าที่ไม่ค่อยพกแผนที่ ไม่อยากได้แผนที่เป็นเล่มๆ เหมือนแต่ก่อน แต่บริษัทนี้ก็ไม่เคยถอดใจ ผู้บริหารยังรักและเห็นความสำคัญของแผนที่ และนำแผนที่มาสร้างคุณค่าใหม่ๆ เช่น เครื่องเขียนแฟชั่น แผนที่ที่เหมาะกับโทรศัพท์ ตลอดจนเซ็ตของเล่นเด็ก โดยสินค้าทุกอย่างยังเกี่ยวข้องกับแผนที่ สิ่งที่บริษัทถนัดที่สุด และสั่งสมองค์ความรู้มากว่า 70 ปี

ท่านล่ะคะ ถนัดในการทำอะไร แทนที่จะกระโดดไปทำธุรกิจใหม่ๆ เราอาจลองกลับมาทบทวนคุณค่าของสินค้าที่กำลังทำ และนำเสนอในรูปแบบใหม่ๆ แบบที่บริษัทแผนที่แห่งหนึ่งทำก็ได้นะคะ ☺

 

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Makoto Marketing

หลักสูตรการตลาดแบบจริงใจสไตล์ญี่ปุ่น

6 มิถุนายน 2565
3.33 K

ใคร ๆ ก็มักเรียกบริษัทแห่งนี้ว่า เป็นบริษัทที่จำหน่ายสินค้าผ่านทางไปรษณีย์ แต่พวกเขาไม่ค่อยพึงพอใจกับคำนี้สักเท่าไร พวกเขาไม่ชอบคำว่า ‘การขายสินค้าผ่านทางไปรษณีย์’ หรือ ‘ธุรกิจขายแคตตาล็อก’ พวกเขานิยามตนเองว่าเป็นบริษัทที่ทำการตลาดทางตรง โดยมีความเชื่อว่า พวกเขาจะสร้างความสุขที่ทุกคนจะมีความสุขไปด้วยกัน 

จุดเริ่มต้น 

บริษัท Felissimo ก่อตั้งเมื่อปี 1965 เป็นบริษัทที่นำสินค้าแปลกใหม่ หรือสินค้าครีเอทีฟมาขายในญี่ปุ่น 

เมื่อลูกชายคนโตเข้ามาบริหาร เขาเห็นโอกาสในการจำหน่ายสินค้าผ่านแคตตาล็อก ทางบริษัทเริ่มแจกแคตตาล็อกสินค้าฟรี ลูกค้าคนไหนสนใจก็โทรสั่งสินค้าได้ เมื่อบริษัทเริ่มเป็นที่รู้จัก ทางบริษัทจึงเริ่มเปลี่ยนมาจำหน่ายแคตตาล็อกสินค้านั้นตามร้านหนังสือแทน 

คำว่า ‘Felissimo’ มาจากคำว่า ‘Felicity’ ที่แปลว่า มีความสุขมาก แต่ดัดแปลงคำแบบภาษาอิตาลี เพิ่ม Simo เข้าไป โดยแฝงความหมายว่า ‘ความสุขที่ยิ่งใหญ่และยิ่งยวด’ 

ปรัชญาของบริษัท คือ สร้างความสุขที่ทุกคนจะมีความสุขไปด้วยกัน

จุดเด่นประการหนึ่งของ Felissimo คือ การทำ Subscription Model กล่าวคือ หากผู้อ่านสนใจสินค้าซีรีส์ไหน ก็สมัครคอร์สต่อเนื่อง เช่น ซีรีส์ตะกร้าจัดบ้าน ซีรีส์กระเป๋าใส่เครื่องสำอาง อย่างซีรีส์ถ้วยน้ำชาลายดอกไม้ อาจมีระยะเวลา 5 ครั้ง เดือนแรกอาจเป็นถ้วยลายดอกไม้สีแดงมาส่ง เดือนถัดไปเป็นลายสีเหลือง สีเขียว สีฟ้า ไล่ไปจนครบ 5 ครั้ง นั่นทำให้ลูกค้ารู้สึกตื่นเต้นว่า เดือนนี้ตนเองจะได้รับสินค้าลายอะไร สีไหน ดีไซน์แบบไหน ยิ่งสะสมครบ ก็ยิ่งจัดเป็นเซ็ตสวยงาม 

