The Cloud x สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa)

ความเป็นติ่งของ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ และ รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ ทำให้เราต้องดั้นด้นไปตามหาทันทีที่รู้ว่า ‘บ้านของพี่เคน’ (ในภาพยนตร์) ได้กลายเป็นโรงแรมริมน้ำเล็ก ๆ แถวถนนทรงวาดชื่อ ‘ลอยละล่อง

ต่อมา เมื่อได้รู้จักและเลิกกรี๊ดความเป็นบ้านพี่เคนแล้ว เราก็ยังเทียวไปเทียวมาที่นี่อยู่ตลอด ด้วยความรู้สึกผูกพันส่วนตัว และยังพาคนอื่นไปสัมผัสเสน่ห์ที่ไม่เคยล้าสมัย แม้ล่วงเข้าปีที่ 11 แล้ว

สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน (และทำให้อึ้งไปหลายวินาทีเมื่อแรกรู้จัก) คือเรายังต้องเดินผ่านลานจอดรถของวัดปทุมคงคาไปจนสุดทางที่มีกุฏิพระเรียงรายอยู่ ทางเข้าที่เป็นซอกระหว่างกุฏิ ยังเป็นที่จอดมอเตอร์ไซค์และรถเข็นขายของที่มีสารพัดสิ่งวางสุมอยู่ ส่วนมาสคอตของโรงแรมก็ยังเป็นคุณป้าข้างบ้านคนเดิมที่ชอบเปิดประตูนั่งรับลม และคอยต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการชี้ทางเข้าให้กับใบหน้างง ๆ ของคนที่เพิ่งมาเยือนสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก

นอกจากคุณป้าจะเป็นมาสคอตของที่นี่แล้ว คุณป้ายังเป็นตรายางที่รับรองว่า ลอยละล่องเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้อย่างลงตัว และเคารพคนในชุมชนในฐานะผู้มาขออาศัย โดยไม่เขินอายที่จะปกปิด หรือพยายามเปลี่ยนสภาพด้านนอกให้ดูดีขึ้น เมื่อยอมรับความไม่เข้ากันที่เข้ากันได้ ซี-สราวุธ ศาสนนันทน์ และภรรยา จึงตัดสินใจทิ้งงานอันมั่นคงในวงการโฆษณา มาลงมือสร้างโรงแรมเล็ก ๆ ริมน้ำเมื่อ พ.ศ. 2554 ทันที

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“ตอนแรกผมก็คิดว่าการลาออกมันยาก แต่เอาเข้าจริง พอถึงเวลา ใจผมเรียกร้องมาก ไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง คิดแต่ว่า ไม่เอาแล้วเว้ย! หลังจากนั้นผมบอกแม่ว่ามีข่าวดี ผมเป็นอิสระแล้ว แม่ด่าเปิงเลย” ซีหัวเราะ

“การลาออกมีเหตุให้ผมกลัวเยอะมาก ไม่มีใครเห็นด้วยเลย พอเจอตัวบ้านและสภาพแวดล้อมของที่นี่ (ที่ตั้งของลอยละล่อง) แฟนถามว่า พี่ไหวเหรอ ผมก็ถามกลับว่า มันมียิ่งกว่านี้อีกนะ อยู่ที่ว่าเราจะทำหรือเปล่า แล้วปัญหาที่มากกว่านั้นก็คือ น้ำ หลังจากนั้น 6 เดือน น้ำท่วมอยู่ 1 เดือน พระเจ้ารับน้องชุดใหญ่มาก แต่ทุกอย่างที่ดูจะเป็นปัญหา กลับไม่ใช่ปัญหาของเรา แต่เป็นปัญหาของคนที่มาพัก ถ้าเขายอมรับบริบทตรงนี้ได้” เขาเล่าติดตลก

เราก็เป็นหนึ่งในคนมาพักที่เห็นว่า การขึ้นลงของน้ำคือประสบการณ์น่าสนุก ตื่นเต้น และท้าทายจริง ๆ แต่ไม่ใช่แขกทุกคนที่จะรับความขลุกขลักแบบนี้ได้ ซีบอกว่าทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลือก (ทั้งแขกและเจ้าของที่พัก) เพราะเขาเชื่อว่าการไปเที่ยวหรือไปพักที่ไหน ตัวเราต้องอยู่ในที่ที่ชอบก่อน ทริปนั้นถึงจะแฮปปี้ ลอยละล่องเลยไม่มีปัญหา ถ้าแขกจะปฏิเสธการเข้าพัก แต่กลับมีปัญหาในการปฏิเสธแขกมากกว่า เพราะบางทีไม่เข้ากันจริง ๆ ก็จะทำตัวไม่ถูก

