The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง 

คนสารคามภูมิอกภูมิใจที่บ้านของพวกเขาเป็น ‘เมืองการศึกษา’ ไม่ว่าจะโรงเรียนประถม มัธยม วิทยาลัยอาชีวะ และมหาวิทยาลัยชั้นนำ ต่างอัดแน่นกันอยู่ในตักสิลานครนี้ จนเป็นแหล่งผลิตกำลังสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศชาติมาช้านาน ไม่เพียงแต่การศึกษาสมัยใหม่ ตามบ้านต่าง ๆ ก็ยังเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่รวมภูมิปัญญา หัตถกรรมพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อ อย่างผ้าไหมทอมือและงานจักสานที่มีเอกลักษณ์ เป็นองค์ความรู้ที่สืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ

ถึงอย่างไรเหล่าเจ้าของบ้านใหญ่ใจกลางภาคอีสานหลังนี้ก็ยังบอกว่า มหาสารคามเป็นเมืองรองของรองอีกทีหนึ่ง เพราะไม่ค่อยมีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรมากมายเหมือนเพื่อนจังหวัดข้างเคียง ภูเขาก็ไม่มีอย่างใครเขา แต่เสน่ห์ของที่นี่คือความเป็นเมืองทางผ่านที่สงบเงียบ ใช้ชีวิตแบบคนพื้นถิ่นที่ผูกพันกับวัดวาในพระพุทธศาสนา มีพระบรมธาตุนาดูนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน สะท้อนความสำคัญในอดีตของพื้นที่จังหวัดมหาสารคามที่มีมานานนับพันปี

Take Me Out ครั้งนี้เราขออาสาแง้มม่านบ้านเพื่อนถิ่นสะดืออีสาน ที่ดูเหมือนหน้าฉากจะขึ้นชื่อแต่เรื่องการเรียนการศึกษา เสาะหากิจการและกิจกรรมของคนรุ่นใหม่ที่อยู่เบื้องหลัง น่าสังเกตว่าหลายคนเป็นลูกหม้อที่เล่าเรียนจากสถานศึกษาในจังหวัด ซึ่งพวกเขามีความตั้งใจอยากผลักดันให้คนภายนอกรู้ว่า แม้จะเป็นเมืองรองแต่ก็มีดีไม่แพ้ใคร 

ลูกหลานเมืองสารคามนำเสนอเรื่องราวบ้านเกิดผ่านร้านกาแฟหลายสไตล์ที่ผลัดกันหยิบเอากลิ่นอายลูกอีสานมาใช้อย่างสนุก เฟอร์นิเจอร์เครื่องหวายดีไซน์ร่วมสมัยจากวัสดุในพื้นที่ สวนผักอินทรีย์กลางผืนดินแล้งที่ส่งขึ้นห้างถึงเมืองหลวง และคณะหมอลำหุ่นที่ถ่ายทอดศิลปกรรมของเมืองสารคามด้วยการแสดงของเยาวชนในท้องถิ่น

ชวนเก็บทั้ง 10 สถานที่เข้าลิสต์ หลังโควิด-19 เตรียมตัวให้พร้อม รับรองคุณจะฮักนะสารคาม

01

Friends film lab

แล็บล้างฟิล์มของหนุ่มสารคามที่อยากสนับสนุนวงการฟิล์มในบ้านเกิด

Friends film lab, แล็บล้างฟิล์มของหนุ่มสารคามที่อยากสนับสนุนวงการฟิล์มในบ้านเกิด

หลายปีมานี้กระแสกล้องฟิล์มกลับมาบูมอีกครั้ง แล็บล้างฟิล์มตามหัวเมืองใหญ่เหมือนฟื้นคืนชีวิต อำนวยความสะดวกให้สายสแน็ปทั้งรุ่นใหม่รุ่นเก่าในท้องถิ่นได้มีร้านล้าง-สแกน และเลือกซื้อฟิล์มถ่ายภาพกันได้ง่ายขึ้น

หลังจาก เล็ก-เอกพงษ์ เลิศสกุณี โลดแล่นอยู่ในบริษัทใหญ่ที่จำหน่ายเครื่องล้าง-สแกนฟิล์มมากว่าสิบปี เมื่อถึงจุดอิ่มตัวจึงลาออกมาเป็นเจ้านายตัวเอง พร้อมกับความคิดอยากเปิดร้านฟิล์มเล็ก ๆ ที่บ้านเกิด ก่อนเปิดร้านเขาทำการบ้านอยู่พักใหญ่ คอยดูทิศทางลมของกระแสการถ่ายภาพฟิล์มว่าจะพัดผ่านเมืองรองแห่งนี้แรงแค่ไหน เล็กพบว่าคึกคักไม่ต่างจากเมืองอื่น Friends film lab แล็บล้างฟิล์มกลางเมืองมหาสารคามจึงเกิดขึ้น โดยมีโจทย์ตั้งต้นว่าอยากช่วยนักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ให้มีแล็บล้างฟิล์มใกล้ ๆ ไม่ต้องเอาม้วนฟิล์มข้ามแดนไปล้าง-สแกนไกลถึงจังหวัดข้างเคียง 

10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น
10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น

ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มสี ฟิล์มขาว-ดำ หรือฟิล์มสไลด์ จนกระทั่งฟิล์มหนัง ฟิล์มบูด แล็บเพื่อมิตรภาพแห่งนี้ยินดีรับล้างและสแกนด้วยราคาฉันเพื่อนสมชื่อ แถมเรื่องคุณภาพวางใจได้ เพราะเล็กยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานซ่อมและดูแลเครื่องล้างฟิล์มในกรุงเทพฯ อีกหลายร้านที่ถ้าเอ่ยชื่อต้องมีร้องอ๋อ และเล็กกำลังมองหาจุดดร็อปม้วนฟิล์มถ่ายแล้วให้ใกล้กับสถานศึกษาต่าง ๆ ในจังหวัดมากที่สุด เพื่อเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าได้ฝากฟิล์มมาล้างที่นี่กันง่ายขึ้น

เล็กเล่าว่าการเปิดแล็บฟิล์มทำให้พบปะกับเพื่อนวัยเด็กอีกครั้ง รวมถึงเพื่อนใหม่ในนามลูกค้าที่แวะมาขอคำปรึกษาเรื่องกล้อง เรื่องฟิล์ม อยู่เนือง ๆ เป็นความสุขที่ได้รับ พร้อมกับรันวงการฟิล์มในท้องถิ่นให้มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ที่ตั้ง : 10​ ซอยนครสวรรค์ 32 ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 (แผนที่

วัน-เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 11.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 08 6332 1691

Facebook : Friends film lab

02

โรงละครหมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา

โรงละครกลางบ้านสุดม่วนกุ๊บ ของลูกอีสานผู้เปลี่ยนกระติ๊บเป็นหุ่นหมอลำ

โรงละครหมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา

เสียงแคนคลอเสียงพิณ เคล้าคำร้องหมอลำลอยมาจากหมู่บ้าน เป็นสัญญาณว่า คณะหมอลำหุ่น เด็กเทวดา กำลังจะเริ่มทำการแสดงแล้ว 

ย้อนที่มาไปหลายปีก่อน ครูเซียง-ปรีชา การุณ นักทำหุ่นกระบอก ได้เข้ามาเจอเข้ากับละครเงาอีสานหรือหนังบักตื้อ มรดกของบ้านดงน้อย อำเภอนาดูน ซึ่งแต่เดิมหนังชนิดนี้นิยมเล่นในท้องเรื่อง สังข์สินไซ วรรณกรรมท้องถิ่นที่มักเขียนเป็นภาพฮูปแต้มอยู่ตามสิมเก่าแก่ของวัดต่าง ๆ ในภาคอีสาน เมื่อมาลงพื้นที่เต็มตัว ครูเซียงเห็นว่าพ่อใหญ่แม่ใหญ่แห่งบ้านดงน้อยมีความสามารถด้านงานจักสาน ทำตะกร้า และกระติ๊บใช้กันในชีวิตประจำวัน เลยปิ๊งไอเดียเกิดเป็นหุ่นกระติ๊บที่ใช้วัสดุจากท้องถิ่น สวมผ้าซิ่น พาดผ้าขาวม้า มองแวบแรกก็รู้ว่ามาจากถิ่นที่ราบสูง

โรงละครหมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา
โรงละครหมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา

ส่วนเรื่องราวที่เลือกมาใช้ทำการแสดง นอกจาก สังข์สินไซ สุดฮิตที่รีเมกเล่นซ้ำกันอยู่บ่อย ๆ แล้ว หมอลำหุ่นรุ่นใหม่ยังเพิ่มเรื่องราวให้ม่วนยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องเล่า ตำนาน และวรรณกรรมพื้นบ้านทั้งหลาย ในรูปแบบของหมอลำ โดยขอแรงพ่อครูแม่ครูในหมู่บ้านช่วยถ่ายทอดทักษะการร้องลำ และการเล่นดนตรีพื้นบ้านให้กับเด็ก ๆ ในท้องถิ่น กลายเป็นคณะหมอลำที่ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วม

ทุกวันนี้โรงละครหมอลำประจำบ้านดงน้อยทำหน้าที่เป็นพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้านไว้คอยต้อนรับแขกที่มาเยี่ยมเยือน หากดูหมอลำหุ่นจบแล้วติดลม อยากใช้ชีวิตท่ามกลางท้องนา ก็มีโฮมสเตย์ที่ชวนสัมผัสวิถีชาวอีสานอย่างเต็มอิ่ม และเสิร์ฟอาหารพื้นบ้านให้ได้ลองด้วย

