แต่ก่อน ใครจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ไม้คุณภาพดีก็ต้องไปซื้อที่เมืองแพร่ เพราะไม้ทั้งสวย ดีไซน์ก็ดี ขึ้นชื่อว่าเป็นอันดับหนึ่งเรื่องไม้ของภาคเหนือ และไหน ๆ ก็ไปเยือนแล้ว ต้องไม่ลืมแวะไหว้พระธาตุช่อแฮเป็นสิริมงคลก่อนกลับบ้าน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าไปไม่ถึง 

เส้นทางท่องเที่ยวฉบับคนต่างถิ่นที่กล่าวมาคงเป็นจังหวัดแพร่ในความทรงจำของนักท่องเที่ยวหลายคนที่เคยไปเยือน แต่กลับแตกต่างจากผู้คนที่เติบโตที่นี่อย่างสิ้นเชิง เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว แพร่ไม่ใช่แค่เมืองที่ขับรถผ่าน แต่เป็นบ้านที่มีเรื่องราวมากมาย

กิ๊ก-กานต์ศิริ พิทยะปรีชากุล สไตลิสต์และแฟชั่นดีไซเนอร์ เจ้าของ Homelynestphrae โฮมสเตย์ดีไซน์สวยบอกอย่างนั้น จากมุมของคนจากบ้านไปแล้วกลับมาอีกครั้ง ทำให้เธอมองเห็นแพร่ในความทรงจำชัดขึ้น ทั้งย่านที่เติบโต ร้านประจำในวัยเด็ก อาหารรสมือคุณยาย และของอร่อยบนถนนเจริญเมือง ที่เป็นแรงบันดาลใจอยากให้เธอเล่าเรื่องเมืองแพร่แบบที่เธอเคยได้สัมผัสให้ทุกคนฟังอีกครั้ง

‘Made in Charoenmuang’ เป็นโครงการที่ชักชวน 5 ร้านดั้งเดิมบนถนนเจริญเมืองและเหล่านักสร้างสรรค์ในเมืองแพร่มากฝีมือ มาร่วมมือกันออกแบบงานดี ๆ และพัฒนาร้านเจ้าเก่าของวัยเก๋าด้วยดีไซน์ใหม่ ๆ โดยยังรักษาเอกลักษณ์และกลิ่นอายของอดีตที่หอมหวานเอาไว้แต่อย่างเดิม

โครงการนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA (Creative Economy Agency) ได้ชักชวน กิ๊ก และ ต้า-ศักดิ์สิทธิ์ ภัทรประกฤต จาก Wisdomative กลุ่มนักออกแบบที่ค้าผ้าและงานคราฟต์ มาออกแบบโปรเจกต์สนุก ๆ นี้ด้วยกัน ภายใต้ธีมอบอุ่นอย่าง ‘ฮ่อมคัมโฮม’

ฮ่อม มาจาก ใบห้อมซึ่งใช้ทำสีย้อมผ้าม่อฮ่อมขึ้นชื่อของคนแพร่ 

“คัมโฮม คือการกลับบ้าน” กิ๊กบอกกับเรา

 “เราจะได้เจอเพื่อน ๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์เท่านั้น เราอยู่บ้านตลอด ใช้ชีวิตแบบเดิมอยู่แล้ว เราเลยถามเพื่อน ๆ ว่าถ้ากลับบ้านมา อย่างแรกที่อยากทำคืออะไร ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากกลับมากินของอร่อยที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารรสมือแม่ หรือของดี ของเด็ดในเมืองแพร่ ร้านสตรีทฟู้ด โลคอลฟู้ด หรือแม้แต่ของฝาก อย่างน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกแดง น้ำพริกน้ำย้อย ที่สร้างเศรษฐกิจให้แพร่มานาน

“โครงการนี้จึงอยากให้คนที่มาเยือนหวนคิดถึงเมืองแพร่ ว่ากลับบ้านมาแล้วทำอะไร ถ้ามากิน เรานึกถึงย่านเจริญเมืองเป็นอันดับแรก เพราะย่านนี้อาหารอร่อย” 

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

‘เจริญเมือง’ เรียกได้ว่าเป็นถนนเส้นวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่ ถนนแห่งนี้ดูดซับประวัติศาสตร์ของเมืองแพร่เอาไว้มากมาย เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางการค้าของผู้คนในอดีต จะสัญจรไปไหนก็ต้องมาขึ้นรถบนถนนเส้นนี้ ทำให้สองข้างถนนตลอดทั้งสายเต็มไปด้วยร้านรวงมากมาย ทั้งร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม ไปจนถึงโรงมหรสพ ที่ตั้งอยู่ในอาคารทั้งแบบล้านนา ยุโรป และจีน

เมื่อเมืองขยายอาณาเขต ผู้คนบนถนนเส้นนั้นก็เริ่มย้ายออกไปอยู่ข้างนอก แม้แต่ครอบครัวของกิ๊กเองก็ย้ายออกไปห่างจากถนนเส้นเดิมอีก 2 คูหา มีย่านการค้าเกิดขึ้นมากมายเกิดขึ้นทั่วเมือง ‘เจริญเมือง’ ที่เคยเจริญรุ่งเรืองจึงกลายเป็นเพียงเรื่องราวในความทรงจำของผู้คนในยุคสมัยเท่านั้น มีเพียงโอกาสพิเศษอย่างวันสงกรานต์ที่ถนนเส้นนี้จะกลับมาคึกคักอีกครั้ง

ในฐานะที่เกิดและเติบโตที่นี่ กิ๊กและต้า จึงนำ ‘อาหาร’ จากร้านดั้งเดิมบนถนนเส้นนี้เป็นประตูเปิดต้อนรับให้คนรุ่นใหม่ที่อยากกลับบ้านและผู้มาเยือน รู้จักกับเจริญเมือง และเข้ามาดู มากิน มาชม ชุบชีวิตเจริญเมืองให้มีชีวาอีกครั้ง