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

“เคยมีฝรั่งชาวเยอรมันคู่หนึ่งมาพักที่นี่ ภรรยาเขาหน้าบึ้งมาก เหมือนกับว่าที่พักเราไม่ใช่แบบที่เขาคิดไว้ ซึ่งเขาจองมา 3 คืน ผมบอก ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ยูนอนเลย ถ้าพรุ่งนี้ยูไม่ชอบ ไอคืนเงินให้ทั้งหมด เพราะตอนนั้นค่ำมากแล้ว จะไปหาที่พักใหม่ก็ลำบาก ปรากฏว่าตอนเช้าเขาชอบมาก และขอบคุณที่ให้โอกาสเขา มันกลายเป็นมิตรภาพที่ดีมากครับ แล้วเขาก็กลับมาบ่อย ทุกครั้งที่เขามาก็จะมีของมาฝากผม แล้วเอาของผมกลับไปด้วย เช่น ต้นไม้ ใบหญ้า”

ซีจึงปล่อยการตลาดของลอยละล่องให้เป็นไปตามธรรมชาติ เขาทิ้งตำราโฆษณาที่ตัวเองเชี่ยวชาญ และพบว่าวิธีนี้ดีที่สุด เพราะคนที่ถูกใจก็จะแนะนำคนที่ใกล้เคียงกับเขา และใกล้เคียงกับโรงแรมมาพัก ทำให้แฮปปี้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ประกอบกับโรงแรมมีห้องพักแค่ 6 ห้อง ไม่ต้องการแขกมากมาย การเป็นโรงแรมเล็ก ๆ นี้ เจ้าของคือคาแรกเตอร์ของโรงแรมทั้งหมด ข้อดีคือตั้งราคาได้ ลดราคาได้ถ้าอยากจะลด และเป็นอิสระมากกว่า

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

การกลับไปเยี่ยมเยียนโรงแรมที่เพิ่งผ่านการรีโนเวตครั้งที่ 3 เมื่อเดือนพฤษภาคม สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ที่นี่ได้เพิ่มลูกเล่นและสีสันให้กับบ้านไม้สีธรรมชาติอันคุ้นตาไปอีกระดับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากการตกผลึกทางความคิด และประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาตลอดของเจ้าของนั่นเอง

ซีเริ่มทำที่พักแห่งนี้ด้วยความดุ่ย ๆ หลายเรื่องที่ควรจะกลัวก็ไม่กลัว แถมยังขบถเล็ก ๆ ต่อศาสตร์การทำโรงแรมทั่วไป การรีโนเวตในแต่ละรอบ นอกจากเรื่องปรับปรุงความทรุดโทรมแล้ว ก็ถือเป็นการรีเฟรชตัวโรงแรมและตัวของซีด้วย ปีนี้จึงมีการเปลี่ยนรูปลักษณ์มากขึ้น หลังจากเริ่มคิดว่าอะไรเป็น Best Stay และ Luxury สำหรับแขกผู้มาพัก

ในเมื่อตัวอย่างความหรูหราของซี คือการละเลียดกาแฟตอนเช้าสัก 2 ชั่วโมง ในบรรยากาศสงบที่แทบหาไม่ได้ในกรุงเทพฯ ทำให้เขาใส่รายละเอียดในแต่ละห้องมากขึ้น เพิ่มเครื่องทำกาแฟ ต่อเติมระเบียง เสริมด้วยต้นไม้และดอกไม้ที่จะเบ่งบานรับแขกที่ตื่นมาชงกาแฟเอง และตั้งใจให้พวกเขาออกไปนั่งที่ระเบียงในชุดนอน เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศแม่น้ำได้นานเท่าที่ต้องการ สิ่งเหล่านี้เป็นความหรูหราในนิยามที่ลอยละล่องอยากมอบให้แขกผู้มาพักทุกคน

แขกต่างชาติส่วนใหญ่ของที่นี่ เป็นคนที่มาเมืองไทยหลายครั้งจนแทบไม่ออกไปไหน แต่เอ็นจอยกับการใช้เวลาอยู่ในที่พักเล็ก ๆ เหมือนโอเอซิส หลังจากผ่านความวุ่นวายของเยาวราชบ้าง โดนแท็กซี่หลอกบ้าง เขาเหล่านี้จึงไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าการเห็นเรือทุกชนิดแล่นผ่านไปมา หรือเห็นขยะทุกประเภทลอยผ่านหน้า แค่นั้นเอง

มิตรภาพและความไว้วางใจที่เกิดขึ้นในบ้านน้อยหลังนี้ มาในคำชมหลายรูปแบบที่ไม่ต้องเอ่ยวาจา เช่น แขกบางคนเดินถอดเสื้อโดยไม่ปิดประตูห้อง บางคนทิ้งกระเป๋าเงินและกล้องไว้ขณะที่ออกไปเที่ยวครึ่งค่อนวัน บางคนเอาของมาทิ้งไว้ให้ บางคนส่งลูกมาพักและให้ช่วยดูแล หรือบางคนฝากของให้เพื่อนที่จะมาพักในอีก 8 เดือน (ข้างหน้า) แบบนี้ก็มี!

