ท่ามกลางสินค้าตกแต่งบ้านและเสื้อผ้าสุดคราฟต์จากทั่วประเทศบนชั้น 4 โซน ICONCRAFT ของไอคอนสยาม หากลองสังเกตจะมองเห็นบางมุมมีสินค้าทำมือจากผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส จาก 7 องค์กรทั่วประเทศมาร่วมวางจำหน่ายด้วย เพราะไอคอนสยามเปิดโซน Made by Beautiful People เพื่อสนับสนุนและให้โอกาสผู้พิการ ผู้ทุพพลภาพ เด็กพิเศษ และผู้ด้อยโอกาส ได้นำสินค้าทำมือมาวางจำหน่าย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว

 แถมวางสินค้าร่วมกับบรรดาดีไซเนอร์และศิลปินคนเก่งของประเทศ เพื่อสร้างความเท่าเทียมและความภาคภูมิใจให้กับเหล่านักออกแบบและศิลปินตัวน้อย นับเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจและระเบิดความคิดสร้างสรรค์อย่างดีเยี่ยม เราเลยอาสาเดินสำรวจโซนใหม่เอี่ยม มีทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าสะพาย มีทั้งเย็บมือ ทอมือ และสารพัดผลิตภัณฑ์ชวนตาลุกวาว เพราะฝีไม้ลายมือเก่งกาจ แถมความคิดสร้างสรรค์พุ่งกระฉูด บอกเลยว่าทรัพย์ในกระเป๋าเรียกร้องอยากจับจ่าย 

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ขอเรียกน้ำย่อยสายคราฟต์ด้วยสินค้าจาก 7 องค์กรไว้ทำการบ้านก่อนเสียทรัพย์จริง เริ่ม!

1

มูลนิธิสิกขาเอเชีย

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

กระเป๋าใสแจ๋วเย็บริมด้วยผ้าแคนวาสเนื้อหนา มีหลายขนาดให้เลือก เป็นฝีมือของมูลนิธิสิกขาเอเชีย ชาวบ้านในชุมชนคลองเตย และ ฟูจิตะ นักออกแบบจิตอาสาชาวญี่ปุ่น สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สุดเท่ภายใต้แบรนด์ FEEMUE (ฝีมือ)

ทุกการตัดเย็บมาจากสองมือของกลุ่มสตรีที่อาศัยอยู่ในชุมชนคลองเตย ชุมชนที่ใหญ่เบิ้มของกรุงเทพฯ ไม่เพียงสร้างอาชีพ แต่ทำลายกำแพงด้านลบของชุมชนด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบ เจ๋งจนได้รับรางวัล Good Design Award 2017 มาครอบครอง การันตีว่าผลิตภัณฑ์จากฝีมือของ FEEMUE (ฝีมือ) เป็นที่ยอมรับในแดนอาทิตย์อุทัย นอกจากกระเป๋าคู่กาย ยังมีเครื่องประดับสุดชิคจากผ้าชาวเขาเอาใจสาวสายคราฟต์ด้วยนะ

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

ส่วนเราเล็งต่างหูคล้ายดอกดาวเรือง คล้ายพวงมาลัยไว้แล้ว เก๋ไก๋จนเพื่อนต้องถาม

2

มูลนิธิออทิสติกไทย

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

ภาพดอกทานตะวันบานแฉ่งสีเหลืองสดจากเส้นสีและฝีแปรงของเด็กพิเศษคนเก่งสะดุดตา จนเราต้องแวะเข้า Art Story by Autistic Thai ที่อยู่ถัดจากมุม Made by Beautiful People ไปอีกหน่อย ภายในพื้นที่ขนาดย่อมเต็มไปด้วยลายเส้นแต้มสีสันของเด็ก เยาวชน และบุคคลออทิสติก จากมูลนิธิออทิสติกไทยที่เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ เน้นส่งเสริมและสร้างคุณภาพชีวิตผ่านการแปลงภาพวาดและลายเส้นของศิลปินและศิลเปอะเป็นผลิตภัณฑ์สารพัดรูปแบบ 

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

มีให้จับจองกลับบ้านทั้งภาพวาดสีน้ำมัน เสื้อยืดพิมพ์ลาย สมุดริมลวด หมวกลายเท่ (ลายกล้วยหอมขายดีมาก) ฯลฯ ถ้าใครอยากได้ภาพไหนเป็นพิเศษเพื่อพิมพ์ลงบนเสื้อยืด แก้วน้ำ สมุดริมลวด หรือหมวก สั่งทำเฉพาะได้เลย

