ใครที่เคยแวะไปสงขลา คงคุ้นหน้าคุ้นตาร้านค้าเก่าแก่กลางย่านเมืองเก่า อาทิ ฮับเซ่ง เต้าหู้ยี้เสวย แต้เฮี้ยงอิ้ว หรือซาลาเปาเกียดฟั่ง แต่เมื่อครั้งที่ความดั้งเดิมถูกท้าทายด้วยกาลเวลา ก็อาจถึงคราที่ร้านรวงอันมีเอกลักษณ์ต้องปรับตัวเพื่อให้เดินต่อและเติบโตได้อย่างยั่งยืน นำมาซึ่ง ‘Made in Songkhla’ โครงการที่ 12 ร้านค้าย่านเมืองเก่า ร่วมหยิบ จับ ปรับ ผสม ลองผิดลองถูกกับ 9 นักออกแบบและนักสร้างสรรค์ทั้งในและนอกพื้นที่ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์น้ำดีโฉมใหม่ที่ใช้การออกแบบช่วยแก้ปัญหา ขยายฐานลูกค้าให้กว้างกว่าที่เคย ทั้งยังสื่อสารอย่างภูมิใจว่าทั้งหมดนี้ ‘เราทำที่สงขลา’

การจับมือของ 12 ร้านเก่าแก่กับ 9 นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ CEA และ a.e.y.space ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจดั้งเดิม นำเสนอของดีประจำย่าน ตั้งแต่ร้านเจ้าแรก ร้านหนึ่งเดียว ร้านต้นตำรับ จนถึงร้านที่ไม่มีทายาทสืบทอด เพื่อให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในปัจจุบันมากขึ้น โดยผู้ที่มาเยี่ยมชมจะได้พบกับสินค้านานาชนิด ตั้งแต่อาหาร ขนมหวาน เครื่องปรุง เครื่องดื่ม สมุนไพรไทยจีน ไปจนถึงงานปักและงานพิมพ์ ซึ่งทั้งหมดล้วนมีกลิ่นอายความเป็นสงขลาที่ตกทอดผ่านยุคสมัย ในรูปลักษณ์สินค้าที่น่ากิน น่าใช้ ใกล้ตัว และทุกคนเข้าถึงได้

สินค้าโฉมใหม่ในย่านเมืองเก่า ที่ 9 นักสร้างสรรค์พัฒนาร่วมกับ 12 ร้านดังแห่งสงขลา

และในวันที่ 18 – 19 ธันวาคมนี้ เหล่าผลิตภัณฑ์ใหม่จากทั้ง 12 ร้านดั้งเดิมจะแนะนำตัวให้ทุกคนได้รู้จักเป็นครั้งแรก ผ่านนิทรรศการขนาดเล็กเล่าความเป็นมาของ Made in Songkhla วงสนทนา Family Talk บอกเบื้องหลังการรังสรรค์สินค้าน่ากินน่าใช้จากปากเจ้าของร้านและนักออกแบบตัวจริง ก่อนปิดท้ายด้วย Friends of Made in Songkhla ร้านรุ่นใหม่ที่มาร่วมสร้างสรรค์เมนูแสนอร่อย เรียกว่ามางานนี้ อิ่มท้อง อิ่มใจ ได้สินค้าติดมือ แถมได้ความรู้ติดตัวอีกต่างหาก

 แต่ถ้าใครมาไม่ทัน 2 วันนี้ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะร้านรวงทั้ง 12 จะยังคงจำหน่ายสินค้าใหม่ในโครงการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากใครแวะไปสงขลาหลังจากนี้ ก็เข้าไปเลือกสรรผลิตภัณฑ์สงขลาที่ทำในสงขลากันได้เต็มที่ ใครจะรู้ คุณอาจได้ของที่ระลึกดี ๆ กลับไปฝากคนที่คุณรักก็เป็นได้

01

โรงพิมพ์ทวีทรัพย์ X SoulSouth Studio

รวมไอเท็มสุดชิคจากโรงพิมพ์ยุคเปลี่ยนผ่าน

สินค้าโฉมใหม่ในย่านเมืองเก่า ที่ 9 นักสร้างสรรค์พัฒนาร่วมกับ 12 ร้านดังแห่งสงขลา

แม้จะมีที่ตั้งติดถนนและผู้คนที่แวะผ่านจะคอยทักทาย ต่อ-ต่อศักดิ์ จตุรพร เจ้าของโรงพิมพ์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่โรงพิมพ์ทวีทรัพย์กลับเป็นหนึ่งในธุรกิจตกหล่นจากการท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าสงขลา ทั้งที่สถานที่แห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักดีของลูกค้าขาประจำ ในฐานะโรงพิมพ์ที่ทำงานได้ตามต้องการ ตั้งแต่งานพิมพ์แบบฟอร์ม ใบกำกับรับเงิน ใบส่งรับของ นามบัตร ไปจนถึงแผ่นพับนานาประเภท

ระยะเวลากว่า 30 ปี ทำให้ที่นี่ก้าวผ่านช่วงรอยต่อของธุรกิจการพิมพ์จากยุคแอนะล็อคแบบเรียงพิมพ์สู่ยุคดิจิทัล การจับมือร่วมกับ SoulSouth Studio สตูดิโอออกแบบกราฟิกจากยะลา จึงนับเป็นการเติมช่องว่างระหว่างเทคนิคการพิมพ์แบบเก่ากับการออกแบบจากคนรุ่นใหม่ ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่วินเทจและทันสมัยที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ทั้งสมุด ปฏิทิน โปสการ์ด และสติกเกอร์

“เราคิดไว้หลายไอเดียมากก่อนลงพื้นที่ แต่พอได้ไปจริง ๆ เราก็ได้รู้ข้อจำกัดต่าง ๆ และได้เห็นเอกลักษณ์ที่มีความเป็นตัวของตัวเองมาก ๆ ของโรงพิมพ์ทวีทรัพย์ แทนที่จะเอาความคิดของเราไปใส่อย่างเดียว เราก็เลยเปลี่ยนเป็นออกแบบจากสิ่งที่เขามี สังเกตว่าอะไรที่ใช้พัฒนาต่อได้ แล้วพยายามต่อยอดโดยเพิ่มการออกแบบเข้าไป จนได้ผลิตภัณฑ์และแบรนดิ้งที่เหมาะกับเขา” อับดุลกะริม ปัตนกุล นักออกแบบแห่ง SoulSouth  Studio เล่าใหัฟังถึงที่มาการออกแบบสินค้าวินเทจให้โรงพิมพ์

“เราเลือกใช้ฟอนต์ Helvetica ซึ่งเป็นฟอนต์ที่อยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างยุคแอนะล็อกกับดิจิทัล ตรงกับประวัติความเป็นมาของโรงพิมพ์พอดี คอนเซ็ปต์นี้น่าจะเข้ากับพี่ต่อเจ้าของร้าน จากนั้นก็เพิ่มสี CMYK เข้าไปเพื่อให้ภาพที่ออกมามีความทับซ้อนของยุคสมัยมากขึ้น และสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากที่สุด ก็คือวัสดุที่ใช้ต้องไม่เพิ่มต้นทุนของเจ้าของกิจการมากนัก เราเอากระดาษสีที่เขามีมาปรับใช้เพื่อทำสมุดกับปฏิทิน ทดลองใช้กระดาษคราฟต์มาพิมพ์แบบต่าง ๆ จนได้งานที่ความหลากหลาย”

ใครไปสงขลาก็แวะเลือกสรรกันได้เต็มที่ เพราะนี่อาจเป็นไอเท็มเสริมดวงช่วงปีใหม่ให้ผู้ใช้มีทรัพย์ไหลมาเทมา

โรงพิมพ์ทวีทรัพย์ 

ที่ตั้ง : 282 ถ.นครใน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 08 0617 9805

02

จงดี X YALA ICON

ขนมทองเอก ที่ปลุกเสกด้วยแพ็กเกจจิ้งทรงสวย

สินค้าโฉมใหม่ในย่านเมืองเก่า ที่ 9 นักสร้างสรรค์พัฒนาร่วมกับ 12 ร้านดังแห่งสงขลา

ที่หน้าร้านจงดี ถนนหนองจิก มีขนมที่โดดเด่นวางเรียงราย 3 ชนิด ได้แก่ ทองเอก สัมปันนี และขี้มอด แม้จะขึ้นชื่อเรื่องรสชาติต้นตำรับอันเย้ายวน โดยเฉพาะขนมทองเอก แต่ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สะดุดตาหรือแตกต่างจากร้านอื่น จึงทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมเยือนมากมายเดินผ่านจงดีไปโดยไม่มีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อย

ทองเอกสีส้มสดที่ทุกกระทะกวนด้วยหนึ่งคนพาย ลงน้ำหนักอย่างเป็นจังหวะ สัมปันนีกลิ่นน้ำกะทิที่ถูกผึ่งแดดธรรมชาติจนหอมกรุ่น กรอบนอกนุ่มในไม่มีใครเหมือน รวมถึงขี้มอดที่ใช้มะพร้าวแบบไม่คั้นกะทิผสมแป้งข้าวเจ้า เกลือ น้ำตาลทรายแดง และไข่เป็ดคนเป็นเนื้อเดียว คือต้นตำรับจาก คุณแม่จงดี อ่องไพบูลย์ ผู้พัฒนาดัดแปลงสูตรขนมด้วยตนเอง ก่อนส่งต่อสู่รุ่นลูกอย่าง นุช-อนุษฐา อ่องไพบูลย์ 