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ในรอบ 10 ปี เราเยือนลอยละล่องในฐานะแขกประจำ แต่ที่เห็นว่าไม่ประจำคือหน้าของพนักงาน ถือเป็นเรื่องน่าปวดหัวสำหรับเจ้าของกิจการไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แต่ใน 2 – 3 ปีที่ผ่านมา ที่นี่ได้ทีมสาว ๆ ไฟแรงแสนน่ารักมาช่วยดูแลบ้านน้อยหลังนี้ ตรงตามเจตนารมณ์ของโรงแรมและแขกผู้มาพัก ที่สำคัญ สาว ๆ มีฝีมือในการทำอาหารไม่แพ้เชฟมีชื่อ จึงช่วยประคองตัวผ่านวิกฤตช่วงปิดประเทศไปได้ การเปิดร้านอาหารและบาร์เล็ก ๆ เปลี่ยนโรงแรมเป็นพื้นที่ Work from River เพื่อรองรับแขกคนไทย ทำให้มีคนเข้ามาเยือนตลอดโดยไม่จำเป็นต้องค้าง

การได้ทีมที่เข้มแข็งเป็นความโชคดีในความโชคร้ายระหว่างปิดประเทศอย่างมาก หลัง ๆ โรงแรมได้คอมเมนต์นอกเหนือจากการชื่นชมแม่น้ำตามสูตร เป็นการพูดถึงพนักงาน เรื่องนี้ซีขอขอบคุณคำสอนจากพี่คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของที่พักกลางเกาะหลีเป๊ะ เขาต้องไปส่งแขกที่ท่าเรือด้วยตัวเองแทบทุกครั้ง ด้วยความคิดว่า

“เวลาแขกเช็กเอาต์ ก็เหมือนตายจากกัน เขาอาจไม่กลับมาแล้ว ต้องบริการเขาให้ดีที่สุด ต่อให้เขาแย่ที่สุด ก็ต้องจบกันในภพเล็ก ๆ นี้” คำพูดนี้ทำให้ซีตอบตัวเองได้ว่า เขาต้องดูแลแขกแบบไหน และพร่ำสอนพนักงานให้คิดแบบนั้น ซีเชื่อว่า “คนไทยคือ Soft Power ที่ต้องเก็บไว้ เป็นเรื่องดีของคนไทยมาก ๆ ที่เรามีน้ำใจโดยอัตโนมัติ”

เมื่อไทยเริ่มเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ลอยละล่องจึงยิ่งกว่าพร้อมที่จะต้อนรับแขกจากต่างแดน โดยพกความมั่นใจในมิตรภาพข้ามโลกที่แฝงความโรแมนติกว่า คนที่ไม่ควรจะได้เจอกัน แต่ก็ได้เจอกัน เป็นเพื่อนกัน ทำให้มีโอกาสดูแลกัน และมอบความสุขกลับไป ถือเป็นรางวัลที่มีค่ามากของโรงแรม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นแขกประจำหรือแขกที่เพิ่งมาครั้งแรก การเดินผ่านประตูไม้ทึบเข้ามาตามทางเดินแคบ ๆ ก่อให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังทุกครั้ง เราเริ่มรับรู้ถึงความเย็นสงบไปพร้อม ๆ กับได้ยินเสียงคลื่นน้ำเป็นระยะ ๆ เมื่อผ่านครัวเล็ก ๆ ทางซ้ายที่ดูจะวุ่นวายที่สุด เพราะเป็นที่ประจำการของทีมสาว ๆ ก่อนจะเข้าสู่ห้องนั่งเล่นที่ปูลาดด้วยเบาะสีสดใส ข้างหน้าคือวิวพาโนราม่าของเจ้าพระยาที่ดึงดูดให้ถลาไปชื่นชมก่อนแทบทุกคน

นอกจากตั้งชื่อโรงแรมว่า ‘ลอยละล่อง’ จากการสะท้อนโลเคชันตามสูตรแล้ว ชื่อนี้ยังเหมือนกับการประกาศอิสรภาพว่า (ออกจากงาน) ไปแล้วนะ และเมื่อเริ่มเข้าไปทำจริง ๆ ซีพบว่า แต่ละห้องไม่เหมือนกันเลย ความสนุกและความท้าทายจึงเหมือนกับการทำห้อง 6 ห้อง เป็น 6 สถานที่ในแต่ละรายละเอียด การตั้งชื่อห้องเป็นสีก็เพื่อให้สื่อสารง่าย และยังง่ายต่อการตกแต่งจาก Scheme Colour (โทนสี) ด้วย

