The Cloud เคยไปเยี่ยมสตูดิโอ ‘Madmatter’ เมื่อ 4 ปีก่อน

Madmatter ในวันนั้นเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งได้รางวัล DEmark Award 2017 จากหมวกรุ่น Five Patch Cap ของตัวเองไปหมาด ๆ พร้อมคำชื่นชมและยอดขายเกือบหมื่นใบ จากการใช้ผ้าจากเสื้อผ้ามือสองมาทำเป็นสินค้าใหม่ เป็นแบรนด์เล็ก ๆ ที่มีแนวคิดใหญ่ หวังอยากสร้างความยั่งยืนด้วยดีไซน์

4 ปีผ่านไป หากคุณลองเลื่อนดูฟีดบนอินสตาแกรมของแบรนด์จะพบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากผลิตภัณฑ์สีสันเรียบง่าย รูปแบบเรียบง่าย รูปถ่ายเรียบ ๆ สบาย ๆ มาเป็นสินค้าสีสันสดใส ดีไซน์ทันสมัย และมีความแฟชั่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยมีแค่หมวกและกระเป๋า ก็เพิ่มเสื้อ กางเกง รองเท้า หรือแม้กระทั่งของใช้ในบ้าน 

การรีแบรนดิ้งครั้งนี้คือ ‘เฮือกสุดท้าย’ ที่ แท็ป-ปธานิน งามกิจเจริญลาภ และ แจ๊ส-ธนิสรา โพธิ์นทีไท มีให้กับ Madmatter ซึ่งกว่าจะออกมาเป็นโฉมใหม่สุดเปรี้ยวอย่างที่เราเห็นนั้นไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากจนเป็นไปไม่ได้

การรีแบรนดิ้งของ Madmatter ที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกอยู่รอดในโลกทุนนิยม

บทสนทนาในวันนี้จึงต่างจากเมื่อ 4 ปีที่แล้ว 

แบรนด์โตขึ้น คนทำแบรนด์ก็โตขึ้น 

สองผู้ก่อตั้งไม่ได้ต่อสู้กับความสมดุลระหว่างธุรกิจกับดีไซน์อีกต่อไป พวกเขาได้คำตอบที่ตามหา และกำลังสร้างแบรนด์ให้อยู่ได้ในโลกทุนนิยมนี้ โดยคงไว้ซึ่งความตั้งใจดี ๆ ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งของความยั่งยืนในอนาคต

01

Madmatter เริ่มต้นจากแพสชัน จากความชอบในเสื้อผ้ามือสอง แท็ปและแจ๊สจึงตั้งใจนำมาปรับเปลี่ยนให้เป็นผลิตภัณฑ์เจ๋ง ๆ และก็เจ๋งจริงอย่างที่คิด เพราะจำนวนขายพุ่งสูงเกือบหลักหมื่น แต่พวกเขาสังเกตว่าไม่ค่อยมีลูกค้าถ่ายรูปสินค้าแล้วติดแท็กกลับมา

“เราเลยรู้สึกว่า หรือเขาไม่ภูมิใจในของของเราหรือเปล่า เลยมานั่งคุยกันว่าเพราะอะไร ก็พบว่าตัวคนทำยังไม่ภูมิใจ ยังไม่เชื่อในแบรนด์ตัวเองเลย เราอยากทำของเจ๋ง ๆ แต่ไม่เชื่อว่ามันจะเติบโตเป็นธุรกิจได้ ซึ่งเราคิดผิด” แจ๊สเล่าให้ฟัง ทำให้นึกถึงบทสัมภาษณ์กับ The Cloud เมื่อ 4 ปีก่อน ที่สองนักออกแบบต้องปวดใจกับการทำธุรกิจ พวกเขาเลือกทำแบรนด์ Accessories มากกว่าเสื้อผ้า เพราะตลาดเสื้อผ้าใหญ่มากและไม่คิดว่าจะสู้ไหว

“เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เรายังคลำทางไม่เจอ ตอนเริ่มต้นเลยเป็นการต่อสู้ระหว่างดีไซน์กับธุรกิจที่เราหาสมดุลไม่ได้ พอเริ่มมาจากฝั่งอาร์ตและดีไซน์มา ตลอด 4 – 5 ปีที่ผ่านมาก็เลยถูกฝั่งธุรกิจมารบกวนเรื่อย ๆ

การรีแบรนดิ้งของ Madmatter ที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกอยู่รอดในโลกทุนนิยม

“วันนั้นเรื่อง Sustainability ยังใหม่มากในบ้านเรา วิธีการผลิตสินค้าจากเสื้อผ้ามือสองซับซ้อนกว่า  ถ้าเราอัปสเกลธุรกิจก็จะมีปัญหาด้านการผลิต แต่ถ้าเปลี่ยนจากเสื้อผ้ามือสองเป็นวัสดุอย่างอื่นคนจะโอเคไหม มันจะ Commercial ไปไหม มันจะไม่ยั่งยืนหรือเปล่า เราต่อสู้กับสิ่งนี้มาตลอด”