ตอนนี้โรงละครหมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา กำลังปรับปรุง เพิ่มแสงสีที่นั่งใหม่ เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นไป คงเสร็จสมบูรณ์พร้อมพอดี รอให้ทุกคนได้ไปพบกับความม่วนกุ๊บฉบับคนนาดูนอีกครั้ง

ที่ตั้ง : บ้านดงน้อย ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม 44180

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 3083 5298

Facebook : หมอลำหุ่น คณะเด็กเทวดา

03

Miso home cafe

โฮมคาเฟ่สไตล์เกาหลี ที่มีมาการองเป็นทีเด็ดประจำร้าน

Miso home cafe, โฮมคาเฟ่สไตล์เกาหลี ที่มีมาการงเป็นทีเด็ดประจำร้าน

미소 (Miso) ในภาษาเกาหลี แปลว่า รอยยิ้ม และยังเป็นชื่อลูกคนเล็กของ แตงโม-อภิญญา เอ ออร์เดรย์ เธอเลือกเอาคำนี้มาตั้งเป็นชื่อร้าน เพราะอยากเชื่อมโยงรอยยิ้มเข้ากับความสุขของตัวเองและลูกค้าที่ได้มาเจอกัน

“เราทำเพราะมันเป็นความสุข ยิ่งเห็นคนกินขนมและเครื่องดื่มของเรา เขามีความสุข เราก็ยิ่งดีใจ”

Miso home cafe, โฮมคาเฟ่สไตล์เกาหลี ที่มีมาการงเป็นทีเด็ดประจำร้าน

ที่มาที่ไปเกิดจากประสบการณ์เที่ยวมาแล้วทั่วโลก พบเจอร้านรวงมากมาย สร้างแรงบันดาลใจให้อยากมีคาเฟ่เมื่อกลับเมืองไทย จึงลงมือรีโนเวตโรงรถของบ้านให้กลายเป็นร้านสีขาวสะอาดตา บวกกับแตงโมมีแฟนเป็นชาวเกาหลี ร้านเลยปกคลุมไปด้วยมวลของคาเฟ่เกาหลี ตั้งแต่ภายนอกร้าน การตกแต่ง จนถึงเมนูเครื่องดื่มและขนม

คาเฟ่แห่งนี้ต่อท้ายด้วยโฮมคาเฟ่ ไม่ใช่เพียงเพราะร้านอยู่ในบริเวณบ้านเท่านั้น แต่ขนมก็เป็นโฮมเมดสไตล์ฝรั่งเศสตามที่แตงโมสังเกตมาจากร้านในเกาหลี โดยจะลงมือทำเองทุกวัน ส่วนกาแฟประจำร้าน ก็เลือกใช้เมล็ดกาแฟที่ดื่มง่ายเพียงชนิดเดียว แต่ถูกปากสำหรับคนทั่วไป หากอยากดื่มรสเข้มขึ้น หวานน้อยลง หรือต้องการรสชาติแบบไหน เพียงกระซิบบอกบาริสต้าประจำร้านได้เลย เป็นความตั้งใจที่อยากให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนชงดื่มเองที่บ้าน 

Miso home cafe, โฮมคาเฟ่สไตล์เกาหลี ที่มีมาการงเป็นทีเด็ดประจำร้าน
Miso home cafe, โฮมคาเฟ่สไตล์เกาหลี ที่มีมาการงเป็นทีเด็ดประจำร้าน

แต่ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือความเด็ดดวงของมาการองประจำร้าน มีมากมายควรค่าแก่การลิ้มลองถึง 10 รสชาติ อาทิ เชดดาชีส พีช เลมอน ราสเบอร์รี ฯลฯ และแตงโม ยังออกแบบรสชาติให้แบ่งเป็น 2 โทน คือรสเปรี้ยวและรสไม่เปรี้ยว ประกบด้วยฝาหรือเชลล์ทำจากอัลมอนด์สีพาสเทลไม่ฉูดฉาด ถ่ายภาพมุมไหนก็ออกมาอบอุ่นดูดี (น่ากินด้วย)

แม้จะเพิ่งเปิดได้ไม่นาน แต่ผลตอบรับจากชาวมหาสารคามดีเกินคาด เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า 

คนที่นี่พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ!

ที่ตั้ง : บ้านโนนเดื่อ หมู่ที่ 10 ตำบลแวงน่าง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.

โทรศัพท์ : 09 9624 6365

Facebook : Miso home cafe 미소 홈 카페

04 

MUG Espresso House

ร้านกาแฟและน้ำผักผลไม้สกัด จุดแวะพักคนรักสุขภาพ

MUG Espresso House, ร้านกาแฟและน้ำผักผลไม้สกัด จุดแวะพักคนรักสุขภาพ

อาคารไม้หลังเก่าอายุกว่า 80 ปี อดีตหอพักในตัวอำเภอเมืองมหาสารคาม เป็นที่ตั้งของ MUG Espresso House ร้านกาแฟน่ารักที่เกิดขึ้นจากความมักกาแฟของ แอน-บุณฑริกา คุณะสาร

ตอนที่มีโอกาสได้ไปเรียนภาษาที่ออสเตรเลียอยู่ช่วงหนึ่ง ความชอบในกลิ่นกาแฟต่อยอดไปถึงการเรียนบาริสต้าขั้นเบสิก เมื่อถึงวันที่ต้องโบกมือลาแดนจิงโจ้ มีสิ่งหนึ่งที่ขึ้นเครื่องบินติดใจสาวอีสานคนนี้มาด้วย นั่นคือวัฒนธรรมในการดื่มกาแฟของคนที่นั่น 

MUG Espresso House, ร้านกาแฟและน้ำผักผลไม้สกัด จุดแวะพักคนรักสุขภาพ
MUG Espresso House, ร้านกาแฟและน้ำผักผลไม้สกัด จุดแวะพักคนรักสุขภาพ

ตอนทำงานในร้านอาหาร เธอสังเกตว่าลูกค้ามักเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตา กลับมาร้านเดิมอยู่ตลอด แอนอยากให้วัฒนธรรมการเข้าร้านกาแฟของคนไทยมีความสนิทกันเช่นนั้น จึงทำร้านให้ออกมาอบอุ่นเป็นกันเอง พร้อมบริการด้วยความจริงใจ จนลูกค้าหลายคนเอ่ยปากว่า “มาที่นี่แล้วรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อน”

ไม่เพียงแต่กาแฟที่ลูกค้าหลายคนชอบใจ ทางร้านยังมีเครื่องดื่มผักปั่นและน้ำผลไม้แยกกาก เป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าสายเฮลท์ตี้ แอนเล่าที่มาที่ไปว่าเกิดจากตัวเองเป็นคนกินผักยาก เมื่อมีโอกาสได้ไปต่างประเทศ เห็นคนที่นั่นกินน้ำผักสดปั่นกันเป็นเรื่องปกติ เลยลองเอาผักเคลที่หาได้ในบ้านเราหยิบใส่เครื่องปั่นดูบ้าง ปรับสูตรให้ถูกปากคนไทย ผสมผลไม้ต่าง ๆ จนได้เป็นเครื่องดื่มที่ถูกอกถูกใจคนรักสุขภาพ และเป็นอีกทางเลือกให้คนที่กินผักยากได้มาทดลองชิมดู ก่อนที่จะอัปเลเวลขึ้นไปถึงขั้นกินผักสดเป็นใบ ๆ ไม่แน่อาจจะรักการกินผักไปเลยโดยไม่รู้ตัว

MUG Espresso House, ร้านกาแฟและน้ำผักผลไม้สกัด จุดแวะพักคนรักสุขภาพ

แวะมาทักทายแอนที่รอต้อนรับผู้มาเยือนอยู่หลังบาร์กาแฟได้ทุกวันที่ร้านเปิด นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ยังมีอาหารง่าย ๆ รสชาติดี และเบเกอรีโฮมเมดไว้บริการด้วย

ที่ตั้ง : 13 ซอยนครสวรรค์ 18 ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 19.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

Facebook : MUG Espresso House

05

T’taste. Khamriang.

คาเฟ่เล่าเรื่องราววัฒนธรรมที่ราบสูงผ่านศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น

T’taste. Khamriang. คาเฟ่เล่าเรื่องราววัฒนธรรมที่ราบสูงผ่านศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น
T’taste. Khamriang. คาเฟ่เล่าเรื่องราววัฒนธรรมที่ราบสูงผ่านศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น

ขามเรียงคือชื่อของหมู่บ้านเงียบ ๆ แห่งหนึ่งในอำเภอกันทรวิชัย ความคึกคักเข้ามาพร้อมกับการขยายพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามเมื่อเกือบ 30 ปีก่อน บ้านเรือนดั้งเดิมจึงผลัดกันเปลี่ยนมือกลายเป็นหอพักและร้านอาหาร 

ธี-ธีรวัฒน์ เจียงคำ เป็นลูกหลานบ้านขามเรียง เกิดและเติบโตในครอบครัวที่อุดมไปด้วยทักษะด้านภูมิปัญญาพื้นบ้าน มียายกับป้าที่เป็นมือทอผ้า ส่วนลุงก็เป็นหมอลำ งานศิลปะจึงซึมซับจนเข้าขั้นหลงใหล เมื่อเรียนจบทางด้านนาฏศิลป์และวัฒนธรรมจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และได้เข้าไปเรียนต่อในเมืองหลวง ธีเก็บเอาความคิดถึงบ้านกลับมาแปลงโฉมบริเวณบ้านของครอบครัว ศูนย์กลางของชุมชนที่เพื่อนบ้านมักมานั่งโสเหล่จับเข่าคุยกันประจำตั้งแต่อดีต ให้กลายเป็นคาเฟ่ที่สอดแทรกงานศิลปะ นาฏศิลป์ และหัตถกรรมพื้นบ้าน ภายใต้ชื่อ T’taste. Khamriang. 