เปี๊ยกกาแฟโบราณ x Kummee Studio

สภากาแฟแห่งแรก ๆ ของเมืองแพร่

เปี๊ยกกาแฟโบราณเป็นร้านกาแฟเก่าแก่ของเมืองแพร่ มีบาริสต้าวัยเก๋าที่คนแพร่รู้จักกันในนาม ‘ป้าเปี๊ยก’ เป็นคนชงอยู่ที่บาร์เล็ก ๆ หน้าร้าน ด้วยความรักในกาแฟ ป้าเปี๊ยกจึงรับไม้ต่อร้านกาแฟจากรุ่นคุณแม่และสานต่อมาถึงปัจจุบัน จนกลายเป็นร้านกาแฟโบราณเจ้าเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่บนถนนเจริญเมือง

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

เดิมร้านตั้งอยู่หน้าตลาดเทศบาล ศูนย์กลางความคึกคัก มีรถโดยสารเข้า-ออกทั้งวัน เพราะสมัยนั้นใครจะไปต่อรถไฟ ก็ต้องมารอรถเมล์ที่นี่ ร้านของป้าเปี๊ยกจึงกลายเป็นสภากาแฟให้ผู้คนแวะเวียนมาสร้างบทสนทนาไปโดยปริยาย

ปัจจุบันร้านย้ายมาอยู่ในคูหาหนึ่งของอาคารบนถนนเจริญเมือง ด้านในประดับประดาด้วยของสะสมเก่าแก่ที่ป้าเปี๊ยกชอบ เมนูเด็ดที่พลาดไม่ได้คือไข่ลวกกับปลาท่องโก๋ร้อน ๆ แต่ที่อร่อยกว่าอาหาร คือบทสนทนาที่เคล้าไปกับบรรยากาศเก่า ๆ ชวนคิดถึง แขกไปใครมาก็ต้องแวะกลับมาทักทายป้าเปี๊ยกคนเดิมเสมอ ป้าเปี๊ยกจึงไม่ใช่แค่คนธรรมดา แต่ยังถือเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจของย่านนี้เลยก็ว่าได้

เพราะป้าเปี๊ยกมีเรื่องราว จึงทำให้ Kummee Studio หยิบเอาความทรงจำเกี่ยวกับป้าเปี๊ยกมาออกแบบเป็นข้าวของ เครื่องใช้ ที่ทำให้นึกถึงป้าเวลาจิบกาแฟ 

โก้-ธัชพงศ์ พัฒนสารินทร์ ผู้มีไอเดียรักการปั้นตุ๊กตา ปัจจุบันเป็นช่างปั้นเซรามิกที่ใช้เทคนิคเขียนลายและเคลือบเผาเอง เมื่อได้ลงพื้นที่และทำความรู้จักกับป้าเปี๊ยก ก็เลยหยิบเอาคาแรกเตอร์อันชัดเจนมาสร้างสรรค์ผลงาน ออกแบบเป็นจาน ชาม แก้วกาแฟลายสวย รวมถึงแผ่นเมนูอาหารที่มีเรื่องเล่าของป้าอวลไปกับไอจากแก้วกาแฟ

เปี๊ยกกาแฟโบราณ

ที่อยู่ : 47/9 ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่ 

โทรศัพท์ : 0 5451 1819

แต๋วรวมมิตร x Warpzz Labs Creative Studiooh

ร้านขนมหวาน 50 ปีที่ยังมีรสมือเดิมตั้งแต่รุ่นคุณแม่

ปีนี้เป็นปีที่ 50 ของร้านขนมหวาน ‘แต๋วรวมมิตร’ ชื่อร้านอย่างไม่เป็นทางการที่คนเรียกติดปากจนกลายมาเป็นชื่อร้านจริง ๆ หลังจากป้าแต๋วจากไป ทายาทรุ่นสองก็เข้ามารับช่วงต่อ โดยคงรสมือของยุคป้าแต๋วเอาไว้ด้วยการใช้ทีมงานดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นคุณแม่

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

ในยุคของป้าแต๋วร้านเป็นเพิงเล็ก ๆ ตั้งอยู่ในตลาดอรทัย ทำกันเอง ขายกันเองในครอบครัว มีเมนูเด็ดเป็นซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ และไอศกรีมวานิลลาโฮมเมดที่มีให้เลือกทั้งแบบแห้งและน้ำ แบบแห้งคือไอศกรีมทรงเครื่องทั่วไป แต่ถ้าเป็นแบบน้ำจะพิเศษกว่าตรงที่ราดน้ำกะทิลงไปด้วย ในช่วงหน้าหนาวก็มีเมนูของหวานร้อน อย่างบัวลอย ถั่วดำ เต้าส่วน ท้าทายอุณภูมิหลักสิบปลาย ๆ ของเมืองแพร่ โดยปัจจุบันมีถึง 4 สาขา และยังมีเย็นตาโฟ เต้าหู้ยี้ สูตรคุณพ่ออยู่ในร้านเดียวกันด้วย

ด้วยความที่ทายาทรุ่นนี้เปิดใจเต็มที่รับความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย จึงตั้งใจมาเสมออยากรีแบรนด์แต๋วรวมมิตรให้เป็นร้านของหวานสมัยใหม่ เปลี่ยนชื่อให้ใหม่เข้าถึงรุ่นใหม่ได้ง่ายมาตั้งนานแล้ว เมื่อทั้งผู้ประกอบการและนักออกแบบได้มาพบกัน ทั้งคู่กลับพบแนวทางที่ต่างออกไป 

Warpzz Labs Creative Studiooh เป็นสตูดิโอทำงานออกแบบ สอนศิลปะและการแสดง โดย นิปัทม์ สุธิบุตร และ อิช์ค-กัลยทรรศน์ ชูวงษ์ ชาวเมืองแพร่โดยกำเนิดที่กลับบ้านมาสตูดิโอสอนร้อง เต้น เล่นละครในพื้นที่ของตัวเอง อิช์คเป็นแฟนตัวยงของแต๋วรวมมิตรมาตั้งแต่จำความได้ สิ่งที่เธอออกแบบจึงเป็นการเล่าเรื่องป้าแต๋วในความทรงจำให้คนอื่น ๆ ได้รู้จัก

ใครว่าเป็นร้านเชื้อสายจีนต้องสีดำ ขาว แดง เพราะแต๋วรวมมิตรไม่ใช่อย่างนั้น อิช์คจึงออกแบบใหม่ นำเอาสีสันสดใสของซ่าหริ่ม ทับทิมกรอบ และไอศกรีมวานิลลา มาเล่าเรื่องของแต๋วรวมมิตรให้คนรู้จัก เปลี่ยนธีมร้านให้สมัยใหม่ แต่ยังคงไว้ซึ่งตัวตนของป้าแต๋ว 

