“มานอนค้างไหม”

“นอนตรงไหนพี่”

“นอนกับแมวได้”

“นอนในกรงแมวน่ะเหรอครับ”

นั่นคือบทสนทนาระหว่างผมกับ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ GREYnJ UNITED ถ้าแนะนำกันเร็ว ๆ เธอเป็นครีเอทีฟโฆษณาชื่อดังของโลก ผมโทรหาเธอเพราะได้ยินข่าวว่า เธอเพิ่งทำบ้านแมวสุดสวยเสร็จหมาด ๆ เป็นบ้านแมวในกรงขนาดใหญ่มาก อยู่กลางธรรมชาติที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วย้ายแมวจรจัด 63 ตัวที่เลี้ยงไว้ในบ้านที่สุขุมวิทไปอยู่ที่เชียงใหม่แทน

คุยไปคุยมา เธอเล่าเรื่องเบื้องหลังการตัดสินใจซื้อที่ดินขนาดเกือบ 200 ไร่ผืนนี้เมื่อ 5 ปีก่อน แล้วก็ลงมือปลูกต้นไม้อย่างจริงจังกว่า 50,000 ต้น จนเขาลูกนี้จากที่เคยแล้งก็กลับมามีน้ำอีกครั้ง แถมยังมีสัตว์อย่างหมาจิ้งจอก นกยูง ไก่ป่า กระต่ายป่า กลับคืนมาในพื้นที่ เธอเรียกงานนี้ว่า Mae Wang Project จากนั้นก็สร้างบ้านที่ Mae Wang Sanctuary ทำบ้าน ศาลา และบ้านแมว ตอนนี้เธอใช้เวลาอยู่ที่นี่เดือนละ 3 สัปดาห์ ทำสวนผลไม้อินทรีย์ ปลูกผักกินเอง ตอนนี้บ้านที่ออกแบบใหม่ยังไม่เสร็จ เธอเลยพักในบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่พักของคนงานสวนส้มเดิม

ไหน ๆ ก็ไปถึงเชียงใหม่ ผมเลยขอสัมภาษณ์เธอ 3 เรื่อง เพื่อลง 3 คอลัมน์

อย่างแรก พอดแคสต์ Coming of Age เล่าเรื่องจุดเปลี่ยนครั้งต่าง ๆ ในชีวิตวัย 56 ปี

อย่างที่สอง คอลัมน์ Cloud of Thoughts คุยเรื่องบ้าน 3 หลังของเธอ การเปลี่ยนจากคนทำโฆษณามาอยู่กับธรรมชาติ (รออ่านได้เดือนหน้า)

อย่างที่สาม เรื่องราวของบ้านแมวหลังนี้

เราน่าจะใช้เวลาคุยกันทั้งวัน พี่จูดี้เลยถามว่า แทนที่ผมจะบินไปเชียงใหม่แบบไปเช้าเย็นกลับ อยากพักที่นี่สักคืนไหม

“เอาสิพี่” ผมก็อยากมีประสบการณ์นอนในกรงแมวเหมือนกัน

1

เฉียดชั่วโมง เราก็เดินทางจากสนามบินเชียงใหม่มาถึงวัดถ้ำน้ำฮูซึ่งอยู่ด้านหน้า Mae Wang Sanctuary รถขับเคลื่อนสี่ล้อค่อย ๆ พาเราขึ้นเนินน้อย ๆ ไปตามทางลูกรัง วิวสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากนาข้าวเป็นสวนส้มที่ครึ้มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วพวกเราก็มาถึงบ้านของพี่จูดี้ที่เธอดัดแปลงบ้านไม้ซึ่งเป็นที่พักธรรมดา ๆ ของชาวสวน ให้ดูสวยอบอุ่นและมีเสน่ห์

เธอต้อนรับพวกเราด้วยเครื่องดื่มที่มีน้ำส้มจากสวนของเธอเป็นส่วนผสมหลัก พอจิบจบ พี่จูดี้ก็ชวนเราไปเดินชมพื้นที่รอบ ๆ บ้าน แล้วมาหยุดที่กำแพงไม้ไผ่ซึ่งเจาะช่องประตูเป็นวงกลม พอผลักด้านข้างของวงกลมให้ประตูหมุน เราก็เข้ามาสู่พื้นที่ของบ้านแมวที่ยังมีประตูด้านในอีกชั้นกันแมวออก 

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

มุมหนึ่งในกรงแมวเป็นบ้านไม้ไผ่สองชั้นที่สร้างแบบโปร่งโล่งแต่เส้นสายสวยดีเหลือเกิน บ้านหลังนี้อยู่ติดกับต้นสัก ซึ่งมีนกฮูกแวะเวียนมาทำรัง พอขึ้นมาบนบ้าน เลยให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนบ้านต้นไม้

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

2

“พี่ไม่ได้ชอบแมวมากสักเท่าไหร่นะ” พี่จูดี้หรี่เสียงเพลงแจ๊สจากลำโพง Marshall ลงก่อนเริ่มบทสนทนา เธอเล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2538 กรุงเทพฯ ยังเต็มไปด้วยหมาจรจัด เธออยากร่วมบรรเทาปัญหานี้ เลยเอาอาหารไปให้หมาจรจัดแถวออฟฟิศย่านทาวน์อินทาวน์ ให้ทุกวันจนหมาคุ้นเคย แล้วพาสัตวแพทย์ไปทำหมัน ป้องกันการเพิ่มจำนวน ทำแบบนี้อยู่เนิ่นนาน ต่อมามีหน่วยงานต่าง ๆ แก้ปัญหานี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายหมาจรจัดในกรุงเทพฯ ก็ลดจำนวนลง

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“แต่แมวเพิ่มจำนวนขึ้น เห็นแล้วก็อยากไปช่วยให้เขาทุกข์น้อยลง” พ.ศ. 2554 พี่จูดี้เลยเริ่มออกให้อาหารแมวเพื่อสร้างความคุ้นเคยแถวบ้านย่านสุขุมวิทและแถวออฟฟิศย่านพระรามสี่ แล้วจับทำหมัน แต่หลายตัวก็ปล่อยไว้ที่เดิมไม่ได้เพราะป่วย ต้องเอามารักษา

แมวตัวแรกที่เธอนำมาเลี้ยงในบ้าน เป็นลูกแมวจากเกาะยาวน้อย ที่เจ้าของคะยั้นคะยอให้เธอช่วยรับไป ถ้าปล่อยไว้คงอดตาย เอามาเลี้ยงได้ไม่ทันไร และยังไม่ทันพาไปทำหมัน มันก็ท้องและคลอดลูกให้เธอเลี้ยงเพิ่ม

