ชวนขยับเท้าย้ายเข้าฝั่งธนฯ ปักหมุดท้ายซอยเทอดไท 4 เดินซอกแซกจนถึงริมคลองบางกอกใหญ่ ผลักประตูเข้าบ้านหลวงประสิทธิ์ (Luang Prasit Canal Home) ของ หมออ๋อ-ทพญ.ศิริจันทร์ พหลโยธิน เจ้าบ้านคนปัจจุบันที่คิดเปลี่ยนบ้านไม้อายุร้อยกว่าปี 2 หลัง เป็นที่พักบรรยากาศครอบครัวเคียงข้างคลองบางหลวง อบอุ่นจนนักนอนเที่ยวบอกต่อ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

จากจุดเริ่มต้นเพียงบ้านเก่าหลังใหม่ใหญ่เกินจะอยู่แค่ 4 คน หมออ๋อเลยตัดสินใจแบ่งปันความสุขให้คนอื่น ผ่านบ้านอยู่อาศัยบรรยากาศร่มเย็น ขณะเดียวกันก็อนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของไทยเอาไว้เพื่อคนรุ่นหลัง

อ้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยนะ ตลาดพลูและย่านฝั่งธนฯ คึกคักขึ้นเป็นกอง 

‘หมอฟัน คุณครูภาษาไทย บ้านเก่าร้อยกว่าปีมีของแถมเป็นประวัติศาสตร์’ ฟังดูไม่เกี่ยวกันสักนิด แต่อย่าเพิ่งหนีถ้าได้ลองเงี่ยหูฟังเสียงนกบรรเลงเพลงคู่ใจ คลอเคล้ากับบรรยากาศร่มรื่นสบายตา คุณจะหายสงสัยและกลายเป็นหลงรัก

ก.เอ๋ย ก.ไก่

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ก่อนนั่งลงสนทนาแบบกันเอง คุณหมอใจดีพาเราเดินสำรวจรอบบริเวณ มีทั้งมุมปลูกพืชผักสวนครัว บ้านพักสำหรับแขก แต่ที่เราชอบมากคงเป็นใต้ถุนบ้านขนาดกว้างมาก ลมพัดเอื่อย พื้นไม้เย็นเฉียบ ดวงตาพริ้มเต็มที อยากขออู้งานแล้วนอนคลายเมื่อยเสียตั้งแต่ตอนนี้ ว่าแล้วก็ขอเอียงคอสงสัยถามเจ้าบ้านถึงประวัติและทำไมต้องเป็นบ้านหลังนี้

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“เราอยากมีบ้านริมน้ำ เพราะเป็นคนริมน้ำมาก่อน เกิดมาก็อยู่บ้านคลองรังสิต ส่วนบ้านยายอยู่คลองบางหลวงห่างจากบ้านหลังนี้หน่อยนึง ทีแรกจะปรับปรุงบ้านยายด้วยซ้ำเพราะไม่มีคนอยู่แล้ว แต่จับพลัดจับผลูมาได้ตรงนี้เสียก่อน ” คุณหมอเจ้าบ้านเล่าให้เราฟังอย่างกันเอง

หมออ๋อบอกกับเราว่า หลวงประสิทธิ์อักษรเนติ์ (ใหญ่ นาคามดี) อดีตคุณครูภาษาไทย รร.นายร้อย เป็นเจ้าของบ้านเดิม หลังท่านเสียชีวิตบ้านถูกส่งต่อให้กับลูกหลาน จนกระทั่ง 6 ปีก่อน พรหมลิขิตบันดาลชักพาให้หมออ๋อมาเจอบ้านหลังนี้ ถูกตาต้องใจจนติดต่อขอซื้อเอาไว้ หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นที่พักสุดอบอุ่น กรุ่นกลิ่นประวัติศาสตร์ (ที่เหมือนมีชีวิต) แถมสัมผัสความเป็นไทยผ่านวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำอย่างแท้จริง มิน่า นักท่องเที่ยวถึงติดใจ! 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“เราว่าของเก่ามีเสน่ห์นะ เหมือนเป็นตัวบอกเล่าจากอดีตมาถึงเรา ยิ่งงานสถาปัตยกรรมมันเคยมีชีวิต มีสปิริตมีเนื้อหาที่เราจับต้องได้ อย่างบ้านหลังนี้อยู่มาเป็นร้อยปี คงผ่านเรื่องราวมามากมาย ถ้าเขามีปากคงเล่าให้เราฟังได้ 

“มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกเราไว้ว่า ‘บ้านหลังนี้คือปัจจุบันของอดีต’ เราฟังแล้วชอบประโยคนี้มาก”

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ข.ไข่ ในเล้า

ขอเล่าเสริมอีกสักนิด แม้บ้านหลังนี้ถูกปล่อยร้างไว้ 2 ปี แต่สภาพกลับสมบูรณ์ มีเพียงบ้านไม้สไตล์โคโลเนียลที่สีเดิมหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้ เจ้าบ้านเลยหาทางบูรณะให้เหมือนเดิม แต่ความโชคดีมาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน เพราะลูกหลานของเจ้าบ้านเดิมเอาภาพบ้านยุคก่อนที่เคยถ่ายลงหนังสือพิมพ์มาให้ เฉลยทันทีว่า เดิมทีสีบ้านเป็นสีเขียว

แต่อีกหนึ่งวิธีน่าสนใจ หมออ๋อกระซิบว่าเธอเช็กสีเดิมด้วยการยกสายไฟตามบ้านขึ้นดู เพียงเท่านี้ก็เห็นว่าอดีตมันเคยเป็นสีอะไร ประจวบเหมาะกับได้เจอสถาปนิกบ้านเก่า แถมเป็นคนตลาดพลูด้วย เลยเข้าที เขาอาสาบูรณะเรื่องสีให้ บ้านหลังนั้นเลยมีชื่อเล่นตรงตัวว่า ‘เรือนเขียว’ ส่วนบ้านไม้อีกหลังตั้งชื่ออยู่ตามลวดลายฉลุด้านบนว่า ‘เรือนฉลุ’ 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

‘เรือนนก’ ถูกต่อเติมขึ้นใหม่ ขนาดพอเหมาะพอดีเหมือนรังนก มองเห็นวิวสวยอย่างกับ Bird’s Eye View

เรือนสามหลัง 4 ห้องพักใหญ่จุคนได้ทั้งหมด 16 คน บางเรือนมีห้องพักเดียว บางเรือนมีหนึ่งห้องพักใหญ่แต่เปิดประตูถึงกันได้ เลยกลายเป็น 2 ห้องพักเล็ก (ในบางที) แต่ความน่าเอ็นดูอยู่ตรงไอเดียการตั้งชื่อห้อง หมอฟันได้แรงบันดาลใจจากคุณครูภาษาไทย (เจ้าบ้านเดิม) เธอตั้งชื่อห้องเป็นเสียงโฟเนติกของตัวอักษรไทย มีทั้งห้อง ก.ไก่ ห้อง ช.ช้าง ห้อง ป.ปลา ห้อง ม. ม้า ห้อง น.นก (เจ้าบ้านบอกว่าน่ารักกว่า น.หนู เลยกลายเป็น น.นก โดยปริยาย) ยิ่งไปกว่านั้นของตกแต่งก็สอดคล้องกับชื่อห้องด้วย เธอว่าห้อง ก.ไก่ มีของตกแต่งเป็นภาพดอกแก้ว ส่วนห้อง ช.ช้าง มีของตกแต่งเป็นภาพดอกชมนาด ตุ๊กตาช้าง ฯลฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

นอกจากไอเดียจะน่ารักไม่หยอก ยังสอดคล้องและสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์เรื่องราวของบ้านด้วย 

ฃ.ฃวด ของเรา

ฃวดน้ำกระเบื้องภายในห้องพัก เป็นขวดที่หมออ๋อเลือกใช้แทนขวดน้ำดื่มพลาสติก ด้วยเหตุผลเพื่อช่วยลดขยะและลดปัญหาภาวะโลกร้อน เธอบอกน้ำดื่มขอเพิ่มได้ไม่อั้น แต่แขกบางคนเตรียมตัวมาดี พกกระบอกน้ำติดตัวมาด้วย ก่อนจะออกไปตะลุยบางกอกก็แวะเติมน้ำให้เต็มกระบอกไปเลย! แต่ถ้าน้ำดื่มคลายร้อนไม่อยู่หมัด ไม่ต้องกังวล เพราะหมออ๋อคิดมาให้แล้ว เธอจัดแจงแจกพัดให้แขกทุกท่าน เพื่อความสนุกเพลิดเพลินในการ ‘Survival in Bangkok’

