ชวนขยับเท้าย้ายเข้าฝั่งธนฯ ปักหมุดท้ายซอยเทอดไท 4 เดินซอกแซกจนถึงริมคลองบางกอกใหญ่ ผลักประตูเข้าบ้านหลวงประสิทธิ์ (Luang Prasit Canal Home) ของ หมออ๋อ-ทพญ.ศิริจันทร์ พหลโยธิน เจ้าบ้านคนปัจจุบันที่คิดเปลี่ยนบ้านไม้อายุร้อยกว่าปี 2 หลัง เป็นที่พักบรรยากาศครอบครัวเคียงข้างคลองบางหลวง อบอุ่นจนนักนอนเที่ยวบอกต่อ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

จากจุดเริ่มต้นเพียงบ้านเก่าหลังใหม่ใหญ่เกินจะอยู่แค่ 4 คน หมออ๋อเลยตัดสินใจแบ่งปันความสุขให้คนอื่น ผ่านบ้านอยู่อาศัยบรรยากาศร่มเย็น ขณะเดียวกันก็อนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของไทยเอาไว้เพื่อคนรุ่นหลัง

อ้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยนะ ตลาดพลูและย่านฝั่งธนฯ คึกคักขึ้นเป็นกอง 

‘หมอฟัน คุณครูภาษาไทย บ้านเก่าร้อยกว่าปีมีของแถมเป็นประวัติศาสตร์’ ฟังดูไม่เกี่ยวกันสักนิด แต่อย่าเพิ่งหนีถ้าได้ลองเงี่ยหูฟังเสียงนกบรรเลงเพลงคู่ใจ คลอเคล้ากับบรรยากาศร่มรื่นสบายตา คุณจะหายสงสัยและกลายเป็นหลงรัก

ก.เอ๋ย ก.ไก่

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ก่อนนั่งลงสนทนาแบบกันเอง คุณหมอใจดีพาเราเดินสำรวจรอบบริเวณ มีทั้งมุมปลูกพืชผักสวนครัว บ้านพักสำหรับแขก แต่ที่เราชอบมากคงเป็นใต้ถุนบ้านขนาดกว้างมาก ลมพัดเอื่อย พื้นไม้เย็นเฉียบ ดวงตาพริ้มเต็มที อยากขออู้งานแล้วนอนคลายเมื่อยเสียตั้งแต่ตอนนี้ ว่าแล้วก็ขอเอียงคอสงสัยถามเจ้าบ้านถึงประวัติและทำไมต้องเป็นบ้านหลังนี้

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“เราอยากมีบ้านริมน้ำ เพราะเป็นคนริมน้ำมาก่อน เกิดมาก็อยู่บ้านคลองรังสิต ส่วนบ้านยายอยู่คลองบางหลวงห่างจากบ้านหลังนี้หน่อยนึง ทีแรกจะปรับปรุงบ้านยายด้วยซ้ำเพราะไม่มีคนอยู่แล้ว แต่จับพลัดจับผลูมาได้ตรงนี้เสียก่อน ” คุณหมอเจ้าบ้านเล่าให้เราฟังอย่างกันเอง

หมออ๋อบอกกับเราว่า หลวงประสิทธิ์อักษรเนติ์ (ใหญ่ นาคามดี) อดีตคุณครูภาษาไทย รร.นายร้อย เป็นเจ้าของบ้านเดิม หลังท่านเสียชีวิตบ้านถูกส่งต่อให้กับลูกหลาน จนกระทั่ง 6 ปีก่อน พรหมลิขิตบันดาลชักพาให้หมออ๋อมาเจอบ้านหลังนี้ ถูกตาต้องใจจนติดต่อขอซื้อเอาไว้ หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นที่พักสุดอบอุ่น กรุ่นกลิ่นประวัติศาสตร์ (ที่เหมือนมีชีวิต) แถมสัมผัสความเป็นไทยผ่านวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำอย่างแท้จริง มิน่า นักท่องเที่ยวถึงติดใจ! 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“เราว่าของเก่ามีเสน่ห์นะ เหมือนเป็นตัวบอกเล่าจากอดีตมาถึงเรา ยิ่งงานสถาปัตยกรรมมันเคยมีชีวิต มีสปิริตมีเนื้อหาที่เราจับต้องได้ อย่างบ้านหลังนี้อยู่มาเป็นร้อยปี คงผ่านเรื่องราวมามากมาย ถ้าเขามีปากคงเล่าให้เราฟังได้ 

“มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกเราไว้ว่า ‘บ้านหลังนี้คือปัจจุบันของอดีต’ เราฟังแล้วชอบประโยคนี้มาก”

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ข.ไข่ ในเล้า

ขอเล่าเสริมอีกสักนิด แม้บ้านหลังนี้ถูกปล่อยร้างไว้ 2 ปี แต่สภาพกลับสมบูรณ์ มีเพียงบ้านไม้สไตล์โคโลเนียลที่สีเดิมหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้ เจ้าบ้านเลยหาทางบูรณะให้เหมือนเดิม แต่ความโชคดีมาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน เพราะลูกหลานของเจ้าบ้านเดิมเอาภาพบ้านยุคก่อนที่เคยถ่ายลงหนังสือพิมพ์มาให้ เฉลยทันทีว่า เดิมทีสีบ้านเป็นสีเขียว

แต่อีกหนึ่งวิธีน่าสนใจ หมออ๋อกระซิบว่าเธอเช็กสีเดิมด้วยการยกสายไฟตามบ้านขึ้นดู เพียงเท่านี้ก็เห็นว่าอดีตมันเคยเป็นสีอะไร ประจวบเหมาะกับได้เจอสถาปนิกบ้านเก่า แถมเป็นคนตลาดพลูด้วย เลยเข้าที เขาอาสาบูรณะเรื่องสีให้ บ้านหลังนั้นเลยมีชื่อเล่นตรงตัวว่า ‘เรือนเขียว’ ส่วนบ้านไม้อีกหลังตั้งชื่ออยู่ตามลวดลายฉลุด้านบนว่า ‘เรือนฉลุ’ 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

‘เรือนนก’ ถูกต่อเติมขึ้นใหม่ ขนาดพอเหมาะพอดีเหมือนรังนก มองเห็นวิวสวยอย่างกับ Bird’s Eye View

เรือนสามหลัง 4 ห้องพักใหญ่จุคนได้ทั้งหมด 16 คน บางเรือนมีห้องพักเดียว บางเรือนมีหนึ่งห้องพักใหญ่แต่เปิดประตูถึงกันได้ เลยกลายเป็น 2 ห้องพักเล็ก (ในบางที) แต่ความน่าเอ็นดูอยู่ตรงไอเดียการตั้งชื่อห้อง หมอฟันได้แรงบันดาลใจจากคุณครูภาษาไทย (เจ้าบ้านเดิม) เธอตั้งชื่อห้องเป็นเสียงโฟเนติกของตัวอักษรไทย มีทั้งห้อง ก.ไก่ ห้อง ช.ช้าง ห้อง ป.ปลา ห้อง ม. ม้า ห้อง น.นก (เจ้าบ้านบอกว่าน่ารักกว่า น.หนู เลยกลายเป็น น.นก โดยปริยาย) ยิ่งไปกว่านั้นของตกแต่งก็สอดคล้องกับชื่อห้องด้วย เธอว่าห้อง ก.ไก่ มีของตกแต่งเป็นภาพดอกแก้ว ส่วนห้อง ช.ช้าง มีของตกแต่งเป็นภาพดอกชมนาด ตุ๊กตาช้าง ฯลฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

นอกจากไอเดียจะน่ารักไม่หยอก ยังสอดคล้องและสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์เรื่องราวของบ้านด้วย 

ฃ.ฃวด ของเรา

ฃวดน้ำกระเบื้องภายในห้องพัก เป็นขวดที่หมออ๋อเลือกใช้แทนขวดน้ำดื่มพลาสติก ด้วยเหตุผลเพื่อช่วยลดขยะและลดปัญหาภาวะโลกร้อน เธอบอกน้ำดื่มขอเพิ่มได้ไม่อั้น แต่แขกบางคนเตรียมตัวมาดี พกกระบอกน้ำติดตัวมาด้วย ก่อนจะออกไปตะลุยบางกอกก็แวะเติมน้ำให้เต็มกระบอกไปเลย! แต่ถ้าน้ำดื่มคลายร้อนไม่อยู่หมัด ไม่ต้องกังวล เพราะหมออ๋อคิดมาให้แล้ว เธอจัดแจงแจกพัดให้แขกทุกท่าน เพื่อความสนุกเพลิดเพลินในการ ‘Survival in Bangkok’

ระหว่างสนทนาเราได้ยินสียงเครื่องยนต์เรือดังสนั่น ท้องเรือหางยาวกระทบผิวน้ำแตกกระเซ็น จนเริ่มชินหูและชินตา บางครั้งก็แอบเผลอโบกมือเป็นมิตรให้นักท่องเที่ยวบนเรือที่ตั้งใจส่งรอยยิ้มมาให้คนริมฝั่งน้ำ แปลกใหม่ แต่อิ่มใจ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