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“แมวบางตัวที่เราไปให้อาหารโดนงูเหลือมรัดแล้วรอดมาได้ บางตัวติดกาวดักหนูมา แต่ละตัวโชกโชนมาก เราก็ต้องเอามาเลี้ยง อย่างตัวนี้ชื่อกะปู๋ โดนกัดไส้ทะลัก แม่บ้านไปเจอมา อุ้มกลับมามือข้างหนึ่งถือตัว อีกข้างถือไส้ เราก็ต้องพาไปรักษา” เธอพูดถึงแมวที่เดินมาคลอเลียที่แข้งขา ซึ่งดูเป็นแมวสุขภาพดีแบบไม่เหลือร่องรอยบาดแผลแล้ว พี่จูดี้จำชื่อแมวได้ทุกตัว เช่นเดียวกับจำได้แม่นว่า แต่ละตัวไปเอามาจากไหนในสภาพไหน

พวกมันก็เหมือนจะรู้ชื่อตัวเองเช่นกัน เพราะแค่พี่จูดี้เรียกชื่อ พวกมันก็พร้อมจะเดินมาหา

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

3

พี่จูดี้เก็บแมวมาเลี้ยงในบ้านย่านสุขุมวิทจนมีเกือบ 80 ตัว ทุกห้องมีแต่แมว แม่บ้าน 2 คนมีงานหลักคือทำความสะอาดกรงแมว แต่ถึงจะทำความสะอาดทั้งวัน การที่แมวจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันในห้อง ก็ไม่ค่อยเป็นผลดีกับสุขภาพแมวและคนนัก

พ.ศ. 2564 พี่จูดี้จึงอยากย้ายแมวทั้งหมดออกไปอยู่ที่อื่น เธอตัดสินใจเปลี่ยนตึกแถว 4 ชั้น 2 คูหาย่านห้วยขวางของตัวเองให้กลายเป็นคาเฟ่แมว เพื่อให้แมวมีที่ทางมากขึ้น ออกแบบเสร็จและได้ผู้รับเหมาเรียบร้อย เธอก็เปลี่ยนใจ

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“เราอยากให้แมวมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่อยู่บ้านยังมีสนามหญ้า ถ้าไปอยู่ตึก มีแค่ดาดฟ้าเล็ก ๆ ที่เหลือก็ต้องอยู่ในห้องแอร์เหมือนเดิม ก็เลยล้มโครงการนี้” พี่จูดี้เล่าถึงการตัดสินใจในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งช่วงนั้นเธอย้ายไปอยู่เชียงใหม่เป็นหลัก ติดอินเทอร์เน็ตให้เร็วพอจะประชุมออนไลน์ได้ เมื่อได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาตินาน ๆ เธอก็สดชื่นขึ้น จึงอยากให้แมวได้สดชื่นแบบเธอบ้าง แต่พอคนใกล้ชิดของเธอทราบข่าวก็มีแต่เสียงคัดค้าน

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“แมวเป็นนักล่า เขากลัวว่าพอเอาแมวจำนวนเยอะๆ ไปอยู่ป่า มันจะล่านกสูญพันธุ์หมด แต่เราไม่ได้ปล่อยแมว ไม่ได้เลี้ยงกระจัดกระจาย เราล้อมรั้วมิดชิด แต่เขายังได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ” พี่จูดี้พูดจบก็อุ้มแมวที่นอนอยู่ตรงเท้าขึ้นมาเล่น

4

โจทย์ในการออกแบบสิ่งปลูกสร้างใน Mae Wang Sanctuary ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นบ้านของเธอ ศาลา และบ้านแมว ต้องกลมกลืนกับธรรมชาติ มาพึ่งพาธรรมชาติ ไม่ใช่มาควบคุมธรรมชาติ จึงไม่มีการตัดต้นไม้ใหญ่แม้สักต้น สภาพพื้นที่ก็ยังรักษาไว้แบบเดิม ผู้ที่ออกแบบหลักคือ Bamboo Family ส่วนรายละเอียดของบ้านแมวเป็นงานออกแบบของ นัท-ณัฐวุฒิ มัชฌิมา เจ้าของ Mutchima Studio สถาปนิกผู้ที่เคยได้รับรางวัลในการออกแบบบ้านที่ทำให้แมวอยู่ด้วยได้อย่างมีความสุข นัทคือผู้ออกแบบคาเฟ่แมวย่านห้วยขวางของพี่จูดี้ที่ไม่ได้เกิดขึ้น เขาจึงนำแนวคิดหลายอย่างมาปรับให้เป็นบ้านแมว

“ถ้ามองลงมาจะเห็นภาพรวมของบ้านแมวเป็นรูปแมวนอนขด ครัวเป็นหู บ้านดินเป็นหาง” พี่จูดี้ชี้ให้ดูบ้านดินขนาดย่อม 3 หลัง หลังแรกสุดเป็นห้องพยาบาลให้น้ำเกลือแมวป่วย อีก 2 หลังเป็นที่อยู่ของแมว มีชั้น มีที่นอนให้นอน สบายเหมือนรีสอร์ต นอนได้หลังละ 20 ตัว

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

แล้วก็ยังมีลูกเล่นประเภทสะพานแมว เต็นท์แมว และที่นอนของแมวที่อยู่ตามชั้นตามตู้ ซึ่งกระจายอยู่ทุกที่ 

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

รวมถึงน้ำตกและระบบพ่นละอองน้ำที่จะช่วยดักฝุ่นควันที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าแล้งจากการเผานาและเผาป่าด้วย

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

ช่วงลิ้นจี่สุกตอนเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พี่จูดี้ย้ายแมวจำนวน 63 ตัวจากบ้านที่สุขุมวิทมาอยู่ที่นี่ เป็นการเอาแมวใส่กล่องแล้วใส่รถขนมา รอบแรก 36 ตัว มาถึงที่นี่ตอนกลางคืน

“มาถึงแมวทุกตัวแตกตื่นมาก วิ่ง ร้อง บางตัวขี้แตกมาในรถ เราก็ห่วงมาก คืนนั้นแทบไม่ได้นอน แต่พอเช้ามาทุกอย่างสงบ แมวนอนตามบ้านโน้นบ้านนี้สบายใจ บางตัวเป็นโรคผิวหนังมา ไม่กี่วันก็ดีขึ้นเลย” พี่จูดี้เล่าถึงพลังของธรรมชาติซึ่งแมวทุกตัวคุ้นเคยดี เพราะมันเป็นแมวที่เคยอยู่กับดินกับทรายข้างถนนมาก่อน