3

มูลนิธิแสงสว่างเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม
Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

เจ้ากระต่ายสีขาวขนปุกปุยพร้อมเพื่อนพ้อง มองผิวเผินเหมือนตุ๊กตาสัตว์ในแผนกของเล่นเด็ก แต่ลองมองอีกทีกลับเป็นผ้าขนหนูผืนนุ่มมัดอย่างปราณีตเป็นสารพัดสัตว์ชวนตกหลุมรัก สมาคมสัตว์จิ๋วเป็นผลงานชิ้นเอกของผู้พิการทางสมองและปัญญา จากมูลนิธิแสงสว่างเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (Light for the Disabilities Foundation) มากกว่าการส่งเสริมอาชีพ ยังเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตและฝึกการพึ่งพาตนเอง เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้ด้อยกว่าใคร

4

มูลนิธิ ณ กิตติคุณ ร่วมกับ Cheevit Water (น้ำดื่มชีวิต)

ใครคอแห้งขอเชิญทางนี้ 

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม
Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

มูลนิธิ ณ กิตติคุณ ทำงานร่วมกับ Cheevit Water (น้ำดื่มชีวิต) เปิดทางให้พรสวรรค์ฉายแววความสามารถพิเศษของ Ryukin ปริญญา Nattee สามหนุ่มสุดอาร์ต ที่ทำเราเกือบเสียอาการเพียงแค่เห็นขวดน้ำดื่มเย็นชื่นใจ ไม่เพียงดื่มได้ ยังออกแบบฉลากดีงาม แถมเก็บสะสมก็ยังได้ มีให้เลือก 3 แบบ 3 สไตล์ ตามคาแรกเตอร์เฉพาะตัวของศิลปิน ถ้าเราเรียกพวกเขาว่าศิลปินคงไม่ผิดนัก เพราะฉลากบนขวดน้ำดื่มที่พวกเขาออกแบบ เก๋ที่สุดเท่าที่เราเคยเห็นมา 

ทุกการซื้อน้ำดื่มชีวิต 1 ขวด จะร่วมสมทบทุน 1 บาท เพื่อมอบให้มูลนิธิ ณ กิตติคุณ สำหรับพัฒนาศักยภาพของบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ ในกลุ่มอาการออทิสติก ดาวน์ซินโดรม และสมองพิการ อีกด้วย

5

โครงการอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

ใครเป็นแฟนคลับกระเป๋าคล้องมือแบรนด์ Heartist ยกมือขึ้น

หลายคนคงคุ้นหน้า คุ้นตา คุ้นสี คุ้นกระเป๋าผ้าเพื่อสังคมของ โปสเตอร์-วริศรุตา ไม้สังข์ หญิงสาวที่ได้แรงบันดาลใจจากงานอาสาสมัคร พัฒนาจนกลายเป็นแบรนด์กระเป๋าทำมือจากการบำบัดบุคคลพิเศษของโครงการอรุโณทัยเพื่อบุคคลพิเศษ ร่วมกันสร้างสรรค์กระเป๋าสุดชิคจากผ้าทอมือผืนสวยและลายปักจากจินตนาการ มีเพียงใบเดียวในโลก! 

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ไอคอนสยาม

โดยเธอตั้งใจรวมคำว่า Heart กับคำว่า Artist กลายเป็น Heartist แปลว่า แค่มีใจ ทุกคนบนโลกก็เป็นศิลปินได้

นอกจากกระเป๋าคล้องมือขนาดกะทัดรัด ยังมีกระเป๋าหนังแท้สีจัดจ้านผสานลายผ้าทอซาโอริให้จับจองด้วยนะ

6

ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ จังหวัดนนทบุรี 

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ICONSIAM

ผ้าขาวม้าสารพัดประโยชน์ แปลงกายเป็นผลิตภัณฑ์ได้สารพัดชนิด ศูนย์พัฒนาอาชีพคนพิการ จังหวัดนนทบุรี มองเห็นข้อดีของผ้าไทยมากกว่าข้อด้อย บวกกับความตั้งใจส่งเสริมให้คนพิการมีรายได้ควบคู่ไปกับการมีงานทำ 

