ฉันซื้อฟิล์ม LomoChrome Purple มาเมื่อต้น พ.ศ. 2565 และซื้อกล้องฟิล์มที่น่ารักเพราะตัวกล้องสีชมพู-ม่วง มาในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่มั่นใจว่ากล้องป๊อกแป๊กจะทำงานได้ดีกับฟิล์มราคาแพงที่ดูต้องการการปรับตั้งค่ากล้องก่อนถ่ายไหม แต่ก็ตัดสินใจเอาฟิล์มโลโมม่วงใส่กล้องสีชมพู-ม่วง ไปแล้ว

ตอนซื้อฟิล์ม พี่ที่ร้านแนะนำให้ดูสีภาพที่จะได้จากฟิล์มนี้ ฉันพูดกับเพื่อนทันทีว่า เหมือนมิวสิกวิดีโอเพลง Shout Out to My Ex ของ Little Mix วงดนตรีที่ฉันชื่นชอบ

ตอนเพลงออกยังพยายามตีความอยู่เลยว่าทำไมต้นไม้ต้องเป็นสีม่วง เพิ่งรู้หลังผ่านไปหลายปีว่า เขาถ่ายด้วยเทคนิคสีฟิล์มแบบนี้ ตอนเปิดให้เพื่อนดู MV เพื่อนยังวิเคราะห์อยู่ว่ารถยนต์ในภาพที่เป็นสีเขียวอันที่จริงต้องเป็นสีแดงแน่ ยิ่งดูอย่างนั้นเราก็ยิ่งลุ้นกันไปใหญ่ ว่าเราจะได้ภาพแบบไหนตอนถ่ายเอง

ดองฟิล์มไว้เฉย ๆ อยู่นานโดยไม่ได้มีโอกาสเอาออกไปถ่ายสักที เพราะต้องรอไปถ่ายกับที่สีเขียว ๆ เพื่อให้ได้ภาพม่วงสมใจ (เพราะสีเขียวถ่ายออกมาจะกลายเป็นสีม่วง) ปรากฏว่าพอมีโอกาสได้ถ่าย

การใช้กล้องตัวใหม่ครั้งแรกก็ไม่เป็นใจเท่าไหร่ รู้สึกเหมือนหมุนขึ้นฟิล์มได้ไม่สุด ปุ่มโฟกัสก็กดลงไม่สุด ไปเที่ยวคาเฟ่ครั้งแรก ได้ถ่ายไปไม่กี่ภาพ และพกไปอีก 2 – 3 โอกาส เริ่มจากพยายามถ่ายต้นไม้ให้เขียว ๆ สรุปแล้วกลายเป็นการอยากกด ๆ ให้หมด ๆ ไม่ได้ตั้งใจมากนักอย่างที่ตื่นเต้นตอนซื้อฟิล์มครั้งแรก

สุดท้ายได้ถ่ายภาพจนหมดที่อัมพวา คาเฟ่ Somdul Agroforestry Home และอุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย กดแบบไม่ตั้งใจเท่าไหร่ จะได้กลับมาล้างสักที ปรากฏว่าภาพที่ได้มาทำให้ตื่นเต้นอย่างหนัก แบบที่เสียดายว่าถ้าตั้งใจ น่าจะได้ภาพดี ๆ กว่านี้อีกมาก แต่เพราะว่าได้ภาพที่เกินคาด ก็เลยประทับใจมากกว่าเสียดายเหมือนกัน

Purple Lover ที่ได้ภาพม่วง ๆ มาทั้งม้วน ต้นไม้ใบหญ้า เรือนไทยสวยงาม ที่ตื่นเต้นที่สุดคือ ขนมตาลร้านระเบียงริมน้ำเพชรบุรี (ร้านอาหารที่รัก) สีชมพู และเครื่องแขวนที่ดอกจำปาเป็นสีชมพู เหมือน MV Shout Out to My Ex แล้ว!

ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า จงตั้งใจ จะได้ไม่เสียดาย (เงินค่าฟิล์ม) ทีหลัง

Writer & Photographer

นีนนิมมาน ยอดเมือง

นักเรียนภาษาไทยที่ชอบไปวัด โบราณสถาน อาร์ตแกลเลอรี่ และชอบตามหาร้านอาหารดี ๆ ไว้แนะนำคนอื่น

Photo Essay

เรื่องเล่าผ่านภาพถ่าย

ผมเฝ้ามองและหลงรักการถ่ายภาพหน้าต่าง

นอกจากหน้าต่างอาคารจะทำหน้าที่สำคัญ เปิดรับแสง สร้างความสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมแล้ว สำหรับผม หน้าต่างคือดวงตาที่สวยงาม

ถ้าอาคารมีชีวิต มันก็คงใช้หน้าต่างนี่แหละมั้งในการเฝ้ามองสิ่งต่าง ๆ รายรอบ ผมผู้พกกล้องถ่ายรูปเก่าเก็บอายุสิบกว่าปีติดตัวตลอดเวลา ราวกับมันเป็นสมาร์ทโฟน ไม่เคยอดใจขับรถผ่านไปเฉย ๆ ได้เลย หากผมเจอดวงตาคู่ หรือเดี่ยว หรือหมู่ ของอาคารต่าง ๆ 

หน้าต่างที่สะกดผมไม่จำเป็นต้องสวยงามหยดหยาด รุ่มรวยประดับทองหรือเกล็ดกระจก ไม่จำเป็นต้องเป็นหน้าต่างบานดังที่ใคร ๆ ต่างก็ไปเช็กอิน ผมชอบหน้าต่างบ้าน ๆ ของบ้านจริง ๆ ที่มีคนอาศัยอยู่ หน้าต่างเรียบ ๆ ที่เจ้าของบ้านเปิดรับอากาศอุ่นตอนตรู่ หน้าต่างบ้านที่ตากผ้าเช็ดครัว หน้าต่างเรียบ ๆ ที่แฝงเส้นสายและทรงกราฟิก หน้าต่างที่พอดูก็จะสัมผัสได้เลยว่าไม่เคยถูกเปิดมาเนิ่นนาน เจ้าของบ้านคงกลัวฝุ่น 

แล้วถ้าหน้าต่างเปรียบเสมือนดวงตาอย่างผมว่า มันจะหลับตาปุ๋ยแบบนี้อยู่ตลอดเลยหรือ จะว่าไป หลับแบบนี้ก็น่ารักดีของมัน ผมไม่ขอให้เปลี่ยนแปลงอะไรหรอก อ้อ หน้าต่างห้องครัวหรือร้านอาหาร ผมก็ชอบนะ 

น่าแปลกที่หลายอาคารที่มีคนพลุกพล่านและวุ่นวายอยู่ภายใน พอถ่ายภาพหน้าต่างออกมาแล้ว กลับพบว่ามันสงบและเหงาอย่างประหลาด ราวกับเป็นดวงตาที่เรียบนิ่ง เฝ้ามองพวกเราเดินไปมา ใช้ชีวิตตามหาสิ่งหลงใหลอย่างคุ้นชินไม่ยินดียินร้าย มันเข้าใจความเป็นไปของโลก

แต่บางครั้งผมก็รู้สึกว่าหน้าต่างพวกนั้นขยิบตาและมองผมที่กำลังถือกล้องตัวโต พยายามโฟกัสพวกมันอยู่อย่างคนคุ้นเคย แม้ว่าเราจะเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก พิลึกจริง

Writer & Photographer

ก้องเกียรติ สำอางศรี

เภสัชกร ถ่ายภาพทุกวัน ชาร์จแบตกล้องถ่ายรูปทุกคืน พกกล้องไปด้วยทุกที่ ชอบกาแฟและการทำอาหารเช้าทานเอง

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load