แม้ขนมจะรสชาติอร่อย ใครชิมก็ติดใจ แต่ด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ไม่แตกต่าง ใช้เวลานานในการบรรจุ ทั้งยังไม่สะดวกในการขนส่ง เอกรัตน์ สุวรรณรัตน์ นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจาก YALA ICON จึงเข้ามาช่วยพัฒนาบรรจุภัณฑ์ร่วมกับทางร้านจนลงตัว ได้บรรจุภัณฑ์โฉมใหม่ที่นำขนมดังทั้ง 3 ชนิด ใส่ในกล่องพลาสติกที่ทางร้านใช้อยู่แล้ว ส่วนทองเอกเปลี่ยนเป็นการโชว์เนื้อขนมพร้อมแถบคาด บอกเล่าตั้งแต่ชื่อวัตถุดิบสำคัญจนถึงเคล็ดลับหลังครัว เพิ่มมูลค่าให้ขนมมีเรื่องราว แถมจัดเรียงเป็นเซ็ต ส่งไปจำหน่ายยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น

“ความเป็นจงดีที่เรานึกถึงคือภาพของขนมที่แม้จะโบราณ แต่ก็มีเอกลักษณ์ เราจึงสร้างสรรค์ออกมาเป็นแพ็กเกจจิ้งที่ผู้ประกอบการยังคุ้นมือ แต่ก็ช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขนส่งได้ เราดึงส่วนผสมของขนมมาใช้ในการออกแบบ และสุดท้ายจึงเลือกใช้สีสันที่อบอุ่นเหมาะกับร้าน” เอกรัตน์เล่าถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ก่อนทิ้งท้ายสั้น ๆ ว่า ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ทุกคนลองชิมขนมของจงดีที่เป็นงานทำมือทุกขั้นตอน แถมยังไม่ลืมที่จะซุกซ่อนความเป็นชุมชนสงขลาลงในทุกคำของขนม

บ้านจงดี ขนมไทยสงขลา 

ที่ตั้ง : 11 ถ.หนองจิก ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 08 9464 8919

03

เกียดฟั่ง X YALA ICON

ซาลาเปาสตูว์ไก่ ลูกใหญ่ ไส้แน่น แห่งแดนสงขลา

สินค้าโฉมใหม่ในย่านเมืองเก่า ที่ 9 นักสร้างสรรค์พัฒนาร่วมกับ 12 ร้านดังแห่งสงขลา

เกียดฟั่ง ในภาษาจีนไหหลำแปลว่า กลิ่นหอมสะอาด ไม่ต่างอะไรกับบรรยากาศความอร่อยยามเช้าที่เหล่านักชิมต้องมาต่อแถวเรียงราย จนที่นี่กลายเป็นแลนมาร์กสำคัญของถนนนางงาม จังหวัดสงขลา 

ร้านเกียดฝั่งถูกส่งต่อมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ ซึ่งเคยเป็นพ่อครัวในเรือฝรั่ง จนได้สูตรสตูว์พิเศษซึ่งใช้กระดูกหมูต้มกับเครื่องเทศผสมหางกะทิแทนเนย จนได้น้ำซุปเข้มข้นหอมมัน ตกทอดสู่รุ่นคุณพ่อ ก่อนจะเป็นรุ่นที่ 3 ในปัจจุบัน อันได้แก่ หล่าน-ธนธร ศิริคติธรรม และ เจิน-ปทุมรัตน์ ศิริคติธรรม 

นอกจากสตูว์รสเด็ดแล้ว อีกหนึ่งจุดขายสำคัญของที่นี่คงหนีไม่พ้นซาลาเปา ที่ขายดีจนต้องมีป้ายบอกลูกค้าที่มารอว่า ‘ซาลาเปาสุกแล้ว’ เป็นสัญญาณให้เริ่มสั่งไปทานที่บ้านได้

“ยากและกดดันมาก เพราะที่นี่เป็นร้านตำนานของสงขลา แต่ทางเจ้าของร้านก็น่ารักและเป็นกันเองมาก เรามีโอกาสลองทำซาลาเปาไส้ใหม่ด้วยกัน” 

เอกรัตน์ สุวรรณรัตน์ นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจาก YALA ICON เล่าประสบการณ์ในวันที่ได้สร้างสรรค์งานอาร์ตสุดโดนใจ ตั้งแต่ป้ายหน้าร้าน ชุดพนักงาน ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมกับร้านคิดค้นซาลาเปาไส้ใหม่ที่มีรสชาติไม่เหมือนใคร อย่างรสสตูว์ไก่และรสหม้อฉี 

“เราอยากทำไส้หวานและไส้เค็มอย่างละไส้ แต่สิ่งสำคัญคือไส้ใหม่ต้องทำไม่ยาก ไม่เพิ่มภาระให้เจ้าของร้าน เป็นอาหารเช้าที่ทำได้ไว กินได้เร็ว และต้องมีความเป็นสงขลาด้วย

“ขนมชนิดหนึ่งที่อยู่คู่สงขลามานานและเราชอบมาก ๆ คือขนมหม้อฉี ซึ่งใช้แค่ถั่ว งา และน้ำตาลโตนด เราว่านี่แหละเหมาะจะเป็นซาลาเปาไส้หวาน ความเก่าแก่ของขนมชนิดนี้และร้านเกียดฟั่งก็มีความเชื่อมโยงกัน ก็เลยกลายเป็นไส้หม้อฉีในที่สุด ส่วนอีกไส้คือสตูว์ไก่ สตูเป็นอาหารประจำของเกียดฟั่งอยู่แล้ว เราเลยคิดว่า นี่น่าจะเป็นไส้ที่ง่ายสำหรับเขา แถมยังเป็นการเอาสองเมนูดังมารวมไว้ในคำเดียวด้วย”

เอาล่ะ แค่ฟังก็น้ำลายสอ อยากขอซาลาเปามากินสักลูกแล้ว!

เกียดฟั่ง 

ที่ตั้ง : 120 ถ.นางงาม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 0 7431 1998

04

สุภาภรณ์ X 56thStudio

งานปักชิ้นน้อย ที่โดดเด่นเกินร้อยด้วยการคิดนอกกรอบ

สินค้าโฉมใหม่ในย่านเมืองเก่า ที่ 9 นักสร้างสรรค์พัฒนาร่วมกับ 12 ร้านดังแห่งสงขลา

ร้านสุภาภรณ์ถือเป็นร้านจำหน่ายงานปัก ตรา อาร์ม ยศ แบบครบจบในที่เดียว และเป็นร้านแห่งเดียวที่ปัจจุบันยังดำเนินกิจการอยู่ในพื้นที่ย่านเมืองเก่าสงขลา จนชาวประชาจะนึกถึงเป็นร้านแรกเสมอเมื่อต้องการงานปัก จึงไม่แปลกที่หลายคนจะรักและผูกพันกับที่นี่มาเป็นสิบปีตั้งแต่เปิดร้านใหม่ ๆ จนถึงวันนี้ที่มีรุ่นหลานอย่าง น้ำ-ศจีรัตน์ ยานนท์ ดูแลกิจการต่อจากคุณป้า สุภาภรณ์ กาละดิเรก

“มันน่าจะดีกว่า ถ้าเราชวนให้คนทั่วไปลองใช้อาร์มพวกนี้ เพื่อตั้งคำถามถึงอัตลักษณ์พื้นถิ่น” 

ความสนุกในการความร่วมมือระหว่างสุภาภรณ์ และ ศรัณย์ เย็นปัญญา แห่ง 56thStudio คือการทำอาร์มเท่ ๆ ที่เล่นกับขั้วตรงข้าม หยิบของที่แทบไม่เข้ากันให้ดูเข้ากันภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘คิด วิเคราะห์ แยกแยะ’ ที่ต้องการสื่อสารกับการอยู่ ในกรอบ และตั้งคำถามถึงภาพจำของสงขลาว่าควรจะเปลี่ยนแปลงหรือไปต่ออย่างไร หากไม่ได้ถูกล้อมกรอบไว้ด้วยภาพจำแบบเก่า สอดคล้องกับที่อัลแบร์ กามู นักปรัชญาเคยกล่าวไว้ว่า “Autumn is a second spring when every leaf is a flower.” ซึ่งหมายถึง ฤดูใบไม้ร่วงนั้นเปรียบได้กับฤดูใบไม้ผลิหนที่สอง เมื่อใบไม้ทุกใบต่างเบ่งบานทดแทนดอกไม้ การคงไว้ด้วยสินทรัพย์เดิมที่ไม่ถูกต่อยอดจึงไม่ต่างจากการแช่แข็งเมืองให้อยู่กับที่

“ตลอดการทำงาน เราประทับใจตัวเมืองกับตัวคนมาก ๆ สงขลากำลังรอสิ่งใหม่ ๆ มาเติมเต็ม ทุกวันนี้หลายสิ่งหลายอย่างเหมือนถูกแช่แข็งเอาไว้ เราว่าถึงเวลาแล้วที่สงขลาจะสลัดภาพจำเก่า ๆ เก็บบางสิ่งบางอย่าง พร้อมกับต่อเติมให้เห็นความใหม่และหลากหลาย” ศรัณย์ทิ้งท้าย

สุภาภรณ์ 

ที่ตั้ง : 212 ถ.นางงาม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 09 3650 5329 

05

ขนมไข่ป้ามล X Southson Design

แวะถูกจุด อร่อยถูกใจกับขนมไข่ป้ามล

สินค้าโฉมใหม่ในย่านเมืองเก่า ที่ 9 นักสร้างสรรค์พัฒนาร่วมกับ 12 ร้านดังแห่งสงขลา

เป็นเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ขนมไข่เตาถ่านอุ่น ๆ หอมกรุ่นด้วยกลิ่นมาการีนบนรถเข็นคันเก่งอยู่เคียงคู่ชาวสงขลา กระทั่ง 3 ปีที่ผ่านมา ขนมไข่ป้ามลต้องย้ายจุดขายใหม่มาอยู่ที่ถนนพัทลุง จึงทำให้ลูกค้าหาร้านไม่เจอ บ้างโทรสั่งแต่ไม่มารับ อีกทั้งยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักในหมู่นักท่องเที่ยว