เจ้าบ้านแอบบอกว่า ไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่เก็บขยะยังเดินทางด้วยเรือมาให้บริการถึงหน้าบ้านอยู่นะ

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่วิถีดั้งเดิมกลับกลายเป็นเสน่ห์ของย่านนี้

ค.ควาย เข้านา

(ใครอ่านมาถึงหมวดค.ควาย เข้านา คงแอบเอาใจช่วยว่าเราจะเขียนไปถึง ฮ.นกฮูก ตาโตได้หรือเปล่า)

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ก่อนจะไถลนอกเรื่องไปไกล ขอชวนกลับสู่บ้านหลวงประสิทธิ์ บ้านริมน้ำที่รายล้อมด้วยธรรมชาติรอบทิศทาง ดูเหมือนหมออ๋อจะเป็นนักปลูก เธอเล่นปลูกทั้งไม้ดอก ไม้ดม และไม้กิน จากความคิดจ้างนักจัดสวนมาทำให้ภูมิทัศน์สวยงามและกลับไปคล้ายของเดิมให้มากที่สุด กลับกลายเป็นดอกผลงอกงามมากมายหลายชนิด อาทิ ต้นแก้ว ฟอร์มต้นไม้อาจไม่สวยมาก แต่ออกดอกตอนกลางวัน เวลาลมพัดจะส่งกลิ่นหอม ส่วนดอกชมจันทร์ออกดอกและส่งกลิ่นหอมตอนกลางคืน กลายเป็นว่าแขกผู้เข้าพักได้เห็นความสวยงามและกลิ่นหอมหวลของดอกไม้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

อีกมุมที่เราชอบมาก อยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าบ้าน เป็นโซนผักสวนครัวกินได้ มีสมุนไพรบ้าง ผลไม้บ้าง คุณหมออ๋ออนุญาตให้เราเด็ดลูกหม่อนจากต้นมาชิม รสชาติจากธรรมชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เสาวรสก็มีด้วยนะ ส่วนมะม่วงรออีกหน่อยได้ทานผล มุมผักสวนครัวก็มีกะเพรา พริก ผักไชยา (แฝดคะน้า) วอเตอร์เครส ฯลฯ ผักผลไม้บางส่วนจะนำมาเป็นวัตถุดิบในวิชาเรียนทำอาหารไทยสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะต้มยำกุ้ง  แกงเขียวหวาน ผัดฉ่าปลา รีเควสมาได้เลย

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ฅ.ฅน ขึงขัง

ฅนเข้าพักส่วนใหญ่ของบ้านหลวงประสิทธิ์จับจองมาจาก Airbnb เรามั่นใจว่าคนที่เลือกมาพักบ้านหลังนี้จะต้องชอบธรรมชาติ หลงใหลความเงียบสงบ และต้องการสัมผัสวิถีชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง กินอะไร อยู่ยังไง ไปเที่ยวที่ไหน 

“คนที่มาพักกับเราคงต้องการไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนการพักโรงแรมใหญ่ เวลาเราไปประเทศญี่ปุ่น ก็อยากนอนเสื่อทาทามิ ไปเมืองจีนก็อยากนอนโรงเตี๊ยม ถ้าเขามาประเทศไทยก็คงอยากนอนบ้านไทยจริงๆ”

จะว่าไปธุรกิจที่พักก็ลงสนาม Airbnb กันเกือบหมด แล้วบ้านหลวงประสิทธิ์มีจุดเด่นมัดใจนักท่องเที่ยวอย่างไร 

“ความเป็นตัวเรา” หมออ๋อตอบทันที 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“บ้านของเราก็เป็นเอกลักษณ์ มีพื้นที่กว้างใหญ่ บางคนเน้นห้อง แต่เราเน้นอยู่สบาย และเน้นสภาพแวดล้อมด้วย เพราะสิ่งที่แขกเดินมาเห็นก่อนคือ Common Area แล้วค่อยเห็นห้อง ถ้าสภาพแวดล้อมเราสวย ก็ควรให้แขกเห็นตั้งแต่แรกพบ อย่างในภาพที่เราประกาศขาย เราขายทั้งหลัง เห็นแม่น้ำ เห็นตัวบ้าน ไม่ให้เขาเห็นห้องก่อน” เจ้าบ้านอธิบาย 

