ชาวพระนครย่านสีลมจำนวนไม่น้อย ต่างรู้แล้วว่าในตรอกเล็ก ๆ ที่พรางตัวหลบมุมอยู่บนถนนปั้น คือที่ตั้งของ ‘Suananda’ ร้านอาหารมังสวิรัติโดย สุเกช จันทร์ศรีชวาลา แม่บ้านชาวอินเดียที่ปรุงอาหารตามหลักอายุรเวทฉบับชาวภารตะขนานแท้ 

เพราะอายุรเวทศาสตร์ยังมีอะไรให้ค้นหาและลึกซึ้งกว่าที่คาดคิดไว้มาก การเปิดร้านอาหารมังสวิรัติที่ทำหน้าที่แบ่งปันความรู้ด้านอายุรเวทและสอนโยคะไปพลาง ๆ จึงยังไม่จุใจ ครอบครัวจันทร์ศรีชวาลา นำทีมโดย สุเกช และ ลูกสาวคนเก่งอย่าง สิรินทร์ จันทร์ศรีชวาลา จึงขยายรั้วรอบขอบชิดจากร้านอาหารย่านสีลม สู่สถานที่รีทรีตอันสงบเงียบกลางเมืองเชียงใหม่ในนาม ‘Mahi Retreat’ ที่พื้นที่กว้างกลางขุนเขาผุดขึ้นสำหรับใช้เป็นสถานที่บำบัดและเยียวยากายใจด้วยศาสตร์อายุรเวทเป็นเวลากว่า 2 ปีเศษแล้ว 

Mahi Retreat สถานรีทรีตไทย-อินเดียกลางเมืองเชียงใหม่ รักษากายใจผู้คนด้วยหลักอายุรเวท

ไม่รอช้า เรายกหูโทรศัพท์ต่อสายตรงไปยังสิรินทร์ เพื่อขอทำความรู้จักสถานที่แห่งนี้ให้ดียิ่งขึ้น แม้จะไม่ได้ไปเยือนสถานที่จริงให้เห็นกับตา แต่ความหรรษาที่ซ่อนไว้ในความเงียบสงบ ณ เมืองเชียงใหม่ ก็ส่งผ่านมายังเสียงปลายสายได้อย่างชัดเจน

Mahi Retreat สถานรีทรีตไทย-อินเดียกลางเมืองเชียงใหม่ รักษากายใจผู้คนด้วยหลักอายุรเวท

จากร้านอาหาร สู่สถานรีทรีต

“ธรรมชาติเป็นอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้น”

นี่คือประโยคอธิบายคำตอบอย่างง่ายของสิรินทร์ เมื่อเราเอ่ยถามอย่างซื่อ ๆ ว่าอายุรเวทศาสตร์คืออะไร เพราะเราเชื่อเหลือเกินว่าก่อนจะข้ามไปทำความรู้จักสถานรีทรีตของเธอ เราต้องทำความรู้จักเจ้าศาสตร์ที่ว่านี้เสียก่อน

“อายุรเวทคือการรู้จักธาตุตัวเอง ของทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงตัวเราเองด้วย ล้วนมาจากห้าธาตุในธรรมชาติ เราจึงต้องอยู่ให้สอดคล้องกับธรรมชาติ รู้ว่าตัวเราทำด้วยธาตุอะไร จากนั้นจึงรู้ว่าเราจะต้องกินอะไร จะอยู่อย่างไรให้สมดุลกับธรรมชาติได้”

สิรินทร์เสริมว่า อายุรเวทและโยคะ ก็เหมือนอาหารอินเดียกับเครื่องเทศ เป็นสองสิ่งที่อยู่คู่กันอย่างแยกไม่ออก จึงไม่แปลกที่ร้านอาหาร Suananda จะมีคลาสสอนหลักอายุเวทเชิงลึก ควบคู่ไปกับการสอนโยคะแบบส่วนตัวไว้คอยบริการแก่ลูกค้าที่สนใจ

“แต่เดิมเรามีคลาสเวิร์กชอปสอนหลักอายุรเวทที่ร้านอาหารอยู่แล้ว คุณแม่เป็นคนสอนเอง เพราะเขาสนใจและศึกษาทางด้านนี้มานาน นอกจากนี้ก็มีคลาสสอนโยคะและคลาสทำอาหารมังสวิรัติด้วย อย่างบ้านเราทานอาหารมังสวิรัตมาเป็นรุ่นที่ห้าแล้ว เรารู้สึกว่าการทานอาหารแบบนี้ ร่างกายเราไม่ได้ขาดอะไร เลยอยากจะถ่ายทอดให้คนอื่น ๆ ได้รู้จักกับอาหารมังสวิรัติด้วย

“แต่บางครั้งการมาเวิร์กชอปแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมง อาจจะได้อะไรกลับไปไม่มากเท่าไหร่ เราเลยอยากขยับขยายให้กลายเป็นสเปซที่ใหญ่ขึ้น เป็นสถานที่รีทรีตให้คนพักผ่อน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับตนเอง อยู่กับธรรมชาติให้นานขึ้น แน่นอนว่าเมื่อเรามีเวลานานขึ้น เราก็จะได้เรียนรู้อะไรที่เยอะกว่าและลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิมมาก” น้ำเสียงของสิรินทร์ ช่วยขับเน้นถึงความตั้งใจและความเป็นไปได้ที่ครอบครัวจันทร์ศรีชวาลามองเห็น ในการเนรมิต Mahi Retreat แห่งนี้ขึ้นเมื่อราว 2 ปีก่อนได้เป็นอย่างดี 

จากสีลม สู่เชียงใหม่

สีลมกับเชียงใหม่ ไม่ได้อยู่ใกล้ในระยะโบกแท็กซี่ไปถึง

คำถามข้อต่อไปที่คับข้องใจมาตั้งแต่เริ่มสนทนาปราศรัย เหตุใดเธอจึงปักหมุดหมายออกไปไกลถึงอำเภอดอยสะเก็ด