5

“ช่วงที่บ้านพี่ยังสร้างอยู่ เราก็อยากอยู่ในนี้ เลยสร้างบ้านขึ้นมาอีกหลัง จะได้อยู่ใกล้ ๆ แมว” พี่จูดี้พูดถึงบ้านไม้ที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ ชั้นล่างสุดเป็นบ้านแมว เต็นท์แมว และโต๊ะยาวให้นั่งเล่นได้ ยกพื้นขึ้นมาเป็นลานไม้ท่ามกลางธรรมชาติ นั่งดูวิวเล่นกับแมวได้สบาย ปีนขึ้นไปอีกชั้นเป็นห้องนอน

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์
Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

ถ้าใครชอบแมวให้นอนเปิดมุ้งไว้ แมวจะเข้ามานอนด้วย

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์
Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

ส่วนห้องน้ำต้องเดินออกไปนอกกรงแมว จะเจอทั้งห้องน้ำและอ่างอาบน้ำกึ่งกลางแจ้งวิวธรรมชาติที่ชวนให้แช่น้ำจนไม่อยากลุก

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์
Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

นี่คือบ้านแมวและการนอนในกรงแมวที่พี่จูดี้ชวนผมมาลองพัก

6

ตอนนี้มีแมวอยู่ที่นี่ 63 ตัว ยังเหลือแมวที่เป็นโรคติดต่ออยู่ที่บ้านกรุงเทพฯ อีก 11 ตัว ใช้อาหารเม็ดวันละ 2 กิโลกรัม อาหารกระป๋องวันละ 4 กระป๋อง แค่ค่าอาหารก็หลายหมื่นบาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่าจ้างคนดูแลที่เชียงใหม่อีก 4 คน กรุงเทพฯ อีก 2 คน นั่นทำให้พี่จูดี้เริ่มคิดถึงการเปลี่ยนบ้านหลังนี้เป็นที่พักแบบ Airbnb ให้คนได้มาพัก รวมถึงขายผลไม้ออร์แกนิกในสวนให้คนมาเที่ยว น่าจะช่วยค่าใช้จ่ายในการดูแลแมวได้บ้าง

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

“มาพักผ่อนได้ หนีความวุ่นวายมาทำงานที่นี่ก็ได้ มีอินเทอร์เน็ต ประชุมออนไลน์ได้ จะแวะมากินกาแฟอย่างเดียวก็ได้ ถ้ามาค้างเราก็มีอาหารเช้า ขนม ผลไม้ให้ ผลไม้เราเยอะอยู่แล้ว เอาแมวมาพักด้วยก็ได้”

เท่าที่ผมสังเกต แมวทุกตัวที่นี่สุขภาพดีมาก อ้วนท้วนสมบูรณ์ ขนสะอาดสะอ้าน และชอบรับแขก พร้อมที่จะเดินเข้ามาเล่นกับคนแปลกหน้า ผิดกับภาพแมวจรจัดที่กายและใจบอบช้ำในจินตนาการของหลายคน

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

พี่จูดี้บอกว่า พวกมันได้รับการดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจอย่างดี ก็เลยน่าฟัดอย่างที่เห็น ส่วนนิสัยรับแขก และจะไม่ชวนแมวของแขกทะเลาะมาจาก

“พี่คุยกับแมวทุกตัว พวกเขารู้เรื่องนะ เราพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่า เราตั้งใจทำให้เขาขนาดนี้ เวลามีคนมาก็ช่วยกันต้อนรับหน่อย เขาก็เข้าใจ” นั่นคือเหตุผลว่าทำไมแมวทั้งหมดถึงเล่นกับผู้แปลกหน้าอย่างเราราวกับเลี้ยงดูกันมาเนิ่นนาน

ตอนนี้พี่จูดี้ขอเปิดให้เพื่อน ๆ มาลองพักก่อนจะเปิดเป็น Airbnb ตอนที่บ้านหลังหลักเสร็จแล้ว น่าจะเป็นช่วงต้นปีหน้า แล้ว The Cloud จะมาส่งข่าว ใครอยากนอนในกรงแมว ท่ามกลางแมว 63 ตัว สวนส้ม และธรรมชาติร่วม 200 ไร่ โปรดติดตาม

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“ถ้าจะไปเที่ยวจังหวัดบ้านเธอ เธอว่าเราพักที่ไหนดี…”

เป็นคำถามที่เด็กต่างจังหวัดผู้ย้ายมาใช้ชีวิตในเมืองกรุงประสบพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และแม้จะเกิดและโตที่ภูเก็ต เกาะสวาทหาดสวรรค์ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลก คำถามข้างต้นก็ยังยากสำหรับเราอยู่ดี ในเมื่อมีบ้านอยู่ในจังหวัดนี้ ก็คงไม่แปลกหากเราจะไม่มีความรู้เรื่องที่พัก ต้องขอโทษเพื่อน ๆ ด้วยที่ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์ไม่ได้

การพูดคุยกับเจ้าของโรงแรมหน้าใหม่ในวันนี้ ช่วยให้เรามีคำตอบดี ๆ เกี่ยวกับที่พักในภูเก็ตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแห่ง

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ลูกพีช – พิชชากร พานิชวงศ์ คือสาวภูเก็ตรุ่นใหม่ผู้มีความตั้งใจควบคู่ไอเดียแหวกแนว ทั้งที่ภูเก็ตอุดมไปด้วยชายหาดอันน่าหลงใหล เธอกลับเลือกปลูกโรงแรมซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ในฝันไว้ใจกลางเมือง ยิ่งไปกว่านั้น โรงแรมที่สาวผมยาวในชุดสีขาวปลุกปั้น ก็ไม่ใช่โฮสเทลขนาดกระทัดรัดสำหรับนักท่องเที่ยวแบ็กแพ็กเหมือนอย่างที่พักส่วนใหญ่ในย่านเมืองเก่า หากแต่เป็นบูทีกโฮเทลสุดประณีตสำหรับผู้ที่สนใจในเรื่องราวและสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียล

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ไม่ไกลจากถนนถลาง ห่างจากที่ว่าการอำเภอแห่งเก่าไม่ถึง 200 เมตร โรงแรมสีครีม 4 ชั้น 14 ห้อง รูปทรงไม่เหมือนใครตั้งเด่นเป็นสง่า เฝ้าคอยนักท่องเที่ยวและกาลเวลามาแต่งแต้มความทรงจำ นี่คือ Hotel Verdigris ที่พักเปี่ยมอัตลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสุภาพสตรีลึกลับของภูเก็ตเมื่อวันวาน 