เราแอบถามซีจนพบว่า บ้านหลังนี้จริง ๆ มีทั้งหมด 7 ห้อง แต่เนื่องจากห้องหนึ่งไม่เอื้อกับคุณภาพในการนอน ที่นี่จึงเปิดห้องพักแค่ 6 ห้อง 6 สี โดยอยู่ข้างล่าง 3 ห้อง ข้างบนอีก 3 ห้อง

ห้องสีฟ้า ซีบอกว่า ทัศนคติของการลาออกจากงานในครั้งนั้น ได้นำไปบรรจุในห้องสีฟ้าหมดแล้ว จึงดูเป็นห้องที่น่าค้นหาความหมายที่สุดและยอดนิยมที่สุด ถึงแม้จะไม่รู้ที่มาที่ไปก็ตาม

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ ที่พักริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีเขียว จุดเด่นคือ อ่างอาบน้ำสีทองแดงที่ต้องไปจ้างทำ เนื่องจากสู้ราคาอ่างจริงไม่ได้ ให้อารมณ์เหมือนอาบน้ำริมธาร ล้อไปกับรูปวาดบนผนังสีเขียวแบบในหนัง Great Expectations

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ
ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีดำ ที่เจ้าของชอบที่สุด แต่ถูกคนรอบตัวว่ามากที่สุด เพราะหาว่าเป็นสีอัปมงคล!

สำหรับแขกประจำแบบเรา บอกได้เลยว่าห้องนี้มีการปรับปรุงมากที่สุด ด้วยการเพิ่มขนาดของห้องและเปลี่ยนตำแหน่งของห้องน้ำให้สะดวกมากขึ้น และมีระเบียงให้ออกไปจิบกาแฟยามเช้า

ห้องสีส้ม เป็นห้องขนาดเล็กที่สุดสำหรับ Solo Traveler และถือว่าน่ารักน่านอนด้วยนะ อาจจะเพราะโรงแรมค้นพบว่า คนที่เที่ยวคนเดียวไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นผู้หญิงนี่เอง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ห้องสีขาว มีทางเข้าได้ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ถือกำเนิดจากการเป็นห้องแบบ Dormitory แต่สุดท้ายก็ทำเป็นห้องสำหรับ Family แทน สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก ห้องนี้สนุกที่สุด (มีประตูลับด้วย)

ห้องสีแดง มีกลิ่นอายแบบจีน ๆ และมีส่วนหนึ่งอยู่ใต้หลังคา จึงจัดเป็นที่นอนเสริมสำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ นอนรวมกันได้ถึง 3 คน

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

แต่ละชั้นมีห้องนั่งเล่นตรงกลาง และมีชานสำหรับชมวิวแม่น้ำ โรงแรมให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางมาก เพราะเป็นส่วนที่สร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้น ระหว่างผู้เข้าพักที่มาจากคนละซีกโลก และมิตรภาพระหว่างแขกกับโรงแรม

“ผมทำลอยละล่องมา 10 ปี สมัยก่อนผมอาจจะอยากได้เพื่อน แต่ ณ วันนี้ ผมรู้สึกว่าแขกมาถึงที่พักผมก็ไม่ง่าย ทั้งคนไทยและต่างชาติที่บินมาจากไหนก็ไม่รู้ เขามาให้โอกาสผม ผมเลยอยากดูแลเขาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากดูแลกายแล้ว ผมก็ขอดูแลใจเขาด้วย หมายถึง ให้เขามาชาร์จแบตกลับไปจน Full Energy”

นี่เป็นคำพูดที่ยังติดหูเรา เมื่อบอกลาความสงบและกลับสู่ความวุ่นวายของโลกด้านนอกอีกครั้ง

ความสุขปริ่มน้ำที่ 'ลอยละล่อง' สิ่งที่นักเดินทางโอบรับและโหยหา หลังโดนซ้อมจนเหนื่อยล้าจากความวุ่นวายในกรุงเทพฯ

ในขณะที่ซีมีโอกาสดูแลเพื่อนข้ามโลกสารพัดชาติ แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ให้ต้องสูญเสียคนรักที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างลอยละล่องมาด้วยกัน เป็นเวลาหลายปีที่ทั้งคู่มีโอกาสเรียนรู้การเผชิญความตายอย่างสงบและมีสติ หรือ Peaceful Death ด้วยกัน จากการดูแลแนะนำสั่งสอนของ พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ให้ความสำคัญกับ Palliative Care หรือ การดูแลวิญญาณและจิตสุดท้าย รวมถึงดูแลผู้ที่ดูแลคนป่วยด้วย

เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้แบบเข้มแข็งทุกฝ่ายจนถึงวาระสุดท้าย ซีเลยปวารณาตนไปบวชรับใช้พระอาจารย์ที่วัดป่าบนยอดเขาที่จังหวัดชัยภูมิถึง 2 ครั้ง และยังจัดคอร์สอบรม ‘เผชิญความตายอย่างสงบ’ ที่โรงแรมเกือบทุกปีด้วย เป็นคอร์สที่ส่วนตัวมาก ๆ เพราะรับผู้เข้าร่วมแค่ 15 – 16 คนเท่านั้น ซีเน้นรับเฉพาะคนไทย ถึงแม้ว่าจะมีชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยอยากเข้าร่วมก็ตาม

1 ทศวรรษของ ‘ลอยละล่อง’ จึงผ่านเรื่องสุข ทุกข์ และความเจ็บปวดมากมาย ในขณะที่ทำให้ ‘ผู้รับ’ ได้สิ่งที่ดีและสุขสบายที่สุด ใครจะรู้ว่าในบางขณะ ‘ผู้ให้’ ต้องมีกำลังใจที่เข้มแข็งและมีทัศนคติที่ดี ที่พร้อมจะมอบให้คนรอบตัวแค่ไหน นั่นเป็นความประทับใจจากการบังเอิญไปรับรู้เรื่องราวที่ส่งพลังบวกให้กับเราอย่างมาก

ถึงจะเหมือนอีกหลายคนที่อยากเก็บที่นี้ไว้เป็นความลับมากเท่าไหร่ แต่ในที่สุดก็อดไม่ได้ที่จะอวดสิ่งที่เรารัก และอยากให้คนที่เคมีตรงกันได้ไปสัมผัส ตกหลุมรัก และ Have a Nice Stay เหมือนเรา ที่ลอยละล่องแห่งนี้

การเดินทาง 11 ปี ของ ‘ลอยละล่อง’ โรงแรมริมน้ำเจ้าพระยาที่ชาร์จพลังให้นักเดินทางทั่วโลก

Loy La Long Hotel
ที่อยู่ : 1620/2 ถนนทรงวาด (ในวัดปทุมคงคา) แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100 (แผนที่)

โทรศัพท์ : 0 2639 1390

เว็บไซต์ : loylalong.com

Facebook : Loy La Long Hotel

The Cloud Golden Week คือแคมเปญสนุก ๆ ที่ทีมงานก้อนเมฆขอประกาศลาพักร้อน 1 สัปดาห์ เนื่องในโอกาสฉลอง The Cloud ครบ 5 ปี เราเลยเปิดรับวัยอิสระ อายุ 50 ปีขึ้นไป ทั้งนักเขียน ช่างภาพ และผู้ดำเนินรายการพอดแคสต์ เข้ามาประจำการแทนใน The Cloud Golden Week ขอเรียกว่าเป็นการรวมพลังวัยอิสระมา ‘เล่าเรื่อง’ ในฉบับของตนเองผ่านสื่อดิจิทัลบนก้อนเมฆ เพราะเราเชื่อว่า ‘ประสบการณ์’ ของวัยอิสระคือเรื่องราวอันมีค่า เราเชื่อในศักยภาพของมนุษย์ อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงตัวเลข ไม่ใช่ข้อจำกัดของการเรียนรู้

แคมเปญนี้เราร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้วัยอิสระกล้ากระโจนเข้าหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกมาพูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน พร้อมแบ่งปันเรื่องราวอันเปี่ยมด้วยคุณค่า เพื่อเติมฟืนไฟให้กาย-ใจสดใสร่าเริง

นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมงาน The Cloud มีสมาชิกอายุรวมกันมากกว่า 1,300 ปี!

Writer

สุทธิชา จารุรัตน์

คุณแม่ลูกสอง จบอักษรศาสตร์ จุฬาฯ ชื่นชอบการอ่านหนังสือ ดูหนัง ชมละคร Broadway & West End และละครเวทีเล็กของไทย ว่าง ๆ มักจะเดินชมงาน ฟัง Talk เรื่องศิลปะและประวัติศาสตร์ ท่องเที่ยวในและต่างประเทศ และทานอาหารนอกบ้าน

Photographer

สาโรจน์ ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา

“หยุดเวลาไว้ในภาพใบนั้น โอบกอดวันวานไว้ในกล้องตัวเก่า โลกสุขสว่างหรือซึมเศร้า งามหรือเหงา ล้วนมีค่าเท่าๆ กัน” เกิดมาเป็นผู้บันทึก มีโอกาสถ่ายทอดเรื่องราวมากมาย ขอบคุณทุกฉากชีวิตที่ผ่านมา แม้เพียงครั้งหนึ่งยังคิดถึงเสมอ