บ้านพักจะขายได้ไม่ใช่เพราะความสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องมีความจริงด้วย จริงใจและจริงตั้งแต่ในภาพ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“ที่พักของเรายังทำตลาดได้อยู่ เพราะว่าโลกออนไลน์ทุกคนจะเห็นจากรูปก่อน แล้วถึงเห็นของจริง บางคนรูปสวยมากแต่ของจริงไม่สวยเหมือนในรูป แขกส่วนใหญ่จะบอกเราว่าของจริงสวยกว่าในรูป เพราะเราทำให้เขาเกิด Eye Contact กับรูปลักษณ์ พอมาแล้วเกิดจากรีวิว จุดขายอีกอย่างคือการได้สัมผัสชีวิตจริงๆ แล้วพวกเราก็เต็มที่ในการดูแลเขา 

“แขกส่วนใหญ่ของเราเป็นต่างชาติมากกว่าคนไทย สำคัญเลยเราดูแลเขาแบบครอบครัว บ้านเราก็เหมือนบ้านเขา อาหารเราก็บริการเฉพาะตอนเช้า ส่วนอาหารเย็นเราอยากให้เขาออกไปกิน ไปเที่ยวข้างนอกบ้าง เราบริการอาหารก็จริง แต่ขณะดียวกันเราก็สนับสนุนคนข้างเคียง ถือว่าเรากระจายรายได้ให้ชุมชน แบ่งความสุขกันต่อๆ ไป” เจ้าบ้านเล่า

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

นอกจากย่านตลาดพลูจะคึกคักขึ้น ยังเป็นการไหลเวียนของผู้คนและธุรกิจอีกวิธีหนึ่งด้วย 

แสดงว่าหมออ๋อสนุกกับบทบาทนี้ใช่มั้ยคะ เราถาม

“ใช่ (หัวเราะ) เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เป็นหมอฟันอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม โลกเราแคบมาก เลยหาอะไรที่ทำให้เราได้ออกมาเจอโลกนอกห้องแอร์บ้าง ไม่งั้นชีวิตอยู่แต่ในกล่อง อยู่ในบ้าน ลงรถ รถก็กล่องสี่เหลี่ยม จากรถก็ขึ้นกล่องห้องทำงาน จากห้องทำงานลงกล่องอีกครั้งเพื่อกลับบ้านอีกที บ้านหลวงประสิทธิ์เลยเหมือนงานอดิเรกที่เราทำแล้วมีความสุข” 

รอยยิ้มกว้างหลังจบบทสนทนาทำให้เราเชื่อว่าหมอฟันคนนี้มีความสุขที่สุดในฝั่งธนฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ (Luang Prasit Canal Home)

192 ซอยเทอดไท 4 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600

ติดต่อ 08 6317 5845 , 09 5254 7581

Facebook : Luang Prasit Canal Home บ้านหลวงประสิทธิ์

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Avatar

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หากพูดถึงหนองคาย ทุกคนจะนึกถึงอะไรกันบ้างครับ

แดงแหนมเนือง ตลาดท่าเสด็จ หรือพญานาค – อาจเป็นคำตอบแรก ๆ ทว่าคนส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่า หัวเมืองอีสานตอนเหนืออันเงียบสงบและเปี่ยมล้นด้วยประวัติศาสตร์ ยังมีอะไรน่าค้นหามากกว่าที่กล่าวไป ทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้คน ความเชื่อ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ‘พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ’ จนอาจกล่าวได้ว่า หนองคายเป็นหนึ่งในเมืองพักตากอากาศที่น่าจับตามองของอีสาน

จากการพูดคุยกับ ต่าย-สุระ อนุตรพงษ์พันธ์ และ เมย์-ลลิดา ทองพีระ หนุ่มสาวผู้มีใจรักในงานศิลปะ และผู้ก่อตั้งพื้นที่ศิลป์สร้างสรรค์แห่งนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ต่ายไปอยู่เชียงใหม่ และมีโอกาสไปเที่ยวสำรวจบ้านของเหล่าศิลปินและอาร์ตแกลเลอรีต่าง ๆ ทำให้เขาหวนนึกถึงบ้านเกิดตัวเอง 

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เขาตั้งคำถามว่า ทำไมหนองคายถึงไม่มีศิลปินหรือพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะบ้าง นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ศิลป์โสภา โฮสเทล’ ที่พักสำหรับคนรักศิลปะที่พลาดไม่ได้เมื่อมีโอกาสเยือนหนองคาย

