18 มิถุนายน 2565
13 K

The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ความเป็นติ่งของ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ทำให้เราต้องดั้นด้นไปตามหาทันทีที่รู้ว่า ‘บ้านของพี่เคน’ (ในภาพยนตร์) ได้กลายเป็นโรงแรมริมน้ำเล็ก ๆ แถวถนนทรงวาดชื่อ ‘ลอยละล่อง

ต่อมา เมื่อได้รู้จักและเลิกกรี๊ดความเป็นบ้านพี่เคนแล้ว เราก็ยังเทียวไปเทียวมาที่นี่อยู่ตลอด ด้วยความรู้สึกผูกพันส่วนตัว และยังพาคนอื่นไปสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เคยล้าสมัย แม้ล่วงเข้าปีที่ 11 แล้ว

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน (และทำให้อึ้งไปหลายวินาทีเมื่อแรกรู้จัก) คือเรายังต้องเดินผ่านลานจอดรถของวัดปทุมคงคาไปจนสุดทางที่มีกุฏิพระเรียงรายอยู่ ทางเข้าที่เป็นซอกระหว่างกุฏิ ยังเป็นที่จอดมอเตอร์ไซค์และรถเข็นขายของที่มีสารพัดสิ่งวางสุมอยู่ ส่วนมาสคอตของโรงแรมก็ยังเป็นคุณป้าข้างบ้านคนเดิมที่ชอบเปิดประตูนั่งรับลม และคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการชี้ทางเข้าให้กับใบหน้างง ๆ ของคนที่เพิ่งมาเยือนสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก

นอกจากคุณป้าจะเป็นมาสคอตของที่นี่แล้ว คุณป้ายังเป็นตรายางที่รับรองว่า ลอยละล่องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว และเคารพคนในชุมชนในฐานะผู้มาขออาศัย โดยไม่เขินอายที่จะปกปิด หรือพยายามเปลี่ยนสภาพด้านนอกให้ดูดีขึ้น เมื่อยอมรับความไม่เข้ากันที่เข้ากันได้ ซี-สราวุธ ศาสนนันทน์ และภรรยา จึงตัดสินใจทิ้งงานอันมั่นคงในวงการโฆษณา มาลงมือสร้างโรงแรมเล็ก ๆ ริมน้ำเมื่อ พ.ศ. 2554 ทันที

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“ตอนแรกผมก็คิดว่าการลาออกมันยาก แต่เอาเข้าจริง พอถึงเวลา ใจผมเรียกร้องมาก ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง คิดแต่ว่า ไม่เอาแล้วเว้ย! หลังจากนั้นผมบอกแม่ว่ามีข่าวดี ผมเป็นอิสระแล้ว แม่ด่าเปิงเลย” ซีหัวเราะ

“การลาออกมีเหตุให้ผมกลัวเยอะมาก ไม่มีใครเห็นด้วยเลย พอเจอตัวบ้านและสภาพแวดล้อมของที่นี่ (ที่ตั้งของลอยละล่อง) แฟนถามว่า พี่ไหวเหรอ ผมก็ถามกลับว่า มันมียิ่งกว่านี้อีกนะ อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือเปล่า แล้วปัญหาที่มากกว่านั้นก็คือ น้ำ หลังจากนั้น 6 เดือน น้ำท่วมอยู่ 1 เดือน พระเจ้ารับน้องชุดใหญ่มาก แต่ทุกอย่างที่ดูจะเป็นปัญหา กลับไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของคนที่มาพัก ถ้าเขายอมรับบริบทตรงนี้ได้” เขาเล่าติดตลก

เราก็เป็นหนึ่งในคนมาพักที่เห็นว่า การขึ้นลงของน้ำคือประสบการณ์น่าสนุก ตื่นเต้น และท้าทายจริง ๆ แต่ไม่ใช่แขกทุกคนที่จะรับความขลุกขลักแบบนี้ได้ ซีบอกว่าทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือก (ทั้งแขกและเจ้าของที่พัก) เพราะเขาเชื่อว่าการไปเที่ยวหรือไปพักที่ไหน ตัวเราต้องอยู่ในที่ที่ชอบก่อน ทริปนั้นถึงจะแฮปปี้ ลอยละล่องเลยไม่มีปัญหา ถ้าแขกจะปฏิเสธการเข้าพัก แต่กลับมีปัญหาในการปฏิเสธแขกมากกว่า เพราะบางทีไม่เข้ากันจริง ๆ ก็จะทำตัวไม่ถูก

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“เคยมีฝรั่งชาวเยอรมันคู่หนึ่งมาพักที่นี่ ภรรยาเขาหน้าบึ้งมาก เหมือนกับว่าที่พักเราไม่ใช่แบบที่เขาคิดไว้ ซึ่งเขาจองมา 3 คืน ผมบอก ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ยูนอนเลย ถ้าพรุ่งนี้ยูไม่ชอบ ไอคืนเงินให้ทั้งหมด เพราะตอนนั้นค่ำมากแล้ว จะไปหาที่พักใหม่ก็ลำบาก ปรากฏว่าตอนเช้าเขาชอบมาก และขอบคุณที่ให้โอกาสเขา มันกลายเป็นมิตรภาพที่ดีมากครับ แล้วเขาก็กลับมาบ่อย ทุกครั้งที่เขามาก็จะมีของมาฝากผม แล้วเอาของผมกลับไปด้วย เช่น ต้นไม้ ใบหญ้า”