จากโจทย์ที่ความยากไม่ใช่เรื่องของรสชาติ แต่เป็นการหลงทิศทางของลูกค้าและการไม่อยู่ในสายตาของผู้ที่แวะมาเยี่ยมชม กลุ่มนักออกแบบรุ่นใหม่แห่ง Southson Design จึงอาสาแปลงโฉมรถเข็นคันเดิมด้วยการเพิ่มจุดจดจำ ใส่กิมมิกสีธนาคารอันเป็นที่ตั้งแห่งแรกของร้าน เสริมแพตเทิร์นยุค 60 แบบเรโทรเพื่อเพิ่มความสนุกสนาน พร้อมบรรจุภัณฑ์ทางเลือกแบบถุงกระดาษสกรีนลายป้ามล และไม้จิ้มที่ให้ความอิ่มกำลังดี

“ขนมไข่ป้ามลเป็นร้านคู่จังหวัด คนในสงขลาชอบกินมาก แต่คนนอกไม่ค่อยรู้จัก เพราะป้ามลไม่ได้มีสื่อหรืออะไรช่วยโปรโมต โจทย์ที่ได้คือให้เราปรับอะไรก็ได้ที่ช่วยให้ร้านอยู่รอด เพราะยอดขายช่วงโควิดของร้านก็ลดลง สงขลาช่วงโควิดคือเงียบมาก” กัณห์ ไตรจันทร์ นักออกแบบจาก Southson Design ย้อนแรงบันดาลใจที่อยากพลิกโฉมร้านป้ามลใหม่ให้ถูกตาต้องใจ รักษาฐานลูกค้ารุ่นเก๋าและดึงดูดเหล่าลูกค้ากลุ่มใหม่ได้มากขึ้น

“เราใช้การตกแต่งหน้าร้าน ดึงความเป็นป้ามลออกมา แกน่ารักมาก อายุเจ็ดสิบแล้ว แต่ก็ยังมีความเปรี้ยว ๆ สดใส นึกถึงความวินเทจ จนได้เป็นรถเข็นและแพ็กเกจจิ้งอย่างที่เห็น”

ขนมไข่ป้ามล

ที่ตั้ง : 122 ถ.พัทลุง ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 08 6695 3339

06

เต้าหู้ยี้เสวย X Southson Design

เต้าหู้ยี้…อร่อยไม่ต้องร้องยี้

สินค้าโฉมใหม่ในย่านเมืองเก่า ที่ 9 นักสร้างสรรค์พัฒนาร่วมกับ 12 ร้านดังแห่งสงขลา

โรงผลิตเต้าหู้ยี้เป็นส่วนหนึ่งของภูมิปัญญาการถนอมอาหารแบบท้องถิ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5 ของ ส้าย สุมังคละ ที่ครั้งหนึ่งเคยนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายรัชกาลที่ 5 ครั้งเสด็จประพาส ‘เสวย’ ประจวบเหมาะจึงนำมาตั้งเป็นชื่อร้านว่า ‘เต้าหู้ยี้เสวย’

จากบ้านที่เป็นโรงหมักตั้งแต่รุ่นคุณทวด ซึ่งใช้วัตถุดิบถั่วเหลืองแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ วิธีการต้ม บด บีบอัดแบบธรรมชาติ หมักดองเกลือในโอ่งด้วยแสงแดดราว 4 – 5 เดือน ส่งต่อมาถึงรุ่นที่ 5 โดย รชต อุตตโรพร ผู้ที่นำกระบวนการพาสเจอร์ไรซ์เข้ามาปรับปรุงการผลิต เพื่อให้เก็บรักษาคุณภาพไว้ได้นานยิ่งขึ้น ส่งต่อเต้าหู้ยี้สู่จานอาหารร่วมสมัยให้คนรุ่นใหม่ได้ลิ้มลอง

“ประเด็นคือคนไม่รู้ว่าเต้าหู้ยี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง เราเองยังนึกออกแค่หมูผัดเต้าหู้ยี้ พอได้ทำโปรเจกต์นี้ถึงได้รู้จักเต้าหู้ยี้มากขึ้น ถ้าคนอื่นได้รู้ด้วยก็คงจะดี” กัณห์ ไตรจันทร์ นักออกแบบจาก Southson Design เล่าถึงโจทย์ใหญ่อย่างการที่เด็กรุ่นใหม่ไม่คุ้นเคยกับเต้าหู้ยี้ เขาจึงเริ่มจากการปรับส่วนชั้นวางใหม่เพื่อนำเสนอเรื่องราวที่มาที่ไปของเต้าหู้ยี้ พร้อมบอกวิธีทานตั้งแต่แบบง่าย จนถึงเมนูพิเศษ ทั้งยังเพิ่มบรรจุภัณฑ์ใหม่ในรูปแบบถุงบีบที่ดูแปลกตาน่าลอง

“คนต้องรู้ก่อนว่าเต้าหู้ยี้ทำอะไรได้ แบรนด์ถึงจะไปต่อได้ เราเริ่มจากการออกแบบให้ชั้นวางเล่าเรื่อง บอกข้อมูลได้ว่าเต้าหู้ยี้มีแบบไหนบ้าง แบบก้อน แบบเหลว และใส่ลงในเมนูไหนได้บ้าง เช่น ใช้เป็นน้ำจิ้มหมูกระทะได้ เพราะฉะนั้น จริง ๆ แล้ว เด็กรุ่นใหม่ก็ซื้อเต้าหู้ยี้ไปทานได้เหมือนกัน

“ส่วนบรรจุภัณฑ์ เต้าหู้ยี้เสวยทำใส่ขวดแก้วมานาน ไม่เคยเปลี่ยนเลย เราอยากเพิ่มทางเลือกให้เขา ลองทำกันหลายอย่างมาก จนในที่สุดก็เกิดความเป็นไปได้ที่จะเอาเต้าหู้ยี้มาใส่ในถุงแบบบีบสะดวก เจ้าของร้านก็ถูกใจและเห็นตรงกันว่า รูปแบบนี้น่าจะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้”

ถึงตรงนี้ บรรดานักชิมคงเปลี่ยนจากร้องยี้เป็น ‘ของมันต้องมีติดตู้เย็น’

ร้านเต้าหู้ยี้เสวย

ที่ตั้ง : 21 ถ.นางงาม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 0 7431 2465

07

ไอติมบันหลีเฮง X Lunaray

ถือไอศกรีม เดินกิน แล้วเช็กอินเมืองเก่าสงขลา

จากร้านน้ำชา กาแฟ ซาลาเปาที่เปิดขายตั้งแต่ 9 โมงเช้ายันตี 4 ของอีกวัน ผ่านมือสู่รุ่นสองที่ทำให้ใคร ๆ ต้องคิดถึงเมนูไอศกรีมกะทิสดที่เสิร์ฟคู่กับถั่วเขียวต้ม จนส่งต่อสู่รุ่นสาม ไอศกรีมรสวานิลลาและหวานเย็นลิ้นจี่ช่วยชูรสให้หลากหลายกว่าที่เคย ถึงวันนี้ นับแล้วเป็นเวลากว่า 90 ปีที่บันหลีเฮงไม่เคยหยุดนิ่ง มีลูกค้ามากมายแวะเวียนเข้ามาทักทายอยู่เสมอ ดั่งคำแปลภาษาจีนฮกเกี้ยนของชื่อร้านที่ว่า ‘มีโชคมีลาภเป็นหมื่น ๆ’ ซึ่งโชคลาภของที่นี่ก็คงเป็นลูกค้าที่ยังคงรักและผูกพันกับร้านแม้เวลาจะล่วงเลยเกือบศตวรรษ 

ความพิถีพิถันของบันหลีเฮงคือการใช้วัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมที่ทำวันต่อวัน เมล็ดถั่วเขียวที่คัดสรรอย่างดี ถั่วลิสงตากแห้งคั่วเอง ตลอดจนเครื่องเคียงทุกชนิด 

การร่วมมือระหว่างเจ้าของคนปัจจุบัน เจเนอเรชันที่ 5 อย่าง หมี-ศุภวิชญ์ อัครวิเนค ที่กำลังเรียนวิชารับช่วงต่อ กับ ปุ่น-ธัญจิรา วงศ์หิรัญเดชา นักสร้างสรรค์และเชฟรุ่นใหม่ด้านขนมหวาน จึงเป็นโอกาสดีในการทำความเข้าใจร้านค้า และการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงความคลาสสิกแบบเดิมไปพร้อมกัน

“เราเริ่มศึกษาตั้งแต่ว่าเขาขายอะไร กลุ่มลูกค้าเป็นใคร พบว่ากลุ่มลูกค้าของที่นี่เป็นคนมีอายุ เพราะสินค้าเป็นไอติมโบราณ เราก็เลยคุยกันว่าร้านน่าจะจับกลุ่มลูกค้าวัยเด็กด้วย” ปุ่นเล่าถึงการทดลองนำไอศกรีมสองรสชาติหลักมาเล่นแร่แปรธาตุเป็นแบบแท่งและแบบโฟลต ผสมท็อปปิ้งที่มีความเป็นสงขลา เช่น มะพร้ามคั่วและน้ำตาลโตนด ก่อนตบท้ายด้วยบรรจุภัณฑ์แบบเดินทาน เผื่อนักท่องเที่ยวอยากกินไอศกรีมไป เดินชมเมืองไป

“เราพยายามดัดแปลงจากสิ่งที่เขามี บันหลีเฮงเป็นธุรกิจครอบครัว เขาทำกันเองทั้งหมด เราจึงต้องคิดสิ่งง่ายที่สุดสำหรับเขา จนสุดท้ายได้เป็นไอติมแบบแท่งกับแบบโฟลต ส่วนแพ็กเกจจิ้ง เราก็เอากราฟิกเข้ามาช่วย น่าจะดึงคนรุ่นใหม่ให้ถ่ายรูปลงโซเชียลก่อนรับประทาน ช่วยขยายฐานลูกค้าอีกทางหนึ่ง”

ไอติมบันหลีเฮง

ที่ตั้ง : 120 ถ.นางงาม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 0 7431 3647