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ICONSIAM

ศูนย์เลยชวนกันแปลงผ้าลายตารางหลากสีเป็นหมวกใบใหญ่ ใส่ได้สองด้าน เช้าใส่ด้านหนึ่ง เย็นใส่อีกด้าน ไหนจะเนกไทเส้นยาวสีถูกใจวัยเก๋า กระเป๋าที่มนุษย์แม่ต้องโดน ใครลังเลเลือกไม่ได้ เราขอแนะนำถุงมือจับของร้อน ราคาย่อมเยามาก มีสีให้เลือกเยอะ สายมินิมอลก็มี สายคัลเลอร์ฟูลก็มา ถ้าให้สนุกกว่าเดิม มือซ้ายใส่อีกสี มือขวาใส่อีกสี บรรเจิด 

7

โรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทร จังหวัดเชียงใหม่ 

ใครบอกก็ไม่เชื่อ ต้องมาเห็นให้ได้ด้วยสองตา!

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ICONSIAM

ก็กระเป๋าผ้าทอซาโอริแบรนด์ Thitipawin จากช่างทอรุ่นเยาว์ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ดันสวยสดงดงามไม่แพ้ช่างทอรุ่นคุณแม่ เหมาะมากกับการซื้อเป็นของขวัญให้คนสำคัญ หรือจะมีติดตู้ไว้สักใบสำหรับหิ้ววันทำงานก็เก๋กู๊ด

เพราะเสน่ห์ของผ้าทอจากเด็กพิเศษอยู่ที่ความไม่สมบูรณ์แบบ 100% หลงลืมบางขั้นตอนไปบ้าง แต่กลับได้ลวดลายและสีใหม่มาแทน เผลอสมาธิหลุดและไม่จดจ่อไปบ้าง แต่ได้เอกลักษณ์ไม่เหมือนใครกลับมาแทน แถมช่างทอวัยเยาว์แต่ละคน ย่อมมีเซนส์ประจำตัวทิ้งไว้ให้เดาเล่นบนผืนผ้าทอด้วย บางคนทอแน่น บางคนเลือกสีหวานหยด สนุกตรงนี้! 

Made by Beautiful People ช้อปสินค้าสุดคราฟต์จากเด็กพิเศษ 7 องค์กร ที่ ICONSIAM

ส่วนรายได้จากการจำหน่ายสินค้าทั้งหมด ทางโรงเรียนโสตศึกษาอนุสารสุนทรจะนำไปใช้เพื่อการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน มากกว่าการสะพายกระเป๋าทำมือใบพิเศษจากเด็กพิเศษอย่างภาคภูมิใจ คือการได้เห็นและเอาใจช่วยให้พวกเขาสานต่อสิ่งที่พวกเขาชอบ สิ่งที่พวกเขาทำ และสิ่งที่พวกเขารัก

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographer

ปฏิพล รัชตอาภา

ช่างภาพอิสระที่สนใจอาหาร วัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย มีความฝันว่าอยากทำงานศิลปะเล็กๆ ไปเรื่อยๆ

Scoop

ความเคลื่อนไหวสร้างสรรค์และน่าจับตาจากหลากวงการที่เราอยากให้คุณรู้

29 พฤศจิกายน 2565
78

“เรื่องนี้เราจะไม่รอ”

เป็นคำพูดที่ นายกฤษณ์ จิตต์แจ้ง กรรมการผู้จัดการของธนาคารกสิกรไทยเน้นย้ำกับ The Cloud เพื่อแสดงเจตนาที่แน่วแน่ในการร่วมเปลี่ยนผ่านสังคมธุรกิจของประเทศไทยไปสู่กระบวนการที่ยั่งยืน แม้เรื่องนี้จะไม่ง่าย แต่ธนาคารยักษ์ใหญ่ก็ยินดีที่จะก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อชวนทุกคนเดินไปด้วยกัน

เป้าหมายที่ทุกองค์กรทั่วโลกตั้งใจทำให้สำเร็จ คือเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งครอบคลุมทุกมิติของมนุษยชาติ รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมด แนวทางการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ดี หรือ ESG ถูกหยิบยกมาใช้บ่อยขึ้น และกำลังจะกลายเป็นขอบเส้นของมาตรฐานการทำธุรกิจในบริบทใหม่ที่ทุกคนต้องเดินตาม