แม้จะมียอดขายเข้ามาตลอด แต่คนทำไม่มีความสุข และเพราะข้อจำกัดเรื่องวัสดุเลยทำให้ไม่สามารถขยายธุรกิจอย่างที่ตั้งใจไว้ ทั้งคู่เลยตัดสินใจใช้ ‘เฮือกสุดท้าย’ ในการปรับแบรนด์ใหม่ ทำของที่ตัวเองก็อยากใช้ ที่ภูมิใจกับมัน ทิ้งทวนทุกอย่างเหมือนคนไม่มีอะไรจะเสีย 

และถ้าเฮือกสุดท้ายยังไม่สำเร็จ ก็จะไม่ทำ Madmatter ต่อไป

การรีแบรนดิ้งของ Madmatter ที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกอยู่รอดในโลกทุนนิยม

02

การรีแบรนดิ้งมีหลายระดับ บางแบรนด์ยกเครื่องใหม่ทั้งหมด บางแบรนด์อาจแค่เปลี่ยนโลโก้และอาร์ตไดเรกชัน สำหรับ Madmatter เรียกได้ว่าเปลี่ยนแทบทุกอย่าง ตั้งแต่วัสดุ กล่องพัสดุ สินค้า ไปจนถึงข้อจำกัดที่น้อยลง 

สิ่งแรกที่แท็ปและแจ๊สเริ่มทำคือการขยายโจทย์ให้ตัวเอง ศึกษาเรื่อง Sustainability มากขึ้นว่านอกจากเรื่องวัสดุแล้ว อะไรจะช่วยให้สินค้าชิ้นหนึ่งยั่งยืนได้บ้าง และทำใจยอมรับว่า ตราบใดที่ยังมีการผลิตของใหม่และผู้คนยังมีการบริโภคอยู่ ก็ต้องส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว

“เราเปลี่ยนความคิดว่าจะไม่เครียดกับตัวเอง เราเป็นแบรนด์แฟชั่นที่สนใจเรื่องนี้มากกว่าคนอื่น ก็ทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แต่มันไม่มีทางช่วยได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะเอาร้อยคือต้องไม่ผลิตอะไรใหม่เลย”

การรีแบรนดิ้งของ Madmatter ที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกอยู่รอดในโลกทุนนิยม
การรีแบรนดิ้งของ Madmatter ที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกอยู่รอดในโลกทุนนิยม

การตัดสินใจใหญ่คือเลิกใช้วัสดุจากเสื้อผ้ามือสองที่เป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ เพราะทำยาก ทำให้โรงงานไม่อยากผลิตให้ ถ้ายอมผลิตก็เป็นการไปรบกวนการทำงานปกติของเขา หรือถ้าถึงขนาดต้องขอให้โรงงานเปลี่ยนเครื่องจักรก็ไม่ยั่งยืน ที่สำคัญราคาสูงและใช้เวลานาน ซึ่งส่งผลต่อไปที่การขายให้ลูกค้าและการขยายธุรกิจ แล้วเปลี่ยนมาใช้วัสดุเดดสต็อกแทน ถ้าสินค้าไหนใช้วัสดุค้างโรงงานไม่ได้ ก็จะสื่อสารกับลูกค้าอย่างจริงใจ ให้เขาได้เลือกเอง 

พวกเขาเข้มงวดกับวัสดุที่ใช้น้อยลง เพื่อให้ขยายธุรกิจให้โตขึ้นได้ และพิถีพิถันกับสินค้าทุกชิ้น ไม่ว่าจะใช้วัสดุแบบไหน ต้องออกแบบดี เป็นวัสดุที่ดี ผ้าดี ตัดเย็บดี ยืดอายุการใช้งานให้ยาวขึ้น ทำให้อยู่กับลูกค้าได้นาน ๆ ซึ่งช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้อีกทางหนึ่ง

03

แจ๊สเล่าว่า แต่ก่อนเวลาใครถามเรื่องแบรนด์ เธอจะย้ำเสมอว่า จริง ๆ ภาพในหัวมันดีกว่าที่เห็น ซึ่งแท็ปเสริมว่า

“ต้องถอยกลับมาว่า เราทำแบรนด์แฟชั่น คนซื้อของเราจากหน้าตาที่สวยก่อน สตอรี่ข้างหลังคือสิ่งที่เพิ่มคุณค่าอีกที ตอนแรกเราเลือกผิดจุด คิดว่าการรักษ์โลกคือจุดขายให้ลูกค้าสนใจเรา ตอนรีแบรนดิ้งเลยคิดใหม่หมด” 

โชคดีที่ทั้งสองได้รู้จักกับ ‘Studio Marketing Material’ สตูดิโอออกแบบที่เป็นลูกค้า ผู้อาสาทำการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ให้

กล่องพัสดุ

การรีแบรนดิ้งของ Madmatter ที่ทำให้แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกอยู่รอดในโลกทุนนิยม