“เราเคยไปเที่ยวเชียงใหม่กันแล้วชอบค่ะ” ลูกสาวหัวเราะ “คุณพ่อไปเจอทำเลตรงนั้นโดยบังเอิญ จริง ๆ เคยเป็นปางช้างเก่าที่ตั้งอยู่บนภูเขาเตี้ย ๆ ที่สำคัญคืออยู่นอกเมือง ค่อนข้างเงียบสงบ ทุกอย่างเหมาะเจาะมาก คุณแม่ก็อยากทำที่รีทรีตอยู่แล้วด้วย”

Mahi Retreat สถานรีทรีตไทย-อินเดียกลางเมืองเชียงใหม่ รักษากายใจผู้คนด้วยหลักอายุรเวท
Mahi Retreat สถานรีทรีตไทย-อินเดียกลางเมืองเชียงใหม่ รักษากายใจผู้คนด้วยหลักอายุรเวท

สิรินทร์ใช้คำว่า ‘ลอง’ เพื่อบอกเป็นนัยว่า โปรเจกต์ในการรีโนเวตพื้นที่จากปางช้างเก่าสู่สถานรีทรีตของครอบครัวนั้น ยุ่งยากซับซ้อนกว่าที่เธอคาดการณ์ไว้หลายตลบ เนื่องจากในบริเวณพื้นที่กว้างกว่า 33 ไร่ มีโครงสร้างอาคารของเดิมตั้งตระหง่านวางท่าเป็นเจ้าถิ่นอยู่แล้ว ระยะเวลาและเงินทุนในการปัดฝุ่นแปลงโฉมที่ดินผืนนี้จึงค่อย ๆ ยักย้ายขยายตัวขึ้นตามกัน ลูกครึ่งตาคมผู้เรียนจบด้านการออกแบบมาโดยตรงอย่างสิรินทร์ มองว่าควรใช้การรีโนเวตแทนการก่อสร้างใหม่ จึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีและเหมาะสมที่สุด

“เราเลือกทำงานกับช่างในท้องถิ่น อย่างลุงช่างไม้ที่เคยทำงานกับเรา ทุกวันนี้เขาก็ยังทำเฟอร์นิเจอร์ไม้ชิ้นใหม่ ๆ เก๋ ๆ ให้เราตลอด เหมือนเป็นคนในครอบครัวเราด้วยอีกคน อย่างที่บอก เราไม่ได้คิดว่าที่นี่เป็น Business ขนาดนั้น”

สิรินทร์ชี้แจงแถลงไขตัวอาคารแต่ละส่วนให้เราฟังอย่างใจเย็น ชวนให้เรามองเห็นโครงสร้างของสถานรีทรีตท่ามกลางผืนป่า ขุนเขา และใบไม้ใบหญ้าเขียวขจีผ่านเสียงใส ๆ เริ่มกันที่ตัวอาคารบ้านไม้ 4 หลัง สำหรับเป็นห้องพักของแขกผู้มาเยือน วิวด้านหน้าคือคุ้งน้ำใสแจ๋วเย็นเฉียบ เหมาะแก่การนั่งสมาธิและทำโยคะยามเช้า เมื่อเห็นรูปภาพ ขอกระซิบว่าที่นี่ตกแต่งห้องพักอย่างประณีตทุกซอกทุกมุม หากไม่บอกก็นึกว่าเป็นรีสอร์ตระดับหลายดาว แต่สิ่งที่แปลกไปจนชวนให้สงสัย คือขวดแก้วใบใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหัวเตียง

Mahi Retreat สถานรีทรีตไทย-อินเดียกลางเมืองเชียงใหม่ รักษากายใจผู้คนด้วยหลักอายุรเวท
Mahi Retreat สถานรีทรีตไทย-อินเดียกลางเมืองเชียงใหม่ รักษากายใจผู้คนด้วยหลักอายุรเวท

“ที่นี่เราให้ความสำคัญกับเรื่อง Zero Waste เลยพยายามลดขยะที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด อย่างน้ำดื่มไว้บริการลูกค้า เราก็จะมีโหลที่ติดฟิลเตอร์กรองน้ำจากแสงยูวี ใช้ใส่น้ำสะอาด ลูกค้าเอาขวดแก้วในห้องพักมาเติมน้ำกลับไปดื่มได้ ไม่ต้องใช้ขวดพลาสติก

“รวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด อย่างสบู่ แชมพู ที่เรามีไว้ให้ในห้องพัก กับผลิตภัณฑ์ซักล้างทั้งหมด เราก็เลือกใช้แบบ Non-chemical เพราะจริง ๆ แล้วทั้งการกิน การอยู่ ทุกอย่างมันก็เกี่ยวข้องกันหมด เราทำแค่ปลายทางไม่ได้”

เดินต่อจากห้องพักไม่เกิน 20 ก้าวก็พบกับห้องครัวและห้องอาหารขนาดกว้าง สิรินทร์ลากเสียงยาวจนเราเข้าใจว่ากว้างมากจริง ๆ เพราะนอกจากใช้เป็นที่รับประทานอาหารร่วมกันแล้ว ห้องครัวและห้องอาหารแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่สำหรับเรียนคุกกิ้งคลาสอาหารมังสวิรัติอีกด้วย เยื้องกันคือ Mahi Shala ที่มีฟังก์ชันเป็นเลาจน์และล็อบบี้อย่างเป็นทางการ แต่พอเอาเข้าจริง สิรินทร์ก็เคยใช้พื้นที่ตรงนี้สำหรับการสอนโยคะ ฉายหนัง และจัดแคมป์ไฟดูดาวตอนกลางคืนในคอร์สต่าง ๆ อยู่เหมือนกัน

