18 มิถุนายน 2565
13 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ความเป็นติ่งของ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ทำให้เราต้องดั้นด้นไปตามหาทันทีที่รู้ว่า ‘บ้านของพี่เคน’ (ในภาพยนตร์) ได้กลายเป็นโรงแรมริมน้ำเล็ก ๆ แถวถนนทรงวาดชื่อ ‘ลอยละล่อง

ต่อมา เมื่อได้รู้จักและเลิกกรี๊ดความเป็นบ้านพี่เคนแล้ว เราก็ยังเทียวไปเทียวมาที่นี่อยู่ตลอด ด้วยความรู้สึกผูกพันส่วนตัว และยังพาคนอื่นไปสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เคยล้าสมัย แม้ล่วงเข้าปีที่ 11 แล้ว

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน (และทำให้อึ้งไปหลายวินาทีเมื่อแรกรู้จัก) คือเรายังต้องเดินผ่านลานจอดรถของวัดปทุมคงคาไปจนสุดทางที่มีกุฏิพระเรียงรายอยู่ ทางเข้าที่เป็นซอกระหว่างกุฏิ ยังเป็นที่จอดมอเตอร์ไซค์และรถเข็นขายของที่มีสารพัดสิ่งวางสุมอยู่ ส่วนมาสคอตของโรงแรมก็ยังเป็นคุณป้าข้างบ้านคนเดิมที่ชอบเปิดประตูนั่งรับลม และคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการชี้ทางเข้าให้กับใบหน้างง ๆ ของคนที่เพิ่งมาเยือนสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก

นอกจากคุณป้าจะเป็นมาสคอตของที่นี่แล้ว คุณป้ายังเป็นตรายางที่รับรองว่า ลอยละล่องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว และเคารพคนในชุมชนในฐานะผู้มาขออาศัย โดยไม่เขินอายที่จะปกปิด หรือพยายามเปลี่ยนสภาพด้านนอกให้ดูดีขึ้น เมื่อยอมรับความไม่เข้ากันที่เข้ากันได้ ซี-สราวุธ ศาสนนันทน์ และภรรยา จึงตัดสินใจทิ้งงานอันมั่นคงในวงการโฆษณา มาลงมือสร้างโรงแรมเล็ก ๆ ริมน้ำเมื่อ พ.ศ. 2554 ทันที

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“ตอนแรกผมก็คิดว่าการลาออกมันยาก แต่เอาเข้าจริง พอถึงเวลา ใจผมเรียกร้องมาก ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง คิดแต่ว่า ไม่เอาแล้วเว้ย! หลังจากนั้นผมบอกแม่ว่ามีข่าวดี ผมเป็นอิสระแล้ว แม่ด่าเปิงเลย” ซีหัวเราะ

“การลาออกมีเหตุให้ผมกลัวเยอะมาก ไม่มีใครเห็นด้วยเลย พอเจอตัวบ้านและสภาพแวดล้อมของที่นี่ (ที่ตั้งของลอยละล่อง) แฟนถามว่า พี่ไหวเหรอ ผมก็ถามกลับว่า มันมียิ่งกว่านี้อีกนะ อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือเปล่า แล้วปัญหาที่มากกว่านั้นก็คือ น้ำ หลังจากนั้น 6 เดือน น้ำท่วมอยู่ 1 เดือน พระเจ้ารับน้องชุดใหญ่มาก แต่ทุกอย่างที่ดูจะเป็นปัญหา กลับไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของคนที่มาพัก ถ้าเขายอมรับบริบทตรงนี้ได้” เขาเล่าติดตลก

เราก็เป็นหนึ่งในคนมาพักที่เห็นว่า การขึ้นลงของน้ำคือประสบการณ์น่าสนุก ตื่นเต้น และท้าทายจริง ๆ แต่ไม่ใช่แขกทุกคนที่จะรับความขลุกขลักแบบนี้ได้ ซีบอกว่าทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือก (ทั้งแขกและเจ้าของที่พัก) เพราะเขาเชื่อว่าการไปเที่ยวหรือไปพักที่ไหน ตัวเราต้องอยู่ในที่ที่ชอบก่อน ทริปนั้นถึงจะแฮปปี้ ลอยละล่องเลยไม่มีปัญหา ถ้าแขกจะปฏิเสธการเข้าพัก แต่กลับมีปัญหาในการปฏิเสธแขกมากกว่า เพราะบางทีไม่เข้ากันจริง ๆ ก็จะทำตัวไม่ถูก

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“เคยมีฝรั่งชาวเยอรมันคู่หนึ่งมาพักที่นี่ ภรรยาเขาหน้าบึ้งมาก เหมือนกับว่าที่พักเราไม่ใช่แบบที่เขาคิดไว้ ซึ่งเขาจองมา 3 คืน ผมบอก ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ยูนอนเลย ถ้าพรุ่งนี้ยูไม่ชอบ ไอคืนเงินให้ทั้งหมด เพราะตอนนั้นค่ำมากแล้ว จะไปหาที่พักใหม่ก็ลำบาก ปรากฏว่าตอนเช้าเขาชอบมาก และขอบคุณที่ให้โอกาสเขา มันกลายเป็นมิตรภาพที่ดีมากครับ แล้วเขาก็กลับมาบ่อย ทุกครั้งที่เขามาก็จะมีของมาฝากผม แล้วเอาของผมกลับไปด้วย เช่น ต้นไม้ ใบหญ้า”

