ชวนขยับเท้าย้ายเข้าฝั่งธนฯ ปักหมุดท้ายซอยเทอดไท 4 เดินซอกแซกจนถึงริมคลองบางกอกใหญ่ ผลักประตูเข้าบ้านหลวงประสิทธิ์ (Luang Prasit Canal Home) ของ หมออ๋อ-ทพญ.ศิริจันทร์ พหลโยธิน เจ้าบ้านคนปัจจุบันที่คิดเปลี่ยนบ้านไม้อายุร้อยกว่าปี 2 หลัง เป็นที่พักบรรยากาศครอบครัวเคียงข้างคลองบางหลวง อบอุ่นจนนักนอนเที่ยวบอกต่อ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

จากจุดเริ่มต้นเพียงบ้านเก่าหลังใหม่ใหญ่เกินจะอยู่แค่ 4 คน หมออ๋อเลยตัดสินใจแบ่งปันความสุขให้คนอื่น ผ่านบ้านอยู่อาศัยบรรยากาศร่มเย็น ขณะเดียวกันก็อนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของไทยเอาไว้เพื่อคนรุ่นหลัง

อ้อ เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วยนะ ตลาดพลูและย่านฝั่งธนฯ คึกคักขึ้นเป็นกอง 

‘หมอฟัน คุณครูภาษาไทย บ้านเก่าร้อยกว่าปีมีของแถมเป็นประวัติศาสตร์’ ฟังดูไม่เกี่ยวกันสักนิด แต่อย่าเพิ่งหนีถ้าได้ลองเงี่ยหูฟังเสียงนกบรรเลงเพลงคู่ใจ คลอเคล้ากับบรรยากาศร่มรื่นสบายตา คุณจะหายสงสัยและกลายเป็นหลงรัก

ก.เอ๋ย ก.ไก่

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ก่อนนั่งลงสนทนาแบบกันเอง คุณหมอใจดีพาเราเดินสำรวจรอบบริเวณ มีทั้งมุมปลูกพืชผักสวนครัว บ้านพักสำหรับแขก แต่ที่เราชอบมากคงเป็นใต้ถุนบ้านขนาดกว้างมาก ลมพัดเอื่อย พื้นไม้เย็นเฉียบ ดวงตาพริ้มเต็มที อยากขออู้งานแล้วนอนคลายเมื่อยเสียตั้งแต่ตอนนี้ ว่าแล้วก็ขอเอียงคอสงสัยถามเจ้าบ้านถึงประวัติและทำไมต้องเป็นบ้านหลังนี้

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“เราอยากมีบ้านริมน้ำ เพราะเป็นคนริมน้ำมาก่อน เกิดมาก็อยู่บ้านคลองรังสิต ส่วนบ้านยายอยู่คลองบางหลวงห่างจากบ้านหลังนี้หน่อยนึง ทีแรกจะปรับปรุงบ้านยายด้วยซ้ำเพราะไม่มีคนอยู่แล้ว แต่จับพลัดจับผลูมาได้ตรงนี้เสียก่อน ” คุณหมอเจ้าบ้านเล่าให้เราฟังอย่างกันเอง

หมออ๋อบอกกับเราว่า หลวงประสิทธิ์อักษรเนติ์ (ใหญ่ นาคามดี) อดีตคุณครูภาษาไทย รร.นายร้อย เป็นเจ้าของบ้านเดิม หลังท่านเสียชีวิตบ้านถูกส่งต่อให้กับลูกหลาน จนกระทั่ง 6 ปีก่อน พรหมลิขิตบันดาลชักพาให้หมออ๋อมาเจอบ้านหลังนี้ ถูกตาต้องใจจนติดต่อขอซื้อเอาไว้ หลังจากนั้นไม่นานก็เปลี่ยนบ้านเก่าเป็นที่พักสุดอบอุ่น กรุ่นกลิ่นประวัติศาสตร์ (ที่เหมือนมีชีวิต) แถมสัมผัสความเป็นไทยผ่านวิถีชีวิตคนริมแม่น้ำอย่างแท้จริง มิน่า นักท่องเที่ยวถึงติดใจ! 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“เราว่าของเก่ามีเสน่ห์นะ เหมือนเป็นตัวบอกเล่าจากอดีตมาถึงเรา ยิ่งงานสถาปัตยกรรมมันเคยมีชีวิต มีสปิริตมีเนื้อหาที่เราจับต้องได้ อย่างบ้านหลังนี้อยู่มาเป็นร้อยปี คงผ่านเรื่องราวมามากมาย ถ้าเขามีปากคงเล่าให้เราฟังได้ 

“มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกเราไว้ว่า ‘บ้านหลังนี้คือปัจจุบันของอดีต’ เราฟังแล้วชอบประโยคนี้มาก”

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ข.ไข่ ในเล้า

ขอเล่าเสริมอีกสักนิด แม้บ้านหลังนี้ถูกปล่อยร้างไว้ 2 ปี แต่สภาพกลับสมบูรณ์ มีเพียงบ้านไม้สไตล์โคโลเนียลที่สีเดิมหลุดลอกจนเห็นเนื้อไม้ เจ้าบ้านเลยหาทางบูรณะให้เหมือนเดิม แต่ความโชคดีมาเคาะประตูถึงหน้าบ้าน เพราะลูกหลานของเจ้าบ้านเดิมเอาภาพบ้านยุคก่อนที่เคยถ่ายลงหนังสือพิมพ์มาให้ เฉลยทันทีว่า เดิมทีสีบ้านเป็นสีเขียว

แต่อีกหนึ่งวิธีน่าสนใจ หมออ๋อกระซิบว่าเธอเช็กสีเดิมด้วยการยกสายไฟตามบ้านขึ้นดู เพียงเท่านี้ก็เห็นว่าอดีตมันเคยเป็นสีอะไร ประจวบเหมาะกับได้เจอสถาปนิกบ้านเก่า แถมเป็นคนตลาดพลูด้วย เลยเข้าที เขาอาสาบูรณะเรื่องสีให้ บ้านหลังนั้นเลยมีชื่อเล่นตรงตัวว่า ‘เรือนเขียว’ ส่วนบ้านไม้อีกหลังตั้งชื่ออยู่ตามลวดลายฉลุด้านบนว่า ‘เรือนฉลุ’ 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

‘เรือนนก’ ถูกต่อเติมขึ้นใหม่ ขนาดพอเหมาะพอดีเหมือนรังนก มองเห็นวิวสวยอย่างกับ Bird’s Eye View

เรือนสามหลัง 4 ห้องพักใหญ่จุคนได้ทั้งหมด 16 คน บางเรือนมีห้องพักเดียว บางเรือนมีหนึ่งห้องพักใหญ่แต่เปิดประตูถึงกันได้ เลยกลายเป็น 2 ห้องพักเล็ก (ในบางที) แต่ความน่าเอ็นดูอยู่ตรงไอเดียการตั้งชื่อห้อง หมอฟันได้แรงบันดาลใจจากคุณครูภาษาไทย (เจ้าบ้านเดิม) เธอตั้งชื่อห้องเป็นเสียงโฟเนติกของตัวอักษรไทย มีทั้งห้อง ก.ไก่ ห้อง ช.ช้าง ห้อง ป.ปลา ห้อง ม. ม้า ห้อง น.นก (เจ้าบ้านบอกว่าน่ารักกว่า น.หนู เลยกลายเป็น น.นก โดยปริยาย) ยิ่งไปกว่านั้นของตกแต่งก็สอดคล้องกับชื่อห้องด้วย เธอว่าห้อง ก.ไก่ มีของตกแต่งเป็นภาพดอกแก้ว ส่วนห้อง ช.ช้าง มีของตกแต่งเป็นภาพดอกชมนาด ตุ๊กตาช้าง ฯลฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

นอกจากไอเดียจะน่ารักไม่หยอก ยังสอดคล้องและสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์เรื่องราวของบ้านด้วย 

ฃ.ฃวด ของเรา

ฃวดน้ำกระเบื้องภายในห้องพัก เป็นขวดที่หมออ๋อเลือกใช้แทนขวดน้ำดื่มพลาสติก ด้วยเหตุผลเพื่อช่วยลดขยะและลดปัญหาภาวะโลกร้อน เธอบอกน้ำดื่มขอเพิ่มได้ไม่อั้น แต่แขกบางคนเตรียมตัวมาดี พกกระบอกน้ำติดตัวมาด้วย ก่อนจะออกไปตะลุยบางกอกก็แวะเติมน้ำให้เต็มกระบอกไปเลย! แต่ถ้าน้ำดื่มคลายร้อนไม่อยู่หมัด ไม่ต้องกังวล เพราะหมออ๋อคิดมาให้แล้ว เธอจัดแจงแจกพัดให้แขกทุกท่าน เพื่อความสนุกเพลิดเพลินในการ ‘Survival in Bangkok’