Deserving – ควรค่า

“เราเชื่อว่า ถ้ารักอะไรมาก ๆ เราก็เราจะทำสิ่งนั้นได้ดี” พิชชากรขึ้นต้นบทสนทนา

จุดเริ่มต้นของ Hotel Verdigris ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าความคลั่งไคล้ชื่นชอบ

เมื่อคุณพ่อคุณแม่อยากให้กลับมาอยู่บ้าน แต่พิชชากรไม่ต้องการสืบทอดธุรกิจครอบครัว ทันทีที่เรียนจบ เธอจึงต้องขบคิดกับตัวเองว่า เธอจะทำอะไรได้บ้างในจังหวัดบ้านเกิด

เนื่องจากตกหลุมรักวิชาวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก พิชชากรจึงสมัครเป็นคุณครูมัธยมให้กับโรงเรียนนานาชาติที่เธอเป็นศิษย์เก่า ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งความฝันก็ค่อย ๆ ก่อตัวทีละเล็กละน้อย

นอกเหนือจากการสอนหนังสือ สิ่งที่ชาวภูเก็ตผู้นี้สนใจคือเมืองเก่า ทุกครั้งที่ไปเที่ยวยุโรป เธอมักหลีกหนีที่พักหลังใหญ่เพื่อไปพักผ่อนหย่อนใจในโรงแรมขนาดเล็ก ด้วยอยากสัมผัสวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ ให้ได้ใกล้ชิดที่สุด พิชชากรค้นพบว่า ทุกสถานที่ล้วนมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เสน่ห์แห่งวัฒนธรรม ตลอดจนมรดกจากคนรุ่นก่อน ซึ่งกาลเวลาไม่อาจลดทอนคุณค่าได้

เพราะเหตุนี้ ตลอดระยะ 6 ปีหลังเรียนจบ เธอจึงหมกมุ่นฝุ่นตลบอยู่กับความพยายามในการสร้างสรรค์โรงแรมขนาดเล็กกลางย่านเมืองเก่า แต่ก็ไม่เคยลืมที่จะแบ่งเวลาไปสอนหนังสือ พูดง่าย ๆ ว่า ศึกษาสิ่งที่สนใจเป็นงานหลัก ทำสิ่งที่รักเป็นงานเสริม หากผนังสีครีมและพื้นหินอ่อนตรงหน้ามีชีวิต พวกมันคงกระซิบโดยพร้อมเพรียงว่า พิชชากรแต่งแต้มพวกมันด้วยความหลงใหลและตั้งใจจริง

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“พ่อแม่ก็เตือน คนก็ถามบ่อยมากว่าทำไมไม่เปิดโรงแรมติดชายหาด ราคานี้นอนริมทะเลดีกว่า สำหรับเรา หน้าหาดมีโรงแรมดี ๆ ที่ภูเก็ตสมควรมีเรียบร้อยแล้ว แต่ในตัวเมืองยังขาดบูทีกโฮเทลบางแบบ”

คุณครูผู้เป็นเจ้าของโรงแรมเล่าถึงเมืองเก่าภูเก็ตที่มีเสน่ห์และเรื่องราวไม่แพ้ ‘Old Town’ ในประเทศไหน ๆ จังหวัดนี้ไม่ได้มีดีเพียงน้ำทะเลใส ๆ และหาดทรายทอดยาว หากยังเต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒธรรมของการผสมผสานระหว่างความเป็นไทย จีน และชาติตะวันตกซึ่งสะท้อนผ่านวิถีชีวิตและสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-ยูโรเปียนที่ยากจะเลียนแบบ

สำหรับคนที่เกิดและโตที่นี่อย่างเราและพิชชากร ภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นบ้านที่มีชีวิตของผู้คน เป็นชุมชนที่ยังมีลมหายใจ หากคนภูเก็ตอยากกินโรตี พวกเราก็ยังต้องมากินที่ถนนถลาง หากอยากซื้อเพชร เราก็ยังแวะมาหยิบจับที่ย่านเมืองเก่า เหล่านี้คือวิถีชีวิตที่คนท้องถิ่นอาจคิดว่าไม่น่าสนใจในสายตาผู้มาเยือนมากเท่าการเล่นน้ำอาบแดด แต่หากเราสื่อสารอย่างใส่ใจมากพอ ความเป็นอยู่อันมีเอกลักษณ์นี้ก็อาจทำให้นักท่องเที่ยวตกหลุมรักได้เช่นเดียวกัน

“เมืองเก่าภูเก็ตมีเสน่ห์ไม่ได้ต่างจากยุโรปเลย มีภาษา อาหาร และวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่เป็นของเราเองเยอะมาก เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจากจังหวัดอื่นในภาคใต้ เราอยากให้ทุกคนมีโอกาสชื่นชมมรดกเหล่านี้ พื้นที่ตรงนี้ควรค่าที่จะมีโรงแรมของเราอีกแห่งหนึ่ง” เธอว่าอย่างนั้น

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

Retelling – เล่าใหม่

ในเมื่ออยากปลูกโรงแรมในย่านเมืองเก่า เหตุใดเล่าจึงไม่นำตึกเก่าจริง ๆ มาสร้างเป็นโรงแรม

ชื่อว่าผู้อ่านเองก็น่าจะสงสัยไม่ต่างจากผู้เขียน

ในทางปฏิบัติ การปรับสภาพอาคารเก่าอายุกว่าร้อยปีให้เป็นโรงแรมที่มีมาตรฐานครบถ้วนตามข้อบังคับนั้นทำได้ยาก บางหลังพื้นที่ไม่มากพอ บางตึกก็สร้างทางหนีไฟลำบาก หรือหากจะซื้อหลายอาคารต่อกันก็ดูเป็นการลงทุนที่มากเกินจำเป็น ท้ายที่สุด พิชชากรจึงตัดสินใจซื้อที่ดินเปล่าแปลงสุดท้ายแถวย่านเมืองเก่า เพื่อนำมาปลูกปรับขยับเหลาจนได้เป็นโรงแรมอย่างที่เห็น

“เราไม่อยากสร้างสถาปัตยกรรมเลียนแบบของเก่า เราสร้างของใหม่ให้เหมือนของเก่าไม่ได้อยู่แล้ว ต่อให้ออกแบบเหมือนเป๊ะ ๆ ก็ไม่มีเสน่ห์ของสิ่งเก่าอยู่ดี เราจะไม่ทำ บ้านชินประชา อีกหลัง”