Have a Nice Stay

รวมที่พักแนวคิดดีที่น่าไปนอนทำความรู้จัก

ถ้านึกถึงเชียงราย หลายคนอาจนึกถึงความเงียบสงบของป่าเขาลำเนาไพร แต่ถ้าขยับเข้ามาในตัวเมืองสักหน่อย อีกบรรยากาศหนึ่งที่เราจะเห็นคือความคึกคักในย่านการค้าและโรงเรียน 

คึกคักมากเสียจนวันที่เรามาหยุดยืนตรงหน้าที่พักขนาดย่อมอย่าง ‘บ้านนอนเพลิน’ บ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ที่โอบล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่และเสียงนกร้อง เราก็ตกอยู่ในภวังค์ เพราะนอกจากที่นี่จะเงียบสงบแล้ว ตัวบ้านยังชวนให้นึกถึงบ้านสวนที่ถ้าเหนื่อยเมื่อไหร่ก็อยากวาร์ปไปพักใจทุกที

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ถ้าถามคนรุ่นปู่รุ่นย่า หลายคนอาจเรียกไม่ถนัดนักว่านี่คือ ‘บ้านนอนเพลิน’ แต่คนเชียงรายรู้จักกันดีว่าที่นี่คือ ‘โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์’ นอกจากสถานที่แห่งนี้จะเป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งแรก ๆ ของเมืองแล้ว โรงเรียนแห่งนี้ยังดูแลเด็กได้ดีตั้งแต่รุ่นย่าอย่าง คุณย่าศรีพันธุ์ กิตติศัพท์ จนรุ่นหลานสาวอย่าง กุ้ง-ภชฤมน หาญพิพัฒน์ หรือ ครูกุ้ง ที่ผู้ปกครองและเด็ก ๆ เรียกขาน

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลที่ว่าอยู่ภายใต้การดูแลของคุณย่าศรีพันธุ์กว่า 40 ปี ก่อนที่กุ้งจะรับช่วงต่ออีก 26 ปี และหันมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเป็นที่พักสุดอบอุ่นตั้งแต่ พ.ศ. 2554 เอกลักษณ์ที่ใครมาก็หลงคือความอบอุ่นคล้ายมานอนบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติจนหลายคนต้องกลับมาซ้ำ 

พูดถึงตรงนี้อาจจะสงสัยกันว่า บ้านนอนเพลินนั้นน่าหลงใหลและนอนเพลินแค่ไหน เรื่องราวของโรงเรียนศรีพันธุ์เป็นยังไง ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ครูกุ้งรอพาไปชมอยู่กลางสวนเขียวแล้ว

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์

ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 70 กว่าปีก่อน เชียงรายปราศจากศูนย์เด็กเล็กที่รับเลี้ยงดูเด็กก่อนประถมเพื่อช่วยแบ่งเบาพ่อแม่ผู้ปกครองที่ต้องทำมาหากิน เพราะเสียงเรียกร้องของผู้ปกครองเหล่านี้เอง คุณย่าศรีพันธุ์ซึ่งเคยเป็นคุณครูเก่ามาก่อนจึงเปลี่ยนผืนดินที่มีให้เป็นโรงเรียนเตรียมอนุบาลที่รับดูแลลูกเด็กเล็กแดง

“เมื่อก่อนเป็นอาคารโล่งกว้าง มีลานดิน ลานของเล่นทั้งในและนอกอาคาร ส่วนชั้นบนก็เป็นที่พักของคุณย่า เราก็มานอนที่โรงเรียนนี่แหละ เช้ามาก็เห็นเด็กวิ่งเล่นกันแล้ว” ครูกุ้งเล่าภาพความทรงจำในอดีต

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

โรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ดูแลเด็กได้ดีจนเป็นที่วางใจของคนเชียงรายแค่ไหน คงการันตีได้ด้วยอายุโรงเรียน 40 ปีแรก คุณย่าเป็นคนดูแลทั้งหมด ส่วน 26 ปีหลัง หลานสาวอย่างครูกุ้งซึ่งไม่เคยเป็นครูมาก่อนเข้ามาปรับเปลี่ยนระบบ และกลับมาเปิดให้โรงเรียนเตรียมอนุบาลแห่งนี้เดินหน้าต่อไปได้

“ความตั้งใจในการกลับมารับช่วงต่อคือ หนึ่ง เราไม่อยากไปทำงานที่อื่น สอง สมัยนั้นที่ต่างจังหวัดมีอาชีพไม่เยอะ จะไปทำงานธนาคารก็ไม่ใช่ตัวเรา จะไปขายของเหมือนเด็กสมัยนี้ ก็ไม่รู้จะขายอะไรดี หรือจะไปรับราชการ เราก็ดันเป็นคนไม่ชอบทำอะไรในกรอบ เลยคิดว่าการกลับมารับช่วงต่อก็คงเป็นทางเลือกที่ดี” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