เปลี่ยนวันนี้ ก่อนจะไม่มีโอกาสได้เปลี่ยน และธนาคารกสิกรไทยก็เริ่มต้นมาได้สักพักแล้ว

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

เริ่มต้นที่ตัวเรา

สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน คือการชี้วัดอย่างเป็นรูปธรรมของผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด เริ่มจากกระบวนการทำงานภายในองค์กรที่ทำได้ทันที จากนั้นเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับคู่ค้า ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ส่วนที่ยากที่สุดคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่อยู่ปลายทาง ซึ่งต้องนำมาพิจารณาด้วย

การจัดการภายในจึงเป็นสิ่งที่เริ่มได้เร็วกว่าทางอื่น

“เรามองมาที่การทำงานของเรา ว่าอะไรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเยอะบ้าง นั่นก็คือรถยนต์ที่เราใช้ เรามีรถเป็นพันคัน สองคือการใช้ไฟฟ้า แม้เราจะไม่ใช่โรงงาน แต่ก็มีสาขา มีสำนักงานขนาดใหญ่ทั่วประเทศถึง 7 อาคาร ซึ่งใช้ไฟฟ้าพอสมควร

“ถามว่าจะไม่ใช้รถหรือไฟฟ้าได้ไหม ก็ไม่ได้ เราพยายามปรับไปใช้น้ำมัน E85 ก็ช่วยลดคาร์บอนได้บ้าง สุดท้ายเราจะเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดในอนาคต ดังนั้น รถหมดสัญญาแล้วก็จะทยอยเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าครับ ส่วนเรื่องการใช้ไฟฟ้า เราติดโซลาร์เซลล์ตามสาขาต่าง ๆ คิดว่าน่าจะประมาณ 200 – 300 สาขาที่ธนาคารเป็นเจ้าของพื้นที่และมีศักยภาพในการติดตั้งได้ จากทั้งหมด 800 สาขาที่มี ก็ช่วยลดค่าไฟได้ 10 – 20% ที่เหลือก็ต้องหักล้างเรื่องคาร์บอนเครดิตเอาอีกที” 

ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีร่องรอยของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งสิ้น

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

Green Transition การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่เป็นไปได้

เป้าหมายที่สำคัญของธนาคารกสิกรไทยในการผลักดันเรื่องความยั่งยืนที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย โดยธนาคารมีความตั้งใจจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากการดำเนินงานของธนาคาร ใน พ.ศ. 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในพอร์ตโฟลิโอของธนาคารตามทิศทางของประเทศ ด้วยชุดความคิดที่เป็นไปได้และทำได้จริงมากกว่าการประกาศเป้าหมายเท่ ๆ

“สิ่งที่ท้าทายคือ พอร์ตสินเชื่อของเรามีถึง 2.4 ล้านล้านบาท ซึ่งใหญ่มาก เราต้องดูว่าจะเริ่มตรงไหน จบตรงไหน ทำได้จริงแค่ไหน ซึ่งเราทำคนเดียวไม่ได้ ขึ้นกับว่าลูกค้าเอากับเราด้วยไหม เราก็ต้องไปเฟ้นหาว่าลูกค้ากลุ่มไหนจะไปด้วยกันต่อ เราเพิ่งจ้างที่ปรึกษาระดับโลกมาวิเคราะห์พอร์ตสินเชื่อของเรา ดูเป็นรายอุตสาหกรรมเลย ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 5 กลุ่มที่เราจะเน้น โดยประเมินออกมาเป็น 3 เซกเตอร์ที่มีบทบาทมากที่สุดคือ 27% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา ส่วนอีก 2 อันคิดเป็นสัดส่วน 13% ถ้าทำทั้งหมด 5 กลุ่มนี้ ก็จะคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 40% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งพอร์ตของเรา อย่างธุรกิจพลังงาน โรงไฟฟ้าเป็นพอร์ตที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐทั้งเรื่องพลังงานทดแทนและโรงไฟฟ้าด้วย เรื่องนี้เราจับตามองอยู่ แต่เราก็ไม่รอนะ เราคุยกับลูกค้าไปเลยว่าพอจะเปลี่ยนตรงไหน อย่างไรได้บ้าง”

บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่างเข้าใจและรู้ถึงความสำคัญของ ESG รวมทั้งรายงานต่าง ๆ ที่ต้องจัดทำเพื่อให้สอดคล้องกับการกำกับดูแล คุณกฤษณ์มองว่านี่เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