แต๋วรวมมิตร (สาขาประตูชัย)

ที่อยู่ : ประตูชัย ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่

โทรศัพท์ : 08 1939 2456

อ้วนลูกชิ้น x Bowornwong Yodmuang

ลูกชิ้นจิ๋วปิ้งกับโฉมหน้า ‘ลุงอ้วน’ ที่อยากให้คนรู้จัก

อ้วนลูกชิ้นเป็นร้านลูกชิ้นปิ้งเก่าแก่ในแพร่ เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2525 ปัจจุบันรับช่วงต่อโดยทายาทรุ่นสอง

คนที่บุกเบิกทำลูกชิ้นคือลุงอ้วน ผู้เคยเป็นลูกจ้างในร้านก๋วยเตี๋ยว เขาได้ครูพักลักจำวิชาทำลูกชิ้นจากร้าน ก่อนมาหัดทำลูกชิ้นของตัวเองขาย ช่วงแรก ๆ ทำลูกชิ้นเนื้อ แต่หลังจากเกิดโรคระบาดในวัวเลยเปลี่ยนมาเป็นลูกชิ้นหมู ลูกจิ๋ว ทานง่ายอย่างทุกวันนี้ 

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

 ทุก ๆ เย็นลุงอ้วนจะหอบลูกชิ้นใส่รถเข็นพร้อมเตาถ่าน เดินขายไปเรื่อย ๆ ลูกชิ้นปิ้งจนหอม ราดน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่เคี่ยวเอง ลูกเล็ก ๆ ทานง่าย กลายเป็นที่จดจำของคนเมืองแพร่มาจนวันนี้

ปัจจุบันอ้วนลูกชิ้นมีทั้งแบบขายปลีกและขายส่ง แต่ยังคงเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน เพื่อควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน แม้จะเป็นที่รู้กันของคนแพร่ว่านี่คืออ้วนลูกชิ้น แต่สิ่งที่ยังขาดไปคือตัวตนของลุงอ้วน ที่ไม่มีสิ่งไหน สัญลักษณ์ใดบอกเลยว่าใครคือลุงอ้วน มีใบหน้าค่าตาเป็นแบบไหน นั่นคือสิ่งที่นักออกแบบมองเห็น เป็นโจทย์ใหม่ที่เขาต้องแก้ให้กับอ้วนลูกชิ้น

บวรวงศ์ ยอดเมือง คือนักออกแบบที่เข้ามาจับมือกับลุงอ้วนสร้างประสบการณ์ใหม่ให้อ้วนลูกชิ้นเป็นที่จดจำมากขึ้น เขาเรียนจบทางด้านสิ่งทอ ปัจจุบันเป็นทั้งนักออกแบบและผู้ร่วมก่อตั้ง Ho: BAKE & CRAFT CAFE คาเฟ่ในเมืองแพร่ที่ดีไซน์สวย ออกแบบทั้งพื้นที่และประสบการณ์สำหรับผู้มาเยือนได้อย่างลงตัว

แบรนด์ของอ้วนลูกชิ้นเริ่มเล่าเรื่องตัวเองใหม่ทั้งหมดผ่านส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เปลี่ยนไป มีกระดาษใบเล็ก ๆ อยู่ในซองลูกชิ้นแบบขายส่ง แนะนำว่าอ้วนลูกชิ้นเป็นใคร เป็นลูกชิ้นแบบไหน แนะนำการเก็บรักษา รวมถึงสูตรอาหารง่าย ๆ สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าจะเอาลูกชิ้นไปทำอะไรกิน นับว่ามีความในใจของลุงอ้วนส่งผ่านไปยังคนกินทุกคน

อ้วนลูกชิ้น

ที่อยู่ : ประตูชัย ถ.เจริญเมือง ต.ในเวียง อำ.เมืองแพร่ จ.แพร่ 

โทรศัพท์ : 08 1366 4886

เมืองแพร่พานิช x Kamon Indigo x Woodable Thailand

ร้านขนมของคน 3 รุ่น ที่ทำขนมเปี๊ยะทรงใหม่ด้วยสูตรดั้งเดิม

ร้านขายของฝากดั้งเดิมบนถนนเจริญเมืองที่เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2511 สมัยอาม่าพิสซงยังสาว ยุคนั้นขายขนมไทย ขนมไข่ถ้วยจีบชิ้นละบาท กระทั่งมาถึงรุ่นของลูกชาย เริ่มมีโดนัทโบราณทอดเป็นตัวชูโรง เริ่มอบขนมปังและเบเกอรี่หลากหลายมากขึ้น ก่อนที่จะเข้าถึงรุ่นที่ 3 ซึ่งทำเบเกอรี่สมัยใหม่แทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเค้กเนยสดหรือขนมไหว้เจ้าในเทศกาลต่าง ๆ ของคนจีน แม้จะผ่านไปกี่ยุค หน้าร้านก็ยังคงมีขนมสูตรดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นขนมผิงหรือขนมเปี๊ยะ ซึ่งยังเป็นที่จดจำของคนในละแวกนั้น

‘ฮ่อมคัมโฮม’ โปรเจกต์ชวนคนแพร่กลับบ้าน กินของอร่อยจากร้านเจ้าเก่าบนถนนเจริญเมือง

ในบรรดาขนมจากทุกยุค ขนมเปี๊ยะโบราณขายดีที่สุด ที่เรียกว่าโบราณเพราะเป็นขนมเปี๊ยะลูกใหญ่ แป้งหนึบ ไส้แน่น หวานพอดี มีทั้งไส้ถั่วและไส้ฟัก ซึ่งปัจจุบันไส้ฟักนั้นหากินไม่ง่ายสักเท่าไหร่แล้วในร้านทั่วไป ขนมเปี๊ยะยังขายดีมาตลอด ยิ่งในช่วงเทศกาลไหว้เจ้าของคนไทยเชื้อสายจีน เรียกได้ว่าทำกันแทบไม่ทัน ถึงจะยังขายได้ตลอด แต่นอกเทศกาลก็นับว่ามีคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้นที่จะซื้อกลับไป เพราะขนาดที่กลมใหญ่ อาจเหมาะเป็นของฝากให้ญาติผู้ใหญ่มากกว่าที่จะแวะมาเจอแล้วซื้อกินเล่น อีกทั้งหน้าร้านที่มีแค่ป้าย ‘เมืองแพร่พาณิชย์’ แบบวินเทจ ก็ไม่ได้เรียกให้คนแวะเวียนเข้ามาทำความรู้จักร้านขนมสูตรเด็ดร้านนี้สักเท่าไหร่นัก ถ้าเดิมทีไม่ใช่คนพื้นที่