ระหว่างสนทนาเราได้ยินสียงเครื่องยนต์เรือดังสนั่น ท้องเรือหางยาวกระทบผิวน้ำแตกกระเซ็น จนเริ่มชินหูและชินตา บางครั้งก็แอบเผลอโบกมือเป็นมิตรให้นักท่องเที่ยวบนเรือที่ตั้งใจส่งรอยยิ้มมาให้คนริมฝั่งน้ำ แปลกใหม่ แต่อิ่มใจ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

เจ้าบ้านแอบบอกว่า ไปรษณีย์และเจ้าหน้าที่เก็บขยะยังเดินทางด้วยเรือมาให้บริการถึงหน้าบ้านอยู่นะ

แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่วิถีดั้งเดิมกลับกลายเป็นเสน่ห์ของย่านนี้

ค.ควาย เข้านา

(ใครอ่านมาถึงหมวดค.ควาย เข้านา คงแอบเอาใจช่วยว่าเราจะเขียนไปถึง ฮ.นกฮูก ตาโตได้หรือเปล่า)

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ก่อนจะไถลนอกเรื่องไปไกล ขอชวนกลับสู่บ้านหลวงประสิทธิ์ บ้านริมน้ำที่รายล้อมด้วยธรรมชาติรอบทิศทาง ดูเหมือนหมออ๋อจะเป็นนักปลูก เธอเล่นปลูกทั้งไม้ดอก ไม้ดม และไม้กิน จากความคิดจ้างนักจัดสวนมาทำให้ภูมิทัศน์สวยงามและกลับไปคล้ายของเดิมให้มากที่สุด กลับกลายเป็นดอกผลงอกงามมากมายหลายชนิด อาทิ ต้นแก้ว ฟอร์มต้นไม้อาจไม่สวยมาก แต่ออกดอกตอนกลางวัน เวลาลมพัดจะส่งกลิ่นหอม ส่วนดอกชมจันทร์ออกดอกและส่งกลิ่นหอมตอนกลางคืน กลายเป็นว่าแขกผู้เข้าพักได้เห็นความสวยงามและกลิ่นหอมหวลของดอกไม้ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

อีกมุมที่เราชอบมาก อยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าบ้าน เป็นโซนผักสวนครัวกินได้ มีสมุนไพรบ้าง ผลไม้บ้าง คุณหมออ๋ออนุญาตให้เราเด็ดลูกหม่อนจากต้นมาชิม รสชาติจากธรรมชาติหวานอมเปรี้ยวสดชื่น เสาวรสก็มีด้วยนะ ส่วนมะม่วงรออีกหน่อยได้ทานผล มุมผักสวนครัวก็มีกะเพรา พริก ผักไชยา (แฝดคะน้า) วอเตอร์เครส ฯลฯ ผักผลไม้บางส่วนจะนำมาเป็นวัตถุดิบในวิชาเรียนทำอาหารไทยสำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะต้มยำกุ้ง  แกงเขียวหวาน ผัดฉ่าปลา รีเควสมาได้เลย

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

ฅ.ฅน ขึงขัง

ฅนเข้าพักส่วนใหญ่ของบ้านหลวงประสิทธิ์จับจองมาจาก Airbnb เรามั่นใจว่าคนที่เลือกมาพักบ้านหลังนี้จะต้องชอบธรรมชาติ หลงใหลความเงียบสงบ และต้องการสัมผัสวิถีชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง กินอะไร อยู่ยังไง ไปเที่ยวที่ไหน 

“คนที่มาพักกับเราคงต้องการไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ที่ไม่เหมือนการพักโรงแรมใหญ่ เวลาเราไปประเทศญี่ปุ่น ก็อยากนอนเสื่อทาทามิ ไปเมืองจีนก็อยากนอนโรงเตี๊ยม ถ้าเขามาประเทศไทยก็คงอยากนอนบ้านไทยจริงๆ”

จะว่าไปธุรกิจที่พักก็ลงสนาม Airbnb กันเกือบหมด แล้วบ้านหลวงประสิทธิ์มีจุดเด่นมัดใจนักท่องเที่ยวอย่างไร 

“ความเป็นตัวเรา” หมออ๋อตอบทันที 

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“บ้านของเราก็เป็นเอกลักษณ์ มีพื้นที่กว้างใหญ่ บางคนเน้นห้อง แต่เราเน้นอยู่สบาย และเน้นสภาพแวดล้อมด้วย เพราะสิ่งที่แขกเดินมาเห็นก่อนคือ Common Area แล้วค่อยเห็นห้อง ถ้าสภาพแวดล้อมเราสวย ก็ควรให้แขกเห็นตั้งแต่แรกพบ อย่างในภาพที่เราประกาศขาย เราขายทั้งหลัง เห็นแม่น้ำ เห็นตัวบ้าน ไม่ให้เขาเห็นห้องก่อน” เจ้าบ้านอธิบาย 