ระหว่างสนทนาเราได้ยินสียงเครื่องยนต์เรือดังสนั่น ท้องเรือหางยาวกระทบผิวน้ำแตกกระเซ็น จนเริ่มชินหูและชินตา บางครั้งก็แอบเผลอโบกมือเป็นมิตรให้นักท่องเที่ยวบนเรือที่ตั้งใจส่งรอยยิ้มมาให้คนริมฝั่งน้ำ แปลกใหม่ แต่อิ่มใจ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

เจ้าบ้านแอบบอกว่า ไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่เก็บขยะยังเดินทางด้วยเรือมาให้บริการถึงหน้าบ้านอยู่นะ

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่วิถีดั้งเดิมกลับกลายเป็นเสน่ห์ของย่านนี้

ค.ควาย เข้านา

(ใครอ่านมาถึงหมวดค.ควาย เข้านา คงแอบเอาใจช่วยว่าเราจะเขียนไปถึง ฮ.นกฮูก ตาโตได้หรือเปล่า)

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ก่อนจะไถลนอกเรื่องไปไกล ขอชวนกลับสู่บ้านหลวงประสิทธิ์ บ้านริมน้ำที่รายล้อมด้วยธรรมชาติรอบทิศทาง ดูเหมือนหมออ๋อจะเป็นนักปลูก เธอเล่นปลูกทั้งไม้ดอก ไม้ดม และไม้กิน จากความคิดจ้างนักจัดสวนมาทำให้ภูมิทัศน์สวยงามและกลับไปคล้ายของเดิมให้มากที่สุด กลับกลายเป็นดอกผลงอกงามมากมายหลายชนิด อาทิ ต้นแก้ว ฟอร์มต้นไม้อาจไม่สวยมาก แต่ออกดอกตอนกลางวัน เวลาลมพัดจะส่งกลิ่นหอม ส่วนดอกชมจันทร์ออกดอกและส่งกลิ่นหอมตอนกลางคืน กลายเป็นว่าแขกผู้เข้าพักได้เห็นความสวยงามและกลิ่นหอมหวลของดอกไม้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

อีกมุมที่เราชอบมาก อยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าบ้าน เป็นโซนผักสวนครัวกินได้ มีสมุนไพรบ้าง ผลไม้บ้าง คุณหมออ๋ออนุญาตให้เราเด็ดลูกหม่อนจากต้นมาชิม รสชาติจากธรรมชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เสาวรสก็มีด้วยนะ ส่วนมะม่วงรออีกหน่อยได้ทานผล มุมผักสวนครัวก็มีกะเพรา พริก ผักไชยา (แฝดคะน้า) วอเตอร์เครส ฯลฯ ผักผลไม้บางส่วนจะนำมาเป็นวัตถุดิบในวิชาเรียนทำอาหารไทยสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะต้มยำกุ้ง  แกงเขียวหวาน ผัดฉ่าปลา รีเควสมาได้เลย

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ฅ.ฅน ขึงขัง

ฅนเข้าพักส่วนใหญ่ของบ้านหลวงประสิทธิ์จับจองมาจาก Airbnb เรามั่นใจว่าคนที่เลือกมาพักบ้านหลังนี้จะต้องชอบธรรมชาติ หลงใหลความเงียบสงบ และต้องการสัมผัสวิถีชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง กินอะไร อยู่ยังไง ไปเที่ยวที่ไหน 

“คนที่มาพักกับเราคงต้องการไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนการพักโรงแรมใหญ่ เวลาเราไปประเทศญี่ปุ่น ก็อยากนอนเสื่อทาทามิ ไปเมืองจีนก็อยากนอนโรงเตี๊ยม ถ้าเขามาประเทศไทยก็คงอยากนอนบ้านไทยจริงๆ”

จะว่าไปธุรกิจที่พักก็ลงสนาม Airbnb กันเกือบหมด แล้วบ้านหลวงประสิทธิ์มีจุดเด่นมัดใจนักท่องเที่ยวอย่างไร 