ซีจึงปล่อยการตลาดของลอยละล่องให้เป็นไปตามธรรมชาติ เขาทิ้งตำราโฆษณาที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และพบว่าวิธีนี้ดีที่สุด เพราะคนที่ถูกใจก็จะแนะนำคนที่ใกล้เคียงกับเขา และใกล้เคียงกับโรงแรมมาพัก ทำให้แฮปปี้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ประกอบกับโรงแรมมีห้องพักแค่ 6 ห้อง ไม่ต้องการแขกมากมาย การเป็นโรงแรมเล็ก ๆ นี้ เจ้าของคือคาแรกเตอร์ของโรงแรมทั้งหมด ข้อดีคือตั้งราคาได้ ลดราคาได้ถ้าอยากจะลด และเป็นอิสระมากกว่า

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

การกลับไปเยี่ยมเยียนโรงแรมที่เพิ่งผ่านการรีโนเวตครั้งที่ 3 เมื่อเดือนพฤษภาคม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ที่นี่ได้เพิ่มลูกเล่นและสีสันให้กับบ้านไม้สีธรรมชาติอันคุ้นตาไปอีกระดับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากการตกผลึกทางความคิด และประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาตลอดของเจ้าของนั่นเอง

ซีเริ่มทำที่พักแห่งนี้ด้วยความดุ่ย ๆ หลายเรื่องที่ควรจะกลัวก็ไม่กลัว แถมยังขบถเล็ก ๆ ต่อศาสตร์การทำโรงแรมทั่วไป การรีโนเวตในแต่ละรอบ นอกจากเรื่องปรับปรุงความทรุดโทรมแล้ว ก็ถือเป็นการรีเฟรชตัวโรงแรมและตัวของซีด้วย ปีนี้จึงมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์มากขึ้น หลังจากเริ่มคิดว่าอะไรเป็น Best Stay และ Luxury สำหรับแขกผู้มาพัก

ในเมื่อตัวอย่างความหรูหราของซี คือการละเลียดกาแฟตอนเช้าสัก 2 ชั่วโมง ในบรรยากาศสงบที่แทบหาไม่ได้ในกรุงเทพฯ ทำให้เขาใส่รายละเอียดในแต่ละห้องมากขึ้น เพิ่มเครื่องทำกาแฟ ต่อเติมระเบียง เสริมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่จะเบ่งบานรับแขกที่ตื่นมาชงกาแฟเอง และตั้งใจให้พวกเขาออกไปนั่งที่ระเบียงในชุดนอน เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศแม่น้ำได้นานเท่าที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้เป็นความหรูหราในนิยามที่ลอยละล่องอยากมอบให้แขกผู้มาพักทุกคน

แขกต่างชาติส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นคนที่มาเมืองไทยหลายครั้งจนแทบไม่ออกไปไหน แต่เอ็นจอยกับการใช้เวลาอยู่ในที่พักเล็ก ๆ เหมือนโอเอซิส หลังจากผ่านความวุ่นวายของเยาวราชบ้าง โดนแท็กซี่หลอกบ้าง เขาเหล่านี้จึงไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการเห็นเรือทุกชนิดแล่นผ่านไปมา หรือเห็นขยะทุกประเภทลอยผ่านหน้า แค่นั้นเอง

มิตรภาพและความไว้วางใจที่เกิดขึ้นในบ้านน้อยหลังนี้ มาในคำชมหลายรูปแบบที่ไม่ต้องเอ่ยวาจา เช่น แขกบางคนเดินถอดเสื้อโดยไม่ปิดประตูห้อง บางคนทิ้งกระเป๋าเงินและกล้องไว้ขณะที่ออกไปเที่ยวครึ่งค่อนวัน บางคนเอาของมาทิ้งไว้ให้ บางคนส่งลูกมาพักและให้ช่วยดูแล หรือบางคนฝากของให้เพื่อนที่จะมาพักในอีก 8 เดือน (ข้างหน้า) แบบนี้ก็มี!