ซีจึงปล่อยการตลาดของลอยละล่องให้เป็นไปตามธรรมชาติ เขาทิ้งตำราโฆษณาที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และพบว่าวิธีนี้ดีที่สุด เพราะคนที่ถูกใจก็จะแนะนำคนที่ใกล้เคียงกับเขา และใกล้เคียงกับโรงแรมมาพัก ทำให้แฮปปี้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ประกอบกับโรงแรมมีห้องพักแค่ 6 ห้อง ไม่ต้องการแขกมากมาย การเป็นโรงแรมเล็ก ๆ นี้ เจ้าของคือคาแรกเตอร์ของโรงแรมทั้งหมด ข้อดีคือตั้งราคาได้ ลดราคาได้ถ้าอยากจะลด และเป็นอิสระมากกว่า

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

การกลับไปเยี่ยมเยียนโรงแรมที่เพิ่งผ่านการรีโนเวตครั้งที่ 3 เมื่อเดือนพฤษภาคม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ที่นี่ได้เพิ่มลูกเล่นและสีสันให้กับบ้านไม้สีธรรมชาติอันคุ้นตาไปอีกระดับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากการตกผลึกทางความคิด และประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาตลอดของเจ้าของนั่นเอง

ซีเริ่มทำที่พักแห่งนี้ด้วยความดุ่ย ๆ หลายเรื่องที่ควรจะกลัวก็ไม่กลัว แถมยังขบถเล็ก ๆ ต่อศาสตร์การทำโรงแรมทั่วไป การรีโนเวตในแต่ละรอบ นอกจากเรื่องปรับปรุงความทรุดโทรมแล้ว ก็ถือเป็นการรีเฟรชตัวโรงแรมและตัวของซีด้วย ปีนี้จึงมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์มากขึ้น หลังจากเริ่มคิดว่าอะไรเป็น Best Stay และ Luxury สำหรับแขกผู้มาพัก

ในเมื่อตัวอย่างความหรูหราของซี คือการละเลียดกาแฟตอนเช้าสัก 2 ชั่วโมง ในบรรยากาศสงบที่แทบหาไม่ได้ในกรุงเทพฯ ทำให้เขาใส่รายละเอียดในแต่ละห้องมากขึ้น เพิ่มเครื่องทำกาแฟ ต่อเติมระเบียง เสริมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่จะเบ่งบานรับแขกที่ตื่นมาชงกาแฟเอง และตั้งใจให้พวกเขาออกไปนั่งที่ระเบียงในชุดนอน เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศแม่น้ำได้นานเท่าที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้เป็นความหรูหราในนิยามที่ลอยละล่องอยากมอบให้แขกผู้มาพักทุกคน

แขกต่างชาติส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นคนที่มาเมืองไทยหลายครั้งจนแทบไม่ออกไปไหน แต่เอ็นจอยกับการใช้เวลาอยู่ในที่พักเล็ก ๆ เหมือนโอเอซิส หลังจากผ่านความวุ่นวายของเยาวราชบ้าง โดนแท็กซี่หลอกบ้าง เขาเหล่านี้จึงไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการเห็นเรือทุกชนิดแล่นผ่านไปมา หรือเห็นขยะทุกประเภทลอยผ่านหน้า แค่นั้นเอง

มิตรภาพและความไว้วางใจที่เกิดขึ้นในบ้านน้อยหลังนี้ มาในคำชมหลายรูปแบบที่ไม่ต้องเอ่ยวาจา เช่น แขกบางคนเดินถอดเสื้อโดยไม่ปิดประตูห้อง บางคนทิ้งกระเป๋าเงินและกล้องไว้ขณะที่ออกไปเที่ยวครึ่งค่อนวัน บางคนเอาของมาทิ้งไว้ให้ บางคนส่งลูกมาพักและให้ช่วยดูแล หรือบางคนฝากของให้เพื่อนที่จะมาพักในอีก 8 เดือน (ข้างหน้า) แบบนี้ก็มี!

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ในรอบ 10 ปี เราเยือนลอยละล่องในฐานะแขกประจำ แต่ที่เห็นว่าไม่ประจำคือหน้าของพนักงาน ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของกิจการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ได้ทีมสาว ๆ ไฟแรงแสนน่ารักมาช่วยดูแลบ้านน้อยหลังนี้ ตรงตามเจตนารมณ์ของโรงแรมและแขกผู้มาพัก ที่สำคัญ สาว ๆ มีฝีมือในการทำอาหารไม่แพ้เชฟมีชื่อ จึงช่วยประคองตัวผ่านวิกฤตช่วงปิดประเทศไปได้ การเปิดร้านอาหารและบาร์เล็ก ๆ เปลี่ยนโรงแรมเป็นพื้นที่ Work from River เพื่อรองรับแขกคนไทย ทำให้มีคนเข้ามาเยือนตลอดโดยไม่จำเป็นต้องค้าง

การได้ทีมที่เข้มแข็งเป็นความโชคดีในความโชคร้ายระหว่างปิดประเทศอย่างมาก หลัง ๆ โรงแรมได้คอมเมนต์นอกเหนือจากการชื่นชมแม่น้ำตามสูตร เป็นการพูดถึงพนักงาน เรื่องนี้ซีขอขอบคุณคำสอนจากพี่คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของที่พักกลางเกาะหลีเป๊ะ เขาต้องไปส่งแขกที่ท่าเรือด้วยตัวเองแทบทุกครั้ง ด้วยความคิดว่า