“สุดท้ายเราต้องพูดเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ อย่างพวกถ่านหิน เราก็ไม่ปล่อยกู้ให้โรงไฟฟ้าถ่านหินโรงใหม่ เราทำแบบนี้มาได้สักปีหนึ่งแล้ว คือของเดิมที่มีอยู่ แต่ถ้าเขาจะปรับปรุงเพื่อลดการใช้ถ่านหินลง เราก็พร้อมคุย เพราะว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถึงยังไงผมก็ไม่คิดว่าเราจะตัดพวกเขาออกไปได้ เพราะว่าเวลาลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าไปแล้ว เราก็ต้องอยู่กับเขาไปอีก 20 ปี สมมติสร้างโรงงานมา 5 พันล้านแล้ว จะมีใครมาปิดมันง่าย ๆ ดังนั้น ต้องช่วยกันคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง

“ช่วงที่ผ่านมามีประชุมกับกลุ่มนักลงทุนตลอด ล่าสุดมีกลุ่มที่เข้ามาขอคุยเรื่อง ESG อย่างเดียวเลย ดูว่าเราเป็นอย่างไร อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้ เราก็รู้สึกดี ผมเองไม่ได้มีคำตอบให้เขาทุกอย่าง แต่เราบอกเขาเรื่อง KBank Way คือ Walk the Talk พูดแล้วก็ทำ ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด”

เรียบง่ายแต่หนักแน่นเอาเรื่อง สำคัญวิถีของธนาคารกสิกรไทย

ความยั่งยืนทำคนเดียวไม่ได้

สิ่งที่เป็นอุปสรรคและความท้าทายของธนาคารคือ การชวนผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กมาร่วมเปลี่ยนผ่านกระบวนการทางธุรกิจไปด้วยกัน ซึ่งกลุ่มนี้อาจต้องใช้ทั้งแรงผลักและแรงจูงใจมากกว่าบริษัทขนาดใหญ่

“ความท้าทายของเราคือลูกค้าขนาดที่เล็กลงมา ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เขาจะมองว่าพอต้องใช้เงินลงทุนที่มากขึ้น แต่ผลตอบแทนหรือกำไรที่ได้อาจจะลดลง แล้วแบบนี้แรงจูงใจที่จะให้เขาทำคืออะไร อย่างลงทุนทำโรงงานสีเขียว 100 ล้านบาท ถ้าเราเป็นผู้ประกอบการก็จะคิดว่าทำไปทำไม อย่างแรกเราต้องมีแรงจูงใจ เราเองต้องไปชวนลูกค้าคุย เอาตัวเลขไปเสนอเพื่อประกอบการตัดสินใจ อันที่สองผมว่าภาครัฐก็ต้องเข้ามาช่วยด้วย ผมคิดว่าภาครัฐควรทำเป็นรายอุตสาหกรรมไป ไม่ต้องทำผ่านระบบธนาคาร บอกไปเลยว่าถ้าใครเดินมาทางนี้ จะได้แบบนี้ ถ้าใครไม่ทำตามนี้ ก็จะเกิดผลแบบนี้ ภาครัฐก็ต้องเล่น 2 บทด้วย” 

ล่าสุด ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการกำหนดนิยามและจัดหมวดหมู่โครงการหรือกิจกรรมในภาคเศรษฐกิจที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย (Thailand Taxonomy) ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำนิยามและหมวดหมู่ เพื่อให้ภาครัฐ ธนาคาร และกลุ่มธุรกิจ มีความเข้าใจตรงกันและมีจุดที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดแผนและนโยบายต่าง ๆ ขององค์กร ซึ่งสถาบันการเงินต้องประเมินความเสี่ยง รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นอีกก้าวของการร่วมมือกันในวงที่กว้างขึ้น