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ในรอบ 10 ปี เราเยือนลอยละล่องในฐานะแขกประจำ แต่ที่เห็นว่าไม่ประจำคือหน้าของพนักงาน ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของกิจการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ได้ทีมสาว ๆ ไฟแรงแสนน่ารักมาช่วยดูแลบ้านน้อยหลังนี้ ตรงตามเจตนารมณ์ของโรงแรมและแขกผู้มาพัก ที่สำคัญ สาว ๆ มีฝีมือในการทำอาหารไม่แพ้เชฟมีชื่อ จึงช่วยประคองตัวผ่านวิกฤตช่วงปิดประเทศไปได้ การเปิดร้านอาหารและบาร์เล็ก ๆ เปลี่ยนโรงแรมเป็นพื้นที่ Work from River เพื่อรองรับแขกคนไทย ทำให้มีคนเข้ามาเยือนตลอดโดยไม่จำเป็นต้องค้าง

การได้ทีมที่เข้มแข็งเป็นความโชคดีในความโชคร้ายระหว่างปิดประเทศอย่างมาก หลัง ๆ โรงแรมได้คอมเมนต์นอกเหนือจากการชื่นชมแม่น้ำตามสูตร เป็นการพูดถึงพนักงาน เรื่องนี้ซีขอขอบคุณคำสอนจากพี่คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของที่พักกลางเกาะหลีเป๊ะ เขาต้องไปส่งแขกที่ท่าเรือด้วยตัวเองแทบทุกครั้ง ด้วยความคิดว่า

“เวลาแขกเช็กเอาต์ ก็เหมือนตายจากกัน เขาอาจไม่กลับมาแล้ว ต้องบริการเขาให้ดีที่สุด ต่อให้เขาแย่ที่สุด ก็ต้องจบกันในภพเล็ก ๆ นี้” คำพูดนี้ทำให้ซีตอบตัวเองได้ว่า เขาต้องดูแลแขกแบบไหน และพร่ำสอนพนักงานให้คิดแบบนั้น ซีเชื่อว่า “คนไทยคือ Soft Power ที่ต้องเก็บไว้ เป็นเรื่องดีของคนไทยมาก ๆ ที่เรามีน้ำใจโดยอัตโนมัติ”

เมื่อไทยเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ลอยละล่องจึงยิ่งกว่าพร้อมที่จะต้อนรับแขกจากต่างแดน โดยพกความมั่นใจในมิตรภาพข้ามโลกที่แฝงความโรแมนติกว่า คนที่ไม่ควรจะได้เจอกัน แต่ก็ได้เจอกัน เป็นเพื่อนกัน ทำให้มีโอกาสดูแลกัน และมอบความสุขกลับไป ถือเป็นรางวัลที่มีค่ามากของโรงแรม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นแขกประจำหรือแขกที่เพิ่งมาครั้งแรก การเดินผ่านประตูไม้ทึบเข้ามาตามทางเดินแคบ ๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังทุกครั้ง เราเริ่มรับรู้ถึงความเย็นสงบไปพร้อม ๆ กับได้ยินเสียงคลื่นน้ำเป็นระยะ ๆ เมื่อผ่านครัวเล็ก ๆ ทางซ้ายที่ดูจะวุ่นวายที่สุด เพราะเป็นที่ประจำการของทีมสาว ๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้องนั่งเล่นที่ปูลาดด้วยเบาะสีสดใส ข้างหน้าคือวิวพาโนราม่าของเจ้าพระยาที่ดึงดูดให้ถลาไปชื่นชมก่อนแทบทุกคน

นอกจากตั้งชื่อโรงแรมว่า ‘ลอยละล่อง’ จากการสะท้อนโลเคชันตามสูตรแล้ว ชื่อนี้ยังเหมือนกับการประกาศอิสรภาพว่า (ออกจากงาน) ไปแล้วนะ และเมื่อเริ่มเข้าไปทำจริง ๆ ซีพบว่า แต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย ความสนุกและความท้าทายจึงเหมือนกับการทำห้อง 6 ห้อง เป็น 6 สถานที่ในแต่ละรายละเอียด การตั้งชื่อห้องเป็นสีก็เพื่อให้สื่อสารง่าย และยังง่ายต่อการตกแต่งจาก Scheme Colour (โทนสี) ด้วย

เราแอบถามซีจนพบว่า บ้านหลังนี้จริง ๆ มีทั้งหมด 7 ห้อง แต่เนื่องจากห้องหนึ่งไม่เอื้อกับคุณภาพในการนอน ที่นี่จึงเปิดห้องพักแค่ 6 ห้อง 6 สี โดยอยู่ข้างล่าง 3 ห้อง ข้างบนอีก 3 ห้อง

ห้องสีฟ้า ซีบอกว่า ทัศนคติของการลาออกจากงานในครั้งนั้น ได้นำไปบรรจุในห้องสีฟ้าหมดแล้ว จึงดูเป็นห้องที่น่าค้นหาความหมายที่สุดและยอดนิยมที่สุด ถึงแม้จะไม่รู้ที่มาที่ไปก็ตาม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีเขียว จุดเด่นคือ อ่างอาบน้ำสีทองแดงที่ต้องไปจ้างทำ เนื่องจากสู้ราคาอ่างจริงไม่ได้ ให้อารมณ์เหมือนอาบน้ำริมธาร ล้อไปกับรูปวาดบนผนังสีเขียวแบบในหนัง Great Expectations

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีดำ ที่เจ้าของชอบที่สุด แต่ถูกคนรอบตัวว่ามากที่สุด เพราะหาว่าเป็นสีอัปมงคล!