“เวลาแขกเช็กเอาต์ ก็เหมือนตายจากกัน เขาอาจไม่กลับมาแล้ว ต้องบริการเขาให้ดีที่สุด ต่อให้เขาแย่ที่สุด ก็ต้องจบกันในภพเล็ก ๆ นี้” คำพูดนี้ทำให้ซีตอบตัวเองได้ว่า เขาต้องดูแลแขกแบบไหน และพร่ำสอนพนักงานให้คิดแบบนั้น ซีเชื่อว่า “คนไทยคือ Soft Power ที่ต้องเก็บไว้ เป็นเรื่องดีของคนไทยมาก ๆ ที่เรามีน้ำใจโดยอัตโนมัติ”

เมื่อไทยเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ลอยละล่องจึงยิ่งกว่าพร้อมที่จะต้อนรับแขกจากต่างแดน โดยพกความมั่นใจในมิตรภาพข้ามโลกที่แฝงความโรแมนติกว่า คนที่ไม่ควรจะได้เจอกัน แต่ก็ได้เจอกัน เป็นเพื่อนกัน ทำให้มีโอกาสดูแลกัน และมอบความสุขกลับไป ถือเป็นรางวัลที่มีค่ามากของโรงแรม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นแขกประจำหรือแขกที่เพิ่งมาครั้งแรก การเดินผ่านประตูไม้ทึบเข้ามาตามทางเดินแคบ ๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังทุกครั้ง เราเริ่มรับรู้ถึงความเย็นสงบไปพร้อม ๆ กับได้ยินเสียงคลื่นน้ำเป็นระยะ ๆ เมื่อผ่านครัวเล็ก ๆ ทางซ้ายที่ดูจะวุ่นวายที่สุด เพราะเป็นที่ประจำการของทีมสาว ๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้องนั่งเล่นที่ปูลาดด้วยเบาะสีสดใส ข้างหน้าคือวิวพาโนราม่าของเจ้าพระยาที่ดึงดูดให้ถลาไปชื่นชมก่อนแทบทุกคน

นอกจากตั้งชื่อโรงแรมว่า ‘ลอยละล่อง’ จากการสะท้อนโลเคชันตามสูตรแล้ว ชื่อนี้ยังเหมือนกับการประกาศอิสรภาพว่า (ออกจากงาน) ไปแล้วนะ และเมื่อเริ่มเข้าไปทำจริง ๆ ซีพบว่า แต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย ความสนุกและความท้าทายจึงเหมือนกับการทำห้อง 6 ห้อง เป็น 6 สถานที่ในแต่ละรายละเอียด การตั้งชื่อห้องเป็นสีก็เพื่อให้สื่อสารง่าย และยังง่ายต่อการตกแต่งจาก Scheme Colour (โทนสี) ด้วย

เราแอบถามซีจนพบว่า บ้านหลังนี้จริง ๆ มีทั้งหมด 7 ห้อง แต่เนื่องจากห้องหนึ่งไม่เอื้อกับคุณภาพในการนอน ที่นี่จึงเปิดห้องพักแค่ 6 ห้อง 6 สี โดยอยู่ข้างล่าง 3 ห้อง ข้างบนอีก 3 ห้อง

ห้องสีฟ้า ซีบอกว่า ทัศนคติของการลาออกจากงานในครั้งนั้น ได้นำไปบรรจุในห้องสีฟ้าหมดแล้ว จึงดูเป็นห้องที่น่าค้นหาความหมายที่สุดและยอดนิยมที่สุด ถึงแม้จะไม่รู้ที่มาที่ไปก็ตาม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีเขียว จุดเด่นคือ อ่างอาบน้ำสีทองแดงที่ต้องไปจ้างทำ เนื่องจากสู้ราคาอ่างจริงไม่ได้ ให้อารมณ์เหมือนอาบน้ำริมธาร ล้อไปกับรูปวาดบนผนังสีเขียวแบบในหนัง Great Expectations

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีดำ ที่เจ้าของชอบที่สุด แต่ถูกคนรอบตัวว่ามากที่สุด เพราะหาว่าเป็นสีอัปมงคล!

สำหรับแขกประจำแบบเรา บอกได้เลยว่าห้องนี้มีการปรับปรุงมากที่สุด ด้วยการเพิ่มขนาดของห้องและเปลี่ยนตำแหน่งของห้องน้ำให้สะดวกมากขึ้น และมีระเบียงให้ออกไปจิบกาแฟยามเช้า

ห้องสีส้ม เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดสำหรับ Solo Traveler และถือว่าน่ารักน่านอนด้วยนะ อาจจะเพราะโรงแรมค้นพบว่า คนที่เที่ยวคนเดียวไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นผู้หญิงนี่เอง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีขาว มีทางเข้าได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ถือกำเนิดจากการเป็นห้องแบบ Dormitory แต่สุดท้ายก็ทำเป็นห้องสำหรับ Family แทน สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ห้องนี้สนุกที่สุด (มีประตูลับด้วย)