08

สิน อดุลยพันธ์ X พลอย จริยะเวช

ยกซีอิ๊วก้นครัวมาเปิดตัวอยู่บนโต๊ะ

ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองแห่งสงขลา ก่อตั้งโดย นายสิน อดุลยพันธ์ ราว พ.ศ. 2466 เดิมทีในอดีตจำหน่ายผ้า สังฆภัณฑ์ จีวร รองเท้า ต่อมาได้เพิ่มจำหน่ายสินค้าแปรรูปจากทะเล โดยเฉพาะข้าวเกรียบกุ้งและปลา จนเคยคว้ารางวัลชนะเลิศในงานกอุพากัม การประกวดผลผลิตอันเกิด 3 สามกัม (กรรม) คือ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม 

ทุกวันนี้ร้านอายุเฉียดร้อยสืบสานมาถึงรุ่นที่สามและสี่ อย่าง ฉวรรณา กิติคุณ, พิเนต กิติคุณ และ พิมลภา กิติคุณ ตามลำดับ โดยทั้ง 3 ยังคงให้ความสำคัญกับผลผลิตที่สดใหม่จากประมงท้องถิ่นและผลไม้แปรรูปที่คัดแต่ผลไม้ที่ดีที่สุดไม่เปลี่ยนแปลง

พลอย จริยะเวช นักเขียนและนักออกแบบจากสํานักพิมพ์โอเพ่นบุ๊คส์ ยังคงติดใจในรสชาติซีอิ๊วหวานและน้ำพริกเผาจากร้านสิน อดุลยพันธ์ เสมอมา เธอจึงนำมารังสรรค์ในบรรจุภัณฑ์ขนาดพอเหมาะตั้งบนโต๊ะอาหาร ด้วยอยากให้สินค้ามีโอกาสออกมานอกครัวบ้าง

“สินค้าของที่นี่ส่วนใหญ่มักถูกเก็บไว้ที่ก้นครัว ทำกับข้าวเสร็จแล้วก็หยุดอยู่ตรงนั้น เราอยากให้เขาได้มาโชว์บนโต๊ะ หรือได้อยู่ในรูปแบบของของฝากบ้าง เพราะเราเองก็เป็นแฟนสินค้าของที่นี่อยู่แล้ว” 

ทั้งนี้ นักออกแบบผู้เป็นแฟนคลับตัวยงยังจับมือกับนักปั้นอย่าง อาจารย์ผดุงเกียรติ รัตนศรี ในการออกแบบชุดถ้วยจากดินสงขลาเพื่อส่งเสริมอรรถรสในการรับประทาน และสำหรับนักชิมยังมีชุด Catch of the Day Bag ที่แบ่งออกเป็น Fruit of the Sea บรรจุข้าวเกรียบกุ้ง ปลา ซองเล็กคู่กับน้ำพริกเผาและถ้วยกระเบื้องเคลือบขาวและ ชุด Fruit of the Tree ที่ประกอบไปด้วยลูกหยีทรงเครื่อง มังคุดกวน พร้อมอ่านเพลินไปกับ Storybook เล่มพิเศษที่บรรจงเขียนและลงสีลายเส้นอย่างประณีต

“คนสงขลาจับปลา ทำประมง เราก็เลยเอาน้ำพริกเผาและข้าวเกรียบมาใส่ในถุงส้ม เป็นกิมมิกเหมือนแหดักปลา แล้วก็นำเรื่องราวของร้านมาทำเป็น Storybook บอกเล่าเรื่องราวเกือบร้อยปีของที่นี่ บอกเลยว่าสนุกมาก เราได้ตอบหลายคำถามที่คนสงสัย เช่น ทำไมร้านนี้ถึงมีสีสันที่เหมือนหลุดมาจากหนังของ Wes Anderson ถ้าอยากรู้ต้องลองซื้อไปกินและอ่านดูแล้วล่ะ”

สิน อดุลยพันธ์

ที่ตั้ง : 199 ถ.นครใน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 0 7431 1041

09

ยินดี X NA studio

ของดี อย่างดี จากร้านยินดีโฉมใหม่

ร้านสินค้าแปรรูปจากวัตถุดิบท้องถิ่นที่ยืนยันคุณภาพผ่านกระบวนการผลิตมานานกว่า 70 ปี ส่งต่อกรรมวิธีตั้งแต่รุ่น คุณย่าทวดยินดี รัตนปราการ สู่รุ่นคุณป้ารุ่นที่ 3 คณธร รัตนปราการ ปัจจุบันสืบทอดโดยรุ่นที่ 4 คือ กิ๊ฟ-กมลพร รัตนปราการ การันตีด้วยจุดขายที่ระบุคุณภาพผ่านของดี อย่างดี พร้อมให้ลูกค้ารู้สึกยินดีเมื่อได้รับสินค้าส่งตรงถึงมือ 

สินค้าที่ขาดไม่ได้ถ้ามายินดี คือ ข้าวเกรียบชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะข้าวเกรียบที่ทำจากกุ้งแชบ๊วยในทะเลสาบ ที่จะเหนียวนุ่ม หอมกรุ่น น้ำบูดูเค็ม บูดูหวานทำจากปลาไส้ตันคัดพิเศษ และลูกหยีอย่างดีจากธรรมชาติ ไม่แต่งสี กวนแล้วมีความหนึบหนับ รสชาติหวานอมเปรี้ยว ละมุนลิ้น

ด้วยความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ นำมาสู่รูปแบบฉลากและโลโก้ที่แตกต่าง ซึ่งไม่สะดวกต่อการใช้งาน การจับมือระหว่างยินดีและ NA studio จึงเป็นโอกาสในการสร้างตัวตนของร้านให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 ณฐธรรม โรจน์อนุสรณ์ ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเรกเตอร์แห่ง NA studio พยายามทำให้โลโก้และลวดลายในผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สอดคล้องกันมากขึ้น ทั้งบนถุงและฉลาก โดยนำงานออกแบบดั้งเดิมอายุ 70 ปีของคุณย่ามาต่อยอดลงในแพ็กเกจจิ้ง ทั้งยังเปลี่ยนจากถุงเป็นกล่องเพื่อให้ง่ายต่อการขนส่ง

“รู้สึกประทับใจมาก ๆ การได้งานทำร่วมกับคนในชุมชน ได้รู้จักกับร้านค้าดั้งเดิม ทำให้รู้สึกถึงความอบอุ่นจริง ๆ ดีใจนะที่ได้นำคุณค่าของผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมมาแต่งหน้าทำผมใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงง่ายขึ้น” ณฐธรรมเล่าด้วยรอยยิ้ม

ร้านยินดี

ที่ตั้ง : 206-8 ถ.นครใน ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 0 7431 1028

10

แต้เฮี้ยงอิ้ว X Trang Koe

ซอสต้มยำ-เต้าหู้ยี้ คู่ซี้สองธาตุ

จากสองเมนูชูรสฉบับนายแต้เฮี้ยงอิ้วอย่างเป็ดพะโล้และแกงจืดวุ้นเส้นผักกาดขาว ในรุ่นคุณพ่อที่เลือกปักหลักและแต่งงานกับหญิงสาวชาวสงขลา รับช่วงต่อโดยคุณแม่ จนสืบทอดสู่พี่สาวคนโตและเริ่มสร้างเป็นร้านที่เห็นปัจจุบันเมื่อ พ.ศ. 2520 เรียกได้ว่า เป็นตำรับอาหารครอบครัวที่ส่งต่อมากว่า 3 รุ่น ตั้งแต่รุ่นเตี่ย คุณแม่ รุ่นพี่ ๆ ทั้ง 4 คน โดยมี น้าเอียด น้องคนสุดท้องรับช่วงต่อตั้งแต่ พ.ศ. 2535 ทำหน้าที่แทนพี่สาวร่วมกับ น้าไพโรจน์ ผู้เป็นสามีจนถึงทุกวันนี้

ต้นทางความอร่อยของแต้เฮี้ยงอิ้ว มาจากวัตถุดิบสดใหม่ที่ต้องคัดแล้วคัดอีก โดยเฉพาะอาหารทะเลที่ต้องมาจากตลาดท่าเรือประมงเล็ก เต้าหู้ยี้ จากร้านเต้าหู้ยี้เสวย และน้ำพริกเผารสเด็ดจากร้านสิน อดุลยพันธ์ แสดงถึงความผูกพันของชุมชนที่อัดแน่นอยู่ในทุกคำ ทุกเมนู

ความร่วมมือครั้งนี้ เชฟอุ้ม-คณพร จันทร์เจิดศักดิ์ ตั้งต้นจากความรู้สึกรักและศรัทธาในการใช้วัตถุดิบของร้านแต้เฮี้ยงอิ้วที่สืบทอดมายาวนาน จนพัฒนาเป็นซอสอเนกประสงค์ 2 สูตรคือ ซอสเต้าหู้ยี้สีครีม ที่มีความเย็น เค็ม นุ่มลึก กับซอสต้มยำแห้ง สีแดงดำ เผ็ดร้อน ส่วนผสมที่สมดุลลงตัวสะท้อนคู่ของเรือนธาตุร้อนและเย็น ทั้งยังชูรสชาติการปรุงอย่างเชี่ยวชาญตามฉบับแต้เฮี้ยงอิ้ว สู่จานอาหารประจำบ้านที่ดัดแปลงเป็นเมนูสารพัดอย่างตามต้องการได้

“ทีแรกเราเสนอให้ขายอาหารแช่แข็งในช่วงโควิด เพราะหลายคนก็คงคิดถึงอาหารของแต้ฯ แต่ที่นี่ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมมาก เขาก็เลยไม่ซื้อไอเดียอาหารแช่แข็ง เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้พลาสติกในการห่อหุ้มบรรจุ เราก็เลยมาดูกันใหม่ว่า ในช่วงวิกฤต ถ้าลูกค้ามาซื้ออาหารไม่ได้ แล้วทำยังไงให้เขาพอจะลิ้มรสอาหารแบบฉบับร้านแต้ฯ ได้ ก็เลยมาลงที่ซอส ซึ่งก็เอารสชาติต้มยำแห้งที่ครอบครัวอยากนำเสนอ บวกกับเราเองชอบไก่ผัดเต้าหู้ยี้ของร้านนี้ จึงได้เป็นสองรสชาติที่ลูกค้านำไปประกอบอาหารทานที่บ้านตัวเองได้ในที่สุด”