สำหรับแขกประจำแบบเรา บอกได้เลยว่าห้องนี้มีการปรับปรุงมากที่สุด ด้วยการเพิ่มขนาดของห้องและเปลี่ยนตำแหน่งของห้องน้ำให้สะดวกมากขึ้น และมีระเบียงให้ออกไปจิบกาแฟยามเช้า

ห้องสีส้ม เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดสำหรับ Solo Traveler และถือว่าน่ารักน่านอนด้วยนะ อาจจะเพราะโรงแรมค้นพบว่า คนที่เที่ยวคนเดียวไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นผู้หญิงนี่เอง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีขาว มีทางเข้าได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ถือกำเนิดจากการเป็นห้องแบบ Dormitory แต่สุดท้ายก็ทำเป็นห้องสำหรับ Family แทน สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ห้องนี้สนุกที่สุด (มีประตูลับด้วย)

ห้องสีแดง มีกลิ่นอายแบบจีน ๆ และมีส่วนหนึ่งอยู่ใต้หลังคา จึงจัดเป็นที่นอนเสริมสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ นอนรวมกันได้ถึง 3 คน

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

แต่ละชั้นมีห้องนั่งเล่นตรงกลาง และมีชานสำหรับชมวิวแม่น้ำ โรงแรมให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมาก เพราะเป็นส่วนที่สร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น ระหว่างผู้เข้าพักที่มาจากคนละซีกโลก และมิตรภาพระหว่างแขกกับโรงแรม

“ผมทำลอยละล่องมา 10 ปี สมัยก่อนผมอาจจะอยากได้เพื่อน แต่ ณ วันนี้ ผมรู้สึกว่าแขกมาถึงที่พักผมก็ไม่ง่าย ทั้งคนไทยและต่างชาติที่บินมาจากไหนก็ไม่รู้ เขามาให้โอกาสผม ผมเลยอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากดูแลกายแล้ว ผมก็ขอดูแลใจเขาด้วย หมายถึง ให้เขามาชาร์จแบตกลับไปจน Full Energy”

นี่เป็นคำพูดที่ยังติดหูเรา เมื่อบอกลาความสงบและกลับสู่ความวุ่นวายของโลกด้านนอกอีกครั้ง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ในขณะที่ซีมีโอกาสดูแลเพื่อนข้ามโลกสารพัดชาติ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ให้ต้องสูญเสียคนรักที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างลอยละล่องมาด้วยกัน เป็นเวลาหลายปีที่ทั้งคู่มีโอกาสเรียนรู้การเผชิญความตายอย่างสงบและมีสติ หรือ Peaceful Death ด้วยกัน จากการดูแลแนะนำสั่งสอนของ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ให้ความสำคัญกับ Palliative Care หรือ การดูแลวิญญาณและจิตสุดท้าย รวมถึงดูแลผู้ที่ดูแลคนป่วยด้วย

เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้แบบเข้มแข็งทุกฝ่ายจนถึงวาระสุดท้าย ซีเลยปวารณาตนไปบวชรับใช้พระอาจารย์ที่วัดป่าบนยอดเขาที่จังหวัดชัยภูมิถึง 2 ครั้ง และยังจัดคอร์สอบรม ‘เผชิญความตายอย่างสงบ’ ที่โรงแรมเกือบทุกปีด้วย เป็นคอร์สที่ส่วนตัวมาก ๆ เพราะรับผู้เข้าร่วมแค่ 15 – 16 คนเท่านั้น ซีเน้นรับเฉพาะคนไทย ถึงแม้ว่าจะมีชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยอยากเข้าร่วมก็ตาม

1 ทศวรรษของ ‘ลอยละล่อง’ จึงผ่านเรื่องสุข ทุกข์ และความเจ็บปวดมากมาย ในขณะที่ทำให้ ‘ผู้รับ’ ได้สิ่งที่ดีและสุขสบายที่สุด ใครจะรู้ว่าในบางขณะ ‘ผู้ให้’ ต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็งและมีทัศนคติที่ดี ที่พร้อมจะมอบให้คนรอบตัวแค่ไหน นั่นเป็นความประทับใจจากการบังเอิญไปรับรู้เรื่องราวที่ส่งพลังบวกให้กับเราอย่างมาก

ถึงจะเหมือนอีกหลายคนที่อยากเก็บที่นี้ไว้เป็นความลับมากเท่าไหร่ แต่ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะอวดสิ่งที่เรารัก และอยากให้คนที่เคมีตรงกันได้ไปสัมผัส ตกหลุมรัก และ Have a Nice Stay เหมือนเรา ที่ลอยละล่องแห่งนี้

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

Loy La Long Hotel
ที่อยู่ : 1620/2 ถนนทรงวาด (ในวัดปทุมคงคา) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2639 1390

เว็บไซต์ : loylalong.com

Facebook : Loy La Long Hotel

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

Avatar

สุทธิชา จารุรัตน์

คุณแม่ลูกสอง จบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชื่นชอบการอ่านหนังสือ ดูหนัง ชมละคร Broadway & West End และละครเวทีเล็กของไทย ว่าง ๆ มักจะเดินชมงาน ฟัง Talk เรื่องศิลปะและประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวในและต่างประเทศ และทานอาหารนอกบ้าน

Photographer

Avatar

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

เล็ก-หมิ่น

ใครนะ?