หลังคุณย่าปิดโรงเรียนไป 4 ปี หลานสาวพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ปรับเปลี่ยนระบบโรงเรียนให้มีมาตรฐาน ปรับหลักสูตรให้เหมาะกับวัยของเด็ก และเพิ่มอาคารบางส่วนเพื่อรองรับนักเรียน

“รากฐานที่คุณย่าสร้างนั้นแข็งแรงมาก พอกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองที่เคยเรียนที่นี่โตจนมีลูกหลานหมดแล้ว เขาก็ไว้วางใจพาลูก ๆ มาฝากเรียนกับเราเหมือนเดิม

“เวลาพ่อแม่มาส่งเด็ก เขาจะเล่าให้ฟังว่าเมื่อก่อนเขาเรียนที่นี่ ถ่ายรูปตรงนั้น เล่นตรงนี้” ครูกุ้งหัวเราะ พลางเล่าประสบการณ์การเป็นผู้อำนวยการยังสาวให้เราฟัง

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา

“เราไม่เคยคิดเรื่องการทำโรงแรมเลยแม้แต่น้อย” ครูกุ้งเกริ่น “คิดว่าคงทำโรงเรียนแบบยาว ๆ ไปเลยแต่ 26 ปี อาจนานเกินพอ เลยอยากเปลี่ยนไปทำอะไรใหม่ ๆ มีอยู่วันหนึ่ง เราเดินออกจากที่นี่ ไปเจอร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่รู้จักกัน เราแนะนำให้เขาเปลี่ยนห้องว่าง ๆ ข้างบนเป็นที่พัก เขาก็สวนมาว่า โรงเรียนของเราต่างหากที่เหมาะกับการเป็นที่พัก” 

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

ได้ยินแบบนั้น เมื่อเดินกลับมาพิจารณาอาคารตรงหน้าและเริ่มเห็นความเป็นไปได้

แต่ก่อนจะตัดสินใจทำจริงจัง เธอเลือกไปพูดคุยกับเจ้าของโฮมสเตย์ใกล้ ๆ นี้ก่อน

“เขาตาเป็นประกายมาก เขาบอกว่าทำแล้วสนุกนะ ได้คุยกับแขก ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้วเชียงรายกำลังพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ถ้าวันนั้นเขาไม่ตาวิบวับขนาดนั้น ไฟที่มอดของเราคงไม่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง” แม้คนในครอบครัวบางส่วนจะคัดค้านเพราะกลัวทำแล้วไม่รุ่ง แต่ครูกุ้ง หญิงแกร่งที่ชอบความท้าทายก็ยืนกรานว่าเธออยากลอง

“ถ้าไม่ทำแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ” เพราะแบบนั้น บ้านนอนเพลินจึงเกิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

จากโรงเรียนที่คนไว้ใจ สู่โรงแรมที่คนอยากพักใจ

28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 คือวันสุดท้ายของโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์ที่ครูกุ้งเฝ้าดูแลมานานกว่า 26 ปี ในปีเดียวกันนั้นเอง ‘บ้านนอนเพลิน’ ที่พักขนาดย่อมใจกลางเมืองเชียงรายก็ถือกำเนิดขึ้น

บ้านนอนเพลิน หลานสาวเปลี่ยน รร.เตรียมอนุบาลของย่าเป็นที่พักนอนเพลิน ๆ ใจกลางเชียงราย

การรีโนเวตมาเป็นที่พักแบบบ้านนอนเพลินนั้นไม่ยุ่งยาก ด้วยความที่เคยเป็นโรงเรียนมาก่อน ห้องหับหลับนอนจึงมีมากโข แถมแต่ละห้องเรียนก็ยังมีห้องน้ำในตัวอีก 2 ห้อง เมื่อแบ่งพื้นที่ใหม่ บ้านนอนเพลินจึงมีห้องพักมากถึง 14 ห้องแบบลงตัวพอดี ชนิดไม่ต้องเพิ่มโครงสร้างอะไรมากนัก ซึ่งปัจจุบันห้องพักเหลือเพียง 9 ห้องเท่านั้น เพื่อจะได้ดูแลแขกอย่างทั่วถึง ส่วนห้องชั้นบนก็เปลี่ยนเป็นที่พักของครอบครัว

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย
ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

แรกเริ่ม ครูกุ้งเลือกธีมโรงเรียนอนุบาลเป็นไฮไลต์หลัก แต่ละห้องมีป้ายเลขห้องติดอยู่ บางห้องก็มีโต๊ะไม้นักเรียนประดับด้วย แต่ท้ายที่สุดกลิ่นอายความเป็นโรงเรียนอนุบาลก็เหลือเพียงป้ายเลขห้องและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