ดังนั้น สิ่งที่พิชชากรทำจึงเป็นการรังสรรค์สถาปัตยกรรมรูปแบบใหม่ โดยนำองค์ประกอบของอาคารชิโน-ยูโรเปียนดั้งเดิมมาเติมแต่งด้วยคอนเซ็ปต์ ซึ่งสะท้อนเรื่องราวของภูเก็ตในอดีตที่ควรค่าแก่การเล่าใหม่อีกครั้งในยุคปัจจุบัน น่าสนใจไม่น้อยเพราะสิ่งที่เธอใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างโรงแรมคือบุคคลที่มีตัวตนจริงบนหน้าประวัติศาสตร์

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

มาร์ทีนา โรเซลส์ (Martina Rozells) คือสาวชาวภูเก็ตเชื้อสายไทย-โปรตุกีส ที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 18 ประวัติของเธอค่อนข้างลึกลับคลุมเครือ ถูกบอกเล่าแตกต่างกันไปตามแต่ละบันทึกและจดหมายเหตุ บ้างบรรยายว่าหน้าตาของเธอละม้ายคล้ายชาวจีนรูปร่างผอม บ้างอ้างว่าเธอดูเหมือนชาวยุโรปที่มีลักษณะค่อนข้างท้วม ใจความเดียวที่บันทึกทุกเล่มว่าไว้ตรงกันคือมาร์ทีนาเป็นภรรยาของนักเดินเรือคนสำคัญผู้บุกเบิกเกาะปีนังอย่าง กัปตันฟรานซิส ไลท์ (Francis Light)

“เด็กภูเก็ตส่วนมากต้องเคยได้ยินชื่อกัปตันฟรานซิส ไลท์ เขาเคยสร้างคุณงามความดีไว้ถึงขนาดที่พระเจ้าตากสินพระราชทานยศให้เป็นพระยาราชกปิตัน แต่สิ่งที่น้อยคนจะรู้คือเรื่องราวของภรรยาที่อยู่เคียงข้างกัปตันผู้นี้” พิชชากรพูดด้วยแววตาเป็นประกาย

การเป็นสุภาพสตรีเลือดผสมของมาร์ทีนา โรเซลส์ แสดงถึงการเฉลิมฉลองซึ่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ไม่ต่างจากการผสมผสานของสถาปัตยกรรมชิโน-ยูโรเปียน เจ้าของที่จึงมั่นใจในทันทีว่า มาร์ทีนาคือคาแรคเตอร์ที่ถูกต้องที่สุดในการสร้างเป็นที่พักประดับเมืองเก่าภูเก็ต

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“คีย์เวิร์ดในการสร้าง Hotel Verdigris คือ ‘Retelling a story lost in time’ เหมือนเรื่องราวของคุณมาร์ทีนาที่อาจสูญหายไปตามกาลเวลา แต่เราก็อยากนำมาเล่าใหม่ มรดกต่าง ๆ ของภูเก็ตก็เหมือนกัน คำศัพท์บางคำ อาหารบางอย่าง ผู้คนอาจหลงลืมไปแล้ว เราอยากเชิญชวนให้คนหันกลับมาสนใจและใส่ใจมันอีกครั้ง”

แม้เป็นเพียงรายละเอียดยิบย่อยของที่พัก พิชชากรก็ตีความจากตัวตนของมาร์ทีนาแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นสีสัน บรรยากาศ หรือเฟอร์นิเจอร์ เธออยากให้ผู้ที่ตบเท้าเข้าสู่โรงแรมค่อย ๆ รู้จักกับผู้หญิงคนนี้มากขึ้น อย่างไรก็ดี ด้วยความที่เรื่องราวของมาร์ทีนาไม่ได้ถูกบันทึกบนหน้าจดหมายเหตุมากนัก ภาพวาดที่พอหาได้ก็หลากหลายเกินจะพิสูจน์ว่าภาพไหนคือตัวจริง พิชชากรจึงต้องตีความสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในบันทึกด้วยตัวเอง

ผลลัพธ์ที่ได้คือการใช้ศิลปะสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ที่เน้นรูปทรงเรขาคณิตจับคู่กับวัสดุทองเหลือง สื่อถึงความเป็นลูกครึ่งโปรตุเกสที่มีกลิ่นอายแบบจีน เป็นความสง่างามที่ไม่มีวันหมดอายุเฉกเช่นตึกเก่าภูเก็ต

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

Verdigris – สนิมเขียว

“ใช้คุณมาร์ทีนาเป็นแรงบันดาลใจขนาดนี้ ทำไมไม่ตั้งชื่อโรงแรมว่ามาร์ทีนาล่ะครับ” – เราถาม

“ต้องถามก่อนว่าคุณรู้จักคำว่า ‘Verdigris หรือรึเปล่าคะ” เจ้าของโรงแรมยิ้มร่า ถามเรากลับ

Verdigris แปลเป็นภาษาไทยตรงตัวว่า ‘สนิมเขียว’ ซึ่งเป็นผลของปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติเมื่อทองแดง ทองเหลือง หรือบรอนซ์ ผุกร่อนและสัมผัสกับน้ำหรืออากาศเป็นเวลานาน 

ในปัจจุบันมีสิ่งปลูกสร้างมากมายที่ได้รับอิทธิพลจากปฏิกิริยานี้ อาทิ เทพีเสรีภาพที่อเมริกาหรือหลังคาของพระที่นั่งอนันตสมาคม ทั้งสองแปรสภาพจากสีทองแดงเงางามสู่สีครามอมเขียว

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“เราตั้งใจใช้ชื่อนี้ เพราะคนจีนสมัยก่อนใช้ Verdigris เป็นเม็ดสีในการระบาย สนิมเขียวที่ได้แต่ละครั้งจึงไม่เหมือนเดิม บางทีอมเขียว อมเทา อมแดง คาดเดาไม่ได้ คล้ายกับเรื่องราวชีวิตของคุณมาร์ทีนาที่เราก็สรุปไม่ได้ว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่” สาวผู้หลงรักประวัติศาสตร์เมืองเก่าเล่าที่มาของชื่อโรงแรมให้เราฟัง 

พิชชากรจริงจังกับการถ่ายทอด Verdigris อย่างถึงที่สุด เธอพยายามนำสนิมเขียวจริง ๆ มาประกอบร่างสร้างเป็นองค์ประกอบภายในตัวอาคาร ดูเป็นความต้องการที่ทำได้ยาก แต่เธอก็ทำได้จริงด้วยความช่วยเหลือของ Underwood Art Factory หนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านของตกแต่งที่นำเสาแบบเดียวกับตึกเก่าภูเก็ตซึ่งทำจากทองแดงไปเร่งปฏิกิริยาจนกลายเป็นสนิมเขียว นักท่องเที่ยวจึงได้พบกับสนิมเขียวแท้ ๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงที่พัก