เมื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซเริ่มเป็นที่นิยม Felissimo ก็หันมาจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน 

เมื่อต้องทบทวนกลยุทธ์ใหม่

ในช่วงแรกของการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจำหน่ายสินค้าเก๋ ๆ ผ่านทางแคตตาล็อก ตลอดจนการให้ลูกค้าสมัครโปรแกรมซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง ทุกอย่างดูแปลกใหม่สำหรับผู้บริโภค แต่เมื่อระยะเวลาผ่านมา 40 ปี มีคู่แข่งรายใหม่ ๆ เข้ามา ทั้งจากบริษัทญี่ปุ่นเองและบริษัทต่างประเทศ ยิ่งเมื่อผู้บริโภคค้นหาและซื้อสินค้าทางอีคอมเมิร์ซได้อย่างคล่องแคล่ว สินค้า Felissimo อาจไม่ได้ดูแปลกใหม่สำหรับผู้บริโภคอีกต่อไป

สิ่งนี้สะท้อนในยอดขายของ Felissimo ที่ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ยอดขายช่วงปี 2010 เหลือเพียงแค่ 2 ใน 3 ของยอดขายเมื่อ 5 ปีก่อนเท่านั้น

ทาง Felissimo ก็พยายามปรับบริการต่าง ๆ เช่น การเพิ่มสินค้าหมวด ‘Just One’ หรือซื้อเพียงแค่ครั้งเดียว แต่บริษัทก็พบว่า การทำเช่นนี้อาจไม่ได้ใช้จุดแข็งของบริษัทสักเท่าใด 

ทางออก คือ การตั้ง ‘ชมรม’

ในปี 2010 พนักงานกลุ่มหนึ่งคุยกันว่า อยากแก้ปัญหาแมวจรจัดที่โดนกำจัดทิ้ง เมื่อพูดคุยกัน ทุกคนก็รู้ว่า พวกเขารักแมวกันมาก ๆ พนักงานกลุ่มนี้จึงตั้ง ‘ชมรมแมว’ โดยร่วมกันคิดไอเดีย พัฒนาสินค้าสำหรับคนรักแมว เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งไปบริจาคมูลนิธิ จะได้ช่วยเหลือเหล่าแมวเหมียวได้ 

Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
ภาพ : www.projectdesign.jp

เมื่อคนรักแมว คิดสินค้าเพื่อคนรักแมวด้วยกัน สินค้าจึงออกมาชวนอมยิ้มมาก ไม่ว่าจะเป็นหมอนกอดแมว หมอนข้างที่วางบนตักแล้วทรงคล้ายแมวหนุนตัก หรือที่นอนแมวที่ทำเป็นรูปทาร์ตผลไม้ หากแมว (สีครีม) ไปนอน ก็จะดูเหมือนทาร์ตน่าทานไปโดยปริยาย (น่าร๊ากกก! เอาเงินดิฉันไป!) 

Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
ภาพ : www.felissimo.co.jp

สินค้าจากชมรมแมวขายดิบขายดีเป็นอย่างมาก ทุกเดือนแฟนคลับแมวแมวก็จะตั้งตารอว่า มีสินค้าเกี่ยวกับแมวอะไรออกมาอีกบ้าง 

บริษัทจึงเริ่มเห็นทางสว่างว่า แทนที่จะจำหน่ายสินค้าตามหมวดสินค้า เช่น หมวดแฟชั่น หมวดของแต่งบ้าน ลองทำสินค้าตาม ‘ความสนใจ’ ของคน

ทุกวันพุธช่วงเช้า พนักงาน Felissimo จะรวมตัวกัน และช่วยกันคิดว่า ‘พวกเขาเอง’ อยากทำสินค้าธีมไหน สนใจอะไร 

ในปีถัดมา ก็เกิด ‘ชมรมสาวรัก DIY’ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทำงานฝีมือหรือตกแต่งห้องเอง ปัจจุบัน Felissimo มีชมรมเกือบ 30 ชมรมในบริษัท เช่น ชมรมนกน้อย ชมรมเต่าและทะเล ชมรมเวทมนตร์ (มีจำหน่ายชุดแม่มดน่ารัก ๆ สร้อยคอนำโชค กระเป๋าเครื่องสำอางที่หน้าตาเหมือนหนังสือเวทมนตร์)

Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
ภาพ : www.felissimo.co.jp

พนักงานจัดอีเวนต์ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักสิ่งต่าง ๆ ในชมรมนั้น โดยที่ตัวพนักงานเองก็สนุก มีความสุข เพราะได้ทำในสิ่งที่ตนเองสนใจ และรู้เรื่องนั้น ๆ ดีอยู่แล้ว แถมได้ทำงานกับเพื่อนร่วมงานที่มีเรื่องคุยกันถูกคอด้วย

สิ่งที่น่าสนใจ คือ เวลาตั้งชมรม พนักงานจะต้องตั้งเสาธง (Flag) หลักก่อน กล่าวคือ พวกเขาต้องการสร้างสังคมแบบไหน เช่น ชมรมแมว ต้องการสร้างสังคมที่มนุษย์กับแมวจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข โดยมุ่งมั่นที่จะช่วยแมวที่อาจโดนกำจัดได้

นอกจากนี้ Felissimo กำหนดเงื่อนไข 3 ประการ คือ หนึ่ง สิ่งนั้นมีโอกาสพัฒนาเป็นธุรกิจได้ สอง มีความเป็นเอกลักษณ์ สาม เป็นประโยชน์แก่สังคม ถึงจะสร้างเป็นชมรมได้ (แค่ความชอบอย่างเดียวนั้นยังไม่พอ) 

เมื่อพนักงานได้ทำในสิ่งที่พวกเขารัก

มีพนักงานกลุ่มหนึ่ง ชอบไปดูละครเวที ดูคอนเสิร์ต ซึ่งหลายครั้ง ก็ต้องไปต่างจังหวัดไกล ๆ พวกเธอเคยใช้กระเป๋าลาก แต่ลากขึ้นลงรถไฟ ก็ไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไร พวกเธอจึงออกแบบกระเป๋าขนาดมหึมา ที่สะพายหลังได้ ใส่รองเท้าอีก 1 คู่ ชุด เสื้อผ้า เครื่องแต่งหน้า แท่งไฟนีออนได้

Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
ภาพ : style.nikkei.com

ส่วนชมรมมิวเซียม เป็นการรวมตัวของพนักงานที่ชอบไปชมงานนิทรรศการ ก็ออกแบบสินค้าสำหรับคนที่รักการไปมิวเซียม เช่น รองเท้าที่เหมาะกับการไปดูงานแกลเลอรี่ศิลปะ เดินนาน ๆ ก็ไม่เมื่อย ส้นรองเท้าเป็นยาง เดินแล้วเสียงไม่ดังรบกวนผู้อื่น ตัวสายรูปตัว T ที่ยึด ทำให้รองเท้าเกาะกับเท้าได้ง่าย ส้นสูงเพียง 3.5 เซนติเมตร ก็กำลังพอเหมาะกับการทำให้ขาดูยาว แต่ไม่เมื่อยเมื่อเดินนาน ๆ (อยากได้!!!) 

Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
ภาพ : note.com

ส่วนสินค้าที่มีประโยชน์เชิงอารมณ์ เช่น กระเป๋าเครื่องสำอางที่รูปทรงคล้ายพัดของเจ้าหญิงยุคเฮอัน

Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
เจ้าหญิงยุคไหน ๆ ก็ต้องสวยงาม
ภาพ : note.com

สำหรับคนทั่วไป เมื่อเห็นสินค้าเหล่านี้แล้วอาจรู้สึกเฉย ๆ แต่สำหรับคนที่ชอบทำกิจกรรมนั้น ๆ หรือมีไลฟ์สไตล์ตรงกับสมาชิกชมรม ก็จะรู้สึกถูกใจ และค่อย ๆ เข้ามาอยู่ในวงของ Felissimo ในที่สุด

สินค้าที่คนอยากซื้ออย่างต่อเนื่อง

นอกจากสินค้าจากชมรมต่าง ๆ แล้ว Felissimo ยังคงรักษาเป้าหมายในการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เมื่อบริษัทมีจุดเริ่มต้นจาก Subscription Model ทำอย่างไรให้ลูกค้ารักและอยากซื้อสินค้าจาก Felissimo อย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่บริษัทคิดเสมอในการพัฒนาสินค้า ตลอดจนแบรนด์ใหม่ ๆ 

ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์​ You + More ซึ่งหากออกเสียงไว ๆ ก็จะกลายเป็นคำว่า ‘Humour’ นั่นเอง 

คอนเซ็ปต์แบรนด์ คือ สร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานให้กับชีวิตประจำวันที่ผู้คนคุ้นชิน

ยกตัวอย่างเช่น หมอนข้างหัวไชเท้าน้อย เวลาโอบกอด จะเหมือนอุ้มเด็ก แต่หน้าตาเป็นหัวไชเท้า น่ารักน่าเอ็นดู

Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
Felissimo บริษัทขายสินค้าสร้างสุขที่อยู่รอดได้เพราะการตั้งชมรมของพนักงาน
ภาพ : www.felissimo.co.jp

หรือร่มเทมปุระ ที่ปลอกเป็นเปลือกกุ้งทอด ส่วนตัวร่ม เป็นลายกุ้ง ด้ามจับ ก็ทำเป็นหางกุ้ง (ฮ่า ๆ ๆ) 

Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
ภาพ : www.felissimo.co.jp

เป็นแบรนด์ที่ชวนอมยิ้มสมชื่อ 🙂 

ส่วนอีกแบรนด์ ชื่อ 1/d (อ่านว่า Once a day) คอนเซปต์ คือ ‘The housekeeping brand that makes daily living easy.’ ทำให้การทำความสะอาดบ้านเป็นเรื่องง่าย ทำพื้นที่ให้สะอาด แทนที่จะเก็บกวาดเมื่อสกปรก 

แบรนด์นี้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เช่น สเปรย์ทำความสะอาดห้องน้ำ สบู่ขัดอ่างล้างจาน แปรงล้างขวด ผ้าขนหนูแห้งไว เป็นตัวช่วยที่จะทำให้บ้านสะอาดอย่างง่ายดาย และที่สำคัญ บรรจุภัณฑ์ดูเรียบง่าย ไม่กินที่ ยิ่งใช้เป็นเซ็ต ก็จะยิ่งดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้บ้านดูเป็นระเบียบ เพียงแค่จากการวางขวดเท่านั้น 

Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
สเปรย์ทำความสะอาด
Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
สบู่ขัดอ่างล้างจาน 
Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
แปรงอเนกประสงค์
Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
ผ้าขนหนูแห้งไว
Felissimo แบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่น บริษัทสร้างความสุขที่ทุกคนจะสุขไปด้วยกันซึ่งขับเคลื่อนด้วยไอเดียจากเกือบ 30 ชมรมของพนักงานในบริษัท
ถุงมือแอลกอฮอล์
ภาพ : www.felissimo.co.jp

หากมองชีวิตประจำวันของเรา 

ในการดำเนินธุรกิจ อาจมีช่วงเวลาที่ธุรกิจไปได้ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป โมเดลความสำเร็จนั้น อาจไม่เหมาะกับบริบทในยุคใหม่ 

Felissimo ได้ลองผิดลองถูก จนพบว่า สิ่งที่พวกเขาปรับเปลี่ยนได้ คือ การออกสินค้าแนวใหม่ ที่ตอบโจทย์ชีวิตและไลฟ์สไตล์ผู้คนในยุคสมัยปัจจุบันยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน พวกเขายังคงมุ่งมั่นในการสร้างแฟนคลับ ทำให้ลูกค้าชื่นชอบและผูกพันกับ Felissimo ซึ่งแนวคิดนี้ สะท้อนในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างชมรม ตลอดจนการคิดสินค้าที่ผู้บริโภคอยากกลับมาซื้อบ่อย ๆ อย่างน้ำยาทำความสะอาดนั่นเอง

ค้นหาให้เจอว่า อะไรคือสิ่งที่ธุรกิจควรรักษา อะไรคือสิ่งที่ธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลง 

“ผมคิดว่า หลักคิดแบบ Economy of Scale หมดยุคสมัยไปแล้ว สิ่งที่สำคัญในอนาคต คือ เศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ เราจะสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างไร นั่นต่างหาก เป็นสิ่งสำคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจ”คาซึฮิโกะ ยาซากิ ประธานรุ่นที่ 3 

Writer

เกตุวดี Marumura

อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่นผู้หลงใหลในการทำธุรกิจแบบยั่งยืนของคนญี่ปุ่น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์สอนการตลาดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load