“เราไม่ได้จำกัดว่ากิจกรรมนี้ต้องจัดตรงไหน เวลามีคนมาเช่าพื้นที่ทำรีทรีตของตัวเอง เขาใช้พื้นที่ของเราได้ทั้งหมดเลย เขาอยากทำกิจกรรมตรงไหนก็ทำเลย ถ้าจะทำอาหารเอง ขอแค่เป็นมังสวิรัติเท่านั้น” สิรินทร์ย้ำพร้อมเสียงหัวเราะ

ส่วน Sangha Shala คืออาคารหลังเดียวที่เป็นแบบอินดอร์และมีเครื่องปรับอากาศ เมื่อมองปราดไปจะสังเกตได้ไม่ยาก เพราะเจ้าอาคารหลังน้อยแห่งนี้ปลีกตัวตั้งอยู่คนละฝั่งกับเพื่อน ๆ ที่เหลือทั้งหมด ใช้เป็นห้องประชุมหรือจัดคลาสกิจกรรมที่ต้องการใช้พื้นที่ในอาคารได้ ส่วนพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด แวดล้อมไปด้วยศาลาน้อยใหญ่ที่อดีตเคยใช้เป็นที่ขึ้นช้าง แต่ปัจจุบันถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องกลายเป็นลานกว้างสำหรับทำโยคะ ออกกำลังกาย และนั่งสมาธิไปเป็นที่เรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีคุ้งน้ำ บ่อเลี้ยงห่าน คอกม้า และสวนผักออร์แกนิกที่ครอบครัวของเธอช่วยกันบรรจงหว่านเมล็ดทีละเล็กละน้อย จนทุกวันนี้ได้ผลผลิตมากพอจะเอามาทำอาหารให้แขกผู้มาเยือนรับประทาน ความน่ารักคือบางครั้งก็มีลูกค้ามาขอแจม เก็บผักไปเข้าครัวทำอาหารทานเองด้วยเหมือนกัน

Mahi Retreat สถานรีทรีตไทย-อินเดียกลางเมืองเชียงใหม่ รักษากายใจผู้คนด้วยหลักอายุรเวท

จากธรรมชาติ สู่ร่างกาย

เราตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าเจ้าบ้านคนเก่งกำลังจะเล่าถึงคอร์สรีทรีตที่เคยเกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้

น้ำเสียงของเธอบ่งบอกและขับเน้นถึงความสนุกหรรษาที่ผสมลงตัวเข้ากับความเงียบสงบได้อย่างกลมกล่อม

“คอร์สรีทรีตแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณสามถึงสี่วันค่ะ เราดูแลทุกอย่างให้ กิจกรรม ที่พัก อาหารการกิน แต่ละคอร์สมีกิจกรรมไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าครั้งนั้นเราอยากนำเสนออะไร เช่น คอร์สสอนอายุรเวท เป็นคอร์สโยคะ คุกกิ้งคลาส หรือการทำดีท็อกซ์”

อย่างคอร์สแรก ๆ ที่ได้ Art of Living Foundation มาเป็นกูรูช่วยจัดกิจกรรม คือกิจกรรมสอนเทคนิคการหายใจเข้าออกให้รู้สึกผ่อนคลาย ร่างกายปลอดโปร่ง โดยการหายใจเร็ว-ช้าเป็นจังหวะ แนะนำว่าควรทำเป็นประจำ 10 – 15 นาทีทุกวัน 

สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ
สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ

คอร์สต่อมาที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะแขกไปใครมาก็ต่างติดใจกันยกใหญ่ คือคอร์สรีทรีตโดยการทำดีท็อกซ์ด้วยน้ำเกลือ แม้จะมีชื่อที่ออกเสียงยากและไม่คุ้นหูคนไทยอย่าง Shank Prakshalana Detox แต่รับรองว่ากระบวนวิธีไม่ยากตามชื่ออย่างแน่นอน สาวเจ้ากระซิบบอกว่าดีท็อกซ์ชนิดนี้ถือเป็น Recommend Detox ที่ถูกบอกต่อกันหนาหูในแวดวงคนเล่นโยคะ ทำเพียงแค่ครั้งเดียวต่อปีแต่ดีต่อร่างกายอย่างชะงัด 

นั่นคือการดื่มน้ำเกลือเพื่อล้างลำไส้ให้ใสกิ๊ง จากนั้นทานอาหารสูตรเฉพาะที่เรียกว่า Kitchari (คิตชารี) ซึ่งทำมาจากข้าวบาสมาติ ถั่วเหลืองเลาะเปลือก กี (เนยอินเดีย) และสมุนไพร เพื่อให้อาหารเหล่านั้นเข้าไปทำหน้าที่ปูพื้นรสชาติและรสสัมผัสใหม่ให้ลำไส้เราทั้งหมด เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จพิธี ที่เหลือคือการทานอาหารเบา ๆ ปรุงรสน้อย ๆ และดีต่อลำไส้ตลอด 3 – 4 วันเพื่อรักษาสมดุลให้กับร่างกาย จบคอร์สนี้ไปแล้ว แขกที่เข้าร่วมรีทรีตจะรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายเบาโปร่งขึ้นอย่างเหลือเชื่อ 

สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ

“อาหารที่ใส่กีเยอะ ๆ ไม่อร่อยหรอกค่ะ” เธอหัวเราะ “แต่พอเราล้างพวกสิ่งตกค้างออกไปจากลำไส้ทั้งหมดแล้ว มันอร่อยขึ้นได้เฉยเลย เพราะร่างกายจะรับรสชาติของอาหารทุกอย่างได้เร็วและดีขึ้นมาก” สิรินทร์ให้เหตุผล

ส่วนดาวเด่นของ Mahi Retreat เห็นทีจะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากคุกกิ้งคลาสอาหารมังสวิรัติ 