T’taste. Khamriang. คาเฟ่เล่าเรื่องราววัฒนธรรมที่ราบสูงผ่านศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น

พื้นที่นี้เป็นมากกว่าคาเฟ่ที่ลูกค้ามากินดื่มแล้วกลับ เพราะธีอยากให้ที่นี่คอยบอกเล่าเรื่องราวของชาวอีสาน ผ่านสิ่งต่าง ๆ ในบ้าน เช่น ผ้าไหมเก่าเก็บที่ธีสะสมไว้หลายปี และกี่ทอผ้าคู่บ้านคู่เรือน ยามคุณป้าลงมานั่งทอผ้าหรือล้อมวงกินข้าว เธอเล่าติดตลกว่า เหมือนกับกำลังจัดแสดงนิทรรศการวิถีชาวบ้านอยู่ในแกลเลอรี หรือบางครั้งลานกลางบ้านก็เปลี่ยนหน้าที่เป็นเวทีการแสดงเซิ้งขนาดย่อม ๆ ให้ลูกค้าที่มาเยือนได้นั่งชม แค่เราได้ฟังก็รู้สึกม่วนซื่นตามไปด้วย

T’taste. Khamriang. คาเฟ่เล่าเรื่องราววัฒนธรรมที่ราบสูงผ่านศิลปหัตถกรรมท้องถิ่น

นอกจากนี้ ถ้าหากโอกาสดีตรงกับช่วงงานบุญประเพณี บรรยากาศในร้านก็จะประดับตกแต่งให้เข้ากับช่วงเทศกาลนั้น ๆ อย่างงานบุญสงกรานต์ที่ผ่านมา ธีเอาผ้าพระบฏมาติดทั่วบ้าน จัดมุมให้คนได้มาสรงน้ำพระ เป็นการรักษาวัฒนธรรมและชวนคนรุ่นใหม่มาเรียนรู้ฮีตหรือประเพณีที่แทบจะเลือนหายไปแล้วในปัจจุบัน 

“นึกถึงตอนอยู่ที่อื่นแล้วคิดถึงบ้าน เราอยากให้ลูกค้ามาแล้วเหมือนได้กลับมาบ้าน” ธีพูดถึงคอนเซ็ปต์ร้านที่คิดไว้ ซึ่งก็สมดั่งใจ เพราะหลายครั้งที่ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้าน จนมาขอเสื่อไปเลือกมุมปูใต้ต้นไม้เองเลยก็มี

ที่ตั้ง : 83 หมู่ 20 ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 44150 

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น.

โทรศัพท์ : 09 3327 9090

Facebook : T’taste. Khamriang. 

06

De PLOY Cafe & Bakery

ร้านเค้กของสาววาปีปทุม ผู้เชื่อว่าของอร่อย ให้ไกลแค่ไหนคนก็ซื้อ

De PLOY Cafe & Bakery, ร้านเค้กของสาววาปีปทุม ผู้เชื่อว่าของอร่อย ให้ไกลแค่ไหนคนก็ซื้อ
De PLOY Cafe & Bakery, ร้านเค้กของสาววาปีปทุม ผู้เชื่อว่าของอร่อย ให้ไกลแค่ไหนคนก็ซื้อ

อำเภอวาปีปทุมโด่งดังเรื่องงานฝีมือ มีกลองยาวและผ้าไหมเป็นของดีเชิดหน้าชูตา แม้ De PLOY Cafe & Bakery จะเป็นร้านเล็ก ๆ และไม่ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านที่ว่า แต่เค้กหลากหลายหน้าตาในร้านก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พลอย-อัญมณี ตุลาโชติกุล ซึ่งเป็นเจ้าของนั้น มีเลือดด้านงานศิลป์ของชาววาปีปทุมอย่างเต็มตัว

จุดเริ่มต้นของร้าน เกิดจากความชอบของพลอยที่ตระเวนเที่ยวคาเฟ่ต่าง ๆ สั่งสมประสบการณ์จากการได้ลองชิมเค้กและขนมหลากหลายชนิด จนเข้าไปเรียนคอร์สทำขนมเพิ่มเติมเป็นจริงเป็นจัง สุดท้ายจึงตัดสินใจลาออกจากอาชีพครู แล้วก้าวเข้าสู่วงการเบเกอรีอย่างเต็มตัว พลอยเล่าว่าไม่ใช่เพียงแค่ความชอบเท่านั้นที่ทำให้เกิดร้านนี้ แต่ความตั้งใจอีกอย่างของเธอ คืออยากให้คนแถวอำเภอวาปีปทุมได้ลองชิมเค้กรสชาติดีที่หาโอกาสกินได้ยากด้วย

De PLOY Cafe & Bakery, ร้านเค้กของสาววาปีปทุม ผู้เชื่อว่าของอร่อย ให้ไกลแค่ไหนคนก็ซื้อ
De PLOY Cafe & Bakery, ร้านเค้กของสาววาปีปทุม ผู้เชื่อว่าของอร่อย ให้ไกลแค่ไหนคนก็ซื้อ

ในทุก ๆ วัน เธอจะลงมือทำเค้กในตอนเย็น แล้วลุกขึ้นมาแต่งหน้าเค้กในตอนเช้าของอีกวัน จัดวางลงหน้าร้านในช่วงเที่ยง ทำแบบนี้เป็นกิจวัตร รับรู้กันในหมู่ลูกค้าประจำว่าเค้กร้านนี้สดใหม่เสมอ และเมื่อฤดูกาลเปลี่ยน พลอยจะคอยหาผลไม้ในช่วงนั้น ๆ รวมถึงที่มีเฉพาะในท้องถิ่น เช่น มะม่วง มะยงชิด มาทำเป็นเมนูพิเศษให้ลองชิม สำหรับช่วงนี้หากแวะไปที่ร้าน พลอยนำเสนอไดฟูกุไส้ชาเขียวถั่วแดง ทำจากแป้งสูตรเฉพาะ เหนียวนุ่มหนึบถูกใจ และเลมอนทาร์ตเอาใจคนรักความสดชื่น เป็นเคิร์ดเลมอนที่หอมเปรี้ยวอมหวาน พลอยรับประกันว่า “ชิ้นเดียวไม่พอ ต้องกินอีก”

ไม่เพียงแค่หน้าตาและรสชาติที่หลายคนติดใจ จนเกิดเป็นธุรกิจรับหิ้วจากคนในเมืองเป็นล่ำเป็นสัน ส่วนภายในร้านก็ตกแต่งดีงามดูโคซี่ ซื้อกลับบ้านก็ดี นั่งที่ร้านก็เลิศ ฉะนั้นหากมีโอกาสผ่านไปอำเภอวาปีปทุม ไปชิมกันนะ

ที่ตั้ง : 554 หมู่ 3 ตำบลหนองแสง อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม 44120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 09.00 – 18.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์) 

โทรศัพท์ : 08 8562 6345

Facebook : De PLOY Cafe & Bakery

07

CALM Coffee & Co 

สโลว์บาร์แห่งแรกในสารคามที่ถ่ายทอดลูกอีสานผ่านรสชาติกาแฟ

CALM Coffee & Co, สโลว์บาร์แห่งแรกในสารคามที่ถ่ายทอดลูกอีสานผ่านรสชาติกาแฟ

เมฆ-อานุภาพ เกียรติจินดารัตน์ กลับมายังถิ่นเก่าที่เรียนมาตั้งแต่ชั้นมัธยมถึงมหาวิทยาลัยอีกครั้ง เพื่อให้ความสงบเงียบของเมืองนี้ช่วยรักษาตัว ระหว่างนั้นเขามองหากาแฟดื่มตามประสาผู้หลงใหลในคาเฟอีน แต่หาเท่าไหร่ก็ยังไม่ถูกจริต เลยตัดสินใจหอบเอาอุปกรณ์จากร้านกาแฟเก่าที่เคยเปิดในกรุงเทพฯ มาตั้งเป็นร้านป๊อปอัปเล็ก ๆ 

เมฆหวังแค่ว่าเผื่อเจอคอกาแฟที่ชอบเหมือนกัน ไป ๆ มา ๆ ผลตอบรับดีและน่าพอใจ อดีตนักการตลาดออนไลน์จึงรีแบรนด์ใหม่ ย้ายร้านเข้าห้องแถว แล้วเนรมิตจุดนัดพบของคนรักกาแฟขึ้นมากลางอำเภอเมืองมหาสารคาม

CALM Coffee & Co, สโลว์บาร์แห่งแรกในสารคามที่ถ่ายทอดลูกอีสานผ่านรสชาติกาแฟ

คาม (CALM) ร้านกาแฟไซส์กะทัดรัดที่เจ้าของร้านบอกว่า อยากให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายยามนั่งหน้าบาร์เหมือนรอเพื่อนดริปกาแฟให้ดื่ม ผ่านการคิดอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ชื่อร้าน เมฆหยิบเอาพยางค์สุดท้ายของชื่อจังหวัด ‘คาม’ ซึ่งแปลว่าบ้าน หมู่บ้าน มาใช้ และยังพ้องกับภาษาอังกฤษที่เขาอยากสื่อถึงความสงบของสารคาม เป็นไอเดียเท่ๆ ที่สะกิดตั้งแต่ยังไม่ทันผลักประตูเข้าร้าน 

