The Cloud X การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

จันทบุรีไม่ได้มีดีแค่เพชร พลอย อัญมณี หรือผลไม้รสชาติดี เสื่อจันทบูร ก็เลื่องชื่อลือชาไม่แพ้กัน เป็นหัตถกรรมทำด้วยสองมือที่ส่งต่อจากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกหลาน ความประณีตไม่เป็นสองรองใคร จนถูกบอกต่อไปถึงหูของ เมย์-เมทินี รัตนไชย สาวอินทีเรียที่ชวนชุมชนหัตถกรรมมาทำงานดีไซน์ด้วยกันภายใต้แบรนด์ Maison Craft สินค้าตกแต่งบ้านหัวใจไทยจากสุดยอดช่างฝีมือของไทยและวัตถุดิบจากประเทศไทยที่ต่างชาติเห็นแล้วต้องกรีดร้องด้วยความชอบใจ จะเอาไปแต่งบ้านก็ได้ เพิ่มความสวยงามบนโต๊ะอาหารก็ดี ถ้ามีครบทุกคอลเลกชันบอกเลยคุณคือแฟนคลับตัวยง

เสื่อจันทบูร

เมย์เป็นนักออกแบบตกแต่งภายใน จากเป็นคนคอยเลือกซื้อสินค้าจากทั่วทุกสารทิศ สินค้าที่เธอตามหามีบ้าง ไม่มีบ้าง ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง เมย์เลยผันตัวมาเป็นคนพัฒนาสินค้าควบคู่ไปกับอาชีพปัจจุบัน

“ของตกแต่งบ้านเป็นของที่อินทีเรียต้องหาให้กับลูกค้าอยู่แล้ว บางทีเราหาสิ่งนั้นไม่ค่อยเจอตอนทำงาน หมายถึงพวกของตกแต่งแบบไทยที่ประยุกต์ให้เหมาะกับงานออกแบบ เราเลยลงมาทำงานด้านนี้มากขึ้น

“เราคิดว่าถ้าเริ่มจากความถนัด เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี บวกกับเป็นสายงานเราอยู่แล้ว ยังไงก็ไม่เริ่มจากศูนย์แน่นอน เพราะเวลาเราพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปเป็นของตกแต่งภายใน เราจะรู้ว่าควรทำขนาดเท่าไหร่ถึงจะพอดี”

เสื่อจันทบูร

สินค้าของ Maison Craft เน้นเป็นของตกแต่งบ้านมากกว่าสินค้าแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นรองแก้ว แผ่นรองจาน แม้กระทั่งปกสมุดเมนูอาหาร โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นลูกค้าชาวต่างชาติ นักออกแบบ และโรงแรม

Maison Craft : แปลงโฉมเสื่อจันทบูรสุดเนี๊ยบเป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก
เสื่อจันทบูร

โคมไฟไม้ไผ่สุดเก๋เป็นผลิตภัณฑ์แจ้งเกิดของแบรนด์ เมย์ทำงานร่วมกับกลุ่มแม่บ้านสานไม้ไผ่จังหวัดชลบุรี โดยเธอพยายามสับเปลี่ยนการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และรูปแบบหัตถกรรมให้ไปไกลมากกว่าชุมชนเดียว จากคำบอกเล่าของเพื่อนทำให้เมย์มาเจอกับกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม จังหวัดจันทบุรี สวรรค์ของต้นกกน้ำกร่อย เป็นแหล่งผลิต เสื่อจันทบูร ด้วยความละเอียดและประณีตทำให้เมย์มั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์และช่างทอฝีมือระดับชำนาญ ทอได้ทุกแบบทุกลายขอเพียงกระซิบบอกมา แม่ช่างทอจัดให้!