ร้านแต้เฮี้ยงอิ้ว

ที่ตั้ง : 85 ถ.นางงาม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000 

โทรศัพท์ : 0 7431 1505

11

ยาจีนงี่เทียนถ่อง X Eden’s

เมื่อร้านยาชวนเปิดใจด้วยสมุนไพรในอาหารจานเด็ด

เมื่อการแวะร้านยาไทยจีนไม่ใช่แค่ยามเราเจ็บป่วย จากร้านยา 4 เจเนอเรชันที่เริ่มจากรุ่นทวด ที่ย้ายถิ่นฐานจากจีนแผ่นดินใหญ่มาปักหลัก ณ เมืองสงขลา และดำเนินกิจการเป็นร้านขายยาสมุนไพรไทยจีน ส่งต่อถึงรุ่นปู่ รุ่นพ่อแม่ และรุ่นของ ตี๋-เตชธร ตันรัตนพงศ์ กิจการแรกเริ่มมีทั้งการขายส่งและขายปลีก ทั้งในระโนด คลองแงะ ทุ่งลุง และ บริเวณโดยรอบเมืองสงขลา จนเป็นจุดกระจายสินค้าไปยังชุมชนต่าง ๆ นับเป็นร้านขายสมุนไพรรายใหญ่ของจังหวัดในช่วงเวลานั้น ก่อนที่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สมุนไพรจะเป็นสิ่งหายาก จึงคงไว้เพียงการขายปลีกหน้าร้านจวบจนปัจจุบัน

งี่เทียนถ่อง เป็นการอ่านตามสำเนียงจีนฮากกา งี่ แปลว่า สอง เทียน แปลว่า ฟ้า หรือ สวรรค์ รวมความกันหมายถึง ฟ้าหนึ่งคือฟ้านอกร้าน พอก้าวข้ามมาในร้านเสมือนเข้ามาอีกฟ้าหนึ่ง โดยอนุมานว่าคือสวรรค์ ใครเจ็บไข้ได้ป่วยก็มาเจียดยาจากสถานที่แห่งนี้ ช่วยพิสูจน์ให้เห็นว่า คุณค่าของสมุนไพรไม่ได้ใช้รับประทานเมื่อยามเจ็บป่วยเท่านั้น หากแต่ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประกอบอาหารเพื่อการบำรุงร่างกายอีกด้วย

หลังจาก นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ แห่ง Eden’s ได้ร่วมสนทนากับร้านขายยาสมุนไพรจีนโบราณอายุกว่า 100 ปี จึงพยายามหาจุดร่วมที่สมดุลระหว่างภาพลักษณ์ของร้านและบรรจุภัณฑ์ที่ร่วมสมัย เรียบง่าย เพื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ จนพบคำตอบที่เห็นพ้องกันว่า ควรให้คนตั้งต้นเปิดใจผ่านการนำเสนอสมุนไพรในรูปแบบอาหารเมนูดั้งเดิม เช่น ชุดสตูว์สงขลา ชุดพะโล้ ชุดตุ๋นไก่ ชุดตุ๋นหมู ซึ่งน่าจะเผยแพร่ออกไปในวงกว้างต่อได้ในอนาคต

“เราไม่ได้คิดว่าไปช่วยออกแบบเลย เพราะสิ่งที่เราทำจริง ๆ เหมือนกับการไปทำงานร่วมกันมากกว่า เราไม่เคยรู้จักที่นี่มาก่อน แต่พอได้รู้จัก เรารู้สึกว่านี่คือความมหัศจรรย์ มันเปิดโลกเรามาก ๆ เราได้เห็นการชั่งสมุนไพรด้วยตาชั่งแบบโบราณ แกะเครื่องยา กลิ่นตลบอบอวล ตรงหน้าคือความรักในอาชีพ ป๊าม้าของคุณตี๋ไม่ต้องพูดอะไรเลย แต่สิ่งที่เห็นคือภาพที่งดงามตามธรรมชาติ เราอยากให้ทุกคนได้เห็นสิ่งนี้” 

ร้านยาจีนงี่เทียนถ่อง

ที่ตั้ง : 59 ถ.นางงาม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000

โทรศัพท์ : 0 7431 1461

12

ฮับเซ่งสังขยา X Eden’s

จากสังขยาสูตรไหหลำ 100 ปีสู่เมนูอาหารเช้าโฉมใหม่ไม่รู้จบ

สภากาแฟยามเช้าที่ตั้งต้นจากรุ่นคุณพ่อที่เป็นพนักงานรถไฟ และหันมาตั้งต้นธุรกิจร้านน้ำชาใน พ.ศ. 2475 เปิดขายตั้งแต่เช้ายันค่ำ เดิมร้านตั้งอยู่ตรงฝั่งซ้ายของอาคาร a.e.y.space ต่อมาใน พ.ศ. 2517 ได้ย้ายมายังร้านซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบัน และยังคงเป็นจุดรวมตัวของวัฒนธรรมยามเช้า ใคร ๆ ก็ต้องมาแวะที่นี่ ไม่ต่างจากชื่อ ฮับเซ่ง ที่หมายถึง ‘รวมด้วยกันจนก่อให้เกิดความสำเร็จ’ 

ไฮไลต์สำคัญของร้านหนีไม่พ้นสังขยาไหหลำสูตร 100 ปีที่กวนเคี่ยวหลายต่อหลายชั่วโมง โดยมี ป้าบ่วย-ยุพิน เกียรติโชติชัย เป็นผู้สั่งวัตถุดิบกับร้านที่ซื้อขายกันมาเนิ่นนานและลงมือกวนเองทั้งหมด และมี น้าอ่าง-ปรก ปฐพีทอง น้องชายคอยช่วยดูแลเรื่องชา กาแฟ อย่างพิถีพิถัน

แต่เนื่องจากกรรมวิธีผลิตสังขยาที่ยาวนาน จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่บางครั้งสังขยาก็เสียก่อนจำหน่ายหมด นิรามย์ วัฒนสิทธิ์ แห่ง Eden’s ผู้หลงใหลและคลุกคลีในธุรกิจอาหารเช้า จึงหยิบสังขยาไหหลำมาดัดแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ในเมนูใหม่ทั้งขนมปังกดลาย และเครื่องดื่มร้อนเย็นแบบทานง่ายที่คุณสามารถแกร็บแอนด์โกแบบไว ๆ จะทานที่ไหนก็ให้รสชาติฉบับฮับเซ่งได้เหมือนเดิม

“เราเป็นลูกค้าอยู่แล้ว ไปกินชาที่นี่ทุกครั้งที่ไปสงขลา ทีแรกก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะช่วยอะไรเขาได้ เพราะเราชอบและนับถือในสิ่งที่เขาเป็นอยู่แล้ว” นิรามย์เริ่มเล่า

“เราใช้ขนมปังแบบเดิม ไซส์เดิม แค่ไปกดในแม่พิมพ์เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ลูกค้า ลูกค้าเก่าแก่อาจจะชอบแบบเดิม แต่ลองแบบใหม่ดูก็ไม่เสียหาย แล้วเราก็เพิ่มกระดาษห่อ ที่ภายในเล่าประวัติความเป็นมาของสังขยา นอกจากกระดาษห่อจะช่วยให้ขนมกินง่ายขึ้น คนที่กินก็จะได้รู้เรื่องราวของสังขยาไหหลำด้วย”

ร้านฮับเซ่ง

ที่ตั้ง : 152 ถ.นางงาม ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา 90000

ภาพ : Made in Songkhla

Writer

สิรวิชญ์ บุญประสิทธิการ

มนุษย์ภูเก็ต เด็กนิเทศที่ทำงานพิเศษเป็นนักเล่าเรื่อง โกโก้ หนัง และฟุตบอล ช่วยให้เข้านอนอย่างมีคุณภาพ

สรรพสินค้า

ห้างสินค้าดีไซน์ คัดสรรโดย The Cloud

ถ้าพูดถึงงานหัตถกรรมไทยสักชิ้น จะนึกถึงอะไร ?

บางคนอาจจะมีภาพสารพัดข้าวของในพิพิธภัณฑ์ บางคนอาจจะนึกถึงการขับรถซอกแซกตามชุมชนในแต่ละจังหวัด 

ใช่ทั้งสองอย่าง แต่พิเศษไปกว่านั้น เพราะสรรพสินค้ารอบนี้ ชวนทุกคนมารู้จักกับงานคราฟต์ไทยที่แปลงโฉมให้ทันสมัย สวมใส่หรือหยิบใช้ในชีวิตประจำวันได้ กับ 10 แบรนด์ 10 ดีไซน์ แต่มีหนึ่งแนวคิดที่เหมือนกัน คือ อยากให้งานฝีมือและภูมิปัญญาเติบโต ใกล้ชิดวิถีชีวิต มีความเป็นสากล และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งข้าวของเครื่องใช้ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องประดับ

จะสายแต่งตัว แต่งห้อง เราคัดมาให้แล้ว! ถ้าชอบแบบใด ร้านไหน ทักไปคุยเรื่องดีไซน์กับเจ้าของแบรนด์ได้เลย เกือบทุกร้านออกแบบตามความต้องการของลูกค้าได้ และทุกร้านก็มีแบบให้เลือกสรรมากมาย ตอบโจทย์ได้หลากหลายความชอบ

ตอนนี้ 10 แบรนด์พร้อมบอกต่อและเปิดแผงรอแล้ว ถ้านักอ่านพร้อม ก็ขึ้นเหนือไปเริ่มที่ร้านแรกกันเลย