จุดเด่นของที่นี่คือเมล็ดกาแฟ Specialty ที่คัดสรรมาให้นักดื่มเลือกเกือบ 30 ชนิดทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ เมฆกระซิบบอกกับเราว่า เขาเทใจให้กับเมล็ดไทยไปเกินครึ่ง เพราะอยากให้นักดื่มกาแฟในพื้นที่ได้ลองชิมกาแฟจากเมล็ดที่ปลูกในประเทศ และยังเป็นการช่วยสนับสนุนเกษตรกรไทยที่ตั้งใจปลูกด้วย

ความสนุกที่แฝงตัวในความสงบของร้าน คือการนำเอาเอกลักษณ์ในท้องถิ่นมาใช้สร้างคาแรกเตอร์ให้กับเมล็ดกาแฟเบลนด์เฉพาะ ในชื่อ ‘สกายแล็บ’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมากจากรถสามล้อของชาวอีสาน ที่มีเสียงดังแหลมชวนแสบหูนำตัวรถมาแต่ไกล เมฆแทนด้วยรสหวานนำ เปรี้ยวตาม มี After Tastes ของกาแฟที่อวลอยู่นานในปากหลังจากดื่ม 

CALM Coffee & Co, สโลว์บาร์แห่งแรกในสารคามที่ถ่ายทอดลูกอีสานผ่านรสชาติกาแฟ

ส่วนกาแฟเบลนด์อีกชนิดหนึ่งคือ ‘Golden Monkey’ ที่นำลิงแสมสีทอง สัตว์ประจำถิ่นซึ่งมีเฉพาะในวนอุทยานโกสัมพี อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม มาตั้งชื่อเป็นกาแฟที่ให้รสชาติจากสารพัดผลไม้สีเหลืองของโปรดเจ้าจ๋อ เช่น เสาวรส มะม่วง มะเฟือง มีความเปรี้ยวนำแบบไทย ๆ และสดชื่นสไตล์ผลไม้เมืองร้อน

ยังไม่หมดเท่านี้ ในทุกเดือนจะมีเมนูใหม่ที่เมฆสร้างสรรค์ขึ้นมา อย่างช่วงนี้มี ‘เปียกลำไย’ ขนมไทยที่แม่เคยทำให้กินแต่เด็ก แต่ปรับเป็นกาแฟรสชาติเฉพาะ ราดด้วยครีมกะทิ มีลำไยท็อปด้านบน ช่วยเปิดประสบการณ์การดื่มกาแฟแสนเพลิดเพลินไม่ซ้ำกับที่ไหนแน่นอน จินตนาการตามแล้วต้องลูบปาก รสอร่อยน่าลิ้มมีที่ ‘คาม’ เท่านั้นนะ

ที่ตั้ง : โรงแรมวรัญญูเฮ้าส์แอนด์ รีสอร์ท 163 ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

Facebook : CALM Coffee & Co

08

Kotcher

เสื้อผ้าสตรีทแวร์ของสาวอีสานจากฝีมือแม่ใหญ่ในชุมชน

Kotcher, เสื้อผ้าสตรีทแวร์ของสาวอีสานจากฝีมือแม่ใหญ่ในชุมชน

เสื้อครอปท็อปสีเขียวนีออนสะดุดตา เสื้อเบลเซอร์สีส้มสดใสลายผ้าขาวม้า เป็นจุดเด่นของ Kotcher แบรนด์เสื้อผ้าสตรีทแวร์ที่ใช้ผ้าทอมือของภาคอีสาน อาย-กชกร สาระกุมาร สาวมหาสารคามผู้โตมากับผ้าทอของคุณยายเล่าว่า การทอผ้าเป็นงานอดิเรกยามว่างจากหน้านา เรียกได้ว่าทุกบ้านต้องมีหูกทอผ้าประจำบ้าน เป็นส่วนหนึ่งของดีเอ็นเอพี่น้องอีสาน จริงจังกันถึงขั้นมีตลาดนัดเพื่อคนทอผ้าตามชุมชน ที่ขายอุปกรณ์กันตั้งแต่ด้ายยันสีย้อมผ้า

10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น
10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น

เสื้อผ้าที่อายออกแบบ เน้นใช้ผ้าฝ้ายเป็นหลัก เพราะนอกจากคุณสมบัติที่ใส่แล้วไม่ร้อน ราคายังจับต้องได้มากกว่าผ้าไหม โดยเลือกใช้ฝ้ายรียูสที่เหลือจากคลังของโรงงาน แต่ละคราวที่ได้มาจึงมีอย่างจำกัด เธอมองว่าความสนุกอยู่ที่การเพิ่มความคิดไปอีกขั้น ว่าจะจัดการสีที่ได้มาแต่ละครั้งยังไง และเสน่ห์ของงานที่ได้ก็ลิมิเต็ด ไม่ซ้ำใคร

ผ้าฝ้ายสีพื้นบ้าง ผ้าขาวม้าอีโป้บ้าง ผลัดกันถูกหยิบไปออกแบบตามโอกาส นอกจากดีไซน์ที่ทันสมัยแล้ว อายยังชวนให้มองคุณค่าของผ้าไปถึงเบื้องหลัง คือนักทอมากฝีมือตามหมู่บ้านที่มีอยู่ทั่วหัวระแหง เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับแม่ ๆ ในชุมชน โดยมีกิมมิกน่ารักชวนอุดหนุนคือ แต่ละคอลเลกชันอายจะบอกที่มาของผ้าทอผืนนั้น ๆ ไว้ด้วย 

ที่ตั้ง : 33/4 ซอย นครสวรรค์ 39/7 ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 1949 1978

Facebook : Kotcher แฟชั่นผ้าไทยอีสานทอมือ

09

LITIN

เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋จากวัสดุพื้นถิ่นที่กระจายรายได้สู่ชุมชน

LITIN, เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋จากวัสดุพื้นถิ่นที่กระจายรายได้สู่ชุมชน

LITIN แบรนด์เฟอร์นิเจอร์หวายและของตกแต่งบ้านดีไซน์เก๋ ทำจากวัสดุภายในท้องถิ่น ของ ลิตเติ้ล-สมฤทัย บุญใหญ่ ทายาทร้านเฟอร์นิเจอร์ผู้รักในงานออกแบบ และเห็นโอกาสที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน

ผลงานของ LITIN ไม่ได้จบแค่เลือกใช้หวายมาเป็นวัสดุหลัก แต่ยังแทรกความร่วมสมัยผสานเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยการนำเอาลวดลายของผ้าทอประจำจังหวัด อย่างลายสร้อยดอกหมาก ดึงมาใส่บนแพตเทิร์นในการสานเฟอร์นิเจอร์ หรือจะเป็นม้านั่งยาวสีขาวสลับดำ ลบภาพจำของเก้าอี้หวายเดิม ๆ ไปหมดสิ้น และที่โดดเด่นควรค่าแก่การพูดถึงคือ เก้าอี้สตูลตัวเด็ดที่พาแบรนด์ไปคว้ารางวัล เป็นการนำเอารูปทรงของตะโพน เครื่องดนตรีพื้นบ้านมาขยายไซส์ แล้วเลือกใช้ผิวหวายที่เหลือระหว่างกระบวนการผลิตมาใช้ในการออกแบบ นอกจากชวนนั่งแล้วยังเป็นมิตรกับโลก

10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น
10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น

ที่สำคัญสินค้าทุกชิ้นผ่านการทำงานร่วมกับชาวบ้านที่เธอคลุกคลีถึงพื้นที่ แจกจ่ายงานตามความถนัด เป็นงานคราฟต์จากฝีมือคนท้องถิ่น จึงรับประกันคุณภาพและคุณค่าที่ได้รับ ถ้าหากกลัวว่าหวายใช้นอกบ้านแล้วจะไม่คงทน เธอมีงานหวายเทียมจากพลาสติกรีไซเคิลผสมกับหวายแท้ ทนทานเพิ่มอายุการใช้งานและรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย

LITIN มีโชว์รูมอยู่ในตัวเมืองมหาสารคาม สำหรับผู้สนใจอยากทดลองนั่งเก้าอี้ดีไซน์ร่วมสมัย หากชอบใจก็ยกกลับไปตั้งที่บ้านได้เลย และยังมีแบรนด์ลูกเป็นทางเลือกสำหรับใครที่อยากได้ของขนาดเล็กไว้แต่งบ้าน ในชื่อ LITIN Home ซึ่งวัสดุไม่จำกัดอยู่เพียงหวาย เพราะเธอบอกว่ายังสนุกกับการตามหาวัตถุดิบธรรมชาติท้องถิ่นจากทั่วประเทศอยู่ตลอด อย่างผักตบชวาและกระจูด ที่เลือกมาใช้รังสรรค์เป็นกระถางต้นไม้ โคมไฟ จนถึงกล่องใส่กระดาษทิชชู

ที่ตั้ง : 412 ถนนแจ้งสนิท ตำบลแวงน่าง อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน

โทรศัพท์ : 08 2712 5272

Facebook : LITIN

เว็บไซต์ : www.litinfurniture.com

10

แก้วพะเนาว์ Organic Farm 

ฟาร์มผักอินทรีย์ที่ใช้เทคนิคปลูกพืชในทะเลทรายมาใช้กับดินแล้งของอีสาน

แก้วพะเนาว์ Organic Farm, ฟาร์มผักอินทรีย์ที่ใช้เทคนิคปลูกพืชในทะเลทรายมาใช้กับดินแล้งของอีสาน
10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น