เริ่มที่โจทย์เรื่องกล่องของแจ๊ส ต้องสวยและไม่สร้างขยะเพิ่ม 

“กล่องสวย ๆ ที่ใช้กันจะซ้อนสองชั้น แต่เราอยากทำแค่กล่องเดียว เขาเลยบอกว่า ถ้าอย่างนั้นข้างในกล่องต้องเป็นสีเขียว พอถึงมือลูกค้าสามารถพลิกด้านในออกมา แล้วให้กล่องสีน้ำตาลด้านนอกที่มีแปะชื่อที่อยู่ตราไปรษณีย์ไปอยู่ด้านใน ลูกค้าก็เอากล่องไปใช้ได้ต่อ

“หรือข้าง ๆ กล่องมีพื้นที่ที่ไม่ได้ส่งผลต่อการใช้งาน เขาเสนอให้ตัดกระดาษตรงนี้ออกมาแล้วทำเป็นแท็กสินค้าแทน”

เบื้องหลังจากรีแบรนดิ้งของ Madmatter จากแบรนด์หมวกกระเป๋าจากเสื้อผ้ามือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกที่ตั้งใจอยู่รอดในโลกทุนนิยม

กล่องพัสดุของ Madmatter กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ควบคู่ไปกับสินค้าดีไซน์เท่ กลายเป็นวัฒนธรรมที่ลูกค้าต้องหยิบกล้องมาถ่ายวิดีโอ Unboxing แล้วแท็กกลับมาที่ร้าน ทำให้รู้ว่าความภาคภูมิใจของคนทำได้ส่งต่อผ่านสินค้าไปถึงคนรับอย่างตั้งใจเป็นที่เรียบร้อย

สี Corporate

สีเขียวไม่ได้ตั้งต้นจากความกรีนหรือรักษ์โลกอย่างที่คาดเดา แต่เพราะเห็นประโยชน์ของการมีสีประจำแบรนด์ที่ทำให้คนจดจำได้ดี ถ้าพูดถึง Acne Studios จะนึกถึงสีชมพู ถ้าเป็น Hermès นึกถึงสีส้ม แล้วสีเขียวกำลังอยู่ในเทรนด์ตอนนั้น ตัดกับกล่องสีน้ำตาลก็สวยดูดี แถมยังลงตัวไปกับคอนเซ็ปต์หลักของแบรนด์อีกด้วย

เบื้องหลังจากรีแบรนดิ้งของ Madmatter จากแบรนด์หมวกกระเป๋าจากเสื้อผ้ามือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกที่ตั้งใจอยู่รอดในโลกทุนนิยม

วัสดุ

นอกจากการเปลี่ยนมาใช้วัสดุค้างสต็อก และหากจำเป็นต้องใช้วัสดุอย่างอื่นก็จะสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาแล้ว Madmatter ตั้งใจจะไม่นำเข้าวัสดุจากต่างประเทศ ด้วยเหตุผลเรื่องทรัพยากรที่ใช้ในการขนส่ง แต่เลือกใช้วัสดุในประเทศ ซึ่งต้องทำการบ้านหนักและใช้เวลานานกว่าหลายเท่า

สินค้า

เมื่อหลายปีก่อนพวกเขาไม่เคยคิดจะทำเสื้อผ้า เพราะคิดว่าสู้กับแบรนด์ที่มีอยู่ในโลกออนไลน์ไม่ไหว ยังไม่นับแบรนด์เกาหลีดี ๆ อีกมากมาย ทั้งที่ผู้ก่อตั้งชื่นชอบเสื้อผ้าด้วยกันทั้งคู่

การรีแบรนด์ครั้งนี้พวกเขาตัดสินใจลงว่ายในตลาดที่เคยกลัวมาก่อน โดยใช้ดีไซน์และแนวคิดเรื่องความยั่งยืนประกอบกันเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจ

ไอเท็มหลักของแบรนด์คือ เสื้อยืดและหมวก หลังจากนั้นค่อย ๆ แตกเป็นสินค้าประเภทอื่น ๆ อย่างเสื้อเชิ้ต สเวตเตอร์ แก้ว จาน หรือรองเท้า 1 คอลเลกชันคือ 1 โปรเจกต์ ปี 2021 ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีประมาณ 10 – 15 โปรเจกต์ ความถี่ 2 อาทิตย์ครั้งถึงเดือนละครั้ง แต่ละครั้งอาจจะไม่ได้ผลิตเยอะมาก ซึ่งตอบโจทย์การค้าขายออนไลน์ที่ต้องอาศัยความรวดเร็ว

“เราวาง Year Plan เลยตั้งแต่ต้น แก้ไขปัญหาที่แต่ก่อนทำคอนเทนต์ไม่สม่ำเสมอ สินค้าใหม่ก็มา ๆ หาย ๆ ตอนมาฮือฮาจริง แต่ก็เว้นหายไปนาน ซึ่งไม่ตอบโจทย์ธรรมชาติออนไลน์ในปัจจุบันที่ต้องการความสม่ำเสมอ”