กุ๊กกิ๊ก-กมลชนก แสนโสภา และ สตางค์-จินตพงศ์ สีพาไชย สองดีไซเนอร์จากจาก Kamon Indigo ผู้ทำงานผ้าซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแมลงและธรรมชาติ จึงปิ๊งไอเดียหยิบเอา ‘เสือ’ มาเป็นสื่อกลางที่จะชวนให้ทุกคนมาเยือนร้านเบเกอรี่เจ้าเก่าแห่งนี้

พระธาตุช่อแฮชื่อดังของแพร่เป็นพระธาตุปีเสือ ทำให้เราพบเห็นรูปปั้นเสือหรือสัญลักษณ์ของเสือได้ทั่วไปในเมืองแพร่ ไม่ว่าจะเป็นตามถนนหนทาง ศาลหลักเมือง วัด หรือสถานที่ราชการ ก็ล้วนแล้วเต็มไปด้วยเสือทั้งสิ้น

วันนี้เสือตัวหนึ่งได้กระโดดมาเยือนบนโลโก้โฉมใหม่ของแพร่พาณิชย์ เพิ่มโคมจีนเข้าไปเพื่อบอกให้ทุกคนรู้ถึงเรื่องราวของคนไทยเชื้อสายจีน ซึ่งมีประวัติศาสตร์อย่างยาวนานบนถนนเจริญเมือง นอกจากป้ายร้านเรียกแขกแล้ว ขนมเปี๊ยะทรงใหม่ยังชวนคนมามุง เพราะได้กลายร่างจากลูกกลมอวบ มาเป็นรูปเท้าเสือขนาดพอดีคำ ที่ได้ Woodable Thailand สตูดิโอทำงานไม้คุณภาพในเมืองแพร่ มาออกแบบแม่พิมพ์ขนมรูปเท้าเสืออันละเอียดลออให้ พร้อมขายเป็นครั้งแรกในงานนี้ ที่สำคัญ ยังมากับแพ็กเกจใหม่ ซื้อกินก็ได้ ซื้อไปไหว้ก็เท่ไม่หยอกเลยทีเดียว

เมืองแพร่พานิช

ที่อยู่ : 47, 17 ถนนรอบเมือง ต.ในเวียง อ.เมือง, แพร่ 54000

โทรศัพท์ : 0824153992

กะหรี่พัฟ (เจ้แอ้ว) x Chatchaiwat Pottery Studio

กะหรี่ปั๊บของสามพี่น้องที่เปิดมานานกว่า 25 ปี

กะกรี่ปั๊บเจ้แอ้ว (โรจน์ไพบูลย์) เดิมทีเป็นร้านขายข้าวสารเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองแพร่ เมื่อผู้บุกเบิกซึ่งเป็นคุณพ่อและคุณแม่เริ่มแก่ตัวลง แบกข้าวสารไม่ไหวเหมือนแต่ก่อน เลยตัดสินใจปิดกิจการไป ลูกสาว 3 คนซึ่งเป็นทายาทรุ่นสองจึงออกไอเดียหาของมาขายที่หน้าบ้าน ท้ายที่สุดจึงไปเรียนทำกะหรี่ปั๊บจนมีฝีมือแล้วกลับมาทำขายที่หน้าบ้าน บนรถเข็นโบราณที่มีอายุกว่า 100 ปี 

เมื่อร้านอร่อยเจ้าเก่าและนักสร้างสรรค์ใน จ.แพร่ มารวมตัว ชวนกลับบ้านมาเยือนถนนเจริญเมืองให้คึกคักอีกครั้ง

ทุก ๆ วันภาพชินตาทุกคนเห็นคือคุณป้าทั้งสามคน ช่วยกันปั้นแป้ง กลิ้งแป้ง ผัดไส้ ห่อขนมกันให้เห็นที่หน้าร้าน เรียกได้ว่าแค่ไปนั่งดูก็เพลินแล้ว 

ร้านนี้ได้ ชัชชัยวัตร ชังชู ศิลปินนักปั้นเซรามิกมือฉมังจาก Chatchaiwat Pottery Studio มาร่วมทำงานด้วย เขาเพิ่งย้ายจากเชียงใหม่มาอยู่เมืองแพร่ และรู้จักร้านกะหรี่ปั๊บในมุมของแขกผู้มาเยือน นั่นทำให้เขาเห็นว่าจริง ๆ แล้วร้านนี้แทบไม่ต้องเปลี่ยนอะไร เพราะหน้าร้านที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้มีชีวิตชีวาและดึงดูดให้คนแวะเข้ามาลองชิมอยู่แล้ว

เขาจึงมีไอเดียอยากทำข้าวของเครื่องใช้ในครัวที่จะตอบโจทย์การปั้นกะหรี่ปั๊บของคุณป้าเสียมากกว่า ทั้งตะแกรงวางขนม รวมถึงถาดรองใบใหญ่ โดยของแต่ละชิ้นนั้นไม่ได้แค่สวยงามและชวนให้นึกถึงเจริญเมืองเพียงเท่านั้น แต่ยังชัชชัยวัชรยังให้ความสำคัญกับกระบวนการคิดค้น เพื่อทำให้แต่ละชิ้นตอบโจทย์การใช้งานของคนทำขนมอีกด้วย

กะหรี่พัฟ (เจ้แอ้ว)