เสื่อจันทบูร

แม้กกจะเป็นของดีชุมชน แต่ปอกระเจาก็นิยมไม่แพ้กัน เมย์พยายามเลือกวัตถุดิบหลักที่มีในเสม็ดงามเท่านั้น

“เราจะให้ความสำคัญกับปอกระเจามากกว่ากก เพราะปอกระเจาไม่สามารถหาได้ในจังหวัดอื่น ถึงต่างประเทศมีปอเหมือนกันกับเรา แต่ปอกระเจาของเรามีความเหนียวและแข็งแรงทนทานกว่า ไม่เป็นขุยขน เหมาะมากกับการใช้งานบนโต๊ะอาหาร คนสมัยก่อนนิยมเอาไปทำเป็นเชือกสำหรับลากและผูกของ” เมย์อวดสรรพคุณ

Maison Craft : แปลงโฉม เสื่อจันทบูร เป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก

เดิมทีกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงามนิยมทอเพียงเสื่อบุนวมเนื้อนุ่ม มักทอด้วยกกสลับกับเส้นยืนพลาสติก แต่เมย์เลือกทอด้วยกกสลับเส้นยืนปอกระเจา เพราะปอกระเจาปลูกได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น กว่าจะยืนต้นโตพร้อมทอต้องใช้เวลานาน 6 เดือน เมย์เลยเลือกใช้ปอกระเจาในส่วนโครงสร้างผลิตภัณฑ์ เพราะเป็นส่วนที่สำคัญมากที่สุด เพื่อความเหนียวแน่นและคงทน แม้จะปลูกได้ปีละน้อยครั้ง ก็คุ้มค่ากับการอดใจรอคอยเมื่อเทียบกับคุณภาพ

Maison Craft : แปลงโฉม เสื่อจันทบูร เป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก

ส่วนกกมีข้อดี ปราศจากความลื่น หากนำไปทำเป็นแผ่นรองจานอาหาร เศษอาหารก็จะไม่ติด เช็ดล้างออกง่าย แม้จะโดนน้ำแบบกระหน่ำก็อย่ากังวล ขอเพียงตากให้แห้งสนิทก็พร้อมใช้งานได้อีกนานแสนนาน

การทำงานของเมย์กับกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม เธอไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีดั้งเดิมของชาวบ้าน แต่เป็นการปรับวิถีให้ร่วมสมัยเหมาะกับผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะการจับคู่สี ถ้าคู่สีดีมีชัยไปกว่าครึ่งแน่นอน อย่างลายมัดย้อมคอลเลกชันใหม่ เราเชื่อเลยว่าจะช่วยส่งเสริมงานออกแบบภายในให้มีเสน่ห์และเอกลักษณ์มากขึ้น

Maison Craft : แปลงโฉมเสื่อจันทบูรสุดเนี๊ยบเป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก

“เราไม่ได้ปรับเปลี่ยนเขาเลย เพียงแต่เราทำงานร่วมกับเขา เพราะชาวบ้านมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว โดยเฉพาะเสม็ดงาม เขามีความคิดสร้างสรรค์สูงมาก เราจะเป็นคนคอยแนะบางอย่าง แต่เขาเป็นคนรังสรรค์ผลงานออกมา แต่ละชุมชนจึงมีเอกลักษณ์และความแตกต่างไม่เหมือนกัน แม้จะทำด้วยวัสดุชนิดเดียวกันก็ตาม”

การแบ่งงานกันก็น่ารักน่าเอ็นดู คุณลุงคุณป้าจะเลือกทำส่วนที่ถนัด เช่นคุณลุงตัดปอกระเจา ส่งต่อให้คุณป้าปอกเส้น นำมาปั่นปอ ตากปอ ตลอดจนถักปอเป็นชิ้นงานพร้อมติดตราแบรนด์ นอกจากสร้างรายได้ให้กับชุมชน ยังเป็นการสนับสนุนให้คุณลุงคุณป้าใช้เวลาสุดว่างให้เกิดประโยชน์ แถมแก้อาการเหงาของคนสูงวัยได้อย่างยอดเยี่ยม

Maison Craft : แปลงโฉม เสื่อจันทบูร สุดเนี๊ยบเป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก
Maison Craft : แปลงโฉม เสื่อจันทบูร สุดเนี๊ยบเป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก

“ของแต่งบ้านจากกกและปอกระเจาเป็นการเอาธรรมชาติกลับมาสู่ตัวอาคารอีกครั้ง คนใช้ผลิตภัณฑ์ของเราส่วนใหญ่เขาชอบธรรมชาติ มีความดิบเหมือน Industrial เป็นการโชว์ธรรมชาติจากเนื้อแท้ ถ้าประเทศญี่ปุ่นเขาจะชอบพวกวาบิซาบิ ซึ่งผลิตภัณฑ์จากกกและปอกระเจาน่าจะเป็นตัวแทนวาบิซาบิของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี”

ปัจจุบันกระแสเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังมาแรง การนำผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติมาแต่งบ้าน นอกจากจะช่วยลดวัสดุร้ายทำลายโลกของเราแล้ว ยังทำให้บ้านดูอบอุ่นมากกว่าเดิมหลายเท่า ยิ่งเป็นสีธรรมชาติ ยิ่งน่าหลงรัก

Maison Craft : แปลงโฉมเสื่อจันทบูรสุดเนี๊ยบเป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก

“เราคิดว่าความเป็นธรรมชาติเป็นเอกลักษณ์ของ Maison Craft งานแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน เสื่อแต่ละผืนทอด้วยคนแต่ละคน หรือการผ่าเส้นปอกระเจาออกเป็น 8 ซีก ยังมีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากันเลย บางเส้นใหญ่กว่าอีกเส้นหนึ่ง ทำให้งานออกมาเล็กบ้างใหญ่บ้าง เหล่านั้นเราว่ามันคือเสน่ห์นะ แม้จะมีคนเข้าใจบ้างและไม่เข้าใจบ้าง (หัวเราะ)” เมย์เล่า

แม้เมย์จะเข้ามาทำงานร่วมกับกลุ่มหัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงามในช่วงสมาชิกของกลุ่มลดลงเพราะการเกษตรทำเงินได้มากกว่าการสานเสื่อขายเช่นอดีต เธอไม่ย่อท้อ ยังคงสู้! และหวังว่า Maison Craft จะจุดประกายให้แม่ช่างทอวัยเก๋าและเด็กรุ่นใหม่หันกลับมารักษาและต่อยอดภูมิปัญญาของจันทบุรีให้ยืนยงและยั่งยืน

“เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์อย่างเดียว แต่เรามองลึกถึงชีวิตและความเป็นอยู่ร่วมกับงานคราฟต์ หากย้อนไปถึงมอตโต้ของแบรนด์ ‘Journey of Living Culture’ มันเป็นการเดินทางไปเรื่อยๆ และพยายามเอางานออกแบบเข้าไปพัฒนางานหัตถกรรม เราอยากให้เขามีสังคมโดยมีงานคราฟต์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต เพราะเมื่อไหร่ที่วิถีชีวิตของเขาไม่อยู่ แน่นอนว่างานคราฟต์ก็หายไปเช่นกัน คุณค่าของงานหัตถกรรมมันเลยอยู่ที่จิตใจของคนทำ”

Maison Craft : แปลงโฉม เสื่อจันทบูร สุดเนี๊ยบเป็น Homeware ที่ต่างชาติตกหลุมรัก

Maison Craft

ติดต่อ 094 546 6554

Facebook : Maison Craft

ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม (มะลิ เพชรกุล)

ติดต่อ : 081 762 3362

(หากสนใจเข้าชมกระบวนการทอเสื่อกกพร้อมช้อปสินค้าจากชุมชนกรุณาติดต่อล่วงหน้า)

Facebook : ศูนย์หัตถกรรมพื้นบ้านทอเสื่อกกบ้านเสม็ดงาม (มะลิ เพชรกุล)



Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Creative Local

ตัวอย่างการใช้ไอเดียสร้างสรรค์ต่อยอดของดีของชุมชน

ตามปกติเมื่อเช้าวันจันทร์มาถึง ฉันจะลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแล้วตรงไปที่ทำงานใจกลางเมือง แต่ตอนนี้ฉันกำลังนั่งอยู่กลางอ้อมกอดภูเขาและต้นไม้ ห่างออกไปไม่ไกลมีลำธารใสไหลผ่าน นั่นเพราะที่ทำงานของฉันวันนี้คือ ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน ชุมชนปกาเกอะญอแห่งจังหวัดเชียงราย และงานที่ต้องทำก็ไม่ใช่การนั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ แต่คือการลงพื้นที่เพื่อเรียนรู้เรื่องสินค้าชุมชนแห่งนี้

นั่นคือ ‘น้ำผึ้ง’