Madmatter ทำงานร่วมกับทั้งศิลปินและแบรนด์ เช่น Mustard Sneakers, Gongkan, Coundsheck และยังมีอีกหลายโปรเจกต์ในปี 2022 นี้

“จะตายเอา” ทั้งคู่หัวเราะ “แต่มันสนุก ปี 2021 ปีเดียวได้เจอคนเยอะกว่า 5 ปีที่ผ่านมาอีก เรามีความสุขกับการทำงานมากกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา”

เบื้องหลังจากรีแบรนดิ้งของ Madmatter จากแบรนด์หมวกกระเป๋าจากเสื้อผ้ามือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกที่ตั้งใจอยู่รอดในโลกทุนนิยม

ร้าน

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Madmatter ขายผ่านช่องทางออนไลน์และฝากขายตามห้างสรรพสินค้าหรือร้านต่าง ๆ ปัญหาที่พบคือร้านจัดของรกจนหาไม่เจอ พวกเขาไม่อยากให้ลูกค้าของแบรนด์ต้องเจอประสบการณ์แบบนั้น

“สินค้าของเราราคาไม่ถูก จุดแข็งของเราคือวัสดุที่ดี จึงจำเป็นมาก ๆ ที่ลูกค้าต้องเห็นของจริง จับของจริง เราเจอฟีดแบ็กเยอะบนออนไลน์ว่า เขาชอบแต่ไม่กล้าซื้อ อยากไปลองไซส์ก่อน เราเลยตัดสินใจเปิดหน้าร้านเหมือนโชว์รูมที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ผลคือหลายคนกลับมาบอกว่า ผ้าสวยกว่าในรูปเยอะเลย”

04

ถ้าต้องขึ้นเวที TED Talks บอกเล่าบทเรียนที่ได้เรียนรู้จาก Madmatter จะเป็นเรื่องอะไร – เราถาม

ทั้งคู่นิ่งคิดอยู่พักใหญ่ ยอมรับว่าคำถามนี้ยากมาก ไม่ใช่ยากเพราะพวกเขาไม่รู้ แต่เพราะมีเยอะแยะเต็มไปหมด จนไม่รู้จะจักหยิบยกเรื่องไหนขึ้นมาก่อน

แท็ปเรียนรู้เรื่องการรู้จักตัวเอง ต้องยอมรับว่าธรรมชาติ พื้นเพ และเป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน 

“ธุรกิจยั่งยืนไม่จำเป็นต้องเล็กหรือมีกฎเกณฑ์อะไรมากมาย คนสเกลใหญ่ก็ช่วยในแบบของเขา คนสเกลกลางก็ช่วยในวิธีของเขา คนสเกลเล็กก็อีกแบบหนึ่ง ทำในแบบของตัวเอง ถ้าธรรมชาติของเราคือคนทำธุรกิจ ทำให้บางอย่างอาจจะไม่ยั่งยืนได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ต้องกังวลว่ามันจะผิด หรือถ้าคุณเน้นอาร์ต เน้นดีไซน์มากกว่าก็ไม่เป็นไร ยอมรับไปว่ามันอาจจะสเกลอัปไม่ได้มากเท่าไหร่”

แจ๊สเองคิดคล้าย ๆ กัน เธอบอกว่า

เบื้องหลังจากรีแบรนดิ้งของ Madmatter จากแบรนด์หมวกกระเป๋าจากเสื้อผ้ามือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกที่ตั้งใจอยู่รอดในโลกทุนนิยม

“มีช่วงที่เราสับสนในตัวเอง ใจเราอยากทำธุรกิจให้ได้เงิน แต่แบรนด์เราเป็นแบรนด์รักษ์โลก ทุกคนจะตกใจกับเราหรือเปล่า สุดท้ายเราต้องจริงใจกับตัวเอง อย่างเราให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม แต่ก็สนใจการทำธุรกิจด้วย Madmatter เลยออกมาในวิธีแบบนี้ 

“มีน้องหลายคนที่กำลังทำแบรนด์มาปรึกษาว่า ‘พี่ ๆ หนูเครียดมากเลย หนูรู้สึกว่าแค่แกนที่หนูปักลงไปบนผ้ามันก็ไม่ยั่งยืนแล้ว’ เมื่อก่อนเราอาจเป็นแบบนั้น ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่ต้องไปเครียดขนาดนั้น แต่ต้องพยายามบาลานซ์ทุกอย่างให้ได้”

Madmatter จึงวางตัวเองเป็นอีกฟันเฟืองที่ช่วยผลักดันเรื่องนี้ในแบบที่พวกเขาทำได้ ในแบบที่แบรนด์พวกเขายังอยู่รอดต่อไปได้ ด้วยการผลิตสินค้าคุณภาพดี ใช้วัสดุค้างสต็อกมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และออกแบบให้ลูกค้าใช้ไปได้นาน ๆ