บ้านพักจะขายได้ไม่ใช่เพราะความสวยงามอย่างเดียว แต่ต้องมีความจริงด้วย จริงใจและจริงตั้งแต่ในภาพ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ
บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

“ที่พักของเรายังทำตลาดได้อยู่ เพราะว่าโลกออนไลน์ทุกคนจะเห็นจากรูปก่อน แล้วถึงเห็นของจริง บางคนรูปสวยมากแต่ของจริงไม่สวยเหมือนในรูป แขกส่วนใหญ่จะบอกเราว่าของจริงสวยกว่าในรูป เพราะเราทำให้เขาเกิด Eye Contact กับรูปลักษณ์ พอมาแล้วเกิดจากรีวิว จุดขายอีกอย่างคือการได้สัมผัสชีวิตจริงๆ แล้วพวกเราก็เต็มที่ในการดูแลเขา 

“แขกส่วนใหญ่ของเราเป็นต่างชาติมากกว่าคนไทย สำคัญเลยเราดูแลเขาแบบครอบครัว บ้านเราก็เหมือนบ้านเขา อาหารเราก็บริการเฉพาะตอนเช้า ส่วนอาหารเย็นเราอยากให้เขาออกไปกิน ไปเที่ยวข้างนอกบ้าง เราบริการอาหารก็จริง แต่ขณะดียวกันเราก็สนับสนุนคนข้างเคียง ถือว่าเรากระจายรายได้ให้ชุมชน แบ่งความสุขกันต่อๆ ไป” เจ้าบ้านเล่า

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

นอกจากย่านตลาดพลูจะคึกคักขึ้น ยังเป็นการไหลเวียนของผู้คนและธุรกิจอีกวิธีหนึ่งด้วย 

แสดงว่าหมออ๋อสนุกกับบทบาทนี้ใช่มั้ยคะ เราถาม

“ใช่ (หัวเราะ) เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เป็นหมอฟันอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยม โลกเราแคบมาก เลยหาอะไรที่ทำให้เราได้ออกมาเจอโลกนอกห้องแอร์บ้าง ไม่งั้นชีวิตอยู่แต่ในกล่อง อยู่ในบ้าน ลงรถ รถก็กล่องสี่เหลี่ยม จากรถก็ขึ้นกล่องห้องทำงาน จากห้องทำงานลงกล่องอีกครั้งเพื่อกลับบ้านอีกที บ้านหลวงประสิทธิ์เลยเหมือนงานอดิเรกที่เราทำแล้วมีความสุข” 

รอยยิ้มกว้างหลังจบบทสนทนาทำให้เราเชื่อว่าหมอฟันคนนี้มีความสุขที่สุดในฝั่งธนฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ เปลี่ยนบ้านร้อยปีเป็นที่พักริมคลองบางหลวงที่อบอุ่นที่สุดในฝั่งธนฯ

บ้านหลวงประสิทธิ์ (Luang Prasit Canal Home)

192 ซอยเทอดไท 4 แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ 10600

ติดต่อ 08 6317 5845 , 09 5254 7581

Facebook : Luang Prasit Canal Home บ้านหลวงประสิทธิ์

Writer

Avatar

สุทธิดา อุ่นจิต

กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ สู่ ลาดพร้าว - สุขุมวิท , พูดภาษาพม่าได้นิดหน่อย เป็นนักสะสมกระเป๋าผ้า ชอบหวานน้อยแต่มักได้หวานมาก

Photographers

Avatar

มณีนุช บุญเรือง

ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

Avatar

ปัณฑารีย์ วจิตานนท์

เชื่อว่าความทรงจำอยู่ในภาพถ่าย สะสมกลักฟิล์มบางครั้ง ทำประจำคือไปคอนเสิร์ต

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หลังกินมื้อเที่ยงรสชาติจัดจ้านฝีมือคนตรัง เราก็เดินทางมาถึง ‘Sirichai Design Hotel’ อ.กันตัง ทันในช่วงบ่าย ด้วยฝีมือการขับรถลู่ลมของคนตรังอีกเช่นกัน