“ในต่างประเทศเขาบังคับผ่านกฎหมายเป็นรายอุตสาหกรรมเลยนะ เริ่มจากการวัดคาร์บอนก่อน พิจารณาเป็นรายอุตสาหกรรมไป ซึ่งปัจจุบันบ้านเรายังไม่มีเรื่องพวกนั้น ตอนนี้เริ่มแล้วแต่ยังเป็นภาพกว้าง ๆ อยู่ ผมว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ เราเอาสิ่งนั้นมาเชื่อมกับธุรกิจเยอะขึ้น ผมเป็นกรรมการผู้จัดการที่ดูแลด้านเป้าหมายสินเชื่อและด้านความเสี่ยง ดูว่าเป็นอย่างไร รายได้มาจากทางไหน เสี่ยงอย่างไร ผมก็เอาเรื่อง ESG ใส่ไปด้วย มันยากขึ้นคือเป้าสินเชื่อก็ต้องทำให้ได้ เรื่อง ESG ก็ต้องทำให้ชัดว่าพอร์ตสินเชื่อเราจะวิ่งไปทางไหน และทำไมต้องเป็นทางนั้น นี่เป็นโจทย์ทางธุรกิจไปแล้ว

“เรามี Climate Pillar เป็นเสาหลักอันใหม่ขึ้นมา คือรวมโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาไว้ด้วยกัน แล้วทางนี้ก็จะเอามาตั้งเป็นเป้า เราอยากเป็นผู้นำด้าน ESG ของภูมิภาคก็ต้องออกมาทำก่อน ทั้งการตั้งเป้าหมาย มีคำมั่นสัญญา ผู้นำในความหมายของเราไม่ใช่ผู้นำที่ทิ้งคนอื่นนะ แต่เป็นผู้นำที่ชวนคนอื่นเข้ามาทำด้วย มีคนถามว่ากลัวคนอื่นมาแข่งมั้ย ผมตอบว่าผมชอบเลย มาแข่งเรื่อง ESG ถือว่าดี ใครมีวิธีดี ๆ หรือเทคโนโลยีอย่างไรก็มาแชร์กัน เรื่องนี้อยากชวนมาแข่งนะ เพื่อทำให้เป็นรูปธรรม จับต้องได้มากขึ้น ตอนนี้เราพยายามสร้างมาตรฐานใหม่และคุยกับแบงก์ชาติ แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้ทำคนเดียวไม่ได้ ต้องร่วมมือกัน ถ้าลูกค้าไม่เอาด้วยก็จะเกิดช้าครับ”

การเปลี่ยนแปลงที่มีผลในวงกว้าง จะฉายเดี่ยวไม่ได้

เป้าหมายความยั่งยืนที่ชี้วัดได้

แล้วตอนนี้ธนาคารกสิกรไทยมีสินเชื่อที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านและความยั่งยืนอยู่เท่าไหร่ 

นี่คือคำตอบ

“ประมาณ 1 – 2 % ของสินเชื่อทั้งหมดครับ เมื่อก่อนมีความท้าทายเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียวว่าวัดยังไง ปีนี้เราเริ่มนับแล้ว ตอนนี้จะชัดขึ้นว่าอันไหนได้หรือไม่ได้ อาคารสร้างขึ้นมาแบบประหยัดพลังงานหรือเปล่า สร้างอย่างไร เพราะภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกอันที่เราเน้น เนื่องจากปล่อยคาร์บอนเยอะ ต้องมีกระบวนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมก่อนการพิจารณาเครดิต เราทำมาหลายปีแล้ว อย่างเช่น ลูกค้าอยากทำโรงงานผลิตไฟฟ้าจากขยะ ฟังดูน่าจะกระทบกับสิ่งแวดล้อมและชุมชน เราก็ดูว่าเขากู้เงินไปแล้วจะใช้ทำอะไรบ้าง คืนอะไร อย่างไร มาตรฐานสากลของสิ่งนั้นคืออะไร ปล่อยมลพิษไปแล้วกระทบอะไรมั้ย เทคโนโลยีที่ใช้คืออะไร ถ้าผ่านตามมาตรฐานหมด ก็จะเข้าไปคณะกรรมการของธนาคาร ถ้าเขาไฟเขียวถึงจะเอามาดูต่อ แปลว่าถ้าไม่ได้ตามมาตรฐาน เราก็จะไปคุยถึงปัญหา หา Solution ให้ลูกค้า แต่ถ้ายังทำไม่ได้เราไม่คุยด้วย