เบื้องหลังจากรีแบรนดิ้งของ Madmatter จากแบรนด์หมวกกระเป๋าจากเสื้อผ้ามือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกที่ตั้งใจอยู่รอดในโลกทุนนิยม

05

4 ปีผ่านมา มีแบรนด์พร้อมเป้าหมายเรื่องความยั่งยืนเกิดขึ้นใหม่มากมาย ทั้งแบรนด์ใหญ่ที่เริ่มขยับตัวเข้ามาหยิบจับประเด็นนี้ แบรนด์เล็ก ๆ ที่อยากเปลี่ยนแปลงโลกไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ส่วนลูกค้าที่ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เพิ่มขึ้นไปพร้อมกัน

ปลายทางที่อยากเติบโตไปในตลาดโลกของ Madmatter จากการคุยกับ The Cloud ครั้งนั้น มาวันนี้ทั้งคู่ลดความคาดหวังลง ทำโจทย์ให้ง่าย และลงมือทำให้สำเร็จไปทีละขั้นตอน ทำธุรกิจในประเทศให้ดีก่อน แล้วจะค่อย ๆ เติบโตไปในที่สุด 

ทุกวันนี้มีลูกค้าทั้งในและต่างประเทศมากมาย ส่วนใหญ่เป็นคนชอบแฟชั่นที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็ก ๆ คุณภาพที่ดี และรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยในเวลาเดียวกัน 

เพื่อนสนิทของแจ๊สและแท็ป ผู้มองการเติบโตของแบรนด์นี้มาตลอดเสริมว่า “สำหรับคนนอก เรามองว่าลูกค้าสนใจเรื่องความยั่งยืน แต่เขาก็ไม่ได้อยากใช้แฟชั่น ‘ถุงผ้านี้รักษ์โลก’ หรืออะไรแบบนั้น เขายังอยากใช้สินค้าแฟชั่นอยู่ และเลือกแบรนด์นี้ที่ดีไซน์และคุณภาพ”

Madmatter จึงกลายเป็นทางเลือกของคนเหล่านั้น 

“เราอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเรื่องความยั่งยืน ไม่ต้องตะโกนให้ดัง แต่แทรกซึมไปเนียน ๆ ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งในฝั่งผู้บริโภคและคนทำธุรกิจ ให้เป็นแนวทางว่าเขาทำอย่างเราได้ และอยากขยายธุรกิจให้ได้ สร้างระบบให้ทุกคนมาช่วยเราทำงานได้ เหนื่อยน้อยลง แต่คุณภาพทุกอย่างต้องเหมือนเดิม” 

เพราะวางแผนยาวแต่คาดหวังไปทีละส่วน ความสุขของสองนักออกแบบ ณ ตอนนี้จึงไม่ใหญ่จนกลัวเจ็บ และไม่เล็กจนมองไม่เห็นจุดหมาย 

หากใครก็ตามนึกถึงแบรนด์ Sustainable Fashion ในประเทศไทย ทั้งแท็ปและแจ๊สอยากให้ Madmatter ติด 3 อันดับแรกในใจเขา 

เบื้องหลังจากรีแบรนดิ้งของ Madmatter จากแบรนด์หมวกกระเป๋าจากเสื้อผ้ามือสอง สู่แบรนด์แฟชั่นรักษ์โลกที่ตั้งใจอยู่รอดในโลกทุนนิยม

Lessons Learned

  • จริงใจกับตัวเอง รู้จักตัวเองให้ดีก่อน แล้วจึงหาวิธีการทำธุรกิจที่ตรงกับความตั้งใจของตัวเอง อย่างที่ Madmatter ค้นหาการทำธุรกิจยั่งยืนใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เจอและข้อจำกัดที่เคยมีเรื่องการผลิต 
  • ลดความคาดหวังบางอย่าง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเติบโต ขณะเดียวกันก็ไม่ทิ้งความตั้งใจและคุณค่าที่มีมาตั้งแต่วันแรก
  • ทำธุรกิจที่ตัวเองภูมิใจก่อน แล้วลูกค้าจะสัมผัสความภูมิใจนั้นได้ผ่านสินค้าและบริการที่เราตั้งใจทำออกไป

Writer

Avatar

พิมพ์อร นทกุล

บัญชีบัณฑิตที่พบว่าตัวเองรักหมามากกว่าคน

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

The Entrepreneur

แรงบันดาลใจจากแผนธุรกิจสร้างสรรค์ไม่จำกัดวงการของผู้ประกอบการผู้ตั้งใจ

อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้งผลาญทรัพยากรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลระหว่างการผลิต 

ปัจจุบันสังคมที่เปลี่ยนไป คนนิยมเลี้ยงสัตว์อย่างน้องหมาหรือแมวเพิ่มขึ้น หลายคนทุ่มเทแรงกายและใจประคบประหงมไม่ต่างจากสมาชิกในครอบครัว