แกลเลอรีเฮาส์

“หนองคายไม่มีพื้นที่ให้ผู้คนได้จัดแสดงงานศิลปะ ได้ปล่อยแสง หรือได้ใช้ความสามารถ ผมเลยอยากทำให้นี่เป็นพื้นที่ที่ศิลปินมารวมกันได้ และผมมองว่าจังหวัดนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อน เพราะผู้คนสโลว์ไลฟ์ ดำเนินชีวิตช้า ๆ” ต่ายเปรยความตั้งใจด้วยน้ำเสียงภูมิใจนำเสนอบ้านเกิด

เขาเป็นคนหนองคายแท้ ๆ ในขณะที่เมย์เป็นคนโคราชบ้านเอ็ง ทั้งสองคนเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งความแตกต่างของทั้งคู่ เปรียบเสมือนเมืองหนองคายที่ประกอบไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีชาวเวียดนาม ชาวลาว ชาวจีน และคนพื้นถิ่นอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว จนกลายเป็นเสน่ห์ของหนองคาย

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

หนองคายมีศิลปินและคนทำงานในแวดวงศิลปะอยู่พอสมควร แต่ส่วนใหญ่มักผันตัวไปทำอาชีพอื่น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ – นี่คือคำบอกเล่าของต่าย ผู้ตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดด้วยเหตุผลว่า เขาเป็นคนติดครอบครัว คิดถึงการทำกิจกรรมกับเพื่อน และคิดริเริ่มให้มีพื้นที่ทางศิลปะในหนองคาย 

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากสร้าง ‘แกลเลอรีเฮาส์’ ขนาดเล็กที่นี่ ซึ่งเขาทราบดีว่าการเป็นแกลเลอรีเพียงอย่างเดียวไม่อาจหล่อเลี้ยงตัว จึงสร้าง คาเฟ่ โรงเรียนสอนศิลปะและโฮสเทลขึ้นมา

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เขาเลือกเปลี่ยนอาคารเก่าแก่อายุกว่า 60 ปี และสวยงามตามฉบับสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ผสมผสานกับความเป็นจีนและเวียดนาม อาคารแห่งนี้ถูกใช้งานมาอย่างครบฟังก์ชัน ตั้งแต่เป็นบ้านของคู่บ่าวสาวสำหรับแต่งงานออกเรือน ร้านอาหาร ออฟฟิศสำนักงานคลังจังหวัด ตลอดจนมูลนิธิอิสระ

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เป็นเวลานานกว่า 9 ปี อาคารถูกปล่อยทิ้งร้างให้กาลเวลากลืนกินความสวยงาม ทิ้งไว้เพียงความผุพังและความลึกลับ จนผู้คนแถวนั้นให้สมญานามว่า ‘บ้านผีสิง’ (ต่ายพูดเช่นนั้น) โดยภายหลัง ต่ายยื่นโปรเจกต์พัฒนาพื้นที่แห่งนี้กับเจ้าของอาคาร พวกเขาเริ่มรีโนเวตพื้นที่และอาคารทั้งหลัง ขณะเดียวกันก็พยายายามคงเสน่ห์และสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากต่ายกังวลเรื่องของความปลอดภัยของลูกค้า ตลอดจนการปรับปรุงเพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของการตกแต่งภายใน การดำเนินงานซ่อมแซมจึงครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงสร้างของตัวอาคาร ระบบประปา จนถึงระบบไฟฟ้าภายในอาคาร

ก่อนทำโฮสเทล พวกเขาไม่เคยลองนอนในโฮสเทลกันมาก่อน แต่สร้างโฮสเทลสายอาร์ตแห่งใหม่ในเมืองหนองคายได้อย่างน่าประทับใจ แถมเป็นตัวของตัวเองสูง โชคดีที่เขาเป็นสถาปนิกผู้มีความรู้และความสามารถด้านการออกแบบ เหนือสิ่งอื่นใด คือวิสัยทัศน์และจินตนาการอันเปี่ยมล้น

มากกว่าบ้านศิลปิน

“คอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ บ้านศิลปินและศูนย์รวมของศิลปะทุกแขนง” – นิยามของที่นี่

เขาใส่ใจรายละเอียดทั้งภายนอก ภายใน รวมถึงการมีส่วนร่วมระหว่างโฮสเทลกับผู้คน

จากประตูทางเข้าหลัก มีคาเฟ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ซึ่งเคยเป็นโรงจอดรถมาก่อน ทว่าต่ายและเมย์ได้พัฒนาให้เป็นคาเฟ่สำหรับให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้พักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบ ๆ