ที่อยู่ : ถ.รอบเมือง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ แพร่ 

เรื่องราว แรงบันดาลใจ แนวคิด และกระบวนการออกแบบของนักสร้างสรรค์แต่ละคนที่ทำงานร่วมกับร้านเก่าแก่ ตั้งแต่ตอนเริ่มแรกจนออกมาเป็นผลงานที่ประจักษ์สู่สายตาผู้ชม จะถูกจัดแสดงอยู่ในนิทรรศการ ‘Made in Charoenmuang’ ตั้งแต่วันที่ 20 – 22 พฤษภาคม 2566 ที่ร้านเทียนจี่ตึ๊ง (เดิม) อาคารไม้เก่าแก่ซึ่งเคยเป็นร้ายขายยาแห่งเดียวบนถนนเส้นนั้นใน พ.ศ. 2479

นอกจากนิทรรศการแล้ว ยังมี ‘Little Market’ ตลาดรวมของดีจากร้านเด็ดและงานคราฟต์ของพ่อค้าแม่ค้าเมืองแพร่ หลาย ๆ เจ้าเป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งกลับบ้านมาเปิดร้าน ตั้งใจทำอะไรสนุก ๆ เป็นตลาดที่กิ๊กอยากให้คนมาเยือนเห็นว่าเมืองแพร่ไม่ได้มีแค่อาหารเจ้าดังดั้งเดิม แต่ยังเต็มไปด้วยร้านเล็กร้านน้อย มีวิถีการกินหลายแบบที่น่าสนใจ

อีกหนึ่งดาวเด่นของงานนี้คือ Local Eat & Creative Table ซึ่งมาในธีม ‘กิ๋นข้าวหลังบ้าน x Made in Charoen Muang’ ซึ่งกิ๊กได้นำเอาโปรเจกต์กิ๋นข้าวหลังบ้านที่แต่เดิมจัดขึ้นที่ Homelynestphrae มาไว้ที่นี่

แรกเริ่มเดิมทีกิ๊กได้แรงบันดาลใจมาจากคุณยาย เนื่องจากคุณยายทำอาหารเก่ง ก็เลยชวนคุณยาย คุณแม่ และน้องสาวมาช่วยกันทำอาหารด้วยกัน เปิดครัวให้คนจากข้างนอกมานั่งกินข้าวหลังบ้าน โดยตั้งใจว่าไม่เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน รสมือของคุณยายก็ยังอยู่ในความทรงจำของคนที่มาเยือนเสมอ

ความพิเศษของการยกโต๊ะกินข้าวหลังบ้านกิ๊กมาไว้ที่งานนี้คือ เธอได้นำเมนูเด็ดจากร้านเก่าเจ้าดัง 5 ร้าน ซึ่งเป็นพระเอกของงานมารังสรรค์ใหม่ด้วยรสมือของคุณยาย ไม่ว่าจะเป็นห้อมหวานจากแต๋วรวมมิตร ฟักทองแกงบวชล้านนาสูตรคุณยาย กะหรี่ปั๊บเจ๊แอ้วที่เสิร์ฟพร้อมกับแกงฮังเล ซึ่งไม่ว่าภาพจำถนนเส้นนี้ของทุกคนจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าทุกคนที่มาที่นี่จะจำได้แน่ ๆ ว่าวันนั้นได้กินอะไร 

เปิดให้เข้าชมนิทรรศการตั้งแต่ 20 – 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 10.00 – 19.00 น.

Local Eat & Creative Table 21-22 พฤษภาคม 2565 เวลา 17.00 – 18.30 น. และ 19.00 – 20.30 น. โปรดสำรองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 09 2191 4462

ภาพ : Made in Charoenmuang

Writer

ซูริ คานาเอะ

ชอบฟังมากกว่าพูด บูชาของอร่อย เสพติดเรื่องตลก และเชื่อว่าชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือดีๆ ให้ครบทุกเล่ม

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

ในชั่วโมงนี้ หันไปทางไหนก็คงจะไม่มีใครไม่เคยเต้นรับบท TikTok Creator หรือร้องเพลงฮิตใน TikTok Challenge ที่สุดแสนจะติดหูไปทั้งวัน

แต่แพลตฟอร์มนี้ไม่ได้มีเพียงแค่คอนเทนต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นนี้ยังโดดเด่นด้านการศึกษาที่เติบโตขึ้นมาเกือบ 400 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 1 ปี หรือจริง ๆ สามารถพูดได้ว่า คอนเทนต์การศึกษาบนแพลตฟอร์มนี้ คือ ‘การเรียนรู้คู่ความสนุก’ แบบที่เราไม่รู้สึกว่ากำลังเรียนอยู่

เป็นโอกาสดีครบรอบ 2 ปีของ #TikTokUni ที่เราจะมาพูดคุยกับ กานจิ-สิริประภา วีระไชยสิงห์ Campaign and Content Operations Lead จาก TikTok แบบหมดเปลือก ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้บน TikTok ที่เสพง่าย แปลกใหม่ และน่าจับตาว่าวัฒนธรรมการเรียนรู้สมัยใหม่นี้จะมาเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาหรือบุคคลธรรมดาได้อย่างไร

ถึงแม้บทความนี้จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดไม่จบในวิดีโอสั้นเหมือนบนแพลตฟอร์ม แต่หลังจากจบบทความนี้ เวลาบน TikTok ของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

TikTok เติบโต

TikTok เริ่มเข้ามาในประเทศไทยช่วงปี 2018 ด้วยลักษณะเนื้อหาที่กระชับและเป็นวิดีโอสั้น จึงดึงดูดความสนใจได้อยู่หมัด แค่กดดู ก็สามารถเข้าใจเนื้อหาได้เลยทันที จึงไม่ใช่แพลตฟอร์มแค่ของคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งอย่างเดียว แต่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในผู้ใช้งานทุก ๆ วัย 

“ที่ลักษณะคอนเทนต์กว้างขึ้น เพราะว่าเครื่องมือของเราง่าย ใคร ๆ ก็ทำได้ ไม่ยุ่งยาก ถ่ายเสร็จแล้วสามารถลงได้เลย กลายเป็น 1 คอนเทนต์” 

โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมา เราต้องอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ผู้คนต่างมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ การพัฒนาตนเอง แต่ไม่รู้จะไปไหน ไม่ว่าหันไปทางไหนเราจะเห็นน้อง ๆ มัธยมเต้นกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับที่คุณลุงคุณป้ามาแชร์เทคนิคการปลูกต้นไม้ใหม่ ๆ ในบ้านอย่างเพลิดเพลิน