สิ่งสำคัญประการแรกในการดูแลสัตว์เลี้ยง คือ การทำให้เขามีสุขภาพดี ให้อาหารที่มีคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ แต่อาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไปมักมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรคผิวหนัง ขนร่วง ปัญหากลิ่นตัว หรือระบบขับถ่าย ยังไม่นับเรื่องผลกระทบต่อโลกในย่อหน้าแรก 

นี่คือปัญหาร้ายแรงที่รอใครสักคนมาแก้ไข

วันนี้เราอยากชวนมาทำความรู้จักนวัตกรรมทางเลือกใหม่สำหรับคนรักสัตว์และรักโลก ผ่านการพูดคุยกับ มารีญา พูลเลิศลาภ และ เจส-กมลชนก แดงบุญเรือง ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท พอว์ดักส์ จำกัด (PAWDUCTS CO., LTD.) บริษัทนำเข้า-ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน

ซึ่งมีผลิตภัณฑ์คือ โยรา (YORA) อาหารสัตว์ที่รักทั้งโลกและสุนัข ใช้วัตถุดิบหลักจากโปรตีนแมลง มุ่งมั่นสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมให้คนในสังคม

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สิ่งเล็ก ๆ ที่คนรักสัตว์อาจมองข้าม

บนโลกใบนี้มีสุนัขที่ได้รับการดูแลแบบสัตว์เลี้ยงมากกว่า 470 ล้านตัว และแมวราว 370 ล้านตัว เป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรของสหรัฐอเมริกาถึง 2 เท่า

เมื่อคนนิยมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมากขึ้น อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ใช้ทรัพยากรเพิ่มมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เจสขยายความว่า “โดยทั่วไปอาหารสุนัขมาจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เช่น ไก่ วัว หมู เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตอาหารสุนัขโดยตรง หรือหลายแห่งอาจนำเอาเศษเนื้อมาแปรรูป แต่ไม่ว่าอย่างไร อุตสาหกรรมปศุสัตว์ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเป็นอันดับต้น ๆ “

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

“ถ้าเราต้องการโปรตีนจากเนื้อวัว ต้องใช้ทรัพยากรที่ดิน น้ำ และอาหารจำนวนมาก หากเรามีสุนัขกว่าล้านตัวบนโลกที่ต้องกินเนื้อวัว จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับค่อนข้างมหาศาล ถ้าเราหาแหล่งโปรตีนอื่นที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แต่ใช้ทรัพยากรน้อยกว่า ก็จะเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนต่อโลกมากกว่า”

สุนัขเปลี่ยนชีวิต

ก่อนการนำเข้าอาหารสุนัข โยรา มารีญาและเจสเป็นเพื่อนกัน โดยมารีญามีความสนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพและความสุขในชีวิต ส่วนเจสเรียนจบแพทย์และทำธุรกิจส่วนตัวในต่างประเทศ จากนั้นเรียนต่อปริญญาโทด้านกลยุทธศาสตร์ โดยช่วงเวลานี้เอง เขาจุดประกายความคิดเรื่องการทำธุรกิจอย่างไรให้มั่งคั่ง พร้อม ๆ กับการสร้างความยั่งยืนให้โลก

เมื่อทั้งสองมีเป้าหมายคล้ายกัน จึงร่วมกันจัดโครงการ SOS EARTH เพื่อเป็นแพลตฟอร์มให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม และจัดกิจกรรมที่สามารถช่วยเหลือหรือแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

SOS EARTH ทำกิจกรรมแรกราวปลายปี 2019 มารีญาและเจสพาเด็ก ๆ ไปพื้นที่ที่เรียกว่า ‘Our Land’ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า การปลูกป่า และการใช้ชีวิตร่วมกับช้าง 

ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือพรหมลิขิต เพราะการไปทำกิจกรรมครั้งนั้น ทำให้มารีญาได้เจอกับ ‘ซาชิ’ สุนัขข้างร้านก๋วยเตี๋ยวผู้น่าสงสาร ซึ่งเป็นตัวแรกที่เธอรับมาเลี้ยง

“การที่เราได้เลี้ยงสุนัข เหมือนเชื่อมโยงกับการที่เราสนใจสนใจเรื่องสัตว์และธรรมชาติ กลายเป็นความผูกพันที่เราไม่นึกว่าจะเกิดขึ้นมาได้ 

“เราว่าการได้รับการยอมรับจากสุนัขหรือสัตว์อื่น ๆ เป็นอะไรที่พิเศษมาก เพราะเราต้องเข้าใจกันและกัน ต้องสื่อสารกันโดยไม่ได้พูดภาษาเดียวกัน ต้องอ่านภาษากาย และต้องใช้เวลาเรียนรู้” มารีญากล่าว

หลังจากที่ทั้งสองได้ทำกิจกรรมร่วมกัน พวกเขามองเห็นปัญหาเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้รู้ว่าสัตว์เลี้ยงของพวกเขาส่งผลกระทบต่อโลก จึงมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ที่ช่วยเรื่องความมั่นคงทางธุรกิจและความยั่งยืนของโลก