เราถือโอกาสระหว่างทางพูดคุยกับพี่คนขับ เพราะเห็นว่าศิริชัยเป็นโรงแรมเก่าแก่ที่อยู่คู่จังหวัดมานาน แต่กลับได้รับคำถามกลับมา เมื่อพี่คนขับไม่เข้าใจว่าเราจะเข้าไปคุยกับโรงแรมเก่าที่ดูร้างไร้ไปทำไม 

คำตอบคือ ก๊วง-เมธี สกุลส่องบุญศิริ ทายาทรุ่นสาม ได้ปัดฝุ่นโรงแรมเก่ากว่า 60 ปีของปู่ให้กลายเป็นที่พักสไตล์คนรุ่นใหม่ โดยคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความเป็นเมืองท่ากันตังในอดีต ตั้งแต่การตกแต่ง ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่วางขายในคาเฟ่ ไปจนถึงเมนูอาหารจากร้านค้าในชุมชน

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

มีทายาทมากมายเลือกใช้ชีวิตต่อในเมืองหลวงเมื่อพบว่าตัวเองชื่นชอบอะไร 

แต่ก๊วงกลับบ้านเกิดมาพร้อมปริญญาจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปมวัยเด็กที่เคยถูกล้อว่าเป็นลูกหลานโรงแรมร้างให้กลายเป็นความภาคภูมิใจของชีวิต 

“ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว”

กลิ่นหอมของกาแฟเป็นตัวเริ่มต้นบทสนทนาของเราในวันนี้้ ส่วนก๊วงรับหน้าที่เป็นบาริสต้า

เขาชงกาแฟไปเล่าไปว่า คาเฟ่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างตั้งใจ แต่เป็นเพราะลูกค้าที่เข้าพักมักจะขอเครื่องดื่มรสชาติดีจากเจ้าของโรงแรมที่ชื่นชอบอเมริกาโน่

ทว่า กระป๋องชาไทยกลับเป็นเมนูที่เขาเลือกสรรให้คนกรุงชิม

“เพราะมันเป็นชาใต้” ก๊วงให้เหตุผล 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

เราพลิกเจ้ากระป๋องชาในมือไปมาอย่างงุนงง เพราะจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนยังเห็นก๊วงขมักเขม้นชงชาใส่แก้ว เขาบอกว่านี่เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ที่เขายึดมั่น คือการทำโรงแรมศิริชัยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด จึงเปลี่ยนแก้วพลาสติกให้กลายเป็นกระป๋องอะลูมิเนียมที่นำไปรีไซเคิลและกลับมาใช้ซ้ำได้

หลังได้ยินเรื่องราวที่คงเป็นแค่อินโทร เราพบว่าที่นี่น่าสนใจกว่าที่คิด และก๊วงคงไม่ได้ทำแค่ปัดฝุ่นแน่ ๆ

ความเก่าของศิริชัยแท้จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1944 เป็นอาคารไม้จำนวน 12 ห้อง ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันนี้เอง ก่อนย้ายมาที่นี่เมื่อปี 1967 ในยุคที่ อ.กันตังเฟื่องฟูจากการเป็นเมืองท่าของคนใต้ แขกไปใครมาก็จะต้องแวะมานอนพักเพื่อรอขึ้นเรือไปค้าขาย รับส่งสินค้า ทั้งในและต่างประเทศ จนมีภาพจำคือขบวนรถไฟที่แน่นขนัดจนต้องนั่งบนหลังคา

“แต่ผมเกิดมามันก็โทรมแล้ว ไม่เคยเห็นยุครุ่งเรือง” เขาเบรกรถไฟดังเอี๊ยด พลางหัวเราะไปด้วย เพราะเวลาล่วงเลยไป อ.กันตังก็ได้รับความนิยมลดน้อยลง จากเมืองท่าเหลือเพียงเมืองทางผ่าน จากรถไฟเคยมาวันละ 4 รอบเหลือเพียงรอบเดียว ไม่มีเรือขนส่งมาเทียบท่า และไร้เงาของนักท่องเที่ยว

“ก่อนที่ผมจะกลับมาคือแทบจะไม่มีลูกค้ามาเข้าโรงแรมด้วยซ้ำ ไม่มีใครกล้าเข้า

“มันโทรมมาตั้งแต่เราเด็ก ตอนอยู่โรงเรียนเราโดนล้อว่าเป็นลูกหลานที่นี่ เหมือนเป็นปมในใจ ผมมีแผนไว้อยู่แล้วว่าจะปรับปรุง เรียนจบเริ่มคิดว่าอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง หาไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอ จนมาขอที่บ้านว่า งั้นทำโรงแรมแล้วกัน เพราะไหน ๆ มันก็เป็นของเราอยู่แล้ว”