เป็นที่รู้กันในบรรดานักชิมย่านสีลมว่า อาหารอินเดียฝีมือของคุณแม่สุเกชนั้นไม่เป็นสองรองใคร ลูกค้าจากร้านสุอนันดาเกินกว่าครึ่งจึงขอลงคอร์สตามมาเรียน และจดสูตรการทำอาหารมังสวิรัติของเธอกันถึง Mahi Retreat จังหวัดเชียงใหม่

“ทุกคนชอบมาก เพราะแม่สอนเข้าใจง่าย คนทั่วไปก็เข้าใจมากขึ้นว่ามังสวิรัติคืออะไร การปรุงแบบอายุรเวทคืออะไร และคุณแม่ไม่ได้สอนแค่วิธีการคุกกิ้งอย่างเดียว แต่สอนถึงทฤษฎีในเชิงลึกด้วย เช่น วัตถุดิบหลักในวันนี้คือถั่ว ก็จะเริ่มจากอธิบายว่าถั่วมีแบบไหนบ้าง คนแต่ละธาตุเหมาะจะทานถั่วอะไร มีเทคนิควิธีการทำอาหารตามหลักอายุรเวท ที่ช่วยทำให้กินเข้าไปแล้วรู้สึกสบายท้อง อย่างเวลาต้มถั่วต้องไม่ปิดฝา เพราะจะช่วยทำให้แก๊สออกจากเมล็ดถั่วได้ดีขึ้น เมื่อทานเข้าไปท้องก็จะไม่อืด”

สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ
สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ

เจ้าบ้านอธิบายต่อว่า การปรุงอาหารตามหลักอายุรเวทให้ความสำคัญกับรสชาติ โดยต้องมีครบ 6 รสชาติในมื้อเดียว คือ หวาน เปรี้ยว เค็ม ฝาด ขม และ ฉุน คุณแม่สุเกชจะสอนลงลึกถึงรายละเอียดว่า แต่ละรสชาติมีธาตุอะไรเป็นส่วนประกอบ รสนี้มีสรรพคุณช่วยเรื่องอะไร คนแต่ละธาตุควรกินรสไหน หรือกินรสใดได้มากกว่ารสอื่น ๆ สิรินทร์บอกว่าแม้จะเป็นเพียงเรื่องอาหารการกิน แต่หากเลือกชิมไม่ถูกรส ไม่ถูกธาตุ ก็อาจส่งผลกระทบต่อร่างกายได้เหมือนกัน ยกตัวอย่าง สิรินทร์เป็นคนธาตุลม ซึ่งมีรสขมเป็นรสประจำธาตุ ถ้าหากเธอกินอาหารรสขมมาก ๆ ภายในร่างกายก็จะมีแก๊สมากเกินไป ส่งผลให้เธออาจเกิดอาการปวดหัวตามมาได้

ส่วนวัตถุดิบที่นำมาเข้าครัวแต่ละครั้ง คุณแม่สุเกชก็เสาะหาจากแปลงผักออร์แกนิกรอบบ้านบ้าง พืชผลตามฤดูกาลบ้าง หรืออาศัยการถามจากแขกผู้เยือนว่า อยากเรียนรู้เกี่ยวกับอาหารชนิดใดมากเป็นพิเศษบ้าง เมนูที่นักเรียนคุกกิ้งคลาสต่างทึ่งและชอบมาก คือน้ำจิ้มจากเปลือกบวบที่สุเกชคิดสูตรเอง แม้ไม่มีชื่อเรียกเฉพาะตัวให้จดลงในเมนู แต่ความน่าสนใจอยู่ที่การนำเปลือกบวบ ชิ้นส่วนของผักพื้นบ้านไทยที่เราไม่คาดคิดว่าจะนำมาทำอาหารได้ มาปรุงให้กลายเป็นเครื่องจิ้มรสอร่อย ใช้ทานกับข้าวก็ได้ จิ้มกับโรตีก็ดี

สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ

จากวันนี้ สู่ Mahi Retreat ในอนาคต 

เท่าที่ฟังมา เราทั้งตื่นหูและตื่นตาเมื่อได้รู้ว่าการทำรีทรีตไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำสมาธิหรือนั่งโยคะเพียงอย่างเดียว เพราะที่นี่ได้รังสรรค์ความสนุกสนานและความแปลกใหม่ลงในคลาสกิจกรรมได้อย่างเหลือเชื่อ จนเราเกือบลืมว่านี่คือสถานรีทรีต

ในอนาคต Mahi Retreat มีแพลนขยับขยายพื้นที่สำหรับคลาสรีทรีทอื่น ๆ อีกไหม – เราถาม

“มีเยอะแยะเลยค่ะ อย่างที่เริ่มทำไปแล้วคือคอร์สของ คุณหมอแอดริช (Dr. Adrish Brahmadatta) ท่านเป็นหมอสอนอายุรเวทและโยคะอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดล เราเองก็เคยไปเรียนกับเขา เขาเคยมาจัดรีทรีตของตัวเองครั้งแรกที่ Mahi Retreat เรากับคุณหมอเลยไปปรึกษากับทางมหาวิทยาลัยมหิดลด้วย ว่าอยากให้นักเรียนที่เรียนกับอาจารย์ มาทำกิจกรรมที่นี่กันต่อ

“ส่วนเราสนใจการเต้นแบบอินเดีย ความพิเศษคือการที่ต้องมีจุดเชื่อมต่อกันในร่างกาย อย่างนั่งสมาธิหรือทำโยคะ เราต้องเอานิ้วหรือเอามือมาชนกัน การเต้นแบบอินเดียก็มีเทคนิคแบบนั้นเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากถ่ายทอดให้คนเข้าใจเรื่องนี้ด้วย”