เราจะเห็นคอนเทนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่การร้องเล่นเต้นรำ ขายของ ละครสั้น พากย์เสียง แต่งหน้า พากิน หรือแม้กระทั่งคอนเทนต์ในเชิงการศึกษา อย่างภาษา วิทยาศาสตร์ และความรู้รอบตัว

“เวลาคนนึกถึงคอนเทนต์ใน TikTok เชิงความรู้จะนึกถึงอะไร นึกถึงสอนภาษา บทสนทนาในชีวิตประจำวัน ภาษาเกาหลีที่แปลจากซีนละคร”

ปีที่ผ่านมาคอนเทนต์เชิงการศึกษาโตขึ้น 385 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก เป็นตัวเลขที่บอกนัยยะได้ว่า การเรียนรู้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันผู้คนไปแล้ว

การเรียนรู้ที่สอดไส้มาแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี้เอง ที่ทำให้การได้ท่องไปแพลตฟอร์มนี้น่าเพลิดเพลินและกระตุ้นความสงสัยใคร่รู้ในตัวเรา

เมื่อเทียบกับปี 2021 แล้ว ผู้คนใช้เวลาบนแพลตฟอร์มมากขึ้นถึง 71 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 52 นาทีต่อคนต่อวัน ระบบนิเวศของ TikTok กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มการเติบโตของคอนเทนต์เชิงการศึกษา 3 ส่วน

ส่วนแรก ความกระชับ (Conciseness) หากผู้ใช้อยากเรียนรู้เรื่องเศษส่วน ก็ดูคอนเทนต์เรื่องเศษส่วนเลย หรือว่ามีปัญหาภาษาอังกฤษ สั่ง Starbucks ยังไง ต้องเข้าเรื่องการสั่งเป็นภาษาอังกฤษเลย นี่คือความกระชับของคอนเทนต์ที่หาที่ไหนไม่ได้มาก่อน

ส่วนที่สอง ความสร้างสรรค์ (Creativity) คือความสร้างสรรค์ในการถ่ายทอด และความครีเอทีฟของคนที่อยู่ในแพลตฟอร์มที่ทำให้เราทึ่ง พร้อมทั้งเครื่องมือตัดต่อที่ทุกคนใช้งานได้ง่าย ๆ ซึ่งมีส่วนช่วยทำให้การเล่าเรื่องไม่ธรรมดาอีกต่อไปด้วย Effects, Stickers หรือการ Duet และ Stitch ที่ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมกับบทเรียนนั้น ๆ ได้เพิ่มขึ้นไปอีก

ส่วนสุดท้าย ความบันเทิง (Entertainment) ทุก ๆ คอนเทนต์ ไม่ว่าจะ Foodtainment หรือ Shoppertainment ต่างมีความเป็น ‘-tainment’ อยู่ในนั้น เพราะการเรียนรู้อยู่คู่ความสนุกได้จริง ๆ ซึ่งเป็นจุดเด่นและดีเอ็นเอสำคัญของคอนเทนต์เชิงความรู้บนแพลตฟอร์มนี้

TikTok Culture

เราอยู่ในยุคสมัยที่เทรนด์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแต่งหน้า แต่งตัว เพลงฮิต หรือการกินราเม็ง ล้วนมีจุดเริ่มต้นมาจาก TikTok ก่อเกิดเป็นวัฒนธรรมที่ไม่ได้มาจากชาติใดชาติหนึ่ง แต่เป็น ‘วัฒนธรรม TikTok’

วัฒนธรรมที่ทุกคนสามารถเป็นตัวเอง จุดประกายความคิด และนำความสุขสนุกมาให้กับคนอื่น ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นภาพสะท้อนมาจากภายในองค์กรโดยตรง

บทสนทนาแรกทุกเช้าในออฟฟิศของ TikTok อาจจะไม่ใช่ ‘กินข้าวมาหรือยัง’ แต่เป็น ‘เล่นไวรัลอันนี้หรือยัง’

“สิ่งสำคัญคือ เราก็อยากพัฒนาให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเอาตัวเองเข้าไปเป็นผู้ใช้คนหนึ่ง เวลาเจอกัน เราจะเห็นทีมงานถ่ายไวรัลเหมือนกันกับทุกคนนี่แหละค่ะ” กานจิหัวเราะ

เธอเล่าต่อว่า กว่าจะออกมาเป็น 1 แคมเปญต้องประกอบด้วย Creativity, Entertainment และ Innovation กลายเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึง และสร้างผลกระทบเชิงบวกกับผู้ใช้หรือคนในสังคม ซึ่งสิ่งนี้เป็น Vision และ Mission ของคนที่นี่

เมื่อสิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาเป็นวัฒนธรรมเชิงบวก เราจึงได้เห็นคอนเทนต์เชิงการศึกษาที่ไม่ได้มีเพียงคุณครูมาสอน แต่ทุก ๆ คนมาเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ และเป็นตัวเองได้โดยไม่มีใครมาตัดสิน เพราะใจความสำคัญคือการส่งต่อสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับคอมมูนิตี้ และเมื่อส่งต่อไปเรื่อย ๆ ก็กลายเป็นการสร้าง Know-how บางอย่างให้คนอื่นโดยไม่รู้ตัว

“มี TikTok Creator เป็นคุณน้ากวาดถนนของ กทม. เขาจะบอกวันนี้เขากวาดพื้นที่ตรงนี้ เล่าอย่างแฮปปี้ในสิ่งที่เขาทำงาน เช่น ‘ทุกคน รู้ไหมว่าตัวการที่ทำให้ขยะตันคืออะไร’ หรือ ‘ป้าอยู่หน้างานเจอเหตุการณ์แบบนี้’

“กลายเป็นว่าเราเจออะไรแบบนี้จากคนที่รู้จริง คนที่มีประสบการณ์แล้วมาเล่าต่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน”

หรือแม้แต่การ ‘สวัสดีวันจันทร์’ ในยุคนี้ ก็ถูกเปลี่ยนไปในรูปแบบของการส่งวิดีโอดูแลสุขภาพ แชร์วิดีโอนักกายภาพบำบัด แทนคำทักทายในรูปดอกไม้เป็นความห่วงใยให้คนที่เรารักไม่ปวดคอ บ่า ไหล่

ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ TikTok Culture ณ บัดนี้

เรียนรู้คู่ TikTok

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่รวมถึงการเลื่อนหน้าจอดูวิดีโอสั้น การ ‘เรียนรู้คู่ความสนุก’ จึงเป็นคอนเซ็ปต์ที่ทีมปรินต์แปะไว้เตือนใจข้างฝาบ้าน

นิยามของการเรียนรู้สำหรับพวกเขา คือการได้นำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ และการบอกต่อ ส่งต่อข้อมูล ทั้งที่เป็นข้อมูลข่าวสารและข้อมูลความรู้ ให้กับผู้คนโดยที่เขาไม่เคยได้รับรู้เรื่องราวนั้นมาก่อน

รวมไปถึงการสร้างนิสัยหรือทักษะใหม่ ๆ ให้ทุก ๆ คนนำไปต่อยอดในชีวิตประจำวันได้ 

“บางคนเข้ามาเรียนรู้แบบอยู่ดี ๆ รู้เรื่องนี้ได้ยังไงนะ อันนี้คือทางอ้อม หรือบางคนตั้งใจเข้ามาค้นหาการเรียนเรื่องนี้ หาคำตอบ

 “เดี๋ยวนี้คนใช้ TikTok ค้นหา How-to ในอัตราที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก เช่น ล็อกประตูยังไงให้ปลอดภัย เพราะคนอาจจะเคยเห็นในฟีดว่า วิธีป้องกันโจรเวลาไปพักที่ต่างจังหวัดมักจะเป็นแบบนี้ เป็นต้น”

ซึ่งการจะไปสู่ภาพการเรียนรู้เปิดกว้างที่วาดเอาไว้ จะต้องพัฒนาแพลตฟอร์มให้ยืดหยุ่นและเอื้อต่อหลากหลายรูปแบบการเรียน

เรียนต่อไม่สะดุด – หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกับวิดีโอขนาดสั้น แต่ตอนนี้โพสต์วิดีโอได้ยาวถึง 10 นาที เพื่อรองรับแนวโน้มของคอนเทนต์ที่เติบโตมากขึ้น เช่น How-to และ Tutorial เพราะในทุก ๆ รูปแบบของคอนเทนต์ล้วนมีความเหมาะสมในเรื่องของความยาวและรูปแบบแตกต่างกัน

เป็นมิตรต่อการเรียนรู้ – เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่ทุกเพศทุกวัยเข้ามาใช้ จึงมีทีม Content Moderator คอยดูแลตรวจสอบ ใช้ Algorithm คัดกรองคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสมในด่านแรก และมีหน่วย Human Review เป็นด่านที่สองเพิ่มความรัดกุมในการคัดกรอง

การเรียนรู้ไม่มีขีดจำกัด – ด้วยพื้นฐานการเป็นแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนโดยคอมมูนิตี้ เหล่า Creator จึงเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนได้มาเจอคอนเทนต์ที่ตัวเองกำลังมองหา ต้องการเรียนรู้ หรือหากไม่ได้ต้องการเรียนรู้ ก็จะได้คำตอบอะไรบางอย่างกลับไป แม้แต่โฆษณาบนแพลตฟอร์มเองก็มาในรูปแบบคอนเทนต์เชิงการศึกษา อย่างข้อคิดจากหนัง หรือ วิธีการถ่ายภาพเจ๋ง ๆ จากกล้องโทรศัพท์

พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้ – การเรียนรู้ที่ดีเกิดจากการที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัย

“Mission ของ TikTok คืออยากให้พื้นที่นี้เป็น Trusted Entertainment Platform เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจและความสุข

“ถ้าเขาเกิดรู้สึกไม่ปลอดภัย รู้สึกไม่สบายใจที่จะแชร์ ก็จะไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นดีเอ็นเอและพื้นฐานสำคัญของแพลตฟอร์มเรา”

ทีมจึงต้องร่วมกันสร้างพื้นที่ที่ลดระดับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคอมเมนต์หรือคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการขยาย Creator Ecosystem และสร้าง Digital Literacy ให้กับทั้งแพลตฟอร์มเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลหรือผลกระทบของคอนเทนต์ เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

#สอนให้รู้ว่า…

ตลอด 2 ปีของ #TikTokUni เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้

ทุก ๆ เดือนจะมีแคมเปญต่าง ๆ กระตุ้นให้คนออกมาแชร์ความรู้ ไม่ว่าจะเป็นภาษา ความรู้รอบตัว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ซึ่งในโอกาสครบรอบ 2 ปีนี้ TikTok มาในธีม #สอนให้รู้ว่า

“ไม่ใช่แค่ TikTokUni สอนให้รู้ว่าอะไร แต่เราต้องการให้แรงบันดาลใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมีอะไรให้เรียนรู้อีกเยอะ” หรืออีกนัยหนึ่งก็เปรียบเหมือนการตั้งโจทย์ให้เราลองถามตัวเอง แล้วมองไปรอบ ๆ ตัวว่า สิ่งต่าง ๆ หรือเรื่องราวเหล่านี้ส่งผลกระทบกับเรายังไงบ้าง

ตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวอย่างการบริการประชาชนของภาครัฐ อย่างที่กระทรวงต่างประเทศจัดทำวิดีโอสอนทำพาสปอร์ตที่มาบุญครองภายใน 10 นาที หรือการประชาสัมพันธ์พาสปอร์ต 10 ปี คอนเทนต์นี้คว้ายอดวิวสูงถึง 5 ล้านวิว โดยไม่ต้องพึ่งบูสต์หรือยิง Ads ใด ๆ 

“อันนี้เป็นจุดที่ถูกทาง เหมือน Right tool, Right content ที่คนมองหา แล้วเป็นเรื่องที่เราช่วยให้ข้อมูลหรือความรู้เขาในรูปแบบใหม่ ทำให้เห็นว่ายังมีอีกหลากหลายวิธีในการบริการข้อมูลให้กับประชาชน” 