โรงแรมสุดหวงแหนที่โรยราไปตามความชราของปู่ ผ่านมือลูกชายที่ประกอบอาชีพรับราชการ จึงตกทอดมาสู่หลานในที่สุด เพียงแต่ไม่มีอะไรง่ายดังใจนึก

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“มันยังไม่ตอบโจทย์”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“ตอนแรกปู่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่” กะไว้แล้ว

งั้นคุณโน้มน้าวปู่ยังไง – เราถาม

“โน้มน้าวไม่ได้หรอกครับ แต่ว่าลองเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะเผยความลับ

“ครั้งแรก เรารีโนเวตเล็ก ๆ ก่อน อย่างหน้าตาโรงแรมยังเหมือนเดิมครับ แค่ปรับความสะอาด ขัดพื้นให้น่าพักขึ้น ปู่ก็เริ่มเห็นว่ามีคนเข้ามาพักเพิ่ม แต่ถามว่าเยอะไหม ก็ยังไม่เยอะ 

“แล้วถึงจะทาสีใหม่ คนกันตังก็ยังเห็นว่ามันเก่าเหมือนเดิม” คนขับรถเรายืนยันความจริงข้อนี้ได้ดี 

“มีคนมาจอดหน้าโรงแรม ดูอยากจะพักแหละ แต่ว่าไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นยังไง ผมเห็นบ่อยมาก รถมาจอดแล้วก็ขับไป เลยรู้สึกว่าการรีโนเวตนี้น่าจะยังไม่ตอบโจทย์ ผมเลยออกแบบใหม่”

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง
Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

จากโรงแรมศิริชัยจึงแปลงโฉมเป็น Sirichai Design Hotel ด้วยความตั้งใจให้มีกลิ่นอายของเมืองท่า ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในท่าเรือและสถานีรถไฟ

ก๊วงปรับด้านหน้าโรงแรมให้โมเดิร์นขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับหรูหรา ส่วนชั้นล่างตกแต่งด้วยการนำเหล็กมากัดสนิม ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ ร่วมกับบรรดาของเก่าที่ยังคงเก็บไว้ ทั้งพื้นเดิมจากยุคปู่ โต๊ะที่เราเห็นตรงหน้าก็มาจากวงกบประตู-หน้าต่างเดิม ที่รื้อและนำมาดีไซน์ใหม่โดยฝีมือช่างจากกันตังทั้งหมด

แต่ทั้งหมดนี้จะมากพอให้คนตรังเห็นการเปลี่ยนแปลงรึเปล่า 

“ผมเคยคิดจะเปลี่ยนชื่อโรงแรม” เขาบังเอิญพูดสิ่งที่เราสงสัยในใจ

“รู้สึกว่าจะทำยังไงให้คนเปลี่ยนไป เพราะคงคิดว่าจะเก่าแบบเดิม มีชื่อเสียงแบบเดิม แต่คำว่า ศิริชัย จริง ๆ ไม่ได้แย่ แล้วมันก็ขลังด้วย เพราะพระตั้งให้” 

โอเค เราเข้าใจแล้วว่าทำไม

อย่างต่อมาที่เขาลงมือเปลี่ยนหลังการปรับปรุงครั้งที่ 2 จึงหนีไม่พ้นความคิดของคนในชุมชน 

Sirichai Design Hotel หลานชายเปลี่ยนโรงแรมปี 1967 ให้เป็นที่พักสุดชิกแห่งกันตัง จ.ตรัง

“เราต้องไปหาชุมชน”

“เพราะคนที่อยู่ในกันตังมันแคบ เขาเกิดมาก็เห็นโรงแรมนี้กันทุกคนแหละ แล้วเขาก็หลอนเรื่องผี” หลานชายเปิดอก

“โดยปกติของที่นี่ คือชาวบ้านเขาจะคุยกันว่าลูกหลานกลับมาหาไม่มีที่ให้นอน ตอนเย็นกินข้าวที่บ้าน นั่งคุยกันเสร็จ 3 – 4 ทุ่ม ก็กลับไปนอนโรงแรมในเมือง ไอ้เราก็สนใจว่าทำไมไม่นอนแถวนี้ โรงแรมเยอะแยะ เขาบอกว่ามันเก่าแล้ว เขาไม่อยากให้ใครมา”