ก่อนหน้านี้ถ้าถามว่าน้ำผึ้งคืออะไร ฉันคงตอบว่าคือวัตถุดิบรสหวานซึ่งรสและสีสันต่างกันนิดหน่อยในแต่ละยี่ห้อ แต่ตอนนี้ ฉันคงต้องขอเปลี่ยนคำตอบ เพราะตรงหน้ามีแก้วใสหลายใบ แต่ละใบใส่น้ำผึ้งหลากเฉดสี ที่สำคัญคือเมื่อพี่ๆ ชาวปกาเกอะญอบอกให้ใช้ช้อนคันเล็กลองตักชิม สิ่งที่ลิ้นสัมผัสคือรสชาติหลากหลาย บ้างหวานซ่อนเปรี้ยว บ้างเข้มจัดเกือบขม

นี่คือน้ำผึ้งจากป่าของบ้านห้วยหินลาดในที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้ละเอียดซับซ้อน ชนิดว่าน้ำผึ้งแต่ละขวดของที่นี่อาจมีรสต่างกันโดยสิ้นเชิง และรับรองว่าไม่ใช่แค่รสชาติ เรื่องเบื้องหลังของสินค้าชุมชนแห่งนี้ก็แตกต่างและโดดเด่น

รออะไรอยู่, มาชิมเรื่องราวน้ำผึ้งจากผืนป่าชาวปกาเกอะญอกันเถอะ

HOSTBEEHIVE : ลิ้มรสเรื่องราวผืนป่าผ่านน้ำผึ้งของชุมชนปกาเกอะญอแห่งเชียงราย

ชื่อสินค้า: HOSTBEEHIVE
ชื่อชุมชน: ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย

รู้จักชุมชน

‘ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน’ เป็นชุมชนปกาเกอะญอที่อยู่อาศัยในพื้นที่บริเวณนี้มานานนับร้อยปี ในกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลง ชุมชนชนเผ่าแห่งนี้ยังคงเข้มแข็ง มีคนรุ่นใหม่ใส่ใจสืบทอดภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ปัจจุบันชาวชุมชนทั้งยี่สิบกว่าหลังคาเรือนยังคงทำไร่หมุนเวียนซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สืบทอดต่อกันมา รวมถึงดูแลป่าวนเกษตรอันอุดมสมบูรณ์ที่กินอาณาเขตกว่า 22,000 ไร่ นอกจากทำการเกษตร ชาวบ้านที่นี่ยังมีความรู้เรื่องการเก็บน้ำผึ้งจากรังผึ้งในธรรมชาติด้วย   

รู้จักคนทำ

พ่อหลวงชัยประเสริฐ โพคะ พ่อหลวงคนปัจจุบันของชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน เป็นคนดูแลชาวบ้านและจัดการกระบวนการผลิตน้ำผึ้งของ HOSTBEEHIVE ทั้งหมด

HOSTBEEHIVE : ลิ้มรสเรื่องราวผืนป่าผ่านน้ำผึ้งของชุมชนปกาเกอะญอแห่งเชียงราย

จั้มพ์-ณัฐดนัย ตระการศุภกร ชาวปกาเกอะญอรุ่นใหม่ที่เรียนจบคณะนิติศาสตร์ แต่ได้ไปทำงานด้านการตลาดที่กรุงเทพฯ อยู่พักใหญ่ ปัจจุบันนำความรู้ที่มีกลับบ้านเกิดมาทำงานกับชนเผ่าต่างๆ เป็นคนช่วยทำการตลาดให้กับ HOSTBEEHIVE

ทศ-ชัยธวัช จอมติ ชาวปกาเกอะญอรุ่นใหม่จากชุมชนบ้านห้วยหินลาดนอก ซึ่งเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงกับชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน นอกจากบุกเบิกทำแบรนด์กาแฟให้กับชุมชนตัวเอง เขายังมาช่วยเหลือเรื่องการตลาดให้กับ HOSTBEEHIVE ด้วย

HOSTBEEHIVE : ลิ้มรสเรื่องราวผืนป่าผ่านน้ำผึ้งของชุมชนปกาเกอะญอแห่งเชียงราย

รู้จักสินค้า

ก่อนหน้าที่ HOSTBEEHIVE จะถือกำเนิด ชาวปกาเกอะญอในชุมชนเก็บน้ำผึ้งตามธรรมชาติและเลี้ยงผึ้งกันอยู่แล้ว แต่เพราะไม่อาจหาตลาดได้ (เวลาไปฝากขายก็โดนกดราคา) ทำให้น้ำผึ้งที่ควรเป็นสินค้าสร้างรายได้กลายเป็นเพียงของแจกยามมีคนนอกแวะเวียนมาดูงาน จนชาวบ้านเริ่มหมดความสนใจในการทำน้ำผึ้ง