แก้วพะเนาว์ Organic Farm เป็นสวนผักสลัดอินทรีย์ที่ดูแลโดย ปลิว-พงษ์พัฒน์ แก้วพะเนาว์ อดีตนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ได้ไปเรียนรู้วิธีทำเกษตรถึงอิสราเอล ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการปลูกผักบนทะเลทรายจนทั่วโลกยอมรับ เขานำองค์ความรู้ที่ได้มาปรับใช้กับผืนดินบ้านเกิดภาคอีสาน บนพื้นที่ที่ทรัพยากรน้ำมีอย่างจำกัดจำเขี่ย 

ตั้งแต่วันแรกที่ลงมือทำหลังเรียนจบ ปลิวพลิกวิธีการทำสวนทำไร่แบบเก่า เป็นสมาร์ทฟาร์มที่จัดการระบบน้ำด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ รดผักเป็นเวลา ไม่เปลืองน้ำ แถมปริมาณก็พอเหมาะพอดี ที่สำคัญทุ่นแรงและเวลาคนปลูกไปได้เยอะ เมื่อทำเองในบ้านแล้วไปได้สวย จึงส่งต่อความรู้ให้ชาวบ้านรอบ ๆ เกิดเป็นเครือข่ายออร์แกนิกสเกลชุมชน 

เกษตรกรรุ่นใหม่แห่งเมืองมหาสารคามตั้งใจให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมควบคู่ไปกับการปลูกข้าว ผลลัพธ์กลายเป็นแต่ละบ้านปลูกแปลงผักสลัดกันเขียวเต็มหมู่บ้าน เป็นวิถีเกษตรที่ดูแปลกใหม่ไม่คุ้นตา แต่น่าสนับสนุน 

10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น
10 สถานที่ม่วนซื่นมหาสารคาม เมืองตาฮักที่ครบทั้งคาเฟ่ ฟิล์มแล็บ และโรงละครหมอลำหุ่น

เมื่อได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ ปลิวยังอาสาทำหน้าที่ช่วยหาตลาดส่งขาย ให้เกษตรกรมีรายได้ตลอดปี ทั้งขายเองที่ฟาร์ม ตลาดใกล้ ๆ ร้านอาหารรอบข้าง รวมถึงส่งผักสดอร่อยปลอดสารไปถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ

หากใครสนใจกลเม็ดเคล็บลับในการปลูกผักปลอดสารบนพื้นที่ที่ยากต่อการไปรอด แก้วพะเนาว์ Organic Farm ฟาร์มยินดีเป็นพี่เลี้ยงช่วยสอน เพราะที่นี่เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรรูปแบบใหม่ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ให้เข้าชมได้ตลอดปี มีเวิร์กชอปสนุก ๆ สำหรับชาวสวนระดับบีกินเนอร์ ตั้งแต่ทำปุ๋ย เพาะกล้า จนถึงวิธีจัดการระบบนิเวศในฟาร์ม 

“ผักสลัดเหล่านี้ไม่ได้มีดีแค่สด อร่อย ปลอดภัย แต่ช่วยส่งต่อความสุขและให้โอกาสกับคนในชุมชนด้วย” ปลิวทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ผู้ซื้อจะได้รับกลับไป

ที่ตั้ง : บ้านหนองบัว ตำบลนาภู อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม 44210 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ทุกวัน สำหรับกิจกรรมกรุณาติดต่อล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 1339 0734

Facebook : แก้วพะเนาว์ Organic Farm

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ธีรชัย ลัญจกรสิริพันธุ์

อดีตช่างซ่อม ปัจจุบันช่างภาพ ลูกชายคนเล็ก ชอบเรียกม่าม๊า เวลาว่างขับแมคโครเล่น ตัวจริงต้องไม่ใส่รองเท้า จ้องกินแต่หมูแดดเดียว

Take Me Out

ออกไปทำความรู้จักเมืองในมุมใหม่ด้วยคอนเซปต์หลากหลาย

The Cloud x TAT Contact Center เพื่อนร่วมทาง

คนยโสธรเป็นสายกรีนมาแต่กำเนิด พวกเขายึดถือการทำนาข้าวเป็นอาชีพเลี้ยงตัวมาแต่เก่าก่อน ผูกพันกับชีวิตชนิดแยกกันไม่ขาด ที่สำคัญคือต่อยอดเป็นเมืองเกษตรอินทรีย์มาสักพักใหญ่แล้ว จากความร่วมมือของชาวนาชาวไร่ที่ผันตัวมาใช่วิธีดูแลพืชพรรณให้ปลอดภัยทั้งกับตัวเองและผู้บริโภค ขณะเดียวกันทางจังหวัดก็ส่งเสริมเต็มที่ เกิดเป็นตราบั้งไฟหลากสี แบ่งตามมาตรฐานอินทรีย์แต่ละขั้น เพื่อช่วยรับรองผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรโดยเฉพาะ

เมื่อได้พูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร พบว่าพวกเขาช่วยกันขับเคลื่อนสังคมเกษตรอินทรีย์กันอย่างคึกคัก สร้างช่องทางส่งขายอย่างเป็นระบบ รวมกลุ่มกันเป็นเครือข่ายมากมายในพื้นที่ ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการปลูกพืชและปศุสัตว์ ทั้งยังมีตลาดให้จำหน่ายผลิตผลแทบทุกอำเภอ สับเปลี่ยนสถานที่ เวียนวันกันไปไม่ซ้ำในแต่ละอาทิตย์ 

หลังจากทำความรู้จักยโสธรผ่าน 10 สถานที่เก่า-ใหม่ของเมืองบั้งไฟ กันพอหอมปากหอมคอ คราวนี้มาสัมผัสอีกตัวตนของคนยโสฯ กับสารพัดพื้นที่สีเขียวปลอดสารพิษ ทั้งนาข้าวหอมมะลิ นาบัวหวาน ฟาร์มปศุสัตว์หลากหลายแนว หมู่บ้านอินทรีย์ที่ทำเกษตรปลอดสารกันทุกครัวเรือน รวมถึงคาเฟ่ที่เลือกนำเสนอความออร์แกนิกผ่านอาหารการกิน

เปลี่ยนบรรยากาศ Work from Home ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 แสนอุดอู้ แล้วออกไปสูดอากาศสดชื่นรื่นรมย์ที่ยโสธรผ่านคอลัมน์ Take Me Out ด้วยกัน

01 

บัวหวานยโสธร

นาบัวอินทรีย์ที่รักษาความหวานกรอบเหมือนเพิ่งเก็บจากบึง

บัวหวานยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากอาชีพทำนาข้าวและแม่ค้ารับบัวมาขายตามตลาด จันทร์-ธนพร จันทร์หอม ผันตัวเริ่มทำนาบัวด้วยตัวเองเพราะความหลงใหลในรสชาติ เลือกแนวทางอินทรีย์ในการปลูก โดยมีเหตุผลเพียงไม่อยากทำร้ายสัตว์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลายเป็นเม็ดบัวที่มีคุณภาพดีตามไปด้วย เพราะระบบนิเวศสมบูรณ์ ทำให้เหล่าผึ้งและชันโรงที่อยู่กันอย่างสบายใจก็เป็นลูกมือช่วยผสมเกสร จึงได้หน้าบัวที่เต็ม กลมสวยไม่เว้าแหว่ง และขายได้ราคาดี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

เมื่อผลตอบรับดีจนไม่พอขาย จันทร์จึงเพิ่มบ่อบัวให้มากขึ้น วางแผนปลูกแต่ละบ่อให้บานไล่เลี่ยกันจะได้มีผลผลิตเก็บเกี่ยวทั้งปี นอกจากประคบประหงมด้วยความใส่ใจ บำรุงด้วยน้ำหมักสูตรพิเศษ และดูแลอย่างไร้สารเคมีแล้ว เคล็ดไม่ลับอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย คือการแช่น้ำแข็งทันทีตั้งแต่เก็บขึ้นจากบ่อ ทำให้หวานกรอบจนถึงมือลูกค้า และนอกจากเม็ดบัวสดที่คนนิยมกิน จันทร์มีเมนูแนะนำด้วย นั่นคือ ส้มตำเม็ดบัว อีกทางเลือกที่แซ่บหลายใช้ได้ไม่แพ้กัน

หากสนใจอยากมาพิสูจน์ความหวาน เข้ามาอุดหนุนได้ทุกเมื่อ หรือถ้าอยากมาเที่ยวถ่ายรูปกับดอกบัวสีขาวเต็มบ่อ ลองติดต่อมาถามจันทร์ล่วงหน้าได้ว่าดอกบัวเริ่มบานแล้วหรือยัง จะได้มาแล้วไม่เสียเที่ยว

ที่ตั้ง : ตำบลค้อเหนือ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 2990 1395

Facebook : บัวอินทรีย์ บัวหวานยโสธร

02

บ้านไร่รุ้งตะวัน 

ฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น นาข้าวอินทรีย์ และคาเฟ่กลางทุ่งนา