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ผมถูกสะกดไว้ด้วยความสวยงามของเสาเขียวกลางล็อบบี้ ที่เพียงต้นเดียวก็มีหลากหลายเฉดสีอย่างไม่น่าเชื่อ ตั้งแต่เขียว ฟ้า ไปจนถึงสีแดงเดิมของทองแดง ความไม่แน่นอนบนเสาที่ได้จากปฏิกิริยาเคมีไม่ต่างจากคาแรกเตอร์ของมาร์ทีนาที่ลึกลับคาดเดาไม่ได้ แต่ยังงดงามผ่านกาลเวลาได้ในแบบของตัวเอง

Synergy – ทำงานเป็นทีม

มีความตั้งใจ มีที่ดิน มีชื่อโรงแรม แถมยังมีคอนเซ็ปต์ สเต็ปต่อไปคือการทำให้ไอเดียทั้งหมดเกิดขึ้นจริง โจทย์ของพิชชากรห่างไกลคำว่าง่าย ไหนจะต้องสร้างสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลขึ้นมาใหม่ ไหนจะต้องผสมผสานตัวตนของคุณมาร์ทีนาและศิลปะแบบอาร์ตเดโคเข้าไปเสริม 

ที่สำคัญ สนิมเขียวและความเป็นภูเก็ตวันวานก็ต้องสอดแทรกอยู่ในรายละเอียด

พิชชากรเล่าว่านี่คือการทำงานเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะให้เครดิตแก่สถาปนิกเพียง 1-2 คน ขั้นตอนเริ่มต้นจาก ธรัช​ ศิวภัก​ดิ์​วัจนเลิศ ผู้เข้ามาดูแลการออกแบบรูปทรงตึกและเลย์เอาท์ของโรงแรม นับเป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร เพราะที่ดินแปลงนี้ไม่ได้มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมพื้นผ้าที่จะปลูกอาคารได้ง่าย ๆ 

“เขาเสนอมาหลายอัน แต่เราจิ้มแบบไม่ต้องเลือกว่าเอาอันนี้ เพราะนี่เป็นแบบเดียวที่ทำให้เรามี ‘ฉิ่มแจ้’ ในอาคารได้”

ตึกแถวของภูเก็ตในอดีตไม่มีหน้าต่างไว้รับแสงหรือระบายอากาศ คนสมัยก่อนจึงนิยมปลูกบ้านโดยมี ฉิ่มแจ้ หรือช่องว่างกลางหลังคาเพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียน ทั้งยังใช้รองรับน้ำฝนได้ด้วย 

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

พิชชากรขอนำเอกลักษณ์นี้มาไว้ที่ Hotel Verdigris แม้จะเป็นฉิ่มแจ้ที่ไม่ได้เปิดโล่ง เพราะมีหลังคากระจกใสปกคลุม แต่คุณสมบัติในการรับแสงยังคงอยู่ เราเงยหน้าดูสามเหลี่ยมด้านเท่าเหนือบันไดวนที่มีบ่อปลาวางเด่นสง่าอยู่เบื้องล่าง ต่อให้ไม่ตั้งใจสังเกตก็คงเห็นได้ไม่ยากว่า Hotel Verdigris ใช้หินอ่อน สีโทนขาวดำ และลักษณะเลขาคณิตด้านเท่าแทบจะทุกซอกมุม 

“เราเลือกใช้ศิลปะแนวอาร์ตเดโคโดยตีความจากคุณมาร์ทีนา ความเป็นอาร์ตเดโคมาพร้อมรูปทรงเรขาคณิตและดีไซน์สีขาวดำ จะเห็นเลยว่าทางเดินของทุกชั้น ยกเว้นชั้นล่างสุดเป็นหินอ่อนที่ตัดเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่าทั้งหมด”

เราประทับใจในความพยายามเพื่อให้ได้มาซึ่งหินอ่อนของเจ้าของที่พักผู้นี้ พิชชากรลงทุนนั่งแกรบไปตามหาหินอ่อนแทบทุกโรงงานหินในจังหวัดนนทบุรี เพียงเพราะเธอต้องการให้ลายหินอ่อนบนขั้นบันไดมีความต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นบนจนถึงชั้นล่าง

“เราอยากให้ขั้นบันไดออกมาเหมือนงานจิตรกรรมมากที่สุด อยากให้เหมือนสีน้ำค่อย ๆ ไหลลงชั้นล่าง หมายความว่าต้องเป็นหินก้อนเดียวกัน ลายต้องไม่เกินความกว้างของขั้นบันไดด้วย ท้าทายมาก แต่ก็ดีใจที่หาเจอ”

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

ศิลปะอาร์ตเดโคให้ความรู้สึกหรูหราน่าค้นหาตามแบบฉบับยุโรป แต่เลือดเนื้ออีกครึ่งหนึ่ง มาร์ทีนา โรเซลส์ยังเป็นคนภูเก็ตแท้ ๆ พิชชากรจึงนำไม้มาใช้เป็นวัสดุเพิ่มความอบอุ่นในการพักผ่อนตามแบบฉบับของคนเอเชียโบราณ เตียงซึ่งประกอบขึ้นจากโครงเหล็กของทุกห้องจึงมีไม้เป็นส่วนเสริมเพิ่มความสบาย เจ้าของโรงแรมยังย้ำอีกว่า Hotel Verdigris ใช้ไม้จริงทั้งโครงการ

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'
Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

เราชื่นชมความงามของอาคารภายในไปจนถึงห้องพัก บอกได้คำเดียวว่านี่คือการรวมพลังที่ประสบความสำเร็จของยอดฝีมือด้านการออกแบบ ทั้ง พงศ์พรภรณี พึ่งบุญ ณ อยุธยา ที่เข้ามาดูแลภาพรวมการออกแบบภายใน โดยมี ณิชกุล กุลวานิชย์ ช่วยเติมเต็ม ด้านคุณ Zachary Underwood ก็รับผิดชอบการออกแบบและผลิตเฟอร์นิเจอร์จนทำให้รายละเอียดปลีกย่อยของที่นี่มีทัศนียภาพเฉพาะตัว