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ก้าวแรกสู่โปรตีนทางเลือกใหม่

เจสเล่าว่า สุนัขแสนรักตัวหนึ่งที่เขาเลี้ยงแพ้เนื้อไก่ กินแล้วเป็นเชื้อราตามผิวหนัง ทั้งยังมีอาการขนร่วง เขาเลยจำเป็นต้องหาโปรตีนทางเลือกใหม่ที่ไม่ใช่เนื้อไก่ และเขาได้คำแนะนำจากเพื่อนว่า มีโปรตีนทางเลือกชนิดใหม่ที่ทำจากแมลง เจสจึงเริ่มค้นหา และเจอกับ โยรา อาหารสุนัขโปรตีนแมลงจากประเทศอังกฤษ 

เมื่อเขาลองนำมาให้สุนัขของตัวเองกิน ปรากฏว่าโรคผิวหนังหายขาดและมีสุขภาพขนที่ดีขึ้น เขาจึงศึกษาเพิ่มเติมและพบว่าทางแบรนด์ใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่แนวคิด นวัตกรรมทันสมัย ตลอดจนจรรยาบรรณในการผลิต โดยเฉพาะเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาจึงพูดคุยกับมารีญา และตัดสินใจนำเข้ามาสู่ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในเมืองไทย

โยรา เป็นอาหารสัตว์เลี้ยงโปรตีนทางเลือกสำหรับสุนัขและแมว ทำจากหนอนแมลงวันลายหรือหนอนแม่โจ้ (Black Soldier Fly) ที่ผ่านการเลี้ยงด้วยเศษผัก ผลไม้ปลอดสารพิษในพื้นที่ปิดขนาดเล็ก มีความสะอาดและปลอดภัยสูง 

กระบวนการทั้งหมดได้รับการดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ทำให้หนอนมีคุณภาพ เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการและไร้สารเคมีปนเปื้อน

เมื่อพูดถึงอาหารสุนัขที่ทำจากหนอนหรือแมลง หลายคนอาจนึกว่าเขาใช้หนอนตัวเป็น ๆ ยัดเข้าไปในเครื่องจักรแล้วอัดออกมาเป็นอาหารเม็ด ภาพนั้นอาจไม่น่าดูสักเท่าไหร่ แต่โยราทำวิจัยศึกษาระบบประสาท วงจรชีวิตของแมลง รวมถึงตัวอ่อนอย่างจริงจังก่อนนำมาทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง

หลังจากเพาะเลี้ยงตัวหนอนมาอย่างดี ขั้นตอนสำคัญต่อไปก่อนแปรรูปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง คือ การน็อกระบบประสาทของตัวหนอนด้วยความเย็นที่หนอนรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด หรือแทบไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป

หลังจากผลิตออกมาเป็นอาหารเม็ดที่อัดแน่นไปด้วยคุณค่าครบโภชนาการแล้ว โยรายังเก็บทุกรายละเอียด แม้แต่บรรจุภัณฑ์ที่ทำด้วยวัสดุชิ้นเดียว (One Material) จึงไม่จำเป็นต้องแยกชิ้นส่วนก่อนทิ้ง ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกและง่ายต่อการกำจัดขยะ

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลง ธุรกิจอาหารสัตว์ทางเลือกใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แน่นอนว่าความละเอียดและความใส่ใจที่มากกว่า ย่อมเพิ่มต้นทุนในการผลิต และนั่นทำให้ราคาของผลิตภัณฑ์สูงขึ้นตามไปด้วย ทว่าหากผู้คนเปิดใจมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโปรตีนทางเลือก โดยเฉพาะโปรตีนแมลง ราคาของผลิตภัณฑ์ก็อาจถูกลงได้ ตามกลไกของตลาดที่เรียกว่า การประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)

ธุรกิจอาหารสุนัขที่ไม่เน้นการโฆษณา

ในต่างประเทศมีผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงโปรตีนทางเลือกมากมาย แต่สิ่งที่โยราแตกต่าง คือ จรรยาบรรณในการผลิต วัตถุดิบที่ตรวจสอบแหล่งที่มาได้ ทั้งยังใส่ใจเรื่องสวัสดิภาพของสัตว์และสิ่งแวดล้อม แต่การนำเข้ามาตีตลาดในเมืองไทย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นิยมเลี้ยงสุนัขและแมว การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือก ผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญ

การบอกปากต่อปาก การรีวิว และการแนะนำจากกลุ่มคนเลี้ยงสัตว์ ส่งผลให้โยราไม่ต้องทุ่มทุนทำการตลาดมากนัก ซึ่งถือเป็นข้อดี เนื่องจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานจริงหรือเหล่าผู้บริโภค โดยเฉพาะเมื่อคนได้ลองให้สัตว์เลี้ยงของตัวเองกินแล้วได้ผลลัพธ์ที่ดี สิ่งนี้จึงเป็นตัวบ่งชี้ว่าควรซื้อซ้ำหรือบอกต่อให้คนอื่น ๆ มาใช้ตามหรือไม่นั่นเอง