บ้านไร่รุ้งตะวัน
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

 เอก-ธนิสร จิตตะมา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านไร่รุ้งตะวัน กลับมาอำเภอเลิงนกทาบ้านเกิดอีกครั้ง หลังจากทำงานในกรุงเทพฯ กว่า 20 ปี เขาเล็งเห็นว่าตำบลที่อาศัยอยู่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ สถานที่ท่องเที่ยวก็พอมีอยู่บ้าง น่าจะต่อยอดที่ดิน 20 กว่าไร่ของตนให้มีประโยชน์มากกว่าการปลูกข้าว หลังจากหาข้อมูลอยู่นานว่าจะปลูกพืชอะไร เอกก็พบว่าเมล่อนญี่ปุ่นเป็นพืชที่น่าสนใจ ปลูกได้ง่ายทั่วประเทศ เจริญเติบโตไวเพียง 3 เดือนก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ รวมถึงมีมูลค่าในท้องตลาดสูง 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากคนไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เขาทำการบ้านอย่างจริงจัง ลองผิดลองถูก หาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ตและเข้าอบรมตามที่ต่าง ๆ ลองปลูกทั้งสายพันธุ์ราคาแพงและถูกเพื่อเปรียบเทียบ ก่อนพบว่าคุณภาพต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างของลูกและรสชาติ เขาเลือกพันธุ์ที่ดีที่สุด แม้ราคาสูงแต่ใครได้ลองลิ้มก็ติดใจ บางครั้งต้องรีบจองไว้ก่อนก็มี

แถมเอกยังมองการณ์ไกลแชร์พื้นที่นาที่ไม่ได้ใช้ให้กับสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยเขาช่วยจัดการ ให้คำปรึกษา และควบคุมวิธีการทำให้เป็นอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ ก่อนจะรวบรวมผลผลิตไปจำหน่ายให้ ภายใต้แบรนด์บ้านไร่รุ้งตะวัน ที่มีสารพัดใบรับรองอินทรีย์ทั้งภายในจังหวัดและเกรดส่งออกเป็นเครื่องการันตี

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากทำมาพักใหญ่ เพิ่มนู่นเติมนี่ในพื้นที่จนทุกอย่างเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าเดิม เขาแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นคาเฟ่เล็กกลางท้องทุ่ง นอกจากจะมีเมล่อนคุณภาพดีรสชาติหวานไว้ชูโรง ยังมีไอศกรีมข้าวเม่าอินทรีย์ที่อยากให้ลอง รวมถึงเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่เอกอยากชวนให้นั่งลงมองนาข้าว พักเหนื่อยสักประเดี๋ยว แล้วค่อยออกเดินทางไปเที่ยวต่อ

ที่ตั้ง : 203 หมู่ 5 ตำบลบุ่งค้า อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

โทรศัพท์ : 09 8232 8961

Facebook : บ้านไร่รุ้งตะวัน Baan Rai Rung Tawan

03 

ดอกกระเจียวหวานอินทรีย์ บ้านโคกนาโก

ฟาร์มดอกกระเจียวหวาน อีกสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองบั้งไฟ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลายคนรู้จักดอกกระเจียวในฐานะพืชดอกสวยงามที่จะบานเต็มทุ่งในช่วงฤดูฝน แต่สำหรับชาวบ้านโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว กลับให้นิยามต่างออกไป เพราะดอกกระเจียวคือพืชเศรษฐกิจที่นำเม็ดเงินเข้าสู่หมู่บ้านตลอดปี

“เราผลักดันจนเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เดี๋ยวนี้พูดถึงยโสธร คนไม่นึกถึงบุญบั้งไฟแล้ว นึกถึงดอกกระเจียว” โบ้-เมืองชัย ทองลา เล่าด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ก่อนชวนเราย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนบัณฑิตด้านเกษตรตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่เดินทางสายงานประจำ แต่อยากมาทำสวนเกษตรตามความถนัดที่บ้านเกิด 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

วันนั้นเขามองเห็นอรรถประโยชน์หลายอย่างของดอกกระเจียว พืชท้องถิ่นคู่วิถีชีวิตลูกอีสานมาตั้งแต่เด็ก จึงลองหยิบเอาพันธุ์จากป่ามาสู่เมือง นำมาปรับเข้ากับวิธีการสมัยใหม่ที่ได้เล่าเรียนมา ปลูกบนโคกควบคู่ไปกับนาข้าว

วันนี้เขายังคงดูแลแบบปลอดสารเหมือนเดิม บำรุงด้วยปุ๋ยคอกปุ๋ยหมัก ใช้ฟางข้าวมาคลุมดินเพื่อจัดการวัชพืช ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาฆ่าหญ้า ด้วยความตั้งใจอยากควบคุมระบบการปลูกแบบอินทรีย์ จึงได้ผลผลิตออกมาดีและปลอดภัย เป็นที่สนใจของชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่ ถึงขั้นซื้อพันธุ์และขอคำแนะนำลงใต้ไปปลูกถึงอำเภอเบตงเลยก็มี

โบ้ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า ดอกกระเจียวมีหลายพันธุ์ รสชาติแตกต่างกันออกไป ทั้งเผ็ดซ่าคล้ายหน่อข่าจนถึงหวานกรอบอร่อยกินง่าย สำหรับฟาร์มของโบ้เลือกปลูกพันธุ์อย่างหลัง หากใครถูกใจรสชาติหรืออยากลองปลูก ไม่ว่าจะแปลงเล็ก ๆ กินในครัวเรือน หรือทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ก็ขอคำแนะนำได้ถึงฟาร์ม หนุ่มบ้านโคกนาโกยินดีต้อนรับ

ที่ตั้ง : บ้านโคกนาโก อำเภอโคกนาโก อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 5593 9010

Facebook : ดอกกระเจียวหวาน บ้านโคกนาโก

04 

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

ฟาร์มและศูนย์การเรียนรู้เรื่องปูนาแห่งแรกของยโสธร

นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

นัธรินทร์ฟาร์ม ศูนย์เรียนรู้เรื่องการเลี้ยงปูนาที่เกิดจากความชอบกิน ตั้งต้นจากการเลี้ยงไว้แค่พอกินในครอบครัว ก่อนต่อยอดเป็นธุรกิจเสริมเพาะปูขยายพันธุ์จนเกินกิน

นัท-นัฐวุฒิ เงาฉาย เริ่มทำฟาร์มด้วยการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับปูนา และขั้นตอนการเลี้ยงขั้นพื้นฐาน เขาเลือกเลี้ยงปูนาพันธุ์พระเทพฯ ที่มีขนาดตัวใหญ่ ก้ามโต ต่างไปจากปูนาในแถบภาคกลาง ทำบ่อ 2 แบบสำหรับ 2 ช่วงอายุ โดยปูแรกเกิดจะอยู่ในบ่ออนุบาลหรือที่เรียกว่าบ่อน้ำใส เมื่ออายุครบ 2 เดือนจึงย้ายไปลงบ่อดินที่จัดบรรยากาศเสมือน ใส่ผักตบชวา พืชน้ำต่าง ๆ ให้ปูนาได้ใช้ชีวิตเหมือนอยู่ตามธรรมชาติ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

จากผู้เริ่มต้นแบบไม่มีความรู้ สู่ศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงปูนาแห่งแรกของจังหวัดยโสธรที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง และกำลังจะได้รับใบรับรองจากกรมประมงในฐานะผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ นัทยินดีอย่างยิ่งหากมีผู้สนใจเริ่มลองเลี้ยงปูนาเข้ามาขอคำแนะนำ หรือถ้านักท่องเที่ยวผ่านมาซื้อกลับบ้านก็ทำได้ แถมที่นี่ยังมีปูนาแปรรูปเป็นน้ำพริกปูนาให้ลองด้วย

ใครที่เป็นปูนาเลิฟเวอร์ อยากเลี้ยงไว้ดูเล่นก็เพลินตา ประกอบอาหารก็สบายใจ เพราะสะอาดและไร้พยาธิ ที่นี่มีชุดเริ่มต้นที่มาพร้อมพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ไว้จำหน่าย ลองดูได้ในเพจหรือจะโทรศัพท์ติดต่อไปก็ได้ พร้อมส่งถึงบ้านทั่วประเทศ

ที่ตั้ง : 61 หมู่ 7 บ้านหนองแหน ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 06 5536 2567

Facebook : นัธรินทร์ฟาร์มปูนา

05 

ฟาร์มแพะ ยโสธร

ฟาร์มแพะอินทรีย์ที่จำหน่ายตั้งแต่แพะจนถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม

ฟาร์มแพะ ยโสธร
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สิทธิ์-คิดดี คนธรรมดี หนุ่มนครศรีธรรมราช ย้ายมาใชีวิตแบบพอเพียงยังบ้านเกิดของภรรยา บนพื้นที่นามรดกขนาด 6 ไร่ เขาค่อย ๆ ปรับพื้นที่ทีละน้อย วางแลนด์สเคปตามโคกหนองนาโมเดล ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นหลักคิดนำทาง หาความรู้เพิ่มเติมจากผู้รู้ในยูทูบ เช่น อาจารย์ยักษ์-วิวัฒน์ ศัลยกำธร และ โจน จันได รวมถึงขอคำแนะนำจากปราชญ์ชาวบ้านที่ต่าง ๆ ช่วงแรกสิทธิ์ลองเลี้ยงสัตว์หลายชนิดเพื่อบริโภคและจำหน่าย ภายหลังลงตัวแล้วจึงเหลือแค่แพะเป็นหลัก เพราะทำเงินได้มากที่สุด