เพราะโควิด-19 เจ้ากรรม จึงทำให้โปรแกรมเปิดคอร์สน้องใหม่อีกหลายรายการต้องหยุดชะงักไปเสียก่อน แต่รับรองว่าเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว สิรินทร์และครอบครัวจันทร์ศรีชวาลา ไม่รอช้าที่จะรังสรรค์ความหรรษาครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใครแวะไปลองคอร์สไหนกันแล้วบ้าง อย่าลืมแวะมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ 

สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ

จากครอบครัวจันทร์ศรีชวาลา สู่ผู้อ่าน

เมื่อบทสนทนาดำเนินมาถึงตอนท้าย เราต่างสัมผัสได้ว่าอายุรเวทศาสตร์และ Mahi Retreat มีอะไรให้น่าค้นหาไม่รู้จบอย่างที่เธอพูดไว้ไม่มีผิด แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าศาสตร์การดูแลสุขภาพทางเลือกในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกเรียนรู้และทดลองอีกมาก 

เอกลักษณ์และความพิเศษที่ทำให้อายุรเวทศาสตร์เก่าแก่ที่มีอายุกว่า 5,000 ปี แขนงนี้ ยังได้รับความนิยมและสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน เราเห็นตรงกันกับสิรินทร์ว่าคือการเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างเข้าใจและเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ 

“มันคือการดูแลสุขภาพที่เราไม่ต้องพึ่งอะไรจากภายนอกเลย เพราะเราทำให้สมดุลและดีจากภายใน เราไม่เคยต้องไปหาหมอด้วยอาการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เคยต้องนอนโรงพยาบาล เจ็บตรงไหน ปวดตรงไหน เราก็พยายามหาวิธีแก้จากต้นเหตุก่อน ไม่ใช่เอะอะอะไรก็กินยาอย่างเดียว เหมือนกันกับการทำรีทรีต บางคนอาจมองว่าทำยากและต้องฝืนร่างกาย แต่จริง ๆ แล้วมันคือการกลับไปสู่วิถีการกินอยู่ตามแบบธรรมชาติเดิม ๆ นี่เอง ถ้ามาด้วยความตั้งใจจริง เราว่าไม่มีอะไรยากเกินนะคะ”

ปลายสายปิดท้ายบทสนทนาด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว ไม่บอกก็รู้ว่าเธอดีใจไม่น้อยที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการดูแลสุขภาพในฉบับของตัวเองให้เราฟัง นอกจากนี้ เธอฝากเคล็ดลับจากศาสตร์อายุรเวทมายังคุณผู้อ่านที่รักทุกท่านที่อาจต้อง Work from Home 

คุณผู้อ่านบางคนอาจมีอาการปวดหัว เหนื่อยล้า และเมื่อยตาจากกการจ้องคอมพิวเตอร์นาน ๆ

เธอว่าให้ลองนำผงเมล็ดยี่หร่าผสมน้ำและบีบมะนาวใส่ รับรองว่าได้ผลไม่แพ้กินยาแก้ปวดเลยทีเดียว 

สถานรีทรีตตามศาสตร์ชาวอินเดีย บำบัดเยียวยากายใจให้แข็งแรงได้ด้วยหลักสมดุลธรรมชาติ

Mahi Retreat

ที่ตั้ง : เลขที่ 55 ตำบลป่าป้อง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 1405 7999Facebook : mahiretreat

Writer

ณัฐชา เกิดพงษ์

นักฝึกเขียน ผู้มีกาแฟและหมาปั๊กเป็นปัจจัยที่ 5 และเพิ่งค้นพบว่าการอยู่เฉยๆ ยากพอๆ กับการนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

Share Location

รวมสถานที่สวยและดีที่อยากชวนคุณแวะเวียนไปช่วงวันหยุด

“ถ้าคนมาแล้วแฮปปี้ ก็ดีแล้วล่ะ”

คำพูดพร้อมเสียงหัวเราะของ ป้าตู๋-ธันยา จันทร์วิทัน ผู้บอกประวัติสั้น ๆ ของตัวเองว่า เป็นคนเชียงใหม่ เกิดที่นี่ โตที่นี่ เรียนหนังสือที่นี่ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแปลงที่ดินอันเป็นที่ตั้งของ ‘กาดต๋องตึง’ หนึ่งในตลาดขนาดเล็กค่อนไปทางปานกลางของจังหวัดเชียงใหม่ เต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากธรรมชาติที่เจ้าของต้องการมอบความรื่นรมย์ให้กับผู้คน รวมถึงสร้างโอกาสให้แก่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าไปพร้อม ๆ กัน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เอาเข้าจริง แรกเริ่มเดิมทีการกำเนิดเกิดมาของกาดแห่งนี้มีที่มาจากคำยุยงเชิญชวนของผู้อื่นเสียมากกว่า ป้าตู๋บอกว่า ที่ดินแปลงนี้เป็นหนึ่งในที่ดินของครอบครัว ค่อนข้างรกร้าง เนืองแน่นด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่ และแหล่งอาศัยของเหล่าสัตว์เลื้อยคลาน จนเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยปากด้วยความเสียดาย

“ทำไมปล่อยให้มันร้าง ทำไมไม่ลองคิดหรือทำอะไรดูสักอย่างหนึ่ง” 

ป้าตู๋ริเริ่มบุกเบิกสถานที่ด้วยการนำผักออร์แกนิคของตนเข้ามาขายเป็นการกรุยทาง พร้อมกับขอให้บริษัท Bangkok Tokyo Architecture ของลูกสาว ช่วยสร้างศาลากลางแจ้งขึ้นมาให้

โดยคอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ ยกให้ธรรมชาติเป็นพระเอก แกล้มด้วยสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อหวังเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของเชียงใหม่ สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนที่มาเยือน