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

ตัวอาคารหลักมี 2 ชั้น ชั้นบนและชั้นล่างแบ่งเป็นห้องพักต่าง ๆ ประเภทที่ไม่มีห้องน้ำในตัว ห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวมีเพียงห้องเดียวเท่านั้น ทั้งอาคารรองรับผู้เข้าพักได้ 32 – 34 คน แต่ละห้องมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป โดยมีคอนเซ็ปต์คือตั้งชื่อตามศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ 

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

โดยมีการตกแต่งตามห้องพักเป็นธีมของศิลปินนั้น ๆ ผสมผสานกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลป์โสภา เช่น ห้องเฉลิมชัย ห้องกุสทัฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) ห้องปิกัสโซ (Pablo Picasso) ห้องวินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) และห้องมอเน (Claude Monet)

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

ความพิเศษคือชั้นสองของอาคารหลัก นอกจากเป็นห้องพักแล้ว ยังเป็นแกลเลอรี จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่น นักเรียน และนักศึกษาในเมืองหนองคาย ส่วนทางด้านหลังของตัวอาคารหลัก แบ่งเป็นร้านค้าสำหรับงานศิลปะ งานคราฟต์ และเป็นโรงเรียนสอนศิลปะของเมย์ด้วย

ศิลป์โสภาไม่ได้เป็นเพียงที่พักของคนที่หลงใหลงานศิลป์เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนทำกิจกรรมร่วมกันอย่างกลมกลืน โฮสเทลแห่งนี้เป็นมากกว่า ‘บ้านศิลปิน’ ที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาใช้บริการได้หลากหลาย ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย รวมถึงกลุ่มเป้าหมายใหญ่อย่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้บริการหลักที่มีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

“ทุกวันนี้ลูกค้าที่เข้ามาเขารีเสิร์ชมาก่อน และเขารู้ว่าสิ่งที่จะได้รับมันตอบโจทย์เขาหรือเปล่า ส่วนใหญ่คนที่มาพักมักเป็นคนที่เข้าใจและอยากสัมผัสสิ่งที่เราเป็นมากกว่าถามหาทีวีหรือตู้เย็น” ต่ายเล่า

“เรามองว่าเสน่ห์ของที่พักขนาดเล็ก โดยเฉพาะศิลป์โสภา ให้ความรู้สึกเหมือนนอนบ้านญาติ บ้านเพื่อน พี่น้อง เราทำให้บ้านของเราเหมือนบ้านแขกที่มาพักได้” เมย์พูดถึงเสน่ห์ของบ้านหลังนี้

เสน่ห์ที่มากกว่าบ้านศิลปิน คือการมาพักที่นี่แล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน แถมได้เพื่อนใหม่

ทำสิ่งที่รัก

“เราอยากเป็นพื้นที่หนึ่งที่ส่งเสริมกิจกรรม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการใหม่ ๆ ให้น้อง ๆ และคนที่มาจากต่างจังหวัดได้เห็น ว่าสิ่งที่พวกเราทำทั้งหมดนั้นทำเพื่อพวกเขา”

คำบอกเล่าที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น และมีวิสัยทัศน์ของเมย์ ทำให้เห็นว่าศิลป์โสภาเป็นพื้นที่สำหรับแสดงออกทางศิลปะ มีส่วนร่วมในการผลักดันศักยภาพของคน ตลอดจนส่งเสริมการสร้างงานในเมืองตากอากาศแห่งนี้ และแสดงออกให้ทุกคนรู้ว่า ‘หนองคายไม่ได้มีแค่แหนมเนืองหรือพญานาค’

สิ่งสำคัญคือ ที่นี่มี ‘ช็อป’ สำหรับลูกค้าและคนที่สนใจอยากทำงานศิลปะ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมทำกิจกรรมจรรโลงใจ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน ปั้นเซรามิก หรือแม้แต่งานจักสาน ซึ่งเมย์นำเอาดีไซน์ไปให้กลุ่มแม่บ้านที่ทำงานจักสานอยู่แล้วได้ลองทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนั้นนำมาวางขายเพื่อให้กลายเป็นของฝาก พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างงานและการกระจายรายได้สู่ชุมชน