ฟาร์มแห่งนี้เลี้ยงทั้งแพะเนื้อและแพะนม ผลิตอาหารอินทรีย์เลี้ยงแพะเอง โดยใช้ต้นกระถินป่นและเมล็ดข้าวโพดเพื่อลดต้นทุน และยังเพิ่มรายได้ด้วยการขายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ เมื่อได้ผลผลิตจะส่งออกไปต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศลาว เวียดนาม และจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักรับซื้อ

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ถ้ามาถึงฟาร์มก็มีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายให้ชอป ทั้งแพะแปรรูปทำเป็นบาร์บีคิวเพิ่มความเผ็ดร้อนสไตล์บ่าวใต้ และชานมที่ใช้ชามาเลฯ ผสมกับน้ำนมแพะ สิทธิ์บอกว่ามีคุณประโยชน์มากพอกันกับน้ำนมแม่เลยทีเดียว

ไม่ใช่แค่ได้สินค้าติดมือกลับไป แต่ทางฟาร์มยังเตรียมกิจกรรมรองรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ทั้งที่เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัวที่อยากพักผ่อนวิถีเกษตรกร ได้ให้นมแพะและสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด มีเวิร์กชอปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่าง ๆ จากน้ำนมแพะ ทำเสร็จเอากลับบ้านไปใช้ ส่วนกลุ่มเกษตรกรแวะมาเรียนรู้ขั้นตอนการเลี้ยงได้เสมอ เพราะที่นี่คือฟาร์มแพะลำดับต้น ๆ ของภาคอีสาน และเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องแพะของผู้เลี้ยงแพะในละแวกนี้ 

ที่ตั้ง : 221 หมู่ 3 ตำบลหนองหิน อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9626 6642

Facebook : ฟาร์มแพะ ยโสธร

06

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก

ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่สีเขียวของสองพี่น้องเกษตรกรแห่งยโสฯ

ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคัก
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ไร่ฮักคักคือพื้นที่ทำการเกษตรแนวผสมผสานบนท้องทุ่งกว่า 30 ไร่ของ เอ้-โยษิตา วงศางามกิติ และ อี๊ด-จิตตนันท์ วงศางาม พี่น้องเจ้าของไร่ที่อยากแบ่งปันที่นาเพื่อทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านเกษตรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เปรียบเสมือนต้นน้ำที่เชื่อมโยงเกษตรกรยุคใหม่กับเก่า มาแบ่งปันประสบการณ์ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกัน มีปราชญ์ชาวบ้านและกลุ่มเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในนาม Young Smart Farmer เต็มใจช่วยกันเป็นวิทยากรให้กับเยาวชนและเกษตรกรมือสมัครเล่นที่เข้ามาอบรม ขณะเดียวกันเมื่อพืชที่ปลูกในไร่ออกผลผลิตก็ส่งตรงไปวางขายที่ร้านไร่ฮักคักในเมืองเก่า เป็นวิถีเกษตรอินทรีย์ครบวงจรจนถึงมือผู้บริโภค

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ด้วยไอเดียอยากเปิดพื้นที่สีเขียวให้เด็กมาปล่อยพลัง มีการเตรียมฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกสนานและได้ความรู้ ตั้งแต่การจัดการพื้นที่แบบโคกหนองนาโมเดล วิธีปลูกข้าวแบบต่าง ๆ การย้อมผ้าจากดอกไม้ หรือเก็บไข่เป็ดไข่ไก่มาทำเป็นไข่เค็ม มีไฮไลต์เป็นพิซซาโฮมเมดเตาดินที่ใช้แป้งข้าวให้ได้ลองทำและชิมกันริมทุ่งนา แถมยังสอดแทรกเรื่องคุณค่าของเกษตรกรให้เด็ก ๆ ในทุกกิจกรรม 

ส่วนของผู้ใหญ่เป็นเวิร์กชอปที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาอบรมสร้างอาชีพ อาทิ เลี้ยงปลา ทำเห็ด เลี้ยงไก่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากมาเที่ยวชมฟาร์มเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ หรืออยากเรียนรู้วิธีการทำเกษตรอินทรีย์ขั้นต้น เอ้และอี๊ดยินดีต้อนรับ แต่โปรดติดต่อล่วงหน้าสักนิด เพื่อจะได้เตรียมกิจกรรมที่เหมาะกับเวลาและความสนใจ เนื่องด้วยไม่ได้เปิดเป็นสาธารณะ

ที่ตั้ง : 238 หมู่ 3 บ้านบ่อ ตำบลสำราญ อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

07

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า

ปลายทางผลผลิตจากฟาร์มของเกษตรกรรุ่นใหม่

ไร่ฮักคัก เมืองเก่า
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

หลังจากไปเยือนต้นน้ำอย่างศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงไร่ฮักคักไปแล้ว เปลี่ยนบรรยากาศมาที่เมืองเก่าสิงห์ท่ากันบ้าง เพราะสองพี่น้องยังเปิดร้านในชื่อเดียวกับไร่ ตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เพื่อใช้เป็นจุดหมายปลายน้ำของงานด้านเกษตรให้เหล่าคนรักสุขภาพเดินทางมาอุดหนุนกัน

ความตั้งใจลึก ๆ อีกอย่าง เอ้อยากฟื้นฟูโซนนี้ให้คึกคักยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากเปิดเป็นร้านอาหารเช้าง่าย ๆ คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ปลอดภัย อาทิ ต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายจากสวนผักอินทรีย์ ข้าวห่อใบบัว เมนูหากินยากก็ใช้ข้าวออร์แกนิกจากเครือข่าย หรือจะน้ำเงี้ยวและข้าวซอยจากฝีมือเอ้ สาวอีสานที่แวบไปเรียนอยู่เมืองเหนือมาหลายปีก็มีให้ลองชิม เมื่อท้องอิ่มแล้วอย่าเพิ่งรีบไปไหน มีของหวานเป็นไอศกรีมข้าวไรซ์เบอร์รี น้ำเต้าหู้ และกะทิสดไว้ช่วยดับร้อนด้วย

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

บางโอกาสอาคารเก่า 3 ห้องนี้ ก็เปลี่ยนเป็นที่พบปะของเครือข่ายเกษตรกร เช่น กลุ่ม Young Smart Farmer และกลุ่มตลาดเขียว โดยเอ้ยินดีเปิดหน้าร้านให้นำผลิตภัณฑ์จากไร่นาโดยตรงมาวางขาย มาเลือกหากันได้ในวันเสาร์ที่จะจัดถนนคนเดิน (ในห้วงย้ามปกติที่ไม่มีโรคโควิด-19)

ฟาร์มชอปแห่งนี้วางจำหน่ายพืชผักสดใหม่ที่ปลูกตั้งแต่หัวไร่ยันปลายนาในศูนย์การเรียนรู้ไร่ฮักคัก แปรรูปออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่าง เช่น กล้วยตาก คุกกี้อัลมอนด์ ขนมปังโฮลวีต ทองม้วนจากแป้งข้าว ฯลฯ ซึ่งเอ้ลดความหวานกว่าปกติ รับประกันว่าถูกใจคนรักสุขภาพ และยังมีพริกลาบที่อยู่ในขั้นตอนปรับปรุงสูตร น่าจะเสร็จพร้อมวางขายเร็ว ๆ นี้

ที่ตั้ง : ถนนอุทัยรามฤทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 15.30 น.

โทรศัพท์ : 09 2935 2451

Facebook : ไร่ฮักคัก Raihugkug

08

Organic Cafe

คาเฟ่ออร์แกนิกฮิมเซบายสุดชิลล์ที่ชวนใกล้ชิดธรรมชาติ

Organic Cafe
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

Organic Cafe เกิดจากแพลนของคุณแม่และ เป๋า-ธราธร ประดับศรี ที่อยากปลูกผักออร์แกนิกบนที่ดินของบ้านเพื่อส่งออก พอดีกับเจอน้ำท่วมใหญ่ทั่วภาคอีสานเมื่อ พ.ศ.2562 ทำให้ต้องพับแผนไปก่อน ลดพื้นที่ปลูกให้เล็กลง แล้วเปิดเป็นคาเฟ่เล็ก ๆ ที่ใช้ผักสดจากในแปลงมาเป็นวัตถุดิบในครัวแทน

 คาเฟ่ยอดฮิตของชาวเลิงนกทาแห่งนี้แบ่งเป็นโซนด้านในห้องแอร์ และด้านนอกริมฝั่งคลองเซบายสำหรับใครที่อยากดื่มด่ำบรรยากาศสุดชิลล์ แต่อาจต้องรอให้แดดร่มลมตกสักนิดจะเหมาะมาก เป๋าคุมโทนร้านทั้งหมดให้เป็นสีเขียวดูใกล้ชิดกับธรรมชาติสมชื่อ แถมฉากหลังยังเป็นทุ่งนาอินทรีย์ไกลสุดตา เป็นอีกมุมหนึ่งที่ลูกค้านิยมมาถ่ายรูปเช็กอิน 

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

สำหรับในร้านมีอาหารตามสั่งง่าย ๆ แต่เลือกใช้ผักสดปลอดสารที่ปลูกเองมาปรุง นอกจากความอร่อยแล้ว สิ่งที่ตามมาคือความปลอดภัย เป๋าบอกว่าอนาคตอาจทำแปลงผักใหญ่ขึ้น ให้ลูกค้าได้เข้าไปใกล้ชิดกับพืชผักอินทรีย์

มุมกาแฟเป็นส่วนที่เป๋าคลุกคลีดูแลเอง เขาตามหารสชาติกาแฟที่ถูกปากคนในพื้นที่ มีให้เลือกทั้งคั่วเข้มและคั่วกลาง หรือจะเป็นเมล็ดใหม่ ๆ ก็มีให้คอกาแฟได้ลองกันตามแต่โอกาสที่ได้มา แนะนำว่ามีเมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านที่อยากให้ลองกันคือ OG SIG ด้วยรสชาติกาแฟบาง ๆ ผสานกับน้ำผึ้งและเลมอน ใส่น้ำสมุนไพรสูตรพิเศษ เป็นเครื่องดื่มออร์แกนิกที่ให้รสชาติฟรุตตีสดชื่นอย่าบอกใคร

ที่ตั้ง : 161 หมู่ 5 ตำบลสามแยก อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร 35120 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : วันจันทร์-เสาร์ เวลา 08.30 – 21.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30 – 17.00 น.