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ความเป็นตัวของตัวเอง

“ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่ามีคนสนใจอยากจะมาของขายของที่นี่ด้วย ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น Weekend Market หรือตลาดเสาร์อาทิตย์ที่คนมาเดิน มากิน มาเที่ยว มาเสพ หรือมานั่งใต้ต้นไม้เงียบ ๆ แล้วก็ดูผู้คนเขาทำอะไรกัน จะมานั่งทำงาน จะมาทำอะไรก็ได้” 

ป้าตู๋บอกเล่าถึงความไป ๆ มา ๆ จนเกิดเป็นตลาดแห่งนี้ขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ แม้กระทั่งเจ้าของพื้นที่อย่างเธอเองก็ยังไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผู้คนที่มาใช้บริการทางสุนทรียภาพของสถานที่แห่งนี้จะเอ็นจอยไปกับตลาดได้ขนาดนี้

ขณะเดียวกัน ป้าตู๋ยังพยายามยึดโยงความเป็นพื้นที่สีเขียวเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยเอาธรรมชาติเป็นหลักสำหรับการตั้งฐาน แล้วจึงให้ตัวเองค่อย ๆ กลืนไปกับธรรมชาติเหล่านั้น เพราะฉะนั้น ต้นไม้เก่าแก่ทุกต้นภายในตลาดจึงไม่มีต้นไหนถูกตัด ล้ม โค่น แม้เพียงต้นเดียว มีแค่การเล็มตัดแต่งเพื่อให้เกิดการแตกกิ่ง จนกลายเป็นร่มเงาทางธรรมชาติให้แก่ผู้คนที่มาใช้บริการตลาดแห่งนี้

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

กาดต๋องตึงเปิดทำการตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น ในทุก ๆ วันเสาร์และอาทิตย์ ความน่าขบขันที่ป้าตู๋เล่าให้ฟังเห็นจะเป็นการที่เธอมักถูกตั้งคำถามมากมาย และคำบอกเล่าจากคนรอบตัวที่ประดังประดาถาโถมใส่อย่างเอาแต่ใจ เช่น ทำไมถึงเปิด 8 โมง ทำไมไม่เปิด 7 โมงหรือ 9 โมง ไม่ก็บอกว่า เปิดถึงบ่าย 2 ก็พอแล้ว ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลล้วนไม่ได้มาจากคนขายในตลาดสักคนเดียว 

“มันขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้เวลาทำงานของเราคือเวลาไหน บางคนบอก ทำไมไม่เปิดถึงตอนเย็น เปิดเป็นบาร์เบียร์ ลานเบียร์ เราก็บอกว่า ไม่เอาค่ะ” 

ปักธงเลยว่าไม่จำหน่ายแอลกอฮอล์ ป้าตู๋เชื่อว่าการทำอะไรสักอย่างไม่จำเป็นต้องเหมือนกับคนอื่นไปเสียหมด ความแตกต่างอย่างตั้งใจเพื่อให้เกิดความรื่นรมย์ สบายกายและสบายใจ คือสิ่งที่เธอต้องการ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนผ่านร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่งบริเวณคูเมือง ประตูเชียงใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่ไม่เสิร์ฟกาแฟแม้แต่แก้วเดียว ทางร้านขายเพียงแค่ชา ชาทุกชนิด 

“เขาบอก Sorry นะ We don’t serve coffee here.” เพราะว่าการเป็นร้านเบเกอรี่ไม่จำเป็นต้องเคียงคู่ด้วยกาแฟเสมอไป ป้าตู๋เองก็พอใจที่สถานที่ของเธอออกมาในรูปแบบที่เป็นอยู่นี้มากกว่า

ความเป็นนักธุรกิจ

ในแง่ธุรกิจ ป้าตู๋ยอมรับว่าการทำสถานที่แห่งนี้ย่อมมีเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ใจความสำคัญของเธอไม่ใช่การคืนทุน และความตั้งใจที่ตามมาหลังจากทำสิ่งนี้ไปสักพัก ก็ไม่ใช่การสร้างความรื่นรมย์ให้แก่ผู้คนเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้างอาชีพให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าด้วย 

เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันที่อยู่ในสภาวะย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง แม้แต่บัตรคอนเสิร์ตยังราคาแรง สวนทางกับค่าแรงและเงินเดือนที่เท่าเดิม อย่างเหตุการณ์เกือบล่าสุดที่กาดสวนแก้วปิดตัวลง มีร้านค้าไม่น้อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์นั้น และไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การเกิดขึ้นของกาดต๋องตึงช่วยเหลือและสร้างโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้ามากมายในระยะเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

“พ่อค้าแม่ค้าที่ขายที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นคนแถวนี้ เขาตัดสินใจมาขายของได้อย่างรวดเร็ว เพราะมันใกล้บ้านเขาดีจังเลย หรือบางคนได้รับผลกระทบจากการปิดตัวของกาดสวนแก้ว ทางนั้นเขายังเก็บของไม่เสร็จ ก็มาขอขายที่นี่ เขาบอกมันใกล้บ้านเขา ซึ่งมันเป็นการโยกย้ายที่ทำมาหากินของเขา ตลาดของเราทำให้คนในบริเวณมีโอกาสทำมาหากินมากขึ้น คนในหมู่บ้านก็เอาของในหมู่บ้านมาขายได้ด้วย”

สำหรับป้าตู๋ สิ่งตอบแทนที่เธอต้องการ คือความหวังว่าสถานที่นี้จะอยู่ต่อไปได้ 

ที่นี่ไม่เก็บค่าเช่าใน 3 เดือนแรก ป้าตู๋บอกว่า สิ่งนี้ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เป็นการให้เหล่าคนค้าขายมาทดลองก่อนว่าเขาจะอยู่ได้ไหม นอกจากนี้ป้าตู๋ยังเสริมว่า

“ไม่ได้เก็บค่าเช่าก็จริง แต่เราเก็บค่าสาธารณูปโภค 30 บาท เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ”