“ตอนนี้เราตั้งเป้าเพิ่มสินเชื่อและการลงทุนสีเขียวเข้าไปในระบบอีกสัก 2 แสนล้านบาท เราอยากชวนธุรกิจมาทำกันเพิ่ม เรื่องความยั่งยืนนี้ ธุรกิจขนาดใหญ่ยังไงก็จุดติด แต่ว่าสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กและขนาดกลางจะยากหน่อย ส่วนประชาชนทั่วไปก็เป็นเรื่องวิถีชีวิต อย่างรถหรือบ้านที่ประหยัดพลังงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยน เราอยากเป็นต้นแบบเรื่องความยั่งยืนให้พวกเขา

"ถ้าทำไม่ได้ เราจะไม่พูด” วิถีความยั่งยืนแบบ Walk the Talk ของธนาคารกสิกรไทย

“ส่วนการตรวจสอบมันก็จะมีกระบวนการอยู่ เราดูว่าเครื่องจักรเขาเป็นไปตามที่กำหนดมั้ย มีทีมลงไปดู มีกระบวนการทบทวนวงเงิน เวลาเราให้เงินใครไป เราก็ต้องไปติดตามและดูแล ถือเป็นความท้าทายเวลาที่เราจะทำเรื่องความยั่งยืนให้ใหญ่ขึ้น บางอย่างอาจต้องมีองค์กรภายนอกเข้ามาช่วย สุดท้ายก็จะเกิดการขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมาด้วย” 

ธนาคารกสิกรไทยประกาศตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนที่ 2.5 หมื่นล้านบาทต่อปี รวมเป็นวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาท ภายใน พ.ศ. 2573 แม้ใน 3 ไตรมาสแรกของ พ.ศ. 2565 ตัวเลขจะยังไปไม่ถึงจุดที่หวัง ซึ่งธนาคารได้ให้สินเชื่อไปแล้วกว่า1.6 หมื่นล้านบาท แต่ก็ยังคงผลักดันต่อและคาดว่าขนาดของสินเชื่อใน พ.ศ. 2566 น่าจะโตได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 

“ตัวเลขพวกนี้จะสะท้อนว่าเราทำได้และทำจริงมั้ย ปล่อยไปแล้วเป็นไง ติดข้อจำกัดอะไรบ้าง อีกเรื่องคือแผนที่วางไว้ ลูกค้าเดินด้วยกับเราหรือเปล่า เรามีองค์ความรู้ที่จะขยายไปอุตสาหกรรมอื่นมั้ย ซึ่งโจทย์พวกนี้ต้องรวมไว้ใน Climate Pillar ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายของทีมขายไปแล้ว พวกเขาก็รับโจทย์ไป ผมเองก็ถูกคาดหวังให้รายงานตัวเลขพวกนี้ตลอดกับบอร์ดและสื่อมวลชน ผมเชื่อว่าการที่เราแชร์เรื่องพวกนี้ได้ เป็นการตอกย้ำว่าเราทำตามที่สัญญาและเห็นว่ามันสำคัญ”

เมื่อ The Cloud ถามคุณกฤษณ์ว่าเป้าหมายที่ประกาศออกมาดูจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา ถือว่าธนาคารระวังตัวไปหน่อยหรือไม่ คำตอบที่ได้น่าสนใจทีเดียว

“ผมว่าบางเรื่องเราทำคนเดียวไม่ได้ จะมาประกาศว่าจะไม่ปล่อยกู้ให้พวกธุรกิจพลังงานเลย หยุดปล่อยกู้หมดถ้าไม่ใช่ธุรกิจสีเขียว ทำแบบนี้เท่ากับเราทิ้งลูกค้านะ ซึ่งไม่ใช่การตัดสินใจที่มีเหตุผล เพราะว่าลูกค้ากับเราต้องไปด้วยกันต่างหาก ผมว่าเราต้องคำนวณเป็นตัวเลขออกมาให้ได้ ถ้าเหมาะสมเราก็จะทำ ถ้าอันไหนทำได้เราก็จะให้คำมั่นสัญญา สิ่งที่เราทำคือ Walk the Talk อันไหนเราสัญญาจะทำ เราทำ แต่สิ่งที่เราจะไม่ทำคือเราจะไม่รอ บางคนบอกว่าเรื่องนี้รอได้ รอคนอื่นทำไปก่อน แต่ที่กสิกรไทยเราไม่รอครับ”