ห้องสีแดง มีกลิ่นอายแบบจีน ๆ และมีส่วนหนึ่งอยู่ใต้หลังคา จึงจัดเป็นที่นอนเสริมสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ นอนรวมกันได้ถึง 3 คน

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

แต่ละชั้นมีห้องนั่งเล่นตรงกลาง และมีชานสำหรับชมวิวแม่น้ำ โรงแรมให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมาก เพราะเป็นส่วนที่สร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น ระหว่างผู้เข้าพักที่มาจากคนละซีกโลก และมิตรภาพระหว่างแขกกับโรงแรม

“ผมทำลอยละล่องมา 10 ปี สมัยก่อนผมอาจจะอยากได้เพื่อน แต่ ณ วันนี้ ผมรู้สึกว่าแขกมาถึงที่พักผมก็ไม่ง่าย ทั้งคนไทยและต่างชาติที่บินมาจากไหนก็ไม่รู้ เขามาให้โอกาสผม ผมเลยอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากดูแลกายแล้ว ผมก็ขอดูแลใจเขาด้วย หมายถึง ให้เขามาชาร์จแบตกลับไปจน Full Energy”

นี่เป็นคำพูดที่ยังติดหูเรา เมื่อบอกลาความสงบและกลับสู่ความวุ่นวายของโลกด้านนอกอีกครั้ง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ในขณะที่ซีมีโอกาสดูแลเพื่อนข้ามโลกสารพัดชาติ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ให้ต้องสูญเสียคนรักที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างลอยละล่องมาด้วยกัน เป็นเวลาหลายปีที่ทั้งคู่มีโอกาสเรียนรู้การเผชิญความตายอย่างสงบและมีสติ หรือ Peaceful Death ด้วยกัน จากการดูแลแนะนำสั่งสอนของ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ให้ความสำคัญกับ Palliative Care หรือ การดูแลวิญญาณและจิตสุดท้าย รวมถึงดูแลผู้ที่ดูแลคนป่วยด้วย

เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้แบบเข้มแข็งทุกฝ่ายจนถึงวาระสุดท้าย ซีเลยปวารณาตนไปบวชรับใช้พระอาจารย์ที่วัดป่าบนยอดเขาที่จังหวัดชัยภูมิถึง 2 ครั้ง และยังจัดคอร์สอบรม ‘เผชิญความตายอย่างสงบ’ ที่โรงแรมเกือบทุกปีด้วย เป็นคอร์สที่ส่วนตัวมาก ๆ เพราะรับผู้เข้าร่วมแค่ 15 – 16 คนเท่านั้น ซีเน้นรับเฉพาะคนไทย ถึงแม้ว่าจะมีชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยอยากเข้าร่วมก็ตาม

1 ทศวรรษของ ‘ลอยละล่อง’ จึงผ่านเรื่องสุข ทุกข์ และความเจ็บปวดมากมาย ในขณะที่ทำให้ ‘ผู้รับ’ ได้สิ่งที่ดีและสุขสบายที่สุด ใครจะรู้ว่าในบางขณะ ‘ผู้ให้’ ต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็งและมีทัศนคติที่ดี ที่พร้อมจะมอบให้คนรอบตัวแค่ไหน นั่นเป็นความประทับใจจากการบังเอิญไปรับรู้เรื่องราวที่ส่งพลังบวกให้กับเราอย่างมาก

ถึงจะเหมือนอีกหลายคนที่อยากเก็บที่นี้ไว้เป็นความลับมากเท่าไหร่ แต่ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะอวดสิ่งที่เรารัก และอยากให้คนที่เคมีตรงกันได้ไปสัมผัส ตกหลุมรัก และ Have a Nice Stay เหมือนเรา ที่ลอยละล่องแห่งนี้

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

Loy La Long Hotel
ที่อยู่ : 1620/2 ถนนทรงวาด (ในวัดปทุมคงคา) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2639 1390

เว็บไซต์ : loylalong.com

Facebook : Loy La Long Hotel

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

Avatar

สุทธิชา จารุรัตน์

คุณแม่ลูกสอง จบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชื่นชอบการอ่านหนังสือ ดูหนัง ชมละคร Broadway & West End และละครเวทีเล็กของไทย ว่าง ๆ มักจะเดินชมงาน ฟัง Talk เรื่องศิลปะและประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวในและต่างประเทศ และทานอาหารนอกบ้าน

Photographer

Avatar

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

หากพูดถึงหนองคาย ทุกคนจะนึกถึงอะไรกันบ้างครับ

แดงแหนมเนือง ตลาดท่าเสด็จ หรือพญานาค – อาจเป็นคำตอบแรก ๆ ทว่าคนส่วนใหญ่อาจยังไม่รู้ว่า หัวเมืองอีสานตอนเหนืออันเงียบสงบและเปี่ยมล้นด้วยประวัติศาสตร์ ยังมีอะไรน่าค้นหามากกว่าที่กล่าวไป ทั้งความหลากหลายทางวัฒนธรรม ผู้คน ความเชื่อ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ‘พื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ’ จนอาจกล่าวได้ว่า หนองคายเป็นหนึ่งในเมืองพักตากอากาศที่น่าจับตามองของอีสาน