ในช่วงนั้นเอง จั้มพ์ได้เข้ามาในบ้านห้วยหินลาดในและพบกับพ่อหลวงชัยประเสริฐ พ่อหลวงอยากส่งเสริมให้ชาวบ้านเลี้ยงผึ้ง เพราะมองว่าการมีผึ้งที่ช่วยผสมเกสรจะช่วยให้ป่าที่นี่อุดมสมบูรณ์ จึงเล่าปัญหาให้จั้มพ์ฟัง จั้มพ์จึงเสนอให้สร้างแบรนด์ของชุมชนขึ้น โดยจั้มพ์จะลองช่วยหาตลาดและดูแลด้านการตลาดให้

HOSTBEEHIVE เริ่มต้นขึ้นในวันนั้น

จั้มพ์เล่าว่า ต้นทุนในวันแรกของเขาไม่ใช่เงิน แต่คือน้ำผึ้ง 5 ลิตรที่พ่อหลวงให้มา หลังได้น้ำผึ้ง เขาไปหาบรรจุภัณฑ์มาใส่ ชวนเด็กๆ ในชุมชนช่วยกันออกแบบหีบห่อ และทดลองนำไปฝากขายกับร้านคนรู้จัก ขายออนไลน์ รวมถึงออกบูทเพื่อพบปะผู้คน

HOSTBEEHIVE : ลิ้มรสเรื่องราวผืนป่าผ่านน้ำผึ้งของชุมชนปกาเกอะญอแห่งเชียงราย

HOSTBEEHIVE : ลิ้มรสเรื่องราวผืนป่าผ่านน้ำผึ้งของชุมชนปกาเกอะญอแห่งเชียงราย

แน่นอนว่าความโดดเด่นแรกที่คนสัมผัสจากน้ำผึ้งที่นี่คือ รสชาติหลากหลายซับซ้อน ซึ่งถ้าได้ฟังจั้มพ์เล่าเบื้องหลังจะยิ่งเห็นความพิเศษ เช่น น้ำผึ้งนี้มาจากผึ้งหลายสายพันธุ์ซึ่งมีพฤติกรรมและขอบเขตการบินต่างกัน (พวกบินสูงอาจได้เกสรคนละแบบกับพวกบินเรี่ยพื้น)  และเกสรที่เก็บก็มาจากผืนป่าหลากหลายแบบ จนเรียกได้ว่าน้ำผึ้งคือสมุดบันทึกเรื่องราวผืนป่าต้นกำเนิด น้ำผึ้งจากป่าเบญจพรรณจะต่างจากป่าดงดิบ และถ้าบริเวณไหนมีไฟป่า ก็อย่าแปลกใจถ้าน้ำผึ้งจากรังแถบนั้นมีกลิ่น smokey หน่อยๆ

เมื่อ HOSTBEEHIVE ถือกำเนิด จั้มพ์จึงนำรสชาติของน้ำผึ้งป่าแท้ๆ นี้มาเป็นจุดขาย มีการให้ลองชิมอยู่เสมอ แต่ไม่ใช่แค่เพื่อให้คนซื้อเพราะแตกต่าง หากเขาต้องการให้น้ำผึ้งเป็นเครื่องมือสื่อสารเรื่องราวชุมชนบ้านห้วยหินลาดในสู่คนกิน เพราะหนึ่งในเหตุผลหลักที่น้ำผึ้ง HOSTBEEHIVE มีรสหลากหลายขนาดนี้ ก็เพราะชาวปกาเกอะญอช่วยดูแลจัดการป่าทั้งหมดให้อุดมสมบูรณ์ มีพืชพรรณนานาชนิดให้เหล่าผึ้งทุกสายพันธุ์บินเก็บเกสร

เมื่อรสโดดเด่นกระตุ้นให้คนแปลกใจสงสัย พวกเขาก็จะได้ค้นพบ เข้าใจเรื่องราวการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าของชาวปกาเกอะญอแห่งห้วยหินลาดใน