เมื่อมีการทำธุรกิจเกิดขึ้น การเติบโตและหวังผลตอบแทนจึงกลายเป็นสิ่งที่ตามมา แต่เธอรู้ตัวว่าจะไม่คืนทุนใน 1 หรือ 2 ปีแน่นอน แต่อย่างน้อย สถานที่ของเธอก็กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แม้จะเพียงแค่เขยิบเดียวหรือเพียง 1 ก้าว ก็ถือว่ามีการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในท้องถิ่นมากขึ้นแล้ว 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ต๋องตึง ชื่อนี้มีที่มา

สาเหตุของการตั้งชื่อว่า ‘กาดต๋องตึง’ ไม่ได้ไกลจากที่คาดคิดไว้สำหรับคนที่รู้ และอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนักสำหรับคนที่ไม่รู้ เนื่องจากที่มาของชื่อนั้นมาจากใบตองตึง ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับมุงหลังคาศาลาประจำกาด ป้าตู๋เล่าให้ฟังอย่างครบถ้วนว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นมีพื้นฐานมาจากภูมิปัญญาของคนโบราณที่นำใบตองตึงแห้งแล้วมาเย็บสานกันเป็นแพเพื่อนำไปมุงหลังคา 

ในปัจจุบันสังเกตเห็นได้ตามทุ่งนา เพราะมันคือวัสดุที่นำไปใช้สร้างกระต๊อบ 

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

เพื่อให้ล้อไปกับความเป็นธรรมชาติ สถาปนิกชาวญี่ปุ่นของบริษัท บริษัท Bangkok Tokyo Architecture เล็งเห็นถึงความน่าอัศจรรย์ของการนำวัสดุทางธรรมชาติมาปรับใช้กับงานสถาปัตยกรรม ป้าตู๋เองก็ต้องการรักษาความเป็นธรรมชาติของพื้นที่เอาไว้อย่างครบถ้วน การจะใช้แผ่นเหล็ก (Metal Sheet) กระเบื้อง หรือสังกะสี ก็ดูจะหลุดจากความตั้งใจของตัวเองไปสักหน่อย แถมใบตองตึงยังระบายอากาศได้ดีกว่า เมื่อถูกน้ำฝน ยิ่งแนบแน่นทนทานขึ้นกว่าเก่า การใช้ใบตองตึงจึงมากับแนวคิดที่ว่า เปรียบเสมือนการนั่งอยู่ภายใต้กองใบไม้ เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

ตัวศาลาเองก็มีการออกแบบที่แปลกไปกว่าศาลาสำหรับตลาดทั่วไป เนื่องจากหลังคาทรง Slope หันด้านปิดมาทางข้างหน้า และหันด้านเปิดไปทางข้างหลัง เพราะการออกแบบในครั้งนี้ยืนอยู่บนแนวคิดที่ว่า ต้องการให้เกิดความแตกต่างไปจากภาพจำเดิม ๆ ของตลาดที่ผู้คนเคยเห็นมา รวมถึงการนำด้านต่ำมาอยู่ข้างหน้า เพื่อให้ผู้คนได้เห็นการทำงานของใบตองตึงที่นำมาใช้ และความรู้สึกแง้ม ๆ ของด้านต่ำ ยิ่งเชิญชวนให้เกิดความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ อยากมุดเข้าไปภายใน ก่อนจะเปิดกว้างออกไปในด้านหลัง

“แต่ไม่ทราบว่าคนอื่นเขาจะเข้าใจหรือเปล่านะ” ป้าตู๋เปรยติดตลก

กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
กาดต๋องตึง เชียงใหม่ ตลาดฟรีค่าเช่า 3 เดือน ศาลาถอดได้ และอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน

ขณะเดียวกัน การใช้ใบตองตึงมาเป็นวัสดุก็ยังเสริมด้วยความแยบคายของการแทรกเสริมความคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่แล้วแต่คนจะตีความกันไป การย่อตัวก้มหัวเพื่อเข้าไปยังภายในศาลา อาจหมายถึงการรู้จักยอมก้มหัวให้กับผู้อื่นบ้างเพื่อลดทิฐิของตน โดยมีธรรมชาติเป็นผู้สอนสั่ง หรืออีกแง่หนึ่ง การที่ใบตองตึงมีอายุการใช้งาน 2 – 3 ปี อย่างมากที่สุดคือ 4 ปี ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งผืน สำหรับป้าตู๋แล้ว สิ่งนี้ถือเป็นการเรียนรู้ว่า ไม่มีอะไรที่อยู่ยงคงกระพัน เมื่อถึงเวลาของมัน มันก็ต้องไป

“สิ่งที่สถาปนิกออกแบบมันแตกต่างจากอาคารอื่น ๆ ตรงที่ตราบใดที่เราเลิกทำ ข้อต่อทุกข้อถอดออกจากกันได้หมด อาคารนี้แพงมาก” ป้าตู๋หัวเราะ “แพงเท่ากับตึก แพงเท่ากับห้องแถว 1 ห้อง แต่ละอันแต่ละชิ้นที่ผูกอยู่ข้างบน ใช้ช่างคนเดียวผูก เขาเป็นช่างเฟอร์นิเจอร์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะขึ้นมาผูก เขาค่อย ๆ ผูกทีละอัน ๆๆ ใช้เวลา 3 เดือน ข้อต่อแต่ละข้อก็มีการคำนวณและออกแบบมาอย่างดี ศาลาแห่งนี้เลยไม่จำเป็นต้องทิ้งให้เป็นอนุสาวรีย์ไว้กับที่นี่” เจ้าของตลาดเล่าพร้อมรอยยิ้ม