นอกจากนี้ TikTok ร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งพิพิธภัณฑ์ ภาคการศึกษา และหน่วยงานรัฐเพื่อสร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้ใหม่ ๆ ในการทลายข้อจำกัดการเรียนรู้รูปแบบเดิม ๆ TikTok ทำงานร่วมกันกับมิวเซียม 3 แห่งในไทย คือ ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ มิวเซียมสยาม และ TK Park

“ในฝั่งของแหล่งการเรียนรู้ข้างต้น เขาอาจจะมีข้อจำกัดในการพัฒนา Innovation ทำยังไงให้มีความตื่นตาตื่นใจ สามารถชักชวนคนรุ่นใหม่เข้ามา Join ได้บ้าง ก็ตรงกับสิ่งที่เราทำพอดี”

เมื่อโจทย์ที่มีมาลงตัวกับรูปแบบคอนเทนต์ที่ทั้งกระชับ สร้างสรรค์ และสนุกโดนใจวัยรุ่น จึงเกิดเป็นการร่วมงานกับ Top Creator มากกว่า 20 – 30 คน มาร่วมเล่าเรื่องแบบใหม่ในมิวเซียม เหมือนมีเพื่อนมาเล่าให้ฟังระหว่างเดินชมพิพิธภัณฑ์ แม้สิ่งนี้อาจเคยเกิดขึ้นแล้วในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง Lourve หรือ The Met แต่ก็เป็นก้าวแรกของมิวเซียมในไทยที่จะสร้างภาพการเรียนรู้ใหม่ ๆ และออกจากกรอบที่เคยมี

หรือแคมเปญสนุก ๆ ที่ร่วมมือกับ TK Park เปิดตำราวิชาแนะให้แนว ชวนเหล่าวัยรุ่นมาค้นหาคำถามที่ใช่กับตัวเอง เพื่อหาเส้นทางอาชีพในอนาคต ผ่าน #TikTokแนะแนว ตอบคำถามโดยรุ่นพี่หลากสายอาชีพด้วยเครื่องมือของ TikTok ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง Q&A Feature ชวนทุกคนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ให้น้อง ๆ ผ่านวิดีโอ

และเพื่อเริ่มเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย ก็ยังจับมือกับ InsKru และ กสศ. ในกิจกรรมเวิร์กชอปให้คุณครูกว่า 400 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยให้ครูกลุ่มนี้เป็นเหมือน Teacher Changemaker ในการนำเสนอวิธีการสอนแบบใหม่ ๆ และจุดประกายกลุ่มครูด้วยกัน ขยายผลไปสู่โรงเรียนในทุก ๆ ตำบล ทุก ๆ จังหวัด

“เราพยายามอย่างเต็มที่ในการร่วมมือกับหลาย ๆ ภาคส่วน เพื่อช่วยให้ระบบการศึกษาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง อาจไม่ใช่ทั้งโครงสร้าง แต่อย่างน้อยในคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วสร้างผลกระทบทางอ้อมให้แผ่ออกไปเป็นวงกว้าง ให้สิ่งที่เราทำไปได้ไกลมากขึ้น”

Lifelong Learning สำหรับทุกคน

#TikTokUni ทำให้ทิศทางการเรียนรู้บนแพลตฟอร์มนี้แตกย่อยได้มากขึ้น ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง ทั้งยังสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบใหม่ ๆ ให้กับผู้คน

“เราจะพยายามถามตัวเองอยู่เสมอว่า นอกจากเรียนรู้คู่ความสนุกแล้ว เราสร้างอิมแพ็คให้การศึกษาไทยยังไงบ้าง”

ถึงจะผ่านมาแค่ 2 ปี แต่ผลกระทบของโครงการนี้ก็เริ่มออกดอกออกผลในวงการการศึกษาไทย แม้อาจยังไม่ใช่ระดับโครงสร้างหรือนโยบาย แต่คนหน้างานอย่างคุณครูและนักเรียนกำลังได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวจากแพลตฟอร์ม คุณครูได้เกร็ดความรู้ในการสอน การเข้าถึงเด็กรุ่นใหม่ จากการแบ่งปันประสบการณ์ในคอมมูนิตี้ของครูทั่วโลก นักเรียนเองก็ได้เห็นช่องทางในการพัฒนาตน โยงไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนในห้อง เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของพวกเขาในอนาคต

ในระยะยาว โจทย์สำคัญในการขยายการเรียนรู้จึงไม่ใช่แค่เพียงเพิ่มจำนวนผู้ใช้ แต่รวมไปถึงการทำให้คอนเทนต์ขยายแผ่กิ่งก้านสาขา เพื่อนิสิตนักศึกษา บัณฑิตที่จบมาแล้ว คนทำงาน พ่อแม่ และคนทุก ๆ วัย เกิดเป็น Lifelong Learning บนแพลตฟอร์มอย่างแท้จริง

“สุดท้ายแล้ว เรามองว่าจุดหนึ่งที่เติมเต็มการทำงานของเราคือ เวลาที่มีคนคนหนึ่งมาบอกว่า ‘พี่ หนูได้งานจากการพัฒนาตัวเอง การเรียนภาษาผ่าน TikTok และ การทำ Resume’

“หรืออีกคนบอกว่า เขาสามารถดูแลตัวเองได้ในช่วงที่เขาติดโควิด-19 ผ่านการดูคอนเทนต์ของคุณหมอคนหนึ่งบนแพลตฟอร์มของเรา”

การได้สร้างอิมแพ็คในเชิงการใช้ชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้คนได้พัฒนาตัวเองในแบบที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน หรือการได้เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่จะมาร่วมผลักดันและเปลี่ยนแปลงวงการการศึกษาไทยให้ก้าวไปข้างหน้า เป็นสิ่งที่ทีมงานภูมิใจและมุ่งผลักดันให้ TikTok เป็นอีกหนึ่ง Tools สำหรับการเรียนรู้และสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้เชิงบวก เพื่อให้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ส่งเสริม Lifelong Learning ให้กับทุกคนอย่างแท้จริง

Writer

ธฤดี อุดมธนะไพบูลย์

นักคิดเต็มเวลา นักเขียนบางเวลา รักวิทยาศาสตร์ ภาษา ศิลปะ และการได้นั่งคุยกับผู้คนในวันฝนตก

Photographer

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load