จากการพูดคุยกับ ต่าย-สุระ อนุตรพงษ์พันธ์ และ เมย์-ลลิดา ทองพีระ หนุ่มสาวผู้มีใจรักในงานศิลปะ และผู้ก่อตั้งพื้นที่ศิลป์สร้างสรรค์แห่งนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการที่ต่ายไปอยู่เชียงใหม่ และมีโอกาสไปเที่ยวสำรวจบ้านของเหล่าศิลปินและอาร์ตแกลเลอรีต่าง ๆ ทำให้เขาหวนนึกถึงบ้านเกิดตัวเอง 

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เขาตั้งคำถามว่า ทำไมหนองคายถึงไม่มีศิลปินหรือพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะบ้าง นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ศิลป์โสภา โฮสเทล’ ที่พักสำหรับคนรักศิลปะที่พลาดไม่ได้เมื่อมีโอกาสเยือนหนองคาย

แกลเลอรีเฮาส์

“หนองคายไม่มีพื้นที่ให้ผู้คนได้จัดแสดงงานศิลปะ ได้ปล่อยแสง หรือได้ใช้ความสามารถ ผมเลยอยากทำให้นี่เป็นพื้นที่ที่ศิลปินมารวมกันได้ และผมมองว่าจังหวัดนี้เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อน เพราะผู้คนสโลว์ไลฟ์ ดำเนินชีวิตช้า ๆ” ต่ายเปรยความตั้งใจด้วยน้ำเสียงภูมิใจนำเสนอบ้านเกิด

เขาเป็นคนหนองคายแท้ ๆ ในขณะที่เมย์เป็นคนโคราชบ้านเอ็ง ทั้งสองคนเรียนจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ซึ่งความแตกต่างของทั้งคู่ เปรียบเสมือนเมืองหนองคายที่ประกอบไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีชาวเวียดนาม ชาวลาว ชาวจีน และคนพื้นถิ่นอยู่ร่วมกันอย่างลงตัว จนกลายเป็นเสน่ห์ของหนองคาย

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

หนองคายมีศิลปินและคนทำงานในแวดวงศิลปะอยู่พอสมควร แต่ส่วนใหญ่มักผันตัวไปทำอาชีพอื่น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ – นี่คือคำบอกเล่าของต่าย ผู้ตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดด้วยเหตุผลว่า เขาเป็นคนติดครอบครัว คิดถึงการทำกิจกรรมกับเพื่อน และคิดริเริ่มให้มีพื้นที่ทางศิลปะในหนองคาย 

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาอยากสร้าง ‘แกลเลอรีเฮาส์’ ขนาดเล็กที่นี่ ซึ่งเขาทราบดีว่าการเป็นแกลเลอรีเพียงอย่างเดียวไม่อาจหล่อเลี้ยงตัว จึงสร้าง คาเฟ่ โรงเรียนสอนศิลปะและโฮสเทลขึ้นมา

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เขาเลือกเปลี่ยนอาคารเก่าแก่อายุกว่า 60 ปี และสวยงามตามฉบับสถาปัตยกรรมโคโลเนียล ผสมผสานกับความเป็นจีนและเวียดนาม อาคารแห่งนี้ถูกใช้งานมาอย่างครบฟังก์ชัน ตั้งแต่เป็นบ้านของคู่บ่าวสาวสำหรับแต่งงานออกเรือน ร้านอาหาร ออฟฟิศสำนักงานคลังจังหวัด ตลอดจนมูลนิธิอิสระ

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

เป็นเวลานานกว่า 9 ปี อาคารถูกปล่อยทิ้งร้างให้กาลเวลากลืนกินความสวยงาม ทิ้งไว้เพียงความผุพังและความลึกลับ จนผู้คนแถวนั้นให้สมญานามว่า ‘บ้านผีสิง’ (ต่ายพูดเช่นนั้น) โดยภายหลัง ต่ายยื่นโปรเจกต์พัฒนาพื้นที่แห่งนี้กับเจ้าของอาคาร พวกเขาเริ่มรีโนเวตพื้นที่และอาคารทั้งหลัง ขณะเดียวกันก็พยายายามคงเสน่ห์และสภาพเดิมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากต่ายกังวลเรื่องของความปลอดภัยของลูกค้า ตลอดจนการปรับปรุงเพื่อเตรียมความพร้อมในส่วนของการตกแต่งภายใน การดำเนินงานซ่อมแซมจึงครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงสร้างของตัวอาคาร ระบบประปา จนถึงระบบไฟฟ้าภายในอาคาร

ก่อนทำโฮสเทล พวกเขาไม่เคยลองนอนในโฮสเทลกันมาก่อน แต่สร้างโฮสเทลสายอาร์ตแห่งใหม่ในเมืองหนองคายได้อย่างน่าประทับใจ แถมเป็นตัวของตัวเองสูง โชคดีที่เขาเป็นสถาปนิกผู้มีความรู้และความสามารถด้านการออกแบบ เหนือสิ่งอื่นใด คือวิสัยทัศน์และจินตนาการอันเปี่ยมล้น

มากกว่าบ้านศิลปิน

“คอนเซ็ปต์ของที่นี่ คือ บ้านศิลปินและศูนย์รวมของศิลปะทุกแขนง” – นิยามของที่นี่

เขาใส่ใจรายละเอียดทั้งภายนอก ภายใน รวมถึงการมีส่วนร่วมระหว่างโฮสเทลกับผู้คน

จากประตูทางเข้าหลัก มีคาเฟ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ซึ่งเคยเป็นโรงจอดรถมาก่อน ทว่าต่ายและเมย์ได้พัฒนาให้เป็นคาเฟ่สำหรับให้ผู้มาเยี่ยมเยือนได้พักผ่อนและดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบ ๆ