โทรศัพท์ : 06 3632 6644

Facebook : ออร์แกนิคคาเฟ่ – Organic Cafe

09 

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ที่อยากชวนผู้มาเยือนลงดำนากันสักมื้อ

หมู่บ้านอินทรีย์ บ้านโสกขุมปูน

ชาวบ้านโสกขุมปูนยึดถืออาชีพทำนาข้าวแบบดั้งเดิมมาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่งปุ๋ยเคมีเริ่มเข้ามาเมื่อหลายสิบปีก่อน แรกใช้ผลผลิตก็ได้เยอะขึ้น ข้าวก็งอกงามดี แต่เวลาผ่านไปส่งผลให้ดินในนาเริ่มแข็งขึ้น สุขภาพของเกษตรกรก็เริ่มแย่ลง พ่อมั่น สามสี เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว จึงริเริ่มชวนชาวบ้านกลับมาทำนาข้าวด้วยวิธีอินทรีย์ ดูแลบำรุงจากปุ๋ยธรรมชาติอีกครั้ง ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 ในวันที่กระแสอินทรีย์ยังค่อยไม่แพร่หลายในสังคมไทย

“ส่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม กินอิ่มปลอดภัย จากใจชาวนา สู่จานข้าวคุณ”

ชุ-ชุติมา ม่วงมั่น ทวนสโลแกนที่สื่อถึงความตั้งใจของ กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ให้เราฟังอีกครั้ง เธอคนนี้คือผู้รับไม้ต่อจากพ่อมั่น ช่วยดูแลแบรนด์ ‘ข้าวใจยิ้ม’ ข้าวไร้สารเคมีจากนาของเกษตรกรในชุมชน และเธอยังเป็นผู้วางหลักสูตรในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน ปลูกฝังเรื่องเกษตรอินทรีย์ให้กับเยาวชน เรียนรู้วัฒนธรรมงานบุญเกี่ยวกับข้าว ด้วยความหวังว่าอยากส่งต่อความรู้และปลูกฝังให้เด็ก ๆ ยึดถืออาชีพปลอดภัยนี้ต่อไปในอนาคต

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ทำเกษตรอินทรีย์กันแทบทุกครัวเรือน แถมยังมีธรรมนูญของตำบลนาโส่ช่วยกำกับไว้ คือห้ามใช้ยาฆ่าแมลง ชาวบ้านก็ร่วมกันสอดส่องเป็นหูเป็นตา ช่วยให้นาอินทรีย์ปลอดภัยปราศจากเคมีด้วย

ทั้งนี้ชุมองว่าโรงสีไม่ใช่ปลายทางของเกษตรกร แต่สิ่งที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้คือการสร้างตลาด เธอทำวิจัยอยู่พักใหญ่ แล้วเกิดเป็น ‘ตลาดเขียว’ ของพี่น้องชาวยโสธร จุดนัดพบของเหล่าเกษตรกรกับผู้ซื้อ จัดขึ้นตามที่ต่าง ๆ ทั้งในอำเภอกุดชุมและอำเภอเมืองยโสธร 

ใครมาเยือนหมู่บ้านอินทรีย์แห่งนี้ รับรองจะตกหลุมรัก ทั้งมิตรไมตรีและวิถีชนบทของชาวบ้าน รวมถึงอากาศดีที่หายใจเข้าได้เต็มที่ไม่มีสารพิษลอยมาตามลม แถมชุยังอยากเชิญชวนแขกให้มากินข้าวหอมมะลิใหม่ ๆ ว่าดีงามแค่ไหน และทำความเข้าใจว่าทำไมข้าวหอมมะลิถึงมีราคาสูง ตั้งแต่ลองดำนาสาธิต ขั้นตอนการดูแลอย่างใส่ใจ จนถึงเก็บเกี่ยวยามข้าวออกรวง

ที่ตั้ง : บ้านโสกขุมปูน ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร 35140 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : ติดต่อนัดหมายล่วงหน้า

โทรศัพท์ : 08 0798 2236

Facebook : ข้าวใจยิ้ม หมู่บ้านอินทรีย์ยโสธร บ้านโสกขุมปูน

10 

อินดี้ ออร์แกนิค

ร้านค้าที่รวบรวมสารพัดผลิตผลอินทรีย์จากชาวอำเภอกุดชุม

อินดี้ ออร์แกนิค
10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

อินดี้ ออร์แกนิค คือศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่รวบรวมสินค้านานาชนิดของชาวยโสธรไว้ครบครัน

ต๋อ-มาณิชรา ทองน้อย คร่ำหวอดงานด้านส่งเสริมเกษตรอินทรีย์มาหลายปีในเมืองหลวง ตัดสินใจเกษียณก่อนกำหนด มาทำนาข้าวและไร่อ้อยคั้นน้ำบนที่ดินของครอบครัว ก่อนจะสบโอกาสชวนเพื่อนบ้านโสกขุมปูน มาร่วมทำร้านค้าเพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ด้วยเหตุผลหลักคือ อยากเชื่อมเกษตรกรกับผู้บริโภคให้ใกล้กัน

“เราทำคล้าย ๆ สหกรณ์ เพื่อสนับสนุนให้คนได้กินอาหารดี ๆ และรองรับลูกหลานที่กลับมาอยู่บ้านให้มีรายได้จากการทำผลิตภัณฑ์อินทรีย์” ต๋อเฉลยถึงความตั้งใจเริ่มแรกเมื่อเกือบ 2 ปีก่อน

ปัจจุบันร้านมีสารพัดสินค้าปลอดภัยวางจำหน่าย ส่วนใหญ่มาจากพี่น้องชาวนาในหมู่บ้าน นำโดยข้าวหอมมะลิเกรดดี ข้าวไรซ์เบอร์รี และข้าวพันธุ์พื้นเมืองหากินยาก มีหลายยี่ห้อให้เลือกลองซื้อไปหุงที่บ้าน มั่นใจได้ว่าเป็นข้าวออร์แกนิกแท้ ไม่ปนข้าวจากที่อื่น หรือหากแวะมาตรงฤดูกาล ก็จะเจอพืชผักประจำฤดูกาลนั้น ๆ จากสวนอินทรีย์มาวางร่วมด้วย ทั้งมะเขือเทศราชินีลูกเต่งกรอบอร่อย แตงโมของดีประจำจังหวัด และหอมกระเทียมก็มีให้เลือกซื้อ 

ถ้าสนใจอยากได้พันธุ์ไม้ไปปลูกเองที่บ้าน ต๋อก็เพาะชำไว้เป็นกระถางให้ยกกลับไปได้เช่นกัน

10 พื้นที่สีเขียวของเกษตรกรชาวยโสธร ที่ยืนยันว่าเมืองนี้โดดเด่นเรื่องเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ยังมีเนื้อโคขุนจากกลุ่มโคขุนหนองแหน มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อทำสเต็ก เนื้อย่างเสียบไม้ จนถึงลูกชิ้นเนื้อ และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากต้นไผ่ตงอินทรีย์ของสวนไผ่ทองประสาร อย่างหน่อไม้ดอง หลอดไม้ไผ่ และถ่านไม้ไผ่

แต่สินค้าที่เหมาะกับช่วงนี้ที่โรคภัยกำลังถาโถม ต้องยกให้สมุนไพรจากสมุนไพรสูตรหมอยาพื้นบ้านแบบโบราณ และสูตรของโรงพยาบาลกุดชุมที่เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนไทย อย่างแคปซูลฟ้าทะลายโจร ก็มีวางจำหน่ายที่นี่ด้วย

ร้านเล็ก ๆ แต่อัดแน่นไปด้วยผลิตภัณฑ์อินทรีย์แห่งนี้ยังมีสินค้าอื่นอีกมาก เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ของฝากของดีของเด่นกลับบ้านแน่นอน

ที่ตั้ง : ปั๊มน้ำมัน ปตท. แยกตับเต่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร 35000 (แผนที่)

วัน-เวลาทำการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.30 – 18.30 น.

โทรศัพท์ : 08 9718 2516

Facebook : อินดี้ ออร์แกนิค

Writer

พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์

นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer

ณัฐพล พุ่มสาขา

ช่างภาพสาระพัดประโยชน์ จริงๆ แล้วงานหลักคือ ตัดต่อวีดีโอ ทำวีดีโอโฆษณา วีดีโองานแต่ง ได้มาจับกล้องเพราะทีมขาดช่างวีดีโอ หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเรียนรู้แบบ ครูพักลักจำมาเรื่อยๆ และแล้วอยู่มาวันนึง ช่าวภาพนิ่งในทีมก็ขาดอีก ผมจึงได้มาจับงานถ่ายภาพ จนถึงทุกวันนี้

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load