ก๊วงจึงตัดสินใจเปลี่ยนความคิดตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัว และนั่นทำให้คนตรังกลับบ้านเป็นลูกค้าหลักของเขาจนถึงตอนนี้

“เราไม่ได้ประชาสัมพันธ์อะไรเลย แต่ดึงคนในชุมชนเข้ามาดูว่าเปลี่ยนไปยังไงบ้าง คาเฟ่จะเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแนวคิด เพราะถ้าเปิดแต่โรงแรมเฉย ๆ ไม่มีใครเดินเข้ามา แนวคิดมันก็จะไม่เปลี่ยน และเรามีโปรโมชันลด 10% ให้คนกันตังตลอดเวลา”

ภายในร้านเองก็มีการวางขายงานฝีมือของคนในชุมชน เราเห็นทั้งผ้าบาติก ผ้าทอ รวมถึงขนมที่ไม่ใช่ครัวซองต์ เบเกอรี่ แต่เป็นเหล่าขนมโบราณขึ้นชื่อของคนใต้ที่เขารวบรวมไว้ให้ ก๊วงบอกว่าหากอยากซื้อของกลับไปฝากใคร ก็ขอให้มาลองชิมที่ร้านเขาเสียก่อน 

“เมืองนี้มันเงียบลง ผมคนเดียวไม่มีทางทำให้อำเภอนี้กลับมาอีกครั้งหรอก เราต้องไปหาชุมชน หรือให้ชุมชนมาหาเราบ้าง ชวนเขาคุย ชวนเขาเสนอไอเดีย หรือมีผลิตภัณฑ์ก็เอามา เราตั้งขายให้ฟรีเลย แล้วก็เอาตังค์ไปให้เขา กลายเป็นว่าโรงแรมก็เหมือนร้านขายของ ลูกค้าเข้ามาก็ต้องเดินดูครับ” 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste
จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“เหมือนตายตาหลับ”

เราเดินขึ้นบันไดเก่าแก่ตามก๊วงไปชมห้องพักที่เขาบอกว่าโครงสร้างเดิมทำให้ปรับปรุงยากมาก แต่บัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์ก็ทำจนสำเร็จ 

“รูปทรงมันดูก็รู้ว่าเก่าครับ คานเยอะมาก สร้างใหม่ไม่ได้ อย่างวิศวกรรุ่นใหม่เขาจะนิยมทำให้พอประมาณ คือคำนวณไว้แล้วว่าอันนี้รับน้ำหนักเท่านี้ ต้องสร้างแค่นี้พอ แต่นี่คนรุ่นเก่าเขาสร้างเผื่อไว้เยอะเลย ไม่รู้กี่เสาก็ตั้งเต็มไปหมด” ก๊วงหัวเราะร่วน 

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ช่างเมื่อก่อนไม่มีแปลน เขาก็สร้างแบบแข็งแรงที่สุด ผมจะเดินท่อเชื่อมท่อน้ำใหม่ พอเจาะลงไปเจอคานด้านล่าง เราไม่รู้ท่ออยู่ตรงไหน สายไฟอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” 

โรงแรมมีทั้งหมด 20 ห้อง จากห้องพัดลมเปลี่ยนเป็นแอร์ทั้งหมด เดินไฟและระบบน้ำใหม่ให้ปลอดภัยและทันสมัยขึ้น แม้จะแก้ไขโครงสร้างห้องไม่ได้ แต่ก็ปรับสัดส่วนใหม่ให้คล่องตัว แบ่งออกเป็นห้อง Deluxe มีระเบียงส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ห้อง Superior ตกแต่งในสไตล์มินิมอลกะทัดรัด ห้อง Standard เลือกได้ทั้งเตียงเดี่ยวหรือคู่ในราคาสบายกระเป๋า และห้อง Bunk Bed เตียง 2 ชั้น สำหรับวัยรุ่นสายลุยทุกท่าน 

และสิ่งสำคัญที่ทุกห้องมีร่วมกัน คือหนังสือของโรงแรม 

คุณเขียนเองเหรอ – เราสงสัย เพราะมันไม่ได้มีเพียงประวัติของศิริชัยเพียงเท่านั้น

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

“ใช่ครับ ผมรวบรวมร้านอาหาร ของอร่อยในกันตัง อยากกินแบบไหนก็็บอก จะอาหารตามสั่ง ข้าวต้ม หมูกระทะ ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า อยากกินร้านไหนก็ได้เลย เราทำแผนที่ไว้ให้แล้ว โรงแรมอยู่ตรงนี้ลูกค้าไปไหนได้บ้าง แล้วส่วนใหญ่ลูกค้าจะถามหามื้อเช้า ซึ่งเราไม่ได้มีอาหารแบบในโรงแรมบริการ แต่ให้คนในชุมชนเอาเมนูของร้านเขามาวางไว้ตรงคาเฟ่ข้างล่าง แล้วเขาก็มาส่งให้”