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

ตัวอาคารหลักมี 2 ชั้น ชั้นบนและชั้นล่างแบ่งเป็นห้องพักต่าง ๆ ประเภทที่ไม่มีห้องน้ำในตัว ห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวมีเพียงห้องเดียวเท่านั้น ทั้งอาคารรองรับผู้เข้าพักได้ 32 – 34 คน แต่ละห้องมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป โดยมีคอนเซ็ปต์คือตั้งชื่อตามศิลปินทั้งไทยและต่างประเทศ 

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

โดยมีการตกแต่งตามห้องพักเป็นธีมของศิลปินนั้น ๆ ผสมผสานกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลป์โสภา เช่น ห้องเฉลิมชัย ห้องกุสทัฟ คลิมท์ (Gustav Klimt) ห้องปิกัสโซ (Pablo Picasso) ห้องวินเซนต์ แวนโก๊ะ (Vincent van Gogh) และห้องมอเน (Claude Monet)

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย
ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

ความพิเศษคือชั้นสองของอาคารหลัก นอกจากเป็นห้องพักแล้ว ยังเป็นแกลเลอรี จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินท้องถิ่น นักเรียน และนักศึกษาในเมืองหนองคาย ส่วนทางด้านหลังของตัวอาคารหลัก แบ่งเป็นร้านค้าสำหรับงานศิลปะ งานคราฟต์ และเป็นโรงเรียนสอนศิลปะของเมย์ด้วย

ศิลป์โสภาไม่ได้เป็นเพียงที่พักของคนที่หลงใหลงานศิลป์เท่านั้น แต่ยังมีพื้นที่ให้ผู้มาเยี่ยมเยือนทำกิจกรรมร่วมกันอย่างกลมกลืน โฮสเทลแห่งนี้เป็นมากกว่า ‘บ้านศิลปิน’ ที่ดึงดูดผู้คนเข้ามาใช้บริการได้หลากหลาย ครอบคลุมทุกเพศทุกวัย รวมถึงกลุ่มเป้าหมายใหญ่อย่างนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ใช้บริการหลักที่มีมากถึง 80 เปอร์เซ็นต์ในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

“ทุกวันนี้ลูกค้าที่เข้ามาเขารีเสิร์ชมาก่อน และเขารู้ว่าสิ่งที่จะได้รับมันตอบโจทย์เขาหรือเปล่า ส่วนใหญ่คนที่มาพักมักเป็นคนที่เข้าใจและอยากสัมผัสสิ่งที่เราเป็นมากกว่าถามหาทีวีหรือตู้เย็น” ต่ายเล่า

“เรามองว่าเสน่ห์ของที่พักขนาดเล็ก โดยเฉพาะศิลป์โสภา ให้ความรู้สึกเหมือนนอนบ้านญาติ บ้านเพื่อน พี่น้อง เราทำให้บ้านของเราเหมือนบ้านแขกที่มาพักได้” เมย์พูดถึงเสน่ห์ของบ้านหลังนี้

เสน่ห์ที่มากกว่าบ้านศิลปิน คือการมาพักที่นี่แล้วรู้สึกอบอุ่นเหมือนบ้าน แถมได้เพื่อนใหม่

ทำสิ่งที่รัก

“เราอยากเป็นพื้นที่หนึ่งที่ส่งเสริมกิจกรรม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการใหม่ ๆ ให้น้อง ๆ และคนที่มาจากต่างจังหวัดได้เห็น ว่าสิ่งที่พวกเราทำทั้งหมดนั้นทำเพื่อพวกเขา”

คำบอกเล่าที่แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น และมีวิสัยทัศน์ของเมย์ ทำให้เห็นว่าศิลป์โสภาเป็นพื้นที่สำหรับแสดงออกทางศิลปะ มีส่วนร่วมในการผลักดันศักยภาพของคน ตลอดจนส่งเสริมการสร้างงานในเมืองตากอากาศแห่งนี้ และแสดงออกให้ทุกคนรู้ว่า ‘หนองคายไม่ได้มีแค่แหนมเนืองหรือพญานาค’

สิ่งสำคัญคือ ที่นี่มี ‘ช็อป’ สำหรับลูกค้าและคนที่สนใจอยากทำงานศิลปะ ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมทำกิจกรรมจรรโลงใจ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน ปั้นเซรามิก หรือแม้แต่งานจักสาน ซึ่งเมย์นำเอาดีไซน์ไปให้กลุ่มแม่บ้านที่ทำงานจักสานอยู่แล้วได้ลองทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากนั้นนำมาวางขายเพื่อให้กลายเป็นของฝาก พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างงานและการกระจายรายได้สู่ชุมชน

ศิลป์โสภา : โฮสเทลบ้านศิลปินในอาคารเก่า 60 ปีที่ตั้งใจขับเคลื่อนพื้นที่ศิลปะ จ.หนองคาย