Original – ต้นฉบับ

Hotel Verdigris เพิ่งจะเปิดอย่างไม่เป็นทางการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นน้อยตรงหน้าดูราวกับมีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี พิชชากรย้ำกับเราว่า ถ้าจะ ‘Retelling Story’ ยังไงก็ต้องนำของเก่ามาช่วยเล่าเรื่องด้วย เฟอร์นิเจอร์เก่าที่เธอภูมิใจที่สุดคือตู้ที่สั่งซื้อจากปารีส ความพิเศษของสิ่งอำนวยความสะดวกชิ้นนี้คือการเป็นตู้ทรงจีนที่ออกแบบโดยนักทำเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังชาวยุโรป ตรงตามคาแรกเตอร์ของโรงแรมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองทวีป

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'

“เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้น ถ้าไม่ตั้งใจทำก็ตั้งใจเลือกมาเองกับมือ ทุกวันที่เรามาโรงแรมรู้สึกเหมือนเข้าพิพิธภัณฑ์ ชื่มชนว่าชิ้นนี้สวยจัง ชิ้นนั้นสวยจัง คนที่มาพักก็อาจจะชื่นชมอะไรแบบนี้เหมือนกัน”

“แปลว่าลูกค้าถามได้เลยใช่มั้ยว่าชิ้นนี้มีเรื่องราวยังไง” – เราถาม

“ถามได้เลย ทุกชิ้นมีเรื่องราวของมัน เรายินดีเล่าให้ฟัง แต่ขอเวลาสักสี่วันได้ไหม” พิชชากรเล่าไปหัวเราะไป เราฟังแล้วก็อดอมยิ้มไม่ได้เช่นกัน

นอกจากเฟอร์นิเจอร์อันเลอค่า อีกสิ่งที่ตรึงความสนใจเราไว้แทบตลอดเวลาคือภาพวาด ใครจะเชื่อว่าโรงแรมความสูงเพียงสี่ชั้นจะเก็บรวบรวมจิตรกรรมไว้กว่า 500 ชิ้น ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นภาพที่วาดขึ้นใหม่โดยฝีมือของ ครูใหญ่-ถาวร เมรุรัตน์ ศิลปินมากความสามารถแห่งเกาะภูเก็ต

Hotel Verdigris ร.ร.ชิโน-ยูโรเปียนในเมืองเก่าภูเก็ต ดีไซน์จากเลดี้ลึกลับและ 'สนิมเขียว'
บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

“เราชอบความออริจินัล มันคือคุณค่าที่เราอยากให้ลูกค้าได้เห็น Kru Yai อาศัยอยู่ในย่านเมืองเก่า เขาเป๊ะมากเรื่องรายละเอียดของสถาปัตยกรรม คนที่มาพักจะได้มองรูปภาพผ่านสายตาของคนที่อยู่ในพื้นที่จริง” 

ศิลปะใน Hotel Verdigris ไม่ได้จำกัดแค่เพียงภาพวาดสถาปัตยกรรมที่ติดอยู่บนฝาผนัง แต่ยังมีการถ่ายทอดจินตนาการลงบนเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะหัวเตียงภายในห้องพักทุกห้องได้รับการตบแต่งด้วยสีน้ำมัน ฝีมือ เกรียงรัตน์ เทพบุตร คนภูเก็ตแท้ ๆ ที่ช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณของชาวบาบ๋า-ย่าหยา (วัฒนธรรมผสมผสานระหว่างชาวมลายูและชาวจีน) จนออกมาเป็นภาพสัญลักษณ์อย่างหงส์และดอกโบตั๋น

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

Book Chamber – ห้องสมุด

นอกจากจะมีสระว่ายน้ำสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโรงแรมสนิมเขียวคือห้องสมุดที่บรรจุองค์ความรู้หลากหลายแขนง ตั้งแต่ความรู้ทั่วไปจนถึงเรื่องราวน้อยใหญ่ของภูเก็ตในอดีต

ด้วยความเป็นคนชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก พิชชากรจึงแน่วแน่ที่จะลดจำนวนห้องพักลงหนึ่งห้องเพื่อสร้างเป็นห้องสมุดส่วนกลาง หากนักท่องเที่ยวเกิดอยากรู้ความเป็นมาของเกาะก็แค่เดินเลาะเข้าไปอ่านด้วยตนเอง

“การค้นหาประวัติของภูเก็ตเป็นเรื่องยาก คนภูเก็ตแท้ ๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องไปหาจากไหน นักท่องเที่ยวบางคนอาจจะอยากรู้ว่า เอ๊ะ ทำไมตึกเก่าตรงนี้คล้ายกับที่ปีนัง ถามพนักงาน พนักงานก็อาจจะตอบได้ไม่ครบ เราเลยอยากรวบรวมให้ครบที่สุดในห้องสมุด”

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

เราทอดสายตาอย่างสบายอารมณ์ขณะชื่นชมหนังสือแต่ละเล่ม เล่มหนึ่งที่เตะตาคือ History of Phuket หนังสือภาษาอังกฤษที่หาซื้อไม่ได้ในไทย จนพิชชากรต้องสั่งซื้อพิเศษจากลอนดอน เธอมองว่า หากห้องสมุดมีเพียงหนังสือภาษาไทยก็คงไม่เพียงพอที่จะสื่อสารมรดกทางวัฒธรรมของภูเก็ตสู่สายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ มากไปกว่านั้น ถ้าหากใครเปรื่องปราดข้อมูลของจังหวัดภูเก็ตอยู่แล้ว ห้องสมุดแห่งนี้ก็ยังมีนวนิยาย บทกวี หนังสือท่องเที่ยว หรือกระทั่งคู่มือวิทยาศาสตร์ให้หยิบจับตามชอบใจ ยังไงก็ต้องมีสักเล่มที่เป็นเพื่อนคลายเหงาของเราอย่างแน่นอน

ตรงมุมหนึ่งของห้องสมุดคือกรุหนังสือเก่าที่คุณพ่อของพิชชากรเป็นเจ้าของ เธอบอกว่าน่าจะดี หากคนที่มาที่นี่ได้รู้ด้วยว่าคนภูเก็ตอ่านหนังสืออะไรบ้าง

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

Lovestoned – คลั่งรัก

“เรารักโรงแรมนี้มากเหมือนเป็นลูกของเรา แปลว่าคนที่มาพักที่นี่ก็น่าจะรักลูกของเราเหมือนกัน เวลารักใคร เราทำยังไง เราก็ต้องอยากดูแลเขาให้ดีที่สุด ให้ไปรับที่สนามบินมั้ย ให้ไปส่งที่ไหนหรือเปล่า พรุ่งนี้อยากกินอะไร เรียกว่าดูแลแบบคนคลั่งรักเลยล่ะ” พิชชากรยิ้มเขิน ๆ