ผู้คนในวงการโรงแรมคงถามแบบนั้นเมื่อพูดถึงชื่อของ เล็ก-พรรษพล ลิมปิศิริสันต์ และ หมิ่น-วิบูลย์ ลีภักดิ์ปรีดา

แต่สำหรับคนในวงการโฆษณา เล็ก-หมิ่น คือครีเอทีฟระดับพี่ใหญ่ของวงการ

พวกเขาเป็นคู่หูครีเอทีฟ ก๊อปปี้ไรเตอร์-อาร์ตไดเรกเตอร์ ที่จับคู่ทำงานร่วมกันมานานหลายสิบปี และคว้ารางวัลโฆษณาระดับโลกร่วมกันมาไม่น้อย

20 ปีก่อน เล็ก-หมิ่น รับตำแหน่ง Executive Creative Director (ECD) หรือบอสใหญ่สายครีเอทีฟของเอเจนซี่โฆษณา Euro RSCG Flagship

10 ปีก่อน เล็ก-หมิ่น เปิดเอเจนซี่โฆษณา Monday ของตัวเอง พร้อมกับนั่งเก้าอี้นายกสมาคมผู้กำกับศิลป์บางกอก (B.A.D) ร่วมกันในปีนั้น

ปีนี้พวกเขายังคงทำงานด้วยกันโฆษณาเช่นเดิม และข้ามสายงานมาร่วมกันเปิดโรงแรม

เป็นโรงแรมของคนที่ไม่เคยทำโรงแรมมาก่อน-ข้อมูลนี้ไม่ได้น่าตื่นเต้นนัก

และเป็นการลงทุนซื้อที่ดินผืนงามริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงจุดที่โค้งน้ำสวยมาก เป็นที่ดินของอำแดงคลี่ในสมัยรัชกาลที่ 5 แล้วสร้างโรงแรมที่สวยสะดุดตาสมกับแนวคิดประติมากรรมริมแม่น้ำ และหวานสมสโลแกน The most romantic hotel in Bangkok ดาดฟ้าของที่นี่ออกแบบเป็นอัฒจันทร์เล่นระดับเอาไว้นั่งดูวิวแม่น้ำ มี Caferestaurant ริมน้ำที่บรรยากาศดี อาหารเก๋และอร่อย และที่นี่อยู่ใกล้ ล้ง 1919 แบบมองกันเห็น-ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เราถลามาขอเป็นแขกตั้งแต่วันที่ยังไม่เปิดให้บริการ

โรงแรมแห่งนี้ชื่อ Amdaeng อ่านว่า อำแดง

อำแดง

Hidden Hotel

การเดินทางมาอำแดงไม่ยาก ตั้งต้นจากหน้า ล้ง 1919 แล้วเดินมาตามถนนเชียงใหม่ สุดถนนให้เลี้ยวขวาเดินมาตามคลองเล็กที่จะไหลออกแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นตึกปูนทรงแปลกตาสีแดงชาด ขนาด 5 ชั้น คุณมาถูกทางแล้ว

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชนวนรอบด้วยตรอกซอกซอย มีต้นโพธิ์ที่สูงกว่าโรงแรม ยืนสยายพุ่มให้ความร่มรื่นชื้นเย็นเป็นฉากหลัง แล้วย่านนี้ก็คลี่คลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยอีกมากมาย

“เป็นโรงแรมแบบ hidden หน่อยนะ” เล็ก พรรษพล กล่าวทักทายพวกเราริมสระน้ำที่หน้าโรงแรม ถึงแม้ทำเลที่ตั้งจะดูซ่อนเร้นอยู่ในซอกหลืบของกรุงเทพฯ แต่หมิ่น วิบูลย์ ผู้ศึกษาเรื่องโรงแรมทั่วโลกบอกว่า ไม่ใช่ปัญหา

“เราไปพักโรงแรมที่ปักกิ่ง ต้องเดินเข้าไปตามซอกซอยในชุมชนเพื่อที่จะได้พักในอาคารเก่า ราคาก็ไม่ถูกนะ แต่เราชอบ แล้วก็น่าจะมีคนที่ชอบเหมือนเรา อยากจะเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ที่ไม่ใช่เชนโรงแรม ที่นี่ดูข้างนอกอาจจะเหมือนอะไรก็ไม่รู้ แต่เข้ามาแล้วจะว้าว” หมิ่นพูดจบก็เชิญพวกเราเข้ามาในโรงแรมที่ทาสีแดงทั้งหลัง

จับจองที่ริมน้ำ

“ว้าว”

พวกเรารู้สึกแบบนั้นเมื่อเดินเข้ามาในล็อบบี้ เหมือนที่หมิ่นบอก บรรยากาศในล็อบบี้ตกแต่งแบบย้อนยุคซึ่งผสานความเป็นไทย จีน และตะวันตก เข้าไว้ด้วยกัน ดูโอ้เจ้าของอำแดงพาเราเดินทะลุโรงแรมออกมานั่งคุยที่ชานไม้ริมแม่น้ำด้านหลังอาคาร มันเป็นที่นั่งที่น่าจับจองที่สุด เช่นเดียวกับที่ดินตรงนี้ที่หลายคนอยากจับจอง