01
อุดหนุนโต๊ะ เก้าอี้ไม้ เพิ่มความคลาสสิกให้บ้าน ที่ Studiomueja

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

สะ-หล่า แปลว่า ช่างหรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ

มือ-จา แปลว่า มือสาก เปรียบเสมือนมือของช่างฝีมือเก่าแก่ระดับเซียน

สล่ามือจา เป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้จังหวัดเชียงใหม่ เลือกใช้ไม้เก่าแก่สร้างจากฝีมือคนรุ่นใหม่อย่าง ปูน-ระพีพัฒน์ แก้วทิพย์ เขาใช้ทักษะทางการออกแบบจากหลักสูตรสถาปัตยกรรมไทยที่ร่ำเรียนมา ผสมผสานกับความชอบงานไม้ 

โรงรถเล็ก ๆ ที่บ้านจึงกลายเป็นสถานที่บ่มเพาะความสามารถ ปูนนำไม้ที่ถูกรื้อทิ้งตามบ้านเก่ามารังสรรค์เฟอร์นิเจอร์ไม้ นำรูปทรงจากของใช้พื้นถิ่นและธรรมชาติใกล้ตัว อย่างใบบัว ดอกไม้ มาปรับทรงใหม่ให้ร่วมสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายพื้นถิ่นไว้ ละเอียดจนถึงดีเทลการเข้าไม้ เขาใช้การเข้าสลักเดือยแทนตะปู น็อต สกรู ใช้ขี้ผึ้งเคลือบสีไม้แทนแลคเกอร์หรือสีสังเคราะห์ เพราะไม่อยากให้เท็กซ์เจอร์ไม้หายไป ปูนเล่าว่าเสน่ห์ของไม้เก่าคือสีและลายเสี้ยนไม้ เป็นเอกลักษณ์ที่หาจากไม้ใหม่ไม่ได้

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

ไม่เพียงแค่ไม้ที่ปูนสนใจ งานหัตถกรรมอื่น ๆ เช่น จักสาน เซรามิก ก็ดึงความสนใจเขาได้ไม่น้อย จนเกิดเฟอร์นิเจอร์ลูกผสมระหว่างไม้สักกับเซรามิก ซึ่งเขาทำงานร่วมกับ Inclaystudio และอยากตามหาการทำงานร่วมกันกับหัตถกรรมแขนงอื่น ๆ อีก 

“ผมอยากเห็นการทำงานศิลปะระหว่างคนในท้องถิ่นกับพื้นที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ เผื่อมันจะเกิดคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ในอนาคต” 

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

สินค้าน่าอุดหนุน : โต๊ะไม้สักเก่าผสมเซรามิก เก้าอี้สาวสันทราย

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : studiomueja

02
มิกซ์แอนด์แมตช์แฟชั่นร่วมสมัยกับกลิ่นอายท้องถิ่น ที่ Kalm Lifestyle Store

Kalm Lifestyle Store เป็นร้านขายสินค้าขนาดกะทัดรัดใน Kalm Village พื้นที่ที่ตั้งใจเป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะหัตถกรรมสมัยใหม่ และพยายามผลักดันให้ศิลปะอยู่ในชีวิตประจำวันในหลายบทบาท โดยหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่กลางเวียง จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อขึ้นชื่อว่า Lifestyle Store จึงมีข้าวของหลากหลายประเภทเพื่อตอบโจทย์คำว่า ‘ไลฟ์สไตล์’ อย่างครบถ้วน เริ่มต้นตั้งแต่เสื้อผ้า กระเป๋า เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน โดยแบ่งคอนเซ็ปต์ของสินค้าออกเป็น 2 ส่วน คือดั้งเดิมที่วัสดุและดั้งเดิมที่ดีไซน์

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

  ดั้งเดิมที่วัสดุ คือการทำงานผ้าพื้นเมืองร่วมกับชุมชน เป็นการเล่าเรื่องท้องถิ่นและเทคนิคผ่านวัสดุ เช่น การมัดย้อม การย้อมคราม หรือกระบวนการทำผ้าที่แจ้ซ้อน จังหวัดลำปาง เมื่อทอผ้าหรือปั่นด้ายเสร็จ ต้องเอาไปจุ่มน้ำในบ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อนให้ผ้านุ่มขึ้น ส่วนดั้งเดิมที่ดีไซน์ คือใช้ผ้าพื้นเมืองสมัยใหม่ แต่เล่าเรื่องท้องถิ่นผ่านการออกแบบตามแพตเทิร์นยุคโบราณ เช่น นำผ้าลินินมาตัดเย็บเป็นกางเกงเล (ได้แรงบันดาลใจมาจากกางเกงสะดอของคนเหนือ) หรือ เสื้อคอจีนโบราณผ้าใยกัญชง โดยใช้แหล่งผ้าจากทั่วประเทศ อาทิ สกลนคร อุดรธานี เชียงใหม่ ลำปาง นครศรีธรรมราช นครราชสีมา ฯลฯ แถมทำงานร่วมกับแบรนด์งานคราฟต์ท้องถิ่นสุดสนุกอย่าง Slowstitch Studio ในคอลเลกชัน Kalm x Slowstitch Studio และบินไกลร่วมงานกับช่างฝีมือจากบังกาลอร์ ประเทศอินเดียด้วย

เหตุผลที่สองพี่น้อง ทราย-อัจฉริยา โรจนะภิรมย์ และ กรวด-อารยะ โรจนะภิรมย์ ตั้งใจสร้างหมู่บ้านศิลปะและวัฒนธรรมขึ้นมา เพราะความรักในงานคราฟต์ อยากให้คนเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายและซึมซับได้ในชีวิตประจำวัน พร้อมมุมมองของทรายว่า

“ศิลปหัตถกรรมคือความสวยงามรูปแบบหนึ่ง ศิลปะมันจรรโลงใจ หัตถกรรมเป็นสิ่งของเครื่องใช้ เมื่ออยู่รวมกัน นอกจากสวยงามแล้วยังมีเรื่องราว อาจทำให้คนเห็นแล้วประทับใจและมีความสุข ซึ่งมันร่วมสมัยมาก แค่ต้องนำเสนอในพื้นที่ที่เหมาะสม”

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

สินค้าน่าอุดหนุน : เสื้อมัดย้อมเทคนิค itajime เสื้อคอจีนโบราณผ้าใยกัญชง กางเกงผ้าไหมแดนอีสาน

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

เว็บไซต์ : www.kalmvillage.com/shop

Instagram : kalmlifestylestore

03
นุ่งผ้าซิ่น สวมผ้าทอ ฉบับล้านนาเชียงใหม่ ที่ Wasin Thai Textile

Wasin Thai Textile เกิดจากความชื่นชอบและรักในผ้าทอพื้นเมืองดั้งเดิมของ วสิน อุ่นจะนำ ตั้งแต่สมัยเรียนสาขาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตอนนั้นเขาไปออกภาคสนามและลงชุมชนทอผ้า พร้อมเห็นวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวบ้าน จึงเริ่มสนใจเรื่องผ้า ประกอบกับรักประวัติศาสตร์เป็นทุนเดิม เขาจึงศึกษารูปแบบการทอผ้าดั้งเดิมแล้วนำมาปรับให้ร่วมสมัย

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

วสินมองว่าผ้าเป็นศิลปะวัตถุที่ไม่เหมือนโบราณวัตถุประเภทอื่น ๆ เพราะมีระยะเวลา อยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์ที่สุด เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจึงสะท้อนแนวคิด วิธีคิด หรือการมองโลกทุกอย่างได้ชัดเจน และสะท้อนสภาพสังคมของมนุษย์ในแต่ละยุคได้ดีที่สุด

“เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนออกมาบนผ้า ผ้าทิ้งร่องรอยบางอย่างให้เราแกะรอยอดีตได้” วสินเปรย

ผ้าทอล้านนาทุกผืนของแบรนด์จึงทอออกมาพร้อมกับประวัติศาสตร์ที่เจ้าของแบรนด์ต้องการจะสื่อ แต่ปรับดีไซน์ ลวดลาย สี ให้ใช้ในชีวิตประจำวันง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากฝีมือของช่างทอในอำเภอฮอด อำเภอหางดง อำเภอแม่แจ่ม และอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทอผ้ากันมาเนิ่นนานกว่าครึ่งชีวิตและปรารถนาให้ภูมิปัญญานี้คงอยู่ต่อไป

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

สินค้าน่าอุดหนุน : เสื้อปั๊ดทรงดั้งเดิม ซิ่นตีนจกไหมสอดดิ้นลายโบราณฉบับเชียงใหม่ ซิ่นลุนตยาอะเชะต่อตีนจก

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : wasin_thaitextile

04
ช้อปปลอกหมอนอิงและเสื่อทอมือสุดทนทาน ที่ Ohm collection 2020

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

หากใครกำลังมองหาปลอกหมอนอิงเก๋ ๆ พรมถัก งานคราฟต์แบบฉบับผ้าฝ้ายทอมือดั้งเดิม เพิ่มเติมคือปรับให้เข้ากับสมัยใหม่ จากฝีมือของคุณลุงคุณป้าในครอบครัว ร่วมกับช่างในชุมชนบ้างตามโอกาส ขอชวนอุดหนุน Ohm collection 2020

“อยู่กับผ้ามาตั้งแต่เรียนหนังสือ ผ้าครีเอตได้หลายอย่าง แค่ต้องให้เข้ากับยุคสมัย” โจ-พิสิฎฐ์ อมรฐิติพงศ์ เปรย

เขาเติบโตมาในบรรยากาศการทอผ้าของที่บ้าน เจ้าตัวเองก็เคยเป็นพ่อค้าขายผ้าที่จตุจักร นั่นทำให้เขาหลงเสน่ห์ของผืนผ้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อโลกหมุนมาจนถึงปี 2022 โจคิดว่าผ้าทอพื้นเมืองแบบดั้งเดิมอาจถูกแขวนไว้ในตู้มากกว่าการอวดโฉมในชีวิตประจำวัน เขาจึงเติมความทันสมัยเข้าไปในงานทอทุกชิ้นของ Ohm collection 2020 หยิบเทคนิค Sakiori Weaving จากญี่ปุ่นมาปรับใช้ คล้ายลายน้ำไหล มีความสั้นยาวไม่เท่ากันเสมือนลวดลายกราฟิก เพื่อเพิ่มมิติให้ผลงาน ฉีกออกจากสไตล์ผ้าทอผืนเดิม ๆ และมีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งเขาแปลงผ้าผืนเป็นปลอกหมอนอิงน่าหนุน เนื้อทอแน่น ทนทาน รับประกัน!