“ความเป็นตัวเรา” หมออ๋อตอบทันที 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“บ้านของเราก็เป็นเอกลักษณ์ มีพื้นที่กว้างใหญ่ บางคนเน้นห้อง แต่เราเน้นอยู่สบาย และเน้นสภาพแวดล้อมด้วย เพราะสิ่งที่แขกเดินมาเห็นก่อนคือ Common Area แล้วค่อยเห็นห้อง ถ้าสภาพแวดล้อมเราสวย ก็ควรให้แขกเห็นตั้งแต่แรกพบ อย่างในภาพที่เราประกาศขาย เราขายทั้งหลัง เห็นแม่น้ำ เห็นตัวบ้าน ไม่ให้เขาเห็นห้องก่อน” เจ้าบ้านอธิบาย 

บ้านพักจะขายได้ไม่ใช่เพราะความสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องมีความจริงด้วย จริงใจและจริงตั้งแต่ในภาพ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“ที่พักของเรายังทำตลาดได้อยู่ เพราะว่าโลกออนไลน์ทุกคนจะเห็นจากรูปก่อน แล้วถึงเห็นของจริง บางคนรูปสวยมากแต่ของจริงไม่สวยเหมือนในรูป แขกส่วนใหญ่จะบอกเราว่าของจริงสวยกว่าในรูป เพราะเราทำให้เขาเกิด Eye Contact กับรูปลักษณ์ พอมาแล้วเกิดจากรีวิว จุดขายอีกอย่างคือการได้สัมผัสชีวิตจริงๆ แล้วพวกเราก็เต็มที่ในการดูแลเขา 

“แขกส่วนใหญ่ของเราเป็นต่างชาติมากกว่าคนไทย สำคัญเลยเราดูแลเขาแบบครอบครัว บ้านเราก็เหมือนบ้านเขา อาหารเราก็บริการเฉพาะตอนเช้า ส่วนอาหารเย็นเราอยากให้เขาออกไปกิน ไปเที่ยวข้างนอกบ้าง เราบริการอาหารก็จริง แต่ขณะดียวกันเราก็สนับสนุนคนข้างเคียง ถือว่าเรากระจายรายได้ให้ชุมชน แบ่งความสุขกันต่อๆ ไป” เจ้าบ้านเล่า

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

นอกจากย่านตลาดพลูจะคึกคักขึ้น ยังเป็นการไหลเวียนของผู้คนและธุรกิจอีกวิธีหนึ่งด้วย 

แสดงว่าหมออ๋อสนุกกับบทบาทนี้ใช่มั้ยคะ เราถาม

“ใช่ (หัวเราะ) เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เป็นหมอฟันอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม โลกเราแคบมาก เลยหาอะไรที่ทำให้เราได้ออกมาเจอโลกนอกห้องแอร์บ้าง ไม่งั้นชีวิตอยู่แต่ในกล่อง อยู่ในบ้าน ลงรถ รถก็กล่องสี่เหลี่ยม จากรถก็ขึ้นกล่องห้องทำงาน จากห้องทำงานลงกล่องอีกครั้งเพื่อกลับบ้านอีกที บ้านหลวงประสิทธิ์เลยเหมือนงานอดิเรกที่เราทำแล้วมีความสุข” 

รอยยิ้มกว้างหลังจบบทสนทนาทำให้เราเชื่อว่าหมอฟันคนนี้มีความสุขที่สุดในฝั่งธนฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ (Luang Prasit Canal Home)

192 ซอยเทอดไท 4 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600

ติดต่อ 08 6317 5845 , 09 5254 7581

Facebook : Luang Prasit Canal Home บ้านหลวงประสิทธิ์

Writer

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

“มานอนค้างไหม”

“นอนตรงไหนพี่”

“นอนกับแมวได้”

“นอนในกรงแมวน่ะเหรอครับ”

นั่นคือบทสนทนาระหว่างผมกับ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสร้างสรรค์ GREYnJ UNITED ถ้าแนะนำกันเร็ว ๆ เธอเป็นครีเอทีฟโฆษณาชื่อดังของโลก ผมโทรหาเธอเพราะได้ยินข่าวว่า เธอเพิ่งทำบ้านแมวสุดสวยเสร็จหมาด ๆ เป็นบ้านแมวในกรงขนาดใหญ่มาก อยู่กลางธรรมชาติที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ แล้วย้ายแมวจรจัด 63 ตัวที่เลี้ยงไว้ในบ้านที่สุขุมวิทไปอยู่ที่เชียงใหม่แทน