โรงแรมอำแดง โรงแรมอำแดง

ที่ดินขนาด 100 ตารางวาผืนนี้มีโฉนดซื้อขายได้ อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ติดถนน และร่มรื่นมาก คุณสมบัติแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ วันเจอประกาศขายที่ดินผืนนี้โดยบังเอิญ เขาชอบมาก มาวนดู 3 – 4 รอบก็ยิ่งชอบ แต่เหตุเดียวที่ทำให้ฝันฝ่อก็คือ ราคาที่สูงจนน่าตกใจ

วันหนึ่งเขากับเล็กผ่านมาทำธุระแถวนี้ เลยพาเล็กไปดูที่ผืนนี้เล่นๆ ปรากฏว่าเล็กชอบมาก ถึงขนาดเดินหน้าเจรจาต่อรองเต็มที่จนในที่สุดทั้งคู่ก็หุ้นกันก็ซื้อที่ดินผืนนี้มาจนได้ ซื้อทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ว่าจะเอามาทำอะไร จนเมื่อดอกเบี้ยเริ่มมา พวกเขาก็คิดว่าน่าจะสร้างบ้านแล้วเปิดเป็น Airbnb จากนั้นก็ค่อยๆ ขยายไอเดียกลายมาเป็นโรงแรมในที่สุด

แมน้ำเจ้าพระยา 

อำแดง

โฉนดดินผืนนี้ออกสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าของที่ดินคนแรกคือ อำแดงคลี่ ครีเอทีฟทั้งสองเห็นว่าพื้นที่นี้เป็นที่ดินโบราณ จึงอยากสร้างอาคารให้ย้อนยุคตามไปด้วย และใช้ชื่อโรงแรมว่า ‘อำแดง’ ซึ่งเป็นคำนำหน้าชื่อหญิงสาวในสมัยโบราณ เพื่อระลึกถึงช่วงเวลาในยุคสมัยนั้น

แนวคิดในการออกแบบของที่นี่คือ ไทยประยุกต์ซึ่งย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ทีแรกทั้งคู่อยากประหยัดงบประมาณจึงตั้งใจออกแบบอาคารให้เป็นทรงกล่องๆ ง่ายๆ แล้วเก็บเงินไว้เน้นกับการตกแต่งภายในแทน แต่ทำงานไปสักพัก ติ๊ก-สุธิดา พงษ์ประยูร มัณฑนากรของงานนี้เสนอว่า โรงแรมแห่งนี้ไม่ควรสวยแต่ข้างใน ข้างนอกก็ต้องสวยด้วย มันเป็นประโยคที่แทงใจดำเจ้าของทั้งคู่มาก เพราะพวกเขาไม่อยากให้ตึกริมน้ำแห่งนี้เป็นจุดที่ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสวยน้อยลง ก็เลยควักกระเป๋าเพิ่มแล้วชวน ก้อง-อานุภาพ อ่อนสอาด สถาปนิกชื่อดังมาออกแบบอาคารให้ ด้วยความคิดว่ากำลังทำงานประติมากรรมปูนปั้นริมแม่น้ำ

เล็ก หมิ่น ติ๊ก และก้อง เลยช่วยกันสร้างโรงแรมแห่งนี้เหมือนสร้างงานศิลปะ หาทางผสมผสานความเป็นไทยที่พวกเขาชอบให้ไปด้วยกันกับความโมเดิร์น อย่างเช่นใส่ลายขนมปังขิงไว้ตรงตำแหน่งกันสาด ทำให้วิวแม่น้ำเจ้าพระยาเมื่อมองจากระเบียงของอำแดงไม่เหมือนวิวที่อื่น เพราะมีลายขนมปังขิงเป็นส่วนหนึ่งของวิวด้วย

วิวแม่น้ำ

ไม่อยากให้เหมือนโรงแรม

หมิ่นสารภาพว่า งานนี้มีการแก้แบบตลอดเวลา ทั้งแบบตึก และแบบอินทีเรีย เพราะเจ้าของทั้งคู่เป็นนักโฆษณาที่รักความสมบูรณ์แบบ พอเห็นอะไรที่ไม่ใช่ก็ปล่อยให้ผ่านไปไม่ได้จริงๆ อย่างแบบอินทีเรีย ติ๊กต้องทำมาเสนอแล้วโดนคอมเมนต์ให้กลับไปทำมาใหม่ถึง 6 รอบ จนอินทีเรียผู้คร่ำหวอดในวงการนี้มาหลายสิบปี ถึงกับครวญว่าไม่เคยวาดแบบเยอะขนาดเป็นร้อยๆ ชิ้นแบบนี้มาก่อน