และพรมประดับห้องแสนอบอุ่น มีให้เลือกหลายขนาดตามการใช้งาน แถมมีเสื่อปิกนิกด้วย พกไปไหนก็สะดวก

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

สินค้าน่าอุดหนุน : เสื่อผ้าฝ้ายทอมือ ปลอกหมอนอิงทอดึงเส้นด้าย ยกลายข้าวหลามตัด

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : ohmcollection 2020

05
สวมสร้อยเงิน สร้อยถัก สร้อยทองพร้อมจี้หินธรรมชาติ ที่ Keesalak

‘กี่สลัก’ เครื่องมือทำทองโบราณของครอบครัว น้อยหน่า-ภัทร์พิชชา จันทร์เผ่าธนัน ถูกนำมาตั้งเป็นชื่อแบรนด์เพราะเธอเติบโตมาในครอบครัวที่คุณตากับคุณแม่เป็นช่างทำทองประจำจังหวัดสุโขทัย ซึ่งเธอหลงรักงานคราฟต์มาแล้ว 15 ปี

สมัยที่น้อยหน่าเรียนท่องเที่ยว เธอมีโอกาสไปทำทัวร์ที่เชียงใหม่ จึงคลุกคลีและเห็นวัฒนธรรมของชาวบ้าน งานฝีมือ และถนนคนเดิน บวกกับชื่นชอบงานคราฟต์เป็นทุนเดิม ปักนู่นเย็บนี่ตั้งแต่เด็ก น้อยหน่าจึงเริ่มต้นจากทำกำไลเชือกถักขายควบคู่กับงานทัวร์ เมื่อสิ่งที่เธอชอบขายได้ดี จึงตัดสินใจลาจากวงการท่องเที่ยวสู่เจ้าของแบรนด์คราฟต์เต็มตัว และชวนน้องสาว น้อยโหน่ง-กฤษราภัสร์ จันทร์เผ่าธนัน ซึ่งเรียนจบสายตรงจากหลักสูตรออกแบบเครื่องประดับ มารับหน้าที่จิวเวลรี่ดีไซเนอร์ประจำแบรนด์

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

เอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดอย่างในงานของกี่สลักทุกชิ้น คือหิน เป็นหินดิบธรรมชาติพบในหลายจังหวัดของไทย เช่น ไพลินน้ำเงินอมเขียวจากจังหวัดจันทบุรีและกาญจนบุรี ควอตซ์สีขาวใสหรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าเขี้ยวหนุมานจากจังหวัดลำปาง 

“เราใช้เทคนิคดั้งเดิม ทำชิ้นต่อชิ้น แต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน เสน่ห์มันอยู่ตรงนี้ และเราใช้หินกำหนดชิ้นงาน หินมารูปทรงไหน เราทำรูปทรงนั้นเลย แล้วเอามาประกอบกัน สุดท้ายแล้วงานที่เราทำไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นคุณภาพมากกว่า”

สองพี่น้องตามหาหินดิบจากไทยและเทศมาทำสร้อย โดยใช้เครื่องมือทำทองสมัยคุณตา เพิ่มเรื่องราวและความคลาสสิกให้กับเครื่องประดับชิ้นโปรด ผสมกับเครื่องเงินเอกลักษณ์ของสุโขทัย ที่ใช้ลวดเส้นเล็ก ๆ มาขดถักเป็นสร้อย บางทีใช้สองเส้นมาพันเกลียวดัดกรอบเป็นลายธรรมชาติน่ารัก ๆ ทั้งดอกไม้ แมว กระต่าย นก มอนสเตอร่า, สร้อยหนึ่งเส้นเลยเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ท้องถิ่นทุกอณู

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

สินค้าน่าอุดหนุน : สร้อยคอ สร้อยข้อมือประดับจี้หินดิบธรรมชาติ สไตล์เครื่องเงิน ทองเหลือง และเชือกถัก 

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : keesalak

06
สั่งทำกระเป๋าดิ้นทองจากศิลปะชั้นสูงเทคนิคเดียวกับหัวโขน ที่ Anucha Songserm

หลายคนคงคุ้นเคยกับลวดลายปักดิ้นทองบนสไบ ชุดไทย หัวโขน และรู้จักดีว่านี่คือศิลปะชั้นสูงของไทยโบราณ

เมื่อกาลเวลาเปลี่ยน ศิลปะก็ปรับตัวตาม ให้กลมกลืนกับชีวิตคนและให้ภูมิปัญญาสืบต่อไปได้

เมฆ-อนุชา ส่งเสริม บัณฑิตวิชาหัตถศิลป์ไทย เขาเรียนรู้การปักดิ้นทองครั้งแรกสมัยเป็นนักศึกษาปี 3 เริ่มจากปักดินข้อโปร่งเรียงเส้น ถมด้วยดิ้นอีกชนิดหนึ่ง ต่างจากการปักผ้าทั่วไปที่ใช้วัสดุเป็นเส้นโลหะเพื่อให้เกิดความนูน หลังจบการศึกษาจากวิทยาลัยเพาะช่าง เมฆจึงพาเทคนิคการปักดิ้นทองย้ายแพลตฟอร์มจากหัวโขนมาสู่กระเป๋าและตาลปัตร เพื่อให้งานหัตถกรรมไทยเข้าถึงผู้คนมากขึ้น 

ถ้าใครสนใจ ขอแค่เลือกสีที่ชอบ เลือกทรงกระเป๋าที่ใช่ ที่เหลือเป็นหน้าที่ของเมฆ เขาจะออกแบบสารพัดลาย เช่น ลายก้านขดดอกพุดตาน มีความยากตรงการวางลายให้เข้ากับกระเป๋าแต่ละแบบ และความเนี้ยบที่ช่างฝีมือละเลยไม่ได้ 

10 แบรนด์คราฟต์ไทยสุดเก๋ ตั้งแต่เสื้อฮาวายบาติก สร้อยคอหินดิบ ยันเก้าอี้สล่าล้านนา

งานละเอียดขนาดนี้ใช้ทักษะอย่างเดียวคงไม่พอ ใจต้องรักด้วย ซึ่งด่านหินสุดยอดที่ว่าเมฆก็ผ่านมาได้ เพราะ

“เราคิดเสมอว่าจะพัฒนางานเราให้ดีขึ้นยังไง ซึ่งอุปสรรค์ใหม่ ๆ เหล่านั้นจะทำให้งานเราพัฒนา”

สินค้าน่าอุดหนุน : กระเป๋าปักดิ้นทอง (เลือกสี เลือกทรงกระเป๋าได้) ตาลปัตรปักดิ้นทอง

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : Anuchasongserm

07
อุดหนุนถ้วยชามเบญจรงค์ลายน่ารัก น่าใช้งาน ที่ อัมพวาเบญจรงค์

ตั้งแต่อายุ 11 ขวบจนถึงปัจจุบัน เอ็ม-นันทปรีชา สระทองโฉม ใช้ชีวิตที่มีเบญจรงค์เป็นส่วนประกอบมาตลอด เพียงแต่เปลี่ยนบทบาทจากลูกจ้างมาเป็นเจ้าของแบรนด์ เขาไม่รู้ว่าให้ใจกับงานนี้ตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็รักจนเป็นอาชีพไปแล้ว

สีสันสดสวย เงางาม ดูเปล่งประกาย ภายใต้ลวดลายวิจิตรบรรจงชั้นสูง คือเอกลักษณ์ของอัมพวาเบญจรงค์ เอ็มใช้พู่กันเขียนลายแทนการใช้ไซริงค์ ซึ่งเสน่ห์ของพู่กันอยู่ที่ลายเส้นอ่อนช้อยและเป็นธรรมชาติ ตวัดวาดลายชั้นสูงโบราณจำพวกงานถมทอง ลายเทพพนมนรสิงห์ ลายข้าหลวงใหญ่ ลายกุหลาบน้ำทอง ลายดอกเบญจมาศ เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ศิลป์มากมายน่าถ่ายทอด ซึ่งอัมพวาเบญจรงค์เน้นการพลิกแพลงให้เข้ากับสมัยใหม่ ควบคู่ไปกับรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิม จึงมีถ้วยชามเบญจรงค์ลายโบราณและลายประยุกต์ให้จับจองไปประดับที่บ้าน หรือจะใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่เคอะเขิน 

“เราต้องปรับให้เข้ากับยุคสมัย เพื่อให้ภูมิปัญญาไปต่อได้เรื่อย ๆ เพราะทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว” เอ็มย้ำ

แบรนด์คราฟต์ไทย หยิบ 10 ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเติมให้ทันสมัยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

สินค้าน่าอุดหนุน : กาพร้อมชุดกาแฟ ลายก้านต่อดอก ชุดกาน้ำชา ลายเทพพนม นรสิงห์

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : amphawabenjarong

08
หิ้วกระเป๋ากระจูดสาน งานแฮนด์เมดแสนละเอียดสไตล์บ้านเนินธัมมัง ที่ nern28

แบรนด์คราฟต์ไทย หยิบ 10 ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเติมให้ทันสมัยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ย้อนกลับไป 3 ปีที่แล้ว ณ บ้านเนินธัมมัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หนุย-ศุทธินี บัวชุม ถูกตาต้องใจเสื่อกระจูดสานผืนหนึ่งของชาวบ้าน เธอจึงสั่งทำแล้วนำมาลองโพสต์ขายเล่น ๆ แต่ดันมีคนญี่ปุ่นสนใจจริงจัง นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ nern28 เกิดขึ้น 