คุยไปคุยมา เธอเล่าเรื่องเบื้องหลังการตัดสินใจซื้อที่ดินขนาดเกือบ 200 ไร่ผืนนี้เมื่อ 5 ปีก่อน แล้วก็ลงมือปลูกต้นไม้อย่างจริงจังกว่า 50,000 ต้น จนเขาลูกนี้จากที่เคยแล้งก็กลับมามีน้ำอีกครั้ง แถมยังมีสัตว์อย่างหมาจิ้งจอก นกยูง ไก่ป่า กระต่ายป่า กลับคืนมาในพื้นที่ เธอเรียกงานนี้ว่า Mae Wang Project จากนั้นก็สร้างบ้านที่ Mae Wang Sanctuary ทำบ้าน ศาลา และบ้านแมว ตอนนี้เธอใช้เวลาอยู่ที่นี่เดือนละ 3 สัปดาห์ ทำสวนผลไม้อินทรีย์ ปลูกผักกินเอง ตอนนี้บ้านที่ออกแบบใหม่ยังไม่เสร็จ เธอเลยพักในบ้านไม้หลังเล็ก ๆ ซึ่งเป็นที่พักของคนงานสวนส้มเดิม

ไหน ๆ ก็ไปถึงเชียงใหม่ ผมเลยขอสัมภาษณ์เธอ 3 เรื่อง เพื่อลง 3 คอลัมน์

อย่างแรก พอดแคสต์ Coming of Age เล่าเรื่องจุดเปลี่ยนครั้งต่าง ๆ ในชีวิตวัย 56 ปี

อย่างที่สอง คอลัมน์ Cloud of Thoughts คุยเรื่องบ้าน 3 หลังของเธอ การเปลี่ยนจากคนทำโฆษณามาอยู่กับธรรมชาติ (รออ่านได้เดือนหน้า)

อย่างที่สาม เรื่องราวของบ้านแมวหลังนี้

เราน่าจะใช้เวลาคุยกันทั้งวัน พี่จูดี้เลยถามว่า แทนที่ผมจะบินไปเชียงใหม่แบบไปเช้าเย็นกลับ อยากพักที่นี่สักคืนไหม

“เอาสิพี่” ผมก็อยากมีประสบการณ์นอนในกรงแมวเหมือนกัน

1

เฉียดชั่วโมง เราก็เดินทางจากสนามบินเชียงใหม่มาถึงวัดถ้ำน้ำฮูซึ่งอยู่ด้านหน้า Mae Wang Sanctuary รถขับเคลื่อนสี่ล้อค่อย ๆ พาเราขึ้นเนินน้อย ๆ ไปตามทางลูกรัง วิวสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากนาข้าวเป็นสวนส้มที่ครึ้มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วพวกเราก็มาถึงบ้านของพี่จูดี้ที่เธอดัดแปลงบ้านไม้ซึ่งเป็นที่พักธรรมดา ๆ ของชาวสวน ให้ดูสวยอบอุ่นและมีเสน่ห์

เธอต้อนรับพวกเราด้วยเครื่องดื่มที่มีน้ำส้มจากสวนของเธอเป็นส่วนผสมหลัก พอจิบจบ พี่จูดี้ก็ชวนเราไปเดินชมพื้นที่รอบ ๆ บ้าน แล้วมาหยุดที่กำแพงไม้ไผ่ซึ่งเจาะช่องประตูเป็นวงกลม พอผลักด้านข้างของวงกลมให้ประตูหมุน เราก็เข้ามาสู่พื้นที่ของบ้านแมวที่ยังมีประตูด้านในอีกชั้นกันแมวออก 

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

มุมหนึ่งในกรงแมวเป็นบ้านไม้ไผ่สองชั้นที่สร้างแบบโปร่งโล่งแต่เส้นสายสวยดีเหลือเกิน บ้านหลังนี้อยู่ติดกับต้นสัก ซึ่งมีนกฮูกแวะเวียนมาทำรัง พอขึ้นมาบนบ้าน เลยให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนบ้านต้นไม้

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

2

“พี่ไม่ได้ชอบแมวมากสักเท่าไหร่นะ” พี่จูดี้หรี่เสียงเพลงแจ๊สจากลำโพง Marshall ลงก่อนเริ่มบทสนทนา เธอเล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2538 กรุงเทพฯ ยังเต็มไปด้วยหมาจรจัด เธออยากร่วมบรรเทาปัญหานี้ เลยเอาอาหารไปให้หมาจรจัดแถวออฟฟิศย่านทาวน์อินทาวน์ ให้ทุกวันจนหมาคุ้นเคย แล้วพาสัตวแพทย์ไปทำหมัน ป้องกันการเพิ่มจำนวน ทำแบบนี้อยู่เนิ่นนาน ต่อมามีหน่วยงานต่าง ๆ แก้ปัญหานี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายหมาจรจัดในกรุงเทพฯ ก็ลดจำนวนลง