จากการพูดคุยกับต่ายและเมย์ถึงการมีส่วนร่วมระหว่างโฮสเทลกับเด็ก เยาวชน และคนอีกมากมาย มีอีกหนึ่งสิ่งที่พวกเขาพยายามส่งเสริมมาโดยตลอด คือการผลักดันให้เกิดความร่วมมือของคนในท้องถิ่น ไม่เฉพาะนักท่องเที่ยว กลุ่มแม่บ้าน ศิลปินท้องถิ่น หรือคนขับรถรับส่งเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กับเด็ก เยาวชน เข้ามามีส่วนร่วมค้นหาตัวตนหรือพัฒนาศักยภาพของตัวเองในด้านต่าง ๆ ที่นี่จึงเป็นทั้งสถานพักผ่อนหย่อนใจและพื้นที่ส่งเสริมเด็ก ๆ ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘ศิลปะ’ 

“เรามีช่องทางติดต่อศิลปินและน้องนักศึกษา สำหรับคนที่สนใจผลงานของพวกเขา เราเปิดพื้นที่ให้เขาจัดแสดงผลงานฟรี หรือหากเป็นน้องฝึกงาน เราก็ให้โอกาสเขารังสรรค์เมนูต่าง ๆ ในคาเฟ่ 

“เราต้องการแสดงจุดยืนของตัวเอง ว่าหากคุณมีความสามารถให้เอาออกมาใช้ เราไม่ได้มองว่าเขาต้องจบ ป.ตรี ป.โท แต่เราสนใจในความสามารถของเขา เพราะฉะนั้น เวลาสัมภาษณ์งานหรือจะให้น้อง ๆ ทำงานอะไร เขาต้องรู้ว่าก่อนว่าตัวเองมีดีอะไร แล้วเราจะช่วยดึงศักยภาพของเขาออกมา”

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

ผมฟังแล้วยิ้มด้วยความชื่นชม ในขณะที่เมย์กำลังบอกเล่าเรื่องราวให้ฟัง

“เราไม่ได้คำนึงถึงกำไรเป็นอันดับแรก แต่เราทำในสิ่งที่เรารักก่อน พอเราทำในสิ่งที่รัก สิ่งนั้นจะตามมาด้วยเงินหรือผลกำไร เราสอนน้อง ๆ คนในองค์กรและครอบครัวของเราเสมอว่า ต้องรู้ก่อนว่าชอบอะไร พองัดสิ่งที่มีออกมาได้ ตรงนั้นแหละจะทำให้เรามีอาชีพ และเมื่อทำในสิ่งที่รัก เราจะทำได้ดี”

เมย์เสริมด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ ตอกย้ำความเชื่อมั่นของการลงมือทำในสิ่งที่เธอรัก และพร้อมจะส่งเสริมพลังงานที่ดีเหล่านี้สู่เยาวชนคนรุ่นใหม่ในหนองคายต่อไป

ให้และรับ

“เราว่ามนุษย์ควรได้รับอะไรที่มากกว่านี้ อิสระ เสรีภาพหลาย ๆ อย่าง ทั้งความคิด ความกล้าแสดงออก พอไม่มีสิ่งเหล่านั้น เลยทำให้เด็กไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอะไร แล้วก็อายที่จะบอกว่าตัวเองมีดีอะไร”

เมย์หนักแน่นกับอุดมการณ์และจุดยืนที่ว่าศิลป์โสภาจะให้อะไรกับคนในสังคม

ขณะที่ต่ายมองอีกมุมว่า ‘ความชอบส่วนตัว’ เป็นสิ่งที่ทำให้เขาอยากลุกขึ้นมาผลักดันศิลปินท้องถิ่นในจังหวัดบ้านเกิด ตลอดจนการทำให้ศิลปะเข้าถึงง่ายได้ที่โฮสเทลแห่งนี้

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

“เราอยากสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า ให้กับน้อง ๆ พนักงาน บุคลากรในองค์กร และนักท่องเที่ยว ให้เขามีแรงบันดาลใจทำในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นศิลปะก็ได้ แต่พอเขาได้มาพักหรือมาใช้พื้นที่ตรงนี้ เขาอาจได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะกลับไปขับเคลื่อนชีวิตของเขา”

เราอมยิ้มกับสิ่งที่เขาพยายามเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ผ่านเลนส์ศิลปะ

หากย้อนกลับไปเมื่อ 4 – 5 ปีที่แล้ว คนในเมืองหนองคายอาจไม่คุ้นชินกับการเกิดขึ้นของที่นี่ ในขณะที่ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด และเยาวชนในพื้นที่กลับให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยจากการพูดคุยกับผู้ก่อตั้งโฮสเทล ทำให้เราเห็นมุมมองใหม่ของศิลปะ และผลักดันให้เกิดการมีส่วนร่วมของคนในสังคม รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์เพื่อให้โอกาสกับคนในสังคม

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

สิ่งเหล่านี้เป็นมากกว่าแค่ที่พักธรรมดา ๆ กล่าวคือ ศิลป์โสภาเปรียบเสมือนเกษตรกรผู้หว่านเมล็ดพันธุ์ที่ชื่อว่า ‘เมล็ดแห่งความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ’ เมล็ดพันธุ์ที่ว่านี้เจริญเติบโตจากจุดเล็กที่สุด ไปสู่การสร้างพลังขับเคลื่อนบางอย่างให้เกิดขึ้นในสังคม โดยเฉพาะในอนาคต ที่พักแห่งนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ในการส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ศิลป์สร้างสรรค์แบบนี้มากขึ้นในเมืองหนองคายก็เป็นได้