กระจูดคือต้นไม้ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติละแวกป่าพรุควนเคร็ง ชาวบ้านที่เนินธัมมังนิยมสานกระจูดเป็นอาชีพเสริม สานเป็นกระเป๋าใส่ของ เสื่อนั่งเล่น กระสอบใส่ข้าวสาร เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พบได้มากในจังหวัดนครศรีธรรมราช และควรได้รับการสืบสานต่อไป

แบรนด์คราฟต์ไทย หยิบ 10 ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเติมให้ทันสมัยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

หนุยจึงเลือกทำกระเป๋า เพราะเป็นสิ่งที่คนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งที่โดดเด่นของ เนิน28 คือใช้กระจูดเส้นเล็กเพื่อให้ชิ้นงานละเอียด และผิวสัมผัสนิ่มกว่าเส้นใหญ่ เลือกใช้วิธีธรรมชาติในการกันเชื้อรา ด้วยการตากแดดในระดับที่ไล่ความชื้นได้พอดีแทนการเคลือบกาว วางไว้มุมตู้ได้โดยไม่ต้องกลัวเสียทรง เพราะเจ้ากระเป๋ากระจูดนุ่มและนิ่มพร้อมรองรับในทุกพื้นที่และทุกไลฟ์สไตล์

สินค้าน่าอุดหนุน : กระเป๋ากระจูดสานทรงเรียบง่าย (มีหลายขนาด หลายทรง)

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : nern28

09
สนับสนุนช่างฝีมือชุมชนผ่านกางเกงยีนส์และหมวก Miki Hat ที่ concur.patchwork

งานแพตช์เวิร์กของ concur.patchwork เกิดขึ้นเพื่อสร้างอาชีพให้คนในชุมชน

ฮุสนีย์ สาแม ชายหนุ่มจากจังหวัดยะลา เติบโตมาพร้อมกับการเห็นปัญหาด้านความเป็นอยู่ของคนในชุมชน บางครอบครัวเลือกงานไม่ได้จึงทำงานหนักที่รายได้น้อย บางครอบครัวมีรายได้ทางเดียว กรีดยางตั้งแต่ตี 4 – 7 โมงเช้า เพื่อแลกมากับราคายางตกต่ำ เขาตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ จึงตั้งใจกระจายงานให้หลาย ๆ บ้าน เพื่อให้เพื่อนพ้องน้องพี่มีรายได้เพียงพอต่อการดำเนินชีวิต โดยเขาเป็นตัวกลาง เชื่อมตนเองระหว่างชุมชนกับโลกออนไลน์ โดยแบ่งหน้าที่การทำงานเป็นสร้างทีม คือทีมวางแพตเทิร์นและทีมตัดเย็บ 

แบรนด์คราฟต์ไทย หยิบ 10 ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเติมให้ทันสมัยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

เอกลักษณ์ของ concur.patchwork คือการนำเทคนิคแพตช์เวิร์กจากญี่ปุ่นมาดัดแปลงให้เข้ากับบริบทของชุมชน เอาเศษผ้าจากท้องถิ่นมาเป็นส่วนหนึ่งในงาน เพื่อแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านเครื่องแต่งกาย เช่น ผ้าบาติก มาปะกางเกง บางทีก็เอาเศษผ้าจากภาคเหนือมาผสมผสาน งานที่ออกมาเลย Multiculture มีเรื่องราว เล่าได้ เพิ่มมูลค่าให้เศษผ้าที่ไม่ใช้แล้วและกางเกงยีนส์มือสอง

“เราเอาเศษผ้าสวย ๆ ที่แทบไม่มีราคา และกางเกงยีนส์ขาด ๆ ที่ดูไม่มีราคาเหมือนกัน มาดีไซน์ใหม่ นอกจากลดต้นทุนแล้ว เรายังสร้างคุณค่าและมอบชีวิตใหม่ให้กางเกงพวกนั้นด้วย” ฮุสนีย์เล่าอีกหนึ่งจุดประสงค์ของแบรนด์เล็ก ๆ ประจำชุมชน

นอกจากกางเกงยีนส์สุดเท่ที่เราว่าไปแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไอเท็มน่ากดลงตะกร้า นั่นก็คือ หมวก Miki Hat เป็นหมวกทรงกลม ไร้ปีก บางคนเรียกว่าหมวกฟิชเชอร์แมน ผสมกับเอกลักษณ์ของ concur.patchwork ที่ไม่ลืมนำเศษผ้าพื้นถิ่นมาปะบนหมวกด้วย

แบรนด์คราฟต์ไทย หยิบ 10 ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเติมให้ทันสมัยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

“ผมจ่ายค่าจ้างเป็นชิ้นงาน เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้เขาขยันทำงาน ถ้าส่งงานให้ผม 10 ตัว ผมให้ข้าวสาร 5 กิโล และเงินค่าจ้างต่างหาก อย่างน้อยเขาประหยัดค่าข้าวสารได้ และมีรายได้เพิ่มขึ้น 4,000 – 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งมันทำให้คุณภาพชีวิตเขาดีขึ้น” 

ทุกการสั่งซื้อ แบรนด์จะแบ่งกำไร 1 ส่วน 3 จากการขายปันผลให้คนในชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เพียงพอหล่อเลี้ยงครอบครัว รวมถึงนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของสตรีช่างฝีมือที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในชายแดนใต้ ซึ่งลูกค้าเองก็ได้เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างคุณค่าและสร้างงาน สร้างอาชีพให้ชุมชน แถมยังได้งานอาร์ตที่มีชิ้นเดียวในโลกและความสุขใจ

concur.patchwork จึงเป็นแบรนด์ที่ตั้งใจแบ่งปันพลังงานดีระหว่างผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ผลิตอย่างแท้จริง

สินค้าน่าอุดหนุน : กางเกงยีนส์ หมวกฟิชเชอร์แมน เสื้อคลุม สไตล์ Patchwork

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

Instagram : concur.patchwork

10
ใส่เสื้อฮาวายเทคนิคบาติกจากสงขลาท้าลมร้อน ที่ Bungalow17

แบรนด์คราฟต์ไทย หยิบ 10 ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเติมให้ทันสมัยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ลมร้อนยังไม่สิ้นสุด เป็นสัญญาณบอกว่าต้องเตรียมพร้อมในทุก ๆ ซัมเมอร์ (ของประเทศไทย)

ทะเลคงเป็นภาพแรกที่วิ่งเข้ามาในหัวเมื่อได้ยินคำว่าฤดูร้อน เราอยากชวนนักอ่านและนักช้อปมาชมบังกะโลออนไลน์แห่งนี้ พร้อมเลือกเสื้อโอเวอร์ไซส์บาติกสีที่ชอบ ลายที่ใช่ ใส่ไปรับลมริมเลด้วยกัน จะใส่เป็นคู่ ใส่คนเดียว หรือใส่ยกก๊วนก็ยังได้

ชาญ หม้อกรอง สร้างสรรค์โปรเจกต์บังกะโลขึ้นมาเพื่ออยากให้ Bungalow17เป็นรีสอร์ตไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างกำลังจะเกิดขึ้นผ่านเสื้อผ้า ของใช้ ของกิน และอีกสารพัดไอเดีย ซึ่งบังกะโล 17 หลังนี้ เปิดประตูบานแรกที่เทคนิคบาติก ชาญทำงานร่วมกับร้านสงขลาบาติก ซึ่งมีประสบการณ์กว่า 20 ปี ใช้เทคนิคและภูมิปัญญาดั้งเดิม สนุกขึ้นมาอีกนิดด้วยการวาดพู่กันแทนการเขียนเทียน และเปลี่ยนสีให้สดขึ้น ไม่เหมือนภาพบาติกที่หลายคนคุ้นเคย เขาใส่ความโมเดิร์นเข้าไป พร้อมปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตสังคมปัจจุบัน 

แบรนด์คราฟต์ไทย หยิบ 10 ภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเติมให้ทันสมัยและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ชาญไม่ได้ทำขึ้นเพื่อตอบสนองแพสชันของตัวเองเพียงอย่างเดียว แต่เขามองเชิงธุรกิจและคนที่จะมาทำงานร่วมกัน ถึงการก้าวเดินอย่างช้า ๆ และเติบโตไปพร้อมกัน เพราะเป็นคนต่างจังหวัดโดยกำเนิด สิ่งหนึ่งที่เขารู้สึกอยู่เสมอ คือ คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่ต้องแข่งขันกันเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ลงสนามทุนนิยมด้วยความจำเป็น จากบ้านมาไกลเพื่อหางาน หาเงิน เขาจึงอยากผลักดันให้งานคราฟต์ในแต่ละท้องถิ่นเติบโตขึ้น ให้เป็นที่ต้องการของตลาด เพื่อสร้างอาชีพให้คนได้ท้องถิ่นไปพร้อมกับการรักษาภูมิปัญญา

สินค้าน่าอุดหนุน : เสื้อเชิ้ตฮาวายผ้าลินิน เทคนิคบาติก มีให้เลือก 4 แบบ (ใส่ได้ทุกเพศ ทุกวัย)

ตามไปจับจองและครอบครองได้ที่

เว็บไซต์ : www.bungalow17.com

Instagram : bungalow 17.studio

Writer

ปิยฉัตร เมนาคม

หัดเขียนจากบันทึกหน้าที่ 21/365 เพิ่งค้นพบว่า สลัดผักก็อร่อย หลงใหลงานคราฟต์เป็นชีวิต ของมือสองหล่อเลี้ยงจิตใจ ขอจบวันง่าย ๆ แค่ได้มองพระอาทิตย์ตกจนท้องฟ้าเปลี่ยนสี วันนั้นก็คอมพลีทแล้ว

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load