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“แต่แมวเพิ่มจำนวนขึ้น เห็นแล้วก็อยากไปช่วยให้เขาทุกข์น้อยลง” พ.ศ. 2554 พี่จูดี้เลยเริ่มออกให้อาหารแมวเพื่อสร้างความคุ้นเคยแถวบ้านย่านสุขุมวิทและแถวออฟฟิศย่านพระรามสี่ แล้วจับทำหมัน แต่หลายตัวก็ปล่อยไว้ที่เดิมไม่ได้เพราะป่วย ต้องเอามารักษา

แมวตัวแรกที่เธอนำมาเลี้ยงในบ้าน เป็นลูกแมวจากเกาะยาวน้อย ที่เจ้าของคะยั้นคะยอให้เธอช่วยรับไป ถ้าปล่อยไว้คงอดตาย เอามาเลี้ยงได้ไม่ทันไร และยังไม่ทันพาไปทำหมัน มันก็ท้องและคลอดลูกให้เธอเลี้ยงเพิ่ม

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“แมวบางตัวที่เราไปให้อาหารโดนงูเหลือมรัดแล้วรอดมาได้ บางตัวติดกาวดักหนูมา แต่ละตัวโชกโชนมาก เราก็ต้องเอามาเลี้ยง อย่างตัวนี้ชื่อกะปู๋ โดนกัดไส้ทะลัก แม่บ้านไปเจอมา อุ้มกลับมามือข้างหนึ่งถือตัว อีกข้างถือไส้ เราก็ต้องพาไปรักษา” เธอพูดถึงแมวที่เดินมาคลอเลียที่แข้งขา ซึ่งดูเป็นแมวสุขภาพดีแบบไม่เหลือร่องรอยบาดแผลแล้ว พี่จูดี้จำชื่อแมวได้ทุกตัว เช่นเดียวกับจำได้แม่นว่า แต่ละตัวไปเอามาจากไหนในสภาพไหน

พวกมันก็เหมือนจะรู้ชื่อตัวเองเช่นกัน เพราะแค่พี่จูดี้เรียกชื่อ พวกมันก็พร้อมจะเดินมาหา

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

3

พี่จูดี้เก็บแมวมาเลี้ยงในบ้านย่านสุขุมวิทจนมีเกือบ 80 ตัว ทุกห้องมีแต่แมว แม่บ้าน 2 คนมีงานหลักคือทำความสะอาดกรงแมว แต่ถึงจะทำความสะอาดทั้งวัน การที่แมวจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันในห้อง ก็ไม่ค่อยเป็นผลดีกับสุขภาพแมวและคนนัก

พ.ศ. 2564 พี่จูดี้จึงอยากย้ายแมวทั้งหมดออกไปอยู่ที่อื่น เธอตัดสินใจเปลี่ยนตึกแถว 4 ชั้น 2 คูหาย่านห้วยขวางของตัวเองให้กลายเป็นคาเฟ่แมว เพื่อให้แมวมีที่ทางมากขึ้น ออกแบบเสร็จและได้ผู้รับเหมาเรียบร้อย เธอก็เปลี่ยนใจ

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“เราอยากให้แมวมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่อยู่บ้านยังมีสนามหญ้า ถ้าไปอยู่ตึก มีแค่ดาดฟ้าเล็ก ๆ ที่เหลือก็ต้องอยู่ในห้องแอร์เหมือนเดิม ก็เลยล้มโครงการนี้” พี่จูดี้เล่าถึงการตัดสินใจในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งช่วงนั้นเธอย้ายไปอยู่เชียงใหม่เป็นหลัก ติดอินเทอร์เน็ตให้เร็วพอจะประชุมออนไลน์ได้ เมื่อได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาตินาน ๆ เธอก็สดชื่นขึ้น จึงอยากให้แมวได้สดชื่นแบบเธอบ้าง แต่พอคนใกล้ชิดของเธอทราบข่าวก็มีแต่เสียงคัดค้าน