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

ไม่แน่ใจว่าการเป็นคุณครูในโรงเรียนมัธยมช่วยเพาะบ่มนิสัยชอบดูแลคนอื่นของเธอหรือไม่ แต่นี่คือความใส่ใจที่น่ารักน่าชัง ไล่เรียงตั้งแต่การช่วยโทรจองร้านอาหารเจ้าดัง บริการรับส่งในย่านเมืองเก่า ไปจนถึงการแจกแบบฟอร์มให้ลูกค้าเลือกว่าอยากรับประทานอาหารภูเก็ตเมนูไหนเป็นมื้อเช้า ด้วยวิธีการนี้ ลูกค้าจะได้รับประทานที่ต้องการจริง ๆ ที่สำคัญยังเป็นการลดปริมาณเศษอาหารที่อาจต้องเหลือทิ้งแต่ละมื้ออีกด้วย

“ถ้าเราบริการในสิ่งที่ลูกค้าเลือก แนวโน้มที่อาหารจะเหลือก็น้อยลง เราเลยอยากตามใจเขาจริง ๆ ยากแค่ไหน เราก็จะพยายามหามาให้ได้”

“ที่ว่ายากนี่เช่นเมนูอะไรเหรอครับ”

“ล่าสุดมีลูกค้าอยากกินข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวมันไก่เบตงก็มีคนเคยสั่ง ยากหน่อย แต่เราก็ยังหามาได้ ยังไม่เจอเมนูที่ยากเกินความสามารถนะ” เจ้าของโรงแรมตอบพร้อมยื่นแบบฟอร์มสั่งอาหารให้เราดู

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

แผ่นกระดาษในมือคือสิ่งสะท้อนความคลั่งรักได้เป็นอย่างดี เริ่มที่การแนะนำเมนูท้องถิ่น เขียนอธิบายอย่างเป็นกันเองว่าเมนูขึ้นชื่อคืออะไร ร้านไหนเป็นที่นิยม แต่หากลูกค้ามีเมนูในใจก็เขียนไว้ในช่อง ‘Request’ ด้านล่าง พนักงานของที่นี่จัดให้ได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

“เราไม่ได้ทำอะไรมากเลย แค่คิดว่าเราดูแลคนที่เรารักยังไง ก่อนนอนก็อาจจะมีการ์ดบอกฝันดี ตื่นเช้าก็บอกสวัสดีตอนเช้า ไม่ได้มีอะไรแฟนซี มีแค่ความใส่ใจ”

Market Feasibility – ความเป็นไปได้ทางการตลาด

แม้การเยี่ยมชม Hotel Verdigris กำลังจะจบลง แต่เรายังคงมีคำถามคาใจ

นี่คือบูทีกโฮเทลขนาดค่อนข้างใหญ่ใจกลางเมือง เจ้าของที่พักใส่ใจในทุกรายละเอียดตั้งแต่การตีความ การพยายามเลือกหินและงานศิลป์มาเล่าเรื่อง การแสวงหานักออกแบบมือหนึ่งที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ไปจนถึงการสร้างห้องสมุดและดูแลลูกค้าดุจสมาชิกในครอบครัว ทุกกระบวนการเหล่านี้น่าจะใช้ต้นทุนที่สูงมาก เพราะเหตุใดพิชชากรจึงเชื่อว่า โรงแรมของเธอจะไปรอด

“ทีแรกเราก็สงสัยนะว่าจะมีแต่คนรู้จักมานอนรึเปล่า แต่กลายเป็นว่ามีคนติดต่อเข้ามาพักจริง ๆ แปลว่ายังมีนักท่องเที่ยวที่เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมเมืองเก่าภูเก็ต ยอมจ่ายเงินมาพักกับเราแทนที่จะไปพักหน้าหาด ถึงยอดจองจะไม่เต็ม แต่ก็ไม่เคยน้อย ดีเหมือนกัน เหมือนเราได้รักษาความลึกลับให้ตรงกับคาแรคเตอร์ของคุณมาร์ทีนาด้วย”

“งั้นถ้า The Cloud เขียนถึง โรงแรมจะหมดความลึกลับมั้ย” – เราถามยิ้ม ๆ 

“ไม่ค่ะ เป็นโรงแรม ก็ต้องมีคนมานอนบ้าง” พิชชากรหัวเราะ

ความลึกลับที่เจ้าของที่พักเอ่ยถึงไม่ใช่ไม่พยายามตามหาลูกค้าเลย ถ้าผู้อ่านเข้าเว็บไซต์หาที่พัก Hotel Verdigris ก็จะปรากฏให้เห็นได้ไม่ยาก เพียงแต่วิธีส่งเสริมการขายของที่นี่ไม่ใช่การประโคมข่าวหรือเชิญผู้มีชื่อเสียงมาพัก แต่เป็นการนำเสนอลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่น่าค้นหา พิชชากรรู้ดีว่านักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจกับเมืองเก่าภูเก็ตมาก เพียงแต่หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภูเก็ตมีสถาปัตยกรรมเหล่านี้ด้วย

“โรงแรมอื่นอาจจะทำ Financial Feasibility เป็นสิ่งแรก แต่สิ่งแรกที่เราทำคือ Marketing Feasibility เราเชื่อว่า ถ้าเราขายอะไรแล้วมีคนซื้อ ยังไงธุรกิจก็ไปรอด ถ้าสินค้าดี เขาจะมีแนวทางการขายของเขาเอง”

 ได้เวลาอันสมควร เราบอกลาที่พักสนิมเขียวของสุภาพสตรีที่ตั้งใจ ใส่ใจ และมีความรักที่สดใสให้ลูกค้าที่แวะมาเยี่ยมเยือน

“ถ้าจะไปเที่ยวจังหวัดบ้านเธอ เธอว่าเราพักที่ไหนดี…”

ครั้งหน้าถ้ามีคนถาม เรามีหนึ่งบทความแทนคำตอบให้เขาแล้ว

บูทีกโฮเทลสไตล์ชิโน-ยูโรเปียน ใกล้เมืองเก่าภูเก็ต ที่สร้างโดยตีความจากตัวตนของ มาร์ทีนา โรเซลส์ ภรรยากัปตันฟรานซิส

Hotel Verdigris

ที่ตั้ง : 145 ถนนเยาวราช ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 076 530 629

Facebook : Hotel Verdigris

Instagram : hotelverdigrisphuket

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

Photographer

อธิวัฒน์ สุขคุ้ม

เป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ ทำเพจรีวิวชื่อ ‘วาดแสง’ ชอบในการท่องเที่ยว เขา ทะเล ถ่ายภาพ กล้องฟิล์ม แคมปิ้ง รักอิสระ เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load