“ผมมองว่าหินลาดในเป็นปกาเกอะญอที่ทำเรื่องไร่หมุนเวียน ป่าวนเกษตร คือเขาดูแลป่ามาตลอดชีวิต แต่ถูกภายนอกมองว่าชาวเขาทำลายป่า ทำไร่เลื่อนลอย และโดนฝ่ายต่างๆ เข้ามาในพื้นที่ เช่น จะเข้ามาทำสัมปทาน ชาวบ้านดูแลป่าแล้วยังต้องมาสู้กับเรื่องพวกนี้ เราเลยต้องการเอาเรื่องพวกนี้ให้คนข้างนอก เป็นการให้ความรู้คนข้างนอก เพราะถ้าเกิดไม่มีใครรู้เลย หินลาดในไม่มีเพื่อนเลย อาจโดนอะไรต่างๆ เช่น โดนนายทุนเข้ามาก็ได้” จั้มพ์อธิบาย

นอกจากเชื่อมสัมพันธ์คนทำและคนกิน HOSTBEEHIVE ยังเป็นสินค้าที่มีโมเดลธุรกิจซึ่งช่วยให้ชุมชนอย่างยั่งยืน เพราะกำไรจากน้ำผึ้งแต่ละขวดไม่ใช่แค่กลับสู่ชาวบ้านผู้ผลิต แต่ราว 30 เปอร์เซ็นต์ยังแบ่งไปอยู่ในสิ่งที่เรียกว่า ‘กองทุนละลาย’ หรือกองทุนที่นำไหลไปสู่จุดประสงค์หลากหลายได้เหมือนน้ำ เช่น ทำแนวกันไฟป่า หรือเป็นค่ารักษาเมื่อชาวชุมชนเจ็บป่วย HOSTBEEHIVE จึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้ และจั้มพ์ยังหวังว่า การเกิดขึ้นและอยู่รอดของแบรนด์จะช่วยส่งต่อโมเดลนี้ไปสู่ชุมชนชนเผ่าต่างๆ ได้ด้วย

HOSTBEEHIVE : ลิ้มรสเรื่องราวผืนป่าผ่านน้ำผึ้งของชุมชนปกาเกอะญอแห่งเชียงราย

ยิ่งไปกว่านั้น HOSTBEEHIVE ยังถือเป็นน้ำผึ้งที่ได้มาอย่างพยายามเกื้อกูลธรรมชาติ การเลี้ยงผึ้งของที่นี่ตั้งใจเก็บน้ำผึ้งแค่ปีละ 1 ครั้ง (จริงๆ แล้วเก็บได้ 3 – 4 ครั้ง) เพื่อให้ผึ้งได้มีวงจรชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ต้องเร่งผลิตน้ำผึ้ง ขณะเดียวกัน เวลาเก็บก็จะมีการแยกตัวอ่อนไว้ในรังใหม่ เป็นการช่วยแพร่พันธุ์เหล่าผึ้งผู้ช่วยผสมเกสรให้ป่าอุดมสมบูรณ์

“พอผมช่วยไปทำเรื่องตลาดในปีแรก คนได้ชิมแล้วเขาก็มาซื้อ กลายเป็นว่าน้ำผึ้งหมดหลังทำไปประมาณ 6 เดือน ยังไม่ถึงหน้าเก็บน้ำผึ้งอีกรอบ เราก็บอกพ่อหลวงว่าน้ำผึ้งหมด มีอีกมั้ย เพราะตอนนี้ตลาดกำลังไปได้แล้ว ต้องมีผลิตผล แต่พ่อหลวงตอบมาคำหนึ่งว่า ธรรมชาติให้เราแค่นี้ ก็ต้องทำแค่นี้แหละ หลังจากนั้นผมเข้าใจเลยว่า เราทำน้ำผึ้งเพื่อต้องการพูดเรื่องของป่า ไม่ใช่ต้องมาเร่งผลิตป้อนอุตสาหกรรม ดังนั้น น้ำผึ้งหินลาดในก็จะมีจำนวนจำกัดทุกปี ซึ่งลูกค้าก็ต้องเข้าใจ เลยเป็นที่มาที่เราโดนเรียกตลอดว่าน้ำผึ้งเอาแต่ใจ (หัวเราะ) เพราะเราไม่อาจทำป้อนโรงงานหรือส่งออกจำนวนเยอะได้” จั้มพ์เล่าถึงสิ่งที่ยึดถือในการผลิตน้ำผึ้ง ซึ่งยังหมายถึงการที่ชุมชนยังผลิตได้ภายใต้วิถีชีวิตแบบเดิมด้วย