ผมเชื่อว่าหากทุกคนได้ลองมาพักกาย พักใจกับ ศิลป์โสภา ทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การพักผ่อน เพราะที่นี่ให้ในสิ่งที่เงินตราซื้อไม่ได้ คือ ความอบอุ่นและความสุขกายสบายใจ

ประสบการณ์ที่มากกว่า

ผมขอให้ต่ายและเมย์ให้คำแนะนำ 3 ข้อ สำหรับคนที่อยากทำโฮสเทลหรือที่พักขนาดเล็ก

ต่ายบอกกับผมว่า ข้อแรกที่สำคัญที่สุด คือ ตัวตนและแนวคิดของโฮสเทล ข้อสอง คือ การมีส่วนร่วมระหว่างเจ้าของกิจการกับลูกค้า และข้อสาม คือ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ทางธุรกิจ หรือความสัมพันธ์ระหว่างโฮสเทลกับอาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกัน ทั้งนี้ก็เพื่อให้ธุรกิจของพวกเขาเติบโตไปพร้อม ๆ กัน 

เมย์มองว่าความเป็นตัวเอง การมีใจรักในงานบริการ และต้องตอบโจทย์ลูกค้า โดยแนะนำให้คนที่อยากเปิดโฮสเทลถามตัวเองว่า ถ้าลูกค้าเข้ามาพัก อยากให้เขาได้รับประสบการณ์ใดกลับไป

“ตอนเราไปพักที่อื่นเราก็คาดหวังเหมือนกัน หลังจากเข้าพักเราจะถามตัวเองเสมอว่า เราได้อะไรจากที่นี่ มันเป็นเรื่องที่มากกว่าธุรกิจ แต่คือแรงบันดาลใจจากตัวตนของเจ้าของธุรกิจนั้นด้วย”

สถาปนิกสาวกล่าวปิดท้ายพร้อมแววตาที่เป็นประกาย

ทุกคนเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ช่วงเวลาของความสุข มักจะผ่านไปเร็ว’ กันไหมครับ

หากเคย นี่คงเป็นสิ่งที่ผมใช้อธิบายความรู้สึกหลังจากได้พูดคุยกับต่ายและเมย์ ผู้บอกเล่าเรื่องราวของ ‘ศิลป์โสภา โฮสเทล’ บ้านศิลปินในโลกของคนรักศิลปะ ณ เมืองหนองคาย พร้อมแนวคิดที่อยากส่งเสริมการมีส่วนร่วมของโฮสเทลกับผู้ใช้บริการ ตลอดจนการให้ประสบการณ์แก่คนในสังคม

โฮสเทลในอาคารโคโลเนียลที่อยากสร้างพื้นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อม ๆ กับสร้างพื้นที่แสดงออกทางศิลปะให้ จ.หนองคาย

3 Things
you should do

at ศิลป์โสภา

01

เดินสัมผัสวิถีชีวิตยามเย็นของคนท้องถิ่น ที่ ถนนคนเดินหนองคาย (ตลาดแคมของ) ที่นี่มีร้านรวงมากมายและอาหารไทย ลาว เวียดนาม เมนูแนะนำ คือ ข้าวจี่ปาเต้ (ขนมปังฝรั่งเศสทรงเครื่องแบบลาว) พันหอม (ผักกาดหอมห่อไข่ เนื้อ และผักสไตล์เวียดนาม) และ จะกระยอสด (เปาะเปี๊ยะสดเวียดนาม)

02

ลองลิ้มรสแหนมเนืองเจ้าแก่ในหนองคาย ที่ แดงแหนมเนือง จากอดีตเคยเป็นร้านอาหารเวียดนามเล็ก  ๆ โดยสองสามีภรรยาชาวเวียดนามตั้งถิ่นฐานในหนองคาย จนขายดิบขายดีและพัฒนามาเป็นร้านใหญ่โต เปิดมามากกว่า 50 ปี ปัจจุบันดูแลโดยทายาทรุ่นสอง

03

ไปสักการะ หลวงพ่อพระใส ณ วัดโพธิ์ชัย ถึงถือว่ามาถึงหนองคาย เพราะหลวงพ่อพระใสเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยทองสีสุก (โลหะสำริดที่มีทองเป็นส่วนผสมหลัก) มีความสำคัญในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานและปาฏิหาริย์อันเลื่องลือ

ศิลป์โสภา

Writer

Avatar

เสฎฐวุฒิ สุขสวัสดิ์

นักฝึกเขียน ผู้เป็นทาสแมว ชอบฟังเพลงป๊อป หลงใหลในประวัติศาสตร์ ภาษา และแนวคิดยุโรปสมัยใหม่ พยายามรักการอ่าน และชอบเรียนรู้วัฒนธรรมต่างถิ่นผ่านสื่อสารคดีการท่องเที่ยว

Photographer

Avatar

รักอิสระ มุกดาม่วง

เป็นคนจังหวัดอุดรธานี-ถิ่นภาคอีสาน โดยกำเนิด รักอิสระเคยดร็อปเรียนตอนมัธยมแล้วไปเป็นเด็กล้างจานที่ร้านอาหารไทยในอเมริกา 1 ปี ชอบเดินทางท่องเที่ยว ถ่ายรูป และสนใจภาพเชิงสารคดีเป็นพิเศษ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load