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

“แมวเป็นนักล่า เขากลัวว่าพอเอาแมวจำนวนเยอะๆ ไปอยู่ป่า มันจะล่านกสูญพันธุ์หมด แต่เราไม่ได้ปล่อยแมว ไม่ได้เลี้ยงกระจัดกระจาย เราล้อมรั้วมิดชิด แต่เขายังได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ” พี่จูดี้พูดจบก็อุ้มแมวที่นอนอยู่ตรงเท้าขึ้นมาเล่น

4

โจทย์ในการออกแบบสิ่งปลูกสร้างใน Mae Wang Sanctuary ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นบ้านของเธอ ศาลา และบ้านแมว ต้องกลมกลืนกับธรรมชาติ มาพึ่งพาธรรมชาติ ไม่ใช่มาควบคุมธรรมชาติ จึงไม่มีการตัดต้นไม้ใหญ่แม้สักต้น สภาพพื้นที่ก็ยังรักษาไว้แบบเดิม ผู้ที่ออกแบบหลักคือ Bamboo Family ส่วนรายละเอียดของบ้านแมวเป็นงานออกแบบของ นัท-ณัฐวุฒิ มัชฌิมา เจ้าของ Mutchima Studio สถาปนิกผู้ที่เคยได้รับรางวัลในการออกแบบบ้านที่ทำให้แมวอยู่ด้วยได้อย่างมีความสุข นัทคือผู้ออกแบบคาเฟ่แมวย่านห้วยขวางของพี่จูดี้ที่ไม่ได้เกิดขึ้น เขาจึงนำแนวคิดหลายอย่างมาปรับให้เป็นบ้านแมว

“ถ้ามองลงมาจะเห็นภาพรวมของบ้านแมวเป็นรูปแมวนอนขด ครัวเป็นหู บ้านดินเป็นหาง” พี่จูดี้ชี้ให้ดูบ้านดินขนาดย่อม 3 หลัง หลังแรกสุดเป็นห้องพยาบาลให้น้ำเกลือแมวป่วย อีก 2 หลังเป็นที่อยู่ของแมว มีชั้น มีที่นอนให้นอน สบายเหมือนรีสอร์ต นอนได้หลังละ 20 ตัว

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

แล้วก็ยังมีลูกเล่นประเภทสะพานแมว เต็นท์แมว และที่นอนของแมวที่อยู่ตามชั้นตามตู้ ซึ่งกระจายอยู่ทุกที่ 

Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา
Airbnb บ้านไม้ในกรงแมว 63 ตัว กลางสวนส้มและป่า 200 ไร่ที่เชียงใหม่ของครีเอทีฟโฆษณา

รวมถึงน้ำตกและระบบพ่นละอองน้ำที่จะช่วยดักฝุ่นควันที่เกิดขึ้นทุกปีในช่วงหน้าแล้งจากการเผานาและเผาป่าด้วย

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

ช่วงลิ้นจี่สุกตอนเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พี่จูดี้ย้ายแมวจำนวน 63 ตัวจากบ้านที่สุขุมวิทมาอยู่ที่นี่ เป็นการเอาแมวใส่กล่องแล้วใส่รถขนมา รอบแรก 36 ตัว มาถึงที่นี่ตอนกลางคืน

“มาถึงแมวทุกตัวแตกตื่นมาก วิ่ง ร้อง บางตัวขี้แตกมาในรถ เราก็ห่วงมาก คืนนั้นแทบไม่ได้นอน แต่พอเช้ามาทุกอย่างสงบ แมวนอนตามบ้านโน้นบ้านนี้สบายใจ บางตัวเป็นโรคผิวหนังมา ไม่กี่วันก็ดีขึ้นเลย” พี่จูดี้เล่าถึงพลังของธรรมชาติซึ่งแมวทุกตัวคุ้นเคยดี เพราะมันเป็นแมวที่เคยอยู่กับดินกับทรายข้างถนนมาก่อน

5

“ช่วงที่บ้านพี่ยังสร้างอยู่ เราก็อยากอยู่ในนี้ เลยสร้างบ้านขึ้นมาอีกหลัง จะได้อยู่ใกล้ ๆ แมว” พี่จูดี้พูดถึงบ้านไม้ที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ ชั้นล่างสุดเป็นบ้านแมว เต็นท์แมว และโต๊ะยาวให้นั่งเล่นได้ ยกพื้นขึ้นมาเป็นลานไม้ท่ามกลางธรรมชาติ นั่งดูวิวเล่นกับแมวได้สบาย ปีนขึ้นไปอีกชั้นเป็นห้องนอน