หมิ่นอธิบายการแก้งานขนาดนั้นว่า “ไม่ใช่ไม่สวยนะ แต่มันดูเป็นโรงแรมมาก ถ้าฝรั่งเห็นแบบนี้เขาไปอยู่ที่อื่นก็ได้ เราอยากให้มันดูต่างไป อยากให้มีรายละเอียด ขนาดกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ก็ยังมีเรื่องราว เป็นสิ่งที่เขาหาไม่ได้จากที่อื่น”

โรงแรมอำแดง โรงแรมอำแดง

ดูน้ำที่ดาดฟ้า

เล็ก-หมิ่น ชวนเราเดินไปดูภายในโรงแรม เริ่มต้นจากดาดฟ้า พื้นที่นี้คือ rooftop bar ของแขกที่มาพัก จุดเด่นอย่างที่ไม่มีตึกไหนเหมือนก็คือ เป็นดาดฟ้าที่ไล่ระดับความสูงของพื้นแบบอัฒจันทร์เพื่อให้ทุกคนเห็นวิวแม่น้ำโดยไม่บังกัน หลังคาของบาร์น้ำก็ออกแบบให้เช่นเหล็กเส้นขึ้นโครงคล้ายกับโครงของเจดีย์ เป็นการลดทอนที่เท่ แต่หลายคนก็สงสัยว่า สร้างเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ พอมองที่นั่งและบาร์น้ำประกอบกัน ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบันไดที่กำลังขึ้นสู่ยอดเจดีย์

ด้วยความโค้งของแม่น้ำ ด้วยความเขียวของต้นไม้ และด้วยการไล่ระดับของที่นั่ง ทำให้วิวเหนือดาดฟ้าเป็นวิวระดับร้อยล้านที่สวยจนเจ้าของทั้งสองอยากจะชวนคนที่รักศิลปะเหมือนกันมาใช้พื้นที่ทำอะไรสนุกๆ ร่วมกัน อย่างเช่น ฉายหนังบนดาดฟ้า

ริมแม่น้ำ

Romantic Room

ด้วยความพิเศษของที่ดินผืนนี้ที่ตั้งอยู่ตรงโค้งน้ำ ทำให้ทุกห้องมองเห็นแม่น้ำ แม้ว่าจะเป็นห้องที่ไม่อยู่ติดแม่น้ำ ด้วยวิวสวยๆ ลมเย็นๆ เจ้าของทั้งคู่เลยตั้งธงว่าโรงแรมแห่งนี้จะเป็น The most romantic hotel in Bangkok กลุ่มเป้าหมายก็เลยเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มคู่รักมากกว่าครอบครัว การตกแต่งห้องพักทั้งหมด (ซึ่งแตกต่างกันทุกห้อง) จึงเป็นไปในทิศทางโรแมนติกปนเซ็กซี่

ห้องน้ำเป็นส่วนหนึ่งของห้องพัก กันด้วยผ้าม่านสีขาวเจาะลายลูกไม้ และไม่ได้ยาวถึงพื้น พอให้ได้มองเห็นกันแบบวาบหวิวนิดๆ

โรงแรมอำแดง

เฟอร์นิเจอร์ในท้องทั้งหมดเป็นของใหม่ที่ทำเลียนแบบของเก่า เพื่อไม่ให้ดูน่ากลัว เช่นเดียวกับภาพเขียนในห้อง ก็เป็นภาพวาดหญิงสาวชาวไทย จีน และตะวันตก ยุคโบราณ แต่ผสมผสานเรื่องราวใหม่ๆ ที่ดูเปรี้ยวเฉี่ยวลงไป เช่น เป่าหมากฝรั่ง และคาบไปป์ ภาพวาดบนกำแพงตรงบันไดก็เป็นภาพถนนเจริญกรุงสมัยรัชกาลที่ 5 และภาพสำเภาจีน ซึ่งเป็นเรื่องราวของยุคนั้น

โรงแรมอำแดง ระเบียงริมน้ำ

นอกจากวิวแม่น้ำแล้ว ห้องที่ไม่ติดแม่น้ำก็ยังมองเห็นต้นโพธิ์สูงกว่าตึก 5 ชั้น อายุร้อยกว่าปี ที่ร่มรื่นมาก

แดงชาด

การทาสีตึกริมน้ำทั้งหลังให้เป็นสีแดงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าเลือกแดงผิดเฉดก็อาจจะกลายเป็นศาลเจ้าได้ สุดท้ายก็เลือกแดงชาด ออกตุ่นนิดๆ ซึ่งลงตัวมาก ส่วนการใช้สีแดงด้านในก็สร้างความปวดหัวให้กับอินทีเรียดีไซเนอร์พอสมควร สุดท้ายติ๊กจึงแก้ปัญหามวลของล็อบบี้ที่ดูเหมือนก้อนสีแดงขนาดใหญ่ด้วยการเลือกใช้โคมไฟที่เห็นรายละเอียดของแสง ทำให้เกิดลูกเล่นบนพื้นที่แดง

โรงแรมอำแดง โรงแรมอำแดง

เธอและนาย

พวกเราเดินมาถึงชั้นล่าง กลับมาที่ร้านอาหารริมน้ำชื่อ ‘นาย’