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

จากการพูดคุยกับต่ายและเมย์ถึงการมีส่วนร่วมระหว่างโฮสเทลกับเด็ก เยาวชน และคนอีกมากมาย มีอีกหนึ่งสิ่งที่พวกเขาพยายามส่งเสริมมาโดยตลอด คือการผลักดันให้เกิดความร่วมมือของคนในท้องถิ่น ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยว กลุ่มแม่บ้าน ศิลปินท้องถิ่น หรือคนขับรถรับส่งเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กับเด็ก เยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมค้นหาตัวตนหรือพัฒนาศักยภาพของตัวเองในด้านต่าง ๆ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานพักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่ส่งเสริมเด็ก ๆ ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘ศิลปะ’ 

“เรามีช่องทางติดต่อศิลปินและน้องนักศึกษา สำหรับคนที่สนใจผลงานของพวกเขา เราเปิดพื้นที่ให้เขาจัดแสดงผลงานฟรี หรือหากเป็นน้องฝึกงาน เราก็ให้โอกาสเขารังสรรค์เมนูต่าง ๆ ในคาเฟ่ 

“เราต้องการแสดงจุดยืนของตัวเอง ว่าหากคุณมีความสามารถให้เอาออกมาใช้ เราไม่ได้มองว่าเขาต้องจบ ป.ตรี ป.โท แต่เราสนใจในความสามารถของเขา เพราะฉะนั้น เวลาสัมภาษณ์งานหรือจะให้น้อง ๆ ทำงานอะไร เขาต้องรู้ว่าก่อนว่าตัวเองมีดีอะไร แล้วเราจะช่วยดึงศักยภาพของเขาออกมา”

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

ผมฟังแล้วยิ้มด้วยความชื่นชม ในขณะที่เมย์กำลังบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง

“เราไม่ได้คำนึงถึงกำไรเป็นอันดับแรก แต่เราทำในสิ่งที่เรารักก่อน พอเราทำในสิ่งที่รัก สิ่งนั้นจะตามมาด้วยเงินหรือผลกำไร เราสอนน้อง ๆ คนในองค์กรและครอบครัวของเราเสมอว่า ต้องรู้ก่อนว่าชอบอะไร พองัดสิ่งที่มีออกมาได้ ตรงนั้นแหละจะทำให้เรามีอาชีพ และเมื่อทำในสิ่งที่รัก เราจะทำได้ดี”

เมย์เสริมด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของการลงมือทำในสิ่งที่เธอรัก และพร้อมจะส่งเสริมพลังงานที่ดีเหล่านี้สู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ในหนองคายต่อไป

ให้และรับ

“เราว่ามนุษย์ควรได้รับอะไรที่มากกว่านี้ อิสระ เสรีภาพหลาย ๆ อย่าง ทั้งความคิด ความกล้าแสดงออก พอไม่มีสิ่งเหล่านั้น เลยทำให้เด็กไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไร แล้วก็อายที่จะบอกว่าตัวเองมีดีอะไร”

เมย์หนักแน่นกับอุดมการณ์และจุดยืนที่ว่าศิลป์โสภาจะให้อะไรกับคนในสังคม

ขณะที่ต่ายมองอีกมุมว่า ‘ความชอบส่วนตัว’ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยากลุกขึ้นมาผลักดันศิลปินท้องถิ่นในจังหวัดบ้านเกิด ตลอดจนการทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายได้ที่โฮสเทลแห่งนี้

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

“เราอยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า ให้กับน้อง ๆ พนักงาน บุคลากรในองค์กร และนักท่องเที่ยว ให้เขามีแรงบันดาลใจทำในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปะก็ได้ แต่พอเขาได้มาพักหรือมาใช้พื้นที่ตรงนี้ เขาอาจได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะกลับไปขับเคลื่อนชีวิตของเขา”

เราอมยิ้มกับสิ่งที่เขาพยายามเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ผ่านเลนส์ศิลปะ

หากย้อนกลับไปเมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้ว คนในเมืองหนองคายอาจไม่คุ้นชินกับการเกิดขึ้นของที่นี่ ในขณะที่ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด และเยาวชนในพื้นที่กลับให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยจากการพูดคุยกับผู้ก่อตั้งโฮสเทล ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ของศิลปะ และผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในสังคม รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อให้โอกาสกับคนในสังคม

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

สิ่งเหล่านี้เป็นมากกว่าแค่ที่พักธรรมดา ๆ กล่าวคือ ศิลป์โสภาเปรียบเสมือนเกษตรกรผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ที่ชื่อว่า ‘เมล็ดแห่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ’ เมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้เจริญเติบโตจากจุดเล็กที่สุด ไปสู่การสร้างพลังขับเคลื่อนบางอย่างให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะในอนาคต ที่พักแห่งนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ศิลป์สร้างสรรค์แบบนี้มากขึ้นในเมืองหนองคายก็เป็นได้