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์
Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

ถ้าใครชอบแมวให้นอนเปิดมุ้งไว้ แมวจะเข้ามานอนด้วย

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์
Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

ส่วนห้องน้ำต้องเดินออกไปนอกกรงแมว จะเจอทั้งห้องน้ำและอ่างอาบน้ำกึ่งกลางแจ้งวิวธรรมชาติที่ชวนให้แช่น้ำจนไม่อยากลุก

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์
Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

นี่คือบ้านแมวและการนอนในกรงแมวที่พี่จูดี้ชวนผมมาลองพัก

6

ตอนนี้มีแมวอยู่ที่นี่ 63 ตัว ยังเหลือแมวที่เป็นโรคติดต่ออยู่ที่บ้านกรุงเทพฯ อีก 11 ตัว ใช้อาหารเม็ดวันละ 2 กิโลกรัม อาหารกระป๋องวันละ 4 กระป๋อง แค่ค่าอาหารก็หลายหมื่นบาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่าจ้างคนดูแลที่เชียงใหม่อีก 4 คน กรุงเทพฯ อีก 2 คน นั่นทำให้พี่จูดี้เริ่มคิดถึงการเปลี่ยนบ้านหลังนี้เป็นที่พักแบบ Airbnb ให้คนได้มาพัก รวมถึงขายผลไม้ออร์แกนิกในสวนให้คนมาเที่ยว น่าจะช่วยค่าใช้จ่ายในการดูแลแมวได้บ้าง

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

“มาพักผ่อนได้ หนีความวุ่นวายมาทำงานที่นี่ก็ได้ มีอินเทอร์เน็ต ประชุมออนไลน์ได้ จะแวะมากินกาแฟอย่างเดียวก็ได้ ถ้ามาค้างเราก็มีอาหารเช้า ขนม ผลไม้ให้ ผลไม้เราเยอะอยู่แล้ว เอาแมวมาพักด้วยก็ได้”

เท่าที่ผมสังเกต แมวทุกตัวที่นี่สุขภาพดีมาก อ้วนท้วนสมบูรณ์ ขนสะอาดสะอ้าน และชอบรับแขก พร้อมที่จะเดินเข้ามาเล่นกับคนแปลกหน้า ผิดกับภาพแมวจรจัดที่กายและใจบอบช้ำในจินตนาการของหลายคน

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

พี่จูดี้บอกว่า พวกมันได้รับการดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจอย่างดี ก็เลยน่าฟัดอย่างที่เห็น ส่วนนิสัยรับแขก และจะไม่ชวนแมวของแขกทะเลาะมาจาก

“พี่คุยกับแมวทุกตัว พวกเขารู้เรื่องนะ เราพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจว่า เราตั้งใจทำให้เขาขนาดนี้ เวลามีคนมาก็ช่วยกันต้อนรับหน่อย เขาก็เข้าใจ” นั่นคือเหตุผลว่าทำไมแมวทั้งหมดถึงเล่นกับผู้แปลกหน้าอย่างเราราวกับเลี้ยงดูกันมาเนิ่นนาน

ตอนนี้พี่จูดี้ขอเปิดให้เพื่อน ๆ มาลองพักก่อนจะเปิดเป็น Airbnb ตอนที่บ้านหลังหลักเสร็จแล้ว น่าจะเป็นช่วงต้นปีหน้า แล้ว The Cloud จะมาส่งข่าว ใครอยากนอนในกรงแมว ท่ามกลางแมว 63 ตัว สวนส้ม และธรรมชาติร่วม 200 ไร่ โปรดติดตาม

Mae Wang Sanctuary และ Airbnb ในบ้านแมวจรจัด 63 ตัวกลางป่า 200 ไร่ ที่เชียงใหม่ของ จูดี้-จุรีพร ไทยดำรงค์

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

กรินทร์ มงคลพันธ์

ช่างภาพอิสระชาวเชียงใหม่ ร่ำเรียนมาทางศิลปะจากคณะที่ได้ชื่อว่ามีวงดนตรีลูกทุ่งแสนบันเทิงของเมืองเหนือ มีความสุขกับการกดชัตเตอร์ในแสงเงาธรรมชาติ ชอบแมว หมา และบ้าจักรยานไม่แพ้กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load