“ตัวโรงแรมมีความเป็นผู้หญิงมาก แต่เราอยากให้ร้านอาหารเป็นผู้ชาย” หมิ่นอธิบาย

โจทย์ของเขาคือ อยากให้แขกของโรงแรมเดินมาถึงร้านอาหารแล้วรู้สึกว่าเป็นคนละสถานที่กัน ไม่อยากให้รู้สึกว่านี่คือร้านอาหารในโรงแรม เพราะชีวิตคนส่วนใหญ่ไปกินข้าวในโรงแรมกันน้อยมาก ที่นี่จึงเป็น Caferestaurant ส่วนผสมระหว่าง cafe กับ restaurant บรรยากาศริมน้ำที่ชวนให้คนมานั่งจิบกาแฟ และกินอาหารเย็น อาหารส่วนหนึ่งเป็นอาหารสมัยรัชกาลที่ 5 อีกส่วนเป็นการออกแบบอาหารไทยขึ้นมาใหม่ด้วยลูกเล่นสนุกๆ เช่น เปาะเปี๊ยะห่อขาหมูทอดกรอบๆ หมูตุ๋นชานอ้อย หรือยำเป็ดที่เติมความเปรี้ยวด้วยมะนาวและกลิ่นหอมของลิ้นจี่สด

โรงแรมอำแดง

ความฝันริมน้ำ

ในวัยเกือบ 50 เล็ก-หมิ่นกำลังเรียนรู้ศาสตร์ใหม่อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานโรงแรม การไปเข้าคอร์สเรียนสร้างบ้าน ทำโรงแรม คอร์สบาริสต้า และคอร์สชงเหล้า พวกเขาบอกว่าชีวิตของทั้งคู่มักจะถูกเขย่าให้ทำสิ่งใหม่ๆ ทุกๆ 10 ปี และช่วงนี้พวกเขากำลังถูกเขย่าโดยงานโรงแรม

“ตอนที่คุยกับพนักงานใหม่ พวกเขาเคยทำโรงแรม เคยทำร้านอาหารมาก่อน เราเลยรู้ว่าโรงแรมเชนเป็นยังไง แล้วทำไมถึงคิดแบบนั้น เวลาที่พนักงานเสนอวิธีการทำงานแบบโรงแรมเชนนี่เราไม่เอาเลย ก็ไม่รู้ว่าเราจะรอดไหม แต่เราว่ารอด เพราะเรามั่นใจว่ามีคนชอบสิ่งเดียวกับเรา เราไม่ได้ต้องการแขกเยอะ ขอแค่คืนละ 20 คนก็พอ เป็นแขกที่รักศิลปะ ชื่นชมความงามแบบท้องถิ่น และอยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ เหมือนพวกเรา มันน่าจะต้องมีสิน่า” หมิ่นเล่าด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

โรงแรม

โรงแรมอำแดง

“เรามั่นใจว่าไปได้ ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเราคือเยาวราช พอมีล้ง 1919 มาเปิดเรายิ่งมั่นใจ คนมาพักที่เราไปเที่ยวล้ง ไปเยาวราชได้ ทุกเช้าในซอยเชียงใหม่จะมีทัวร์จักรยานมา ฝรั่งมาขี่จักรยานเที่ยวหลายสิบคัน น่าจะมีคนชอบที่นี่นะ” เล็กเสริม

สิ่งที่ทั้งคู่คิดไม่น่าจะผิด เพราะตอนนี้มียอดจองเข้ามาตั้งแต่วันแรกที่เปิด (15 ธันวาคม 2560) และมียอดจองล่วงหน้าเข้ามาอย่างน่าพอใจ

“ถ้าเราฝืนเอานักท่องเที่ยวแมสเข้ามา เราว่าจะไม่รอด เพราะเขาจะติโน่นตินี่ มีแต่ความไม่พอใจ และคำถามว่าทำไม ทำไม” หมิ่นยืนยันจุดยืน

“ถ้าคนที่มารักศิลปะและชอบประสบการณ์ที่แตกต่าง เขาจะมีความสุขกับการพักที่อำแดง” เล็กสรุป

โรงแรมอำแดง

Amdaeng Hotel

ที่อยู่ : 12/1 ซอยเชียงใหม่ 1 ถนนเชียงใหม่ เขตคลองสาน กรุงเทพฯ
ราคา : คืนละ 6,500-9,500 บาท
Facebook : AMDAENG Bangkok riverside hotel
เว็บไซต์ : www.amdaeng.com

Writer

ทรงกลด บางยี่ขัน

ทรงกลด บางยี่ขัน

ตำแหน่งบรรณาธิการโดยอาชีพ เป็นนักเดินทางมือสมัครเล่น แบ่งเวลาไปสอนหนังสือโดยสมัครใจ และชอบจัดทริปให้คนสมัครไป

Photographer

Avatar

ธีรพันธ์ ลีลาวรรณสุข

ช่างภาพ นักออกแบบกราฟิก นัก(หัด)เขียน โปรดิวเซอร์และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ และอื่นๆอีกมากมายแล้วแต่ว่าไปเจออะไรน่าทำ IG : cteerapan

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load