มากไปกว่านั้น เป้าหมายต่อไปที่ก๊วงอยากไปให้ถึง คือการทำให้ศิริชัยเป็นโรงแรมปลอดขยะ เห็นได้จากเครื่องดื่มที่เขาเสิร์ฟในกระป๋องนั่นแหละ ซึ่งก๊วงบอกว่าเขาใช้หลอด Bioplastic ย่อยสลายได้เอง ถุงกระดาษ ไม่มีพลาสติกแม้แต่น้อย ส่วนภายในห้องพักของเขา คงมีเพียงถังขยะกับที่ห่อแก้วที่ยังต้องพึ่งพามันอยู่ ทั้งหมดนี้้เป็นไอเดียที่ซึบซับมาจากคุณพ่อคุณแม่ ข้าราชการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมาก่อนเขาหลายปี

“โรงแรมเราแยกขยะหมดแล้วก็เอาไปขาย แล้วผมจบวิศวกรรมเครื่องกลพลังงานมา เลยคิดว่าหลังจากนี้จะทำโปรเจกต์จัดการพลังงาน ลดค่าไฟของโรงแรมลงด้วยครับ”

จากโรงแรมเกือบร้างเก่าสุดใน อ.กันตัง สู่ Sirichai Design Hotel โฉมใหม่ เชื่อมโยงที่พักกับย่านและฝันอยากเป็น Zero Waste

ก๊วงพาเราชมโรงแรม เล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างภาคภูมิใจ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ลงแรงปรับปรุงมันเพื่อแค่ให้ทันสมัยขึ้้น แต่ยังทำเพื่อขจัดปมวัยเยาว์ให้หายเป็นปลิดทิ้ง

“ตอนนี้หายแล้วนะครับ หายแล้วจริง ๆ” เขายืนยัน 

“เมื่อก่อนถ้าพูดถึงโรงแรมจะมีแต่ด้านลบ ตอนนี้มีแต่คนคุยกับเราเราในแง่บวกมากขึ้น โรงแรมเป็นยังไงบ้าง คนมาเยอะขึ้นนะ จากที่แทบไม่ทักกันเลย”

แล้วเจ้าของโรงแรมตัวจริงที่เห็นมันทั้งในวันที่รุ่งโรจน์สุดขีดและโรยราสุดขั้วอย่างปู่ล่ะ

“แกไม่ค่อยพูด แต่แกยิ้มแล้วบอกว่า เออ เหมือนตายตาหลับ”

3 Things
you should do

at Sirichai Design Hotel

01

ไหว้พระ 3 ศาลเจ้า กันตังมี 3 ศาลเจ้าหลักที่สายมูห้ามพลาด คือ ศาลเจ้าฮกเกี้ยนก๋งก้วน ศาลเจ้าเก่งจิวโฮ่ยก้วน และศาลปู่เจ้ากันตัง ครบทั้งเรื่องงาน ความรัก และโชคลาภ

02

กินมื้อเช้ารอบตลาดกันตัง รอบ ๆ โรงแรมมีทั้งติ่มซำ บะหมี่ อาหารอิสลาม ให้ได้เลือกทาน และใกล้กันยังมีสถานีรถไฟให้ไปถ่ายรูปชิก ๆ

03

เที่ยว 4 เกาะเมืองตรัง ห่างจากที่พักไปประมาณ 30 นาที จะเจอท่าเรือที่ออกไปดำน้ำ ดูปะการังน้ำตื้นได้ ทั้งที่เกาะกระดาน เกาะมุข และแวะชมความสวยงามของถ้ำมรกต สถานที่ติด 1 ใน 10 Unseen Thailand

Sirichai Design Hotel

Writer

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

ชลลดา โภคะอุดมทรัพย์

นักอยากเขียน บ้านอยู่ชานเมือง ไม่ชอบชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีคติประจำใจว่าอย่าเชื่ออะไรจนกว่าหมอบีจะทัก รักการดูหนังและเล่นกับแมว

Photographer

Avatar

ผลาณุสนธิ์ ผดุงทศ

ช่างภาพที่โตมาจากเมืองทอง รักแมว ชอบฤดูฝน และฝันอยากไปดูบอลที่แมนเชสเตอร์

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load