ในน้ำหวานสีเหลืองทอง 1 ขวดจาก HOSTBEEHIVE จึงอัดแน่นด้วยเรื่องราวและโอกาสสู่สิ่งที่ดี นับจากวันแรกที่ตั้งต้นก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว และยังวางแผนบินต่อไปในหลากหลายทิศทาง เช่น อาจมีการร่วมมือนำน้ำผึ้งจากชุมชนอื่นมาขายในระยะที่น้ำผึ้งจากห้วยหินลาดในขาดตลาด โดยโปรโมตเป็น Single Origin เหมือนที่นิยมกันอยู่ในแวดวงกาแฟ

HOSTBEEHIVE : ลิ้มรสเรื่องราวผืนป่าผ่านน้ำผึ้งของชุมชนปกาเกอะญอแห่งเชียงราย

“ตอนนี้ HOSTBEEHIVE กลายเป็น impact เล็กๆ ที่เราทำให้เกิดขึ้น” จั้มพ์บอก “พอเราเอาน้ำผึ้งออกไป จากที่หินลาดในขายน้ำผึ้งไม่เคยได้ก็ขายหมดทุกปี ชาวบ้านก็เริ่มตื่นตัวกลับเข้ามาร่วมกันทำเรื่องน้ำผึ้ง จากตอนแรกที่มีแค่ผม พ่อหลวง พี่ทศ เพราะชาวบ้านบอกว่ามันทำไม่ได้หรอก แล้วก็มีการขยายพันธุ์ของผึ้งมากขึ้น ทำให้ป่ามีความหลากหลายขึ้น ในส่วนของคนข้างนอก ผมรู้สึกว่าทุกวันนี้เรื่องราวของหินลาดในถูกเผยแพร่ออกไปเยอะมาก เพราะคนได้ชิมจะต้องเกิดคำถามแน่นอนว่ามันเป็นน้ำผึ้งที่ไหน แล้วพอรู้จักเรื่องของหินลาดในมากขึ้น ก็จะเกิดคำถามว่าชุมชนเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ เราก็ได้โอกาสทำเวิร์กช็อปที่หมู่บ้าน แล้วคนที่ออกมาหรือคนที่กินเองก็จะบอกต่อ ทำให้เราได้เพื่อน แล้วผมก็คิดว่าหินลาดในเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่บอกว่าคนอยู่กับป่าได้ ทุกวันนี้เราอาจมองว่าคนไปทำลายป่า แต่ที่จริงแล้ว สิ่งที่หินลาดในทำบ่งชี้ได้เลยว่า คนอยู่ร่วมกับป่าได้และจำเป็นต้องมีคนอยู่กับป่าด้วย”

ถ้าพลิกดูข้างขวดน้ำผึ้ง จะเห็นโลโก้ฝีมือเด็กๆ ในชุมชนที่ทำเป็นรูปรังผึ้งซึ่งแท้จริงมาจากรูปต้นไม้ นั่นคือตัวแทนการอยู่ร่วมกันของผู้คนกับผึ้งและผืนป่าใหญ่

คือสิ่งที่พวกเขาอยากส่งไปถึงคุณ

สินค้าแนะนำ: น้ำผึ้งโพรง น้ำผึ้งที่หากินยากในท้องตลาด (ส่วนใหญ่ที่ขายกันคือน้ำผึ้งหลวง) เป็นน้ำผึ้งที่เข้มข้น สีออกดำ เพราะผึ้งชนิดนี้หากินระดับพื้นดิน เกสรที่เก็บมาทำน้ำผึ้งจึงหลากหลายเป็นพิเศษ   
ช่องทางติดต่อ: Facebook l  HOSTBEEHIVE 
นอกจากสั่งซื้อออนไลน์ผ่านเพจ HOSTBEEHIVE ยังวางขายในหลายร้านออร์แกนิกของกรุงเทพฯ เช่น ร้านสวนชั้น 1 ‘it’s going green’ ที่ BACC และร้านสวนเงินมีมา

Writer

ธารริน อดุลยานนท์

สาวอักษรฯ ผู้หลงรักการเขียนเสมอมา และฝันอยากสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ด้วยสิ่งที่มี ณ จุดที่ยืนอยู่ รวมผลงานการมองโลกผ่านตัวอักษรไว้ที่เพจ RINN

Photographer

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load