คุณค่าที่มากกว่าเพียงการโฆษณา ทำให้โยราวางขายตามร้านขายอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไปกว่า 100 สาขาทั่วประเทศไทย และยังมีช่องทางการติดต่อผ่านไลน์ Official Account เพื่อให้ลูกค้าสั่งสินค้าผ่านทางออนไลน์ได้ รวมถึงพูดคุย ปรึกษาปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงสะดวกขึ้น

หากมองในมุมของการทำธุรกิจ เช่นเดียวกับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไปในประเทศไทย การแข่งขันที่ดุเดือดของแบรนด์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย ในขณะที่โยราไม่ได้มีเพียงคุณภาพของผลิตภัณฑ์และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นในเรื่องการบริการลูกค้า ตั้งแต่ให้คำปรึกษา บริการขนส่ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างฐานความเชื่อมั่นระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์

“เราไม่ได้ขายแค่ผลิตภัณฑ์ แต่เราเน้นประสบการณ์ผู้ใช้จริงและการบริการลูกค้า ผมมั่นใจว่าเราดูแลลูกค้าได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” เจสตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลงนำเข้าเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความอร่อย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

ยั่งยืนทั้งคน สัตว์เลี้ยง และโลก

บริษัท พอว์ดักส์ จำกัด เป็นบริษัทนำเข้าอาหารสัตว์เลี้ยงที่มีแนวคิดในการพัฒนาตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยโยราเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์กับอุดมการณ์นั้น เพราะทางบริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่เริ่มนำเข้ามาเป็นทางเลือกให้กับคนรักสัตว์และรักษ์โลก อย่างเช่น แบรนด์ Hownd และ McAdams ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงนำเข้าเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ ผู้ร่วมก่อตั้งยังมีแผนทำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงจากโปรตีนทางเลือกของตนเอง โดยเน้นคุณภาพของสารอาหารที่ครบโภชนาการและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

“ผมอยากให้คนไทยและสัตว์เลี้ยงของเขามีคุณภาพชีวิตที่ดี บริโภคแต่สิ่งดี ๆ ผมกับมารีญากำลังจะทำผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงของเราเองออกมาเหมือนกัน แน่นอนว่ายังคงใช้โปรตีนทางเลือก และยังต้องรักษ์โลกเหมือนเดิม” เจสกล่าว

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลงนำเข้าเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความอร่อย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

มารีญายังคงสนับสนุนให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงในไทยหันมาสนใจผลิตภัณฑ์จากโปรตีนทางเลือกมากขึ้น พร้อมทั้งอยากให้คนเข้าใจสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและจิตของสัตว์เลี้ยง ควบคู่ไปกับการตระหนักรู้เรื่องผลกระทบของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงความเป็นอยู่ของมนุษย์ในสังคมและสิ่งแวดล้อม

เพราะฉะนั้น นี่อาจไม่ใช่เพียงคุณค่าของโยราหรือแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง แต่เรากำลังพูดถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงที่ยั่งยืน (Innovative and Sustainable Pet Products) ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อวงการสัตว์เลี้ยงในเมืองไทย

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงเห็นแล้วว่าโปรตีนทางเลือกถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจ และไม่เสียหายอะไรหากลองเปิดใจ เพราะอนาคตของโปรตีนทางเลือกยังคงอีกยาวไกล คงไม่ง่ายถ้าจะให้ทุกคนหยุดกินเนื้อในเพียงข้ามวัน แต่ประเด็นที่ต้องการสื่อคือ เรากินเนื้อให้น้อยลงได้ หรืออย่างน้อย ก็ให้สัตว์เลี้ยงของเรากินโปรตีนทางเลือกได้นั่นเอง 

YORA อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลงนำเข้าเกรดพรีเมียม ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความอร่อย และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

Lessons Learned

  • คุณภาพของผลิตภัณฑ์เป็นพื้นฐานสำคัญในธุรกิจนำเข้า-ส่งออก โดยเฉพาะกับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง หากคุณภาพไม่ดีพอ สัตว์เลี้ยงกินเข้าไป ผลลัพธ์ที่ได้เป็นตัวการันตีทุกอย่างว่าผลิตภัณฑ์นั้นจะรอดหรือร่วง
  • การให้บริการลูกค้าตั้งแต่ก่อนซื้อไปจนถึงหลังการขาย ถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์และช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค
  • การนำเข้าสินค้าเป็นศาสตร์แบบหนึ่ง ในขณะที่การสร้างแบรนด์ก็เป็นศาสตร์อีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องทักษะและความชำนาญ (Know How) จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ

สัั่งซื้อสินค้าได้ที่ www.yorapetfoods.in.th/shop

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load