พูดแล้วทำ อันไหนไม่ทำก็ไม่พูด

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

ยั่งยืนที่วิถีชีวิตและโอกาสเติบโต

สิ่งที่แยกจากกันไม่ได้สำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งใหม่ คือการพาทุกคนไปข้างหน้าด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เรื่องการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนก็เช่นกัน สิ่งที่ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยเป็นห่วงคือภาคเกษตรกรรม ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนทางออกสำหรับเกษตรกรที่อยู่ในระบบนับล้านรายจะยังไม่ชัดเจนนัก ซึ่งเกษตรกรเองอาจจะยังไม่ตระหนักถึงเรื่องนี้ รวมทั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องก็ยังมีราคาสูง บทบาทของภาครัฐจึงสำคัญมากในการออกนโยบายและมาตรการจูงใจเพื่อสร้างจุดเริ่มต้นให้เกิดขึ้น

ชุดความคิดใหม่ ๆ นอกกรอบจึงต้องนำมาใช้กับกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งจะเป็นตัวเร่งที่ดีให้ผู้บริโภคปรับตัวได้เร็วขึ้น

“เรามีโครงการ SolarPlus คือคิดว่าถ้าเราสามารถคุยกับลูกบ้านในหมู่บ้านต่าง ๆ ให้พวกเขาอนุญาตให้ติดโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน โดยที่เราออกเงินให้ เขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ลูกบ้านได้ประหยัดค่าไฟ โดยที่ธนาคารปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่ติดตั้ง สุดท้ายแล้วลูกบ้านไม่ต้องใช้เงินลงทุน บริษัทติดตั้งก็ได้ธุรกิจเพิ่ม ธนาคารเราได้เรื่องคาร์บอนเครดิต แต่จะยากตรงการขออนุญาตและกระบวนการนี่ล่ะครับที่ต้องผลักดันกันต่อไป นี่เป็นวิธีคิดที่ออกมานอกกรอบ หรืออย่างโครงการส่งเสริมการเช่าจักรยานยนต์ไฟฟ้าแล้วให้มาเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่สาขาธนาคารได้ นี่ก็เริ่มแล้วและจะขยายต่อไป

KBank กับการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมการเงินเพื่อความยั่งยืนระดับภูมิภาค บนพื้นฐานของการทำธุรกิจที่คำนึงถึง ESG

“นอกจากมิติของสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ธนาคารเราทำได้มากคือมิติด้านสังคม ผ่านโจทย์สำคัญเรื่องความครอบคลุมทางการเงิน ปัจจุบันคนใช้ K PLUS มีประมาณ 20 ล้านรายแล้ว แต่ก็ยังมีรายย่อยที่เข้าถึงบริการสินเชื่อยากลำบาก เราก็พยายามทำให้พวกเขาเข้าถึงเงินได้มากขึ้น ปีที่ผ่านมาเราทำให้รายย่อยเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มได้ 5 – 6 แสนราย ปีหน้าก็จะไปต่อ เรื่องนี้ต้องดูควบคู่กับปัญหาหนี้ครัวเรือนด้วยนะ ถ้าดันให้สินเชื่อโตมากเกินไป ก็เหมือนธนาคารทำบาป เพราะต้องดูเรื่องความสามารถในการชำระด้วย หนี้กับรายได้ต้องโตคู่กัน หน้าที่เราคือต้องให้กู้กับคนที่เขาชำระหนี้คืนได้ ไม่ใช่ปล่อยให้กับคนที่เขาใช้หนี้แล้วไม่เหลือเงินกินใช้เลย การไปไล่เติมหนี้ฝั่งเดียวมันทำได้ชั่วครั้งชั่วคราว ต้องทำให้เขาเติบโตขึ้นด้วย การทำให้เข้าถึงแหล่งเงินเป็นแค่การเปิดประตู แต่การทำให้เขาเติบโตต่างหากคือสิ่งที่ยั่งยืน”

ปรับที่วิธีคิด เปลี่ยนที่กระบวนการ 

นี่คือก้าวใหม่ที่น่าจับตาของธนาคารกสิกรไทย

Writer

มนต์ชัย วงษ์กิตติไกรวัล

นักข่าวธุรกิจที่ชอบตั้งคำถามใหม่ๆ กับโลกใบเดิม เชื่อว่าตัวเองอายุ 20 ปีเสมอ และมีเพจชื่อ BizKlass

Photographer

วรุตม์ ไฉไลพันธุ์

เมื่อก่อนเป็นช่างภาพหนังสือเดินทาง ปัจจุบันเป็นช่างภาพกักตัวครับ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load