และสิ่งที่ทำให้บ้านนอนเพลินอบอุ่น คล้ายกับบ้านสวนของคุณย่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะเธอเลือกเก็บต้นไม้เก่าอายุหลายสิบปีของคุณย่าไว้ และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าของครอบครัวมาตกแต่งมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ชั้นวางหนังสือตรงทางเข้า เก้าอี้โรงหนังจากโรงหนังเก่าของบ้านสามีมาจัดวาง หรือบริเวณครัวกลาง เธอก็เลือกเฟอร์นิเจอร์เดิมของโรงเรียนมาประดับ ชวนให้นึกถึงเวลาพักกลางวันที่เด็ก ๆ ต่อแถวเข้าคิวรับอาหารยังไงยังงั้น

ความอบอุ่นที่ชวนให้กลับมาพักแล้วพักอีก

“เชื่อไหมว่าคืนก่อนเปิดบ้านนอนเพลิน เรานอนไม่หลับ” 

ครูกุ้งเล่าแล้วอธิบายว่า ความที่สมัยก่อนยังไม่มีช่องทางโซเชียลมีเดียมากนัก การประชาสัมพันธ์ให้โลกรู้ว่ามีบ้านนอนเพลินอยู่ตรงนี้จึงเป็นเรื่องยาก แต่เหมือนเธอจะมากับดวง เพราะบ้านนอนเพลินเปิดพร้อมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างสิงห์ปาร์คพอดี แถมยังมีคนมารีวิวบ้านนอนเพลินควบคู่กับสิงปาร์คหรือไร่บุญรอดลงเว็บไซต์ให้ด้วย 

“ตอนแรกคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6 เดือนในการประชาสัมพันธ์ ปรากฏว่าเดือนแรกแขกก็เต็มแล้ว” 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

จากวันนั้นจนวันนี้ ครูกุ้งยังคงดูแลแขกเหมือนเพื่อนและญาติผู้ใหญ่จริง ๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนโควิด-19 ครูกุ้งและแขกสนิทกันแบบสุด ๆ เรียกว่าถ้าไม่มีแขก ก็คงไม่มีเพจเฟซบุ๊กบ้านนอนเพลิน 

“แขกคนแรกๆ เขามาทำเพจให้ แต่เขาพักคืนเดียวเลยยังทำไม่เสร็จ พออีกคืน แขกอีกคนเลยมาทำต่อจนเสร็จ” เธอเล่าขำ ๆ ความเป็นกันเอง ความน่ารักของห้องพัก และความสงบของบ้านนี้เอง ทำให้บ้านนอนเพลินยังคงเป็นอีกหมุดหมายหนึ่งที่คนอยากมาเข้าพักแม้จะเปิดตัวมานานกว่า 1 ทศวรรษ 

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

“มีคนบอกว่าทำไมเราไม่ทำเป็นตึกหลายชั้น จะได้คุ้มค่ากับที่ดินดี ๆ ที่อยู่ใจกลางเมืองเช่นนี้ แต่เรามองว่าบ้านนอนเพลินก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ เป็นแบบที่เราชอบ เป็นที่ที่มีต้นไม้เขียว ๆ แล้วก็เป็นบ้านของเราด้วย

“เราอยากให้แขกสัมผัสความรู้สึกเดียวกันกับที่เรารู้สึก ทุกคนบอกว่าที่นี่อบอุ่นและสงบเหมือนมาพักบ้านเพื่อนหรือบ้านญาติผู้ใหญ่ หลายคนมาพักแล้วก็กลับมาอีก บางคนถึงขั้นบอกเลยว่า ถ้าไม่ใช่ที่นี่ เขาไม่อยากพัก และมีคนที่มาพักทุกเดือน พอมาถึงก็บอกว่า ‘ผมกลับมาบ้านผมแล้วนะครับ’”

บ้านนอนเพลินนอนเพลินแค่ไหน คำตอบที่ได้คงชัดเจนแล้วในตอนนี้

ขึ้นเหนือไปนอนเพลิน ๆ ที่ ‘บ้านนอนเพลิน’ เปลี่ยนโรงเรียนเตรียมอนุบาลศรีพันธุ์เป็นที่พักสุดอบอุ่นในเชียงราย

บ้านนอนเพลิน

ที่ตั้ง : 382 ถนนบรรพปราการ ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย (แผนที่)

โทรศัพท์ : 08 4669 7926

Facebook : บ้านนอนเพลิน Baan Norn Plearn

Writer

ฉัตรชนก ชัยวงค์

เด็กเอกไทยที่สนใจประวัติศาสตร์ งานคราฟต์ และเรื่องท้องถิ่น เวลาว่างชอบกิน เล่นแมว และชิมโกโก้

Photographer

ปฏิเวธ ยืนธรรม

สถาปนิกอิสระ ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ชื่นชมแสงธรรมชาติสวยๆ

อ่านต่อ

Loading...

End of content

No more pages to load