(ห้องสมุด) มนุษย์ (ห้อง) สละ (ห้อง) สลวย

‘ห้องสละ’ เป็นร้านรับบริจาคของใช้แล้วสภาพดี หากใครต้องการของชิ้นไหนก็หยิบได้ตามใจอยาก เพียงแต่ว่าต้องใส่เงินเข้าไปในโถที่เตรียมไว้ให้ ใส่เท่าไหร่ก็ได้ตามจิตศรัทธา โดยเงินจะนำไปสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มรักดี เป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มที่ดูแลเรื่องไฟไหม้ป่า ถางป่า การทำแนวกันไฟ ปลูกต้นไม้ ปลูกป่า เก็บขยะบนดอยสุเทพ ถือเป็นการสนับสนุนค่าอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ที่มาจากการสละสิ่งของเหล่านั้น เพื่อให้พวกเขามีแรงสำหรับออกไปสละแรงกายแรงใจทำจิตอาสาต่อไป

กาดต๋องตึง จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

ส่วน ‘ห้องสลวย’ เป็น Workshop Space ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านต่าง ๆ ในคราวที่แล้วมีคลาสสอน ‘การใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปยังไงให้ออกมาสวย’ โดยเพื่อนพ้องที่รู้จักกัน

“เพราะเรามองเห็นความสามารถพิเศษของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง งั้นมาเวิร์กชอปกันมั้ย เช่น คนนี้พับดอกไม้เป็นดอกกุหลาบเก่งมาก ก็มาสอนได้นะ ส่วนใหญ่เป็นคนรู้จักกันที่เราเชิญมาให้ความรู้”

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

Human Library หรือ ‘ห้องสมุดมนุษย์’ เป็นไอเดียที่เกิดจากความเชื่อว่า มนุษย์แต่ละคนเปรียบเสมือนหนังสือ 1 เล่ม ทุกการเติบโตไม่ต่างอะไรจากบทต่าง ๆ ที่ถูกบันทึกเอาไวในหนังสือแห่งชีวิต เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เอาประสบการณ์มาแบ่งปันกันได้ เลยเกิดเป็นมุมเล็ก ๆ ที่คนมานั่งคุยกัน 

กลายเป็นการเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เหมือนกำลังอ่านหนังสือ ป้าตู๋ยกตัวอย่างให้ฟังว่า

 “สมมติเราสนใจเรื่องดาราศาสตร์ ถ้ามีใครสักคนมานั่งคุยเรื่องดาราศาสตร์กับเรา มันก็เหมือนเรากำลังเปิดหนังสือ แต่เป็นหนังสือที่เล่าโดยประสบการณ์ และได้สนทนากับคนที่รู้จริงด้านนั้น ๆ”

ประโยชน์ของสถานที่ ความสุขของผู้คน

“มันคงไม่โตไปกว่านี้แล้ว” ประโยคนี้ของป้าตู๋ไม่ใช่การแสดงความเศร้าโศกแต่อย่างใด

แต่ด้วยขนาดที่ดินของตลาดแห่งนี้ โตไปมากกว่านี้แล้วไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไปเห็นจะเป็นเรื่องอันไกลตัวสำหรับตลาดที่เพิ่งมีอายุเพียง 4 เดือน ทว่าความน่าสนใจอย่างหนึ่งที่ป้าตู๋บอกกับเรา คือ ถ้าหากพื้นที่ตรงนี้เลิกทำหน้าที่เป็นตลาด และศาลาที่ถอดประกอบได้ถึงเวลาปลดประจำการ ป้าตู๋ก็มีความคิดจะทำให้ที่ดินผืนนี้กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งไปโดยปริยาย 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์
Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

การเปลี่ยนแปลงข้างต้นที่อาจเกิดขึ้นและไม่เกิดขึ้น ถือว่ายังคงแนวคิดเดิมของสถานที่แห่งนี้เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเป็นสถานที่ใกล้บ้านอันแสนดี เพื่อให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ และการเป็นพื้นที่สาธารณะในละแวกใกล้บ้านสำหรับทุกคน, กาดต๋องตึง ไม่ว่าจะในตอนนี้หรือภายภาคหน้า ก็จะยังคงเป็นสถานที่สำหรับหย่อนกาย คลายใจ ดื่มน้ำสักแก้ว นั่งดูดนตรีสด พร้อมบรรยากาศธรรมชาติ

ป้าตู๋กล่าวทิ้งท้ายว่า เธออาจไม่ใช่นักการเมืองหรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่สร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนสังคมให้เกิดแรงกระเพื่อมระดับจังหวัด สถานที่นี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งที่สะท้อนตัวตนของเธอ สถานที่ซึ่งมองเห็นความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อการใช้ชีวิตของผู้คน และหวังอย่างยิ่งว่า ที่แห่งนี้จะทำให้ทุกคนมีความสุข หากใครจะทำเลียนแบบก็เรียนเชิญตามสบายใจ (ป้าตู๋ยินดีจ๊าดหนัก) 

Tong Tung Market จ.เชียงใหม่ ตลาดเช้าเดินสบาย ๆ ที่ธรรมชาติมาบรรจบกับสถาปัตยกรรม วิถีท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์

กาดต๋องตึง

ที่อยู่ : 309 ซอยหมู่บ้านริมน้ำ ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

เปิดให้บริการวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 16.00 น.

Facebook : กาดต๋องตึง บ้านริมน้ำ Tong Tung Market

Writer

พัทธนันท์ สวนมะลิ

เด็กกรุงเทพฯ ผู้เป็น Sneakerhead และ Cinephile ที่หอบเสื่อผืนหมอนใบมาเรียนเชียงใหม่ แล้วสุดท้ายก็กลับไปตายรังที่กรุงเทพฯ

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ผู้รักจักรยานไม่น้อยไปกว่าลูก ซึ่งความรักที่มีต่อทั้งสองมากกว่าการถ่ายรูปด้วยซ้ำ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load