ผมเชื่อว่าหากทุกคนได้ลองมาพักกาย พักใจกับ ศิลป์โสภา ทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การพักผ่อน เพราะที่นี่ให้ในสิ่งที่เงินตราซื้อไม่ได้ คือ ความอบอุ่นและความสุขกายสบายใจ

ประสบการณ์ที่มากกว่า

ผมขอให้ต่ายและเมย์ให้คำแนะนำ 3 ข้อ สำหรับคนที่อยากทำโฮสเทลหรือที่พักขนาดเล็ก

ต่ายบอกกับผมว่า ข้อแรกที่สำคัญที่สุด คือ ตัวตนและแนวคิดของโฮสเทล ข้อสอง คือ การมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าของกิจการกับลูกค้า และข้อสาม คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทางธุรกิจ หรือความสัมพันธ์ระหว่างโฮสเทลกับอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโตไปพร้อม ๆ กัน 

เมย์มองว่าความเป็นตัวเอง การมีใจรักในงานบริการ และต้องตอบโจทย์ลูกค้า โดยแนะนำให้คนที่อยากเปิดโฮสเทลถามตัวเองว่า ถ้าลูกค้าเข้ามาพัก อยากให้เขาได้รับประสบการณ์ใดกลับไป

“ตอนเราไปพักที่อื่นเราก็คาดหวังเหมือนกัน หลังจากเข้าพักเราจะถามตัวเองเสมอว่า เราได้อะไรจากที่นี่ มันเป็นเรื่องที่มากกว่าธุรกิจ แต่คือแรงบันดาลใจจากตัวตนของเจ้าของธุรกิจนั้นด้วย”

สถาปนิกสาวกล่าวปิดท้ายพร้อมแววตาที่เป็นประกาย

ทุกคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ช่วงเวลาของความสุข มักจะผ่านไปเร็ว’ กันไหมครับ

หากเคย นี่คงเป็นสิ่งที่ผมใช้อธิบายความรู้สึกหลังจากได้พูดคุยกับต่ายและเมย์ ผู้บอกเล่าเรื่องราวของ ‘ศิลป์โสภา โฮสเทล’ บ้านศิลปินในโลกของคนรักศิลปะ ณ เมืองหนองคาย พร้อมแนวคิดที่อยากส่งเสริมการมีส่วนร่วมของโฮสเทลกับผู้ใช้บริการ ตลอดจนการให้ประสบการณ์แก่คนในสังคม

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

3 Things
you should do

at ศิลป์โสภา

01

เดินสัมผัสวิถีชีวิตยามเย็นของคนท้องถิ่น ที่ ถนนคนเดินหนองคาย (ตลาดแคมของ) ที่นี่มีร้านรวงมากมายและอาหารไทย ลาว เวียดนาม เมนูแนะนำ คือ ข้าวจี่ปาเต้ (ขนมปังฝรั่งเศสทรงเครื่องแบบลาว) พันหอม (ผักกาดหอมห่อไข่ เนื้อ และผักสไตล์เวียดนาม) และ จะกระยอสด (เปาะเปี๊ยะสดเวียดนาม)

02

ลองลิ้มรสแหนมเนืองเจ้าแก่ในหนองคาย ที่ แดงแหนมเนือง จากอดีตเคยเป็นร้านอาหารเวียดนามเล็ก  ๆ โดยสองสามีภรรยาชาวเวียดนามตั้งถิ่นฐานในหนองคาย จนขายดิบขายดีและพัฒนามาเป็นร้านใหญ่โต เปิดมามากกว่า 50 ปี ปัจจุบันดูแลโดยทายาทรุ่นสอง

03

ไปสักการะ หลวงพ่อพระใส ณ วัดโพธิ์ชัย ถึงถือว่ามาถึงหนองคาย เพราะหลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก (โลหะสำริดที่มีทองเป็นส่วนผสมหลัก) มีความสำคัญในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานและปาฏิหาริย์อันเลื่องลือ

ศิลป์โสภา

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

รักอิสระ มุกดาม่วง

เป็นคนจังหวัดอุดรธานี-ถิ่นภาคอีสาน โดยกำเนิด รักอิสระเคยดร็อปเรียนตอนมัธยมแล้วไปเป็นเด็กล้างจานที่ร้านอาหารไทยในอเมริกา 1 ปี ชอบเดินทางท่องเที่ยว ถ่ายรูป และสนใจภาพเชิงสารคดีเป็นพิเศษ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load